เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 16 มกราคม 2018, 20:49:38
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ


+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, >: l!ne-po!nt :<, ©®*, Cupid, ๛หนูแหม่ม_ฮ่าๆๆ—”๏”)
| | |-+  Re: รวบรวมกระทู้การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและโครงการพัฒนาเชียงราย
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ... 35 พิมพ์
ผู้เขียน Re: รวบรวมกระทู้การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและโครงการพัฒนาเชียงราย  (อ่าน 340440 ครั้ง)
ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,658


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #180 เมื่อ: วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 17:21:38 »

 ยิงฟันยิ้ม


* DSC_1319.JPG (107.23 KB, 804x539 - ดู 3620 ครั้ง.)

* DSC_1323.JPG (138.17 KB, 804x540 - ดู 541 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,658


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #181 เมื่อ: วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 17:24:06 »

 ยิงฟันยิ้ม


* DSC_1324.JPG (161.05 KB, 804x540 - ดู 3617 ครั้ง.)

* DSC_1325.JPG (151.52 KB, 804x540 - ดู 3632 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,658


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #182 เมื่อ: วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 17:26:21 »

 ยิงฟันยิ้มภาพแรกเป้นแม่น้ำกกนะครับ


* DSC_1326.JPG (140 KB, 804x540 - ดู 537 ครั้ง.)

* DSC_1327.JPG (114.52 KB, 804x540 - ดู 529 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,658


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #183 เมื่อ: วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 17:28:35 »

 ยิงฟันยิ้ม


* DSC_1328.JPG (137.72 KB, 804x540 - ดู 518 ครั้ง.)

* DSC_1329.JPG (167.75 KB, 804x540 - ดู 3668 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,658


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #184 เมื่อ: วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 17:30:49 »

 ยิงฟันยิ้ม


* DSC_1330.JPG (168.05 KB, 804x540 - ดู 531 ครั้ง.)

* DSC_1332.JPG (157.52 KB, 804x540 - ดู 522 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,658


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #185 เมื่อ: วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 17:33:09 »

ชุดสุดท้ายครับ ติดตามชมต่อที่บอร์ดบ้านสบกก นะครับ


* DSC_1333.JPG (157.22 KB, 804x540 - ดู 3750 ครั้ง.)

* DSC_1334.JPG (144.51 KB, 804x540 - ดู 3662 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #186 เมื่อ: วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 23:23:03 »

ขอบคุณมากครับ ท่าน AP1
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #187 เมื่อ: วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 23:23:39 »

10เอกชนโดดซื้อซองประมูล3จีทีโอที

27 ธันวาคม 2553


เอกชนโดดซื้อซอง 3 จี ทีโอที 10 ราย ประธานบอร์ดมั่นใจเปิดให้บริการเฟสแรกได้ตามกรอบ เม.ย.ปี54

รายงานข่าวจาก บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า หลังปิดการซื้อซองประกวดราคาโครงการ 3จี ทั่วประเทศมูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาทเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. มีผู้สนใจเข้าร่วมซื้อซองจำนวน 10 ราย คือ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น บริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) บริษัท ล็อกซเล่ย์ บริษัท อิริคสัน ประเทศไทย บริษัท แอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี หรือ เอไอที บริษัท อัลคาเทล – ลูเซ่นส์ (ประเทศไทย) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น บริษัทยูไนเต็ด คอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี หรือ ยูคอม และ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชันแนล

ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมประมูล ต้องซื้อซองประกวดราคา 5 แสนบาท และต้องมีการค้ำประกันซอง 3 % ของมูลค่าโครงการ หรือประมาณ 572 ล้านบาท โดยทีโอทีได้กำหนดให้ยื่นซองพร้อมกันทุกรายในวันที่ 10 ม.ค.2554 ตั้งแต่ 9.00 น.-12.00 น. ซึ่งจะมีการเคาะราคาการประมูลด้วยวิธีอิเลคทรอนิกส์ หรือ อีออกชั่นวันที่ 28 ม.ค. และคาดว่าจะสามารถทำสัญญาได้ประมาณวันที่ 15-18 ก.พ.

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานกรรมการ หรือ บอร์ด ทีโอที กล่าวว่า มั่นใจว่าการดำเนินการน่าจะแล้วเสร็จตามกรอบที่วางไว้ คือ เดือน เม.ย. ซึ่งหลังจากทีโอทีเปิดขายซองประกวดราคา ได้,uหลายธนาคารได้ให้ความสนใจและยื่นข้อเสนอเรื่องแหล่งเงินกู้เข้ามา จึงเชื่อว่าโครงการนี้จะไม่มีปัญหาใดๆ

สำหรับโครงการ 3 จีทั่วประเทศนี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ต้องการให้เปิดบริการเฟสแรกภายในเดือนเม.ย.2554 และเฟสที่ 2 จะต้องเปิดให้บริการภายใน 180 วัน หรือช่วงเดือนส.ค.2554 ในกทม.และปริมณฑล และ 13จังหวัดเศรษฐกิจ คือ ชลบุรี ระยอง สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก อุดรธานี นครราชสีมา ขอนแก่น และหนองคาย ส่วนเฟสสุดท้ายจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ อีก 59 จังหวัด ภายใน 360 วัน โดยทีโอทีจะพิจารณาจากพื้นที่ที่มีความต้องการสูงและมีศักยภาพในการสร้างรายได้

รายงานข่าวระบุว่า มีความพยายามแข่งขันกันระหว่าง บริษัท แซดทีอี และ หัวเว่ย เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่จากประเทศจีนทั้งคู่ และต่างฝ่ายต่างต้องการเป็นหนึ่งเดียว ที่ได้โครงการนี้ โดยมีกระแสว่าแซดทีอีมีสิทธิ์ที่จะได้โครงการนี้สูงมาก เนื่องจากหัวเว่ยจับคู่กับ สามารถ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่พอใจการทำงานของกลุ่มสามารถ เห็นได้ชัดเจนจากการปลดนายวรุธ สุวกร ซึ่ง เป็นคนของกลุ่มสามารถโดยตรง พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที
http://www.posttoday.com/%e0%b8%82%e...b8%97%e0%b8%b5
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,658


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #188 เมื่อ: วันที่ 28 ธันวาคม 2010, 05:32:21 »

ผมอยากเห็นการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง ที่เชียงของนะครับใครมีเอามาแชร์กันหน่อยครับ
IP : บันทึกการเข้า

boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #189 เมื่อ: วันที่ 29 ธันวาคม 2010, 08:40:13 »

บอร์ดททท.ผ่านงบ6พันล้านปี54สิ้นปีเที่ยวคึกคัก

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 28 ธันวาคม 2553




ASTVผู้จัดการรายวัน - บอร์ด ททท.ไฟเขียว กรอบงบประมาณเบื้องต้นประจำปี 2555 วงเงิน 6,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมกับภาคเอกชน วางยุทธศาสตร์ทำงานด้านการท่องเที่ยวร่วมกัน ประเมินผู้ว่าททท.ผ่านฉลุย สิ้นปี ไทย-เทศ เที่ยวไทยคึกคัก

