เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 22 พฤษภาคม 2019, 19:10:19
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  การเกษตร ในเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, Ck 401)
| | |-+  ## โปรโมชั่นลดราคา สินค้าเกษตร ถูกมาก สุดคุ้ม ด่วน!! ที่ KOKOMAX.COM
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 15 พิมพ์
ผู้เขียน ## โปรโมชั่นลดราคา สินค้าเกษตร ถูกมาก สุดคุ้ม ด่วน!! ที่ KOKOMAX.COM  (อ่าน 42514 ครั้ง)
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #20 เมื่อ: วันที่ 09 สิงหาคม 2015, 21:16:12 »


หลายท่านถามกันเข้ามาว่า ฟักทองยอดหงิก เราต้องทำยังไง??
ยอดหงิก. ใบเหลือง ลูกเล็กๆๆมันเน่าข้างในมีหนอน
ตอนนี้ยอดหงิกส่วนมากเกิดจากศัตรูพืชครับ ชาวบ้านเรียกว่า "ไอ้โต้ง" พวกนี้จะเข้าทำลายดูดน้ำเลี้ยงจนใบหงิก อาจะเกิดจากหนอนได้เช่นเดียวกัน ต้องสังเกตุดู พวกนี้เราจะใช้ บิวเวอร์เรีย ตรา ลาเซียน่า และบีที-โกลด์ ผสมรวมกันในการกำจัดครับ ส่วนของทางใบเหลือง จะมีสามกรณี 1.เกิดจากศัตรูพืชนั่นแหละครับ ตามข้อหนึ่ง 2.โรคพืช ถ้าโคนเน่า รากเน่า ก็ต้องใช้ โคโค-แมกซ์ ในการกำจัดครับ และข้อ 3. ตัวนี้มีโอกาสสูง อาหารไม่พอครับ เนื่องจากโดนดูดน้ำเลี้ยงหมด หลังจากกำจัดศัตรูพืชแล้ว จะแนะนำให้เรียกยอดใหม่ด้วย ช้อนเงิน สลากส้ม จะดีมากครับ ฟื้นได้เร็ว
 
ขอบคุณครับ
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
http://www.kokomax.com
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #21 เมื่อ: วันที่ 10 สิงหาคม 2015, 21:57:06 »



สยบโรคพืช ลาลับเชื้อราแบคทีเรีย ในตัวเดียว โคโค-แมกซ์ KOKO-MAX

ขนาด 1 กก. 450 บาท ทั่วประเทศ!!!! *โปรโมชั่น 10 แถม 2

โทร. 061-405-8899 หรือ ไลน์ @KOKOMAX
เว็บไซต์ http://www.kokomax.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 02 กันยายน 2015, 22:50:56 โดย srithanaagro » IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #22 เมื่อ: วันที่ 13 สิงหาคม 2015, 23:13:40 »


พร้อมเติบโตไปกับการเราชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์ รับสมัครตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ และเป็นที่ปรึกษาในการทำงานให้เกษตรกร รับสมัครเพียงอำเภอละ 1 ท่านเท่านั้นนะคะ ท่านใดสนใจติดต่อได้นะคะ โทร. 061-405-8899 หรือ LINE: KOKOMAX8888 คะ

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
http://www.kokomax.com

IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #23 เมื่อ: วันที่ 15 สิงหาคม 2015, 21:35:25 »


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ http://www.kokomax.com
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #24 เมื่อ: วันที่ 16 สิงหาคม 2015, 19:44:22 »


บาซิลัส ทูริงเยนซิส ไอซาวาย สารชีวภาพที่ใช้กำจัดหนอนได้จริง ซองละ 190 บาท ส่งฟรี!! ทั่วประเทศ โทร. 061-405-8899 ไลน์ KOKOMAX8888

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
http://www.kokomax.com

IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #25 เมื่อ: วันที่ 27 สิงหาคม 2015, 00:38:31 »


