ชวนไปเที่ยวบ้านเก่าเมืองแพร่ บ้านโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี


ใครเป็นคนแพร่ ช่วยแชร์ให้คนไปเที่ยวแพร่กันเยอะๆน๊าา ^_^ 


วันนี้แอดจะมาชวนทุกคนไปเที่ยว จ.แพร่ จังหวัดที่อุดมไปด้วยป่าไม้สักที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดในประเทศไทย และเป็นต้นกำเนิดไม้สักที่ดีที่สุดในโลก แถมยังมีบ้านเรือนไม้เก่าโบราณที่บางหลังอายุกว่า 100 ปี รูปแบบสถาปัตยกรรมในอดีตที่ยังคงดูแลรักษาไว้ให้ลูกหลานได้มาศึกษาและเที่ยวชม ในรูปแบบของ "เรื่องเล่า บ้านเก่าเมืองแพร่" Phrae Old House Story  ซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 9 สถานที่ ตามไปดูกันว่ามีที่ไหนบ้าง ใครเคยไปมาแล้ว ถ่ายรูปมาแชร์กันได้น๊าา ..


1. คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ (Khum Chao Laung) 


เป็นอาคารที่ทรงคุณค่า ด้วยความโดดเด่นของสถาปัตยกรรม ที่มีรูปทรงเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป หรือที่มักได้ยินกันว่า “ทรงขนมปังขิง” ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มสร้างในปี พ.ศ.2435 โดยเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ เจ้าเมืองแพร่องค์สุดท้าย สร้างโดยช่างฝีมือชาวจีนที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น เป็นอาคาร 2 ชั้น มีความสง่างาม ประดับด้วยไม้แกะฉลุ สลักลวดลายอย่างประณีตสวยงาม



เมื่อเข้าไปภายในอาคารจะเห็นถึงความโอ่โถงหรูหรา มีประตูหน้าต่างทั้งหมด 72 บาน โดยประตูแต่ละบานจะมีชื่อเรียกที่ไม่เหมือนกัน ด้านล่างคุ้มเคยใช้เป็นที่คุมขังนักโทษในสมัยโบราณ ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บของใช้ และชุดเก่าโบราณ ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆให้ได้ชม ที่สำนึกคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงเคยเสด็จมาประทับ ณ คุ้มแห่งนี้เมื่อปี พุทธศักราช 2501


พิกัด ติดกับสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่

// เปิดให้ชมทุกวัน ไม่เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม




2. คุ้มวิชัยราชา (Khum Wichai Racha)



คุ้มวิชัยราชา เป็นคุ้มของพระวิไชยราชา (เจ้าขัติแสนศิริพันธุ์) ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างคุ้มนี้เมื่อใด แต่เป็นที่แน่นอนว่าได้สร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ.2441 เป็นเรือนไม้โบราณที่เป็นสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ด้วยฝีมือช่างโบราณ เรือนไม้ทรงสวยด้วยลายฉลุหลังนี้ มีเสน่ห์และมนต์ขลังดึงดูดให้ผู้คนได้เข้าไปเยี่ยมชม และศึกษาค้นคว้าเรื่องราวไม้เรือนเก่าในอดีต และ วิถีการทำไม้ที่ลานคุ้มแห่งนี้ เคยเป็นที่อยู่ที่กินของช้างนับร้อยเชือกที่ใช้ลากไม้ซุงขนาดใหญ่ในป่าเมืองแพร่


พิกัด ถนนวิชัยราชา ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

// เปิดให้ชมทุกวัน



3. บ้านวงศ์บุรี (Bann Vongburi)



