เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 23 ตุลาคม 2019, 18:29:32
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, : 1100 Km. :, ©®*)
| | |-+  Re: รวบรวมกระทู้การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและโครงการพัฒนาเชียงราย
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ... 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 [36] 37 พิมพ์
ผู้เขียน Re: รวบรวมกระทู้การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและโครงการพัฒนาเชียงราย  (อ่าน 410630 ครั้ง)
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #700 เมื่อ: วันที่ 26 สิงหาคม 2018, 15:05:28 »

ทุนค้าปลีกแห่ขยายสาขาเชียงราย ยึดทำเลทองปากทางสนามบิน-ม.ราชภัฏฯ
เผยแพร่: 26 ส.ค. 2561 07:28   ปรับปรุง: 26 ส.ค. 2561 10:58   โดย: MGR Online
 


เชียงราย - กลุ่มทุนค้าปลีกขนาดใหญ่แห่ขยายเครือข่ายสาขาเชียงราย ทั้งบิ๊กซี-โลตัส-ธนพิริยะ ยึดทำเลทองย่านปากทางเข้าสนามบินแม่ฟ้าหลวง-ม.ราชภัฏฯ ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลขยายพื้นที่ขาย-สร้างที่จอดรถสูง 7 ชั้น


ขณะนี้กลุ่มทุนค้าปลีกทั้งจากส่วนกลาง ทุนท้องถิ่นหน้าเก่าหน้าใหม่กำลังเร่งขยายเครือข่ายสาขาในพื้นที่เชียงรายอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย ที่เปิดสาขาติดถนนพหลโยธินในเขตเทศบาลนครเชียงรายมาตั้งแต่ปี 54 ได้ลงทุนสร้างอาคารที่จอดรถสูง 7 ชั้น ติดกับอาคารเดิม กำหนดแล้วเสร็จราวเดือน ธ.ค. 2561 รองรับฤดูท่องเที่ยวนี้ พร้อมปรับลานจอดรถเดิมเพิ่มพื้นที่ขาย

ด้านบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ที่เปิดสาขาแรกติดถนนพหลโยธิน เยื้องกันกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย มาตั้งแต่ปี 2537 และว่ากันว่าเป็นสาขาที่โกยกำไรมหาศาลติดอันดับต้นๆ ของประเทศแล้ว ล่าสุดได้เดินหน้าก่อสร้างบิ๊กซีสาขาใหม่ ขนาด 5,400 ตร.ม.บนเนื้อที่รวม 49 ไร่ บริเวณมุมสี่แยกทางเข้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง บ้านขัวแคร่ ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย

ขณะที่ห้างแม็คโครได้เปิดกิจการในหมู่บ้านขัวแคร่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อยมานานหลายปีแล้ว เช่นเดียวกับ “ห้างสรรพสินค้าธนพิริยะ” กลุ่มทุนค้าปลีกท้องถิ่นที่ได้ทุ่มทุนกว่า 90 ล้านบาทสร้าง "ธนพิริยะดิสบิวเตอร์" อยู่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ห่างจากสี่แยกสนามบินแม่ฟ้าหลวงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนเมกาโฮมก็เพิ่งเปิดบริการที่หน้า ม.ราชภัฏเชียงรายไปเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมานี้เองด้วย



นายพัฒนพงษ์ โพธิ์เกตุ นายกเทศมนตรี ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย กล่าวว่า ตัวเมืองเชียงรายเริ่มมีสภาพแออัด และการเดินทางจากท่าอากาศยานไปยังเขตตัวเมืองก็ใช้ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร บนถนนพหลโยธินมีสัญญานไฟจราจรไปตลอดทางกว่า 9 แห่ง ดังนั้น พื้นที่ ต.บ้านดู่จึงเหมาะสมจะเป็นแหล่งรองรับผู้คนที่ไปถึงก่อนดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะเป็นสถานที่รองรับการขยายตัวของเมืองเชียงราย

นยพัฒนพงษ์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนได้ลงนามอนุมัติการก่อสร้างโครงการของห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ทั้งแม็คโคร เมกาโฮม ธนะพิริยะ ล่าสุดก็คือ บิ๊กซี ที่ตกลงเงื่อนไขจะใช้พนักงานในท้องถิ่น ต.บ้านดู่ 200 คน จาก 300 คนด้วย นอกจากนี้ ทราบว่าทางห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส ก็ได้จัดหาที่ดินประมาณ 60 ไร่ บริเวณสี่แยกท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง แต่อยู่คนละฝั่งถนนกับบิ๊กซีสาขาที่กำลังก่อสร้างอยู่ด้วย ซึ่งคาดว่าโลตัสจะยื่นขอก่อสร้างในเร็วๆ นี้

IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #701 เมื่อ: วันที่ 26 สิงหาคม 2018, 15:07:16 »

ไทยทำ MOU ท่าเรือลาว พร้อมนัดเซ็นจีนกันยาฯ นี้ หนุนการค้าลุ่มน้ำโขง-ปั้นเชียงแสน Port City

เผยแพร่: 23 ส.ค. 2561 07:55 ปรับปรุง: 24 ส.ค. 2561 11:18 โดย: MGR Online


เชียงราย - ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน-เมืองมอมกรุ๊ป สปป.ลาว ทำ MOU พัฒนาการค้าลุ่มน้ำโขงตอนบน พร้อมนัดท่าเรือกวนเหล่ย สป.จีน ลงนามคิวต่อไป หนุนการค้า-ขนส่งสามเหลี่ยมทองคำ รับแผนปั้น “เชียงแสน” เป็น Port City



เรือโท กมลศักดิ์ พรมประยูร รอง ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจส่งเสริมการค้าและการขนส่งทางลำน้ำโขง กับ ดร.คำหล้า นากคะวงค์ ประธานบริษัท เมืองมอม กรุ๊ป จำกัด ที่ห้องสิบสองปันนา โรงแรมอิมพีเรียล โกลเด้นท์ไทรแองเกิล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสอดรับกับโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสนที่จะพัฒนาเป็น Port City

นายรัฐพล รัชตะศิลปิน ผู้จัดการท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน จ.เชียงราย และท่านจอมแพง วิสัยสาน รองหัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุนแขวงบ่อแก้ว ลงนามพยานของทั้ง 2 ฝ่าย และมีข้าราชการในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ร่วมเป็นสักขีพยาน



ทั้งนี้ บริษัทเมืองมอมกรุ๊ปฯ เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากรัฐบาล สปป.ลาว ให้ลงทุนฟื้นฟู และบริหารจัดการท่าเรือบ้านมอม (เหนือสามเหลี่ยมทองคำ) เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เป็นเวลา 40 ปี มีแผนขยายพัฒนาท่าเรือด้วยเงินทุน 150 เหรียญสหรัฐ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2565

โดยพัฒนาท่าเรือขนถ่ายสินค้าประเภทสัตว์มีชีวิต สินค้าทั่วไป จัดระบบการเข้าออกของเรือ มีลานจอดรถและลานรองรับตู้คอนเทนเนอร์ ตลาด โรงแรม 5-6 ชั้น โกดังสินค้า ศูนย์การค้าปลอดภาษี หรือดิวตี้ฟรี จุดตรวจมาตรฐานสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ ห้องประชุม ฯลฯ ตั้งเป้าจะเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรกรรมที่เชื่อมระหว่างไทย-จีนตอนใต้ และท่าเรือที่มีความเป็นสากล