นายวิชัย ศรีขวัญ ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด เห็นชอบกรอบงบประมาณดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2555 ที่วงเงิน 6,000 ล้านบาทเพิ่มจากปีงบประมาณ 2554 ราว 13.2% โดยจะนำเสนอต่อกระทรวงการท่องเที่ยว เพื่อนำเสนอต่อสำนักงบประมาณตามลำดับ

โดยวงเงินดังกล่าว เป็นงบลงทุนเพียง 210 ล้านบาท ที่เหลือแบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายเพื่อการดำเนินงานและเงินเดือนพนักงาน 35% งบสำหรับทำตลาดต่างประเทศ 21% งบทำตลาดในประเทศ 11% และ งบโฆษณาและทำตลาดส่วนกลาง การตลาดออนไลน์และกิจกรรมส่งเสริม 32% โดยมีเป้าหมายเพิ่มรายได้จากปี 2554 แบ่งเป็น ตลาดต่างประเทศเป้าหมายเพิ่ม 5-7% ตลาดในประเทศ เพิ่ม 4-5%

ตั้งคณะทำงานร่วมเอกชน

นอกจากนั้น ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน โดยมีบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน มาร่วมทำงานกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวร่วมกัน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแห่งชาติ 5 ปี (2555-2559)

ประเมินผู้ว่าททท.ผ่านฉลุย

นายวิชัย กล่าวอีกว่า ในการประชุมบอร์ดครั้งนี้ ยังได้มีการประชุมลับ เพื่อประเมินผลการทำงานของนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. ช่วงระหว่าง 1 ม.ค.-30ก.ย.53 ผลการประเมินเบื้องต้น ของ บอร์ด และ บุคคลากรภายในองค์กร นายสุรพล ได้มากกว่า 90 คะแนน อยู่ในขั้นดีมาก อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือ การประเมิน จาก สำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ภาคเอกชน และ บริษัท ทริส
คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท ประเมินผลการทำงาน

“เราประเมินจากหลายตัวชี้วัด เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก ลำดับภาพลักษณ์ประเทศไทยด้านวัฒนธรรม ด้านไมตรีจิต ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยทั้งหมดดังกล่าว ทริส จะเป็นผู้ประเมิน “

ฟุ้งสิ้นปีต่างชาติแห่เที่ยวไทย

ทางด้านนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. กล่าวยอมรับว่า ในส่วนของกรอบวงเงินงบประมาณปี 2555 ที่ขอน้อยลงจากทุกปีจะเสนอขอราว 8,000 ล้านบาท แต่ก็ถูกปรับลด ดังนั้นปีนี้ เราจึงจัดทำงบตามความเป็นจริงที่สุดและอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเฉลี่ยแต่ละปี เกือบทุกองค์กรจะได้รับงบเพิ่มเฉลี่ยที่ 3-5% จึงเห็นว่า 6,000 ล้านบาทเป็นตัวเลขที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความชัดเจนของการทำงาน ที่ประชุมบอร์ด ยังได้มอบหมายให้ ททท.เร่งจัดทำปฎิทินการปฎิบัติงาน ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ เพราะต้องการทราบแผนงานทำงาน ระยะเวลาแล้วเสร็จ รวมถึงการทำงานร่วมกับภาคเอกชน อย่างชัดเจน

สำหรับรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยว ช่วง วันที่ 1-27 ธ.ค. 54 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ด่านสุวรรณภูมิ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1,021,362 คน เพิ่มขึ้น 5.77% โดยช่วงวันที่ 23- 27 ธ.ค. ที่ด่านสุวรรณภูมิ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีเพิ่มสูงถึงวันละ กว่า 4.4 หมื่นคน เข้าสาช่วงปกติของฮซีซั่น ส่วนที่ ด่านภูเก็ต ช่วง 1-26 ธ.ค.54 รวมจำนวน 175,921 คน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 25.81%

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ถึงสิ้นปีจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมมากกว่า 15.3 ล้านคน

ต่างชาติเข้าไทยเพียบช่วงปีใหม่

นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย(ทีเอชเอ) กล่าวว่า ยอดบุคคกิ้งห้องพักโรงแรมช่วงนี้ถึง 1 ม.ค.54 เกือบทุกโรงแรมเฉลี่ยอยู่ที่ 90% โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และ ใต้ ยกเว้นเขตกรุงเทพฯที่มียอดบุ๊คกิ้งที่ 60% เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักธุรกิจ ซึ่งช่วงนี้ได้หยุดพักผ่อนประจำปีไปแล้ว

ทางด้านนายสุรพล ศรีตระกูล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2553 ถึงขณะนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางผ่านสมาคมแอตต้า มีทั้งสิ้น 1.99 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะมีประมาณ 1.5 ล้านคน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสูงสุด คือ จีน เพิ่ม 27% รัสเซีย 107% อินเดีย 34% เกาหลีใต้ 51%และอิหร่าน 47% เป็นต้น แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมยังคงเป็นภาคใต้ ส่วนภาคเหนือแอตต้าก็พยายามโปรโมทอย่างต่อเนื่อง จึงมีบางส่วนที่สนใจเดินทางไปเชียงใหม่ เชียงราย และพิษณุโลก รวมถึงภาคอีสานบางจังหวัด เช่น อุบลราชธานี ขอนแก่น และ สกลนคร

สำหรับตัวเลขคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง ประเทศยอดฮิต ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ เนื่องจากราคาทัวร์ไม่แพงมาก ขณะที่ยุโรปคนไทยไม่ค่อยสนใจไปนักเพราะอากาศหนาวเย็น ประกอบกับข่าวหิมะตกหนัก ทำให้บางคนที่จองทัวร์ไว้ก็ขอยกเลิก

นางสาวมัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายาสมาคมธุรกิจนำเที่ยวภายในประเทศ(สทน.) กล่าวว่า ตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศ ช่วงเทศกาลปีใหม่ มีจำนวนคนไทยจองแพกเกจเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยนิยมเดินทางไปยัง ภาคเหนือตอนบน ตอนล่าง และภาคอีสานตอนบน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นซึ่งคนไทยชื่นชอบ ส่วนทางภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน เช่น พังงา และกระบี่
ยอดจองล่วงหน้ายังไม่ดีนัก เพราะนักท่องเที่ยวคนไทยมีความกังวลกับกระแสข่าวว่าจะเกิดสึนามิ ในพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวคนไทยยกเลิกการจองไปเกือบหมด หากสรุปรวมการท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยช่วงปีใหม่ จะเฉลี่ยอยู่ 70% เท่านั้น จากปกติจะเกิน

http://www.manager.co.th/Daily/ViewN...=9530000182802
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #190 เมื่อ: วันที่ 29 ธันวาคม 2010, 14:02:48 »

เหนือ-อีสานปีใหม่คึกแต่ใต้ยังซึม

29 ธันวาคม 2553 เวลา 10:41 น.