บ้านวงศ์บุรี เป็นคุ้มของเจ้าพรหม วงศ์พระถาง หรือหลวงพงษ์พิบูลย์ ผ้สูืบเชื้อสายมาจากอดตีเจ้าหลวงนครแพร่ และเจ้าสุนันทา วงศ์บุรี ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น ปี พ.ศ. 2536 ของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นอาคารแบบไทยผสมยุโรป โดยเป็นเรือนไม้สักทองขนาดใหญ่ 2 ชั้น ทรงไทยล้านนาผสมยุโรป สีชมพูอ่อนซึ่งเป็นสีแต่ดั้งเดิม ตกตกแต่งลวดลายด้วยไม้ฉลุที่เรียกว่าลาย “ขนมปังขิง” อยู่ทั่วตัวอาคาร เช่น หน้าจั่ว สันหลังคา ชายน้ำ ช่องลม กรอบเช็ด หน้าต่างเหนือประตู และหน้าต่างระเบียง และภายในอาคารซึ่งปรากฏลายพรรณพฤกษา และเครือเถาว์ ฐานรากของอาคารเป็นท่อนไม้ซุงเนื้อแข็งขนาดใหญ่วางเรียงกันก่อนจะก่ออิฐเทปูนทับลงไป เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของอาคาร


พิกัด ถนนคำลือ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

// เปิดให้ชมทุกวัน เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม




4. บ้านประทับใจ (Bann Pratubjai)



บ้านไม้สักที่สร้างขึ้นด้วยไม้เรือนเก่า จำนวน 9 หลัง รูปทรงเป็นแบบบ้าน ล้านนา โดดเด่นด้วยเสาไม้สักขนาดใหญ่ 2 คนโอบจำนวน 130 ต้น ตัวบ้านตั้งอยู่บ้านพื้นที่ประมาณ 3 ไร่กว่า



นอกจากความโดดเด่นของเสาไม้แกะสลักของช่างโบราณแล้ว ยังมีไม้แผ่นชิ้นใหญ่ จำนวน 147 ชิ้น ที่เป็นไม้แกะสลักชิ้นเดียวไม่มีรอยต่อของไม้ทำให้เห็นถึงความงดงามและความสมบูรณ์ของไม้ในอดีต ที่คนรุ่นหลังได้เห็นความงดงาม และคุณค่าได้ที่บ้านประทับใจ ซึ่งครอบครัว “ชัยวัณณคุปต์” ได้เก็บรักษา และเปิดให้ได้เข้าชมทุกวัน


พิกัด บ้านประทับใจ ตั้งอยู่ ตำบลป่าแมต อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

// เปิดให้เข้าชม 08.30 - 17.00 น. ทุกวัน

// เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม




5. บ้านหลวงศรีนครานุกูล (Ban Luang Si Nakkhranukun)



บ้านหลวงศรีนครานุกูล ตั้งอยู่บนถนนร่องซ้อ เดิมเรียกชุมชนบริเวณนี้ว่า "บ้านคือใต้" สร้างขึ้นในสมัยปลายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 6 สร้างขึ้นภายหลังจากที่หลวงศรีนครานุกูล นายอากรชาวจีนได้สร้างบ้านพักอาศัยที่บริเวณสี่แยกใกล้กับสถานีตำรวจ จึงใช้สีแบบเดียวกัน สร้างเพื่อเป็นเรือนรับรองมีสองชั้นคล้ายๆ เรือนไม้ทรงยุโรปแต่ลวดลายฉลุเป็นแบบจีนทำให้เห็นพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงหลังจากหมดยุคเจ้านายเมืองแพร่ ก็จะมีคหบดีเชื้อสายจีนเข้ามามีบทบาทแทน และรับเอารูปแบบอาคารขนมปังขิงมาลดความวิจิตรลงกลายเป็นลายเรขาคณิตที่คลี่คลายมากขึ้น ตัวเรือนมีขนาดย่อมลง มีแผนผังเป็นรูปตัวแอล (L) เสารั้วเป็นเสาคอนกรีต ตัวรั้วเป็นไม้สักมีการแกะฉลุลายที่ด้านบนเพื่อลดความกระด้างของไม้ เป็นบ้านที่อนุรักษ์ ชมภายนอก




6. บ้านเจ้าหนานไชยวงศ์ (Bann Chao Nann Chai-ya-vong)



อาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทบ้านพักอาศัยบ้านเจ้าหนานไชยวงศ์ ถนนรอบเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่บ้านเจ้าหนานตึ (เจ้าหนานไชยวงศ์) หัวเมืองแก้ว สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พุทธศักราช 2462 โดยเจ้าบุรีรัตน์

