http://www.chiangraifocus.com/news/details.php?id=6989
07 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15:17 น. เปิดอ่าน 169 ครั้ง

14 พ.ย. Kick off รณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคหัดแก่เด็กอายุ 1-12 ปี ทั่วประเทศฟรี ทั้งชาวไทยและต่างชาติในกลุ่มที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์

นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานข่าวว่าพบผู้ป่วยโรคหัดเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งประเทศที่มีผู้ป่วยโรคหัดสูง ได้แก่ มาดากัสการ์ อินเดีย ยูเครน ฟิลิปปินส์ ไนจีเรีย คาซัคสถาน บราซิล แองโกลา และพม่า นอกจากนี้ในช่วงต้นปียังเคยมีการระบาดในบางเมืองของสหรัฐอเมริกาด้วย ในส่วนประเทศไทยนั้น โรคหัดมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น สามารถควบคุมได้ ตั้งแต่มีการให้วัคซีนหัด จำนวนผู้ป่วยโรคหัดลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2558 พบผู้ป่วยจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ และในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น เรือนจำ โรงเรียน ค่ายทหาร ทั้งนี้ประเทศไทยตั้งเป้าหมายลดจำนวนผู้ป่วยโรคหัดให้เหลือไม่เกิน 1 ราย ต่อประชากร 1 ล้านคน ภายในปี 2563 ดังนั้น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดทำโครงการกำจัดหัด เพื่อให้มีการค้นหาและรายงานผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือสงสัยหัดให้ครบถ้วน ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งจากโครงการฯ ดังกล่าว ในปี 2562 พบผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือสงสัยหัด 7,470 ราย เสียชีวิต 21 ราย (1 มกราคม–18 ตุลาคม 2562) จังหวัดที่พบมาก ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ตาก ภูเก็ต และชลบุรี ซึ่งประเทศไทยมีการให้วัคซีนป้องกันโรคหัดตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตั้งแต่ปี 2527 แก่เด็กอายุ 9 เดือน ต่อมาในปี 2539 ได้เพิ่มการฉีดวัคซีนโรคหัดเข็มที่สอง ดังนั้น ในผู้ใหญ่ที่เกิดก่อนปีที่เริ่มให้วัคซีน อาจไม่มีภูมิคุ้มกันถ้าไม่เคยเป็น ประกอบกับมีแรงงานต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงาน ดังนั้น รัฐบาลได้สนับสนุนงบกลางเพื่อดำเนินการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดในกลุ่มเด็กอายุ 1-12 ปี ทั่วประเทศ พ.ศ.2562-2563 ตามแผนเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทย โดยไม่เสียค่าใช่จ่ายใดๆ เพื่อรณรงค์ให้วัคซีนเก็บตกในกลุ่มเด็กไทยและเด็กต่างชาติช่วงอายุดังกล่าว ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ทุกราย โดยเป็นการให้วัคซีนป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) แก่เด็กอายุ 1-ต่ำกว่า 7 ปี และให้วัคซีนป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน (MR) แก่เด็กอายุ 7-12 ปี ซึ่งจะเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 นั้น

ในส่วนของจังหวัดเชียงราย ข้อมูลจากงานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่ 1 ม.ค.-29 ต.ค.62 พบผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือสงสัยหัดจำนวน 194 ราย พบมากที่ อ.แม่สาย 70 ราย อ.แม่ฟ้าหลวง 57 ราย และเชียงของ 10 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต โดยในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.62 ที่ผ่านมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้ให้สถานบริการสาธารณสุขในสังกัดทุกแห่งดำเนินการสำรวจเด็กไทยและเด็กต่างชาติที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ใน 2 กลุ่มดังกล่าว พบว่าในกลุ่มอายุ 1-ต่ำกว่า 7 ปี มีจำนวน 9,703 ราย และกลุ่มอายุ 7-12 ปี จำนวน 19,183 ราย ทั้งนี้ทางหน่วยงานสาธารณสุขจะดำเนินการรณรงค์ให้วัคซีนแก่เด็กทั้ง 2 กลุ่มทุกคนตามแผนการรณรงค์ให้วัคซีนหัดต่อไป