 อากาศหนาวคนแห่เที่ยวปีใหม่ ภาคเหนือ-เขาใหญ่ตรึม แต่ใต้ซบเจอข่าวสึนามิ

น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า ช่วงปีใหม่สถานที่ท่องเที่ยวทั้งภาคเหนือ-เขาใหญ่ดี แต่ภาพรวมทั้งประเทศยังไม่ดี จากข่าวสึนามิที่ภาคใต้ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ยังคึกคักเช่นเดิม ซึ่งยอดจองโรงแรมต่างจังหวัดเต็มเกือบหมด 90% เป็นคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง

ทั้งนี้ อัตราจองโรงแรมวันหยุดคริสต์มาสที่ผ่านมาอยู่ที่ 70-80% ส่วนหนึ่งเพราะยังไม่ใช่วันหยุดยาว แต่ก็ถือว่าน่าพอใจ

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า การท่องเที่ยวปลายปีมีแนวโน้มดีมากจากปัจจัยบวกทั้งเศรษฐกิจ การเมืองที่ดีขึ้น ทำให้อัตราการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น 7-8% คาดว่าช่วงปีใหม่จะมีเงินสะพัดประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อวัน


http://www.posttoday.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b9%8c/67179/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #191 เมื่อ: วันที่ 29 ธันวาคม 2010, 14:03:16 »

คนแห่ชมดอกไม้เชียงรายแน่น!กว่าแสน/วัน


นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เดินทางสัมผัสอากาศหนาว และชมความงามของดอกไม้ ในเทศกาลดอกไม้งาม จ.เชียงราย กว่าแสนคนต่อวัน




นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างเดินทางเข้าชมความงามของดอกไม้เมืองหนาว นานาพันธุ์ ที่กำลังบานรับลมหนาว อย่างสวยงาม ภายในสวนไม้งาม ริมน้ำกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม ครั้งที่ 7 ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นำลงปลูกบนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ เพื่อให้ นักท่องเที่ยว ได้ชมความสวยงามและถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก มีนักท่องเที่ยวเข้าชม ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยวันหนึ่ง ๆ มีนักท่องเที่ยวเข้าชมดอกไม้ มากกว่า 100,000 คน ขณะเดียวกันสภาพอากาศในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย ยังคงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยทางสถานีอุตุนิยมวิทยา จังหวัดเชียงราย รายงานอากาศตรวจวัดอุณหภูมิต่ำสุด ที่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย อยู่ที่ 12.6 องศาเซลเซียส ยอดดอย อยู่ที่ 2-3 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่า อากาศหนาวจัด ในทุกพื้นที่


http://www.innnews.co.th/local.php?nid=261884
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #192 เมื่อ: วันที่ 04 มกราคม 2011, 17:18:56 »

ท่องเที่ยวทั่วไทยฉลองปีใหม่ตลอดเดือนธันวาคม เงินสะพัด 20,000 ล้านบาท

--------------------------------------------------------------------------------

วันอังคาร ที่ 04 ม.ค. 2554    สำนักข่าวไทย 4 ม.ค.- ท่องเที่ยวคึกคักทั่วประเทศ เงินสะพัดฉลองปีใหม่ตลอดเดือนธันวาคมกว่า 20,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้เตรียมคัดกิจกรรมเด่นชวนคนไทยเที่ยวทุกสัปดาห์และตลอดปี เน้นรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน ตลอดจนท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและปลอดภัย

นายธวัชชัย  อรัญญิก  รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศตลอดเดือนธันวาคมจนถึงเทศกาลปีใหม่ปีนี้คึกคักมาก  ภาพรวมตลอดทั้งเดือนเงินสะพัดกว่า 20,000 ล้านบาท ทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ถึงขนาดเที่ยวบินไม่เพียงพอในการรองรับผู้โดยสาร ห้องพักโรงแรมต่าง ๆ เต็มเพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ และฉลองปีใหม่ ซึ่งปีนี้จังหวัดก็มีการจุดพลุเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือก็คึกคักเช่นเดียวกัน ทั้งจังหวัดเชียงราย และแม่ฮ่องสอน เพราะอากาศดี เย็นสบาย ขณะที่ภาคใต้แม้จะมีข่าวลือเกิดสึนามิแต่ก็มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยร้อยละ 75 โดยเฉพาะภูเก็ต สมุย กระบี่ โรงแรมที่พักต่าง ๆ ก็มีนักท่องเที่ยวเข้าพักเต็ม ทั้งนี้ หากปีนี้ ไม่มีข่าวที่กระทบต่อการท่องเที่ยวจะส่งผลให้คนไทยเดินทางมากขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีการเดินทาง 91 ล้านคนครั้ง

นายธวัชชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนการตลาดในประเทศปีนี้ นอกจากการส่งเสริมให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศทั้งแบบขับรถท่องเที่ยวกันเองแล้ว ยังส่งเสริมให้ผ่านบริษัททัวร์เพื่อสนับสนุนบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งพนักงานขับรถ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น มัคคุเทศก์เยาวชน ฯลฯ ตลอดจนเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนร่วมทาง พร้อมกันนี้ยังจะคัดเลือกกิจกรรมเด่น 52 กิจกรรมจากที่กระจายอยู่ทั่วประเทศนับพันกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวทุกสัปดาห์ และตลอด 1 ปีภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน” นอกจากนี้จะร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวให้ความสำคัญเรื่องมาตรฐานรถนักท่องเที่ยวและพนักงานขับรถ เพื่อให้การท่องเที่ยวอย่างมีความสุขและปลอดภัย .-สำนักข่าวไทย


http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/151264.html
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #193 เมื่อ: วันที่ 06 มกราคม 2011, 13:24:37 »

ทัวร์ลาว-R3a ยอดนักท่องเที่ยวทะลุล้าน-เชื่อหลังสะพานโขง 4 เสร็จการค้าลงทุนบูมอีก
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มกราคม 2554 11:20 น.
 
 
 เชียงราย – นักธุรกิจลาวย้ำพร้อมรับสะพานน้ำโขง เผยหลังเส้นทาง R 3 a เสร็จ ทำนักท่องเที่ยวทะลักเข้าลาวผ่านแขวงบ่อแก้วเกินล้านคนแล้ว เชื่อหลังสะพานเสร็จการค้า การลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยวเติบโตอีกมหาศาล
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการและเอกชนเดินทางข้ามฝั่งโขงที่ อ.เชียงของ ไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อพบปะและเจริญสัมพันธไมตรีกับท่านคำมั่น สูนวิเลิด เจ้าแขวงบ่อแก้ว ที่อยู่ติดกับ จ.เชียงราย เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากคณะของแขวงห้วยทรายเป็นอย่างดี และทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ร่วมกับนายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย ได้เชิญคณะจากแขวงบ่อแก้วได้เข้าร่วมงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 16 ที่จะจัดขึ้น 15-17 ม.ค.นี้ ณ สนามบินฝูงบิน 416 ถนนสนามบิน เทศบาลนครเชียงราย
       
       จากนั้นท่านคำมั่นได้ให้คณะฝ่ายไทยเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลแขวงบ่อแก้วและโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมบ้านดอน เมืองห้วยทราย-บ้านทุ่งงิ้ว ต.สถาน อ.เชียงของ
       
       พร้อมกันนั้นคณะของผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้พบกับคณะวิศวกรชาวจีนของบริษัท CR5-KT (China Raiway No.5 Engineering Group) จำกัด ที่ได้นำเครื่องจักร อุปกรณ์และแรงงานเริ่มก่อสร้างโครงสร้างของสะพานอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตามในฝั่ง สปป.ลาว ยังไม่มีการก่อสร้างถนนเชื่อมสะพานเข้ากับเส้นทาง R3A ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้
       