หลุมพอเพียง เครื่องมือสู่ความสำเร็จในการทำเกษตรแบบพอเพียง

วิธีการทำหลุมพอเพียง คือ การปลูกพืชหลายอย่างในหลุมเดียว หลุม ที่ว่านี้ไม่ได้สภาพเป็น หลุมลึก ๆ แต่เป็นการปลูกพืชเป็นกลุ่ม ขนาดที่ทำคือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ เมตร คือขนาดกว้าง ๘๐ – ๑๐๐ เซนติเมตร โดยสร้างหลุมไว้ตามกหัวไร่ปลายนา มุมบ้าน หลังครัว ขอบบ่อน้ำ ริมทางเดิน ได้หมด
หลุมพอเพียงก็คือวิธีการบริหารจัดการสิ่งที่อยู่ในหลุมเริ่มจาก เตรียมพื้นที่ตามขนาดที่กำหนด แล้วก็ปลูกหญ้าแฝกเป็นรูปวงกลมหรือเป็นล็อกสี่เหลี่ยม จากนั้นป...ลูกไม้ในหลุมนี้ ลงได้ถึง ๔ – ๕ ประเภทในหลุมเดียว เพื่อลดภาระการรดน้ำปลูกซ้ำ และเกื้อต่อการกำจัดศัตรูพืชเพราะให้ทุกอย่างเกื้อกูล
ต้นไม่ที่จะปลูกในหลุมแบ่งเป็น ๕ ประเภท

1.ไม้พี่เลี้ยง เป็นไม้ที่ให้ร่มเงา เก็บน้ำ เก็บความชื้นโดยเฉพาะช่วงร้อนหรือหน้าแล้ง เช่น กล้วยน้ำว้ากล้วยหอม ควรปลูกทางทิศตะวันตก เพราะช่วยบังแสงช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัด เป็นพี่เลี้ยงให้พืชที่ไม่ชอบแดดจัดมาก ได้กล้วยเครือแรกเมื่อปลูก ๑ ปี ก็ตัดทิ้ง ปล่อยหน่อใหม่ให้ทำงาน
2.ไม้ฉลาด เป็นไม้ข้ามปี เป็นไม้ที่เอตัวรอดได้ดี เก็บผลได้นานพอสมควร เช่น ชะอม ผักหวาน มะละกอ ผักติ้ว ผักเม็ก เริ่มเก็บกินได้ตั้งแต่ ๑เดือนไปเรื่อยๆ
3.ไม้ปัญญาอ่อน หรือ ไม้รายวัน เป็นไม้ล้มลุกปลูกง่าย ตายเร็ว ต้องคอยปลูกใหม่ ดูแลรดน้ำทุกวัน แต่เก็บผลได้เร็ว ได้ทุกวัน เช่น พริก มะเขือ กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ข่า ฟักทอง แตงไทย แตงกวา ผักบุ้งจีน คะน้า ฯลฯ เริ่มเก็บกินได้ตั้งแต่ ๑๕ วัน

ขอบคุณข้อมูลดีๆและภาพประกอบจาก monmai

อ่านต่อ http://www.kokomax.com/webboard-th-53407-2378926-หลุมพอเพียง+เครื่องมือสู่ความสำเร็จในการทำเกษตรแบบพอเพียง.html
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #26 เมื่อ: วันที่ 30 สิงหาคม 2015, 23:29:59 »


โรคกล้วยตายพรายของกล้วยน้ำว้า ส่วนมากจะพบในกล้วยอายุ 4-5 เดือน ขึ้นไป โดยช่วงแรกๆ เราจะสังเกตเห็นตามก้านใบ จะมีสีเหลืองอ่อน ของใบแก่ ซึ่งต่อมาจะลุกลามไปยังขอบใบ และจะเลืองทั้งใบ  จากนั้นจะหักพับโรคนี้จะเกิดจากเชื้อรา โรคจะเข้าทำลายเข้าสู้ลำต้น และลุกลามเข้าสู่ก้านใบ โคนใบแก่จะมีสีเหลืองซีด ในที่สุดลำต้นจะยืนต้นตาย หรือล้มตาย


วิธีป้องกันและกำจัด

ใช้ผลิตภัณฑ์ของชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ชื่อ โคโค-แมกซ์ ซึ่งกำจัดได้ทั้งเชื้อราและแบคทีเรีย แบบทูอินวัน การฉีดพ่นก็แล้วแต่ความรุนแรงของโรค ถ้าระบาดหนักๆ ก็ฉีดพ่นวันเว้นวัน ให้พิจารณาดูจากความรุนแรงของโรค และทางรากควรจะหว่าน รุ้งเพชร แคลซี-แมกซ์ ทั่วทั้งแปลง เพื่อฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพของดิน มีสารอาหารเสริมพืช แคลเซี่ยมและกำมะถันสูง

เทคนิคการฉีดพ่น โคโค-แมกซ์ ควรฉีดแบบอาบ ในตอนเย็น อากาศไม่ร้อน และควรให้ไหลลงราก รากจะดูดซึมซับ ตัวยา เข้าสู่รากและลำต้น ของกล้วย เพื่อรักษาท่อน้ำเลี้ยงภายในลำต้นของกล้วย

