ผู้ว่าฯเชียงราย..สั่งห้ามโรงเรียนติดชายแดนรับเด็กต่างด้าว-เพื่อนบ้าน เข้าเรียนเทอมใหม่

ผู้ว่าฯ เมืองพ่อขุน ออกประกาศห้ามโรงเรียนชายแดเชียงราย รับเด็กต่างด้าว-เพื่อนบ้าน ข้ามฝั่งเข้าเรียนเทอมใหม่ 1 กรกฎาฯ นี้ ย้ำให้เรียนออนไลน์ไปก่อน หลังจากกระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้เปิดภาคเรียนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตไวรัสโควิด-19 ในวันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไปนั้น

 

 

ล่าสุดนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้มีหนังสือด่วนที่สุดแจ้งถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้สถานศึกษาทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชนในระบบ-นอกระบบ ได้จัดการเรียนการสอนตามประกาศ แต่เนื่องจากได้มีข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 1 ข้อที่ 1 กำหนดให้ปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักรทุกช่องทาง ซึ่ง จ.เชียงราย มีช่องทางเข้าออกติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านหลากหลาย รวมทั้งมีนักเรียนเดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าเรียนตามสถานศึกษาตามแนวชายแดนเป็นจำนวนมาก

 

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด เมื่อ วันที่ 23 มิ.ย.63 แจ้งถึงหัวหน้าส่วนราชการและสถานศึกษาตามแนวชายแดน จ.เชียงราย ถึงแนวทางการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 1 ข้อ 3 กำหนดให้ปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร เนื่องจากป้องการการแพร่ระบาดของโรคไวรัส โควิด-19 ซึ่ง ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา และ ไทย-สปป.ลาว ทั้งทางปกติและทางธรรมชาติยังคงปิดอยู่ แต่มีช่องทางธรรมชาติ ซึ่งง่ายต่อการลักลอบข้ามแดน


จึงให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่งงดรับนักเรียนที่เดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้าทำการศึกษาในปีการศึกษา 2563 จนกว่าจะมีมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมและยกเลิกข้อกำหนด ดังกล่าว
และให้สถานศึกษา เตรียมเรียนการเรียนการสอน ให้กับนักเรียนในกลุ่มที่ต้องเดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมิให้บุคลลเหล่านี้ขาดโอกาสทางการศึกษา เช่น การศึกษาผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น


โดยให้สถานศึกษาชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ของนักเรียนที่เดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้เข้าใจถึงสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด - 19 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนตการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1)ซึ่งยังคงห้ามมิให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร จึงแจ้งให้ทุกภาคส่วนถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

 


ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีนักเรียนที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่นจังหวัดท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมา ตรงข้าม อำเภอแม่สาย อ.แม่ฟ้าหลวง มีความต้องการอยากมาเรียนฝั่งไทย จำนวนมาก รวมถึง ชายแดน ไทย-ลาว ด้าน อ.เชียงแสน อ.เชียงของ มีการสอบถามกันในโลกโซเชียล แต่เมื่อข่าวเริ่มแพร่สะพัดออกไปว่าไม่ให้เข้ามาเรียนหลายคนก็ผิดหวัง เพราะมีการเตรียมตัวจะมาเรียนกัน
ซึ่งโรงเรียนหลายแห่งในอำเภอแม่สาย ขณะนี้ได้มีการประชุมชี้แจงกับผู้ปกครองไปแล้วถึงมาตรการดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยอมรับจะปฏิบัติตามกฎหมาย

 

 

 

รายงานข่าวแจ้งว่าจนถึงปัจจุบันประเทศไทยยังมีการปิดด่านพรมแดนอย่างเข้มงวด ทั้งที่ติดต่อกับพม่าและ สปป.ลาว โดยเฉพาะทางด้าน จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) ตรงกันข้าม อ.แม่สาย เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นทำให้ชาวพม่านิยมข้ามเข้ามาอาศัย ค้าขาย ทำธุรกิจ รับจ้าง และส่งบุตรหลานข้ามฝั่งมาเรียนหนังสือในทุกระดับตั้งแต่อนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งภายหลังมีการปิดด่านพรมแดนตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนชาวพม่าต่างกังวลเรื่องการศึกษาของลูกหลาน

 

ด้านนายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย มอบหมายให้นายอดิเรก ไลไธสง ปลัดอาวุโส ได้พื้นที่สำรวจชายแดนด้าน ต.เกาะช้าง เพื่อตรวจสอบจุดผ่อนปรนท่าดินดำ และจุดผ่อนปรนบ้านปางห้า ติดกับลำน้ำสายและลำน้ำรวกที่เป็นเส้นเขตแดน เพื่อเน้นย้ำข้อสั่งการไม่อนุญาตให้เด็กนักเรียนข้ามมาเรียนในห้วงที่จะเปิดเทอมดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมามักมีการลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดนจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้แล้วหลายราย

 

ภาพ/ข่าว

- mgronline.com/local/detail/9630000066361

- ชมรมสื่อมวลชน อำเภอแม่สาย