       ขณะที่ฝั่งไทย บริษัทกรุงธนเอ็นจิเนียร์ริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนที่ร่วมทุนกับบริษัท CR5-KT ในการก่อสร้างสะพาน ถนนและอาคารที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการก่อสร้างถนนแยกจากถนนสายเทิง-เชียงของ ไปจนถึงหมู่บ้านทุ่งงิ้วอย่างคึกคักเช่นกัน
       
       นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมโครงการนาคราชนคร ซึ่งเป็นการลงทุนของเอกชนไทยนำโดยบริษัทเอเอซี กรีน ซิตี้ ลาว จำกัด ร่วมทุนกับเกาหลีใต้ พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว สินค้าปลอดภาษี โรงแรม การเกษตร ฯลฯ ครบวงจร บนเนื้อที่ 1,200 ไร่ ภายใต้สัญญาสัมปทานกับรัฐบาล สปป.ลาว 40 ปีและต่อได้อีก 40 ปี แต่การก่อสร้างสะพานได้ออกแบบถนนให้ตัดผ่านโครงการกว่า 120 ไร่ ซึ่งคณะได้รับทราบจากโครงการนาคราชนครว่าปัจจุบันได้มีการปรับตัวด้วยการปรับแบบเพื่อให้เหมาะสมกับถนนที่จะตัดผ่านแล้ว
       
       ด้านท่านสุพอน ปันยาดา ประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นนักธุรกิจด้านการสื่อสารในแขวงบ่อแก้ว กล่าวว่า อดีตที่ผ่านมาการค้าชายแดนด้านห้วยทราย-เชียงของ เป็นการค้าเกี่ยวกับการเกษตรเป็นหลัก แต่ปัจจุบันมีอัตราการขยายตัวมากขึ้น และเชื่อว่าเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งนี้แล้วเสร็จจะทำให้การค้าและการท่องเที่ยวขยายตัวอีกมาก
       
       ในส่วนของฝ่าย สปป.ลาว ก็ได้มีการรองรับด้วยการพัฒนาจุดผ่านสินค้าให้สะดวกและรวดเร็วหรือ Single Window รวมทั้งระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสะพานแห่งนี้คงจะทำให้เกิดการค้าระหว่างไทย-จีน มากขึ้นในส่วนของ สปป.ลาว คงจะได้ประโยชน์ด้านค่าผ่านทาง ภาษีและการท่องเที่ยวเป็นหลัก
       
       ท่านสุพอน กล่าวอีกว่า แม้ว่าการคมนาคมจะสะดวกขึ้นและในปัจจุบันมีการค้าเสรีโดยปลอดอัตราภาษีสินค้ากันมากขึ้น แต่สำหรับ สปป.ลาว ยังถือว่ายังไม่ได้เข้าร่วมกับเขตเสรีอาเซียนหรือ AFTA อย่างเต็มตัวจนกว่าจะถึงปี 2557 ดังนั้นเมื่อการสะพานก่อสร้างเสร็จในปี 2555 ทาง สปป.ลาว ก็คงจะมีการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายลาวและข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ตามขั้นตอน แต่สิ่งที่จะได้รับประโยชน์อย่างทันทีคือเรื่องการท่องเที่ยวหลังจากที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวผ่าน R3A และแม่น้ำโขงไปเยือนแขวงบ่อแก้วเกือบ 1 ล้านคนแล้ว
       
       "ด้านการลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มทุนจีนที่เข้าไปลงทุนในแขวงบ่อแก้วมากกว่ากลุ่มทุนใดๆ รวมทั้งกลุ่มทุนไทย ทั้งโรงแรม ขนส่งสินค้า และด้านการขนส่งสินค้าก็เห็นว่าหลังสะพานก่อสร้างแล้วเสร็จก็คงจะใช้ระบบโลจิสติกส์เดิมคือมีการเปลี่ยนถ่านหัวลากกันที่บ้านนาเตย แขวงหลวงน้ำทา ชายแดน สปป.ลาว-จีนตอนใต้ เพราะรถขนส่งของไทยและจีนบนถนน R3A ไม่เหมือนกัน มีพวงมาลัยและการขับขี่แตกต่างกัน"
       
       ท่านสุพอน กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในอนาคตก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตั้งจุดเปลี่ยนหัวลากที่เมืองห้วยทรายได้ เพราะเมื่อเกิดความแตกต่างกันดังกล่าวทำให้รถบรรทุกจากประเทศไทยประสบปัญหาการขนส่งบนถนน R3A ในเขต สปป.ลาว เพราะขับขี่คนละช่องทางกันขณะที่ของฝ่าย สปป.ลาว และจีนขับขี่ช่องทางเดียวกัน จึงทำให้ที่ผ่านมาเคยเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งหากมีจุดเปลี่ยนหัวลากที่ห้วยทรายก็จะแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้ได้
       
       ท่านสุพอน กล่าวด้วยว่า สำหรับธุรกิจที่จะตามมาจากการก่อสร้างสะพาน คือ ขณะนี้ตนกำลังเจรจาในการเชื่อมสายเคเบิ้ลไฟเบอร์ออฟติกมาจากฝั่งไทย โดยระบบดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้พร้อมๆ กับสะพานที่มีโครงสร้างให้สามารถเชื่อมต่อสายดังกล่าวได้อยู่แล้ว เพื่อให้สามารถใช้การสื่อสารในฝั่ง สปป.ลาว ได้ทั้งระบบดีแทค เอไอเอส ฯลฯ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งแม้ว่าในฝั่ง สปป.ลาว จะใช้การสื่อสารระบบ 3จี ไปแล้วแต่หากเข้าสู่จุดอับบางจุดก็จะได้ใช้ระบบ 2จีนที่ใช้ในฝั่งไทยทดแทนได้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการอำนวยความสะดวกมากที่สุดต่อไป       
       รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าสำหรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของรัฐบาลไทย-สปป.ลาว-จีน เพื่อเชื่อมแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างรวม 44,815,322.13 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าจ้างที่ปรึกษารวม 2,540,366.10 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,400 ล้านบาทโดยรัฐบาลไทยและจีนเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายประเทศละ 50% กำหนดเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธ.ค.2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน
 
 
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000000574
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #194 เมื่อ: วันที่ 06 มกราคม 2011, 16:54:39 »

จี้กระทรวงท่องเที่ยวยกเครื่อง แก้ระบบเก็บสถิติ-เพิ่มแหล่ง รับปีกระต่ายบูม
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มกราคม 2554 22:34 น.
 