อนึ่ง ไทย จีน สปป.ลาว และพม่า มีข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติที่มีการลงนามกันตั้งแต่ปี 2543 โดยให้แต่ละฝ่ายอำนวยความสะดวกให้เรือสินค้าของประเทศสมาชิกและกำหนด 14 เมืองท่าที่ใช้ในการคมนาคมระหว่างกัน คือ ท่าเรือที่ อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ ของไทย, ท่าเรือปางทราย ปางเซียงก่อ เมืองมอม บ้านป่าลุน ห้วยทราย และหลวงพระบาง ส่วน สปป.ลาว, ท่าเรือซือเหมา จิ่งหงหรือเชียงรุ้ง เมืองหัง กวนเหล่ย ของจีน และท่าเรือบ้านจิง บ้านโป่งหรือเมืองพง ของพม่า

ในวันที่ 21-23 ก.ย.ที่จะถึงนี้ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนยังมีกำหนดที่จะลงนามในบันทึกความเข้าใจในลักษณะเดียวกันนี้กับท่าเรือกวนเหล่ย เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สป.จีน เพื่อร่วมพัฒนาการค้าในลุ่มน้ำโขงตอนบนตลอดเส้นทางด้วย
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #702 เมื่อ: วันที่ 11 กันยายน 2018, 20:53:45 »

ล้มกระดาน ! เขตศก.พิเศษเชียงรายเริ่มนับหนึ่งใหม่รัฐยอมถอยให้เอกชนหาที่ตั้งเอง
เผยแพร่: 11 ก.ย. 2561 12:31   โดย: ผู้จัดการออนไลน์
 



เชียงราย -เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงรายล้มไม่เป็นท่าต้องเริ่มต้นนับหนึ่งไม่หลัง 3 อำเภอที่ถูกเล็งแต่แรกพบแต่อุปสรรค ล่าสุดรัฐยอมถอยและให้ภาคเอกชนที่สนใจหาพื้นที่ลงุทนเองแต่รัฐจะสนับสนุนเต็มที่

วันนี้ (11 ก.ย.) ที่ห้องประชุมโรงแรมทีคการ์เดน รีสอร์ท อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมนาเรื่อง "เหลียวหลัง แลหน้า 3 ปี เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย" จัดโดยสำนักงาน จ.เชียงราย โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ซึ่งกิจกรรมในการประชุมมีทั้งการบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วโลก การจัดตั้งที่ จ.ตาก รวมทั้งในวันที่ 12 ก.ย.ยังมีกำหนดจัดเสวนาภาคประชาชนในหัวข้อ "มุมมองภาคประชาชน เศรษฐกิจพิเศษเชียงราย ใครได้ ใครเสีย" โดยมีภาคเอกชน นักวิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเสวนา

นายประจญ กล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) กำหนดให้มีการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย 3 อำเภอคือ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ เพราะมีศักยภาพในการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและยังต่อไปยังจีนตอนใต้ที่เป็นตลาดใหญ่แต่ในการจัดหาที่ดินเพื่อจัดตั้งตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาพบปัญหาไม่สามารถจัดหาที่ดินเพื่อจัดตั้งได้ โดยพื้นที่ อ.แม่สาย ก็ยังมีเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบที่อ้างว่ามีความจำเป็นต้องปลูกกันอยู่ ส่วน อ.เชียงแสน ส่วนใหญ่เป็นที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (สปก.) ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ และ อ.เชียงของ บางส่วนเป็นป่าชุมชนและกรณีเป็นที่ดินเลี้ยงสัตว์ ต.ทุ่งงิ้ว ก็พบมีการขอค่าชดเชยกันสูงไร่ละกว่า 500,000 บาท เป็นต้น

นายประจญ กล่าวอีกว่าล่าสุดตนได้เข้าประชุมที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้แล้วซึ่งก็ได้รับแจ้งว่าในพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 อำเภอดังกล่าวถือว่าได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้วซึ่งนักลงทุนสามารถเข้าไปลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวได้เลยทันทีหรือหากไม่เพียงพอก็สามารถแจ้งเพื่อขอเพิ่มเติมได้อีก

ทั้งนี้รัฐบาลได้ปรับมาให้การพัฒนาเขตเป็นไปตามกลไกทางเศรษฐกิจโดยจะไม่ใช้งบประมาณของรัฐไปซื้อที่ดินของรัฐมาดำเนินการแน่นอน และการจัดตั้งต้องได้ประโยชน์ทุกฝ่ายทั้งนักลงทุน ประชาชน คู่ค้า ฯลฯ ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งดังนั้นหากกระทบกับสิ่งแวดล้อมหรือชุมชนก็คงจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก กระนั้นจังหวัดยืนยันจะเดินหน้าจัดตั้งต่อไปตามแนวทางใหม่ดังกล่าวโดยจะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในปีงบประมาณ 2562 นี้เป็นต้นไปเพื่อให้เป็นรูปธรรมให้ได้ในปีเดียวกันดังกล่าว

นายประจญ กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมเราพยายามหาที่หลวงมาจัดตั้งแล้วเข้าไปพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้าไปลงทุน แต่เมื่อทุกพื้นที่มีปัญหาเรื่องการจัดหาที่ดินจึงต้องปรับกันใหม่

โดยจากการประชุมล่าสุดก็ได้ข้อสรุปว่าจะเปิดให้ภาคเอกชนเป็นฝ่ายจัดหาที่ดินเองเมื่อได้ที่ดินที่เหมาะสมก็จะนำเสนอเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามกลไกลของตลาดและเศรษฐกิจเอง ซึ่งก็ยังไม่มีการกำหนดว่าจะต้องใช้เนื้อที่เท่าไหร่อย่างไรสำหรับเอกชนรายเก่าที่เคยพยายามเข้าไปจัดตั้งมาก่อนหน้านี้แล้วนั้นตนไม่ทราบเพราะเมื่อต้องเริ่มต้นกันใหม่ก็ต้องใช้แนวทางใหม่ดังกล่าวต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า กนพ.ประกาศให้ จ.เชียงราย ทั้ง 3 อำเภอดังกล่าวเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 พร้อมกับ จ.กาญจนบุรี จ.หนองคาย จ.นครพนม และ จ.นราธิวาส มาตั้งแต่ปี 2557 ครอบคลุมพื้นที่ 21 ตำบล และ จ.เชียงราย รับหน้าที่ศึกษาพื้นที่หลายแห่งได้แก่ อ.แม่สาย ของของกรมธนารักษ์ ติดถนนพหลโยธินสายแม่สาย-เชียงราย บ้านน้ำจำ ต.โป่งผา อ.แม่สาย เนื้อที่ 870 ไร่ 3 งาน 5 ตารางวา

อ.เชียงแสน พิจารณาใช้ที่ดินซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินใกล้ท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ต.บ้านแซว เนื้อที่ 651 ไร่ 3 งาน 52 ตารางวา และ อ.เชียงของ เป็นพื้นที่ป่าชุมชนเขต ต.บุญเรือง เนื้อที่ประมาณ 2,322 ไร่ และบางช่วงหันไปศึกษาเนื้อที่ 530 ไร่ บ้านทุ่งงิ้ว ต.สถาน ด้วยแต่ทุกพื้นที่ก็ประสบปัญหาดังกล่าว โดยมีภาคเอกชนรายหนึ่งพยายามเข้าไปร่วมศึกษาและผลักดันในแต่ละพื้นที่เพื่อจะเข้าไปลงทุนในเขตดังกล่าวโดยเฉพาะ อ.เชียงของ เป็นหลัก

ในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ยังมีการแจ้งข้อมูลว่าตั้งแต่ปี 2557-2560 มีกิจการจดทะเบียนจัดตั้งในเขตที่จังหวัดศึกษาดังกล่าวจำนวน 755 ราย รวมกิจการเดิมที่จดทะเบียนอยู่แล้วมีทุนจดทะเบียน 3,900 ล้านบาท ธุรกิจที่ลงทุนกันมากคือก่อสร้างอาคารทั่วไป ขายส่งสินค้า อสังหาริมทรัพย์ ขนส่งสินค้า ขายส่งสินค้าเกษตร ฯลฯ โดยเป็นกิจการขนาดย่อมกว่า 99% และเป็นของนักลงทุนไทยรายย่อยเกือบทั้งหมดและเป็นของต่างชาติถือหุ้นร่วม 4%

สำหรับสิทธิพิเศษในเขตจัดตั้งที่ชัดเจนคือจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี (จำกัดวงเงินไม่เกินร้อยละ 100 ของเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ลดหย่อนภาษีจากกำไรร้อยละ 50 เป็นเวลา 5 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร วัตถุดิบและวัสดุจำเป็นเพื่อการส่งออกเป็นเวลา 5 ปี อนุญาตใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือ เป็นต้น.
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #703 เมื่อ: วันที่ 26 กันยายน 2018, 23:44:58 »

เชียงราย - เครือกะตะธานีฯ ตัดริบบิ้นแกรนด์โอเพนนิ่งแล้ว “เดอะริเวอรี่เชียงราย” หลังทุ่มงบรวมกว่า 2 พันล้านเทกโอเวอร์-ปรับโฉม “ดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ตฯ” แบบยกกระบิ ทั้งตัวอาคาร-ปูรณฆฎะ ยันสวนผักอินทรีย์ และพนักงานมาค่อนปี


หลังจากกลุ่ม "กะตะธานี คอลเล็คชั่น" ได้ทุ่มเงินกว่า 1,400 ล้านบาทเข้าเทกโอเวอร์โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ตเชียงรายที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกก เมื่อปลายปี 60 และปิดปรับปรุงตั้งแต่ 1 เม.ย. 61 เป็นต้นมา ล่าสุดขณะนี้เครือกะตะธานีฯ ได้เปิดบริการโรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ฯ เดิม ภายใต้ชื่อใหม่คือ “เดอะ ริเวอรี่ บาย กะตะธานี คอลเลคชั่น เชียงราย หรือ ลี่เจียง ต้าจิ่วเตี้ยน”

นายสมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานบริหารกลุ่มโรงแรมกะตะธานี คอลเล็คชั่น กล่าวระหว่างนำผู้บริหารและพนักงานร่วม “Grand Opening of The Riverie by Katathani” ที่มีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ เชียงราย เป็นประธานฯ ว่า เครือกะตะธานีใช้เงินลงทุนกว่า 600 ล้านบาทปรับปรุงให้เดอะ ริเวอรี่ บาย กะตะธานีฯ เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวของเชียงราย เป็นสถานที่พักผ่อน ประชุมและจัดเลี้ยงที่มีคุณภาพชั้นนำของเอเชีย ที่มีกลิ่นอายล้านนาและทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำกก

โดยได้ทำการปรับปรุงใหม่ทุกส่วน ทั้งห้องพัก 271 ห้อง ห้องประชุมที่รองรับได้ 700 ที่นั่ง ห้องอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบครัว ระบบปรับอากาศ ระบบน้ำ ไฟฟ้า สระว่ายน้ำ สวนน้ำเด็ก คลับ ทางเดินริมน้ำ สวนผักอินทรีย์ ศูนย์ของฝาก ห้องรับรองและบริเวณรอบโรงแรม ห้องอาหารที่มีทั้งเอกลักษณ์ของล้านนาภาคเหนือ สวนจีน อาหารจีน ห้องอาหารบนชั้น 10 ของโรงแรมที่มองเห็นตัวเมืองได้รอบทิศ ฯลฯ ทั้งหมดถูกตกแต่งอย่างประณีตบรรจงเพื่อให้มีความคลาสสิกผสานร่วมสมัย รวมทั้งพนักงานเดิมก็ผ่านการอบรมจากโรงแรมในเครือกะตะธานีฯ ที่มีถึง 6 แห่งในภูเก็ต-พังงา

“เพื่อร่วมเป็นความภาคภูมิใจของเชียงราย เดอะริเวอรี่ ได้ผสมผสานความสมบูรณ์แบบของวัฒนธรรมดั้งเดิม และดำรงความร่วมสมัยเพื่อรำลึกอดีตและชื่นชมอนาคต เห็นได้จากลวดลายหม้อดอก หรือปูรณฆฎะ ในห้องพัก เพื่ออำนวยอวยพรผู้เข้าพักให้เปี่ยมไปด้วยความสุขและความเจริญรุ่งเรือง หอค้าและเรือนแก้วด้านหน้าโรงเรม เพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือน บุษบกที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ หอระฆังล้านนา และเส้นสายรายละเอียดที่สื่อถึงความงดงามของศิลปะล้านนา”

นายสมบัติกล่าวอีกว่า ด้านการตลาดนั้นยังคงมีกลุ่มเป้าหมายระดับบนที่มีกำลังซื้อจากทั้งยุโรป เอเชีย และประเทศไทยซึ่งได้รับการตอบรับจากบริษัทตัวแทนนำเที่ยว และกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งเราขออยู่ร่วมกับชาวเชียงราย และเป็นมิตรกับผู้ประกอบการ พร้อมมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเชียงรายต่อไป
https://mgronline.com/local/detail/9610000095128
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
nmonnmo
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #704 เมื่อ: วันที่ 28 กันยายน 2018, 11:58:12 »

so good ufabet  :T
IP : บันทึกการเข้า
nmonnmo
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #705 เมื่อ: วันที่ 28 กันยายน 2018, 12:14:21 »

so good สมัคร ufabet/URL] :T
IP : บันทึกการเข้า
seomelon06
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #706 เมื่อ: วันที่ 29 กันยายน 2018, 16:13:03 »

so good ufabet  :T
IP : บันทึกการเข้า
seomelon06
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #707 เมื่อ: วันที่ 29 กันยายน 2018, 16:15:05 »

so good แทงบอลออนไลน์ :T
IP : บันทึกการเข้า
lilyfirst
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #708 เมื่อ: วันที่ 01 ตุลาคม 2018, 11:06:11 »

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลดีๆน่ะค่ะ :F
http://www.ufa007.com/แทงบอลโลก
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #709 เมื่อ: วันที่ 06 พฤศจิกายน 2018, 20:15:41 »

แม่สาย...กำลังมีโกบอลเฮ้าส์


* 45337147_1890411790995538_8923242226176229376_o (Custom).jpg (114.25 KB, 853x640 - ดู 2172 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #710 เมื่อ: วันที่ 06 พฤศจิกายน 2018, 20:17:25 »

ธนพิริยะงวด 9 เดือนกวาดรายได้เฉียด 1.3 พัน ล.
เผยแพร่: 2 พ.ย. 2561 15:14   ปรับปรุง: 2 พ.ย. 2561 17:15   โดย: ผู้จัดการออนไลน์
 



ธนพิริยะ ร้านค้าปลีกเชียงราย เดินหน้าตามแผน อวดผลงานงวด 9 เดือนแรก ปี 61 รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 1,292.90 ล้านบาท โตเกือบ 11% กำไรสุทธิกว่า 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 4% ผู้บริหารเผยผลงานเติบโตต่อเนื่อง จากแผนการขยายสาขาปีนี้วางไว้ 5 สาขา คาดทำได้ตามเป้าหนุน มอง Q4/61 พีกสุดของปี เหตุเป็นไฮซีซันธุรกิจ มั่นใจรายได้ทั้งปีนี้โตอีก 10-15%

