เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 22 สิงหาคม 2019, 21:44:43
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  บอร์ดกลุ่มชมรม
| |-+  ชมรมนักกลอน
| | |-+  บันทึกเล่มเล็ก
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน บันทึกเล่มเล็ก  (อ่าน 3415 ครั้ง)
Rit sriduang
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« เมื่อ: วันที่ 15 เมษายน 2015, 20:56:29 »



ฝนนอกหน้าต่าง
๑.ฝนเจ้าเอย..ยามนี้เจ้ารี่ไหล
เหตุไฉนสวยงามนักน้ำฝน
หากเธอมองน้ำหยดข้างรถยนต์
ใครอีกคนก็เป็นเหมือนเช่นกัน
ภาพน้ำฝนไหลผ่านแผ่นกระจก
มองฝนตกเคยไหมหัวใจหวั่น
นานเหลือเกินนานจนลืมจำวัน
ความผูกพันเริ่มต้นแต่หนใด
สายฝนหล่นกรูกราวจนหนาวสั่น
ฟ้าฝั่งนั้นฝนตกบ้างหรือไม่
หากหน้าต่างบานนั้นยังเปิดไฟ
แค่อยากให้เธอคิดถึงสักหนึ่งคน

๒.วันที่ฟ้าฉ่ำน้ำงดงามยิ่ง
บางครั้งสิ่งที่วิเศษไร้เหตุผล
ใจที่เคยแกร่งกล้าพร้อมท้าชน
กลับจำนนให้เธอเสมอมา
ทางที่เธอหมายข้ามมีหนามเกี่ยว
และคดเคี้ยววนรอบเส้นขอบฟ้า
ถ้าเพียงเธออยากพักเพื่อหลับตา
ฉันจะพากลับบ้านแห่งวานวัย

๓.ฝนยังตกลงมานอกหน้าต่าง
เธอเดินทางฝ่าฝนถึงหนไหน
ทางสายนั้นเหน็บหนาวและยาวไกล
เผลอร้องไห้หรือเปล่าเมื่อคราวล้า….

๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘

ขอบคุณภาพจาก internet
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 15 เมษายน 2015, 21:04:04 โดย Rit sriduang » IP : บันทึกการเข้า
Rit sriduang
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 16 เมษายน 2015, 13:32:11 »



ตามทางเกวียน
๑.เพลงกระพรวนจากคอของโคเฒ่า
เกวียนเล่มเก่าล้อกงยังคงหมุน
ชายชราบนเกวียนเปิดประทุน
สูบยาฉุนอ่อนอ่อนอย่างผ่อนคลาย
ล้อเกวียนหมุนอ้อเอียดละเลียดช้า
เคยแล่นฝ่าหลุมขวากมาหลากหลาย      
แลผิวน้ำแผ่พริ้วเป็นริ้วพราย
เพียงต้องสายลมเช้าอันเบาบาง
เกวียนโยกเยก..เนื้อเอ็นเต้นระริก
โยกกระติกน้ำแข็งจนแกว่งคว้าง
ละลายน้ำตาลสดจนรสจาง
บรรทุกฟางเหลืองแก่จนแปล้เกวียน

๒.พลันรถยนต์คันใหญ่ก็ไล่หลัง
บีบแตรดังตบมือกระหือเหี้ยน
“อย่าชักช้าเป็นเต่าซิเฒ่าเพี้ยน
โลกมันเปลี่ยนเร็วไปหรือไงลุง..!”
แล้วเหยียบคันเร่งแซงสุดแรงเท้า
ทิ้งเขม่าฝุ่นมืดเป็นหมอกฟุ้ง  
ตาเฒ่าปัดมือไกวดังไล่ยุง
เกรงฝุ่นคลุ้งเขม่าจะเข้าตา
  ผ่านเรื่องราวใหญ่น้อยเป็นร้อยเรื่อง
ฟางสีเหลืองยังนิ่งอหิงสา
เพราะมิเคยวิตกเสียงนกกา
การพูดจาต่อคำไม่จำเป็น

๓.สองข้างทางบ้างพร่องเป็นร่องลึก
แกรู้สึกด้วยใจมิใช่เห็น
เพราะรู้ทุกรอยขวากอันยากเย็น
จึงรั้งเส้นสนตะพายหลบได้พ้น
และแล้วภาพแปลกตาก็ปรากฏ
ภาพของรถพลัดลงหล่มถนน
แหละหนุ่มนั่นดูคล้ายละอายตน
นั่งคอยคนช่วยเหลืออยู่ริมทาง

