เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 23 ตุลาคม 2019, 18:32:57
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, : 1100 Km. :, ©®*)
| | |-+  +++กระทู้ติดตามรถไฟเชียงราย +++
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ... 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 [22] พิมพ์
ผู้เขียน +++กระทู้ติดตามรถไฟเชียงราย +++  (อ่าน 136441 ครั้ง)
dugdig
คนเราจน-รวย-โง่-ฉลาด ก็เป็นคน
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 578



« ตอบ #420 เมื่อ: วันที่ 10 สิงหาคม 2018, 22:03:46 »

สร้างมาขนส่งอะไร สพานเชียงของสร้างเสร็จ สภาพเชียงของตอนนี้การค้าขายOK สร้างทางรถไฟมา แต่ทางรถไฟลาวไม่มีทางเชื่อม สร้างขนส่งคน ใครนั่งรถไฟไปกทมบ้าง เรือขนสินค้จากจีนจบที่เชียงแสน เข้าลาวไม่ได้ ติดแก่ง จีนเขามาสำรวจคนเชียงของก็รักธรรมชาติกะNGOเอาเรือไปไล่เขา จีนจะขนสินค้าไปขายฟืลลิปิน-มาเลย์-อินโด ประเทศที่ไม่ค่อยถูกกะอเมริกา ตลาดกลุ่มนี้จำนวนมหาศาลสุดท้าย สร้างจากจีนเข้าลาววังเวียง-เวียงจันทร์ (การปกครองแบบเดียวกัน)ออกหนองคาย ขามาขนของมาขากลับขนวัถุดิบจากลาว จีนลงทุน แถมมีถนนลาวไปจีน ส่วนของเรา ลงทุนเอง จะขนอะไรคน/สินค้า มีอะไรให้ขนคุ้มค่าไหม โครงการเส้นทางนี้มีเสนอตั้งแต่สมัยจอมพลป. เหมือนสพานเชียงของข้ามลาว คิดตั้งแต่สมัยท่านชาติชาย สร้างใน25ปีต่อมา สภาพเชียงของ/แม่สายตอนนี้คึกคักขนาดไหน คนเชียงแสนเห็นฝั่งคิงส์โรมาน สร้างตึกขยายขนาดไหน ของเรา หาเงินมาจ่ายค่าเวรคืนได้แล้วค่อยว่ากันครับ
IP : บันทึกการเข้า

คนเรา เดี๋ยวก็ตาย ใช้เวลาทุกนาทีให้มีความสุข นะจ๊ะจะบอกให้
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #421 เมื่อ: วันที่ 09 กุมภาพันธ์ 2019, 10:46:42 »

ลงพื้นที่เวนคืน 4 จังหวัดเหนือ สร้างรถไฟทางคู่สายมาราธอน เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

วันที่ 30 January 2019 - 08:22 น.


นับจากปี 2503 ถึงปี 2562 เข้าสู่ปีที่ 59 ที่โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” ที่ได้ยินชื่อกันมานานจะได้มีการลงเสาเข็มอย่างจริงจัง

หลังจาก “ครม.-คณะรัฐมนตรี” อนุมัติให้ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” เปิดประมูลก่อสร้างเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ล่าสุด “ร.ฟ.ท.” กำลังจ้างที่ปรึกษาสำรวจพื้นที่ที่จะเวนคืน เพื่อตรวจสอบจำนวนผู้ที่จะถูกเวนคืนจะตรงกับที่เคยศึกษาไว้หรือไม่ ก่อนจะออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน



ที่สำคัญ เป็นการปรับปรุงข้อมูลให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน ไม่ให้ซ้ำรอยมอเตอร์เวย์สาย “บางใหญ่-กาญจนบุรี” ที่ติดหล่มค่าเวนคืนพุ่งพรวดจาก 5,420 ล้านบาท ทะลุ 14,000 ล้านบาท จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ฉุดการก่อสร้างล่าช้าจากแผนร่วมปี

ในการประชุม “ครม.สัญจร” ที่ จ.เชียงราย เมื่อปลายเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ย้ำหนักแน่น รถไฟทางคู่สายนี้จะเริ่มก่อสร้างในปี 2563 ส่วนจะเป็นไปตามนี้หรือไม่ ยังต้องลุ้น

สำหรับรายละเอียดของโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มีระยะทาง 323 กม. ใช้เงินลงทุน 85,345 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 72,927 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษา 1,764 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน 10,660 ล้านบาท ซึ่งค่าเวนคืนเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เมื่อปี 2554 ประมาณ 6,852 ล้านบาท ตามแผนจะใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี ซึ่ง ร.ฟ.ท.ตั้งเป้าจะเริ่มสร้างในปี 2562 เสร็จปี 2565 แต่ดูแนวโน้มแล้ว ฤกษ์ตอกเข็มคงจะขยับไปเป็นปี 2563 แล้วเสร็จในปี 2566 เพราะจนถึงขณะนี้ พ.ร.ฎ.เวนคืนก็ยังไม่ประกาศ การเปิดประมูลก็ยังไม่ได้เริ่มตั้งไข่ เพราะเป็นรถไฟที่ต้องเปิดพื้นที่สร้างใหม่ อาจจะใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างนาน จึงทำให้ไทม์ไลน์อาจจะขยับออกไปอีก

ทั้งนี้ ในผลการศึกษาจะมีเวนคืน 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย โดยแนวเส้นทางจะเริ่มต้นที่สถานีเด่นชัย จ.แพร่ มุ่งไปทางทิศเหนือ ผ่าน จ.ลำปาง พะเยา และเชียงราย สิ้นสุดที่ด่านพรมแดนเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งพื้นที่เวนคืนจะมีเขตทางกว้าง 50 เมตร มีทั้งหมด 7,292 แปลง และที่ดิน 9,661 ไร่