 
ที่มา:  ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ

http://www.kokomax.com
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #27 เมื่อ: วันที่ 02 กันยายน 2015, 08:36:09 »


หนอนกระทู้ผัก

หนอนกระทู้ผักเป็นแมลงที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งต่อการปลูกผักในประเทศไทย ตัวหนอนเริ่มทำลายผักตั้งแต่เริ่มฟักออกมาจะเริ่มทำลายรุนแรงมากสามารถกัดกินใบ ก้าน ดอก หัวได้ทุกส่วน ทำความเสียหายให้กับพืชผักมาก เนื่องจากเป็นหนอนที่มีขนาดใหญ่และแพร่ระบาดได้รวดเร็วตลอดทั้งปี ลักษณะการทำลาย หนอนเมื่อฟักออกจากไข่ใหม่ ๆ จะอยู่รวมกันเป็น กลุ่มและแทะกินเฉพาะผิวใบพืชเหลือไว้แต่เส้นใบ เมื่อผิว ใบแห้ง ใบแห้งแล้วจะเห็นเป็นสีขาว ๆ เมื่อหนอนโตขึ้นอยู่ในวัยที่ 2-3 จะกระจายออกกัดกินใบพืชทั่วไป

หนอนตัวโตกินจุ ปริมาณมากและรวดเร็วทำให้ใบขาดเป็นรู ๆ ทั่วต้น หนอน เคลื่อนไหวช้า ในเวลากลางวันอากาศร้อน หนอนจะหลบ ลงดินหาที่ซ่อนตัว รูปร่างลักษณะชีวประวัติ (Spodoptera litura (Fabricius)) หนอนกระทู้ผักมีลำตัวอ้วนป้อม มีจุดสีดำใหญ่ ตรงปล้องที่ 3

แม่ผีเสื้อวางไข่เป็นกลุ่มใต้ใบจำนวนนับร้อยฟอง ไข่ปกคลุมด้วยขนสีฟางข้าว ระยะไข่ 3-4 วัน หนอนที่ เกิดใหม่จะอยู่รวมกลุ่มแทะกินผิวใบพืช และหนอนจะเริ่มแยกย้ายไปต้นอื่น ๆ หลังจากพ้นวัยที่ 2 หนอนโตเต็มที่มี ขนาด 3-4 เซนติเมตร และเคลื่อนไหวช้า หนอนมีการเจริญเติบโต 5 ระยะ ระยะหนอน 10-14 วัน หนอนเข้า ดักแด้ในดิน ดักแด้มีสีน้ าตาลเข้มยาวประมาณ 1.5 ซม. ระยะดักแด้ 7-10 วัน ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อขนาดกลาง เมื่อ กางปีกกว้าง 3-3.5 เซนติเมตร ปีกสีน้ำตาล ปีกคู่หน้ามีเส้นสีเหลืองพาดหลายเส้น

การป้องกันและกำจัด

1. เก็บกลุ่มไข่และหนอนทำลาย วิธีนี้พบว่าได้ผลดีและลดการระบาดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.. การใช้เชื้อจุลินทรีย์ บาซิลลัส ทูริงเยนซิส ตรา บีที-โกลด์ (BT-GOLD) ผสมสารจับใบอัตราตามฉลาก ฉีดพ่นในช่วงเวลาเย็น เมื่อพบ หนอนเริ่มระบาด อัตรา 60 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ผสมสารจับใบ อัตราตามฉลาก ฉีดพ่นในช่วงเวลาเย็นทุก 5 วันครั้ง เมื่อพบหนอนระบาด

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ  http://www.kokomax.com
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #28 เมื่อ: วันที่ 02 กันยายน 2015, 22:54:10 »


สารชีวภาพกำจัดเพลี้ยกระโดด ตรา ลาเซียน่า   (บิวเวอร์เรีย บาสเซียน่า เมธาไรเซี่ยม)

