เชียงราย - กลุ่มทนายใจดีตั้งทีมลุยช่วยเหยื่อแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ชวนลงทุนผ่านแอปฯ

        กลุ่มทนายใจดีตั้งทีมลุยช่วยเหยื่อแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ชวนลงทุนผ่านแอปฯ แค่กดสั่งของไม่ต้องซื้อจริงก็ได้ค่าคอมม์ วันดีคืนดีแอปฯ หายสูญเงินหลักหมื่นหลักแสนกันระนาวหลายจังหวัดทั้งเหนือ-อีสาน แค่เชียงรายโดนกันเป็นร้อย


        ขณะนี้มีชาวเชียงรายหลายคนและหลายพื้นที่ทยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ระบุว่าถูกชักชวนให้โอนเงินลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน DODO global เข้าบัญชีเพื่อเป็นกองทุนเริ่มต้น 500 บาทขึ้นไป หลังจากนั้นหากชักชวนเพื่อน-ญาติพี่น้องคนรู้จักร่วมลงทุนแลกค่านายหน้า หรือกดซื้อสินค้าวันละหลายๆ ครั้งโดยไม่ได้สั่งซื้อจริงก็จะได้รับค่าคอมมิชชันเป็นรายได้เข้าวอลเลตและสามารถถอนเป็นเงินสดมาได้ กระทั่งต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ระบบล่ม-แอปฯ หายทำให้เงินของทุกคนหายไปด้วย

       นางประกายแก้ว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า เพื่อนบ้านได้ชักชวนให้ลงทุนครั้งแรก 500 บาท ต่อมาวันที่ 28 ม.ค.ให้สั่งซื้อสินค้าโดยไม่ต้องจ่ายเงินจริง 60 ครั้งต่อวัน ทำให้ได้รับค่าคอมมิชชัน 17 บาท ตนจึงทำมาเรื่อยๆ


       

จากนั้นก็ได้รับการชักชวนให้ลงทุนให้มากขึ้นเพื่อจะได้ค่าคอมมิชชันเพิ่ม ตนจึงลงทุนเพิ่มอีก 20,000 บาท 17,000 บาท และ 20,000 บาทตามลำดับ พร้อมชักชวนคนอื่นๆ ให้เข้ามาอยู่ในสายเพื่อได้ค่าคอมมิชชันอีกทางหนึ่ง ต่อมาเมื่อทดลองไปถอนเงินปรากฏว่าไม่มี และวันที่ 11 ก.พ.แอปพลิเคชันก็ปิดตัวลงทำให้ตนสูญเงินไปกว่า 47,500 บาท

        น.ส.ภิมลภร อายุ 55 ปี ผู้เสียหายอีกคน กล่าวว่า ตนลงทุนครั้งแรก 10,000 บาทเลยและได้ผลตอบแทนมากจึงได้ตัดสินใจลงเงินไปอีก 3-4 ครั้ง รวมเป็นเงินประมาณ 100,000 บาท กระทั่ง 8 ก.พ.ปรากฏว่าถอนเงินไม่ได้และไม่มีเงินใหม่เข้าบัญชีด้วย ถามคนอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน จึงได้รวบรวมเพื่อนผู้เสียหายเข้าพบกลุ่มทนายใจดีเพื่อให้ช่วยเหลือในการดำเนินคดีต่อผู้ที่หลอกลวงพวกเรา 


        นายชัลวาลย์ บำรุงศ์ พร้อมกลุ่มทนายใจดี ได้ให้การช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจากการลงทุนผ่านแอปฯ กล่าวว่า เบื้องต้นน่าจะเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยมีแอปพลิเคชันที่แสดงจำนวนเงิน ยอดเงินปันผล ระบบโอนและถอนเงิน ฯลฯ ทำให้น่าเชื่อถือ ช่วงเวลาที่มีผู้หลงเข้าไปเป็นเหยื่อคือระหว่างวันที่ 28 ม.ค. จนถึงระหว่างวันที่ 8-9 ก.พ. ล่าสุดผู้เสียหายจึงได้เข้าไปแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องที่ สภ.เมืองเชียงราย ในข้อหาฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชนแล้ว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้านั้นเป็นตัวแทนหรือนอมินี เพราะสังเกตได้ว่ามีการเปิดบัญชีในหลายจังหวัด เช่น สระบุรี เชียงราย เชียงใหม่ และบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉพาะ จ.เชียงราย มีผู้เสียหายประมาณ 100 ราย


“ตอนนี้ทีมทนายกำลังรวบรวมข้อมูลของแต่ละรายมอบให้พนักงานสอบสวน รวมทั้งจะยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ให้รับเป็นคดีพิเศษด้วย นอกจากนี้จะได้ให้ทีมทนายใจดีที่อยู่ในภาคต่างๆ ช่วยเหลือผู้เสียหายด้วย เพราะทราบมาว่าเกิดขึ้นในหลายจังหวัดและทำกันเป็นขบวนการ”  


เครดิตข่าว : https://mgronline.com/local/detail/9640000017793