ได้แก่ จ.แพร่ มี อ.เด่นชัย 2 ตำบล ที่ ต.เด่นชัย ต.ปงป่าหวาย, อ.สูงเม่น 6 ตำบล มี ต.น้ำชำ ต.สูงเม่น ต.พระหลวง ต.สบสาย ต.ดอนมูล ต.ร่องกาศ, อ.เมืองแพร่ มี 7 ตำบล มี ต.นาจักร ต.กาญจนา ต.เหมืองหม้อ ต.ทุ่งกวาว ต.ทุ่งโฮ้ง ต.แม่หล่าย ต.แม่คำมี, อ.สอง มี ต.หัวเมือง ต.แดนชุมพล ต.ทุ่งน้าว ต.ห้วยหม้าย ต.บ้านหนุน ต.บ้านกลาง, อ.หนองม่วงไข่ มี ต.หนองม่วงไข่, จ.ลำปาง อ.งาว มี 7 ตำบล มี ต.แม่ตีบ ต.หลวงใต้ ต.บ้านแหง ต.หลวงเหนือ ต.นาแก ต.ปงเตา และ ต.บ้านร้อง,จ.พะเยา มี อ.เมืองพะเยา มี 4 ตำบล คือ ต.แม่กา ต.จำป่าหวาย ต.แม่ต๋ำ และ ต.ท่าวังทอง, อ.ดอกคำใต้ มี 2 ตำบล คือ ต.ดอกคำใต้ ต.ห้วยลาน, อ.ภูกามยาว มี 3 ตำบล คือ ต.แม่อิง ต.ดงเจน ต.ห้วยแก้ว และ จ.เชียงราย อ.ป่าแดด มี 4 ตำบล คือ ต.สันมะค่า ต.ป่าแดด ต.โรงช้าง และ ต.ป่าแงะ, อ.เทิง ที่ ต.เชียงเคียน, อ.เมืองเชียงราย มี 4 ตำบล คือ ต.ดอยลาน ต.ห้วยสัก ต.ท่าสาย และ ต.รอบเวียง, อ.เวียงชัย มี 3 ตำบล คือ ต.เวียงชัย ต.เวียงเหนือ ต.เมืองชุม, อ.เวียงเชียงรุ้ง มี 2 ตำบล ที่ ต.ทุ่งก่อ ต.ป่าซาง, อ.ดอยหลวง ที่ ต.โชคชัย และ อ.เชียงของ มี 4 ตำบล คือ ต.ห้วยซ้อ ต.ศรีดอนชัย ต.สถาน ต.เวียง

ตลอดเส้นทางมี 26 สถานี ลานขนถ่ายสินค้า 4 แห่ง ลานกองเก็บตู้สินค้า 1 แห่ง ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟ 4 อุโมงค์ ก่อสร้างถนนยกข้ามทางรถไฟ 40 แห่ง และถนนลอดใต้ทางรถไฟ 102 แห่ง

ขณะที่การเปิดประมูล ก่อนหน้านี้ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นจะแบ่งสัญญาก่อสร้างออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กม. วงเงิน 26,704 ล้านบาท สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. วงเงิน 28,735 ล้านบาท และสัญญาที่ 3 เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. เงินลงทุน 17,482 ล้านบาท โดยงานโยธาจะประกวดราคารูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) และรูปแบบนานาชาติ (international bidding) สำหรับงานระบบอาณัติสัญญาณ อาจจะต้องแยกประมูลต่างหาก

เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะรองรับการเดินทาง การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ภาคเหนือตอนบน รวมถึงรองรับศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าเชียงของ เชื่อมการค้าระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้จากประเทศไทย ไปยัง สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้

ที่สำคัญ จะช่วยบูตเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงรายที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้แจ้งเกิดได้เร็วขึ้น
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
KooBABA
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 172


Line ID= nice2kissu


« ตอบ #422 เมื่อ: วันที่ 09 กุมภาพันธ์ 2019, 11:28:40 »


เริ่มหัวกระทู้มา ก็ตั้งแต่ ปี 2010

มาถึงวันนี้ ก็ 9 ปี เข้าไปแล้ว เฮอ!



IP : บันทึกการเข้า

jesa
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,141



« ตอบ #423 เมื่อ: วันที่ 05 มีนาคม 2019, 15:46:28 »

เอ๊ .?? ป้ายคัทเอาท์ขอบคุณตามสี่แยก หายไปไหนหมด!
IP : บันทึกการเข้า
Ko_dej
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #424 เมื่อ: วันที่ 21 มีนาคม 2019, 09:09:40 »

ตามมา update ครับ
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #425 เมื่อ: วันที่ 08 มิถุนายน 2019, 15:33:33 »


รถไฟแจงความคืบหน้ารถไฟทางคู่
วันเสาร์ ที่ 08 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 14.04 น.
       
นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ว่าที่ผ่านมารถไฟได้มีการปรับเปลี่ยนแบบการก่อสร้าง เนื่องจากเส้นทางบางจุดทับซ้อนกับเส้นทางระบายน้ำของจังหวัด แต่ขณะนี้ได้ข้อยุติเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเร่งรัดโครงการก่อสร้างให้เป็นตามแผนที่กำหนดได้ ส่วนความคืบหน้าโครงการก่อสร้างช่วง ชุมพร-สุราษฎร์ธานี จะต้องรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติก่อน ซึ่งขณะนี้รายละเอียดโครงการการรถไฟได้เสนอต่อที่กระทรวงคมนาคมเรียบร้อยแล้ว โดยจะเป็นแผนระยะ2 ซึ่งจะมีการเชื่อมต่อเส้นทางถึงอ.หาดใหญ่ ส่วนช่วง หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าจะเป็นตามแผนที่กำหนด นอกจากนี้ สำหรับเส้นทางช่วง หัวหิน-นครปฐม ที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องของระเบิด ซึ่งได้ปรับแบบเรื่องของสะพานแล้ว รวมถึงการปรับเปลี่ยนแบบสถานีใหม่ ซึ่งในส่วนของการก่อสร้างสะพานจะใช้เป็นแบบไม่มีตอมอสะพาน และอยู่ระหว่างหารือร่วมกับฝ่ายทหารเพื่อจัดการต่อไป คาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุป ระหว่างนี้ก็จะรายงานEIAเพื่อรับทราบด้วย โดยจะคาดว่าจะล่าช้ากว่าแผนเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คาดว่าโครงการก่อสร้างช่วง นครปฐม-ชุมพร จะแล้วเสร็จกลางปี 2564 และจะเปิดใช้บริการได้ในต้นปี 2565
         
“ในส่วนของทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ขณะนี้รอพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ซึ่งคาดว่าต้นปี 2563 จะสามารถเปิดประมูลโครงการได้ ซึ่งจะต้องรอพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินก่อน ซึ่งEIAก็ผ่านเรียบร้อยแล้ว สำหรับสัญญาก่อสร้างแบ่งเป็น 6สัญญา โดยรวมงานโยธาและงานระบบ ส่วนการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง ตลิ่งชัน-บางซื่อ ,บางซื่อ-รังสิตนั้น รถไฟฟ้าขบวนแรกจะรับมอบภายใน พ.ย.ปี2562 ก่อนทดสอบให้ให้ประชาชนใช้ฟรี กลางปี2563 และเปิดให้บริการเป็นทางการ ต้นปี2564 โดยจะมีบุคคลากร 806คน” นายวรวุฒิ กล่าว
         
นอกจากนี้ ในส่วนของการเซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินนั้น ในวันที่ 24มิถุนายน 2562นี้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(ชุดใหญ่)จะมีการประชุม หากมีการพิจารณาอนุมัติก็จะสามารถเซ็นสัญญาได้ทันไม่เกินต้นเดือนกรกฎาคม 2562 เนื่องจากต้องมีการสรุปเรื่องการส่งมอบพื้นที่ โดยต้องเป็นแผนที่ชัดเจนเกิน 90%จึงจะสมบูรณ์

http://www.banmuang.co.th/news/economy/153267
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #426 เมื่อ: วันที่ 08 มิถุนายน 2019, 15:46:41 »

'หอฯภาคเหนือ'ชงยกระดับโลจิสติกส์ เพิ่มศักยภาพการค้าชายแดนเชื่อมรัฐฉาน
Source - ประชาชาติธุรกิจ
Saturday, June 08, 2019 03:59
          หมายเหตุ : ในการจัดประชุมใหญ่หอการค้า 5 ภาค ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2562 ที่กรุงเทพฯ ได้มีการระดมความคิดเห็นของนักธุรกิจจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันวางแผนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภูมิภาค ซึ่งกลุ่มหอการค้าจังหวัดแต่ละภาคมีการนำเสนอโจทย์สำคัญเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการ ซึ่งประชาชาติธุรกิจขอนำเสนอลงทีละภาค ดังนี้
          เริ่มจากภาคเหนือโดยนายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ ได้เสนอข้อสรุปที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ 1.มาตรการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และออกกฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) ถือเป็นปัญหาสำคัญอันดับแรกที่ต้องแก้ไข เพราะกระทบเรื่องสุขภาพและการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล 2.พัฒนาสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ให้เร็วขึ้น 3.ขยายถนนหมายเลข 106 (เถิน-ลี้-ฮอด-แม่สะเรียง) ซึ่งเชื่อมกลุ่มหอการค้าจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เริ่มจากเถินถึงแม่สะเรียง ซึ่งจะลดความคับคั่งของรถบรรทุกที่จะต้องผ่านจังหวัดลำปางและจังหวัดเชียงใหม่ จะทำให้การเปิดด่านชายแดนที่ห้วยต้นนุ่นสามารถทำได้ง่ายขึ้น และลดปัญหาเรื่องโลจิสติกส์
          4.ขยายศักยภาพสนามบินของเมืองรองที่ปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องของข้อจำกัดเรื่องความยาวรันเวย์ และอาคารสนามบิน อยากขยายให้รองรับเครื่องบินลำตัวกลางหรือเครื่องโลว์คอสต์ได้ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว
          5.ยกระดับและเพิ่มศักยภาพด่านการค้าชายแดนบ้านหลักแต่ง, บ้านฮวก, ห้วยต้นนุ่น, ห้วยโก๋นและภูดู่ เพื่อให้เชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงใหม่หรือจังหวัดภาคเหนือกับทางรัฐฉาน ประเทศเมียนมา 6.การพัฒนาระบบโลจิสติกส์เพื่อรองรับบ้านด่านฮวก 7.เร่งรัดรถไฟรางคู่เส้นทางเด่นชัย-เชียงรายให้แล้วเสร็จตามกำหนด
          8.ส่งเสริมให้มีการใช้เงินสกุลท้องถิ่น (local currency) ในการทำธุรกรรมที่เขตการค้าชายแดน เพื่อให้ลดความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และเพื่อความสะดวกในเรื่องการทำธุรกรรม และ 9.เร่งรัดโครงการสถานีขนส่งสินค้า (truck terminal) และจุดจอดพักรถบรรทุก (truck rest area) เพราะมีปัญหาเรื่องรถบรรทุกไม่มีที่พัก ฉะนั้นต้องจอดพักตามข้างไฮเวย์ 10.ส่งเสริม cross border e-Commerce ข้ามแดน และ 11.อยากผลักดันให้เกิด northern cosmetic valley โดยเร็ว
          ขณะที่ด้านเกษตรและอาหาร ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ภาคเหนือต้องการให้ 1.เพิ่มอ่างเก็บน้ำในการกักเก็บ เนื่องจากภาคเหนือเป็นภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในการกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำยมไม่มีเขื่อนในการกักเก็บ 2.มีการจัดโซนนิ่งเกษตร/ลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตร/ทำเกษตรประณีต/เกษตรอินทรีย์ smart farmer 3.การจัดระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งด่วน สำหรับสินค้าเกษตรและอาหารสด 4.วิจัยพืชตัวใหม่ (กัญชา)
          ในด้านความเหลื่อมล้ำ ด้านเกษตรและอาหาร ต้องการให้รัฐบาลร่วมกับหอการค้าจัดตั้งศูนย์รับซื้อขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในระดับอำเภอ เพื่อเชื่อมศูนย์กระจายสินค้าจังหวัด
          ส่วนด้านการท่องเที่ยวและบริการ อยากให้ภาครัฐ 1.สร้างมาตรฐานและเพิ่มทักษะคนด้านธุรกิจบริการ โดยการอบรมด้านภาษาอังกฤษและภาษาจีน 2.ออกมาตรการลดปัญหา หมอกควัน โดยจัดตั้งหน่วยงานโดยดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีส่วนร่วมของภาคเอกชนอย่างชัดเจนมากขึ้น 3.การเพิ่มประสิทธิภาพของสนามบินในภาคเหนือทั้งหมด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและเครื่องบินขนาดใหญ่ เช่น การขยายรันเวย์และอาคารผู้โดยสาร 4.การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว 5.การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผ่อนผันการใช้รถ Grab Uber รถเช่า ฯลฯ
          สำหรับด้านลดความเหลื่อมล้ำหอการค้าจังหวัดจะดำเนินการเอง ด้วยการผลักดัน 1.พัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน 2.ยกระดับอีเวนต์สู่ระดับสากล เช่น งานวิ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน/พะเยา/พิจิตร 3.ผลักดันการท่องเที่ยว 5 ด้านที่มีโอกาสเติบโต เช่น วัฒนธรรม/ผจญภัย/ สโลว์ไลฟ์/กีฬา/โรแมนติก 4.ยกระดับท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น บ้านฮ่อมนาคูหา บ้านน้ำเกี๋ยน และแห่งอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #427 เมื่อ: วันที่ 08 มิถุนายน 2019, 15:49:01 »

