เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 20 กันยายน 2019, 11:17:28
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ตลาดกลางซื้อขายสินค้าออนไลน์
| |-+  ตลาดรถซื้อขายรถมือสอง
| | |-+  อะไหล่รถยนต์,อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ (ผู้ดูแล: chiohoh, กบฏ, NOtis, Krit_66, Active Oper)
| | | |-+  บริการติดตั้งแก๊สรถยนต์ทุกยี่ห้อ..ในราคาพิเศษ..พร้อมแบตเตอรี่และน้ำมันหล่อลื่น
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ... 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 [105] 106 107 108 109 110 111 112 113 114 พิมพ์
ผู้เขียน บริการติดตั้งแก๊สรถยนต์ทุกยี่ห้อ..ในราคาพิเศษ..พร้อมแบตเตอรี่และน้ำมันหล่อลื่น  (อ่าน 389206 ครั้ง)
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2080 เมื่อ: วันที่ 17 พฤษภาคม 2015, 22:16:37 »

ระบบเบรกรถยนต์ในปัจจุบันเป็นแบบไฮโดรลิก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

1. ดรัมเบรก (Drum Brake)
   ดรัมเบรกจะติดตั้งแน่นกับลูกล้อ เบรกจะทำงานเมื่อมีการถ่างก้ามเบรกให้เสียดสีกับตัวเบรกซึ่งครัมเบรกจะทำให้ล้อหยุด ดรัมเบรกใช้มาก
ในรถบรรทุก ทั้งขนาดใหญ่และเล็ก รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลบางรุ่น รถบางรุ่นอาจใช้ระบบนี้เฉพาะล้อหลัง

- ข้อดี มีความสามารถในการหยุดรถได้เร็ว เพราะก้ามเบรกและดรัมเบรกถูกยึดติดกับดุมล้อ เมื่อเหยียบเบรก คนขับใช้แรงกดดันเบรก
น้อย รถบางรุ่นไม่จำเป็นต้องใช้หม้อลมเบรกช่วยในการเบรก

- ข้อเสีย ความร้อนที่เกิดจากการเสียดสี ระหว่างผ้าเบรกในดรัมเบรกนั้น ไม่สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดี บางครั้งทำให้ผ้าเบรกมี
อุณหภูมิสูงมาก มีผลทำให้ประสิทธิภาพการเบรกลดลง

2. ดิสก์เบรก (Dis)c Brake
          เป็นระบบเบรกระบบใหม่ที่นิยมกันมาก เบรกจะทำงานโดยดันผ้าเบรกให้สัมผัสกับจานเบรกเพื่อให้รถหยุด รถยนต์บางรุ่นใช้ดิสก์เบรก
ทั้ง 4 ล้อ บางรุ่นใช้เฉพาะล้อหน้า

- ข้อดี ลดอาการเฟด (เบรกหาย) เนื่องจากอากาศถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าดรัมเบรก นอกจากนั้นเมื่อเบรกเปียกน้ำผ้าเบรก จะสลัด
น้ำออกจาก ระบบได้ดี ในขณะที่ดรัมเบรกน้ำจะขังอยู่ภายใน และใช้เวลาถ่ายเทค่อนข้างช้า

- ข้อเสีย ไม่มีระบบ Servo action หรือ multiplying action เหมือนกับดรัมเบรก ผู้ขับจึงต้องออกแรงมากกว่า จึงต้องใช้ระบบเพิ่มกำลัง
เพื่อเป็นการผ่อนแรงขณะเหยียบเบรกทำให้ระบบดิสเบรกมีราคาค่อนข้างแพงกว่าดรัมเบรก

สรุปแล้วเราควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อ...
         • เปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อผ้าเบรกมีความหนาน้อยกว่า 4 มม. และก้ามเบรกมีผ้าเบรกน้อยกว่า 1 มม. หรือผ้าเบรกเหลือน้อย กว่า 30%
         • เปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อมีคราบน้ำมันหรือจารบีมากผิดปกติ
         • เปลี่ยนผ้าเบรกทันทีที่เห็นรอยร้าวบนดิสก์เบรกหรือก้ามเบรก
         • เปลี่ยนผ้าเบรกทุก ๆ 25,000 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับและการใช้เบรกหากบรรทุกของหนักและขับรถด้วยความ
เร็วสูงอายุผ้าเบรกอาจจะสั้นกว่า หากเป็นผ้าเบรกที่มีส่วนผสมของโลหะสูง อายุของผ้าเบรกจะยาวกว่าผ้าเบรกเกรดที่มีส่วน
ผสมของโลหะต่ำหรือผ้าเบรกเกรดโรงงานผลิตรถยนต์ OEM
         • หากเบรกแล้วมีเสียง คล้ายเหล็กครูด เสียดสีกันอาจเกิดจากคลิปผ้าเบรกครูดกับจานเบรก เป็นสัญญาณเตือนว่าควร เปลี่ยนผ้าเบรก
ได้ ทั้งนี้สิ่งผิดปกตินี้อาจจะไม่ได้เกิดจากผ้าเบรกหมดเสมอไป จึงควรให้ช่างตรวจดูความผิดปกติอื่น ๆ ประกอบด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 04 มิถุนายน 2015, 16:14:05 โดย THANAPUT » IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2081 เมื่อ: วันที่ 17 พฤษภาคม 2015, 22:20:58 »

ผ้าเบรกเป็นอุปกรณ์สร้างแรงเสียดทาน โดยการกดเข้ากับดิสก์หรือดรัมเบรกมีพื้นฐาน คือ เนื้อวัสดุของตัวดิสก์หรือดรัมเบรก
ต้องแข็งเพื่อไม่ให้สึกหรอเร็ว แต่ต้องมีผิวไม่ลื่น ส่วนผ้าเบรกต้องมีเนื้อนิ่มกว่าตัวดิสก์หรือดรัม เพื่อให้มีแรงเสียดทานสูง
หรือสึกหรอมากกว่า เพราะเปลี่ยนได้ง่าย โดยมีการผลิตขึ้นจากวัสดุผสมหลายอย่าง และอาจผสมกับโลหะเนื้อนิ่ม
 เพื่อให้เบรกในช่วงความเร็วสูงได้ดี
ในอดีตใช้แร่ใยหินแอสเบสตอสเป็นวัสดุหลักของผ้าเบรก เมื่อผ้าเบรกสึกจะเป็นผงสีขาว ไม่เกาะกระทะล้อ  
แต่สร้างมลพิษในอากาศ ทำลายระบบหายใจของสิ่งมีชีวิต ปัจจุบันจึงหันมาใช้แกรไฟต์-คาร์บอนแท  
เมื่อผ้าเบรกสึกจะมีผงสีดำออกมาเกาะเป็นคราบ ดูสกปรกแต่ไม่เป็นอันตราย

ผ้าเบรกมีหลายระดับประสิทธิภาพและความแข็ง ด้วยหลักการง่าย ๆ คือ ยิ่งนิ่มยิ่งสร้างแรงเสียดทานได้ง่าย แต่ไม่ทนความร้อน
อาจลื่น หรือไหม้ในการเบรกบ่อย ๆ หรือเบรกในช่วงความเร็วสูง และยิ่งแข็งยิ่งทนความร้อน เบรกดีในช่วงความเร็วสูง แต่ต้องการ
การอุ่นให้ร้อนก่อน หรือเบรกช่วงความเร็วต่ำไม่ค่อยอยู่ จึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะการขับและสมรรถนะของรถยนต์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 04 มิถุนายน 2015, 16:19:54 โดย THANAPUT » IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2082 เมื่อ: วันที่ 17 พฤษภาคม 2015, 22:27:42 »

