เมนูเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ มาจากการกินปลาน้ำจืด ดิบ หรือสุกๆดิบๆ

เมนูเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ มาจากการกินปลาน้ำจืด ดิบ หรือสุกๆดิบๆ

.

เมนูที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เชื่อมโยงกับ โรคมะเร็งท่อน้ำดี

  • ก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้ม ปลาร้าดิบ ปลาจ่อม หม่ำปลา

.

เมนูที่ควรระวังเป็นพิเศษ

  • ก้อยปลา / ลาบปลา / พล่าปลา

ทำจากเนื้อปลาดิบที่นำมาปรุงรส

  • ปลาร้าดิบ

การทำส้มตำปลาร้าดิบ แจ่วบอง หรือน้ำพริกที่ใส่ปลาร้าไม่ผ่านความร้อน

  • ปลาส้ม / ปลาจ่อม / หม่ำปลา

เมนูปลาหมักดองที่มักกินแบบดิบ

  • ปลาปิ้ง / ปลาเผา

หากเนื้อปลาบริเวณกลางตัวยังติบหรือสุกๆ ดิบๆ ก็ยังคงมีตัวอ่อนพยาธิ

.

กรมควบคุมโรค เตือนกินปลาน้ำจืดดิบเสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับ สาเหตุหลักโรคมะเร็งท่อน้ำดี

(7 ก.ค. 69) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แจ้งเตือนผู้ที่รับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับ สาเหตุหลักของโรคมะเร็งท่อน้ำดีในคนไทย

พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini หรือ OV) เป็นพยาธิตัวแบนที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของมนุษย์ โดยมีวงจรชีวิตผ่านตัวอ่อนที่อาศัยอยู่ในเกล็ด หาง ครีบ และเนื้อของ “ปลาน้ำจืดเกล็ดขาว” เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาซิว เมื่อคนรับประทานปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ ปลาส้มดิบ หรือปลาร้าดิบ พยาธิจะเข้าไปเจริญเติบโตและฝังตัวในท่อน้ำดีได้ยาวนานถึง 20 – 30 ปี โดยที่การบีบมะนาว ใส่พริก หรือกินร่วมกับแอลกอฮอล์ ไม่สามารถฆ่าพยาธิได้ ต้องทำให้สุกดีก่อนเท่านั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) โดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้จัดให้พยาธิใบไม้ตับ (OV) เป็น สารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 (Group 1 Carcinogen)

มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แน่ชัดว่าเป็นสิ่งก่อมะเร็งในมนุษย์ OV ทำให้เกิดการระคายเคือง จากการที่ตัวพยาธิใบไม้ตับจะเข้าไปอาศัยและเกาะอยู่ในท่อน้ำดีภายในตับ ทำให้เกิดการทำลายเซลล์เยื่อบุผิวท่อน้ำดีโดยตรง และเกิดการอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้ การรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ มักมีสารประเภทไนโตรซามีน (Nitrosamines) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารก่อมะเร็ง เช่น ในปลาร้า ทำให้เกิดเป็นมะเร็งท่อน้ำดี

โรคพยาธิใบไม้ตับ

  • อาการระยะเริ่มแรก : แน่นท้อง ท้องอืด ปวดหลัง อ่อนเพลีย ผอมลง เบื่ออาหาร เจ็บในท้องบริเวณใต้ชายโครง ใต้ลิ้นปี่ ร้อนที่หน้าท้อง ชายโครงขวาและหลัง ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  • อาการระยะปานกลาง : ตับโต ถุงน้ำดีโต ดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • อาการระยะรุนแรง : มีไข้ น้ำหนักลด ท้องมาน เท้าบวม ตับโตและกดเจ็บ ตัวเหลือง ตาเหลือง อุจจาระสีซีดหรือเทา ปัสสาวะสีเข้ม ทางเดินท่อน้ำดีโป่งพอง เกิดเป็นมะเร็งท่อน้ำดี หรือเชื้อโรคจากท่อน้ำดีเข้าสู่กระแสเลือดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสียชีวิตได้