เชื้อราบิวเวอร์เรีย ตรา ลาเซียน่า ใช้กำจัดเพลี้ยและศัตรูพืช

เชื้อราบิวเวอร์เรีย เป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง ซึ่งสามารถทำลายแมลงได้หลายชนิด กลไกการเข้าทำลายแมลงของเชื้อบิวเวอร์เรีย คือเมื่อสปอร์ของเชื้อราสัมผัสกับผิวของแมลง ในสภาพความชื้นเหมาะสม จะงอกเส้นใยผ่านสู่ผิวหนังลำตัวแมลง แล้วขยายจำนวนเจริญอยู่ภายในโดยใช้เนื้อเยื่อของแมลงเป็นอาหาร แมลงจะตายในที่สุด ภายในระยะเวลาต่างๆ ขึ้นอยู่กับ ชนิด ขนาด และวัยของแมลงโดยทั่วไปประมาณ 3-10 วัน

ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพชนิดผง มีผลกำจัดเพลี๊ยทุกชนิด ไรแดง แมลงหวี่ขาว ได้ผล 100 %

- ประกอบด้วย เชื้อราบิวเวอร์เรีย บาสเซียน่า และเมธาไรเซี่ยม แอนิโซเฟีย
- สามารถกำจัดเพลี๊ย แมลง ได้ 100 % ได้ผลดีกว่า
- สามารถกำจัด เพลี๊ยอ่อน เพลี๊ยไฟ ไรแดง แมลงหวี่ขาว เพลี๊ยกระโดด เพลี๊ยจั๊กจั่น หนอนกอ หนอนห่อใบ แมลงสิง แมลงเหล่า ด้วงหมัดผัก ทั้งช่วงตัวอ่อนและวัยแก่
- ควรฉีดพ่นให้โดนตัวแมลงศัตรูพืชจะเป็นผลดี


เชื้อราบิวเวอร์เรีย บิวเวอร์เรียแบบซอง 500 กรัม

เชื้อราบิวเวอร์เรีย ลาเซียน่า ใช้ได้กับ  เพลี้ยและหนอน แมลงสิง แมลงเหล่า เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ ไรแดง แมลงหวี่ขาว ด้วงหมัดผัก แมลงศัตรูพืชทุกชนิด  ทั้งในนาข้าว สวน พืชไร่ มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย มะม่วง น้อยหน่า ละมุด ส้ม ฝรั่ง ทับทิม องุ่น ทุเรียน มะละกอ กล้วยไม้  เยบีร่า  กุหลาบ เบญจมาศ  ดาวเรือง มะระ มะเขือ แตงโม ถั่วฝักยาว บวบ พริก


เชื้อราบิวเวอร์เรีย ลาเซียน่า  ใช้ป้องกันได้คุ้มค่าปลอดภัย

เชื้อราบิวเวอร์เรีย  ...  ราคาซองละ   170  บาท  /  500  กรัม

ขนาดและวิธีใช้เชื้อราบิวเวอร์เรีย  ลาเซียน่า


เชื้อราบิวเวอร์เรีย  50 กรัม / น้ำ20-25ลิตร   พ่นได้ทุกระยะการระบาด   หรือทุกๆ  7-10  วัน


เพิ่มพลังสูงสุดเมื่อใช้ร่วมกับ บีที-โกลด์        **หากระบาดมากให้ใช้ร่วมกับ O-BAC**

อัตราการใช้ สารชีวภาพกำจัดเพลี้ยกระโดด ลาเซียน่า 1 ช้อนโต๊ะ(20 กรัม) ต่อน้ำ 5 ลิตร หรือ 3 ช้อนแกง ต่อน้ำ 20 ลิตร เติมน้ำยาจับใบหรือซันไลท์ แล้วกวนผสมให้เข้ากัน ฉีดพ่นช่วงเย็น ให้ชุ่มทุก 3-5 วัน กรณีระบาดมาก หรือ 7-15 วันกรณีป้องกัน

*ขนาดถุงละ 500 กรัม ราคา 170 บาท จัดส่งฟรี!!

 
สอบถาม/สั่งซื้อ

 
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ

Call Center  061-405-8899

LINE ID: @KOKOMAX
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #29 เมื่อ: วันที่ 10 กันยายน 2015, 08:24:19 »



สารชีวภาพกำจัดโรคพืช ตรา โคโค-แมกซ์ (KOKO-MAX)

จุดเด่น : สารชีวภาพกำจัดโรคพืช โคโค-แมกซ์ มีคุณสมบัติในการป้องกันและกำจัดโรคพืช ทั้งโรคทางใบ และต้น ราก ที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย เห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้

 
"สารชีวภาพกำจัดโรคพืช โคโค-แมกซ์ แล้วปลอดภัยดีจนต้องบอกต่อ"