4. ชนิดของผ้าเบรก
ผ้าเบรกเป็นอุปกรณ์สร้างแรงเสียดทาน โดยการกดเข้ากับดิสก์ หรือ ดรัมเบรกสามารถแบ่งแยกออกได้เป็น 2 ชนิดคือ
1. แบบแร่ใยหินแอสเบสตอส เมื่อเบรกจะเป็นผงสีขาว สร้างมลพิษ และทำงานได้ไม่ดีในความร้อนสูงหรือเปียก เงียบ (สมัยก่อน)
2. แบบแกรไฟต์และคาร์บอน เมื่อเบรกจะมีผงสีดำทำงานได้ดีในความร้อนสูงและเปียก
คุณสมบัติของผ้าเบรกที่ผลิตจากสารแร่ใยหิน
ข้อดี
• เป็นผ้าเบรกที่มีค่าแรงเสียดทานสูง
• เป็นผ้าเบรกที่มีเนื้อนุ่ม จึงมีโอกาสเกิดเสียงต่ำ
• หาซื้อได้ง่ายและมีราคาถูก
ข้อเสีย
• ทนความร้อนได้ต่ำ อาจเกิดอาการเฟด หรือ เบรกลื่นเมื่อใช้งานหนัก
• เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและร่างกายมนุษย์และก่อให้เกิดมะเร็งในปอด
• สึกหรอไวเพราะผ้าเบรกมีเนื้อนุ่ม
• ระยะเบรกแปรผันตามอุณหภูมิ
คุณสมบัติของผ้าเบรกที่ไม่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน
ข้อดี
• มีความสามารถทนความร้อนได้สูงกว่าแร่ใยหิน
• ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
ข้อเสีย
• ต้นทุนการผลิตสูง
5. เกรดผ้าเบรก
เกรดมาตรฐาน (S-Standard)
ใช้กับรถยนต์ทั่วไป ยกเว้นรถยนต์สมรรถนะสูงหรือรถสปอร์ต ส่วนผสมของเนื้อผ้าเบรกสร้างความฝืดได้ง่าย เนื้อผ้าเบรกนิ่ม สามารถลดความเร็วได้ทันที ไม่ต้องการการอุ่นผ้าเบรกให้ร้อนก่อน ทำงานได้ดีเฉพาะช่วงความเร็วต่ำ-ปานกลาง หรือในขณะที่มีความร้อนสะสมไม่สูงนัก แต่อาจลื่นหรือไม่ได้ง่ายเมื่อต้องเบรกบ่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง หรือเบรกในช่วงความเร็วสูงอย่างรวดเร็ว สาเหตุที่รถยนต์ทั่วไปถูกกำหนดให้ใช้ผ้าเบรกเกรด S เพราะส่วนใหญ่ยังต้องมีการใช้งานในเมือง หรือมีการใช้ความเร็วไม่จัดนัก แม้จะขับเร็วบ้างหรือกระแทกเบรกแรงๆ บ้าง แต่ก็ไม่บ่อย จึงถือว่าเพียงพอในระดับหนึ่ง
เกรดกลาง (M-Medium-Metal)
รองรับการเบรกในช่วงความเร็วปานกลาง-สูงได้ดี เพิ่มความทนทานต่อความร้อนโดยตรง และความร้อนสะสมในการเบรกสูงขึ้นกว่าผ้าเบรกเกรด S แต่ยังคงประสิทธิภาพการใช้งานช่วงความเร็วต่ำ-ปานกลางได้ดี เพราะเนื้อผ้าเบรกยังไม่แข็งเกินไป ไม่ต้องอุ่นผ้าเบรกให้ร้อนก่อน ส่วนมากจะมีส่วนผสมของโลหะอ่อน หรือวัสดุที่สามารถสร้างแรงเสียดทานเมื่อมีความร้องสูงได้ดี มีความแข็งปานกลาง เนื้อของผ้าเบรกอาจเป็นสีเงาจากผงโลหะที่ผสมอยู่รถยนต์ทั่วไป
ถ้าผู้ขับเท้าขวาหนัก ก็สามารถเลือกใช้ผ้าเบรกเกรด M แทนเกรด S เพราะยังสามารถรองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบและทุกช่วงความเร็ว โดยอาจมีจุดด้อยด้านประสิทธิภาพการเบรกในช่วงที่ผ้าเบรกยังเย็นอยู่ และราคายังแพงกว่า
เกรดกึ่งแข่ง (R-Racing)
เป็นผ้าเบรกเกรดพิเศษ ซึ่งถูกผลิตเพื่อรองรับรถยนต์สมรรถนะสูง-รถแข่ง เหมาะกับการใช้ความเร็วสูง หรือมีความร้อนสะสมที่ผ้าเบรกจากการเบรกถี่ ๆ และรุนแรง เนื้อของผ้าเบรกเกรดนี้มักจะมีการผสมของผงเนื้อโลหะไว้มาก การใช้งานในเมืองด้วยความเร็วต่ำจึงต้องมีการอุ่นผ้าเบรกให้ร้อนก่อน และเบรกหยุดได้ระยะทางยาวกว่าผ้าเบรกเนื้อนิ่ม ส่วนในช่วงความเร็วสูง ร้อนแค่ไหนก็ลื่นและไหม้ยาก ผ้าเบรกเกรดนี้ไม่ค่อยเหมาะกับรถยนต์ที่ใช้งานทั่วไป ยกเว้นรถสปอร์ต หรือรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง
6. สาเหตุของเบรกเสีย หรือ อายุสั้น

หมดอายุการใช้งาน (เบรกหมด)
ขาดการดูแลรักษา (น้ำมันเบรก, การทำความสะอาดเบรก, กระบอกเบรก และลูกยาง)
อุปนิสัยของผู้ขับขี่ มีการเหยียบเบรกบ่อยเกินความจำเป็น เบรกกะทันหัน
ระบบเบรกขาดการหล่อลื่น
น้ำหนักบรรทุกมากเกินไป ทำให้เบรกถูกใช้งานอย่างหนัก
ผิวหน้าจานเบรกไม่เรียบ ทำให้เบรกสึกไม่เท่ากัน
สภาพภูมิประเทศ ที่เป็นทางลาดชัน ทำให้เบรกถูกใช้งานมากกว่าปกติ
สปริงเบรกหรือระบบไฮดรอลิคของแม่ปั๊มเบรกบกพร่อง ทำให้ผิวหน้าเบรกเสียดสีกับจานเบรกตลอดเวลา
ลูกสูบเบรกติดไม่คืนตัว ทำให้เบรกเสียดสีกับจานเบรกตลอดเวลา ทำให้เกิดความร้อนแฝงในน้ำมันเบรก และเกิดสนิมในระบบ
สปริงเบรกมือหรือสายเบรกมือเสื่อมสภาพ ทำให้เบรกเสียดสีกับจาน
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2083 เมื่อ: วันที่ 17 พฤษภาคม 2015, 22:29:35 »

7. สาเหตุที่ทำให้เบรกดัง

ฝุ่น ทำให้หน้าสัมผัสของจานเบรกและผ้าเบรกไม่สม่ำเสมอ จะมีลักษณะเสียงแหลม การแก้ไขสามารถทำได้โดยเหยียบเบรกลงลึก ๆ แต่ไม่ต้องแรง ประมาณ 3-4 ครั้ง หรือเสริมแผ่นรองกันดัง
ผิวจานไม่เรียบ แก้ไขโดยให้ช่างผู้ชำนาญ ทำการเจียรจาน
เสียงเตือน เบรกใกล้หมด มีการเสียดสีกับจานเบรก การแก้ไขคือเปลี่ยนดิสก์เบรกใหม่ เพื่อป้องกันแผ่นเหล็กรองหลังดิสก์เบรกจะเสียดสีทำลายจานเบรก
การสั่นสะเทือนของจานเบรก สาเหตุเนื่องจากชิ้นส่วนโลหะมีความฝืด แก้ไขโดยทาจาระบีทนความร้อน แต่ห้ามทาบนผิวสัมผัส ของจานเบรกกับผ้าเบรก
ดิสเบรกหลวม ทำให้หน้าสัมผัสไม่สม่ำเสมอ แก้ไขโดยทำให้ดิสก์เบรกกระชับแน่นกับเสื้อให้มากที่สุด โดยอาจใช้อุปกรณ์ช่วยยึด
เกิดจากเบรกบางรุ่น เนื่องจากมีการพัฒนาสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของเบรกให้สูงขึ้น ทำให้หน้าสัมผัสที่เป็นโลหะ เกิดการสั่นสะเทือนและมีคลื่นเสียงออกมา ซึ่งไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
8. การตรวจระบบเบรก

• จุดสำคัญในการตรวจเช็คระบบเบรก
1. น้ำมันเบรก จุดสำคัญที่มักถูกมองข้าม น้ำมันเบรกมีคุณสมบัติดูดความชื้นไว้ได้ทำให้จุดเดือดของน้ำมันเบรกต่ำลง และก่อให้เกิดสนิม
2. ระบบดิสก์เบรก ล้างทำความสะอาด สลักเลื่อน หัวไล่ลม หล่อลื่นด้วยจาระบีเพื่อป้องกันสนิม และการตายตัวของสลัก ตรวจสอบลูกสูบดิสก์เบรกให้ทำงานเป็นปกติ ตรวจสภาพยางดิสเบรก และยางกันฝุ่นว่าไม่ฉีกขาดหรือเสื่อมสภาพ
3. ระบบดรัมเบรก ล้างทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ ตรวจสภาพยางกันฝุ่นที่ล้อ และกระบอกเบรก ระบบเบรกมือ สายเบรกมือควรได้รับการหล่อลื่นด้วยจาระบี เพื่อให้คล่องตัว
4. แม่ปั๊มเบรก ควรตรวจสภาพ ทำความสะอาดให้ปราศจากฝุ่นละออง และสนิม
• การตรวจระบบเบรก หลังฤดูฝน มีความจำเป็นมาก เนื่องจากหลังการผ่านการลุยน้ำ มักจะพอาการผิดปกติกับระบบเบรกของรถยนต์ ดังนี้
1. ระบบเบรกฝืด ไม่คล่องตัว เกิดจากความสกปรกของดินโคลนที่ติดกับก้านสลักเลื่อนดิสเบรก และภายในจานเบรก ซึ่งการล้างรถโดยปกติ ไม่สามารถทำได้ทั่วถึง
2. ชิ้นส่วนเสื่อมเนื่องจากเกิดสนิม เช่น ลูกสูบเบรก แม่ปั๊มเบรก และกระบอกเบรก
3. เบรกจม เกิดจากความชื้นเข้าไปปะปนกับน้ำมันเบรก ทำให้จุดเดือดของน้ำมันเบรกลดลงจากปกติ เมื่อเกิดความร้อนจากการเบรก น้ำมันเบรกจึงเดือดเป็นฟองได้ง่าย เมื่อฟองเข้าสู่ระบบเบรกจึงเกิดอาการเบรกจม
4. การเสื่อมสภาพของลูกยางเบรกหรือยางกันฝุ่น เกิดจากการเปลี่ยนสภาพอากาศมีผลให้น้ำมันเบรกรั่วซึม

9. น้ำมันเบรก

ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดแรงดันจากแม่ปั๊มตัวบนไปยังกระบอกเบรกทุกล้อเพื่อให้เกิดการเบรก มีมาตรฐานอยู่หลายระดับ แต่ที่ปัจจุบันนิยมกันคือ DOT4 โดยแต่ละระดับต่างกันที่จุดเดือด โดยห้ามเติมหรือผสมข้ามยี่ห้อหรือข้าม DOT เพราะไม่สามารถทราบได้เลยว่าอาจจะมีปฏิกิริยาทางลบต่อกันหรือไม่

มาตรฐาน DOT

จุดเดือด
(องศาเซลเซียส)
จุดเดือดชื้น
(องศาเซลเซียส)
ความเหมาะสมในการใช้งาน
DOT 3
205-230
140-150
ขับขี่ทั่ว ๆ ไป
ส่วนใหญ่ในเมือง
DOT 4
230-260
155-180
ภูมิอากาศชื้น
ฝนตกบ่อย
DOT 5
มากกว่า 260
มากกว่า 180
ขับรถเร็ว หรือเดินทางไกลบ่อย ๆ
ขับรถขึ้นลงเขา ทางลาดชันบ่อย ๆ
คุณสมบัติที่ดีของน้ำมันเบรก
• จุดเดือด (Boiling Point) เมื่อมีการเบรกจะทำให้เกิดความร้อนขึ้น เนื่องจากการเสียดสีกันของผ้าเบรกกับจานเบรก ปัจจุบันน้ำมันเบรกจะมีค่าจุดเดือดสูงกว่า 200 ํC หรือมีค่าจุดเดือดสูงกว่าน้ำ 2 เท่า ส่วนใหญ่จะผลิตจากสารอีเทอร์ (Ether) และ ไกลคอล (Glycol) ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถดูดซับน้ำและไอน้ำในอากาศได้ดีเป็นพิเศษ โดยเข้าทางท่อยาง ข้อต่อ รูหายใจของกระบอกน้ำมันเบรก ซึ่งสาเหตุดังกล่าวทำให้จุดเดือดของน้ำมันเบรกลดลง และทำให้เกิดฟองอากาศหรือ วาเปอร์ล็อค (Vapour Lock) ขึ้นในระบบเบรกทำให้เกิดอาการเบรกหาย หรือเบรกต่ำ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งในการขับรถ
• ไม่ทำปฏิกิริยาต่อซีลยาง (Rubber Swelling) คือ ต้องไม่ทำอันตรายต่อซีลยาง และท่อยาง ไม่ทำให้ซีลยางแข็งตัวหรืออ่อนตัว ที่สำคัญต้องไม่ทำให้ซีลยางหดตัว หรือขยายตัวเกินขนาด ซึ่งทำให้ระบบเบรกเกิดการรั่วไหลหรือซึมได้ง่าย
• ไม่กัดกร่อนโลหะ (Corrosion) คือ ไม่ทำปฏิกิริยากับโลหะ เช่น เหล็ก ทองแดง ทองเหลือ หรือ อลูมิเนียม เพราะน้ำมันเบรกเมื่อดูดซับน้ำหรือไอน้ำในอากาศเข้ามาในระบบเบรก ทำให้ไอน้ำหรือน้ำมีโอกาสทำปฏิกิริยากับโลหะได้ง่าย
• ช่วยหล่อลื่น (Lubrication) คือ ช่วยหล่อลื่นชิ้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหว และลดแรงเสียดทานโดยเฉพาะในขณะที่มีอุณหภูมิสูง ๆ ฟิล์มน้ำมันเบรกจะแตกตัวหรือบางมาก
• สามารถปนกันได้ (Compatibility) คือ สามารถผสมกันได้ระหว่างน้ำมันเบรกที่ผลิตจากประเภทเดียวกัน และมีมาตรฐานเดียวกัน

ข้อควรปฏิบัติกับน้ำมันเบรก
ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกให้เป็นระยะ ตามปกติเรามักแนะนำให้ เปลี่ยนทุกๆ 1 ปี (หรือ 25,000 กิโลเมตร) จะช่วยป้องกันสนิมในระบบเบรก ยิ่งเป็นระบบเบรก ABS ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง และใช้อะไหล่ที่มีคุณภาพสูงเป็นการประกันความปลอดภัย และไร้กังวลกับการซ่อมที่มีราคาแพง

10. การปรับเตรียมสภาพผ้าเบรกใหม่

หลังการติดตั้งผ้าเบรกใหม่ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การเบดดิ้งอิน ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้
1. ขับรถด้วยความเร็วประมาณ 60 กม./ ชม.
2. เหยียบเบรกเบาๆ จนถึงปานกลางจนกระทั่งรถมีความเร็วเหลือประมาณ 10 กม./ ชม.
3. ทำซ้ำขั้นตอนข้อ 1 และ 2 อย่างน้อย 10 ครั้งโดยแต่ละครั้งใช้ระยะทางประมาณ 300 เมตร
แต่ห้ามเบรกด้วยความเร็วสูงเพราะจะทำให้ผิวผ้าเบรกไหม้หรือเบรกไหม้และเบรกไม่อยู่

11. ระบบเพื่อความปลอดภัยเสริม

ระบบกระจายแรงดันเบรค Electronic Breaking Distribution (EBD)
ระบบกระจายแรงดันเบรค EBD นี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรคอย่างเต็มที่ โดยการส่งระดับความแรงเบรกไปยังแต่ละล้ออย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในลักษณะดังกล่าวนี้ ช่วยให้เกิดสมดุลย์ในการเบรกทั้งล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง ล้อฝั่งซ้ายและล้อฝั่งขวา
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (Emergency Breaking Assistant (EBA)
เมื่อผู้ขับขี่มีการหยุดรถอย่างกะทันหัน ระบบ EBA จะช่วยเพิ่มแรงดันเบรกโดยอัตโนมัติทันที เพื่อประสิทธิภาพการเบรกสูงสุด ช่วยร่นระยะเบรก และเพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS (Anti-Lock Braking System) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบช่วยเบรกยามฉุกเฉิน (EBA) ควบคู่ไปกับช่วงล่างหน้าแบบปีกนก และหลังแบบมัลติอาร์ม ทำให้การขับขี่นุ่มนวลและปลอดภัยยิ่งขึ้น

12. ข้อควรระวังและการบำรุงรักษาระบบเบรก

1. ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก ทุก ๆ 25,000 กิโลเมตร
2. ห้ามนำน้ำมันเบรกที่ถ่ายออกแล้วกลับมาใช้ใหม่
3. ถ้าน้ำมันเบรกหกรถสีให้รีบล้างออกทันที
4. การไล่ลมเบรกต้องแน่ใจว่ามีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเบรกของรถรุ่นนั้นดี จึงจะสามารถปฏิบัติการไล่ลมได้
5. ห้ามใช้น้ำมันเบรกแทนน้ำมันหล่อลื่น หรือจาระบีโดยเด็ดขาด
6. น้ำมันเบรกที่ทำจากน้ำมันแร่ สามารถใช้กับรถบางยี่ห้อหรือตามที่บริษัทผู้ผลิตรถกำหนดเท่านั้น
7. น้ำมันเบรกที่ผลิตจากสารเคมีชนิดเดียวกัน มีมาตรฐาน SAE หรือ DOT ระดับเดียวกัน สามารถรวมกันได้
8. จาระบีที่ใช้ทาซีลยางในระบบเบรก ต้องทำมาจากน้ำมันพืช (Vegetable Oil) เท่านั้น
9. ห้ามนำน้ำมันเบรกที่มีมาตรฐานและสารที่นำมาผลิตต่างชนิดกันผสมกัน
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2084 เมื่อ: วันที่ 03 มิถุนายน 2015, 12:43:02 »

TOYOTA  COMMUTER  ทะเบียน  นข 7831  เชียงราย
   ลูกค้าเคยติดตั้งระบบแก๊ส CNG จากหน่วยงานอื่นมาก่อน  แล้วปรากฏว่าช่วงนี้เกิดข้อผิดพลาดบ่อย   เนื่องจาก ระบบแก๊สไม่ทำงาน  ซึ่งอาการนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ  และแก้ปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หายสักที  ลูกค้าจึงตัดสินใจให้รื้อระบบแก๊สดังกล่าวออก แล้วติดตั้งระบบแก๊สใหม่เป็นระบบ LPG แทน
 
  ติดตั้งระบบแก๊ส  ยี่ห้อ GI    6 สูบ    ถังแก๊สแบบแคปซูล  ขนาด  75  ลิตร

ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ  ศูนย์บริการ CR.BOSCH  ของเรา


* P1160840.JPG (69.26 KB, 450x338 - ดู 278 ครั้ง.)

* P1160841.JPG (91.59 KB, 450x338 - ดู 269 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2085 เมื่อ: วันที่ 09 มิถุนายน 2015, 14:45:47 »

TOYOTA  COROLLA  ALTIS  ใหม่ป้ายแดง เพิ่งออกศูนย์มาด่วนเลยครับ
  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ระบบหัวฉีด  4  สูบ  ยี่ห้อ  EUROPE  GAS - OBD  ถังโดนัท  51  ลิตร 

   ปฎิวัติวงการแก๊สอีกครั้ง โดย EUROPEGAS เป็น บริษัทแรกในวงการแก๊สรถยนต์ ที่ มีการติดตั้งระบบการปรับตั้งองศาการจุดระบิด    หรือ TAP  ( Timing Advance Processor)   ไว้ในกล่อง ECU เดียวกับระบบแก๊สรถยนต์ ส่งผลให้มีการทำงานที่สมบูรณ์ สัมพันธ์ด้วยการควบคุมด้วย  ECU เพียงตัวเดียว
เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพกำลัง และความประหยัด ของเครื่องยนต์ สะดวกต่อการติดตั้ง โดย เป็นการรวม ชุดติดตั้ง Oscar N OBD CAN SAS กับ EG-Dynamic TAP ไว้ด้วยกัน

    ในปัจจุบันทุกท่านคงจะเคยได้ยินข่าว รถติดตั้งแก๊สเกิดไฟไหม้? ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลากหลายปัจจัย ทั้งการติดตั้ง อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ ขาดการดูแลตรวจสอบการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ แต่เราสามารถป้องกัน เหตุการณ์ดังกล่างได้ โดยเลือกใช้อุปกรณ์ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ที่ได้มาตรฐาน และ เลือกติดตั้งกับอู่ ติดตั้งที่ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการมายาวนาน มีบริการหลังการขายที่ดีอุปกรณ์วาล์วถังแก๊ส ถือเป็นหัวใจหลักที่สำคัญ ในการระงับเหตุในกรณีเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งวาล์วถังแก๊สรถยนต์ในปัจจุบันส่วนมากจะใช้แบบมัลติวาล์วเกือบทั้งหมด

ทุกระบบการทำงานของวาล์วต้องทำงานได้สมบูรณ์ 100 % โดยปกติมัลติวาล์วที่ดีจะประกอบด้วย
1. อุปกรณ์กำหนดปริมาณแก๊สไม่ให้เกิน 80%พร้อมหน้าปัทม์แสดงผลได้ชัดเจนแม่นยำ
2. อุปกรณ์ระบายแรงดันเกิน ในสถานะไอแก๊ส และ น้ำแก๊ส  (Pressure Relive Valve & Thermo Fuse)
3. อุปกรณ์ตัดการจ่ายแก๊สหากท่อแก๊สขาด (Excess Flow Vale)
4. อุปกรณ์ป้องกันแก๊สไหลกลับจากท่อเติม ( Check Valve)
5. วาล์วไฟฟ้า (Solenoid Valve)
6. วาล์มือหมุน (Manual Valve)

     Europegas ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและความปลอดภัย ดังกล่าวต่อผู้บริโภค จึงได้นำเข้ามัตติวาล์ว “BRC” ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์แก๊สขนาดใหญ่ชั้นนำของโลกที่ ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานสูง จากประเทศอิตาลี มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 40 ปี 

       แบบสอง LPG (Liquefied Petroleum Gas)
LPG ก็คือก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือเรียกกันทั่วไปว่า ก๊าซหุงต้ม นั่นเอง ได้จากการกลั่นแยกส่วนจากหอกลั่นน้ำมัน เหมือนกับน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน มีส่วนประกอบหลักๆ คือ โพรเพน (Propane C3H8) และบิวเทน (Butane C4H10) ในอัตราส่วน 70 : 30 ซึ่ง LPG มีคุณสมบัติหนักกว่าอากาศหากเกิดการรั่วไหลจะลงต่ำกองรวมกันที่พื้น เป็นก๊าชที่มีคุณสมบัติไร้สี ไร้กลิ่นเช่นเดียวกับ NGV ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงมีการเติมกลิ่นฉุนๆ เพิ่มเข้าไป เพื่อให้รู้ให้ได้กลิ่นเวลาเกิดการรั่วไหลครับ

ข้อดีของรถติดแก๊ส LPG

    มีพื้นที่เก็บของด้านหลังเหลือเท่าเดิม หากติดตั้งถังโดนัท โดยติดแทนตรงที่เก็บยางอะไหล่
- ค่าติดตั้ง และค่าอุปกรณ์จะถูกกว่าเนื่องจากเป็นแก๊สแรงดันต่ำ
- ถังเบา เนื่องจากเป็นแก๊สแรงดันต่ำ
- มีสถานีบริการเยอะ ทำให้หาที่เติมได้สะดวก
- ไม่ต้องเติมแก๊สกันบ่อยๆ และใช้เวลาเติม 5-7 นาที
- มีค่าออกเทนสูงถึง 105 RON
 
      ข้อเสียของรถติดแก๊ส LPG

- ราคาแพงกว่า NGV แนวโน้มของราคา LPG จะสูงขึ้นได้อีก แต่ถ้ายังถูกกว่าน้ำมันก็ยังน่าสนใจอยู่ดี
- รัฐไม่สนับสนุน โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากให้คนใช้ LPG เติมรถมากไป เพราะเดี๋ยวก๊าซหุงต้มสำหรับใช้
ตามบ้าน
- เรือนจะขาดแคลน ทำให้มีราคาสูงขึ้น
- เมื่อเกิดการรั่วไหลจะลงต่ำ กระจายตามพื้น เสี่ยงต่อการลุกใหม้
- เมื่อท่านได้ ตัดสินใจเลือกที่จะเอารถไปติดแก๊ส NGV หรือ LPG อย่างได้อย่างหนึ่งได้แล้ว

ก็ควรจะศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้แก๊สชนิดนั้นในรถยนต์ให้เข้าใจ เพื่อที่จะได้ใช้รถติดแก๊ส
อย่างปลอดภัย

     
   ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ  ศูนย์บริการ CR.BOSCH ของเราครับ

 
 




* P1160354.JPG (77.48 KB, 450x338 - ดู 244 ครั้ง.)

* P1160355.JPG (78.89 KB, 450x338 - ดู 260 ครั้ง.)

* P1160357.JPG (81.72 KB, 450x338 - ดู 258 ครั้ง.)

* P1160351.JPG (58.61 KB, 450x338 - ดู 261 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2086 เมื่อ: วันที่ 09 มิถุนายน 2015, 16:52:06 »

TOYOTA  VIOS  ทะเบียน  ศข  7922  กทม.

  - ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด  4  สูบ   ยี่ห้อ EUROPE GAS   MINI
  - เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ แห้ง  BOSCH  S4    65B24L

 
   ข้อน่ารู้ เกี่ยวกับการติดแก๊สรถยนต์

          ก๊าซธรรมชาติ พลังงานทางเลือกใหม่สำหรับรถยนต์

          - ก๊าซธรรมชาติ เป็นพลังงานทางเลือกใหม่สำหรับรถยนต์ ในปัจจุบันมีก๊าซอยู่ 2 ชนิดคือ
ก๊าซ LPG และ   ก๊าซ NGV ซึ่งผู้อ่านสามารถศึกษาหาข้อเปรียบเทียบแล้วเลือกที่จะติดตั้งก๊าซ LPG หรือ
ก๊าซ NGV ได้จาก
          - Web Site หรือหนังสือที่เกี่ยวกับก๊าซรถยนต์ ที่มีวางจำหน่ายที่ร้านหนังสือ ส่วนในเนื้อหาของ
 Web นี้จะมีจุดประสงค์ของการไขข้อข้องใจ ตอบปัญหา และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดจากการใช้พลังงานก๊าซ รวมถึงแนะนำวิธีการป้องกันผลเสียเฉพาะที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ที่ดัดแปลงมาใช้พลังงานก๊าซ LPG
และ NGV

          1. ก๊าซ Liquefied Petroleum Gas (LPG) คือ อะไร
          ก๊าซ (LPG) หรือก๊าซหุงต้ม มีชื่อเป็นทางการว่าก๊าซปิโตรเลี่ยมเหลว liquefied petroleum gas
เรียกย่อ ว่า (LPG) ก๊าซ (LPG) เป็นสารประกอบ ของ โพรเพน และบิวเพน

          2. แก๊ส (LPG) มีที่มาอย่างไร
          ก๊าซ (LPG) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแยกน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมัน หรือ การแยกก๊าซธรรมชาติ
ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ

          3. ทำไมถึงมีการนำก๊าซมาใช้ในรถยนต์
          มีหลายสาเหตุที่ทำให้มีการนำก๊าซมาใช้ในรถยนต์ คือ ปริมาณน้ำมันดิบที่เหลือน้อยลง  และ ปัญหา
ของโลกที่ร้อนขึ้น สภาวะเรือนกระจกที่เกิดจากสารคาร์บอนมอนออกไซด์ อันเป็นผลมาจากการเผาไหม้
          ประกอบกับแนวคิดที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการคิดค้นหาพลังงานทดแทนที่ ?
ถูกและดี? กว่าพลังงานน้ำมัน    และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ในปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินมีราคาที่สูงขึ้น (ซึ่ง ณ ปัจจุบันราคาน้ำมันยังถูกอยู่)

          4. ในประเทศไทยมีการน้ำก๊าซ LPG มาใช้เป็นพลังงานในรถยนต์เมื่อใด
          ในประเทศไทยเริ่มต้นใช้ก๊าซ LPG มาใช้เป็นพลังงานในรถยนต์ในปี พ.ศ. 2513 หรือ (36ปี) แต่ได้รับความนิยม   อยู่ในกลุ่มรถยนต์สาธารณะ ส่วนปัจจุบันความนิยมที่รถยนต์ส่วนบุคคล   ได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานก๊าซมากขึ้น เห็นจะเป็นเพราะราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

          5. ในอดีต มีปัญหาอะไร ที่การติดตั้งก๊าซไม่เป็นที่นิยมในรถยนต์ส่วนบุคคล
          เรื่องของกลิ่นเหม็น เรื่องของสุขภาพของคนในรถ รวมถึงกลัวเรื่องอุบัติเหตุ ทำให้ไม่มีการใช้ ก๊าซ (LPG) และ  (NGV) กันอย่างแพร่หลายในระยนต์ส่วนบุคคล เรื่องของราคาน้ำมันที่มีราคาที่ ต่างไปจากราคาก๊าซ เพียงเล็งน้อย

          6. ปัญหาดังกล่าวเกิดจากอะไร
          - ปัญหาต่างๆเกิดจากการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน  และเสื่อมคุณภาพ (อุปกรณ์ส่วนใหญ่เป็นของเก่า) รวมถึงยัง
          - ขาดความชำนาญในการติดตั้งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการพัฒนาทั้งอุปกรณ์ ความรู้ และประสบการณ์
          - การติดตั้งที่มากขึ้น จนสามารถติดตั้งก๊าซรถยนต์ได้เป็นอย่างดี

          7. ก๊าซธรรมชาติ Natural Gas For Vehicle (NGV) คืออะไร
          - ก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซเชื้อเพลิงที่มีก๊าซมีเทนเป็นส่วนประกอบหลัก สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้เช่นเดียว
          - กับน้ำมันเบนซินและดีเซล ก๊าซ NGV คือ ก๊าซธรรมชาติที่ถูกอัดจนมีความดันสูง (มากกว่า 3,000 ปอนด์/ตารางนิ้ว  psi) คุณสมบัติพิเศษของก๊าซ NGV คือ มีสัดส่วนของคาร์บอนน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และเป็นก๊าซที่ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากกว่าเชื้อเพลิงชนิดเอื่น มีปริมาณไอเสียที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์ ต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และ NGV ยังเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดควันดำหรือสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน  จึงสามารถลดปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งนับวันจะรุ่นแรง มากขึ้น ก๊าซ (NGV) บางครั้งเรียกก๊าซนี้ว่า (CNG)
          Compressed Natural Gas หรือก๊าซธรรมชาติอัด

          8. ในประเทศไทยมีการน้ำก๊าซ (CNG)มาใช้เป็นพลังงานในรถยนต์เมื่อใด
          ในประเทศไทยเริ่มทดลองใช้ก๊าซ CNG มาใช้เป็นพลังงานในรถยนต์ในปี พ.ศ. 2527 โดยใช้ในรถโดยสารของ  ขสมก. และสามล้อเครื่องแต่ยังไม่มีความแพร่หลายเนื่องจากไม่คุ้มค่ากับการดัดแปลงเครื่องยนต์ เนื่องจากในปี 2527 น้ำมันยังมีราคาถูกอยู่

          9. ก๊าซ (LPG) และ (NGV) เป็นพลังงาน ที่ใช้ในรถยนต์ได้อย่างไร
          จริงแล้วน้ำมันเบนซินเป็นของเหลว แต่ในการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ น้ำมันจะต้องมีการเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอเสียก่อนจึงจะผสมกับอากาศเป็นส่วนผสมที่เรียกว่า ?ไอดี? ส่วนการใช้ (LPG) และก๊าซ (NGV)    ก๊าซจะถูกดูดเข้าเครื่องยนต์ใสสถานะไอที่ผสมกับอากาศรวมเป็นส่วนผสมที่เรียกว่า ?ไอดี? เช่นกัน
 ค่าออกเทน ของก๊าซ (LPG) มีค่าอยู่ประมาณ 105 RON ก๊าซ (NGV) มีค่าออกเทน 120 RON ก๊าซทั้งสองชนิดมีค่าออกเทนที่ใกล้เคียงกับน้ำมันเบนซิน จึงนำมาดัดแปลงใช้กับเครื่องยนต์ที่กำหนดให้ใช้เบนซินออกเทน 91,95 ได้

          10. ทำไมเครื่องยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาใช้ก๊าซ (LPG) ก๊าซ (NGV) มักจะมีปัญหาเรื่องเสียงดังของวาล์ว บ่าวาล์วทรุด และบ่าวาล์วรั่ว
          การเผาไหม้ของก๊าซ (LPG) จะให้ค่าความร้อนสูงประมาณ กว่า 400 °C การเผาไหม้ของก๊าซ (NGV)
 จะให้ค่าความร้อนสูงประมาณ กว่า 500 °C : ซึ่งสูงกว่าการใช้พลังงานน้ำมันเบนซินถึงกว่า 2 เท่า ความร้อนจะทำให้โลหะ   ชิ้นส่วนของบ่าวาล์วนิ่มและอ่อนตัว ส่งผลให้เกิดการสึกหรอได้อย่างรวดเร็ว น้ำมันเบนซิน จะมีสารปรุงแต่ง (Additive)  จำพวก สารปกป้องบ่าวาล์ว สารหล่อลื่น สารชะล้างต่างๆ เมื่อเกิดการเผาไหม้ ไอของน้ำมันจะเคลือบอยู่ที่ชิ้นส่วนต่างๆ    ของบ่าวาล์ว สามารถรับแรงกดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ส่วนพลังงานก๊าซไม่สามารถปรุงแต่งใดๆ ได้ ไอดีของก๊าซ       มีลักษณะเป็นไอที่แห้ง ไม่มีสารเคลือบบ่าวาล์ว ทำให้การสึกหรอจากการปิด ? เปิดของวาล์ว เกิดขึ้นอย่างรุนแรง   ชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับค่าความร้อนสูงถึงความร้อนของ ก๊าซ (LPG) และ ก๊าซ
          (NGV) จึงทำให้เครื่องยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาใช้พลังงานก๊าซเกิดการสึกหรออย่างรวดเร็ว

          11. เราสามารถใช้น้ำมัน 2T (AUTO LUBE) มาใช้ในการเลี้ยงวาล์วเพื่อป้องกันการสึกหรอของบ่าวาล์วได้หรือไม่
          ก่อนอื่นต้องขอชมเชยท่านที่คิดค้นและพยายามนำเอาน้ำมัน 2 T ที่ใช้ในการหล่อลื่นในกระบอกสูบของเครื่องยนต์  2 จังหวะ โดยท่านได้ทรายถึงปัญหาของบ่าวาล์วและได้มีการแก้ไขโดยใช้วิธีเดียวกับมอเตอร์ไซ และถ้าจะถามว่า  ใช้ได้ผลหรือไม่ ให้พินิจพิจารณาดูจาก

           ก. เครื่องยนต์ที่ใช้ น้ำมัน 2 T เป็นเครื่องยนต์ 2 จังหวะมีรอบกาจจุดระเบิดทุกรอบ แต่เครื่องยนต์ในรถยนต์ เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ เครื่องยนต์หมุน 2 รอบแต่มีการจุดระเบิด ให้กำลังงาน 1 รอบ

           ข. เครื่องยนต์ 2 จังหวะและ 4 จังหวะ มีการออกแบบวาล์วไอดีและไอเสียที่มีลักษณะที่แตกต่างกัน รวมไปถึง ลักษณะของแหวนลูกสูบ กล่าวคือ วาล์วของเครื่องยนต์ 2 จังหวะมักจะมีการออกแบบเป็นลักษณะของช่องพอร์ด โดยใช้ลูกสูบเป็นตัวเปิด-ปิดวาล์วไอดีและไอเสีย

           ส่วนเครื่องยนต์ 4 จังหวะจะมีวาล์วไอดีไอเสียเป็นลักษณะของดอกเห็ด อยู่ส่วนบนของกระบอกสูบ เปิดปิดโดยใช้เพลาลูกเบี้ยวเป็นตัวเปิด-ปิด

           ค. การออกแบบน้ำมัน 2T ก็ได้มีการออกแบบให้มีลักษณะและองค์ประกอบของน้ำมันในเรื่องของการเผาไหม้  และการหล่อลื่น ลูกสูบกับกระบอกสูบ และให้ใช้กับเครื่องยนต์ 2 จังหวะที่มีรอบการทำงานที่จัดกว่า เครื่องยนต์  4 จังหวะ

           ง. อย่างไรก็ดีเครื่องยนต์ 2 จังหวะเมื่อมีการใช้ไปสักระยะหนึ่งก็มักจะต้องพบกับปัญหาเรื่องการสะสมเขม่า การอุดตัน หัวเทียนบอด และอื่นๆตามมา

           จ. ปัจจุบันมีการพบรถยนต์ที่ดัดแปลงมาใช้ก๊าซพร้อมกับมีการใช้น้ำมัน 2 Tมาเลี้ยงวาล์ว แล้วเกิดความเสียหาย      ตั้งแต่อาการบ่าวาล์วรั่ว หัวลูกสูบทะลุหนักไปจนถึงจะต้องมีการผ่าเครื่องมาซ่อมบำรุงกันยกใหญ่
 แต่ในขณะเดียว   กันก็ยังมีผู้ที่ใช้ 2T เลี้ยงวาล์วแล้วก็ยังบอกว่าไม่มีปัญหาใดๆ

           ฉ. ในต่างประเทศที่มีการใช้ก๊าซเป็นพลังงานแทนน้ำมันเบนซิน จะไม่มีการใช้ น้ำมัน 2 T มาเลี้ยงวาล์ว เพราะ     ทราบถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นต่อเครื่องยนต์แล้วไอพิษที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ยังก่อไห้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม      ปัจจุบันในรถมอเตอร์ไซดิ์ได้มีการยกเลิกการใช้เครื่องยนต์ 2 จังหวะเพราะตระหนักถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเอง

           12. การสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมันเบนซินและใช้น้ำมันสักพัก จะสามารถช่วยเลี้ยงวาล์วได้หรือไม่ การสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมันเบนซินจะทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่ายการสึกหรอ จะน้อยกว่าการสตาร์ทด้วย   ก๊าซ ส่วนการใช้น้ำมันเบนซินเลี้ยงวาล์วนั้น ยังไม่เคยมีการทำการทดสอบอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงแต่ข้อสันนิฐาน แต่การใช้น้ำมันเบนซินให้บ่อย และนานขึ้นในช่วงก่อนออกรถและก่อนที่จะทำการดับเครื่องยนต์ ก็จะมีส่วนช่วย ให้ไอน้ำมันเบนซินเข้ามาช่วยชะล้างเขม่าหรือขี้เถ้าที่เกิดจากการสันดาปด้วยก๊าซได้ อย่างไรก็ดีทัน
ที่มีได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ก๊าซแทนน้ำมันเบนซิน ก็มีแนวคิดในเรื่องของ ความร้อนที่เกิดจากการสันดาปด้วย
ก๊าซที่ให้ความร้อนที่สูงกว่าน้ำมัน ดังนั้นไอน้ำมันเบนซินที่เคลือบไว้ตามส่วนต่างๆของวาล์วก็จะถูกความร้อนของ
ก๊าซเผาไหม้ไปไนเวลาต่อมานั้นเอง จึงพิจารณาได้ว่าการเลี้ยงวาล์วด้วยน้ำมันเบนซินไม่น่าจะได้ผลดีเท่าที่ควร
(ในจังหวะอัด ก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนตัวขึ้นสู่จุดศูนย์ตายบนเพียงเล็กน้อย หัวเทียนจะจุดประกายเผาไหม้ส่วนผสม   ไอดีให้ลุกไหม้ ทำให้เกิดพลังงานแรงดันสูงประมาณ 30 ถึง 60 บาร์ และให้ ความร้อนสูงสุด 2000 ถึง 2500 องศาเซลเซียส และจะลดลงประมาณ 900 ถึง 800 องศาเซลเซียสเมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวลงสู่จุดศูนย์ตายล่าง)

            13. ไอของน้ำมันเครื่องมีส่วนช่วยเลี้ยงวาล์วได้หรือไม่
             ก่อนอื่นต้องขอถามว่า ไอน้ำมันเครื่องคืออะไร   ไอน้ำมันเครื่องที่เราเห็นคือ ไอเสียที่ตกค้างจากการ เผาไหม้ เชื้อเพลิงที่ถูกเผาไหม้ เป็นแก๊สไอเสีย จะถูกระบายออกจากเครื่องยนต์ผ่านลิ้นไอเสีย จะมีประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ตกค้างจากการเผาไหม้ประมาณ    20-30 เปอร์เซ็นต์จะเป็น คาร์บอน ซัลเฟอร์ และน้ำ ตกค้างอยู่ในกระบอกสูบ และเมื่อรวมตัวกันจะเกิดเป็นกรด     กำมะถัน ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเครื่อง จะเกิดแก๊สพิษและโคลนตรงกัดกร่อนชิ้นส่วนต่าง ๆ ของ เครื่องยนต์ และ   เป็นเหตุให้น้ำมันเครื่องเสื่อมคุณภาพโดยเร็ว
ดังนั้นจึงต้องมีการต่อท่อ ระบายแก๊สให้ออกไปจากเครื่องยนต์       โดยนำไอเสียนี้กลับเข้ามาเผาไหม้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดมลภาวะอากาศเป็นพิษ (เป็นกฎข้อบังคับในการกำจัดไอเสียที่เป็นพิษ) และช่วยประหยัดเชื้อเพลิง
ได้อีกทางหนึ่ง     ดังนั้นจึงตอบได้ว่า วิศวกรได้ออกแบบระบบไอน้ำมันเครื่องโดยไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อนำไอน้ำมันเครื่องมาเลี้ยง    วาล์วโดยตรง แต่ดูจากระบบแล้ว ไอของน้ำมันเครื่องก็หน้า จะมีส่วนช่วยในการป้องกันการสึกหรอของวาล์วได้ไม่มากนัก

             14. จะมีวิธีป้องกันปัญหาเรื่องเสียงดังของวาล์ว บ่าวาล์วทรุด และบ่าวาล์วรั่วหรือไม่
              เครื่องจักรทุกชนิดที่มีการเคลื่อนที่เกิดการเสียดสี  เกิดการกระแทก ก็ย่อมเกิดการสึกหรอเป็นธรรมดา แต่สำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซจะมีการสึกหรอมากขึ้นกว่าปกติ ก็เนื่องมาจากความร้อนที่เกิดขึ้นมากกว่า
นั้นเอง ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาให้หมดไปนั้นจึงไม่สามารถทำได้ แต่หากจะทำให้ปัญหาดังกล่าวลดลงไปได้บ้าง
ก็พอจะมีวิธีแนะนำอยู่บ้างเช่น

              - อัตราการสึกหรอของบ่าวาล์วจะลดลงได้ถ้าหากใช้ความเร็วต่ำ

              - ไม่ขับขี่รถยนต์ในเวลาที่มีอากาศร้อนจัดเป็นระยะทางไกล โดยไม่มีการพัก มีการใช้รถอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ควรเกิน 1 ? 2 ชั่วโมง

              - ควรสลับมาใช้น้ำมันเบนซินในสัดส่วน 1 ต่อ 10 ของการใช้งานจริง

              - ดูแลเรื่องระบบระบายความร้อน ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำ และพัดลมให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่อุดตัน และควรใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกน้ำยาหม้อน้ำควบคู่ไปด้วย

              - ควรใช้น้ำมันเครื่องที่มีเบอร์ความหนืด (SAE) ที่สูงขึ้น
             
              - ในส่วนของน้ำมันที่ใช้สำหรับเลี้ยงวาล์ว ควรเลือกใช้น้ำมันที่มีคุณสมบัติในการใช้งานโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ผลิต   ได้มีการศึกษาถึงคุณสมบัติที่ใช้งานโดยเฉพาะ ก็จะแก้ปัญหาของการสึกหรอของบ่าวาล์วได้โดยตรงแล้ว จะไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อเครื่องยนต์ และสิ่งแวดล้อม ไม่ควรใช้น้ำมันอื่นๆมาทดแทนโดยปราศจากความเข้าใจ       ในผลิตภัณฑ์นั้นๆ เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลดีแล้วยังจะส่งผลเสียให้กับเครื่องยนต์ตามมาอีกด้วย

  ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ ศูนย์บริการ CR.BOSCH ของเราครับ


* P1160465.JPG (83.63 KB, 450x338 - ดู 276 ครั้ง.)

* P1160462.JPG (100.82 KB, 450x338 - ดู 282 ครั้ง.)

* P1160440.JPG (66.08 KB, 450x338 - ดู 254 ครั้ง.)

* P1160441.JPG (75.35 KB, 450x338 - ดู 255 ครั้ง.)

* P1160467.JPG (74.35 KB, 450x338 - ดู 254 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2087 เมื่อ: วันที่ 28 มิถุนายน 2015, 23:24:17 »

ดิสก์เบรก (Disc Brake) ดิสก์ เบรกเป็นเบรกอีกระบบหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในตอนนี้ โดยเฉพาะพวกรถเก๋งหรือรถกระบะเรียกว่าแทบจะทั้งหมด ระบบเบรกที่ล้อหน้าก็จะใช้แบบดิสก์เบรก หรือแม้กระทั่งรถจักรยานก็เริ่มหันมาใช้ดิสก์เบรกแล้วเหมือนกัน ลักษณะการทำงานของพวกดิสก์เบรกจะแตกต่างกันกับพวกดรัมเบรก โดยที่ดรัมเบรกเมื่อเหยียบเบรกแม่ปั๊มจะดันก้ามปูผ้าเบรกให้ถ่างออกไปดันกับ ฝาครอบเบรก วนดิสก์เบรกกลับใช้วิธีตรงข้ามคือ เมื่อต้องการจะเบรก ก็จะใช้แม่ปั๊มดันผ้าเบรกไปหนีบกับจานเบรกที่มีล้อรถติดอยู่ ล้อรถก็จะชะลอความเร็วในการหมุนหรือหยุดลงได้ รถส่วนใหญ่จะนิยมใช้ดิสก์เบรกกับสองล้อหน้าเป็นปกติ แต่ถ้าเป็นพวกรถสปอร์ต รถสมรรถนะสูง หรือรถที่ต้องการความมั่นใจในการหยุดมาก ก็จะมีการติดตั้งดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อเลย
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2088 เมื่อ: วันที่ 28 มิถุนายน 2015, 23:26:19 »

โดยทั่วไปเท่าที่นิยมใช้กัน ดิสก์เบรกจะมีอยู่ 3 รูปแบบ
1. ดิสก์เบรกแบบก้ามปูยืดอยู่กับที่ (Fixed-Position Disc Brake)ดิสก์เบรกแบบนี้อาจจะมีผ้าเบรกอยู่ 2 หรือ 4 แผ่น ซึ่งจะติดตั้งอยู่ภายในก้ามปูหรือคาลิเปอร์เบรก โดยมีลักษณะประกบกับจานเบรก เตรียมพร้อมที่จะบีบจานเบรกเมื่อต้องการเบรก ตัวคาลิเปอร์เบรกเป็นเพียงที่ยืดของลูกปั๊มเท่านั้น จะไม่เคลื่อนที่ขณะเบรกทำงาน

2. ดิสก์เบรกแบบก้ามปูแกว่งได้ (Swinging-Caliper Disc Brake)หลักการทำงานแตกต่างจากแบบก้ามปูยืดอยู่กับที่ คือ เบรกแบบนี้จะมีลูกปั๊ม 1 ตัวคอยดันผ้าเบรกแผ่นหนึ่ง ส่วนผ้าเบรกอีกแผ่นจะติดอยู่กับตัวคาลิเปอร์เบรกเอง ซึ่งตัวคาลิเปอร์เบรกนี้สามารถเคลื่อนไปมาได้

3. ดิสก์เบรกแบบเคลื่อนที่ไปมาได้ (Sliding-Caliper Disc Brake)หลักการทำงานแบบเดียวกับดิสก์เบรกแบบแกว่ง แต่ใช้ลูกปั๊ม 2 ตัว ซึ่งตัวแรกเป็นตัวดันผ้าเบรกโดยตรง ส่วนอีกตัวจะดันคาลิเปอร์เบรกซึ่งมีผ้าเบรกติดอยู่ด้วย ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับลูกปั๊มตัวแรก แผ่นผ้าเบรกทั้งสองก็จะประกบจานเบรกทั้งสองด้านพร้อมกัน
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.kapook.com
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2089 เมื่อ: วันที่ 28 มิถุนายน 2015, 23:27:01 »

ข้อดีของดิสก์เบรก

พวกรถเก๋งรุ่นเก่า ๆ มักจะใช้ดรัมเบรกทั้ง 4 ล้อ ต่อมาด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าของดิสก์เบรก จึงมีการเปลี่ยนมาใช้ดิสก์เบรกที่ล้อหน้ากันจนหมดแล้ว สำหรับข้อดีของดิสก์เบรกที่พบเห็นกันได้อย่างชัดเจนมีด้วยกันอยู่ 3 ประการ

1. ดิสก์เบรกจะลดโอกาสที่เบรกจะเกิดอาการเฟด อันเป็นปรากฏการณ์ที่ผ้าเบรกมีประสิทธิภาพในการหยุดรถลดลงอย่างมาก คือ มีความสามารถในด้านการเสียดทานของผ้าเบรกลดลง เนื่องจากอุณหภูมิของผ้าเบรกสูงมาก เพราะความร้อนระบายไม่ทัน ซึ่งจะเกิดขึ้นมากในเบรกแบบดรัม เมื่อมีการเบรกรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูงหรือเบรกติด ๆ กันแบบต่อเนื่อง ดังนั้นหากอาการเฟดน้อยลงก็เป็นผลทำให้การหยุดรถแน่นอนและมีประสิทธิภาพสูง ขึ้น สำหรับสาเหตุที่ทำให้พวกดิสก์เบรกสามารถลดอาการเฟดลงได้นั้น เป็นเพราะระบบเบรกแบบดิสก์จะมีจานเบรกแบบเปิดที่อากาศสามารถพัดผ่านได้สะดวก อากาศจึงสามารถหมุนเวียนผ่านเข้าออกภายในระบบเพื่อถ่ายเทความร้อนได้ ดังนั้นโอกาสที่ผ้าเบรกจะมีอุณหภูมิสูงจนเกิดอาการเฟดนั้นย่อมมีน้อยลง

2. เวลาที่มีการขับรถลุยน้ำพวกดรัมเบรกจะพบว่ามีอาการเบรกลื่นเบรกรถไม่ค่อยหยุด ซึ่งบางครั้งอาจรู้สึกเหมือนไม่มีเบรกเลย ทั้งนี้เป็นเพราะมีน้ำเข้าไปขังอยู่ในดุมเบรก ทำให้น้ำเข้าไปอยู่ระหว่างผ้าเบรกกับดุมเบรก จึงเกิดอาการลื่นเกิดขึ้นทำให้แรงเสียดทานลดลงไม่สามารถเบรกได้ดีเหมือนปกติ ส่วนดิสก์เบรกนั้นสามารถหมุนสลัดน้ำออกจากระบบได้ดีกว่า ดังนั้นน้ำจึงไม่ขังอยู่ในระบบเหมือนดรัมเบรก ซึ่งการที่ไม่มีน้ำขังอยู่ภายในระบบจะมีผลดี ทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกลดลงเพียงเล็กน้อยหลังจากเมื่อรถลุยน้ำแล้ว หรือตอนลุยน้ำแม้จะมีอาการเบรกลื่นอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากมายจนเกินไปนัก และหากมีการเบรกติด ๆ กันเบรกก็จะรีดน้ำทำให้สามารถเบรกได้

3. พวกรถที่ใช้รถแบบดรัมเบรกที่ล้อหน้า มักจะมีปัญหาเรื่องเบรกคู่หน้าจับไม่เท่ากัน เวลาเบรกแล้วรถอาจจะกินซ้ายหรือกินขวากินได้ ทำให้มีปัญหากับการใช้รถ รวมทั้งเรื่องของความปลอดภัยด้วย จึงต้องมีการปรับระยะห่างผ้าเบรกของล้อหน้าซ้ายกับหน้าขวาให้เท่ากัน ส่วนรถที่ใช้ระบบดิสก์เบรก หากไม่มีการชำรุดเสียหายของระบบ การทำงานของเบรกจะเท่ากันทั้งล้อหน้าซ้ายกับล้อหน้าขวา ไม่ต้องทำการปรับตั้งเป็นการช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยตอนเบรกให้มีมากขึ้น

ข้อเสียของดิสก์เบรก

ระบบเบรกแบบดิสก์ถึงจะมีข้อดีอยู่หลายประการ แต่ในเรื่องข้อเสียก็ยังพอมีอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่เท่าไหร่นัก มิฉะนั้นรถคงไม่ใช้ระบบดิสก์เบรกกันคับคั่งแบบนี้

ข้อเสียของดิสก์เบรกประการแรก คือ ดิสก์เบรกไม่มี Servo Action หรือ Multiplying Action หรือการช่วยเพิ่มแรงโดยอัตโนมัติแบบดรัมเบรก ซึ่งทำให้ดรัมเบรกเหยียบเบรกด้วยแรงน้อยลง ดังนั้นพวกรถที่ใช้ระบบดิสก์เบรกจึงต้องมีระบบเพิ่มกำลัง Power หรือ Booster ที่เราเรียกกันว่า "หม้อลมเบรก" ช่วยการทำงานของแม่ปั๊มเบรก (Brake Master Cylinder) เพื่อให้การเหยียบเบรกพวกดิสก์เบรกไม่ต้องออกแรงมากมายจนเกินไปนัก

ระบบดิสก์เบรกแม้จะมีประสิทธิภาพในการเบรกตอนรถแล่นเดินหน้าได้ดีก็จริง แต่มักจะมีปัญหาช่วงรถแล่นถอยหลังที่ยังหยุดได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดังนั้นพวกรถชั้นดีมีราคาสูงที่ใช้ระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ จึงมักทำดรัมเบรกซ้อนอยู่ในดิสก์หลังอีกทีเพื่อเอาไว้เป็นเบรกมือ ทำให้เบรกมือสามารถหยุดรถได้แน่นอนขึ้นไม่มีปัญหารถถอยหลังแม้จะเป็นการจอดรถอยู่บนเนินก็ตาม ส่วนรถที่ใช้ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อแต่มีราคาคำตัวไม่สู้แพงเท่าไหร่นักก็ยังคงใช้ดิสก์เบรกหลังทำเป็นเบรกมือ โดยต่อกลไกเบรกมือมายังดิสก์หลัง แบบนี้เวลาจอดรถบนเนินแล้วใช้เบรกมือ ก็ต้องดึงให้สุดแล้วหาอะไรหนุนล้อเอาไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย



ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.kapook.com

 
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
BL-5C
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 645



« ตอบ #2090 เมื่อ: วันที่ 17 กรกฎาคม 2015, 21:38:31 »

พี่รถผม มาสด้า2 แบบ4ประตู ใส่แก็สของ sez ถังแค๊ปซูล ติดกลางปี54

อยากเปลี่ยนเป็นถังโดนัส
มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน หรือ เทริน เท่าไหร่ครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 17 กรกฎาคม 2015, 21:45:38 โดย BL-5C » IP : บันทึกการเข้า
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2091 เมื่อ: วันที่ 18 กรกฎาคม 2015, 09:01:29 »

พี่รถผม มาสด้า2 แบบ4ประตู ใส่แก็สของ sez ถังแค๊ปซูล ติดกลางปี54

อยากเปลี่ยนเป็นถังโดนัส
มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน หรือ เทริน เท่าไหร่ครับ





รบกวนขอเบอร์ติดต่อกลับเพื่อแจ้งรายละเอียดสินค้าที่ชัดเจน ครับ หรือสะดวกโทร. 086-9112488 ขอบคุณครับ
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2092 เมื่อ: วันที่ 18 กรกฎาคม 2015, 11:11:42 »

HONDA  CIVIC ทะเบียน  กน  8128  เชียงราย
  ลูกค้าเข้ามาเปลี่ยนแบตเตอรี่ เนื่องจากแบตฯเดิมเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน

- เปลี่ยนแบตเตอรี่ BOSCH  S4   65B24R

ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ ศูนย์บริการ CR.BOSCH ของเราครับ


* P1170103.JPG (73.88 KB, 450x338 - ดู 210 ครั้ง.)

* P1170102.JPG (73.02 KB, 450x338 - ดู 203 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2093 เมื่อ: วันที่ 04 สิงหาคม 2015, 17:31:37 »

MITSUBISHI   PAJERO  ทะเบียน  กน 4172  เชียงราย

 - เปลี่ยนหัวเทียน BOSCH  4 เขี้ยว   
 - ล้างมอเตอร์เดินเบา
 - ล้างหัวฉีดแก๊สด้วยเครื่องอุลตร้าโซนิค

จุดเด่นในเบื้องต้น:
 - อัตราเร่งที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
 - การทำงานที่ราบรื่นกว่า
 - เครื่องยนต์มีความยืดหยุ่นมากกว่า
 - ช่องห่างขั้วไฟฟ้าที่กำหนดจากโรงงาน
 - ช่องว่างสำหรับประกายไฟเจ็ดจุดเพื่อให้จุดระเบิดได้มีเสถียรภาพ
 - ช่องว่างบริเวณพื้นผิวช่วยให้มีการขจัดคราบได้เอง
 - ผลิตภัณฑ์ทำความร้อนรุ่นพิเศษ: รองรับการสตาร์ทเย็นมากกว่าสูงสุดสามเท่าเมื่อเทียบกับหัวเทียนแบบเก่า
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปกป้องตัวกรองไอเสีย
 
  ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ ศูนย์บริการ CR.BOSCH ของเราครับ


* P1170257.JPG (83.2 KB, 450x338 - ดู 195 ครั้ง.)

* P1170247.JPG (77.25 KB, 450x338 - ดู 185 ครั้ง.)

* P1170252.JPG (67.46 KB, 450x338 - ดู 206 ครั้ง.)

* P1170249.JPG (66.51 KB, 450x338 - ดู 181 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
BL-5C
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 645



« ตอบ #2094 เมื่อ: วันที่ 05 สิงหาคม 2015, 21:34:36 »

- เปลี่ยนหัวเทียน BOSCH  4 เขี้ยว
มาสด้า2ใช้4หัว
ราคาเท่าไหร่ครับ
IP : บันทึกการเข้า
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2095 เมื่อ: วันที่ 08 สิงหาคม 2015, 00:38:06 »

- เปลี่ยนหัวเทียน BOSCH  4 เขี้ยว
มาสด้า2ใช้4หัว
ราคาเท่าไหร่ครับ
ประมาณหัวละ 200 บาท พร้อมค่าบริการครับ..
ถ้านำไปเปลี่ยนเอง  ถูกกว่านี้ครับ..
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2096 เมื่อ: วันที่ 22 สิงหาคม 2015, 09:23:42 »

TOYOTA COMUTER  ทะเบียน  10-2756  เชียงราย
ใช้แก๊สแล้วมีอาการ คือ เสียงระเบิดดังขึ้นแล้วรถก็ดับไปเอง

 - เปลี่ยนหัวเทียน BOSCH  FR8SC+  ซึ่งเป็นหัวเทียนที่เหมาะกับรถที่ใช้ระบบแก๊สรถยนต์
 
ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ ศูนย์บริการ CR.BOSCH CAR SERVICE ครับ 


* P1170473.JPG (74.77 KB, 450x338 - ดู 171 ครั้ง.)

* P1170474.JPG (77.71 KB, 450x338 - ดู 142 ครั้ง.)

* P1170475.JPG (68.92 KB, 450x338 - ดู 145 ครั้ง.)

* เปรียบระหว่างหัวเทียนBOSCH และหัวเทียนเข็มที่ซึ่งไม่เหมาะกับรถที่ใช้แก๊ส.JPG (44.9 KB, 450x338 - ดู 380 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2097 เมื่อ: วันที่ 22 สิงหาคม 2015, 15:45:18 »

TOYOTA TIGER ทะเบียน  บพ 1925  เชียงราย

ลูกค้าเข้ามาใช้บริการตรวจเช็คระบบเบรก ช่วงล่าง ระบบไฟ

  - ล้างทำความสะอาดเบรกหลัง ซ้าย - ขวา ( โดยใช้น้ำยาฉีดล้างทำความสะอาดเบรก )
 
  - เปลี่ยนแบตเตอรี่ BOSCH  S 4  105D31L 

 แบตเตอรี่รถยนต์ ไม่ใช่แหล่ง ผลิตกระแสไฟฟ้า แต่เป็นแหล่งเก็บไฟฟ้าสำรอง เมื่อใดก็ตามที่ไดร์ชาร์จ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้า ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ทัน  เช่น การขับขี่ในตอนกลางคืนซึ่งใช้ระบบไฟเยอะกว่าปกติ  ก็จะดึงไฟจากแบตเตอรี่มาใช้   ขณะเดียวกันถ้าไดร์ชาร์จทำงานได้ดีขึ้น หรือ หมุนเร็วขึ้น ก็จะมีกระแสไฟฟ้าเหลือจากการใช้งาน ซึ่งก็จะถูกส่งกลับเข้าไปยังแหล่งเก็บไฟฟ้าสำรอง (แบตเตอรี่) จนกว่าจะเต็มแบตเตอรี่จะถูกจ่ายไฟออกอย่างเดียวก็เฉพาะตอนสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น เพื่อส่งกระแสไฟเข้าสู่มอเตอร์สตาร์ท และ ระบบต่างๆของเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ทติด และ ทำงานแล้ว ไดร์ชาร์จก็จะทำหน้าที่ประจุไฟเข้าแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง นั่นก็หมายความว่า กระแสไฟฟ้าจะถูกจ่ายออกไป และ ถูกประจุเพิ่มเข้าไป หมุนเวียนเข้าออกแบตเตอรี่อยู่เสมอ ไม่ได้จ่ายออกไปจนหมดอย่างเดียว

  นั่น หมายความว่าแบตเตอรี่จะหมดได้ก็มีอยู่เพียง 2 กรณี นั่นก็คือ
1. เก็บไฟไม่อยู่ หรือ หมดอายุการใช้งาน
2. ไดร์ชาร์จทำงานผิดปกติ หรือ บกพร่อง ซึ่งทำให้ประจุไฟเข้าไปยังแบตเตอรี่รถยนต์ได้น้อยมากไม่เพียงพอต่อการใช้งาน หรือ ไม่สามารถประจุไฟเข้าไปได้เลย 

ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ  ศูนย์บริการ  CR.BOSCH CAR SERVICE  ของเราครับ


* P1170685.JPG (66.91 KB, 450x338 - ดู 144 ครั้ง.)

* P1170686.JPG (81.33 KB, 450x338 - ดู 171 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2098 เมื่อ: วันที่ 24 สิงหาคม 2015, 08:35:48 »

MAZDA  BT-50  ทะเบียน  บว  1589  เชียงราย
ลูกค้ามาใช้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่

  -  เปลี่ยนแบตเตอรี่  BOSCH  S4   ขนาด  80D23R 

ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ ศูนย์บริการ CR.BOSCH  ของเราครับ


* P1170560.JPG (57.98 KB, 450x301 - ดู 221 ครั้ง.)

* P1170561.JPG (68.5 KB, 450x301 - ดู 225 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
THANAPUT
เชียงรายบ๊อช คาร์ เซอร์วิส
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,280



« ตอบ #2099 เมื่อ: วันที่ 24 สิงหาคม 2015, 08:42:49 »

พบกับโปรโมรชั่นใหม่ของทางศูนย์ฯ
  เปลี่ยนแบตเตอรี่ BOSCH ทุกรุ่น   ที่ศูนย์บริการ CR.BOSCH CAR SERVICE  


คุณจะได้รับสิทธิพิเศษ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% (เบนซิน + แก๊ส) ขนาด 4 ลิตร  
 ในราคาเพียง   999.-  บาท เท่านั้น
 



  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 24 สิงหาคม 2015, 09:03:56 โดย THANAPUT » IP : บันทึกการเข้า

บริการ  ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ระบบหัวฉีด รับประกัน 5 ปีเต็ม  จำหน่าย สินค้า  BOSCH  ทั้งปลีกและราคาขายส่ง
http://www.chiangraiboschcarservice.com
หน้า: 1 ... 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 [105] 106 107 108 109 110 111 112 113 114 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!