ดัน!ยุทธศาสตร์คมนาคม20ปีขับเคลื่อนโลจิสติกส์สู่ฮับ GMS
Source - ทรานสปอร์ต เจอร์นัล
Friday, June 07, 2019 09:53
          ภายใต้การบริหารในยุคของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้มุ่งเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่มีเม็ดเงินการลงทุนมากมายมหาศาลสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี พ.ศ.2560 - 2579 ที่กระทรวงคมนาคมได้จัดทำขึ้น ภายใต้แนวคิดการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัย (Green Transport) การขนส่งที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์และการขนส่งที่สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้ทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต พฤติกรรมการเดินทาง และความต้องการในการเดินทางของประชาชน
          ทั้งนี้ จากยุทธศาสตร์ดังกล่าว นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี เป็นกรอบแนวคิดการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยในอนาคต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต พฤติกรรมการเดินทาง และความต้องการในการเดินทางของประชาชน ภายใต้ 3 แนวคิด คือ การขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Transport) มุ่งเน้นการลดใช้พลังงานฟอสซิล ปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานทางเลือก และส่งเสริมเทคโนโลยีด้านการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การขนส่งที่มีประสิทธิภาพ (Transport Efficiency) เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์  โดยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ส่งเสริมการขนส่งทางรางและทางน้ำให้เป็นรูปแบบการขนส่งหลัก โดยมีการขนส่งทางถนนเป็นระบบสนับสนุน และการเข้าถึงระบบขนส่งอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม (Inclusive Transport) การยกระดับการขนส่งให้สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ทุกกลุ่ม ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็ก เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการระบบขนส่งมวลชนและระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวก มีค่าโดยสารที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
          อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปีนั้น ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ดังนี้ 1.การบูรณาการระบบคมนาคมขนส่ง (Integrated Transport Systems) 2.การบริการของภาคคมนาคมขนส่ง (Transport Service) 3.การพัฒนา ปรับปรุงกฎหมาย และปฏิรูปองค์กร (Regulations and Institution) 4.การพัฒนาบุคลากร (Human Resource Development) และ 5. การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้พัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง (Technology) ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าว จะนำไปสู่โอกาสการพัฒนาประเทศที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและวิสัยทัศน์ประเทศไทยที่กล่าวว่า "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ต่อไป
          ขับเคลื่อนโลจิสติกส์กลุ่ม GMS
          สำหรับนโยบายด้านการขนส่งของกระทรวงคมนาคมนั้น ไม่เพียงแค่ภายในประเทศเท่านั้น แต่รัฐบาลยังสนับสนุนและศักยภาพและโอกาสการขนส่งไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เพื่อการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ของ 6 ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ด้านการขนส่งสินค้าทางถนนรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนส่งเห็นถึงโอกาสและความท้าทายในการประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศสมาชิกใน GMS
          นายอาคม ระบุว่า การพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ด้านการขนส่งสินค้าทางถนนรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านนั้น เพื่อเป็นการยกระดับและพัฒนากลไกในการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าทางถนนด้วยรถบรรทุกระหว่างประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ตามกรอบความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, ราชอาณาจักรกัมพูชา, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, สาธารณรัฐประชาชนจีน (ตอนใต้) และราชอาณาจักรไทย โดยประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การขนส่งสินค้า (Transit Country) ของกลุ่มประเทศดังกล่าว
          ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากในการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการลดความแออัดบริเวณด่านชายแดน ซึ่งได้มีการลงทุนไปมากกว่า 1 แสนล้านบาท ตามแนวเส้นทางการค้าชายแดนที่สำคัญในการขนส่ง GMS และอยู่
          ในแผนเส้นทางใหม่ในระเบียงเศรษฐกิจ GMS
          ประกอบด้วย 1. ด่านชายแดนเชียงของมี
          การลงทุนรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ วงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ อยู่ระหว่างเวนคืนพื้นที่เพื่อก่อสร้าง ควบคู่ไปกับการลงทุนก่อสร้างศูนย์เชียงของ 1.4 พันล้านบาท ซึ่งจะเปิดบริการได้ในปี 2563 รองรับการขนส่งทางบกและทางราง 2.ด่านชายแดนนครพนม มีการลงทุนรถไฟทางคู่ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม วงเงิน 6.8 หมื่นล้านบาท ควบคู่กับการพัฒนาศูนย์ขนส่งสินค้า จ.นครพนม วงเงิน 846 ล้านบาท ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติโครงการไปแล้ว รองรับการขนส่งสินค้าจากชายแดนไปสู่ท่าเรือแหลมฉบังด้วยระบบราง