นายธวัชชัย พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในจังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงผลประกอบการงวด 9 เดือน ปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 1,292.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126.95 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.89 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1,165.95 ล้านบาท กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 179.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 15.55% มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.85% กำไรสุทธิอยู่ที่ 45.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 43.58 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.48%

สำหรับงวดไตรมาส 3/2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 440.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.77 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.48% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 62.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.55% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.11% กำไรสุทธิอยู่ที่ 15.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.63% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.52% เป็นผลมาจาก ความสำเร็จจากแผนการขยายสาขาของร้านธนพิริยะอย่างต่อเนื่อง รายได้จากสาขาใหม่สนับสนุนยอดขาย และได้รับค่าสนับสนุนการขายจากผู้จำหน่าย

“ผลงานที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ รายได้จากการขายและการให้บริการเติบโต เป็นผลจากกลยุทธ์การขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียงได้ตามแผนงานที่วางไว้ ประกอบกับ การบริหารควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนขายและการให้บริการต่อรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน รวมทั้งการนำสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงเข้ามาจำหน่าย เพื่อผลักดันมาร์จินเติบโตเพิ่มขึ้น ขณะที่ทิศทางภาพรวมเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงราย ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย กำลังซื้อของประชาชนในพื้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดในสาขาที่ได้ทำการติดตั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้บริการแล้วกว่า 10 สาขาจากปัจจุบันมีทั้งหมด 23 สาขา เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้บริษัทฯ มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น” นายธวัชชัย กล่าว

ด้านเภสัชกรหญิง อมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2561 คาดว่าจะเติบโตขึ้น รับยอดขายปลายปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจ และการท่องเที่ยว ในจังหวัดเชียงราย ส่งผลดีต่อธนพิริยะ ซึ่งในปัจจุบันมีสาขารวมกันอยู่ที่ 23 สาขา แบ่งเป็นสาขาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 21 สาขา และจังหวัดพะเยา 2 สาขา อีกทั้ง บริษัทยังมีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้ากระจายไปตามสาขาต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว และช่วยการสต๊อกสินค้าให้เพียงพอรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย

สำหรับภาพรวมในปี 2561 บริษัทฯ มั่นใจผลการดำเนินงานทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ รายได้เติบโต 10-15% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ราว 1,600 ล้านบาท และตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มในปีนี้ 5 สาขา ที่จังหวัดเชียงรายทั้งหมด สนับสนุนให้สิ้นปีนี้จะมี 24 สาขา จากปลายปี 2560 มี 19 สาขา

“ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ ร้านธนพิริยะ ทยอยเปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 4 สาขา ที่สาขาพญาเม็งราย สาขาเหมืองแดง และสาขาพญาแควหวาย และสาขาล่าสุด สาขาประตูล้อ อำเภอเมือง เปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนสาขาสุดท้าย ที่เชียงของ นับเป็นสาขาที่ 24 ได้เริ่มทำการก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดจะสามารถเปิดให้บริการภายในเดือนธันวาคม เป็นอีกแรงสนับสนุนผลประกอบการธนพิริยะ ให้โดดเด่นต่อเนื่องในปี 2562 ได้” เภสัชกรหญิง อมร กล่าว
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #711 เมื่อ: วันที่ 26 ธันวาคม 2018, 16:50:40 »

ตฤณ นครา ทุ่ม 4 หมื่นลบ.ผุดบิ๊กโปรเจ็กต์กว่า 3 พันไร่เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน


ตฤณ นครา ทุ่มงบ 4 หมื่นล้านบาท นำธงนักลงทุนนานาชาติผุดโปรเจ็กต์ยักษ์ “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” เนรมิตพื้นที่ กว่า 3,139ไร่ พัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ.เชียงราย ให้เป็น One Stop Service City ทันสมัยและครบครัน ภายใต้แนวคิด “เมืองแห่งความสุข” (The City of Harmonious Living) พร้อมจับมือไทรเด้นท์ ซัพพอร์ตฯ จากสหรัฐอเมริกาสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 189 เมตร ในโครงการฯ และบันทึกลงใน Guinness World Records ปักหมุดเชียงแสนบนแผนที่โลกและดันให้เป็นไอคอนของเชียงแสน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของไทยที่รู้จักไปทั่วโลกหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สังคม การลงทุน จ.เชียงรายอย่างยั่งยืน



นายตฤณ นิลประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เชียงแสนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางยุทธศาสตร์สูงในหลากหลายมิติ จากที่รัฐบาลได้กําหนดให้จังหวัดเชียงรายคือหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ประกอบกับแผนพัฒนาจังหวัดเชียงราย ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทย 4.0”หรือ Tourism Innovation Thailand 4.0 ที่มุ่งสนับสนุนให้เชียงรายเป็น “เมืองแห่งการค้าการลงทุน การเกษตรและการท่องเที่ยว รุ่งเรืองด้วยวัฒนธรรมล้านนาประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข” บริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสเพราะการเปิดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสนเป็นการขยายโอกาสให้เด่นชัดขึ้น เนื่องจากเชียงแสนมีที่ตั้ง  ณ จุดยุทธศาสตร์ของแนวรอยต่อพรมแดน 3 ประเทศ ทั้งตั้งอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของแนวเขตระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ซึ่งมีการพัฒนาโครงการต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงด้านการคมนาคมเพื่อความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศจากประเทศจีนทางตอนใต้สู่ประเทศไทยผ่านเมียนมา และสปป.ลาว ดังนั้น การยกระดับทั้งสามอำเภอของเชียงรายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาครัฐฯ ก็มีการเตรียมความพร้อมรองรับการขยายตัว (Infrastructure & facilities) ไว้หลายด้านทั้งด้านการคมนาคมเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อด้านการขนส่งนานาชาติในระดับภูมิภาค ด้านสิทธิประโยชน์ในด้านการลงทุน การเงิน และศุลกากร

 

จากศักยภาพของเชียงแสนตั้งอยู่ในแนวรอยต่อดินแดนของ 3 อารยธรรมที่มีการสืบทอดกันมายาวนาน ได้แก่ ประเทศไทย เมียนมา และสปป.ลาว นอกจากนี้ ยังมีอารยธรรมชนเผ่าที่หลากหลายที่สุดของภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังมีธรรมชาติและภูมิประเทศที่สวยงาม มีศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม ผู้คนเป็นมิตร อีกทั้งมีแม่นํ้าโขงไหลผ่านอำเภอเชียงแสนแล้ว และเนื่องจากเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโยนกซึ่งเป็นยุคแรกของประวัติศาตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของไทย เชียงแสนจึงยังมีความโดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ มีมรดกทางโบราณสถานและวัฒนธรรมที่งดงาม ทำให้เชียงแสนวันนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยังบริสุทธิ์     ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้นักลงทุนชาวต่างชาติมองเห็นความโดดเด่นและดึงดูดความสนใจด้านการลงทุน



“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล”  เป็นโครงการที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากหลากหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุน ฮ่องกง-จีน สหรัฐอเมริกา เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) โดยโครงการฯ จะตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 3,139 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตําบล คือ ต.เวียงนอก ต.ป่าสัก และตำบลโยนก ของอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 40,000 ล้านบาท (ลบ.)ด้วยจุดเด่น 5 มิติ คือ