 
 
 
 
       ถึงเวลากระทรวงการท่องเที่ยว ต้องเร่งปรับตัวเอง ก้าวทันการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เอกชนย้ำได้เวลายกเครื่องการทำงาน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เน้น พัฒนาเพิ่มแหล่งท่องเที่ยว เปิดกว้างการลงทุน การจัดทำระบบเก็บสถิติ แก้ปัญหาสมองไหล ปรับปรุงประสิทธิภาพบุคคลากร ใช้ภูมิศาสตร์ที่ตั้งประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด
       
       แนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศไทย ซึ่งปี 2554 มีลุ้น ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะทำได้ถึง 16-17 ล้านคน เงินสะพัดกว่า 6 แสนล้านบาท เป็นผลการโตต่อเนื่องจากปี 53 ที่ทะลุเป้าหมายไปปิดมากกว่า 15 ล้านคน
       
       ****เร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามโครงข่ายคมนาคม****
       ปัจจัยเกื้อหนุนที่ทำให้ไทยมีความโดดเด่น จากประเทศอื่นๆ และถึงเวลาแล้ว ที่รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยว ควรหันมาเอาจริงเอาจังกับการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ คือ ความได้เปรียบด้านภูมิศาตร์ ที่ตั้งประเทศ ที่เป็นจุดศูนย์กลางของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นได้จากความเป็นฮับด้านการบิน ทั้งโลว์คอสต์แอร์ไลน์ และ สายการบินจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ต่าง เข้ามาจับจองเปิดเส้นทางบินมาประเทศไทยทั้งที่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ นอกจากนั้นสายการบินโลว์คอสต์ อย่างไทยแอร์เอเชีย ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ที่มาเลเซีย ยังเข้ามาจับจอง เปิดเส้นทางบิน เชื่อมระหว่างประเทศ และ เชื่อมหัวเมืองใหญ่ อย่าง อุบลราชธานี อุดรธานี เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
       
       รวมถึงโครงการถนน R3 ซึ่งเมื่อดูจากแผนที่จะตอบโจทย์ ได้ดีที่สุด เพราะเป็นถนนที่เชื่อมต่อ จีนตอนใต้ พม่า ลาว และ ไทย และ ถนนสายอีสท์เวส อิโคโนมิค ดอริคอ หรือ ถนนสายตะวันตก-ตะวันออก ซึ่งเชื่อมต่อถนนที่มาจากพุกาม ประเทศพม่า ตรงชายแดนที่ จ.ตาก มาผ่าน จ.สุโขทัย และไปสุดปลายทางที่ จ.มุกดาหาร เพื่อเชื่อมต่อไปหลวงพระบาง และเว้ และ ยังมีถนนจากจังหวัดสุโขทัย มุ่งตรงไป อุบลราชธานี เชื่อมเข้าสู่นครวัด ประเทศกัมพูชา พร้อมโครงการความร่วมมือ ACMECS (Ayeawady-Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy) ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสังวาลย์มรดกแห่งเอเชีย (Heritage Necklace of Asia) จึงถึงเวลาแล้ว ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและหน่วยงานเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวจะต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ในเส้นทางดังกล่าว เพื่อรองรับการมาเยี่ยมเยียนของนักท่องเที่ยวกลุ่มประชาคมอาเซียน ซึ่งมีจำนวนเกือบ 600 ล้านคน
       
       ****เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่-ฟื้นแหล่งเก่า****
       เสียงเรียกร้องจากภาคเอกชน ทั้งจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กลุ่มสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย(เฟตต้า) ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งประเทศ ที่ต้องการให้ภาครัฐ โดยเริ่มจากกระทรวงการท่องเที่ยว เร่งยกเครื่องเรื่องการทำงาน หันมาบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบวางแผนรับมือการท่องเที่ยวของไทยที่จะเติบโตต่อไปในอนาคตให้ได้อย่างยั่งยืน และรับมือกับการแข่งขันในเวทีอาเซียน เร่งพัฒนา เปิดแหล่งท่องเที่ยว ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม จัดระบบการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว รองรับการขยายตัวของจำนวนนนักท่องเที่ยว เปิดกว้างให้ผู้สนใจลงทุนเมกกะโปรเจกต์
       
       ****ตบเท้าจี้ ก.ท่องเที่ยวเร่งทำระบบเก็บสถิติ****
       อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การจัดทำระบบการจัดเก็บสถิตินักท่องเที่ยว แบบเจาะลึกทั้งจำนวนและการใช้จ่าย เพื่อให้รู้ถึง พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแบบเจาะลึก จพได้นำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงตามไลฟ์สไตล์ แม้การจัดเก็บสถิติจะโอนย้ายจาก ททท.มาอยู่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวเกือบ 3 ปี แต่ การทำงานก็ยังไม่คืบหน้า มีเพียงการเก็บตัวเลขแบบหยาบๆ จากด่านตรวจคนเข้าเมือง ทำให้ข้อมูลที่ได้ขัดแย้งกับสมาคมโรงแรม และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ที่ทิ้งห่างกันอยู่เป็นหลักล้านคน โดยตัวเลขของกระทรวงฯมักจะมากกว่าเป็นล้านคน ก่อเกิดปัญหาการลงทุนสร้างโรงแรมในบ้างพื้นที่ถึงกับโอเวอร์ซัพพลาย เช่น กรุงเทพฯ และ เชียงใหม่
       
       ***ข้อมูลเชิงลึกเครื่องมือสำคัญของการทำตลาด***
       ด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. พูดในประเด็นนี้ว่า ต้องการให้สถิตินักท่องเที่ยวมีมิติในเชิงลึกมากขึ้นทั้งนักท่องเที่ยวต่างประเทศและนักท่องเที่ยวคนไทยเที่ยวในประเทศ เพื่อประโยชน์ของการเป็นข้อมูลใช้ตัดสินใจด้านการกำหนดแผนการทำตลาด ข้อมูลสำคัญ และจะมีประโยชน์อย่างยิ่งกับ ททท. คือเรื่องของ อายุ เพศ วัย การศึกษาและพฤติกรรมการท่องเที่ยวและการคำนวนการใช้จ่าย ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวคนไทย โดยหากข้อมูลเหล่านี้สามารถมีการจัดเก็บได้อย่างมีระบบ ไม่แค่ททท.เท่านั้นจะได้ใช้ประโยชน์ แต่ภาคเอกชนในธุรกิจท่องเที่ยวก็สามารถนำข้อมูลที่ได้นี้ไปกำหนดแผนธุรกิจของตัวเองได้เช่นกัน
       
       สิ่งที่เอกชนต้องการเห็น คือ การเร่งสานต่อโครงการทัวริสซึ่ม แซทเทอไรท์ แอคเคาท์ (TSA) ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้ทราบรายได้ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ตกอยู่ในประเทศจริงๆ รวมถึง การจำแนก กลุ่มและพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ให้ชัด
       
       ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) กล่าวว่า ถึงเวลาที่ภาครัฐต้องยกเครื่องการทำงาน เพื่อเอื้อให้เอกชนท่องเที่ยวได้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน หลังจากที่เอกชนเอง ได้หาวิธีช่วยเหลือกันเองมาโดยตลอด เพื่อจะได้เป็นสัญญาณส่งถึงผู้ประกอบการโรงแรม และธุรกิจท่องเที่ยว ที่ต้องการขยายการลงทุน ได้ใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการเกิดโอเวอร์ซัพพลาย
       
