http://www.chiangraifocus.com/news/details.php?id=6390
13 พฤษภาคม 2562 เวลา 00:06 น. เปิดอ่าน 105 ครั้ง

ปะทะคาราวานยาเสพติดชายแดนแม่สายฝ่ายตรงข้ามดับ 4 ศพ ยึดยาเค 340 กิโลกรัม

วันนี้(12 พฤษภาคม 2562) พันเอก ชาตรี สงวนธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 ได้สั่งการให้จัดกำลังทหาร กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 ออกลาดตระเวณแนวตะเข็บชายแดนด้านอำเภอแม่สาย หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากผ่านเข้ามาบริเวณบ้านศรีป่าแดง หมู่ 5 ตำบลเกาะช้าง  อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ต่อมาเมื่อเวลา 21.15 น.ของคืนวันที่ 11 พ.ค.2562 ชุดราดตระเวณเดินเท้าได้ลาดตระเวณมาถึงบริเวณริมลำน้ำสาย-แม่น้ำรวก เส้นกั้นเขตแดนไทย – เมียนมา อยู่ระหว่างบ้านห้วยดินดำ อ.เมืองโพง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนกับบ้านศรีป่าแดง ต.เกาะช้าง โดยบริเวณดังกล่าวเป็นไร่ข้าวโพดขนานแนวน้ำสาย ได้พบกลุ่มชายฉกรรจ์ราว 30 คน พร้อมอาวุธครบมือกำลังแบกเป้เดินฝ่าดงข้าวโพดข้ามแม่น้ำรวกเข้ามาฝั่งไทย เจ้าหน้าที่จึงจึงส่งสัญญาณเพื่อขอตรวจค้นแต่กลุ่มชายฉกรรจ์กับใช้อาวุธปืน (ไม่ทราบชนิด) ยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะกันนานประมาณ 15 นาที ฝ่ายตรงข้ามได้ล่าถอยกลับข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน  เจ้าหน้าที่จึงใช้กล้องอินฟาเรดตรวจการณ์เวลากลางคืนพบว่าฝ่ายตรงข้ามนอนเสียชีวิตหลายศพ และเห็นถุงเป้ที่มีก้อนวัตถุบรรจุอยู่เต็มใบตกอยู่จำนวนมาก

เจ้าหน้าที่จึงตรึงกำลังไว้และเข้าเคลียร์พื้นที่ในช่วงเช้าวันนี้(วันที่ 12 พฤษภาคม) พบขบวนการลำเลียงยาเสพติดเสียชีวิต 4 ศพ และตรวจยึดกระสอบเป้สะพายได้จำนวน 17 เป้ เมื่อเปิดออกดูภายในพบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ( เคตามีน) กระสอบละ 20 ถุง แต่ละถุงเป้จะเขียนหมายเลข25 ติดไว้น้ำหนักรวมทั้งสิ้น ประมาณ 340 กิโลกรัม ตกราคากิโลกรัมละประมาณ 3-4 แสนบาท รวมเป็นเงินกว่าร้อยล้านบาทและหากเล็ดลอดไปยังต่างประเทศมีมูลค่านับ 1,000 ล้านบาท ทีเดียว 

ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าไทยได้ประสานไปยัง TBC ฝ่ายเมียนมานำกำลังตรวจสอบริมน้ำรวก พบถุงเป้บรรจุเคตามีนเพิ่มอีกจำนวน 4 เป้ ถูกทิ้งไว้ทำให้การตรวจยึดยาเคตามีนทั้งฝ่ายไทยและเมียนมารวมกันจำรวน 21 กระสอบ โดยทางกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 ได้ทำการตรวจยึดก่อนมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เกาะช้าง เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและขยายผลต่อไป

แหล่งข่าว    นำเสนอโดย เชียงรายโฟกัสดอทคอม

http://www.chiangraifocus.com/news/details.php?id=6390