สำหรับอาการของโรคหัดที่พบบ่อย คือไข้ออกผื่น โดยมักมีไข้สูง 3-4 วัน แล้วเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปยังใบหน้า กระจายไปตามลำตัว แขน ขา จากนั้นไข้จะลดลงและผื่นค่อยๆ จางหายไป ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือ คออักเสบ หลอดลมอักเสบจนถึงปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ ท้องเสีย และสมองอักเสบซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด หากป่วยด้วยโรคหัดหรือสงสัยว่าเป็นโรคหัดควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้ โรคหัดสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข จะฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) จำนวน 2 เข็ม เข็มแรกเมื่อเด็ก อายุ 9 เดือน และเข็มที่สองเมื่ออายุ 2 ปีครึ่ง หากพบว่าบุตรหลานยังรับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ผู้ปกครองสามารถพาไปรับวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านหรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานข่าวว่าพบผู้ป่วยโรคหัดเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งประเทศที่มีผู้ป่วยโรคหัดสูง ได้แก่ มาดากัสการ์ อินเดีย ยูเครน ฟิลิปปินส์ ไนจีเรีย คาซัคสถาน บราซิล แองโกลา และพม่า นอกจากนี้ในช่วงต้นปียังเคยมีการระบาดในบางเมืองของสหรัฐอเมริกาด้วย ในส่วนประเทศไทยนั้น โรคหัดมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น สามารถควบคุมได้ ตั้งแต่มีการให้วัคซีนหัด จำนวนผู้ป่วยโรคหัดลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2558 พบผู้ป่วยจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ และในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น เรือนจำ โรงเรียน ค่ายทหาร ทั้งนี้ประเทศไทยตั้งเป้าหมายลดจำนวนผู้ป่วยโรคหัดให้เหลือไม่เกิน 1 ราย ต่อประชากร 1 ล้านคน ภายในปี 2563 ดังนั้น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดทำโครงการกำจัดหัด เพื่อให้มีการค้นหาและรายงานผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือสงสัยหัดให้ครบถ้วน ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งจากโครงการฯ ดังกล่าว ในปี 2562 พบผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือสงสัยหัด 7,470 ราย เสียชีวิต 21 ราย (1 มกราคม–18 ตุลาคม 2562) จังหวัดที่พบมาก ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ตาก ภูเก็ต และชลบุรี ซึ่งประเทศไทยมีการให้วัคซีนป้องกันโรคหัดตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตั้งแต่ปี 2527 แก่เด็กอายุ 9 เดือน ต่อมาในปี 2539 ได้เพิ่มการฉีดวัคซีนโรคหัดเข็มที่สอง ดังนั้น ในผู้ใหญ่ที่เกิดก่อนปีที่เริ่มให้วัคซีน อาจไม่มีภูมิคุ้มกันถ้าไม่เคยเป็น ประกอบกับมีแรงงานต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงาน ดังนั้น รัฐบาลได้สนับสนุนงบกลางเพื่อดำเนินการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดในกลุ่มเด็กอายุ 1-12 ปี ทั่วประเทศ พ.ศ.2562-2563 ตามแผนเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทย โดยไม่เสียค่าใช่จ่ายใดๆ เพื่อรณรงค์ให้วัคซีนเก็บตกในกลุ่มเด็กไทยและเด็กต่างชาติช่วงอายุดังกล่าว ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ทุกราย โดยเป็นการให้วัคซีนป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) แก่เด็กอายุ 1-ต่ำกว่า 7 ปี และให้วัคซีนป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน (MR) แก่เด็กอายุ 7-12 ปี ซึ่งจะเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 นั้น

ในส่วนของจังหวัดเชียงราย ข้อมูลจากงานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่ 1 ม.ค.-29 ต.ค.62 พบผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือสงสัยหัดจำนวน 194 ราย พบมากที่ อ.แม่สาย 70 ราย อ.แม่ฟ้าหลวง 57 ราย และเชียงของ 10 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต โดยในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.62 ที่ผ่านมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้ให้สถานบริการสาธารณสุขในสังกัดทุกแห่งดำเนินการสำรวจเด็กไทยและเด็กต่างชาติที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ใน 2 กลุ่มดังกล่าว พบว่าในกลุ่มอายุ 1-ต่ำกว่า 7 ปี มีจำนวน 9,703 ราย และกลุ่มอายุ 7-12 ปี จำนวน 19,183 ราย ทั้งนี้ทางหน่วยงานสาธารณสุขจะดำเนินการรณรงค์ให้วัคซีนแก่เด็กทั้ง 2 กลุ่มทุกคนตามแผนการรณรงค์ให้วัคซีนหัดต่อไป

สำหรับอาการของโรคหัดที่พบบ่อย คือไข้ออกผื่น โดยมักมีไข้สูง 3-4 วัน แล้วเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปยังใบหน้า กระจายไปตามลำตัว แขน ขา จากนั้นไข้จะลดลงและผื่นค่อยๆ จางหายไป ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือ คออักเสบ หลอดลมอักเสบจนถึงปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ ท้องเสีย และสมองอักเสบซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด หากป่วยด้วยโรคหัดหรือสงสัยว่าเป็นโรคหัดควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้ โรคหัดสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข จะฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) จำนวน 2 เข็ม เข็มแรกเมื่อเด็ก อายุ 9 เดือน และเข็มที่สองเมื่ออายุ 2 ปีครึ่ง หากพบว่าบุตรหลานยังรับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ผู้ปกครองสามารถพาไปรับวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านหรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

แหล่งข่าว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย    นำเสนอโดย เชียงรายโฟกัสดอทคอม

http://www.chiangraifocus.com/news/details.php?id=6989