          3.ด่านชายแดนแม่สอด เป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งยุทธศาสตร์ (Asean East-West Economic Corridor : EWEC) นั้น ล่าสุดได้เปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 วงเงินลงทุน 1.1 พันล้านบาท เชื่อมการขนส่งระหว่างแม่สอด-ย่างกุ้ง-มหาสมุทรอินเดีย และแก้ไขปัญหาความแออัดหน้าด่าน 4.ด่านชายแดนปอยเปต มีการลงทุนก่อสร้างสะพานข้ามคลองพรหมโหด จ.อรัญประเทศ เพื่อส่งเสริมการขนส่งสินค้า ไทย-กัมพูชา คาดว่าจะเปิดใช้ด่านการค้าแห่งใหม่นี้ในปี 2564 และ 5.ด่านชายแดนหนองคาย มีการลงทุนก่อสร้างสะพานทางรถไฟข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมหนองคายเวียงจันทน์ วงเงินลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท พร้อมสถานีขนส่งสินค้าและสถานีผู้โดยสารแยกกัน รองรับทั้งระบบรถไฟทางคู่และรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-ลาว-จีน
          ดันไทยสู่ฮับขนส่ง GMS
          นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ. กล่าวว่า ในส่วนของความคืบหน้าความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (CBTA) ในกลุ่ม GMS นั้น ขณะนี้ได้เริ่มใช้การแลกเปลี่ยนสิทธิจราจรระหว่างกันแล้วประเทศละ 500 ราย ได้แก่ ไทย สปป.ลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตสามารถขนส่งสินค้าระหว่างกันได้แล้ว ขณะที่กัมพูชานั้นได้เริ่มกับประเทศไทยก่อนพร้อมลงนามความตกลงร่วมกันระหว่างปี 2562-2564 โดยมีการกำหนดใบอนุญาตไว้ที่ประเทศละ 500 ราย ขณะที่เมียนมาขอทำความร่วมมือแบบทวิภาคีกับไทยก่อนกำหนดสัดส่วนใบอนุญาตจำนวน 100 ราย ตอนนี้เริ่มมีผลแล้ว ดังนั้นไทยจะพร้อมเป็นฮับขนส่งของ GMS
          ขณะที่ แผนพัฒนาศูนย์ขนส่งและเปลี่ยนถ่ายสินค้าในปีนี้นั้น ขบ.จะผลักดันแผนลงทุนศูนย์ขนส่งและเปลี่ยนถ่าย 2 แห่ง ได้แก่ ชายแดนมุกดาหาร และชายแดนหนองคาย วงเงินลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 1.5 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้หน่วยงานบูรณาการด้านขนส่งสินค้าแบบ One Transport กล่าวคือ ทุกศูนย์ขนส่งสินค้าทางบกและทางรถไฟ จะต้องมีถนนทางหลวงและถนนทางหลวงชนบทรองรับทุกแห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ ดังนั้นจึงมีการสั่งให้ศึกษาและเร่งลงทุนถนนทั้งสองประเภทดังกล่าวให้เข้าถึงทั้งสถานีสินค้าและสถานีขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งขณะนี้อยู่ภายใต้การศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.
          เล็งใช้ SEA ประเมินบิ๊กโปรเจ็กต์คมนาคม
          "สภาพัฒน์" ลุยศึกษาโครงการการขับเคลือนการประเมินสิงแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ เล็งดึงใช้บิกโปรเจ็กต์คมนาคม หวังนำเป็นแนวทางให้หน่วยงานรัฐมาใช้ก่อนตัดสินใจจัดทำแผนลงทุนขนาดใหญ่ทีกระทบสิงแวดล้อม-การใช้ทรัพยากรผลกระทบชุมชน
          นายปีติพงศ์ พึงบุญ ณ อยุธยาประธานคณะอนุกรรมการการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดเผยว่า การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) เป็นกระบวนการศึกษาวิเคราะห์ ประเมินศักยภาพ และขีดความสามารถในการรองรับของสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มการพัฒนานโยบายว่าสามารถดำเนินการจัดทำได้หรือไม่ รวมถึงช่วงตั้งต้นทำแผนพัฒนาโครงการ โดย SEA จะเป็นการศึกษาที่ตอบโจทย์ว่าควรจะทำโครงการนั้นๆ หรือไม่
          ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก SEA จะเป็นการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งในเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมการใช้ทรัพยากรที่เกิดขึ้นระหว่างการพัฒนาโครงการ และผลกระทบที่มีต่อชุมชนในพื้นที่โครงการ โดยโครงการที่เหมาะสมที่จะจัดทำ SEA มีตั้งแต่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำขนาดใหญ่ เพื่อการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งแน่นอนจะเป็นโครงการที่กระทบ กับชุมชนในพื้นที่และทรัพยากรต่างๆ รวมถึงโครงการลงทุนด้านคมนาคมขนาดใหญ่
          อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจว่าโครงการใดที่ควรจะจัดทำกระบวนการ SEA จะขึ้นกับนโยบายรัฐบาล โดยยอมรับว่าการนำแนวทางจัดทำ SEA มาใช้ อยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยโครงการขนาดใหญ่ เช่น การพัฒนาพื้นที่ EEC และ โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางต่างๆ ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาในการจัดทำ SEA แต่อย่างใด
          สำหรับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์นั้น สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดสัมมนา "การขับเคลื่อนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA)" ขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ SEA และความสำคัญของ SEA ให้กับประชาชนทั่วไปและภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้องรับทราบ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนและจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ของประเทศไทย