       ***ก.ท่องเที่ยวสมองไหลย้าย-ลาออก ***
       ถึงวันนี้ คงเป็นภาระกิจด้านนโยบาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องเข้ามาปรับปรุงแก้ไขอย่างจริงจัง หรือจะรอให้ภาคเอกชนต้องออกมาพูดกันสักกี่ครั้งว่า"ควรยุบกระทรวงการท่องเที่ยวนี้ไปเสีย" เพราะ นั่นเป็นคำพูดที่สะท้อนออกมาถึงความอัดอั้น ว่าการมีกระทรวงท่องเที่ยวมานาน 9 ปีแล้วแต่ไม่สามารถช่วยกันสร้างสรรอุตสาหกรรมนี้ให้แข็งแกร่งอย่างเป็นระบบได้ หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเป็นไปตามธรรมชาติและวงจรของการท่องเที่ยว การทำงานของเอกชน และ ททท. เท่านั้นหรือไม่ ทุกวันนี้ สถานการณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กำลังอยู่ในช่วง"สมองไหล" คือ คนที่ทำงานเป็นและเก่ง กลับอยู่ไม่ได้ จะด้วยเพราะไม่ได้รับการเติบโตในการทำงาน หรือด้วยเหตุใดไม่ทราบได้ หลายฝ่าย หลายกอง ที่มีบุคคลากรขอย้าย ขอลาออก กันเป็นใบไม้ล่วง แต่ที่สำคัญ กลับปล่อยให้ตำแหน่งนั้นๆ ว่างอยู่นาน ไม่รู้ พณฯท่าน ชุมพล ศิลปอาชา รมว.กระทรวงการท่องเที่ยว รับรู้หรือไม่ หรือใส่เกียร์ว่างไว้ก่อน เป็นเพียงร่างทรงการทำงานเท่านั้น

 
 
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #195 เมื่อ: วันที่ 09 มกราคม 2011, 07:05:25 »

จีนวาดแผนสร้างทางรถไฟเชื่อมโลก พม่ากลายเป็นศูนย์กลางโยงอินเดีย-อุษาคเนย์
ต่างประเทศ 9 มกราคม 2554 - 00:00

   พม่ากำลังกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ที่เชื่อมโยงจีนกับอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโครงสร้างทางรถไฟหลายสาย เส้นทางเหล่านี้จะกลายเป็นโครงข่ายการคมนาคมของเอเชียในอนาคตอันไม่ไกลนัก
     ตามรายงานของ Bian McCarton ในเอเชียไทมส์ออนไลน์ จีนมีแผนที่จะสร้างทางรถไฟหลายสายเชื่อมโยงพื้นที่แถบตะวันตกเฉียงใต้ของจีนไปยังเมืองท่าต่างๆ ในพม่า และต่อไปยังอุษาคเนย์กับเอเชียใต้ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมโยงเมืองคุนหมิงกับท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งกำลังก่อสร้างที่เมืองจ้าวผิ่ว (Kyaukpyu) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ทางฝั่งตะวันตกของพม่า
     คาดว่าเส้นทางรถไฟยูนนาน-พม่าสายนี้จะสร้างเสร็จในปี 2015 และจีนก็กำลังจะสร้างท่าเรือและเขตอุตสาหกรรมที่นั่นด้วย เพื่อเป็นช่องทางส่งออกสินค้าจากเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจีนซึ่งไม่มีทางออกทะเล รวมทั้งเป็นจุดขนถ่ายน้ำมันและก๊าซ
     ทางรถไฟอีกสายหนึ่งมีความยาว 1,920 กม. เชื่อมเมืองคุนหมิงกับเมืองท่าย่างกุ้ง ซึ่งจะเป็นการขยายเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ซึ่งมีอยู่แล้ว เส้นทางนี้จะเชื่อมไปถึงท่าเรือแห่งใหม่ที่ทวายในภาคใต้ของพม่า แล้วต่อไปก็จะมีเส้นทางเชื่อมระหว่างทวายกับกรุงเทพฯ
     เส้นทางสายที่สามจะตัดผ่านรัฐฉานของพม่า โดยเชื่อมเมืองคุนหมิงกับเชียงราย แล้วเชื่อมจากเชียงรายเข้าสู่โครงข่ายรถไฟในไทย เส้นทางสายนี้และเส้นทางที่กำลังสำรวจในลาว จะเป็นเส้นทางขนส่งทางรถไฟระหว่างจีน กัมพูชา ไทย และสิงคโปร์
     นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนจะสร้างอีก 2 เส้นทาง เชื่อมโยงเมืองต้าลี่ในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กับเมืองมิตจีนาและลาโชของพม่า ทั้งสองเมืองของพม่านี้เป็นชุมทางการค้าและต้นทางรถไฟ
     เมื่อสร้างเสร็จ เส้นทางเหล่านี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับพม่า และบูรณาการเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้
     เวลานี้จีนได้ดำเนินโครงการต่อขยายเส้นทางรถไฟจากความยาว 78,000 กม.ในปัจจุบันให้เป็น 110,000 กม.ในปี 2012 และเป็น 120,000 กม.ภายในปี 2020 ใช้เงินราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ เวลานี้มีความคืบหน้าไปครึ่งหนึ่งแล้ว เป้าหมายคือทำให้เมืองใหญ่ของจีนทุกแห่งเชื่อมถึงกันหมดด้วยรถไฟความเร็วสูง ซึ่งแล่นได้ 200 กม./ชม.
     พม่าได้กลายเป็นทำเลสำคัญในแผนการของจีนที่จะใช้รถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีนเข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป เส้นทางตามแผนเหล่านี้เป็นสิ่งที่คิดกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 แล้ว เรียกว่าทางรถไฟสายทรานส์เอเชีย หากสร้างสำเร็จก็จะเป็นโครงการสาธารณูปโภคที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์
     เส้นทางจะวางแนวพาดผ่านจุดไหนบ้างนั้นยังไม่ชัดเจน แต่มีทิศทางใหญ่ 3 ด้าน คือ เส้นทางสายเหนือจะผ่านมองโกเลีย คาซัคสถาน รัสเซีย ยูเครน ไปเชื่อมกับโครงข่ายรถไฟของยุโรป
     เส้นทางตอนกลางจะผ่านพม่า บังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน ไปยังตุรกี และเส้นทางสายใต้จะเชื่อมโยงพม่ากับสิงคโปร์ โดยผ่านพม่า ลาว เวียดนาม และไทย ตอนนี้จีนมีเส้นทางรถไฟเชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แค่สายเดียวไปยังเวียดนาม
     อุปสรรคใหญ่ข้อหนึ่งของโครงการนี้ คือ จีนยืนกรานจะใช้รางที่มีความกว้างเท่ากับรางของรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีน แต่ระบบรางของพม่าและประเทศอุษาคเนย์อื่นๆ นั้นมีขนาดไม่เท่ากัน จำเป็นต้องเปลี่ยนรางหรือวางรางใหม่ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ ต้นทุนสูง แล้วจะแบ่งกันแบกรับต้นทุนนี้อย่างไร
     จีนเสนอจะออกเงินสร้างทางรถไฟสายใหม่และปรับปรุงรางเดิมให้พม่า โดยแลกกับการได้สัมปทานทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เช่น น้ำมัน ก๊าซ และน้ำ
     นอกจากเป็นเส้นทางส่งออกสินค้าจากเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจีนแล้ว ทางรถไฟเหล่านี้ยังจะเป็นเส้นทางขนส่งทรัพยากรพลังงานจากตะวันออกกลางและแอฟริกาด้วย ท่าเรือน้ำลึกที่เมืองคอกซ์บาซาร์ในบังกลาเทศและจ้าวผิ่วกับทวายในพม่าจะช่วยย่นระยะทางของการส่งน้ำมันทางทะเลจากตะวันออกกลางและแอฟริกาได้เกือบครึ่ง
     ท่าเรือและทางรถไฟดังกล่าวยังจะช่วยหลีกเลี่ยงเส้นทางขนส่งอันคับคั่งในช่องแคบมะละกาได้ด้วย เวลานี้ราว 80% ของพลังงานนำเข้าของจีนต้องพึ่งพาเส้นทางช่องแคบดังกล่าว และหากสหรัฐเกิดขัดแย้งกับจีน อเมริกาอาจปิดกั้นเส้นทางนี้ก็เป็นได้ ดังนั้น สาธารณูปโภคเหล่านี้จึงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สำหรับจีน
     ที่ผ่านมา จีนกับบังกลาเทศได้หารือกันถึงเรื่องการเชื่อมทางรถไฟระหว่างเมืองคุนหมิงกับท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่คอกซ์บาซาร์โดยผ่านพม่า ยังไม่มีการลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับธากา แต่คาดว่าเส้นทางความยาว 111 กม.นี้จะผ่านภาคตะวันออกของบังกลาเทศไปยังเมืองกันดัมในพม่า โดยอาจเชื่อมกับโครงข่ายรถไฟเดิมของพม่า หรือเชื่อมกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายใหม่
     รัฐบาลธากามีความสนใจที่จะสร้างเส้นทางรถไฟไปยังชายแดนพม่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2010 ธากาได้ประกาศแผนจะสร้างทางรถไฟไปยังพรมแดนด้านพม่าภายในปี 2014 ด้วยเงินลงทุน 260 ล้านดอลลาร์
     อย่างไรก็ดี ในช่วงสองสามปีมานี้ ความสัมพันธ์ของพม่ากับบังกลาเทศไม่ราบรื่นนักเพราะมีข้อพิพาทเรื่องพรมแเดน เรื่องผู้ลี้ภัยมุสลิมโรฮิงยาจากพม่า เรื่องการลักลอบขนของเถื่อน และเรื่องกรรมสิทธิ์เหนือแหล่งน้ำมันและก๊าซในทะเล
     ทางด้านอินเดียนั้นก็ไม่อยากน้อยหน้าจีนในเรื่องการสนับสนุนเงินทุนสร้างทางรถไฟในพม่า นิวเดลีได้เปิดไฟเขียวให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ 60 ล้านดอลลาร์แก่พม่าในโครงการสร้างทางรถไฟ การปล่อยเงินกู้ดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ของพม่าไปเยือนกรุงนิวเดลี และพบหรือกับนายกรัฐมนตรีมันโมฮัน ซิงห์ เมื่อเร็วๆ นี้
     การให้ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือแม่โขง-คงคา ซึ่งจะเชื่อมทางรถไฟจากนิวเดลีไปยังกรุงฮานอย เมื่อปี 2000 อินเดียได้ลงนามข้อตกลงโครงการนี้กับไทย ลาว พม่า เวียดนาม และกัมพูชา โดยอินเดียได้เปิดวงเงินกู้ 56 ล้านดอลลาร์ให้แก่พม่าเพื่อสร้างทางรถไฟในภาคกลางและภาคตะวันตกเฉียงเหนือ และอินเดียยังช่วยปรับปรุงเส้นทางรถไฟสายย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์ด้วย
     ในการเชื่อมทางรถไฟของอินเดียกับพม่านี้ การรถไฟอินเดียได้ลงมือตระเตรียมที่จะขยายรางรถไฟจากเมืองจิริบัมในรัฐมณีปุระไปยังเมืองโมรีที่ชายแดนพม่า เส้นทางนี้จะเชื่อมต่อไปยังต้นทางรถไฟที่เมืองเซกยีในเขตสะกายของพม่า และต่อไปยังเมืองทามูที่ชายแดนพม่า-อินเดีย
     เส้นทางรถไฟอินเดีย-พม่าจะเป็นประโยชน์แก่การขนส่งสินค้าระหว่างอินเดียกับจีนด้วย มูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งสองได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เวลานี้จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอินเดีย มูลค่าการค้าได้เพิ่มเป็น 60,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว
     แม้จีนกับอินเดียได้แข่งอิทธิพลกันในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในพม่า เศรษฐกิจของประเทศทั้งสองกำลังพึ่งพากันและกันมากขึ้นเรื่อยๆ แม้อินเดียจะขาดดุลการค้ากับจีนก็ตาม
     การที่พม่ากำลังกลายเป็นศูนย์กลางเส้นทางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคเช่นนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อพม่าเอง ต่อความสัมพันธ์ของพม่ากับเพื่อนบ้าน และต่อความเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ ทั้งจีน อินเดีย สหรัฐ ยุโรป คือโจทย์ใหม่ที่ชวนติดตาม.


