เชียงราย ตร.ทางหลวงถือหมายศาล จับถึงบ้านคันเดียวหนีใบสั่ง 336 ครั้ง
     เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่  21 ม.ค. 64  พ.ต.ท.ดร.เจต  จึงประเสริฐศรี สว.ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล.5  ถือหมายจับของศาลแขวงจังหวัดเชียงราย ที่ 166/2563 ลงวันที่ 28 ธ.ค 63   ไปที่บ้านเลขที่ 413/42 หมู่บ้านฟ้าไทย ต.ท่าสุด อ.บ้านดู่ จ.เชียงราย  เข้าจับกุมตัว น.ส.นิชาภัทร ฐิติพงศ์ปรีดา ผู้ครอบครองรถเก๋งนิสันอาเมล่า สีแดง ทะเบียน กล-6962 เชียงราย ในความผิดตาม พรบ.ทางหลวง  และ พรบ.จราจรทางบก  ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง  ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรสีแดง  ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด  ฝ่าฝืนป้ายหรือเครื่องหมายจราจรหรือเครื่องหมายอื่นใดสำหรับการจราจรบนทางหลวงที่ออกตามกฎกระทรวง  โดยกล้องตรวจจับการกระทำความผิดได้ตรวจจับกระทำความผิดในพื้นที่ จ.เชียงราย  ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2561 จนถึงวันที่ 4 ม.ค.2564 รวมทั้งสิ้น 336 ครั้ง  ซึ่งบางวันได้กระทำผิดมากถึง 8 ครั้ง  โดยไม่เคยชำระค่าปรับแม้แต่ครั้งเดียว  เป็นการกระทำผิดซ้ำซาก  ไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย ไม่มีระเบียบวินัย ไม่รับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ควบคุมตัวส่ง ร.ต.อ.เดช ไชยวุฒิ  รอง.สว.(สอบสวน)สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย  เจ้าของคดีดำเนินการส่งฟ้องศาลแขวง  ตามที่ พ.ต.ท.ดร.เจต  จึงประเสริฐศรี สว.ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล  เข้าแจ้งความไว้  ตามคำสั่งการของ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ  ผบก.ตำรวจทางหลวง  ซึ่งครั้งก่อนได้จับกุมผู้ฝ่าฝืนทำผิด 96 ครั้ง ส่งฟ้องศาลดำเนินคดีไปแล้ว



      พล.ต.ต.เอกราช  ลิ้มสังกาศ  ผบก.ทล. บชก. กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร  ในฐานะตำรวจทางหลวงจะดำเนินการกวดขันจับกุมผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรมาลงโทษ โดยเฉพาะพวกที่ทำผิดซ้ำซากไม่เคารพย่ำเกรงกฎหมาย ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน  


       พ.ต.ท.ดร.เจต  จึงประเสริฐศรี สว.ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล.5  กล่าวว่าสถานีตำรวจทางหลวงพะเยา (ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล.) ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามนโยบายกวดขันวินัยจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ ของ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  และผู้บังคับการตำรวจทางหลวงอย่างเคร่งครัด โดยตั้งแต่เริ่มติดตั้งกล้องตรวจจับการกระทำความผิดใน ปี 2560 กระทั่งปัจจุบันรวม 14 จุดกระจายในพื้นที่รับผิดชอบ สถิติอุบัติเหตุจากสำนักงานสถิติจังหวัดเชียงรายทำให้เห็นว่า จำนวนอุบัติเหตุที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายได้รับแจ้งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ ปี 2559  จำนวน 2,234 ครั้ง  ปี 2560 –จำนวน 2149 ครั้ง  ปี 2561 จำนวน 1,484 ครั้ง และ ปี 2562 จำนวน 832 ครั้ง 


      ผลจากนโยบายของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้สั่งการให้ตำรวจทางหลวงดำเนินคดีกับพวกทำผิดซ้ำซากให้ถึงที่สุด