 1) Synergy ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและชุมชน

2) Economic Drive การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สร้างการขยายตัวของ GDP และสร้างงานเพื่อการเชื่อมโยงและต่อยอดนวัตกรรมอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ

3) Ecology การให้ความสำคัญต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อมในทุกๆด้าน

 4) Innovation การนำนวัตกรรมที่หลากหลายทั้งสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม

 5) Smart Tourism การเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งอนาคตมาตรฐานสากลที่ครบวงจรทั้งสถานที่ ความเชี่ยวชาญ แหล่งความรู้ และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

 

ภายในโครงการฯ แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย ที่พักตากอากาศที่กลมกลืนกับธรรมชาติในมาตรฐานการบริการระดับห้าถึงเจ็ดดาว ศูนย์สุขภาพระดับโลก คอนโดมีเนียมและที่พักอาศัย ศูนย์การค้าระดับพรีเมียม ร้านสินค้าที่ระลึก ศูนย์การประชุมนานาชาติ ศูนย์กระจายสินค้า OTOP พื้นที่เกษตรกรรมเชิงท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บริการการท่องเที่ยวนวัตกรรมเชิงการแพทย์ โดยในแต่ละโซนได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยนวัตกรรมการออกแบบและก่อสร้างที่ทันสมัย แต่ยังคงรักษาแนวคิดอันเป็นรากเหง้าสังคม และวัฒนธรรมของพื้นที่ รวมทั้งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้โครงการกับพื้นที่เดิมอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนและสวยงาม โดยมี SPAN Consultants Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการออกแบบอาคารวางผังเมืองเป็นผู้ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง



นอกจากนี้ ภายในโครงการฯ ยังจะมีการก่อสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก (Thailand World Tallest Flag Pole) ด้วยความสูง 189 เมตร และเพื่อสร้างให้เชียงแสนเป็นพื้นที่ปักหมุดแห่งใหม่ และเป็นที่จดจําในระดับโลก ติดตั้งธงชาติไทยผืนใหญ่ขนาด 60×40 เมตร กว้างเท่ากับสนามฟุตซอล 1 สนาม สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลกว่า 20 กิโลเมตร ซึ่งจะดำเนินการโดยบริษัท ไทรเด้นท์ ซัพพอร์ต จํากัด (Trident Support LLC) ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเสาธงชาติสูงซึ่งเป็นแลนมาร์คมาแล้วทั่วโลก 7 แห่ง และเสาธงที่จะสร้างขึ้นนี้จะได้รับ การบันทึกลงใน Guinness World Records อีกด้วย ส่งผลทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สร้างการรับรู้ กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเชียงแสนและเชียงรายได้เป็นอย่างดี โดยโครงการจะใช้เวลาดำเนินการนาน 1 ปีจะสร้างงานให้เกิดการกระจายรายได้ในทุกระดับตั้งแต่แรงงานมากกว่า 10,000 อัตรา ซึ่งโครงการฯ จะมีการทำความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐฯ และสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างบุคคลากรและยกระดับมาตรฐานทรัพยากรมนุษย์



“โครงการ “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” จึงเป็นมากกว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดยักษ์ ในรูปแบบ One Stop Service City  อันทันสมัยเราภูมิใจในเชียงแสนแผ่นดินทองที่เรืองรองด้วยอารยธรรม เราจะสร้างความรุ่งเรือง พลิกผืนแผ่นดินเชียงแสนให้เป็นดินแดนแห่งทองคำ เพื่อ“ความสุข” ของชาวเชียงแสน นักลงทุน ผู้มาเยือน-นักท่องเที่ยว และชาวเชียงราย เพื่อให้เป็น “เมืองแห่งความสุข” หรือ The City of Harmonious Living อย่างแท้จริง

https://bit.ly/2EMrmWj


* 66478e85-353751 (Medium) (Custom).jpg (142.76 KB, 1024x580 - ดู 236 ครั้ง.)

* c22a71a0-353753 (Medium) (1) (Custom).jpg (194.81 KB, 1024x576 - ดู 229 ครั้ง.)

* d8849a27-353752 (Medium) (Custom) (Custom).jpg (96.52 KB, 1024x576 - ดู 1652 ครั้ง.)

* 0ba54e78-s__21700966 (Medium) (Custom) (Custom).jpg (200.91 KB, 854x640 - ดู 1663 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 26 ธันวาคม 2018, 17:00:11 โดย boondham » IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #712 เมื่อ: วันที่ 03 มกราคม 2019, 13:42:19 »

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนแชมป์ ปีใหม่คนเที่ยวเยอะสุด

2 January 2019


ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ครองแชมป์คนเที่ยวเยอะสุด แซงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือเชื่อเงินสะพัดเชียงรายมากกว่า 1,500 ล้านบาท


วันที่ 2 ม.ค.2561 ผู้สื่อข่าว"ฐานเศรษฐกิจ" รายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า ช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ไฮไลท์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ซึ่งคาดหมายกันว่าน่าจะอยู่ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จากการสำรวจของ"ฐานเศรษฐกิจ"พบว่า โดยภาพรวมแล้วก็เป็นไปอย่างที่ได้คาดการณ์กันไว้
คลื่นนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ทะลักกันเข้าไปชมความงามของภาพวาดเดอะฮีโร่ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวง ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในศาลานุสรณ์สถานถ้ำหลวง
และส่วนใหญ่ไม่พลาดที่จะถ่ายภาพกับ อนุสาวรีย์จ่าแซมวีรบุรุษถ้ำหลวง หรือ นาวาตรี สมาน กุนัน หน่วยซีลนอกราชการซึ่งเสียชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวง ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่หน้าศาลาอนุสรณ์สถานภายในที่ทำการวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน


กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานว่า ความร้อนแรงของวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยวันที่ 30 ธันวาคม 2561 มีผู้ไปเยือน 14,901 คน วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มีผู้ไปเยือน 24,968 คน และวันที่ 1 มกราคม 2562 มีผู้ไปเยือน 25,895 คน


เฉพาะวันที่ 1 มกราคม 2562 วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน มีผู้ไปเยือนมากเป็นอันดับ 1 ในจำนวนอุทยานทั่วประเทศ จำนวน 25,895 คน มากกว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อันดับที่ 2 ที่มีคนไปเยือน 18,725 คน มากกว่าอันดับ 3 เป็นอุทยานแห่งชาติภูขี้ฟ้า ที่มีคนไปเยือน 13,845 คน ขณะที่อุทยานแห่งชาติอินทนนท์ หล่นไปอยู่อันดับที่ 4 มีผู้ไปเยือน 9,168 คน


นายกิตติ ทิศสกุล นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา สมาคมฯเชื่อว่าน่าจะมีเงินสะพัดในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมากกว่า 1,500 ล้านบาท แต่ถ้ารวมกับเงินที่สะพัดในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่จังหวัดท่าขี้เหล็กและแขวงบ่อแก้ว สป.ลาว สมาคมฯเชื่อว่าน่าจะมากกว่า 2,000 ล้านบาท

http://www.thansettakij.com/content/368942
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #713 เมื่อ: วันที่ 08 มกราคม 2019, 12:02:53 »



วันที่ 6 มกราคม 2562 นายวีระศักดิ์ ชั้นบุญใส ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย พร้อมพนักงาน และ เจ้าหน้าที่ ททท. ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน Korean Air เส้นทางการบินอินชอน (ICN) -เชียงราย (CEI) - อินชอน (ICN) เที่ยวบิน KE96667 แบบอากาศยาน B737-800 เดินทางมาถึง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เวลา 23.17 น. มีผู้โดยสารจำนวน 129 คน พร้อมนี้ได้มอบของที่ระลึกให้กับผู้โดยสาร ณ บริเวณประตูห้องผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ

ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
โทร 0 5379 8000 , 0 5379 8999
โทรสาร 0 5379 8049
#MaeFahLuangChiangraiAirport #AOT #AirportofThailand #AOT_CEI


* 49508036_392973194597163_8140796607588204544_o (Custom).jpg (139.76 KB, 905x640 - ดู 3801 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #714 เมื่อ: วันที่ 09 กุมภาพันธ์ 2019, 10:44:35 »

ลงพื้นที่เวนคืน 4 จังหวัดเหนือ สร้างรถไฟทางคู่สายมาราธอน เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

วันที่ 30 January 2019 - 08:22 น.