   

ที่มา: ทรานสปอร์ต เจอร์นัล
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #428 เมื่อ: วันที่ 08 มิถุนายน 2019, 15:51:19 »

ยักษ์รับเหมา ไทย-เทศกระหึ่ม รฟท.ชง ซูเปอร์บอร์ดเคาะแบ่งกว่า 10 สัญญาประมูล 2 โครงการ “เด่นชัย-เชียงของ” “บ้านไผ่-นครพนม” 1.5 แสนล้านปลายปีนี้



แหล่งข่าวระดับสูงของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าเตรียม เสนอคณะกรรมการกำกับนโยบายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (ซูเปอร์บอร์ด) แบ่งสัญญาโครงการรถไฟทางคู่ 2 เส้นทางที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบโครงการ
รถไฟทางคู่ 2 โครงการ มูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาท ประกอบด้วย เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และ บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม คาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 10 สัญญา ทั้งงานโยธา งานอุโมงค์ และงานระบบอาณัติสัญญาณ โดยอาจแบ่งสัญญาละประมาณ 1 หมื่นล้านบาทขณะเดียวกันยังเตรียมเสนอแบ่งสัญญารถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อีก 7 เส้นทางซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอครม. การจัดทำราคากลางและการรับรองผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) คาดว่าจะนำเสนอขออนุมัติประกวดราคาได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ ส่วนระบบอาณัติสัญญาณแบ่งออกเป็น 3 สัญญาหลังจากงานโยธาคืบหน้าจนใกล้แล้วเสร็จ แต่ภาพรวมจะอยู่ในปี 2563 ทั้งหมด

“หากซูเปอร์บอร์ดไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามรัฐบาลคาดว่าจะนำเสนอสู่การพิจารณาได้รวดเร็วขึ้น โดยหลังจากนี้รฟท.จะเร่งกระบวนการดำเนินการด้านเวนคืนที่ดินและการจัดหาที่ปรึกษาดำเนินการจัดประกวดราคาต่อไปโดยเบื้องต้นนั้นมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เวนคืนของเส้นทางเด่นชัย-เชียงของออกมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนเส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนมยังอยู่ระหว่างรอเตรียมยื่นขออนุมัติประกาศ พ.ร.ฎ.เวนคืนออกมาอย่างเป็นทางการคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการสำรวจรายละเอียดอีกไม่น้อยกว่า 8 เดือน-1 ปีเนื่องจากเป็นเส้นทางใหม่ทั้ง 2 เส้นทางรวมพื้นที่โดนผลกระทบการเวนคืนเกือบ 2 หมื่นไร่ อีกทั้งอีไอเอเส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหารยังไม่ผ่านการรับรองจึงยังมีระยะเวลาดำเนินการ” หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3475 ระหว่างวันที่ 2-5 มิถุนายน 2562


* 1559292097.jpg (108.58 KB, 1000x553 - ดู 210 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #429 เมื่อ: วันที่ 10 มิถุนายน 2019, 09:15:20 »

ประมูล'ทางคู่'แสนล. ตีปี๊บดึงผู้รับเหมาขยายสายใต้-อีสาน
Source - เว็บไซต์แนวหน้า
Monday, June 10, 2019 06:23
          นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยความคืบหน้า โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ พบว่า การก่อสร้างในภาพรวมเฉลี่ย 28% แบ่งเป็น ช่วงนครปฐม-หัวหิน คืบหน้า 33% ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ คืบหน้า 30% และช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร คืบหน้า 19%
          นอกจากนี้ การรถไฟฯยังมีแผนลงทุนก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ระยะที่ 2 ได้แก่ รถไฟทางคู่ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงิน24,000ล้านบาท รถไฟทางคู่ช่วงสุราษฎร์ธานี-สงขลาวงเงิน 57,000 ล้านบาท และรถไฟทางคู่ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง48 กิโลเมตร วงเงิน 8,000 ล้านบาท
          ส่วนความคืบหน้ารถไฟทางคู่สายอีสานในปีนี้จะเร่งออกแบบและผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติ คือรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร วงเงิน 67,900 ล้านบาท ขณะที่อีกเส้นทางที่ ครม.อนุมัติไปแล้ว คือช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ วงเงิน 85,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) เวนคืนพื้นที่ก่อสร้างคาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2567 สำหรับมีแนวเวนคืน 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย ซึ่งจะเริ่มต้นที่สถานีเด่นชัย มุ่งไปทางทิศเหนือผ่าน ลำปาง พะเยา และเชียงราย สิ้นสุดที่ด่านพรมแดนเชียงของ โดยพื้นที่เวนคืนจะมีเขตทางกว้าง50 เมตรมีทั้งหมด 7,292 แปลง และที่ดิน 9,661 ไร่ ในส่วนของการร่างขอบเขตเงื่อนไขการประกวดราคา(TOR) นั้นจะทำควบคู่กันไปเพื่อเปิดประมูล
          ทั้งนี้แบ่งสัญญาก่อสร้างออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กิโลเมตร วงเงิน 26,700 ล้านบาท สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง135 กิโลเมตร วงเงิน 28,700 ล้านบาทและสัญญาที่ 3 เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กิโลเมตร วงเงิน 17,400 ล้านบาท
          นอกจากนี้ ส่วนเส้นทางรถไฟทางคู่ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ในปีนี้คือแก่งคอย-คลอง 19-ฉะเชิงเทราคาดว่า
          ในอีก 1-2 เดือน จะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ และเส้นทางจิระ-ขอนแก่น ที่จะเปิดใช้เต็มเส้นทางในเดือน สิงหาคม-กันยายนนี้
          ส่วนด้านโครงการทางคู่ที่ส่งให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)พิจารณาแล้วหากผ่านความเห็นชอบจะเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาได้แก่ รถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี วงเงิน 37,000 ล้านบาท และรถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่น-หนองคาย วงเงิน 26,000 ล้านบาท

ที่มา: www.naewna.com
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
Number9
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,434



« ตอบ #430 เมื่อ: วันที่ 10 มิถุนายน 2019, 09:32:40 »

  ยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า
Number9
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,434



« ตอบ #431 เมื่อ: วันที่ 10 มิถุนายน 2019, 09:36:39 »

ติดตาม..และรอต่อไป
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,107


« ตอบ #432 เมื่อ: วันที่ 21 กันยายน 2019, 13:41:52 »