การป้องกัน :

1. กินอาหารที่ทำจากปลาน้ำจืดเกล็ดขาวต้องปรุงให้สุกด้วยความร้อน

2. ล้างมือ ด้วยสบู่ และน้ำสะอาดก่อนปรุงอาหาร ก่อนกินอาหาร และหลังขับถ่ายอุจจาระ

3. ถ่ายอุจจาระลงในส้วม และทิ้งสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันไข่พยาธิแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม

4. ส่งอุจจาระตรวจหาไข่พยาธิ และอัลตร้าซาวด์ หามะเร็งท่อน้ำดี ในผู้ที่มีความเสี่ยงอายุ 40 ปีขึ้นไป

ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

5. กินยารักษาเมื่อตรวจพบว่าติดโรคพยาธิ และเลิกกินปลาดิบ หรือปลาสุก ๆ ดิบๆ

การติดพยาธิใบไม้ตับ จึงเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นมะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีความชุกของการติดพยาธิใบไม้ตับสูง โดยมะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่พบมากอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุข จึงมีการดำเนินงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตามยุทธศาสตร์ทศวรรษกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี 10 ปี (พ.ศ. 2559 – 2568) ซึ่งแผนระยะแรกที่มุ่งเน้นการวางรากฐานในการตัดวงจรพยาธิใบไม้ตับ และในปัจจุบัน

อยู่ระหว่างการจัดทำ และดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านการกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับไปแล้วมากกว่า 2.2 ล้านราย ทำการรักษาทุกรายที่ตรวจพบ และมีการตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดี ในประชาชนอายุ 40 ปีขึ้นไป ด้วยการอัลตร้าซาวด์ มากกว่า 1.3 ล้านราย ส่วนในระยะที่ 2 (พ.ศ. 2569 – 2575) เน้นการบูรณาการงานข้ามภาคส่วน ด้วยแนวคิด One-Health (สุขภาพหนึ่งเดียว) เนื่องจากปัญหา OV ไม่สามารถแก้ได้ด้วยมิติทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการเชื่อมโยง 3 ส่วน ได้แก่ 1) อาหารปลอดภัย (ส่งเสริมการบริโภคปลาปรุงสุกและปลอดพยาธิ) 2) สุขาภิบาล (การจัดให้มีบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักสุขาภิบาล และการจัดการให้รถดูดส้วมนำสิ่งปฏิกูลไปทิ้งให้ถูกที่ ซึ่งจะป้องกันพยาธิไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและกลับมาติดในปลาอีกครั้ง) และ 3) ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ด้วยการสร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เด็ก เยาวชนในสถานศึกษา และประชาชน

ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
กรมควบคุมโรค เตือนอากาศร้อนจัดระวังฮีทสโตรก จมน้ำ พิษสุนัขบ้า
สธ. ยังเฝ้าระวังเข้มน้ำกก เชียงราย เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน
จังหวัดเชียงรายเข้ม เดินหน้าเฝ้าระวังป้องกันโรคติดต่อ “โปลิโอ-หัด-หัดเยอรมัน” ตั้งเป้าให้เป็นศูนย์
โควิดสายพันธุ์ XEC ระบาด ติดเชื้อโควิดทะลุ 7 หมื่นราย เสียชีวิต 19 ราย แนวโน้มผู้ป่วยยังสูงขึ้น
ชวนคนไทย เจ็บป่วยเล็กน้อย 42 อาการ หาหมอออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน จัดส่งยาถึงบ้านด้วยสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ ครอบคลุมทั่วประเทศ
สสจ.เชียงราย เตือน! ระวังโรคที่มากับฤดูฝน
เชียงรายโฟกัสดอทคอม  สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้เราสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดแก่คุณได้ ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณและทำหน้าที่ต่างๆ เช่น การจดจำคุณเมื่อคุณกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา และช่วยให้ทีมงานของเราเข้าใจว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณพบว่าน่าสนใจและมีประโยชน์มากที่สุด