นับจากปี 2503 ถึงปี 2562 เข้าสู่ปีที่ 59 ที่โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” ที่ได้ยินชื่อกันมานานจะได้มีการลงเสาเข็มอย่างจริงจัง

หลังจาก “ครม.-คณะรัฐมนตรี” อนุมัติให้ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” เปิดประมูลก่อสร้างเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ล่าสุด “ร.ฟ.ท.” กำลังจ้างที่ปรึกษาสำรวจพื้นที่ที่จะเวนคืน เพื่อตรวจสอบจำนวนผู้ที่จะถูกเวนคืนจะตรงกับที่เคยศึกษาไว้หรือไม่ ก่อนจะออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน



ที่สำคัญ เป็นการปรับปรุงข้อมูลให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ไม่ให้ซ้ำรอยมอเตอร์เวย์สาย “บางใหญ่-กาญจนบุรี” ที่ติดหล่มค่าเวนคืนพุ่งพรวดจาก 5,420 ล้านบาท ทะลุ 14,000 ล้านบาท จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ฉุดการก่อสร้างล่าช้าจากแผนร่วมปี

ในการประชุม “ครม.สัญจร” ที่ จ.เชียงราย เมื่อปลายเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ย้ำหนักแน่น รถไฟทางคู่สายนี้จะเริ่มก่อสร้างในปี 2563 ส่วนจะเป็นไปตามนี้หรือไม่ ยังต้องลุ้น

สำหรับรายละเอียดของโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มีระยะทาง 323 กม. ใช้เงินลงทุน 85,345 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 72,927 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษา 1,764 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน 10,660 ล้านบาท ซึ่งค่าเวนคืนเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เมื่อปี 2554 ประมาณ 6,852 ล้านบาท ตามแผนจะใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี ซึ่ง ร.ฟ.ท.ตั้งเป้าจะเริ่มสร้างในปี 2562 เสร็จปี 2565 แต่ดูแนวโน้มแล้ว ฤกษ์ตอกเข็มคงจะขยับไปเป็นปี 2563 แล้วเสร็จในปี 2566 เพราะจนถึงขณะนี้ พ.ร.ฎ.เวนคืนก็ยังไม่ประกาศ การเปิดประมูลก็ยังไม่ได้เริ่มตั้งไข่ เพราะเป็นรถไฟที่ต้องเปิดพื้นที่สร้างใหม่ อาจจะใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างนาน จึงทำให้ไทม์ไลน์อาจจะขยับออกไปอีก

ทั้งนี้ ในผลการศึกษาจะมีเวนคืน 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย โดยแนวเส้นทางจะเริ่มต้นที่สถานีเด่นชัย จ.แพร่ มุ่งไปทางทิศเหนือ ผ่าน จ.ลำปาง พะเยา และเชียงราย สิ้นสุดที่ด่านพรมแดนเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งพื้นที่เวนคืนจะมีเขตทางกว้าง 50 เมตร มีทั้งหมด 7,292 แปลง และที่ดิน 9,661 ไร่



ได้แก่ จ.แพร่ มี อ.เด่นชัย 2 ตำบล ที่ ต.เด่นชัย ต.ปงป่าหวาย, อ.สูงเม่น 6 ตำบล มี ต.น้ำชำ ต.สูงเม่น ต.พระหลวง ต.สบสาย ต.ดอนมูล ต.ร่องกาศ, อ.เมืองแพร่ มี 7 ตำบล มี ต.นาจักร ต.กาญจนา ต.เหมืองหม้อ ต.ทุ่งกวาว ต.ทุ่งโฮ้ง ต.แม่หล่าย ต.แม่คำมี, อ.สอง มี ต.หัวเมือง ต.แดนชุมพล ต.ทุ่งน้าว ต.ห้วยหม้าย ต.บ้านหนุน ต.บ้านกลาง, อ.หนองม่วงไข่ มี ต.หนองม่วงไข่, จ.ลำปาง อ.งาว มี 7 ตำบล มี ต.แม่ตีบ ต.หลวงใต้ ต.บ้านแหง ต.หลวงเหนือ ต.นาแก ต.ปงเตา และ ต.บ้านร้อง,จ.พะเยา มี อ.เมืองพะเยา มี 4 ตำบล คือ ต.แม่กา ต.จำป่าหวาย ต.แม่ต๋ำ และ ต.ท่าวังทอง, อ.ดอกคำใต้ มี 2 ตำบล คือ ต.ดอกคำใต้ ต.ห้วยลาน, อ.ภูกามยาว มี 3 ตำบล คือ ต.แม่อิง ต.ดงเจน ต.ห้วยแก้ว และ จ.เชียงราย อ.ป่าแดด มี 4 ตำบล คือ ต.สันมะค่า ต.ป่าแดด ต.โรงช้าง และ ต.ป่าแงะ, อ.เทิง ที่ ต.เชียงเคียน, อ.เมืองเชียงราย มี 4 ตำบล คือ ต.ดอยลาน ต.ห้วยสัก ต.ท่าสาย และ ต.รอบเวียง, อ.เวียงชัย มี 3 ตำบล คือ ต.เวียงชัย ต.เวียงเหนือ ต.เมืองชุม, อ.เวียงเชียงรุ้ง มี 2 ตำบล ที่ ต.ทุ่งก่อ ต.ป่าซาง, อ.ดอยหลวง ที่ ต.โชคชัย และ อ.เชียงของ มี 4 ตำบล คือ ต.ห้วยซ้อ ต.ศรีดอนชัย ต.สถาน ต.เวียง

ตลอดเส้นทางมี 26 สถานี ลานขนถ่ายสินค้า 4 แห่ง ลานกองเก็บตู้สินค้า 1 แห่ง ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟ 4 อุโมงค์ ก่อสร้างถนนยกข้ามทางรถไฟ 40 แห่ง และถนนลอดใต้ทางรถไฟ 102 แห่ง

ขณะที่การเปิดประมูล ก่อนหน้านี้ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นจะแบ่งสัญญาก่อสร้างออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กม. วงเงิน 26,704 ล้านบาท สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. วงเงิน 28,735 ล้านบาท และสัญญาที่ 3 เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. เงินลงทุน 17,482 ล้านบาท โดยงานโยธาจะประกวดราคารูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) และรูปแบบนานาชาติ (international bidding) สำหรับงานระบบอาณัติสัญญาณ อาจจะต้องแยกประมูลต่างหาก

เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะรองรับการเดินทาง การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ภาคเหนือตอนบน รวมถึงรองรับศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าเชียงของ เชื่อมการค้าระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้จากประเทศไทย ไปยัง สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้

ที่สำคัญ จะช่วยบูตเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงรายที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้แจ้งเกิดได้เร็วขึ้น


* rea03280162p1.jpg (218.95 KB, 800x1265 - ดู 202 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #715 เมื่อ: วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019, 10:16:47 »