คุณสมบัติ

สารกำจัดโรคพืชทั่วไปในท้องตลาดมีทั้งทางเคมีและชีวภาพ  อดีตเกษตรกรมักใช้สารกำจัดโรคพืชทางเคมี เนื่องจากมีความเชื่อว่าให้ผลชัดเจน และมีราคาถูก  แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า ในระยะยาวสารเคมีเหล่านี้จะกลับมาส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้ ตลอดจนผู้ที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณที่ฉีดพ่น ทางชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ จึงอยากนำเสนอทางเลือกใหม่แก่ เกษตรกรและผู้สนใจในการเพาะปลูกยุคใหม่ ด้วย “ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีชีวภาพ KOKOMAX”เป็น วัคซีนกำจัดโรคพืชที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งโรคที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย ปลอดภัยอย่างยิ่งกับผู้ใช้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  ส่งผลโดยตรงกับโรคพืช ไม่ทำร้ายพืช

โรคพืชที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียที่พบบ่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น โรคแอนแทรคโนส  ราแป้ง  โรคราดำ  โรคเน่าดำ  โรคต้นเน่าแห้งหรือโรคราเมล็ดผักกาดหรือเน่าเข้าไส้ ใบด่าง  รากเน่าโคนเน่า  โรคใบหงิก  โรคแคงเกอร์  โรคเน่าเละ  โรคสนิมเหล็ก  โรคราน้ำค้าง  โรคเหี่ยว  โรคแผลสะเก็ด (สแคป) เป็นต้น

พิสูจน์แล้วจากเกษตรกรที่ใช้จริงและใช้อย่างต่อเนื่อง ผลิตและควบคุมคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ

“กำจัดโรคให้สิ้นซาก  อย่าปล่อยให้เป็นปัญหากวนใจ ไว้ใจเรา KOKOMAX จะช่วยคุณเอง”


*** เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ควร ใช้ร่วมกับสารเคมีกำจัดเชื้อราและแบคทีเรีย

 
อัตราการใช้

วัคซีนกำจัดโรคพืช โคโค-แมกซ์ 5 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร พืชไร่/พืชสวน

/หรือ 3 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร กล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ


**ขนาดบรรจุ 1 กิโลกรัม  ราคา 450 บาท  พิเศษ จัดส่งไปรษณีย์ฟรีทั่วประเทศ !!


สอบถาม/สั่งซื้อ

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ

Call Center 061-405-8899

LINE ID:  @KOKOMAX

เว็บไซต์  http://www.kokomax.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 10 กันยายน 2015, 08:55:00 โดย srithanaagro » IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #30 เมื่อ: วันที่ 13 กันยายน 2015, 23:18:17 »


แคงเกอร์ระบาดหนัก (Canker) ในมะนาว ทำยังไง? เป็นโรคประจำตัวพืชตระกูลส้ม

สาเหตุของโรค เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas campestris pv.citri ( Hasse )Dye. ลักษณะอาการ ใบส้มแสดงอาการจุดนูนสีน้ำตาลเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยวงเหลือง พบทั้งสองด้านของใบ จุดเกิดกระจัดกระจายหรืออาจรวมกันทำให้เป็นแผลกว้าง เนื้อเยื่อกลางจุดนูนสีน้ำตาลจะหยาย และมักบุ๋มตรงกลาง อาการที่ผลเห็นจุดสีน้ำตาล เนื้อเยื่อกลางจุดมักแตกเป็นแอ่ง จุดแคงเกอร์บนผลที่เป็นโรคมากจะเชื่อมตัวกันเป็นแผลกว้างบนผล เชื้อแบคทีเรียเข้าทำลายกิ่งและลำต้น