(เจ้าน้อยหนู) มอบเป็นของขวัญแต่งงานให้กับเจ้าสุธรรมมา ธิดา และเจ้าหนานตึลูกเขยที่มีการทำอาชีพทำไม้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบขนมปังขิง เป็นอาคารสองชั้นสร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง ทาด้วยสีครีมน้ำตาล หลังคาเป็นทรงมนิลา มุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ประดับไม้สักฉลุลวดลาย ส่วนด้านหลังมีบันไดคอนกรีตโค้งเวียนรับมาด้านหน้า หน้าต่างของบ้านมีหลังคาโค้งมาคลุมไว้ประดับลวดลายฉลุไม้สักเช่นเดียวกัน 


ภายในบริเวณบ้านมียุ้งข้าวขนาดใหญ่อยู่ด้านซ้ายของตัวบ้าน ที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของบ้านหลังนี้คือซุ้มประตูโค้งคอนกรีตหน้าบ้านช่วยเสริมให้ บ้านหลังนี้ดูเป็นบ้านเจ้านายที่สะท้อนความรุ่งเรืองของเชื้อสายเมืองแพร่ในอดีต เป็นบ้านพักอาศัย ของบุตรหลาน




7. บ้านวงศ์พระถาง (Bann Vong-phra-Thang)



อาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทบ้านพักอาศัย บ้านวงศ์พระถาง สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี 2465 โดยเจ้าน้อยเสาร์ วงศ์พระถาง ข้าราชการกรมป่าไม้ ต่อมาตกทอดเป็นของเจ้าน้อยอินสรวง วงศ์พระถาง บุตรชาย ซึ่งรับข้าราชการเป็นนายสัตวแพทย์ที่จังหวัดแพร่


ลักษณะของตัวบ้านเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง ก่อสร้างด้วยรูปแบบเรือนขนมปังขิง (Ginger Bread) เช่นเดียวกับคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ และบ้านเจ้านายหลังอื่นๆ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากในยุคนั้น มีสัดส่วนที่ถูกลดทอนลงจากบ้านวงศ์บุรี มีขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่โตมากนัก เป็นอาคารชั้นเดียวใต้ถุนสูง ทาสีฟ้า ติดขอบสีน้ำตาล หลังคา เป็นทรงมนิลา มีการประดับตกแต่งลายฉลุแบบขนมปังขิงบริเวณหน้าจั่วหลังคามุงด้วยกระเบื้องว่าว


ตั้งอยู่บน ถนนรอบเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่




8. บ้านแปดเหลี่ยม (Octagonal house)



บ้านแปดเหลี่ยม สร้างด้วยไม้สักทองเก่าแก่ สร้างในปี 2493 สร้างโดย คุณตาเทพ โป่งกิจ สำหรับความแปลกของบ้านที่มีลักษณะแปดเหลี่ยมนั้น มาจากสมัยก่อน คุณตาเทพ ไปรับจ้าง ทำวงล้อ ล้อเกวียน ดุมล้อต่างๆ คือ ที่ใช้ วัว ควายเทียมเกวียนสมัยก่อน โดยไปรับจ้างที่จังหวัดพิษณุโลก ไปเห็นบ้านแปดเหลี่ยม เลยตั้งใจว่า จะกลับมาสร้างบ้านที่คิดว่าคงไม่เหมือนใครแน่ๆ ในแพร่บ้านเรา เมื่อกลับมาได้รื้อบ้านไม้แฝด ด้านหลังสวน มาปลูกบ้านแปดเหลี่ยม และที่สำคัญ ขื่อ แป การเข้าไม้ คุณยายบอกว่า ไม่ใช้ตะปูเลย ใช้ภูมิปัญญา ความรู้ที่สืบทอดมา ไม้ยาวชิ้นเดียว .... สืบทอดตกมาจนถึงปัจจุบัน สามารถแวะไปชม สาวงามวัย 70 ปี ที่ยังรักษาทรวดทรงได้ ไม่ผุกร่อนตามกาลเวลา ทรวดทรงองค์เอวที่ไม่เหมือนใคร บ้านแปดเหลี่ยม รูปทรงแปลกตา


พิกัด บ้านหัวดง หลังวัดหัวดง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่




9. อาคารอีสเอเชียติกส์ (East Asiatic heritage buildings at Phrae Forestry school /college)


