หวั่น ! RSV ระบาดหนักโดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เตือนผู้ปกครองเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด …(สาระน่ารู้)

กรมควบคุมโรค หวั่น ! RSV ระบาดหนักโดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เตือนผู้ปกครองเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 41/2565 “หวั่น ! RSV ระบาดหนักโดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เตือนผู้ปกครองเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด”

กรมควบคุมโรค เผยแพร่ “พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์” ฉบับที่ 41/2565 ประจำสัปดาห์ที่ 46 (วันที่ 13 – 19 พ.ย. 65)

“จากการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ในผู้ป่วยกลุ่มอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ILI) และกลุ่มอาการปอดบวมจากโรงพยาบาลเครือข่ายของกรมควบคุมโรค ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2565 มีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 547 ราย โดยพบมากที่สุดในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี รองลงมาคือ 3 – 5 ปี และ 6 – 15 ปี ตามลำดับ การเฝ้าระวังและตรวจสอบข่าวการระบาดของกรมควบคุมโรค ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 9 พฤศจิกายน 2565 พบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี เสียชีวิตจำนวน 3 ราย โดยทั้ง 3 รายเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี และมีโรคประจำตัว และพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน 1 เหตุการณ์เกิดขึ้นในเรือนจำ พบผู้ป่วยเป็นผู้ใหญ่ 6 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต” 

         “การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพของสัปดาห์นี้ คาดว่าจะพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก

  • เป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว
  • ติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ และจากการสูดหายใจเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศในรูปละอองฝอยจากการไอ จาม ของผู้ป่วย

  • โดยไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเยื่อบุตา จมูก ปาก
  • พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังสัมผัสเชื้อไวรัสในระยะเวลา 4 – 6 วัน
  • และเมื่อป่วยจะสามารถแพร่กระจายเชื้อได้นาน 3 – 8 วัน
  • อาการโดยทั่วไปอาจจะเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่อาการจำเพาะของเชื้อนี้ มักพบในเด็กเล็ก คือ หลอดลมฝอยอักเสบ โดยเริ่มแรกจะมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จนถึงอาการรุนแรง เช่น หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม ได้ยินเสียงปอดผิดปกติ เสียงหายใจมีเสียงหวีด รับประทานอาหารได้น้อย และซึมลง การรักษา
  • ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ 

     กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กเฝ้าระวังสังเกตอาการป่วยของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีโรคประจำตัว หากพบว่ามีอาการคล้ายไข้หวัด ให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไป การป้องกันโรคให้หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสบริเวณหน้า ตา จมูก ปาก ไม่ใช้ภาชนะอาหารและของใช้ส่วนตัวร่วมกันผู้อื่น รักษาสุขอนามัยส่วนตัว ทำความสะอาดบ้านรวมทั้งของเล่นเด็กเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้มีอาการป่วย ไม่ควรพาเด็กไปในสถานที่ที่ผู้คนหนาแน่น ส่วนผู้ที่มีอาการป่วยควรงดการออกนอกบ้าน เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่น ปิดปากปิดจมูกทุกครั้งเวลาไอจาม ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422”

//ข้อมูลจาก : ทีม SAT / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ลมหนาวมาเมื่อใด… ระวังเสี่ยง “ป่วยไข้หวัดใหญ่” … (สาระน่ารู้)
“หมอยง” ชี้ปัจจัย เปิดเทอม – ฤดูหนาว ทำโควิด 19 เพิ่ม ยาวถึง ก.พ. คาดใกล้เข้าสู่ภาวะปกติการใช้ชีวิต แต่ต้องไม่ประมาท หน้ากาก – วัคซีน ยังจำเป็น
สัญญาณเตือนจากร่างกายให้ระวังฝุ่น PM2.5 …(สาระน่ารู้)
ประชาชนจะป้องกันตนเองอย่างไร? กรณีตรวจพบ ไฮโดรเจนไซยาไนด์ในอากาศ อ.แม่สาย…(สาระน่ารู้)
เตือนภัย ! อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรโทรทวงภาษีประชาชน แจ้งคืนเงินภาษี ..(สาระน่ารู้)
สธ. พร้อมบริหารจัดการ “โควิด-19” หลังปรับเป็น “โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง” เริ่ม 1 ต.ค. 65 …สาระน่ารู้