ต้นส้มที่เป็นโรคแคงเกอร์มากผลผลิตจะลดลง ส้มที่เป็นโรครุนแรงได้แก่ มะนาว มะกรูด ส้มเขียวหวาน และส้มโอ การแพร่ระบาด เชื้อแบคทีเรียกระเซ็นทางน้ำ และลมฝนจากเนื้อเยื่อที่เป็นโรคไปยังส่วนอื่นของลำต้น สภาพที่มีฝนตกชุกทำให้โรคระบาดมาก วิธีการให้น้ำโดยการฉีดเข้าทางทรงพุ่มก็จะแพร่โรคให้ระบาดมาก แหล่งแพร่ระบาดคือ ส่วนของต้นที่เป็นโรคที่ตกค้างภายในสวนและกิ่งพันธุ์ที่เป็นโรค การระบาดของหนอนชอนใบจะช่วยแพร่โรคบนใบด้วย การป้องกันกำจัด ใช้กิ่งพันธุ์ที่ปลอดโรค ตัดแต่งกิ่ง ลำต้น ใบ ผล ที่เป็นโรคเผาทำลายและฉีดพ่นป้องกันด้วยสารชีวภาพกำจัดโรคพืช โคโค-แม็กซ์ อัตรา 5 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร แช่น้ำทิ้งไว้ 3-5 ชั่วโมงแล้วนำมาฉีดพ่นในตอนเย็น ทุก 3-5 วัน ย้ำ 3-5 วัน ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะดีขึ้น*กรณีระบาด หรือ
7-15 วันครั้ง *กรณีป้องกัน ไม่ควรใช้ร่วมกับสารเคมีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
http://www.kokomax.com
ติดตามข่าวสารวงการเกษตร โดยเพิ่มเราเป็นเพื่อน LINE ID: @KOKOMAX
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #31 เมื่อ: วันที่ 14 กันยายน 2015, 22:43:34 »


ใช้แล้วเห็นผลจริง รับประกัน ใช้กันทั่วประเทศ
1.แคงเกอร์เอาอยู่จริง โคโคแมกซ์ เพียง 450 บาท
2.ชุดกำจัดหนอนชอนใบ อย่างดี ลาเซียน่า ,บีทีโกลด์ ,โอแบค ตัดวงจรศัตรูพืช เพียงชุดละ 610 บาท

http://www.kokomax.com/
คอลเซ็นเตอร์ส่งทุกชิ้น 061-405-8899
คุยผ่านไลน์ @KOKOMAX
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #32 เมื่อ: วันที่ 16 กันยายน 2015, 23:19:15 »


ปัญหาโรคกุ้งแห้งในพริกเกิดขึ้นได้ที่สภาพอากาศร้อนชื้นส่งเสริมการระบาดของเชื้อราโรคพืช จึงทำให้เกิดโรคกุ้งแห้ง โรคราแป้ง ราน้ำค้าง ใบไหม้ ใบจุด ระบาดทำความเสียหายให้แก่พืชไร่ พืชสวนและพืชผักต่างๆ เช่น แตง องุ่น หอม ถั่ว พริก เป็นต้น พริกจะไวต่อการเกิดเชื้อราแอนแทรคโนส เมื่อเกิดที่ผลพริกจะเน่ายุบ ถ้าผลพริกแก่เป็นสีแดง จะตากแห้ง ผลพริกแห้งสีแดงงอเข้าเหมือนกุ้งแห้ง จึงเรียกโรคนี้ว่ากุ้งแห้ง
 
การกำจัดโรคพริกเมื่อก่อนเกษตรกรจะใช้สารเคมีเพื่อกำจัดเชื้อรา ปัจจุบันแก้ปัญหาด้วยโคโค-แม็กซ์ สารชีวภาพกำจัดรา อัตรา 5 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 3-5 ชั่วโมง แล้วฉีดพ่นในตอนเย็นให้ทั่วต้น ชุ่มต้นพืช อาการของโรคพริกจะหยุดในทันที  ส่วนการกำจัดโรคแอนแทรคโนสนั้น ส่วนมากจะเกิดใน บวบ หอม และพืชผักกินใน ใช้โคโค-แม็กซ์  กำจัดเชื้อราได้ดีโดย ใช้ตามอัตรา 5 ช้อนโต๊ะ/น้ำ 20 ลิตร  ฉีดพ่นในตอนเย็น 5-7 วันครั้ง และหากทำให้พืชแข็งแรงขึ้นควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ผสมเคมี ในอัตรา 2:1  และไม่ควรให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนมากเกินไป พืชจะต้านทานโรคได้ดีขึ้น
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #33 เมื่อ: วันที่ 20 กันยายน 2015, 21:40:58 »


โรครากเน่าและโคนเน่าในมะนาว

โรครากเน่าและโคนเน่า ลักษณะอาการ รากฝอยและรากแขนงจะเน่ามีสีน้ำตาลหรือดำ ลักษณะเหนียว ไม่ยุ่ย เปลือกของลำต้นจะปริแตกออก โดยเฉพาะโคนต้น และมียางไหลบริเวณขอบแผล เมื่อรากและต้นถูกทำลายมากๆ จะทำให้ใบเหลืองและร่วงหล่น