ศูนย์โลจิสติกส์เชียงของลิ่ว 64% เร่งหาเอกชนบริหารเปิดใช้ปีหน้า

2019-02-10

รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) แจ้งว่า การก่อสร้างโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย บนเนื้อที่ 336 ไร่ วงเงิน 1,360 ล้านบาท ภาพรวมคืบหน้าแล้ว 63.49% เฉพาะงานถมคืบหน้าถึง 80% ส่วนงานสร้างอาคารขึ้นโครงสร้างได้หมดทุกหลัง รวมถึงเริ่มก่อสร้างระบบระบายน้ำตั้งแต่ปลายปี 61 จะเปิดบริการทันตามแผนที่กำหนดช่วงต้นปี 63 แน่นอน เพื่อให้มีระบบเปลี่ยนถ่ายหัวลาก-หัวพ่วงรองรับรถบรรทุกทั้งไทยและจากต่างประเทศมีจุดบริการอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น อุปกรณ์ยกตู้คอนเทนเนอร์ปลั๊กเสียบตู้แช่เย็นสินค้า คลังสินค้าศุลกากร คลังสินค้าทัณฑ์บนและอาคารบรรจุสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ได้กว่า 270,000 ทีอียู



นอกจากนี้คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของภาครัฐ (คกก. PPP) ซึ่งมีนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้เสนอเรื่องขออนุมัติโครงการเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.61 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ระหว่างสอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่า ครม. จะอนุมัติโครงการได้กลางเดือน ก.พ. นี้จากนั้น ขบ.จะจ้างที่ปรึกษาร่างเอกสารสัญญาการร่วมลงทุน คาดว่าจะเริ่มคัดเลือกเอกชนได้กลางปีนี้ โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าที่ดินค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภาคเอกชนลงทุนค่าอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าและงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านโลจิสติกส์รวมถึงรับผิดชอบการบริหารจัดการและบำรุงรักษา (O&M) และรับความเสี่ยงรายได้

สำหรับระยะที่ 2 จะรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งกับทางรางโดยจะพัฒนาพื้นที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้เปล่าและตู้ที่บรรจุสินค้าแล้ว (Container Yard) โดย ขบ. จะเร่งเปิดบริการส่วนที่จะรองรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ครม.อนุมัติโครงการ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 61 คาดว่าจะเปิดบริการปี 68 พร้อมกัน

https://www.dailynews.co.th/economic/692423
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #716 เมื่อ: วันที่ 08 มิถุนายน 2019, 15:43:34 »

เสียงสะท้อนธุรกิจทัวร์จีน 'เดินสายกลาง'เจาะโอกาสโต
สะท้อนธุรกิจทัวร์จีน 'เดินสายกลาง'เจาะโอกาสโต
Source - กรุงเทพธุรกิจ
Saturday, June 08, 2019 06:04

          ขนาดเศรษฐกิจของ"เมืองรอง" ในจีนยังคงเป็นเป้าหมายใหญ่สำหรับตลาดท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะลูกค้า กรุ๊ปทัวร์จีน เส้นทางที่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่ยังคงไปกรุงเทพฯ-พัทยา รองลงมา คือภูเก็ตและเชียงใหม่ ส่งผลให้สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ขนผู้ประกอบการ ไทยกว่า 50 รายร่วมโรดโชว์เจรจาธุรกิจ ที่เมืองใหญ่ของ 3 มณฑล ได้แก่ ฝูเจี้ยน เจียงซี และหูหนาน เมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
          โจว จิง จิง รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท หวน จิ้ง โกว๋ หลิ่ว จำกัด สะท้อนว่า ใน ฐานะที่บริษัทเป็นอันดับ 1 ในมณฑล เจียงซี และขายแพ็คเกจทัวร์ให้แก่ ชาวจีนไปไทยมากที่สุดในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา มองว่าศักยภาพของไทยยังเป็น "ตัวเลือกแรก" ที่ชาวจีนนิยมเดินทางไป ด้วยความพร้อมของสินค้า และบริการที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น ขณะที่ราคาแพ็คเกจทัวร์อยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับจุดหมายอื่นๆ ในอาเซียน ส่วนสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ พบว่าไม่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อของ ชาวจีนในปัจจุบัน
          สอดรับกับ อู๋ ฮุ่ย ตง รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท เจียง หลุ่ย โกว๋ หลุ่ย จำกัด เล่าว่า ปัจจุบันสงครามการค้ายังไม่มี อิทธิพลต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน แต่ถ้าดูในระยะยาวอาจกระทบต่อค่าเงิน ของแต่ละครอบครัวได้ ทั้งนี้ไม่ว่าจะมี สงครามการค้าหรือไม่ พบว่าแนวโน้มชาวจีน ไปเที่ยวสหรัฐลดลง 5% ในปีที่ผ่านมา
          และเมื่อดูสัดส่วนการขายของ บริษัท กว่า 60% ขายแพ็คเกจทัวร์ไป ไทย อีก 40% คละกันไปทั้งญี่ปุ่น มาเลเซีย และยุโรป แม้ว่าคู่แข่งใหม่ของไทยใน อาเซียนที่กำลังมาแรงคือ "ญาจาง" ใน เวียดนาม แต่มองว่าตลาดจีนเที่ยวไทย ยังไปต่อได้ เพราะจีนมีฐานประชากร กว่า 1,400 ล้านคน มีผู้ถือพาสปอร์ตเพียง 100 ล้านคน ยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก โดยไทยมีพื้นฐานสินค้าท่องเที่ยวที่ดี ทั้งวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาหารอร่อย ไปได้ซ้ำเรื่อยๆ
          "ส่วนนโยบายการโปรโมทเมืองรอง ของไทยแก่ชาวจีน อย่างแรกคือต้อง "สะดวก" ก่อน และมีสินค้าที่แตกต่าง จากเมืองหลัก ให้ความรู้สึกเหมือนได้ ไปเยือนที่ใหม่จริงๆ ส่วนจุดที่อยาก ให้ไทยเร่งแก้ไขคือการอำนวยความสะดวก ในการขอวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival : VoA) ให้เร็วขึ้น เพราะตอนนี้ชาวจีนต้องต่อคิวรอนานมาก และอยากให้พิจารณาต่ออายุมาตรการฟรีค่าธรรมเนียม VoA ไปอีกเพื่อกระตุ้นกระแสการเดินทางอย่างต่อเนื่อง"
          หยวน จิ้ง ผู้จัดการใหญ่สาขามณฑลเจียงซี บริษัท ไชน่า แทรเวล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทค้าส่งทัวร์รายใหญ่ของจีน เล่าว่า ชาวจีนในมณฑลเจียงซีชอบไป เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยามากเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย จะเห็นได้ว่าความสนใจหลักยังเป็น ทะเล แต่เที่ยวบินตรงเข้าไทยกว่า 15 เที่ยวบินต่อสัปดาห์จาก 4 สายการบิน ส่วนใหญ่ยังบินลงสนามบินในกรุงเทพฯ ทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางอีกต่อกว่าจะถึงทะเล
          นอกจากไทยแล้ว ชาวจีนยังสนใจ เที่ยวเวียดนามมากขึ้น โดยเฉพาะญาจาง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลมาแรง เนื่องจากใช้เวลาบินตรงสั้นกว่าไทย มีเที่ยวบิน เช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) จากมณฑลเจียงซีไปญาจาง 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่วนราคาแพ็คเกจทัวร์ถูกกว่ามาไทย 30%
          "แม้เวียดนามจะมีทะเลเหมือน กับไทย แต่เมื่อดูฟีดแบ็คแล้ว พบว่า ส่วนใหญ่ไปญาจางเพียงครั้งเดียว ต่างจากพฤติกรรมมาเที่ยวไทยที่นิยม เดินทางซ้ำ รอบแรกมากับบริษัททัวร์ก่อน และครั้งต่อๆ ไปเลือกเดินทางด้วยตัวเองหรือมากับกลุ่มเพื่อน เนื่องจากสามารถเที่ยวได้หลายรูปแบบ ทั้งไปทะเล ดูโชว์ ชมวัดและราชวัง และบริการของไทยยังได้เปรียบกว่าเวียดนามเรื่องการต้อนรับอย่างอบอุ่น"
          ด้าน เจียง เยี่ยน หนี ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หูหนาน โอเวอร์ซี แทรเวล จำกัด ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของมณฑลหูหนาน เล่าว่า ภาพรวมปัจจุบัน มีชาวจีนจากหูหนานไปเที่ยวไทยกว่า 1 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 10% ของ ตลาดจีนเที่ยวไทยทั้งหมดกว่า 10 ล้านคน ในปีที่แล้ว หลังจากเริ่มมีชาร์เตอร์ไฟลต์จากเมืองฉางซาไปกรุงเทพฯและภูเก็ตเมื่อปี 2008
          นอกจาก "โกลเด้นรูท" อย่างเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา, ภูเก็ต และเชียงใหม่แล้ว พบว่าเมืองรอง เช่น เชียงราย และ สุราษฎร์ธานี ได้รับความสนใจจาก ชาวจีนในมณฑลนี้มากขึ้น มีเที่ยวบิน ตรงเข้า 2 เมืองนี้ ส่วนอีกจุดหมายที่ กำลังดัง คือ เกาะช้าง จ.ตราด ด้วยจุดขายเรื่องความสงบ คนยังไปเที่ยวไม่มาก และหาดทรายสวย
          "ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดจีนเที่ยวไทยขยายตัวรวดเร็วมาก มีสะดุดช่วง หนึ่งตอนปราบทัวร์ศูนย์เหรียญเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาและพอมีการต่ออายุมาตรการฟรีค่าธรรมเนียม VoA ล่าสุด ทำให้ชาวจีน กลับไปเที่ยวไทยเป็นปกติ และปัจจุบันถือว่าอยู่ในช่วง "เดินสายกลาง" ของตลาดจีนเที่ยวไทย ทั้งนี้อยากให้ฝั่งไทยมีการจัดระบบอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ตามเทรนด์การเติบโตของกลุ่มนี้มากขึ้น"
          จีนมีฐานประชากรกว่า 1,400 ล้านคน มีผู้ถือพาสปอร์ตเพียง 100 ล้านคนยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
Number9
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,434



