“ศิลปินภาคเหนือรวมพลัง ก่อตั้ง ‘สมาคมศิลปินล้านนา’ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการศิลปะภูมิภาค”
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ณ หอศิลป์ข่วงวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง ได้มีการจัดประชุมครั้งสำคัญของกลุ่มศิลปินภาคเหนือ โดยมีศิลปินจาก 14 จังหวัด เข้าร่วมประชุมรวมเกือบร้อยคน เพื่อร่วมกันหารือแนวทางการรวมตัวและขับเคลื่อนวงการศิลปะในระดับภูมิภาค

ผลจากการประชุม ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบร่วมกันในการจัดตั้ง “สมาคมศิลปินล้านนาร่วมสมัย (Lanna Contemporary Artists Association) ซึ่งถือเป็นการรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ของศิลปินในภาคเหนือ เพื่อสร้างองค์กรกลางในการพัฒนาศิลปะอย่างเป็นระบบ
จังหวัดที่เข้าร่วมก่อตั้งประกอบด้วย : เชียงราย, พะเยา, ลำปาง, แพร่, น่าน, ลำพูน, เชียงใหม่, อุตรดิตถ์, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก, ตาก,สุโขทัย, นครสวรรค์ และกำแพงเพชร
ที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ เสนอแต่งตั้ง “นายสุวิทย์ ใจป้อม” เป็นนายกสมาคมศิลปินล้านนาร่วมสมัยคนแรก เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนองค์กรในระยะเริ่มต้น และวางรากฐานของสมาคมให้เกิดความเข้มแข็งอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุวิทย์ ใจป้อม กล่าวว่า
“การประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเข้าใจตรงกันทุกฝ่าย ตัวแทนจากทุกจังหวัดเห็นชอบร่วมกันอย่างเป็นเอกฉันท์ ถือเป็นก้าวสำคัญของการรวมพลังศิลปินในภาคเหนืออย่างแท้จริง”



ในการก่อตั้งครั้งนี้ สมาคมได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่งจาก อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินอาวุโส ซึ่งได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อเป็นกองทุนตั้งต้นของสมาคม นับเป็นกำลังใจสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากศิลปินรุ่นใหญ่ต่อการรวมตัวของศิลปินในครั้งนี้
แนวทางดำเนินงานต่อไป หลังจากนี้ สมาคมจะดำเนินการ
- จัดเตรียมเอกสารเพื่อจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- มอบหมายตัวแทนประสานงานกับหน่วยงานราชการ
- เปิดรับสมัครสมาชิกผ่านระบบออนไลน์ (QR Code / Google Form) เพื่อสร้างฐานข้อมูลศิลปินในภาคเหนือ
พันธกิจของสมาคมศิลปินล้านนา
สมาคมมีเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนวงการศิลปะภาคเหนืออย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
1 สร้างเครือข่ายศิลปินอย่างเข้มแข็ง
2 พัฒนาศักยภาพและโอกาสของศิลปิน
3 ขับเคลื่อนศิลปะล้านนาสู่ระดับสากล
4 เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือ
5 อนุรักษ์และต่อยอดอัตลักษณ์ล้านนา
6 สร้างระบบและมาตรฐานองค์กรศิลปะ
บทสรุป : การก่อตั้ง “สมาคมศิลปินล้านนา” ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการศิลปะไทย ที่เกิดจากความร่วมมือของศิลปินในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง และนับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “พลังศิลปะ” ที่จะเชื่อมโยงจากรากวัฒนธรรมสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติในอนาคต