เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 27 พฤษภาคม 2019, 07:21:02
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, : 1100 Km. :, ©®*, Cupid)
| | |-+  +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ... 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 [16] พิมพ์
ผู้เขียน +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++  (อ่าน 138594 ครั้ง)
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #300 เมื่อ: วันที่ 25 สิงหาคม 2013, 10:21:22 »

เอกชน-นักวิชาการชี้จีนรุกทุกระดับรับเออีซี สะพานข้ามโขง 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   24 สิงหาคม 56

   
เชียงราย - ตัวแทนภาคเอกชน-นักวิชาการ ชี้กลุ่มทุนจีนเปิดเกมรุกพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนบนผ่านช่องทางเชื่อมไทย-พม่า-ลาว-จีน ทุกระดับ และทุกช่องทาง แต่รัฐกลับละเลย “เชียงราย” หัวเมืองยุทธศาสตร์ ระบุแม้แต่เขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ที่พูดกันมาร่วม 20-30 ปี วันนี้ยังไปไม่ถึงไหน
       
       รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า ในเวทีเสวนาพร้อมระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเรื่อง “สะพานเศรษฐกิจเชียงของ : โอกาสทองทางการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว” เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับหอการค้าไทย จัดขึ้นที่ห้องประชุมดอยตุง โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท อ.เมืองเชียงราย นักวิชาการ ตลอดจนตัวแทนภาคเอกชนได้แสดงความเห็นถึงการรุกเข้าลงทุนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงของจีนเกิดขึ้นอย่างหนักและต่อเนื่อง
       
       นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยมีการค้ากับประเทศจีนมหาศาล โดยเฉพาะจีนตอนใต้ ที่เชื่อมกับเชียงราย ผ่านถนนอาร์สามบี อ.แม่สาย-พม่า-จีนตอนใต้ แม่น้ำโขงจาก อ.เชียงแสน ไปยังจีนตอนใต้ และถนนอาร์สามเอ อ.เชียงของ-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ซึ่งกำลังจะมีการเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4 ในปลายปีนี้ โดยปี 2555 มีการค้ากับมณฑลเสฉวน มูลค่ารวม 11,780 ล้านบาท มณฑลยูนนาน 22,878 ล้านบาท
       
       “ที่ผ่านมา จีนรุกลงมาอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้มุ่งทำการค้าด้วยเส้นทางใดเป็นการเฉพาะ แต่เลือกหลายเส้นทาง”
       
       นายนิยม กล่าวอีกว่า สำหรับบนถนนอาร์สามเอ เชื่อมสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 นั้น เอกชนจีนได้ทำการขนสินค้าด้วยรถบรรทุกสินค้าจากจีนตอนใต้ลงมาอย่างต่อเนื่อง มีการทำข้อตกลงระหว่างจีน-สปป.ลาว ให้รถบรรทุกสินค้าของจีนมีทะเบียนรถบรรทุกของ สปป.ลาว ได้ด้วย ทำให้รถบรรทุกสินค้าจีน สามารถเดินทางผ่านด่านโมฮาน-บ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว เข้ามาได้โดยไม่ต้องตรวจสอบ และมุ่งหน้าสู่ถนนอาร์สามเอ มายังด่าน อ.เชียงของ ของไทยได้เลย และเมื่อมีการดำเนินการตามข้อตกลงกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง หรือจีเอ็มเอส ที่อนุญาตให้รถสินค้าของแต่ละฝ่ายผ่านอีกประเทศหนึ่งได้ 500 คัน เพิ่มขึ้นปีละ 100 คัน ก็ยิ่งทำให้ในอนาคตการขนส่งสินค้าผ่านถนนอาร์สามเอ จะคึกคักมากขึ้น
       
       “ในอนาคตจีนคงต้องการเป็นแบบไทย-มาเลเซีย ที่มีรถ 2 สัญชาติ เข้าออกประเทศไทยได้เลย และที่น่าจับตาสำหรับไทยคือ การมีรถนอมินีที่มีป้ายทะเบียนรถถึง 3 สัญชาติ เข้ามาทั้งไทย และจีนได้”
       
       นอกจากนี้ จีนยังสามารถอาศัยเส้นทางอาร์สามเอใน สปป.ลาว จากแขวงหลวงน้ำทาแยกไปนาเตย-เวียดนาม ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร และอีกเส้นทางลงไปทางปากแบ่ง จ.น่าน ระยะทางแค่ 144 กิโลเมตร ล่าสุด ทางลาวเองก็กำลังจะได้เงินกู้ยืมจากเอดีบี จำนวน 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำถนนแยกจากถนนอาร์สามเอที่แขวงหลวงน้ำทา ไปทางแขวงอุดมไชย และเชื่อมถึง จ.อุตรดิตย์ ของไทยด้วย
       
       นายนิยม กล่าวอีกว่า ส่วนถนนอาร์สามบี ก็มีความสำคัญ เพราะสามารถแยกไปทางเมืองยอง และข้ามสะพานแม่น้ำโขงพม่า-สปป.ลาว ก่อนจะเชื่อมมายัง จ.เชียงราย ห่างจากจีนตอนใต้แค่ 180 กิโลเมตร ซึ่งใกล้กว่าทุกสาย
       
       ด้านนายบุญธรรม ทิพย์ประสงค์ ประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า จีนตอนใต้มีประชากรร่วม 300 ล้านคน ขณะที่เชียงราย มีศักยภาพด้านการเชื่อมโยงในทุกด้าน แต่ที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการสนับสนุนด้านการพัฒนาอย่างเต็มที่ แม้แต่เรื่องการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดน ก็พูดกันมาร่วม 20-30 ปีแล้ว แต่ยังไปไม่ถึงไหน
       
       ทั้งที่ศักยภาพของจังหวัดถือว่าเดินตามภูมิศาสตร์ เพราะมีตลาดใหญ่ที่ท่าขี้เหล็ก ตรงกันข้าม อ.แม่สาย มีประชากรร่วม 1 ล้านคน ใช้สินค้าอุปโภคบริโภค และก่อสร้างจากไทยทั้งหมด 90% แม้แต่เกลือยังนำเข้าจากไทย 70-80% ไข่ไก่นับล้านฟองต่อวัน ส่วนทางแม่น้ำโขงก็มีโครงการของจีนไปตั้งอยู่อย่างใหญ่โตที่สามเหลี่ยมทองคำ และเป็นเส้นทางการเดินเรือ ขณะที่ อ.เชียงของ มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องหันมายอมรับความจริงว่าเรายังไม่พัฒนายังขับเคลื่อนเพื่อรับผลประโยชน์เหล่านี้น้อยมาก
       
       ขณะที่ ดร.จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า เมื่อด่านพรมแดนที่ อ.เชียงของ แล้วเสร็จ รถบรรทุกสินค้าทั้งขาเข้าและออก จะได้รับการอำนวยความสะดวกทางการค้ามาก โดยรถบรรทุกที่กำหนดเป็นสีแดง จะแล่นข้ามจากฝั่งไทยข้ามสะพานไปโดยไม่ต้องตรวจ และไปตรวจที่ด่านพรมแดนฝั่งลาว ซึ่งมีการทำงานร่วมกัน เช่นเดียวกับรถบรรทุกสินค้าขาเข้า ซึ่งทางประเทศไทยกำลังจะก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของรองรับอยู่
       
       ดร.ธงชัย ภูวนาถวิจิตร อาจารย์ประจำสาขาวิชาบ้านและชุมชน คณะมนุษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จีนมีความพร้อมในเรื่องการท่องเที่ยวมาก โดยจัดกิจกรรมที่จีนตอนใต้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ยังมาลงทุนประชิดชายแดนไทยด้านสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อ.เชียงแสน โดยบริษัทกลุ่มดอกงิ้วคำ จำกัด ที่ได้สัมปทานเนื้อที่กว่า 60,000 ไร่ โดยเบื้องต้นเช่าก่อน 7,500 ไร่ ระยะเวลา 99 ปี มีการจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีทั้งโรงแรมหรู สถานบันเทิง สนามกอล์ฟ สถานเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ฯลฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่ายุทธศาสตร์ของจีนโดยเอกชนที่มีความสามารถสูงรุกลงมาอย่างอย่างหนัก
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #301 เมื่อ: วันที่ 08 กันยายน 2013, 12:51:10 »

เชียงราย - กลุ่มทุนหลากหลายกลุ่มแห่เข้าชายแดนเชียงของ วางแผนพัฒนาสารพัดรูปแบบ รอรับสะพานข้ามโขงเปิดปลายปีนี้ ทำราคาที่ดินพุ่งขึ้นเป็นไร่ละ 5-6 ล้านบาทแล้ว
       
       วันนี้ (8 ก.ย.) นายธนิสร กระฎุมพร ประธานหอการค้าอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า หลังกระทรวงคมนาคม กำหนดเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาว แห่งที่ 4 ระหว่าง อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อเชื่อมถนน R3a ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ วันที่ 11 ธันวาคมนี้ ทำให้กลุ่มทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 5-6 ล้านบาทแล้ว และเชื่อว่าหลังสะพานเสร็จเมืองเชียงของจะขยายตัวอีกมาก
       
       เพราะถัดจากตัวสะพาน และตัวเมืองเชียงของ ยังมีทุ่งสามหมอนที่กว้างขวางที่ ต.ศรีดอนชัย และ ต.สถาน ติดถนนเชียงของ-เชียงราย ที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เคยเข้าไปสำรวจ และกำหนดเป็นพื้นที่สีม่วงสำหรับก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมเอาไว้ประมาณ 16,000 ไร่ ซึ่งมีกลุ่มทุนเข้าไปถมดิน และประกอบกิจการแปรรูปทางการเกษตรแล้วหลายแห่ง ล่าสุด กำลังเสนอให้รัฐบาลพิจารณารูปแบบการลงทุนอยู่
       
       ด้านนายกฤษฎาพงศ์ แสงสว่าง ผู้จัดการทั่วไปโครงการเชียงของเมืองใหม่ กลุ่มทุนเกรทเทสท์ โลจิสติก บริษัท อภิพัฒนกิจ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ลงทุนก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 3 เฟส รวม 74 คูหา แล้วเสร็จราวปี 2557 เพื่อเปิดขายในราคา 4-4.5 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งมีผู้สนใจจองกันอย่างคึกคัก หากได้รับการตอบรับดีก็จะขยายการลงทุนเพิ่มอีก เพื่อพัฒนาให้เป็นตลาดสินค้าชายแดน พืชผัก ผลไม้ อาหารทะเล ห้องแถว โดยมีโซนตลาดที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันเปิดให้เช่าเฉลี่ยล็อกละ 3,000 บาทต่อเดือน และจะมีการบริหาร และพัฒนาตลาด และอื่นๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้จับจองคุ้มทุนอย่างยั่งยืน
       
       นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล อาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอพาร์ตเมนทต์และหอพัก ซึ่งเริ่มก่อสร้างกันแล้วหลายแห่ง
       
       ขณะที่พื้นที่ติดสะพานในฝั่งเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว มีบริษัท เอเอซี กรุ๊ป จำกัด เช่าพื้นที่รัฐบาลลาว 1,200 ไร่ ระยะเวลา 80 ปี ยังคงเดินหน้าก่อสร้างโครงการต่างๆ ทั้งโรงแรม อาคารพาณิชย์ ตลาดชายแดน พื้นที่เกษตร เขตปลอดภาษี หรือดิวตี้ฟรีโซน เอ็นเตอร์เทนเมนต์
       
       รายงานข่าวจากด่านศุลกากรเชียงของ ระบุว่า ปีงบประมาณ 2556 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือนสิงหาคม 2556 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าผ่านด่านศุลกากรเชียงของไปยัง สปป.ลาว และจีนตอนใต้ 3,056,783,986 บาท และนำเข้า 9,437,007,570.69 บาท สินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นยางพารา เศษยางพารา เนื้อสัตว์แช่แข็ง เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ผลไม้สด สินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นผลไม้สด พืชผัก เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ ถ่านหิน ดอกไม้ ไม้ประดับ
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000112862

IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
นวลนภาบ้านเช่า
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,194



« ตอบ #302 เมื่อ: วันที่ 12 พฤศจิกายน 2013, 14:59:33 »

ใครพอจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคมขนส่งบ้างครับ พอดีกำลังทำรายงานหาข้อมูลไม่เจออะคับ ฮืมมึนไปหมด
 - แม่สาย-เชียงแสน
 - เชียงแสน-เชียของ
 - เชียงแสน-เชียงราย(ทั้งเส้นเก่าและกำลังสร้างใหม่)
IP : บันทึกการเข้า

boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #303 เมื่อ: วันที่ 21 พฤศจิกายน 2013, 21:27:52 »

แหล่งที่มา : สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเชียงใหม่
    วันที่ข่าว : 21 พฤศจิกายน 2556
จังหวัดเชียงรายเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 ในเดือนธันวาคมนี้
นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 ของจังหวัดเชียงรายว่า ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว และได้จัดเตรียมการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ ทั้งนี้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 นี้ เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย กับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยหวังว่าภายหลังการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแล้ว ซึ่งการมีความสะดวกในการเดินทางมากขึ้นนี้ จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการขนถ่ายสินค้า ก็จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน จึงต้องเตรียมความพร้อมในด้านการตรวจคนเข้าเมือง การเสียภาษีศุลกากร และการขนถ่ายสินค้าด้วย
สำหรับประโยชน์ที่ชาวจังหวัดเชียงรายจะได้รับนั้น นอกจากความสะดวกด้านการท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าแล้ว ยังจะช่วยสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น ซึ่งจังหวัดเชียงรายจะเปิดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และศูนย์กระจายสินค้า ที่อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของด้วย
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
corolado4
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,829


บ้านสวน ดอยพระบาท11 (ธารน้ำกรณ์2)


« ตอบ #304 เมื่อ: วันที่ 22 พฤศจิกายน 2013, 05:56:26 »

ใครพอจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคมขนส่งบ้างครับ พอดีกำลังทำรายงานหาข้อมูลไม่เจออะคับ ฮืมมึนไปหมด
 - แม่สาย-เชียงแสน
 - เชียงแสน-เชียของ
 - เชียงแสน-เชียงราย(ทั้งเส้นเก่าและกำลังสร้างใหม่)
..กระทู้นี้ล่ะ จขกท เขานำมาวางไว้ให้แล้ว
ขยันเปิดไล่อ่าน ก้อปปี้ข้อความ ข่าวสาร ภาพแผนที่เส้นทาง ตั้งแต่หน้าแรก มาเรื่อยๆ
ได้รายงานฉบับเต็มๆแน่...ลองดู
IP : บันทึกการเข้า

boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #305 เมื่อ: วันที่ 27 พฤศจิกายน 2013, 15:29:40 »

แหล่งที่มา : สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเชียงใหม่
    วันที่ข่าว : 27 พฤศจิกายน 2556
ด่านศุลกากรเชียงแสนนำเข้าส่งออกพุ่ง 2.6 หมื่นล้านบาท คาดสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 เปิดใช้ส่งผลกระทบส่งออกทันที
นายเมธา ภมรานนท์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน กล่าวว่า ภาพรวมการค้าชายแดนทั่วประเทศ ปี 2555 พบว่ามีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท มาเลเซีย 7 แสนล้านบาท, สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 2 แสนล้านบาท, สปป.ลาว 1 แสนล้านบาทและกัมพูชา 9 หมื่นล้านบาท เชียงรายมีด่านศุลกากร 3 แห่ง ได้แก่ ด่านศุลกากรแม่สาย, ด่านศุลกากรเชียงแสนและด่านศุลกากรเชียงของ ภาพรวมการค่าขายชายแดนของจังหวัดเชียงราย ปี 2555 มูลค่า 36,000 ล้านบาท แบ่งเป็นของด่านเชียงของ 12,000 ล้านบาท ด่านศุลกากรแม่สาย 10,000 ล้านบาท และด่านเชียงแสน 14,000 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าค้าขายชายแดนตลอด 3 ปี ที่เปิดใช้ท่าเรือแห่งที่สอง พบว่ามีมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดโดยในปี 2554 มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท ปี 2555 มูลค่า 14,000 บาทและปี 2556 มีมูลค่า 26,000 บาททีเดียว
สินค้านำเข้าได้แก่ผักผลไม้ กระเทียม ปี 2554 มูลค่า 1,000 ล้านบาท ปี 2555 มูลค่า 512 ล้านบาทและปี 2556 มูลค่า 615 ล้านบาท มูลค่าการนำเข้ามีตัวเลขลดลงเกิดจากเหตุการณ์ความไม่สงบในแม่น้ำโขงที่ผ่านมา ทำให้การขนส่งสินค่าที่ใช้เส้นทางในแม่น้ำโขงเปลี่ยนเส้นทางไปทางด่านเชียงของผ่านถนน R3A ใน สปป.ลาวเข้าจีน เมื่อเหตุการณ์ความไม่สงบในแม่น้ำโขงคลี่คลายลง ทำให้การขนส่งสินค้าทางน้ำผ่านแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้น ซึ่งเรือส่วนใหญ่ที่วิ่งให้บริการขนส่งสินค้าในแม่น้ำโขงเป็นของลาวถึง 200 ลำ เป็นเรือขนาดเล็ก สามารถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ได้ครั้งละ 2 ตู้เท่านั้น เรือจีนขนาด 150-50 ตัน จำนวน 180 ลำ ในขณะที่เป็นเรือสัญชาติไทยเพียง 2 ลำ ซึ่งเป็นเรือท่องเที่ยวในแม่น้ำโขง ส่วนการส่งออก ปี 2554 มูลค่า 8,900 ล้านบาท ปี 2555 มูลค่า 11,000 ล้านบาท ปี 2556 มูลค่า 19,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 800 ล้านบาท
สินค้าส่งออก 3 อันดับที่เป็นสินค้าข้ามแดน ประกอบด้วยอาหารแช่แข็ง ได้แก่ เนื้อไก่ โค กระบือและอาหารทะเล อันดับที่ 2 รถยนต์ อันดับที่ 3 คือ ไม้ข้ามแดนที่มาจากลาวผ่านแดนไปยังประเทศที่พม่า สินค้านำเข้า 3 อันดับแรกได้แก่ผลไม้สด อันดับที่สอง เครื่องอุปโภคบริโภคและอันดับที่ 3 คือ กระเทียม ปริมาณเที่ยวเรือปี 2554 จำนวน 3,900 เที่ยวเรือ ปี 2555 จำนวน 5,800 เที่ยวเรือและ ปี 2556 จำนวน 9,900 เที่ยวเรือ ในปี 2557 คาดว่าจะทะลุ 10,000 เที่ยวเรือและน่าจะมีมูลค่านำเข้าส่งออกเส้นทางแม่น้ำโขงทางด่านศุลกากรเชียงแสน ไม่น้อยกว่า 28,000 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญน่าจะเกิดจากค่าระวางการบรรทุกสินค้าทางเรือกับสินค้าที่ไม่เร่งด่วนและส่งไปมายัง 4 ประเทศ จีน เมียนมา ลาว และไทย ผ่านด่านศุลกากรเชียงแสนเพิ่มขึ้น
นายเมธา กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงและน่าจะส่งกระทบต่อการค้าขายชายแดนผ่านด่านศุลกากรเชียงแสน ก็คือ เหตุการณ์ที่ผู้ประกอบการเรือลาวที่มีการรวมตัวเป็นชมรมและไม่เกี่ยวข้องกับทางการลาว ได้มีการยื่นข้อเสนอผ่านมาว่าอยากจะขอจัดระเบียบการขนส่งสินค้าด้วยเรือลาวไปยังเมียนมา, จีน และลาว ด้วยอัตราค่าขนส่งที่สูงกว่าเดิมจากตู้คอนเทรนเนอร์ละ 30,000-40,000 บาทต่อเที่ยว เป็น 52,000 -55,000 บาทต่อเที่ยว ซึ่งทางผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกฝ่ายไทยยังไม่ยินยอม เพราะจะทำให้ต้นทุนด้านขนส่งเพิ่มมากขึ้นและมีราคาใกล้เคียงกับการขนส่งทางบก ผ่านด่านศุลกากรเชียงของและหากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 เปิดใช้ก็จะทำให้ผู้ประกอบการไทยหันไปใช้เส้นทางดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่ในทางกลับกันหากสะพานเปิดจะส่งผลให้แพขนานยนต์ขนาดใหญ่ที่เคยให้บริการที่บริเวณท่าเรือเชียงของหันมาให้บริการที่เชียงแสน เพราะขณะนี้ถนนที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เชื่อมไปยังถนน R3A สร้างเสร็จสมบรูณ์แล้ว ก็จะทำให้มีผู้ประกอบการหันมาใช้เส้นทางนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน
จักรภัทร ข่าว/ภาพ
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #306 เมื่อ: วันที่ 04 ธันวาคม 2013, 19:03:33 »

ค้าชายแดนเชียงรายพุ่ง2หมื่นล. ขนส่งทางน้ำกลับมาคึกคัก-หลังไร้เหตุรุนแรง



เชียงราย - นายเมธา ภมรานนท์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน จ.เชียงราย เผยว่า เชียงรายมีด่านศุลกากร 3 แห่ง ได้แก่ ด่านศุลกากรแม่สาย, ด่านศุลกากรเชียงแสน และด่านศุลกากรเชียงของ ภาพรวมการค้าชายแดนของเชียงราย ปี 2555 มูลค่า 36,000 ล้านบาท แบ่งเป็นด่านเชียงของ 12,000 ล้านบาท ด่านศุลกากรแม่สาย 10,000 ล้านบาท และด่านเชียงแสน 14,000 ล้านบาท



นายเมธากล่าวว่า มูลค่าค้าขายชายแดนตลอด 3 ปี ที่เปิดใช้ท่าเรือแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ทำให้มูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดโดยในปี 2554 มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท ปี 2555 มูลค่า 14,000 ล้านบาท และปีนี้ 2556 มีมูลค่า 26,000 ล้านบาท สินค้านำเข้า ได้แก่ ผักผลไม้ กระเทียม ปี 2554 มูลค่า 1,000 ล้านบาท ปี 2555 มูลค่า 512 ล้านบาท และ ปี 2556 มูลค่า 615 ล้านบาท



"สำหรับมูลค่าการนำเข้ามีตัวเลขลด เนื่องจากเคยเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในแม่น้ำโขงเมื่อปี 2554 โดยกระทบต่อภาคการขนส่งสินค้าทางเรือในแม่น้ำโขง แต่ผู้ประกอบการเปลี่ยนไปใช้ถนนอาร์สามเอในประเทศลาว เข้าสู่จีนแทน ปริมาณเที่ยวเรือปี 2554 จำนวน 3,900 เที่ยวเรือ ปี 2555 จำนวน 5,800 เที่ยวเรือ และปี 2556 จำนวน 9,900 เที่ยวเรือ ในปี 2557 คาดว่าจะทะลุ 10,000 เที่ยวเรือ" นายด่านศุลกากรเชียงแสนกล่าว



นายเมธากล่าวอีกว่า ปัจจัยสำคัญน่าจะเกิดจากค่าระวางการบรรทุกสินค้าทางเรือ กับสินค้าที่ไม่เร่งด่วนและส่งไปมายัง 4 ประเทศ จีนพม่า ลาว และไทย ผ่านด่านศุลกากรเชียงแสนเพิ่มขึ้น ส่วนการส่งออก ปี 2554 มูลค่า 8,900 ล้านบาท ปี 2555 มูลค่า 11,000 ล้านบาท ปี 2556 มูลค่า 19,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 800 ล้านบาท สินค้าส่งออก 3 อันดับที่เป็นสินค้าข้ามแดนประกอบด้วยอาหารแช่แข็งได้แก่เนื้อไก่ โค กระบือและอาหารทะเล อันดับที่ 2 รถยนต์ อันดับที่ 3 คือไม้ข้ามแดนที่มาจากลาวผ่านแดนไปยังประเทศพม่า

หน้า 29
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #307 เมื่อ: วันที่ 11 ธันวาคม 2013, 22:38:00 »


Prev1 of 2Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 11 ธ.ค. 2556 เวลา 14:00:14 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เปิดสะพานข้ามโขงเชียงของ 11 ธ.ค. "ลงทุน-ค้าชายแดน-ท่องเที่ยว" รับอานิสงส์เต็มร้อย ทุนไทย-จีนแห่ยึดทำเลถนนอาร์สามเอ

หลังจากใช้เวลาก่อสร้างมานานกว่า 3 ปีครึ่ง "สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4" เชื่อม อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว และเชื่อมกับถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ มีกำหนดการเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 11 ธันวาคม 2556 นี้แล้ว ภายใต้งบประมาณก่อสร้าง 1,486.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนของไทยและจีนฝ่ายละ 50%

ดีเดย์เปิดสะพาน 11 ธ.ค.นี้

พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ตัวสะพาน ถนนเชื่อมไปยังสะพาน และอาคารด่านพรมแดนเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว ส่วนโครงการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าในบริเวณติดกับด่านพรมแดนเชียงของต้องใช้พื้นที่ประมาณ 280 ไร่ งบประมาณ 2,000 ล้านบาทนั้น ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจาขอเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านในพื้นที่ คาดว่าในปี 2559 จะแล้วเสร็จ โดยจะสามารถรองรับได้ทั้งรถบรรทุกสินค้าและระบบรางรถไฟที่จะเชื่อมต่อไปถึงในอนาคต ส่วนกรณีที่มีชาวบ้านขึ้นป้ายคัดค้านไม่ยอมให้มีการเวนคืนที่ดินนั้นก็ถือเป็นเรื่องปกติ ต้องมีการเจรจากันต่อไป

ด้าน นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวยืนยันว่า สะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 จะเปิดในวันที่ 11 ธ.ค.นี้แน่นอน โดยมีกำหนดการตั้งแต่เวลา 10.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด และทางฝ่าย สปป.ลาวจะมีรองประธาน สปป.ลาว ไปเป็นประธานฝ่ายลาว

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการการใช้สะพานนั้น ได้มีการตกลงกันว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการบริหารและบำรุงรักษาสะพานมิตรภาพ 4 ร่วมไทย-สปป.ลาว โดยประชาชนสามารถใช้บริการข้ามสะพานได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น.-22.00 น. อนุญาตให้เฉพาะยานพาหนะทุกประเภทที่ใช้เครื่องยนต์ขับเคลื่อน ยกเว้นรถสองแถวทุกประเภท รถสามล้อเครื่อง รถจักรยานยนต์ รวมทั้งรถที่ใช้เพื่อการเกษตรและรถดัดแปลงต่าง ๆ ใช้ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในส่วนของค่าธรรมเนียมนั้น ประเภทรถยนต์นั่งชนิดไม่เกิน 7 คน และรถบรรทุก 4 ล้อ เก็บค่าธรรมเนียมคันละ 50 บาท หรือ 13,000 กีบ รถโดยสารขนาดกลาง ขนาดเกิน 12 ที่นั่งแต่ไม่เกิน 24 ที่นั่ง เก็บค่าธรรมเนียม 150 บาท หรือ 40,000 กีบ และรถโดยสารขนาดใหญ่ที่เกิน 24 ที่นั่งขึ้นไป เก็บค่าธรรมเนียม 200 บาท หรือ 54,000 กีบ รถโดยสารขนาดเล็กที่เกิน 7 ที่นั่งแต่ไม่เกิน 12 ที่นั่ง เก็บค่าธรรมเนียม 100 บาท หรือ 27,000 กีบ

รถบรรทุก 6 ล้อ เก็บค่าธรรมเนียม 250 บาท หรือ 67,000 กีบ รถบรรทุกสิบล้อเก็บค่าธรรมเนียม 350 บาท หรือ 94,000 กีบ และรถบรรทุกเกินสิบล้อขึ้นไปเก็บค่าธรรมเนียม 500 บาท หรือ 135,000 กีบ ทั้งนี้ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมให้เก็บเป็นเงินบาทไทยกรณีขึ้นสะพานในฝั่งไทย และให้เก็บเป็นเงินกีบลาวเมื่อขึ้นสะพานทางฝั่ง สปป.ลาว



ทุนไทย-จีนแห่จับจองอาร์สามเอ

นายสุรนาถ ทวีทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีบี ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินกิจการนำเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงมานาน ล่าสุดได้ขยายกิจการไปสู่การเปิดร้านอาหาร กาแฟ และเครื่องดื่ม ติดกับถนนอาร์สามเอเชื่อม อ.เชียงของ จ.เชียงราย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ตั้งอยู่ที่บ้านนาลือ เมืองหลวงน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 12 ไร่ ใช้เงินลงทุน 2,000 ล้านกีบ หรือประมาณ 8 ล้านบาท โดยเป็นกิจการร้านอาหารแห่งที่ 2 ในแขวงหลวงน้ำทา หลังจากเปิดร้านเฮือนลาวเมื่อ 5 ปีก่อนซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

การเข้าไปลงทุนบนถนนอาร์สามเอในแขวงหลวงน้ำทา เพราะเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีน และเชื่อมไปยังบ้านนาเตย-เดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนามได้อีกด้วย ซึ่งเส้นทางนี้เป็นทางผ่านที่สำคัญ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและจีนตอนใต้ หรือเขตปกครองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน แวะพักก่อนเดินทางไปมาระหว่างสองประเทศ และที่สำคัญ เพื่อรองรับการเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงเชียงของอีกด้วย

นักท่องเที่ยวจีนทะลักเชียงราย

นางเฉิน หวินย่า ประธาน บริษัท หยิ้นต๋า จำกัด เอเย่นต์ทัวร์จีนผ่านถนนอาร์สามเอ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางผ่านถนนอาร์สามเอมายัง จ.เชียงราย ปีละกว่า 25,000 คน แต่ถือว่ายังมีปริมาณน้อย เพราะทางการจีนต้องการให้คนจีนเดินทางลงมาท่องเที่ยวตามเส้นทางนี้ให้มากขึ้น สาเหตุสำคัญเพราะปัญหาเรื่องการเดินทางที่ไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมไทย-สปป.ลาว ทำให้ต้องนำรถยนต์ข้ามแพขนานยนต์เข้าสู่ อ.เชียงของ ดังนั้น หากสะพานเปิดใช้อย่างเป็นทางการก็จะทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น คาดว่านักท่องเที่ยวจะทะลักลงมาเป็นจำนวนมากแน่นอน โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 10%

"นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ นิยมไปเที่ยวทั้งใน จ.เชียงราย และเดินทางต่อไปยัง จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต หรือชายทะเลภาคตะวันออกของไทย เช่น ระยอง จันทบุรี ฯลฯ โดยมีทั้งการนำรถเดินทางมาเอง และใช้บริการบริษัททัวร์" นางเฉินกล่าว

ค้าชายแดนพุ่ง 1.2 หมื่นล้าน

นอกจากธุรกิจการท่องเที่ยวจะได้รับอานิสงส์จากการเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 นี้แล้ว การค้าชายแดนก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน ข้อมูลจากด่านศุลกากรเชียงของระบุว่า ในปี 2554 มีการนำเข้า 2,268 ล้านบาท ส่งออก 5,931 ล้านบาท ปี 2555 มูลค่าการนำเข้า 3,071 ล้านบาท ส่งออก 9,453 ล้านบาท ในช่วงปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555-มิถุนายน 2556) มีมูลค่าการค้ารวมมากกว่า 12,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30% สินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าพืชผัก เครื่องจักร รถยนต์ ฯลฯ ส่วนสินค้าส่งออก ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการลงทุนใหม่นั้น มีทั้งเอกชนไทยและต่างชาติหลายรายเข้าไปลงทุนอย่างคึกคักที่ อ.เชียงของ อาทิ เทสโก้ โลตัส โครงการเชียงของเมืองใหม่ของกลุ่มทุนบริษัท

เกรทเทสท์ โลจิสติกส์ และบริษัท อภิพัฒนกิจ จำกัด ซึ่งได้เข้าไปลงทุนอาคารพาณิชย์และตลาดการค้าครบวงจร บนเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ติดถนนทางไปสะพานหน้าอาคารด่านพรมแดนฝั่งไทย และยังมีนักลงทุนรายย่อยเข้าไปจับจองที่ดินสร้างอาคารพาณิชย์ อพาร์ตเมนต์ หอพัก ฯลฯ

สำหรับการลงทุนภาครัฐนั้น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ อ.เชียงของ เพื่อเตรียมก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมบริเวณตำบลศรีดอนชัย ห่างจากสะพานประมาณ 5 กิโลเมตรติดถนนสายเชียงของ-เชียงราย พื้นที่ประมาณ 16,000 ไร่

นอกจากนี้ อำเภอเชียงของได้เสนอของบประมาณปี 2557 วงเงิน 170 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่ ที่บ้านตอง ตำบลครึ่ง เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่

ขณะที่บิ๊กโปรเจ็กต์ในฝั่งเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว กลุ่มทุนไทยนำโดย ดร.สิชา สิงห์สมบุญ ในนามบริษัทเอเอซี กรุ๊ป เจ้าของโครงการนาคราชนคร ซึ่งได้เข้าไปเช่าพื้นที่จากรัฐบาล สปป.ลาว ระยะเวลา 80 ปี เนื้อที่ 1,200 ไร่ติดกับคอสะพาน ยังคงเดินหน้าก่อสร้างโครงการอย่างคึกคัก ทั้งโรงแรม รีสอร์ต พื้นที่เกษตร อาคารพาณิชย์ เขตปลอดภาษีหรือดิวตี้ฟรีโซน สถานเอ็นเตอร์เทนเมนต์ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ การเปิดใช้สะพานข้ามโขงเชียงของ จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเศรษฐกิจเมืองเชียงรายและประเทศไทยในเร็ววันนี้
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
ap.41
ตอบแทนคุณแผ่นดิน
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,764


ไม่มีเทพไม่มีโปร..มีแต่เราที่จะก้าวไปพร้อมกัน...


« ตอบ #308 เมื่อ: วันที่ 12 ธันวาคม 2013, 08:00:58 »

เอาภาพมาฝาก


* ap.41DSC_2307.JPG (169.5 KB, 1000x699 - ดู 1229 ครั้ง.)

* ap.41DSC_2436.JPG (222.45 KB, 1000x699 - ดู 1227 ครั้ง.)

* ap.41DSC_2445.JPG (230.84 KB, 1000x699 - ดู 1226 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #309 เมื่อ: วันที่ 03 มีนาคม 2014, 22:53:11 »


นักท่องเที่ยวหายจาก ′เชียงของ′ เพียง หอการค้าเชียงรายเชื่อจะลดลงอีก
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 เวลา 20:37:02 น.

เผยนักท่องเที่ยวหายจาก ′เชียงของ′ กว่าค่อน หอการค้าเชียงรายเชื่อยังต่ำลงอีก สภาท่องเที่ยวชี้มีเงื่อนงำ-ย้ายจุดตรวจพลาสปอร์ต เตรียมทำถนนคนเดินริมโขงดึงนักท่องเที่ยวกลับ

นายสงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ซบเซา ภายหลังจากที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เปิดใช้ว่า สะพานแห่งใหม่มีทั้งด้านดีและด้านลบ โดยภาพรวมข้อดีของการเปิดสะพานมาประมาณ 2 เดือน คือ การขนส่งทางบกเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ทำให้การขนส่งระหว่างประเทศเร็วขึ้น ภาคการขนส่งทางบกสามารถลดต้นทุน ส่วนด้านลบ ก็คือ เมื่อการขนส่งทางบกง่าย เร็ว สะดวกหมายความว่านักท่องเที่ยวที่สามารถเอารถข้ามมาได้ เช่น กลุ่มจีน ก็ใช้รถส่วนตัวเข้ามาเฉลี่ยตอนนี้ประมาณเดือนละ 2,000 คน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีนพบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจีนนั้นนำรถมาใช้เองและแวะมาซื้อของร้านเล็กๆ บ้าง แต่ไม่มีการใช้จ่ายในประเทศไทย ทั้งเรื่องที่พัก เรือ ทำให้ภาคท่องเที่ยวกระทบมากที่สุด

"เดิมทีฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น หรือไทยที่เป็นพวกแบคแพค จะใช้เวลาในการแวะพักที่เชียงของประมาณวันละ 250 คน ตอนนี้เหลือราว 100 คน โดยกลุ่มแบคแพคจะใช้เวลาเดินเที่ยว แวะพักแล้วใช้บริการรถ เรือในท้องถิ่นไปส่งที่ท่าเรือเก่า ซึ่งตอนนี้ไม่เปิดบริการสำหรับผู้ถือพาสปอร์ต ดังนั้นกลุ่มแบคแพคที่ส่วนมากเป็นชาติตะวันตกก็ลดความสนใจลง กลับไปใช้บริการทางบกแล้วพักที่ลาว เพื่อเดินทางไปต่อยังเมืองใหญ่ ทั้งหลวงพระบาง วังเวียง ขณะเดียวกันก็เริ่มสื่อสารข้อมูลส่วนนี้ไปทั่วโลก ทำให้คนท้องถิ่นกังวลว่า ค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวพึงจ่ายในเชียงของลดลง แต่ยังไม่รุนแรง เมื่อใดที่การค้าย่อยฝั่งท่าเรือเก่าของลาวเริ่มเคลื่อนตามจำนวนนักท่องเที่ยวไปที่สะพานใหม่ ก็อาจจะแย่กว่านี้ " นายสงวนกล่าว

รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวต่อว่า ความจริงแล้วการปิดท่าเรือเก่า โดยไม่ประทับตราหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตและวีซ่า แล้วรับเฉพาะกลุ่มใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวนั้น ไม่มีใครรู้ชัดว่าใครผิด ใครถูก แล้วใครควรรับผิดชอบ ตอนนี้เชียงของอยู่ในขั้นสุญญากาศ เพราะทางสภาหอการค้าฯ เคยคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมือง( ตม.) แล้วทราบว่า เจ้าหน้าที่ฝั่งลาวเลือกจะปิดบริการสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตและผู้ถือวีซ่า แล้วย้ายทุกอย่างไปที่ฝั่งสะพานทำให้เรือที่จอดรอรับคนข้ามฝั่งดูเงียบเหงา และผลกระทบอีกด้านคือ คนไทยที่ขับรถฝั่งรับส่งนักท่องเที่ยวในตัวเมืองชั้นใน คือ เมืองเดิมเชียงของก็ใช้วิธีการปรับราคาค่ารถขึ้น เช่นส่งนักท่องเที่ยวรอบละ 80-100บาท ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีน้อยอยู่เริ่มรู้สึกว่าของแพงซึ่งเป็นสาเหตุให้คนมาเที่ยวเชียงของเลือกจะข้ามฝั่งลาวทันที ซึ่งเคยคุยกับลาวหลายครั้งแต่เรื่องยังเงียบ แต่อย่างไรก็ตามหากยังเป็นสุญญากาศขนาดนี้ คนเชียงของคงต้องคุยกันเพื่อวางระบบท่องเที่ยวใหม่ หาจุดเด่นของเมืองให้ได้

ด้าน นส. สาริสา นวลใส กรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขต จังหวัดเชียงราย (เขตพื้นที่อำเภอเชียงของ) และอดีตประธานชมรมท่องเที่ยวเชียงของ กล่าวว่า ตามกฎหมายระหว่างประเทศการเปลี่ยนแปลงเรื่องสถานที่ตรวจพาสปอร์ตนั้น ต้องแจ้งล่วงหน้า 6 เดือนเพื่อให้นักท่องเที่ยวเตรียมตัวในการเดินทางและให้คนท้องถิ่นปรับตัว แต่กรณีเชียงของไม่มีการแจ้งก่อน โดยตั้งแต่เปิดสะพานมา พบว่าเจ้าหน้าที่ลาวเป็นผู้ประกาศยกเลิกการตรวจพาสปอร์ตในท่าเรือบั๊ก ซึ่งส่วนนี้คนที่รู้เรื่องน่าจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยและฝ่ายงานของกระทรวงต่างประเทศ ขณะที่คนเชียงของยังอยู่ในช่วงปรับตัว แต่สิ่งที่สะเทือนชัดเจนนอกจากคนขับเรือเล็กแล้ว คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบแบกแพ็คที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

"ส่วนมากพวกขาจร ไม่ได้ทำธุรกิจอะไร มักจะมาเชียงของโดยวางแผนล่วงหน้าและบางคนเลือกเดินจากท่ารถในตลาดเชียงของเข้ามายังเมืองเก่า เพื่อหาที่พัก ขณะที่บางคนจ่ายค่าโดยสารประมาณ 30-40 บาท ค้างคืนในเกสต์เฮาส์ราคาที่ตนพอใจ เริ่มต้นราว 250 บาทต่อคืน พอรุ่งเช้าก็เดินเท้าไปที่ท่าเรือเสียค่าเรือข้ามฟากได้แบบประหยัดเงิน ซึ่งในหลักความเป็นจริง หลังเปิดสะพานเขาน่าจะมีตัวเลือกว่าจะข้ามไปลาวฝั่งใด จะไปทางสะพานหรือท่าเรือ แต่ปัจจุบันทำไม่ได้ เพราะการข้ามลาวโดยใช้ขนส่งทางบกที่สะพานใหม่เป็นภาวะจำยอม หากใครถือพาสปอร์ตข้ามแดนแล้วอยากแวะชมเมืองเชียงของเก่าก็ต้องจ่ายเพิ่มกว่าเดิมประมาณ 3 เท่า เช่นจากเดิมจ่าย 40 บาทก็กลายเป็นจ่ายค่ารถไปสะพานราว 120-150 มันไม่คุ้ม ทีนี้นักท่องเที่ยวเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ก็เกิดการกระจายข่าวสาร ส่งผลให้นักท่องเที่ยวแบคแพ็คลดลงทุกที" นส.สาริสา กล่าว

นส.สาริสา กล่าวต่อว่า กรณีเชียงของนั้นเห็นผลกระทบตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ฤดูกาลที่มีนักท่องเที่ยวมาก (High Season) ยังพบว่ามีจำนวนน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมากว่า 50 % ร้านค้าที่เปิดบริการกลางคืนก็เงียบเหงา กลุ่มใดที่เช่าพื้นที่ทำธุรกิจก็ต้องขาดทุน ดั้งนั้นช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งมีนักท่องเที่ยวน้อย หรือ Low Season แน่นอนว่าสถานการณ์เมืองเชียงของจะเงียบกว่าเดิมแน่ๆ ดังนั้นสิ่งที่คนเชียงของทำได้ คือการเอาตัวรอดจากภาวะสุญญากาศของรัฐบาล ซึ่งไม่รู้ว่ามีเงื่อนงำใดระหว่างลาวกับไทย แต่คนลาวก็มักจะเกรงกลัวอำนาจรัฐและปิดข่าวเงียบ ส่วนคนไทยก็ต้องวางแผนใหม่ซึ่งขณะนี้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มร่วมมือกับเทศบาล เพื่อพัฒนาศักยภาพท่องเที่ยวให้สามารถดึงนักท่องเที่ยวกลับมา หลังจากสะพานใหม่เปิดใช้ โดยอาจจะเปิดถนนคนเดินริมโขง ขึ้นมาเพื่อจูงใจให้คนมาเยี่ยมเมืองเชียงของต่อไป
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #310 เมื่อ: วันที่ 10 มีนาคม 2014, 12:12:51 »

สะพานข้ามโขง 4 ทำย่านเศรษฐกิจชายแดนเชียงของเปลี่ยน


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   10 มีนาคม 2557 11:24 น.        


เชียงราย - 3 เดือนหลังเปิดใช้สะพานข้ามโขง 4 เชื่อมชายแดนเชียงราย-ถนนอาร์ 3 เอ ทำตัวเมือง “เชียงของ” ย่านเศรษฐกิจเดิมเหงา นักท่องเที่ยวประเทศที่ 3 - ขบวนสินค้าข้ามแดนหันไปด่านใหม่
       
       นายเฉลิมพล พงษ์ฉบับนภา พาณิชย์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า หลังเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4 ระหว่างต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว มาได้เกือบ 3 เดือน พบว่าระเบียบวิธีข้ามแดนเปลี่ยนไปหลายเรื่อง โดยกรณีการขนส่งสินค้านั้น ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้ เพราะเดิมใช้การขนส่งสินค้าทางแพขนานยนต์ แต่ปัจจุบันใช้การขนส่งทางรถบรรทุกเป็นหลัก
       
       แต่กรณีของการข้ามเข้า-ออกแดนของประชาชนทั้และนักท่องเที่ยว พบว่า ผู้ใช้หนังสือผ่านแดนชั่วคราวหรือบอเดอร์พาส ได้ที่ด่านแห่งเดิมตรงท่าเรือบั๊กในเขตต.เวียง แต่ผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางหรือขอเป็นวีซ่า ต้องไปใช้บริการผ่านแดนที่ด่านพรมแดนสะพานข้ามแม่น้ำโขงเท่านั้น
       
       จึงทำให้บรรยากาศการเข้า-ออก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ใช้วีซ่า และนั่งเรือโดยสารข้ามไปมา ต้องหันไปยื่นวีซ่าที่ด่านพรมแดนใหม่แทน ทำให้เมื่อเร็วๆนี้เกิดกระแสจากนักธุรกิจท้องถิ่นที่เรียกร้องให้มีการอนุญาตให้ด่านแห่งเดิมสามารถใช้วีซ่าได้ เพื่อคืนความคึกคักในเขตต.เวียง
       
       ซึ่งตนจะได้นำไปหารือกับภาคเอกชนในพื้นที่ และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนต่อไป เพราะเรื่องนี้ถือเป็นระบบย่อยหรือซอฟท์แวร์ หลังจากที่ได้มีการเชื่อมโยงจุดใหญ่ คือ สะพานระหว่างประเทศ จนถึงถนนอาร์สามเอ-จีนตอนใต้แล้ว คงต้องแก้ไขปรับปรุงกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะลงตัว
       
       นอกจากนี้จะนำเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือสำนักงานพาณิชย์ไทย-สปป.ลาว ครั้งที่ 6 วันที่ 25-26 มีนาคมนี้ที่แขวงจำปาศักดิ์ สปป.ลาว
       
       สำหรับกรณีการขนส่งสินค้าผ่านสะพานนั้นกำลังอยู่ระหว่างเก็บข้อมูล เนื่องจากเพิ่งผ่านมาได้เพียง 2-3 เดือน แต่ก็เห็นได้ชัดว่า มูลค่าการค้าและนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่ก็ยังมีปัญหาที่ต้องตามแก้ไขปรับปรุงกันตามที่กล่าวข้างต้นอยู่อีกหลายเรื่อง เช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์ส่วนตัวที่จะข้ามไปฝั่ง สปป.ลาว มีการคิดค่าธรรมเนียมสูงมาก และขับไปถึงด่านจีน-สปป.ลาว ระหว่างแขวงหลวงน้ำทากับเมืองโมฮาน ก็จะถูกเก็บค่าค้ำประกันคันละประมาณ 250,000 บาท ขณะที่รถจีนที่ขับผ่านสะพานมาไทย กลับมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ามาก เป็นต้น
       
       สำหรับปี 2556 ที่ผ่านมา การค้าชายแดนผ่านด่านศุลกากรเชียงของ จ.เชียงราย มีมูลค่ารวม 14,063.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.64 แยกเป็นการส่งออก 10,877.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.70 นำเข้า 3,186.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 78.25 และเฉพาะที่มีการขนส่งสินค้าไปกับถนนอาร์สามเอเชื่อมไปจีนตอนใต้พบว่า มีมูลค่ารวมถึง 3,900.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.54 โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าพืชผัก เครื่องจักร รถยนต์ จากประเทศจีน
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #311 เมื่อ: วันที่ 28 กรกฎาคม 2014, 12:18:49 »


เชียงราย - สถิติการค้าผ่านด่านเชียงของ หลังเปิดใช้สะพานไทย-ลาว แห่งที่ 4 พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด ยอดเฉียดหมื่นล้าน คาดครบ 4 ไตรมาสทะลุ 1.5 หมื่นล้านแน่
       
       วันนี้ (27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่มีการเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4 เชื่อมระหว่าง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ทำให้มูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากรเชียงของ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
       
       โดยสุติล่าสุดจนถึงเดือนมิถุนายน พบว่า มีมูลค่าการค้า 9,800 ล้านบาท แยกเป็นการนำเข้า 1,800 ล้านบาท ส่งออก 8,000 ล้าบาท สินค้านำเข้าส่วนใหญ่ยังคงเป็นประเภทผัก ดอกไม้ ผลไม้ ส่วนสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ผลไม้ตามฤดูกาล วัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค
       
       นายศรชัย สร้อยหงษ์พราย นายด่านศุลกากรเชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เคยให้ทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ทำการวิจัยการค้าชายแดน หลังมีการเปิดใช้สะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ซึ่งผลการศึกษาระบุว่า มูลค่าการค้าหลังการเปิดสะพานจะเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10% และเมื่อถึงปี 2560 มูลค่าการค้ารวมจะสูงถึงประมาณ 17,000 ล้านบาท ซึ่งก็สอดคล้องตามนั้น
       
       เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบการค้าชายแดนช่วงเข้าไตรมาสที่ 3 หลังมีการเปิดสะพานแล้ว พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นราว 10.6% และเชื่อว่าเมื่อครบ 4 ไตรมาส ตัวเลขการค้ารวมจะสูงถึงประมาณ 15,000 ล้านบาท
       
       “ขณะนี้กำลังก่อสร้างด่านใหม่ จะเสร็จปลายปีนี้ จากนั้นจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส ระหว่างไทย และสปป.ลาว ซึ่งถือเป็นความร่วมมือกับประเทศในกลุ่มอาเซียนตามข้อตกลงร่วมด้วย”

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000084785
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
lux-lanna
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 572


« ตอบ #312 เมื่อ: วันที่ 29 พฤษภาคม 2016, 21:13:49 »

ถนนต่อจากสายสนามบิน  (สามแยกถนนท่าข้าวเปลือก)  หายไปไหนครับ  ไม่เห็นสร้างซักที
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #313 เมื่อ: วันที่ 22 เมษายน 2018, 08:52:48 »

วนคืน 2.5 พันไร่ผุดศูนย์โลจิสติกส์ชายแดน-หัวเมืองหลัก

วันที่ 30 มกราคม 2561 - 11:20 น.

กรมการขนส่งฯเวนคืนที่ดิน 2.5 พันไร่ ปักหมุดสถานีขนส่งสินค้า 19 แห่งทั่วประเทศ วงเงินกว่า 1.5 หมื่นล้าน เกาะรัศมีเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและเมืองหลัก เสริมแกร่งโลจิสติกส์ ประเดิม “เชียงของ” ใหญ่สุด 330 ไร่ เตรียมเปิดประมูลให้เอกชนร่วม PPP พันล้าน แลกรับสัมปทาน 15 ปีบริหารพื้นที่ เปิดปี’63 บูมการค้า-ท่องเที่ยวชายแดนไทย-ลาว-จีนใต้ คิวต่อไป นครพนม แม่สอด สงขลา สระแก้ว มุกดาหาร หนองคาย

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรมได้จัดทำแผนแม่บท (master plan) การพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าใช้เวลาพัฒนา 7 ปี (2558-2565) จำนวน 22 แห่งทั่วประเทศ ปัจจุบันดำเนินการแล้วในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 3 แห่ง ได้แก่ พุทธมณฑล คลองหลวง และร่มเกล้า อีก 19 แห่งอยู่ในแผนดำเนินงาน มีขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ขณะนี้กำลังจัดหาพื้นที่เพื่อดำเนินการ คาดว่าจะใช้เงินก่อสร้าง 15,967.42 ล้านบาท

แยกเป็น สถานีขนส่งสินค้าจังหวัดชายแดน 11 แห่ง ค่าก่อสร้าง 8,790.44 ล้านบาท เริ่มดำเนินการที่เชียงของเป็นแห่งแรก เนื้อที่ 330 ไร่ ค่าก่อสร้าง 1,360 ล้านบาท เสร็จปี 2563 จะเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายขนส่งสินค้าระหว่างประเทศผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) และถนน R3A จากไทยผ่าน สปป.ลาว จีนตอนใต้ และเวียดนาม


ในปี 2561 จะดำเนินการที่นครพนม เนื้อที่ 115 ไร่ ค่าก่อสร้าง 846.23 ล้านบาท เปิดบริการปี 2564 จากนั้นเป็นที่แม่สอด เนื้อที่ 140 ไร่ ค่าก่อสร้าง 748.88 ล้านบาท สระแก้ว เนื้อที่ 100 ไร่ ค่าก่อสร้าง 584.65 ล้านบาท สงขลา เนื้อที่ 178ไร่ ค่าก่อสร้าง 1,268.43 ล้านบาท มุกดาหาร เนื้อที่ 108 ไร่ ค่าก่อสร้าง 534.65 ล้านบาท หนองคาย เนื้อที่ 139 ไร่ ค่าก่อสร้าง 755.57 ล้านบาท แม่สาย เนื้อที่ 78 ไร่ ค่าก่อสร้าง 512.31 ล้านบาท นราธิวาส เนื้อที่ 79 ไร่ ค่าก่อสร้าง 613.60 ล้านบาท ตราด เนื้อที่ 77 ไร่ ค่าก่อสร้าง 841.98 ล้านบาท จะเปิดบริการในปี 2565 ส่วนกาญจนบุรีจะชะลอการพัฒนาไว้ก่อน ตามแผนจะเสร็จในปี 2576 มีเนื้อที่ 171 ไร่ ค่าก่อสร้าง 723.98 ล้านบาท

อีก 8 แห่งเป็นสถานีขนส่งสินค้าเมืองหลัก ค่าก่อสร้าง 7,176 ล้านบาท ได้แก่ เชียงใหม่ เนื้อที่ 95 ไร่ ค่าก่อสร้าง 937 ล้านบาท พิษณุโลก เนื้อที่ 61 ไร่ ค่าก่อสร้าง 633 ล้านบาท ขอนแก่น เนื้อที่ 140 ไร่ ค่าก่อสร้าง 1,115 ล้านบาท นครราชสีมา เนื้อที่ 138 ไร่ ค่าก่อสร้าง 1,064 ล้านบาท สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 150 ไร่ ค่าก่อสร้าง 1,146 ล้านบาท จะเปิดบริการในปี 2566 ส่วนนครสวรรค์เปิดบริการปี 2569 มีเนื้อที่ 277 ไร่ ค่าก่อสร้าง 463 ล้านบาท อุบลราชธานี เนื้อที่ 109 ไร่ ค่าก่อสร้าง 863.34 ล้านบาท เปิดบริการปี 2573 และปราจีนบุรี เนื้อที่ 105 ไร่ ค่าก่อสร้าง 952 ล้านบาท จะชะลอโครงการออกไปก่อน

“การพัฒนาโครงการในเขตเศรษฐกิจชายแดนจะมีบางแห่งที่รัฐดำเนินการเองทั้งก่อสร้างและการบริหารจัดการ เช่น แม่สาย แม่สอด สระแก้ว นราธิวาส ตราด และให้เอกชนลงทุน PPP รับสัมปทานบริหารพื้นที่ โดยรัฐก่อสร้างและเวนคืนที่ดินให้ เช่น เชียงของ จะเปิดประมูลในปีนี้ ให้สัมปทานเอกชน 15 ปี นอกจากนี้มีนครพนม หนองคาย มุกดาหาร สงขลา ส่วนพื้นที่เมืองหลักที่รัฐจะดำเนินการเองมี พิษณุโลก นครราชสีมา ที่เหลือให้เอกชนบริหารจัดการ”

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า แผนการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า 22 แห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตามนโยบายรัฐบาล กรมการขนส่งทางบกนำร่องที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นแห่งแรก และใหญ่ที่สุดของแผนแม่บท

เนื่องจากเชียงของอยู่ในแนวเส้นทางการเชื่อมโยงระหว่างประเทศภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และ GMS มีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 ที่เปิดบริการปี 2556 มีการขนส่งสินค้าจาก สปป.ลาว และจีน เพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 10-15% ในปี 2560 อยู่ที่ 21,000 ล้านบาท และปี 2561 จะแตะที่ 30,000 ล้านบาท นับว่ามีมูลค่าสูง และทำให้เศรษฐกิจชายแดนดีขึ้น

“เปิดสะพานข้ามโขงแห่งที่ 4 ปริมาณรถบรรทุกก็เพิ่มขึ้นทุกปี ปีที่แล้วมีรถบรรทุกสินค้าที่วิ่งระหว่างชายแดนไทย-ลาว อยู่ที่ 1.25 แสนคัน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 160 คัน สูงสุด 200 คัน แนวโน้มจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องข้อกฎหมายการจราจรที่ไม่เหมือนกันของแต่ละประเทศ จึงทำให้ต้องลงทุนสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายขนส่งสินค้าที่เชียงของ เพื่อเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์รองรับรถบรรทุกสินค้าทุกประเทศที่ขนสินค้าผ่านแดน”

นอกจากนี้ ภาพของ อ.เชียงของจะเปลี่ยนไป หลังเปิดใช้สะพานเชื่อมพรมแดนไทย-ลาว และศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า จะทำให้เกิดความสะดวกสบายด้านการขนส่งสินค้าโดยรถบรรทุกระหว่างประเทศมากขึ้น ในอนาคตจะเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าจากรถยนต์ไปสู่ระบบรางมากขึ้น ตามแผนพัฒนาระยะที่ 2 จะมีการขนส่งเชื่อมกับรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. ที่จะสร้างจากสถานีเชียงของเข้ามายังศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของ ระยะทางประมาณ 6 กม. จะทำให้การขนส่งสินค้าจากจีนไปท่าเรือแหลมฉบังได้เร็วขึ้น

อีกทั้งที่เชียงของจะเป็นแห่งแรกที่จะแยกระหว่างผู้โดยสารกับสินค้าที่ผ่านด่านออกจากกัน และจะขอให้บรรจุด่านเชียงของเป็นด่านตรวจร่วมกันตามข้อตกลง GMS

“เชียงของจะเป็นศูนย์โลจิสติกส์ภาคเหนือ ทำให้การขนส่งสินค้าของไทยไปภาคใต้ของจีนสะดวกขึ้น ทำให้มูลค่าการค้าเพิ่มมากขึ้นอีก เพราะจะสามารถไปยังคุนหมิง มณฑลยูนนาน สิบสองปันนา เชื่อมต่อไปหลวงพระบาง เวียดนาม และหนานหนิง หรือว่าลงมาทางกวางเจาก็ได้ จะเป็นส่วนหนึ่งของการเกาะเกี่ยว One Belt One Road ของจีน” นายอาคมกล่าว

https://www.prachachat.net/property/news-109076


* rea03290161p1-728x1306.jpg (53.44 KB, 446x800 - ดู 421 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #314 เมื่อ: วันที่ 26 สิงหาคม 2018, 15:07:06 »

ไทยทำ MOU ท่าเรือลาว พร้อมนัดเซ็นจีนกันยาฯ นี้ หนุนการค้าลุ่มน้ำโขง-ปั้นเชียงแสน Port City

เผยแพร่: 23 ส.ค. 2561 07:55 ปรับปรุง: 24 ส.ค. 2561 11:18 โดย: MGR Online


เชียงราย - ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน-เมืองมอมกรุ๊ป สปป.ลาว ทำ MOU พัฒนาการค้าลุ่มน้ำโขงตอนบน พร้อมนัดท่าเรือกวนเหล่ย สป.จีน ลงนามคิวต่อไป หนุนการค้า-ขนส่งสามเหลี่ยมทองคำ รับแผนปั้น “เชียงแสน” เป็น Port City



เรือโท กมลศักดิ์ พรมประยูร รอง ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจส่งเสริมการค้าและการขนส่งทางลำน้ำโขง กับ ดร.คำหล้า นากคะวงค์ ประธานบริษัท เมืองมอม กรุ๊ป จำกัด ที่ห้องสิบสองปันนา โรงแรมอิมพีเรียล โกลเด้นท์ไทรแองเกิล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสอดรับกับโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสนที่จะพัฒนาเป็น Port City

นายรัฐพล รัชตะศิลปิน ผู้จัดการท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน จ.เชียงราย และท่านจอมแพง วิสัยสาน รองหัวหน้าแผนกแผนการและการลงทุนแขวงบ่อแก้ว ลงนามพยานของทั้ง 2 ฝ่าย และมีข้าราชการในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ร่วมเป็นสักขีพยาน



ทั้งนี้ บริษัทเมืองมอมกรุ๊ปฯ เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากรัฐบาล สปป.ลาว ให้ลงทุนฟื้นฟู และบริหารจัดการท่าเรือบ้านมอม (เหนือสามเหลี่ยมทองคำ) เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เป็นเวลา 40 ปี มีแผนขยายพัฒนาท่าเรือด้วยเงินทุน 150 เหรียญสหรัฐ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2565

โดยพัฒนาท่าเรือขนถ่ายสินค้าประเภทสัตว์มีชีวิต สินค้าทั่วไป จัดระบบการเข้าออกของเรือ มีลานจอดรถและลานรองรับตู้คอนเทนเนอร์ ตลาด โรงแรม 5-6 ชั้น โกดังสินค้า ศูนย์การค้าปลอดภาษี หรือดิวตี้ฟรี จุดตรวจมาตรฐานสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ ห้องประชุม ฯลฯ ตั้งเป้าจะเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรกรรมที่เชื่อมระหว่างไทย-จีนตอนใต้ และท่าเรือที่มีความเป็นสากล

อนึ่ง ไทย จีน สปป.ลาว และพม่า มีข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติที่มีการลงนามกันตั้งแต่ปี 2543 โดยให้แต่ละฝ่ายอำนวยความสะดวกให้เรือสินค้าของประเทศสมาชิกและกำหนด 14 เมืองท่าที่ใช้ในการคมนาคมระหว่างกัน คือ ท่าเรือที่ อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ ของไทย, ท่าเรือปางทราย ปางเซียงก่อ เมืองมอม บ้านป่าลุน ห้วยทราย และหลวงพระบาง ส่วน สปป.ลาว, ท่าเรือซือเหมา จิ่งหงหรือเชียงรุ้ง เมืองหัง กวนเหล่ย ของจีน และท่าเรือบ้านจิง บ้านโป่งหรือเมืองพง ของพม่า

ในวันที่ 21-23 ก.ย.ที่จะถึงนี้ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนยังมีกำหนดที่จะลงนามในบันทึกความเข้าใจในลักษณะเดียวกันนี้กับท่าเรือกวนเหล่ย เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สป.จีน เพื่อร่วมพัฒนาการค้าในลุ่มน้ำโขงตอนบนตลอดเส้นทางด้วย
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #315 เมื่อ: วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019, 10:17:04 »

ศูนย์โลจิสติกส์เชียงของลิ่ว 64% เร่งหาเอกชนบริหารเปิดใช้ปีหน้า

2019-02-10

รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) แจ้งว่า การก่อสร้างโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย บนเนื้อที่ 336 ไร่ วงเงิน 1,360 ล้านบาท ภาพรวมคืบหน้าแล้ว 63.49% เฉพาะงานถมคืบหน้าถึง 80% ส่วนงานสร้างอาคารขึ้นโครงสร้างได้หมดทุกหลัง รวมถึงเริ่มก่อสร้างระบบระบายน้ำตั้งแต่ปลายปี 61 จะเปิดบริการทันตามแผนที่กำหนดช่วงต้นปี 63 แน่นอน เพื่อให้มีระบบเปลี่ยนถ่ายหัวลาก-หัวพ่วงรองรับรถบรรทุกทั้งไทยและจากต่างประเทศมีจุดบริการอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น อุปกรณ์ยกตู้คอนเทนเนอร์ปลั๊กเสียบตู้แช่เย็นสินค้า คลังสินค้าศุลกากร คลังสินค้าทัณฑ์บนและอาคารบรรจุสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ได้กว่า 270,000 ทีอียู



นอกจากนี้คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของภาครัฐ (คกก. PPP) ซึ่งมีนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้เสนอเรื่องขออนุมัติโครงการเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.61 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ระหว่างสอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่า ครม. จะอนุมัติโครงการได้กลางเดือน ก.พ. นี้จากนั้น ขบ.จะจ้างที่ปรึกษาร่างเอกสารสัญญาการร่วมลงทุน คาดว่าจะเริ่มคัดเลือกเอกชนได้กลางปีนี้ โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าที่ดินค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภาคเอกชนลงทุนค่าอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าและงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านโลจิสติกส์รวมถึงรับผิดชอบการบริหารจัดการและบำรุงรักษา (O&M) และรับความเสี่ยงรายได้

สำหรับระยะที่ 2 จะรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งกับทางรางโดยจะพัฒนาพื้นที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้เปล่าและตู้ที่บรรจุสินค้าแล้ว (Container Yard) โดย ขบ. จะเร่งเปิดบริการส่วนที่จะรองรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ครม.อนุมัติโครงการ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 61 คาดว่าจะเปิดบริการปี 68 พร้อมกัน

https://www.dailynews.co.th/economic/692423
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
lovelydad
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #316 เมื่อ: วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019, 09:02:33 »

มีข่าวลับๆล่าส่ดว่า จีนหันมาสนใจ ทาง เชียงตุง ท่าขี้เหล็ก มากกว่าผ่านทาง   เชียงของ เพราะไม่ค่อยคุ้มค่า ทั้งฝั่งลาว และ เชียงของยังเหมือนไม่ค่อยมีการพัฒนาจากทั้ง2ประเทศ ที่ดินถูกเก็งกำไรืทิ้งไว้ ว่างเปล่า มหาศาล มาก
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092


« ตอบ #317 เมื่อ: วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019, 18:00:57 »

ประชากรลาวมีน้อย...
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
!DeePack!
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,697


« ตอบ #318 เมื่อ: วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2019, 12:53:51 »

เห็นว่าผู้รับเหมาทำถนนช่วงที่1 ทิ้งงานไปแล้วจริงป่ะครับ
IP : บันทึกการเข้า
Number9
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,249



« ตอบ #319 เมื่อ: วันที่ 08 มีนาคม 2019, 10:39:56 »

ติดตาม
IP : บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 [16] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!