รฟท.ถก'ไฮสปีด'23ก.ย. ปมใหม่ส่งมอบพื้นที่ซีพี
Source - กรุงเทพธุรกิจ
Saturday, September 21, 2019 02:26
          กรุงเทพธุรกิจ  การรถไฟฯ ถกด่วน 23 ก.ย. หลัง "ซีพี" ยื่นปรับแผน "ส่งมอบพื้นที่" ก่อนลงนาม ไฮสปีด 3 สนามบินภายใน 3 สัปดาห์ ด้านครม.เศรษฐกิจ อนุมัติชงรถไฟสายสีส้มตะวันตก 1.2 แสนล้านบาท เข้าครม. ชุดใหญ่อีก 2 สัปดาห์ เร่งเคาะอีก 13 โครงการ 5.5 แสนล้านบาท หวังเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ
          นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) กล่าวว่า วานนี้ (20 ก.ย.) กิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) ส่งหนังสือ ตอบกลับเอกสารแนบท้ายสัญญาเรื่องการส่งมอบพื้นที่พร้อมกำหนดวันลงนามสัญญา หากคณะกรรมการ คัดเลือกฯ เห็นชอบตามหนังสือตอบกลับของซีพี ก็พร้อมลงนามหลังจากนั้นภายใน 3 สัปดาห์
          "ต้องใช้เวลาตรวจสอบเอกสารของกลุ่มซีพี เพื่อเสนอคณะกรรมการคัดเลือกฯ พิจารณาสัปดาห์หน้า เบื้องต้นอาจประชุมวันที่ 23 ก.ย.นี้"
          ทั้งนี้การตรวจเอกสารที่กลุ่มซีพีเสนอมาจะดูข้อมูลที่อาจเปลี่ยนแปลงจากเอกสารฉบับเดิมที่ คณะกรรมการคัดเลือกฯ ส่งไป โดยหากไม่เปลี่ยนแปลงในประเด็นสำคัญและหากคณะกรรมการคัดเลือกฯ เห็นชอบรายละเอียดที่กลุ่มซีพีเสนอก็จะนัดวัน ลงนามได้ทันที โดยไม่ต้องนัดประชุมร่วมกันอีกเพราะนัดวันลงนามผ่านโทรศัพท์ได้
          รวมทั้ง หากคณะกรรมการคัดเลือกฯ ไม่เห็นด้วยกับเอกสารของกลุ่มซีพี จะพิจารณาว่าให้ดำเนินการอย่างไรต่อ แต่หากเห็นชอบก็นัดวันลงนามและจะรายงานให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมทั้งรายงานสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อให้นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ
          เคาะสายสีส้มตะวันตก 1.2 แสนล้าน  จากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องถึงปี 2563 ทำให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเร่งรัดการลงทุนภาคเอกชน และล่าสุดกำลังเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อให้มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
          นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อเปิดบริการภายในปี 2569 ตามกำหนด
          ทั้งนี้เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกเปิดบริการแล้วจะทำให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มเพิ่มเป็น 5 แสนคน ต่อวัน เพราะให้บริการครบตลอดเส้นทาง
          "โครงการนี้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ตั้งแต่รัฐบาลที่ผ่านมา โดยในวันนี้ได้หารือการก่อหนี้ผูกพันตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินและการคลัง ซึ่ง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณชี้แจงว่าบรรจุไว้ในโครงการลงทุนปี 2563 ได้ และนายกรัฐมนตรีเร่งให้เสนอ ครม."
          13โครงการจ่อเข้า ครม.
          นอกจากนี้ ครม.เศรษฐกิจรับทราบความคืบหน้าโครงการเมกะโปรเจคด้านคมนาคม 44 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 1.94 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่จะเสนอ ครม.ในระยะต่อไป 13 โครงการ วงเงิน 551,170 ล้านบาท ได้แก่ 1.ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง และ ช่วงบางซื่อ-หัวหมาก ระยะทาง 25.19 กิโลเมตร
          2.ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว 3.การจัดหาเครื่องบิน ระหว่างปี 2562-2569 รวม 38 ลำ ของการบินไทย 4.การพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะสาม 5.การพัฒนา ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่หนึ่ง 6.ศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภา ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และโครงการที่ 7-13 รถไฟทางคู่ ระยะที่สอง 7 สายทาง ระยะทางรวม 1,483 กิโลเมตร
          เร่งเคลียร์โปรเจคติดปัญหา
          สำหรับโครงการที่ ครม.อนุมัติแล้วและกำลังก่อสร้าง 17 โครงการ วงเงินรวม 7.82 แสนล้านบาท เช่น มอเตอร์เวย์พัทยามาบตาพุด เปิดเดือน ธ.ค.2563 มอเตอร์เวย์บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เปิดบริการ ปี 2565 และมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี มีความคืบหน้า 22% ช้ากว่าแผน 2 ปี เพราะมีปัญหาค่ากรรมสิทธิ์ที่ดินสูงขึ้นต้องขอเพิ่มวงเงินจาก ครม.
          ส่วนโครงการที่มีปัญหา คือ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายคลังขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเสนอ ครม.อนุมัติส่วนบริหารจัดการโครงการแบบพีพีพีไม่ได้ เพราะรอพิจารณาค่าตอบแทนการใช้ที่ดิน สปก.
          โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 จำนวน 7 สายทาง ระยะทางรวม 993 กิโลเมตร ปัจจุบันมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จได้แก่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ส่วนอีก 6 โครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯนครราชสีมา แบ่งงานโยธาออกเป็น 14 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 สัญญา และเตรียมก่อสร้างอีก 12 สัญญา
          เร่งโครงการ ครม.อนุมัติแล้ว
          กลุ่มโครงการที่ ครม.อนุมัติแล้ว และกำลังเตรียมดำเนินการมี 12 โครงการ วงเงินรวม 412,739 ล้านบาท พบว่ามี 6 โครงการต้องแก้ไขปัญหาระหว่างหน่วยงาน ต่างๆ หรือดำเนินการเพิ่มเพื่อให้เดินหน้า เช่น โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง (ช่วงวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯด้าน ตะวันตก) ซึ่งใช้เงินกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF ) และได้ผู้ชนะประกวดราคาแล้ว 4 สัญญา แต่ยังลงนามสัญญาเพราะมีปัญหาข้อร้องเรียนของผู้เสนอราคา
          โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ อยู่ระหว่างออก พระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินและเตรียมประกวดราคา โครงการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ อยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณปี 2563 เพื่อจ้างที่ปรึกษาจัดการประกวดราคาและเวนคืนที่ดิน
          โครงการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ช่วงบางไผ่-มุกดาหาร-นครพนม อยู่ระหว่างขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2563 เพื่อจ้างที่ปรึกษาจัดการประกวดราคาและเวนคืนที่ดิน โครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม อยู่ระหว่างจัดหาที่ดินก่อสร้าง ส่วนการบริหารจัดการโครงการ คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนต้นปี 2563
          ชี้บาทแข็งเหมาะสมเร่งลงทุน
          กลุ่มสุดท้ายคือโครงการที่คณะกรรมการพีพีพีเห็นชอบและเสนอให้สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณา เตรียมเสนอ ครม.มี 2 โครงการ วงเงิน 201,073 ล้านบาท ได้แก่ 1.รถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์มีนบุรี-สุวินทวงศ์ อยู่ระหว่างเสนอ ครม.อนุมัติงานโยธา และปรับรูปแบบการเดินรถตลอดสาย 2.มอร์เตอร์เวย์สายนครปฐมชะอำ กำลังออกกฎกระทรวงที่พักริมทาง ซึ่งได้หารือคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ข้อกฎหมายและจะเสนอให้ ครม.พิจารณา
          "โครงการเหล่านี้ควรลงทุนนานแล้ว โดยการเร่งรัดโครงการใหญ่เพราะต้องการให้มีการลงทุน จ้างงาน และใช้โอกาสช่วงเงินบาทแข็งค่าเร่งรัดการลงทุน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดี โดยเฉพาะการนำเข้าวัสดุอุปกรณ์จากต่างประเทศ จะมีต้นทุนลดลง"
          รวมทั้งเป็นการรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวอีกระยะหนึ่ง ซึ่งโครงการลงทุนขนาดใหญ่จะช่วยลดผลกระทบ จากเศรษฐกิจภายนอกได้ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับปี 2551 ซึ่งรัฐบาลประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยไม่มีโครงการคมนาคมขนาดใหญ่เตรียมไว้ แต่ขณะนี้มีแผนรองรับแล้วเป็นเวลาที่เหมาะสมจะเร่งรัดการลงทุน

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
หน้า: 1 ... 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 [22] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!