อาคารมรดกของ บริษัท อิสเอเซีย ติก ตอนนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ ไม้สัก ที่สร้างขึ้นมาเมื่อปี 2449 โดย บริษัท อีสเอเซียติก หลังจากได้รับสัมปทานการดูแลอุตสาหกรรมการค้าไม้สักทางฝังตะวันออกหรือฝังขวามือของแม่น้ำยม ในขณะนั้น



อาคารนี้ได้ใช้เป็นสำนักงานและที่ว่าการของบริษัท หลังจากสัมปทานได้สิ้นสุดลง และมีการเปิดตัวเป็นโรงเรียนป่าไม้แพร่ ในปีพ.ศ.2479 อาคารนี้ก็ยังใช้เป็นสำนักงานบริหารของโรงเรียนป่าไม้จนถึงปี พ.ศ.2536 เมืองโรงเรียนป่าไม้ได้จบสิ้นลงในปีพ.ศ.2541 ภายใต้การดูแลของสำนักงานประชารัฐพิทักษ์ป่าก็ได้ใช้อาคารนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงข้อมูลการทำอุตสาหกรรมป่าไม้ แสดงเครื่องไม้เครื่องมือ และเล่าประวัติ ของการทำไม้ในจังหวัดแพร่ ขณะนี้ตัวอาคารอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากรและสำนักงานประชารัฐพิทักษ์ป่า ตัวอาคารมีความจำเป็นต้องปรับปรุงซ่อมแซม และอนุรักษ์


อาคารของพนักงานและที่พักอาศัย อาคารสองชั้นนี้ สร้างขึ้นในราว พ.ศ.2449 โดย บริษัท อิสเอเซียติก เป็นที่ทำการ

สโมสรและที่พักของพนักงานเจ้าหน้าที่ และในสมัยที่เป็นโรงเรียนป่าไม้แพร่ อาคารนี้ก็ยังใช้เป็นสถานที่สำคัญในการจัดกิจกรรมสำคัญๆ เพื่อสังคมของชาวเมืองแพร่ หลังจากโรงเรียนป่าไม้แพร่ 


ได้ถูกปิดไปแล้ว ในปี พ.ศ.2543 อาคารนี้ก็ได้ใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ของการศึกษาทางไม้ เปิดแสดงเครื่องไม้เครื่องมือในด้านการศึกษาเรียนรู้การทำไม้ ด้วยความเก่าแก่ และไม่ได้รับการพัฒนา ซ่อมแซม อาคารนี้จึงมีการปิดตัวไม่ได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ และมีความต้องการที่จะต้องบูรณาการ เก็บรักษาเป็นอาคารอนุรักษ์สืบต่อไป


ที่พักอาศัยของผู้บริหารจัดการ อาคารนี้มีการก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรม ที่โดดเด่น อยู่บนกำแพงเมืองเก่า และใช้เป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าของบริษั ท อีสเอเซียติก และต่อมาก็เป็นที่อย่อูาศัยของผู้อำนวยการของโรงเรียนป่าไม้ในเวลาต่อกันมา


ตัวอาคารได้ออกแบบโดยความอารยธรรมตะวันตกผสมด้วยความสามารถของช่างท้องถิ่น อาคารอยู่ในความดูแลของ

กรมศิลปากร และอยู่ในเนื้อที่ของสำนักงานประชารัฐพิทักษ์ป่า ตอนนี้อาคารทรุดโทรม และมีความต้องการที่จะต้องบูรณาการอนุรักษ์เพราะอาคารนี้แสดงให้เห็นคุณค่า ของอุตสาหกรรม ไม้สักทั้งในอดีต จนถึงปัจจุบัน และเป็นสถานที่สำคัญแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เกี่ยวโยงของชาวต่างชาติและความเป็นอยู่การดำรงชีวิต ของการทำไม้ในจังหวัดแพร่




แผนที่เส้นทางท่องเที่ยวบ้านเก่าแพร่



ความรุ่งเรืองในอดีตยังคงส่งต่อมาให้เห็นยังปัจจุบัน จากบ้านไม้เรือนเก่าหลายแห่ง อาคารที่ทำการที่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งสามารถไปเที่ยวชมได้ทุกหลัง สนใจท่องเที่ยวบ้านเก่าเมืองแพร่ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ โทร. 054 521 118
https://www.facebook.com/tat.phrae