การป้องกันและกำจัดโรครากเน่าและโคนเน่า เกษตรกรควรอย่าให้มีน้ำขัง บริเวณโคนต้น และไม่ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือ ปุ๋ยคอกมากเกินในช่วงฤดูฝน และพ่นด้วยโคโค-แม็กซ์ เพื่อกำจัดป้องกันกำจัดเชื้อราและแบคทีเรีย สาเหตุของโรค อัตรา 5 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในตอนเย็น ทุก*กรณีระบาด 3-7 วันครั้ง **กรณีป้องกัน 7-15 วัน/ครั้ง

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
http://www.kokomax.com
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #34 เมื่อ: วันที่ 22 กันยายน 2015, 09:57:50 »


คุณสมบัติสารกำจัดโรคพืชทั่วไปในท้องตลาดมีทั้งทางเคมีและชีวภาพ อดีตเกษตรกรมักใช้สารกำจัดโรคพืชทางเคมี เนื่องจากมีความเชื่อว่าให้ผลชัดเจน และมีราคาถูก แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า ในระยะยาวสารเคมีเหล่านี้จะกลับมาส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้ ตลอดจนผู้ที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณที่ฉีดพ่น ทางชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ จึงอยากนำเสนอทางเลือกใหม่แก่ เกษตรกรและผู้สนใจในการเพาะปลูกยุคใหม่ ด้วย “ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีชีวภาพ KOKOMAX”เป็น วัคซีนกำจัดโรคพืชที่ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งโรคที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย ปลอดภัยอย่างยิ่งกับผู้ใช้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลโดยตรงกับโรคพืช ไม่ทำร้ายพืช

 โรคพืชที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียที่พบบ่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น โรคแอนแทรคโนส ราแป้ง โรคราดำ โรคเน่าดำ โรคต้นเน่าแห้งหรือโรคราเมล็ดผักกาดหรือเน่าเข้าไส้ ใบด่าง รากเน่าโคนเน่า โรคใบหงิก โรคแคงเกอร์ โรคเน่าเละ โรคสนิมเหล็ก โรคราน้ำค้าง โรคเหี่ยว โรคแผลสะเก็ด (สแคป) เป็นต้น
 พิสูจน์แล้วจากเกษตรกรที่ใช้จริงและใช้อย่างต่อเนื่อง ผลิตและควบคุมคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ

“กำจัดโรคให้สิ้นซาก อย่าปล่อยให้เป็นปัญหากวนใจ ไว้ใจเรา KOKOMAX จะช่วยคุณเอง”

*** เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ควร ใช้ร่วมกับสารเคมีกำจัดเชื้อราและแบคทีเรีย

อัตราการใช้
 วัคซีนกำจัดโรคพืช โคโค-แมกซ์ 5 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร พืชไร่/พืชสวน
/หรือ 3 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร กล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ

**ขนาดบรรจุ 1 กิโลกรัม ราคา 450 บาท พิเศษ จัดส่งไปรษณีย์ฟรีทั่วประเทศ !!

สอบถาม/สั่งซื้อ
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
Call Center 061-405-8899
LINE ID: @KOKOMAX
เว็บไซต์ http://www.kokomax.com
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #35 เมื่อ: วันที่ 25 กันยายน 2015, 00:08:23 »


หนอนเจาะดอกลำไย

ช่วงเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่ลำไยกำลังติดผล และพัฒนาผล ในช่วงนี้นี่เองที่จะมีศัตรูพืชของลำไยที่สามารถเข้าทำลายได้หลากหลายชนิด  จากข้อมูลที่ทางชมรมได้รับแจ้งจากเกษตรกรก็ดีและผู้จัดการสวนก็ดี พบว่าเริ่มมีการพบการทำลายของหนอนเจาะขั้วผลลำไย  ดังนั้นเกษตรที่ปลูกลำไยต้องดูแลช่วงนี้เป็นพิเศษ  จึงขอให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไย เฝ้าระวังการเข้าทำลายของหนอนเจาะขั้วผลอย่างใกล้ชิด  และหากพบว่ามีการเข้าทำลายให้ดำเนินการป้องกันกำจัดดังนี้                                                                                                                            

เรามาทำความเข้าใจต้นสายปลายเหตุกันก่อน

หากเราเข้าใจสาเหตุ ก็คือการเข้ามาของผีเสื้อซึ่งวางไข่บนผล เมื่อฟักออกเป็นตัวหนอน หนอนจะเจาะเข้าทำลายผลขนาดเล็กและเจาะขั้วผลขนาดโตของลำไย ทำให้ผลร่วง หนอนจะออกมาที่ใบแก่ หนอนที่ติดในผลร่วงก็จะเข้าทำลายได้อีก ซึ่งหากเราเข้าใจแล้ว สาเหตุคืออะไร สาเหตุคือผีเสื้อ ของการวางไข่ เกือบทุกที่ไม่เคยคิดถึงตรงนี้เลย