http://www.thaipost.net/sunday/090111/32574
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #196 เมื่อ: วันที่ 10 มกราคม 2011, 14:26:43 »

เชียงราย - กลุ่ม “ดอกงิ้วคำ” จากจีน เดินหน้าปลุกปั้นกาสิโนยักษ์ และสารพัดโครงการ พร้อมสร้างชุมชนใหม่ริมน้ำโขงฝั่ง สปป.ลาว แถบสามเหลี่ยมทองคำต่อเนื่อง คาดอีก 10 ปีเสร็จสมบูรณ์ มีคนเข้าอยู่ไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ฝันเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขงตอนบน ล่าสุดกลุ่มห้างสรรพสินค้าจากไทยขอเอี่ยวเปิดห้างด้วย



       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 8-9 ม.ค.ที่ผ่านมา สมาคมท่องเที่ยวเชียงรายนำโดย นายอภิชา ตระสินธ์ นายกสมาคมฯ ได้นำคณะกรรมการจัดทำโครงการเยี่ยมเยียนสมาชิกสมาคมฯ พื้นที่ อ.เชียงแสน และได้ข้ามไปเยี่ยมชมกิจการของโรงแรมโกลเด้นไทรแองเกิ้ลพาราไดซ์รีสอร์ท ซึ่งอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ ฝั่งเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ก่อนข้ามไปเยี่ยมชมโครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว )ซึ่งกลุ่มดอกงิ้วคำ จากประเทศจีนเข้าไปเช่าจากรัฐบาล สปป.ลาว เป็นเวลา 99 ปี บนเนื้อที่กว่า 7,500 ไร่
       
       ทั้งนี้ พบว่า โครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development มีการพัฒนาคืบหน้าต่อเนื่อง โดยมีการตัดถนนภายในโครงการด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กจนครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ รวมทั้งเชื่อมถนนจากโครงการไปเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ต่อกับถนน R3a ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ รวมทั้งมีอาคารสถานที่ต่างๆ มากขึ้น
       
       โดยเฉพาะอาคารกาสิโนหลังใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ติดหลังเดิมและโรงแรมขนาด 700 ห้อง ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม หลังคาบนสุดเป็นทรงมงกุฎสามารถมองเห็นได้อย่างโดดเด่น ภายในมีความกว้างขวางและมีนักนักท่องเที่ยวเข้าไปเล่นการพนันต่างๆ อยู่เต็ม ขณะที่ภายในมีห้องอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย
       