« ตอบ #717 เมื่อ: วันที่ 10 มิถุนายน 2019, 09:35:06 »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีเจ้า
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #718 เมื่อ: วันที่ 22 มิถุนายน 2019, 08:59:10 »

อสังหาฯเชียงใหม่-เชียงรายปีนี้หืดจับ พิษ LTV-ที่ดินพุ่ง 50% เหลือขายเฉียด 4 หมื่นล.
วันที่ 21 June 2019 - 09:30 น.


อสังหาฯเชียงใหม่-เชียงรายปีนี้ส่อเค้าวูบ เจอพิษหลายเด้ง ทั้งราคาที่ดินหลายพื้นที่ขยับจาก 15% ขึ้นไปถึง 50% ทำต้นทุนโครงการพุ่งกระฉูด ขณะที่กำลังซื้อหดจาก LTV แบงก์ชาติ ด้านศูนย์ข้อมูลอสังหาฯคาดปี 2562 สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยภาคเหนือปี 2562 เชียงใหม่จะมีบ้านจัดสรรเหลือขายถึง 76.4% ส่วนเชียงรายจะมีบ้านจัดสรรเหลือขายถึง 84.5% ชี้สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยภาคเหนือครึ่งหลังปี 2561 พบหน่วยเหลือขาย 13,221 หน่วย มูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการเรื่องสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงรายเมื่อเร็วๆ นี้ว่า จังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจการค้าการลงทุนที่สำคัญของภาคเหนือ ยังคงมีศักยภาพที่เอื้อต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ายังมีแนวโน้มการลงทุนในทิศทางที่ดีในแง่ของอุปทาน (supply) ใหม่ ๆ ที่จะเข้าสู่ตลาด แต่ขณะเดียวกันมีประเด็นที่ค่อนข้างน่าห่วงคือ ปัจจัยของรายได้คนในพื้นที่โตช้ากว่าราคาที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยเพราะราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จากเดิมต้นทุนราคาที่ดินในการทำโครงการเฉลี่ยอยู่ที่ 15% ปัจจุบันบางพื้นที่ขยับไปถึง 50% ส่งผลให้ราคาขายต่อหน่วยของโครงการปรับสูงขึ้นตามราคาต้นทุนที่ดิน ไม่สอดคล้องกับรายได้ของกลุ่มกำลังซื้อในพื้นที่


IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #719 เมื่อ: วันที่ 11 สิงหาคม 2019, 20:41:10 »

จังหวัดเชียงราย ประชุมผู้เกี่ยวข้องการสำรวจออกแบบแก้ไขปัญหาจราจรถนนสาย ชร.5023 สายท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง
จังหวัดเชียงราย ประชุมผู้เกี่ยวข้องการสำรวจออกแบบแก้ไขปัญหาจราจรถนนสาย ชร.5023 สายท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง
กรมทางหลวงชนบทประชุมสำรวจออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรถนนสายท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงรายเส้นทางบายพาสทิศตะวันออกเชียงรายทางเชื่อมทั้ง 4 ทางแยก

วันนี้ 9 สิงหาคม 2562 ที่โรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท แอนด์สปา อำเภอเมืองเชียงราย นายสานิตย์ ศรีสุข วิศวกรใหญ่ กรมทางหลวงชนบท เปิดการประชุม ในโครงการสำรวจออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณทางแยก บนถนนสาย ชร.5023 เป็นครั้งที่ 3 มีการสรุปผลการสำรวจออกแบบและศึกษาผลกระทบ โดยมีนายวีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มสำรวจ กรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ ประชาชน จำนวน 200 คน เข้าร่วมรับฟัง แสดงความคิดเห็นและเสนอข้อคิดเห็นในครั้งนี้ เพื่อแจ้งให้ประชาชน หน่วยงานและองค์กรในพื้นที่ได้รับทราบถึงวัตถุประสงค์ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการสำรวจออกแบบการแก้ไขปัญหาจราจรทั้ง 4 แยก จากการวิเคราะห์ด้านจราจร มาตรการในการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เกิดประโยชน์ตามความต้องการในพื้นที่ โดยเป็นพื้นที่ศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณทางแยกถนนสาย ชร.5023 เส้นทางบายพาสท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ทางด้านทิศตะวันออกของจังหวัดเชียงราย จุดเริ่มต้นจากแยกท่าสาย ผ่านแยกดอยสะเก็น แยกสนามกีฬา แยกศูนย์ราชการ จนถึงแยกแม่ข้าวต้มทั้ง 4 ทางแยก รวมระยะทาง12 กิโลเมตร ในการปรับปรุงทางเชื่อมทางแยกให้การจราจรเดินรถสะดวกยิ่งขึ้นและมีความปลอดภัย
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
หน้า: 1 ... 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 [36] 37 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!