๔.แกร้องยอยอยอ!..จนโคหยุด
ว่า..“ดินทรุดบางที่ก็มีบ้าง
ดินแถวนี้มันอ่อนไปค่อนบาง
เดี๋ยวส่งฟางเสร็จฉันจะช่วยดึง
จะรออยู่ก็ได้หรือไปด้วย
เลยดงกล้วยโน่นไปก็ใกล้ถึง”
เพราะน้ำเสียงจริงใจไม่บึ้งตึง
หนุ่มนั้นจึงกล้าขึ้นไปนั่งเคียง

๕.“ลุงไม่ขุ่นเคืองหรือกับคำเยาะ ?”
แกหัวเราะคำโตมิโต้เถียง
“โลกของลุงรู้รอรู้พอเพียง  
อยู่กับเสียงนกน้อยเป็นร้อยพัน  
โลกเธอคงคร่ำเคร่งและเร่งรีบ
อาจถูกบีบจนแกว่งจากแข่งขัน
จนลืมรสสัมผัสแสงตะวัน
และลืมความอัศจรรย์ของใบไม้
เธออาจฝันสวยงามในยามหลับ
เหมือนเหมือนกับผู้คนที่จนไร้
เหมือนคนที่เธอทะยานขับผ่านไป
เพียงทางใครเดินทางย่อมต่างกัน
ถ้าเธอดูรอยร่องทั้งสองฟาก
ใช่เกิดจากล้อเพลาเธอเท่านั้น
มีรอยล้อดาษดื่นเป็นหมื่นพัน
และรอยเท้านักฝันหลายพันรอย
พวกเขาเคยเดินผ่านมานานนัก
หลายคนแพ้กับดักก็จักผล็อย
หลายคนทนแรงดึงก็ถึงดอย
เธอหมายสอยสิ่งใดก็ใจเธอ”

๖.กระติกน้ำที่ถือในมือเฒ่า
ที่หนุ่มเย้าหยอกคำว่าป้ำเป๋อ
น้ำแข็งคงสลายดั่งใจเกลอ  
ที่พล่อยเผลอสบประมาทปรามาสไว้  
 ชายหนุ่มรับมาชิมได้ลิ้มหวาน
รสน้ำตาลยังเหลือแม้เจือใส
หนุ่มผู้หลงในโลกศิวิไลซ์
จึงรู้ใจตนเยาว์กว่าเขานัก
 แล้วทอดตามองดอยในแดดเช้า  
บอกโพ้นเขาว่าลูกยังขลุกขลัก
แต่การได้หยุดจ้ำฟังคำทัก    
กลับได้พักพินิจจริตตน

๗.“เธอคงหมายมุ่งสู่ยังภูใหญ่
มีดอกไม้แปลกตากว่าป่าฝน
ทั้งหลากหลายพันธุ์นกและวกวน
มีหลายคนตะลอนมานอนค้าง”

“เป็นจุดหมายที่ผมได้วางแผน
ให้รางวัลตอบแทนตัวเองบ้าง
คนเราต่างกันที่วิถีทาง
จึงเสาะหาบางอย่างที่ต่างกัน”

๘.ชายชรายิ้มละไมสูบใบจาก
มองรอยลากล้อเกวียนอันเปลี่ยนผัน
บางรอยหายโดยไร้รูปพรรณ
ซึ่งรอยนั้นมิใช่จะไม่มี
สองมือเขาเข้มคล้ำและดำด้าน
ทำแต่งานจนหมองผมสองสี
มีความสุขอย่างพ่อผู้พอดี
เป็นช่วงที่วิเศษเสมอมา
“เธอวางแผนไปสู่สุดภูเขา
หรือตั้งเป้าไปสูงจนสุดฟ้า
เป็นเป้าหมายที่ไม่ธรรมดา
เป็นคุณค่ากำนัลให้วันวัย
ต่อให้เธอตั้งเป้าสูงเท่าฟ้า
จะต่างคนธรรมดาก็หาไม่
เพราะเป้าหมายของเธอหรือใครใคร
คือ..ความสุข...ใช่ไหมถามใจดู”

๙.ชายหนุ่มนิ่งครู่หนึ่งแล้วจึงรับ
น้อมคำนับขอบคุณคนรุ่นปู่
สายลมพัดใบพร้าวมากราวกรู
ต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนไกล
…………………………………………
เพลงกระพรวนแผ่วพรายจากชายทุ่ง  
ดังกริ๊งกรุ๊งตามโคที่เคลื่อนไหว
ถ้าใครผ่านทางแยกคงแปลกใจ
เพราะดอกไม้ต่างสีได้คลี่บาน…

๒๑ กันยายน ๒๕๕๕

ขอบคุณภาพจาก www.dhammaforever.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 16 เมษายน 2015, 13:35:15 โดย Rit sriduang » IP : บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!