       นอกจากนี้คณะได้เข้าพบนายจ้าว เหว่ย ประธานบริษัทจินมูเหมิน จำกัด ที่รับผิดชอบโครงการนี้ รวมทั้งฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าโครงการฯ จากนายเจิ้น ซิน หัวหน้าบัญชีและการประชาสัมพันธ์โครงการฯ โดยนายเจิ้น ได้ระบุว่า โครงการมีกำหนดจัดงานเทศกาลดอกงิ้วบานระหว่างวันที่ 27 ม.ค.-2 ก.พ.นี้ ณ เกาะดอนซาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโดยภายในงานมีการแสดงทางวัฒนธรรมและบันเทิงต่างๆ มากมาย
       
       นายเจิ้น กล่าวว่า โครงการให้ความสำคัญต่อการท่องเที่ยวมาก และเห็นว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากประเทศไทยมีความสำคัญ สามารถร่วมมือกับโครงการในการพัฒนาการท่องเที่ยวได้อีกมาก ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการได้แบ่งการพัฒนาออกเป็น 5 โซนคือโซน A เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเน้นด้านการค้า พาณิชยกรรม กาสิโน ฯลฯ โซน B เป็นกิจการท่าเรือ โซน C เป็นกิจการด้านวัฒนธรรม โซน D เป็นกิจการด้านโบราณสถาน และโซน E เป็นเขตการท่องเที่ยวธรรมชาติ มุ่งเป็นศูนย์กลางเส้นทางการท่องเที่ยวจากไทย-สิบสองปันนา และหลวงพระบาง รวมทั้ง จ.เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ของประเทศไทยด้วย
       
       "อีกประมาณ 10 ปีโครงการก็จะเสร็จสมบูรณ์และจะมีประชากรในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นถึงกว่า 200,000 คน และเราเห็นว่าด้านการท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาพื้นที่นี้มาก ปัจจุบันก็คืบหน้าไปอย่างต่อเนื่องทั้งการเกษตร โรงแรม บ่อนคาสิโน ฯลฯ ล่าสุดห้างสรรพสินค้าเอดิสัน จากประเทศไทย ก็เตรียมจะไปเปิดกิจการในโครงการ ขณะเดียวกันมีกลุ่มทุนจีนหลายกลุ่มสนใจเข้าไปลงทุนแต่ปัจจุบันบริษัทเรายังเป็นรายใหญ่ที่สุดในโครงการ" นายเจิ้น กล่าว
       
       สำหรับการพัฒนาเขตการท่องเที่ยวในโครงการนี้ได้แบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่โซน 1 จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับขุนส่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับชายแดนด้านนี้ โซน 2 เกาะดอนซาวโดยเกี่ยวข้องกับดอกงิ้วและตลาดสินค้าชายแดน โซน 3 ชุมชนพม่าโดยจัดให้เป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับชาวพม่า 4.โบราณสถานอาณาจักรสุวรรณโคมคำ โซน 5 ท่าเรือบ้านมอม ซึ่งมีตลาดและชุมชนชาวลาวด้วย และโซน 6 ธรรมชาติของสวนป่าและไม้ดอกไม้ประดับ
       ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการได้ร่วมกับบริษัทท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนเข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันการพัฒนาทุกโซนคืบหน้าอย่างต่อเนื่องและอยากให้เอกชนไทยเข้าไปลงทุนในโครงการร่วมกัน
       
       ด้านนายอภิชา กล่าวว่า โครงการลงทุนของกลุ่มทุนจีนนี้ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงชายแดนด้านเชียงราย อย่างแน่นอน ดังนั้น สมาคมฯ จึงต้องเข้ามามีบทบาทในความร่วมมือดังกล่าว ทั้งนี้ได้รับแจ้งว่าปัจจุบันโครงการคืบหน้าไปแล้วกว่า 30-40% แต่ก็มีผลถึงขนาดนี้โดยมีคนไทยเดินทางข้ามไปทำงานเป็นจำนวนมากและมีการใช้วัสดุจากฝั่งไทยมากมาย หากโครงการแล้วเสร็จก็ย่อมมีผลอย่างมากเช่นกัน

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000002426
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #197 เมื่อ: วันที่ 12 มกราคม 2011, 15:15:52 »

ปชช.แห่เที่ยวเชียงรายเฉลี่ยวันละ2แสนคน
 
 
ผู้อำนวยการท่องเที่ยว จ.เชียงราย ระบุ ปีนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ เฉลี่ยวันละ 2 แสนคน มากกว่าปีที่แล้ว 2 เท่าตัว โดย ภูชี้ฟ้า ยังสร้างความประทับใจสูงสุด



นายพรหมโชติ ไตรเวช ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จ.เชียงราย ได้สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุด เริ่มตั้งแต่เริ่มต้นฤดูหนาว จนถึงขณะนี้โดยมีนักท่องเที่ยว เข้ามาท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละ 200,000 คน โดยแหล่งท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวสนใจมากที่สุด คือ เทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม ที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมถึงวันละ 130,000 คน รวมระยะเวลา 10 วัน ของการจัดงาน รองลงมา คือ วัดร่องขุ่น และโครงการพัฒนาดอยตุง ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวประทับใจมากที่สุด คือ ภูชี้ฟ้า คือ ได้ชมทะเลหมอกยามเช้า และพระอาทิตย์ขึ้น รวมไปถึงการสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย กล่าวอีกว่า ซึ่งในปีนี้ถือว่า มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว จ.เชียงราย มากกว่าปีที่ผ่านมา ถึง 2 เท่าตัว
 
 http://www.innnews.co.th/local.php?nid=264062
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #198 เมื่อ: วันที่ 12 มกราคม 2011, 23:39:31 »

กษตรฯลงนามจีนส่งผลไม้ผ่านเส้นทางอาร์3

12 มกราคม 2554 เวลา 15:54 น.

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมลงนามกับจีน เปิดเส้นทาง R3 หลังครม.อนุมัติ คาดส่งผลตลาดสินค้าเกษตรขยายการส่งออก

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่ากระทรวงเกษตรฯเตรียมเดินทางไปลงนามในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการตรวจสอบและกักกันโรคสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและจีน จำนวน 23ชนิด โดยเส้นทางสาย R3 เชียงของ-โม่หาน ระยะทาง 1,104 กม.ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรฯลงนามเนื่องจากไม่เข้ามาตรา 190

ทั้งนี้ได้มอบหมายจะให้ นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ ผอ.สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) ไปลงนามกับอธิบดีควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรค(AQSIQ) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้มีผลในการดำเนินการก่อนฤดูผลไม้ไทยจะออกมากในเดือนเม.ย.ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณการส่งออกและความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของประชาชนสองประเทศที่ดีขึ้น

http://www.posttoday.com/%e0%b8%82%e...8%a3%e0%b9%8c3

IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
miyoko
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,264



« ตอบ #199 เมื่อ: วันที่ 14 มกราคม 2011, 18:33:18 »

แวะมาอ่านดูค่ะ น่าสนใจมาก
IP : บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ... 35 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!