 

ช่วงระยะเวลาระบาด                                                                                                               ตั้งแต่เดือน มีนาคม - สิงหาคม ของทุกปี อยู่ข้ามฤดู จะเยอะมากในช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม โดยเจาะเข้าทำลายก้านใบอ่อนและก้านช่อดอกลำไย  พบผีเสื้อเข้ามาติดกับดักกาวเหนียวในสวนลำไยได้ตลอดทั้งปี

 

การป้องกันและกำจัด

ควรระวังนะครับ เรื่องผึ้งและแมลงอื่นๆ ที่เป็นผลดีในสวนพวกนี้จะช่วยผมเกสร หากเราไม่ระวังไปทำอะไรให้ผึ้งไม่เข้าลำไยจะติดผลน้อย ก็ไม่ได้ผลผลิตกันอีก หนอนทำลายผลผลิตก็น้อยอีก หลายต่อเลยครับ


1. หลังลำไยติดผลควรลองสังเกตุดู  โดยการสุ่มสังเกตดูไข่สีเหลืองอ่อนบนผลจำนวน อันนี้ต้องสังเกตดีๆ เป็นไปได้เอาแว่นขยายช่วยส่อง ก็อย่างที่ว่าละครับสาเหตุจริงคือผีเสื้อก็ควรจะใช้โอแบค ชนิดน้ำ (สลากสีแดง) อัตรา 1 ลิตร/น้ำ 1,000 ลิตร หรือ 5 ถังใหญ่ ฉีดพ่นเพื่อป้องกันการเข้ามาของผีเสื้อ หากสวนใช้ระบบสปริงเกอร์ ก็ผสมเข้าไปในระบบได้เลย

2.หากพบว่าระบาดแล้ว อันนี้มีความจำเป็นที่ต้องใช้ 3 ตัวร่วมกันคือ 1.โอแบค (ชนิดน้ำ) 2.ลาเซียน่า 3.บีที-โกลด์ ให้ผสม 3 อย่างเข้าด้วยกัน หมักไว้สัก 3 ชั่วโมง แล้วเอาไปพ่นเลยครับ พ่นให้ชุ่มโดนตัวได้ยิ่งดี ทั้งสามตัวจะส่งเสริมกัน โอแบคจะป้องกันที่ต้นเหตุ คือป้องกันผีเสื้อเข้ามาอีก ส่วนลาเซียน่าและบีที-โกลด์ อันนี้มีผลในการกำจัด เป็นไปได้พ่น 10 วันครั้ง  จะเป็นการทำลายวงจรชีวิต พอดีขึ้นแล้ว ค่อยเว้นระยะได้ครับ

3. ตัดแต่งกิ่งและควบคุมทรงพุ่มไม่ให้สูงเกินไป เพื่อสะดวกต่อการพ่นสารชีวภาพ
4. ทำการดักผีเสื้อ โดยใช้กับดักกาวเหนียว แขวนในทรงพุ่มสูงจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร

 
ที่มา: ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ

http://www.kokomax.com
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #36 เมื่อ: วันที่ 27 กันยายน 2015, 22:31:56 »


หนอนระบาด กินผลผลิต สร้างความเสียหาย แก้ได้ ทางชีวภาพ ใช้ บีที-โกลด์ (BT-GOLD) ชื่อสามัญ  Bacillus thuringiensis aizawai

ใช้กำจัดหนอนชนิดต่าง ๆ เช่น

หนอนเจาะสมอฝ้าย หรือหนอนเจาะผลมะเขือเทศ

หนอนกินใบสัก

หนอนหญ้าแมวในปาล์มน้ำมัน

หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอมในผักต่าง ๆ

หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน

หนอนเจาะขั้วลิ้นจี่

หนอนแปะใบส้ม และ

หนอนม้วนใบข้าว


ราคา 190 บาท จัดส่งทุกถุงทั่วประเทศ


**โปรโมชั่น 10 ถุงแถม 2 ถุง


รายละเอียดเพิ่มเติม  http://kokomax.com/

LINE:   @KOKOMAX
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #37 เมื่อ: วันที่ 28 กันยายน 2015, 23:52:08 »


มาทำปุ๋ยหมักในกะละมังกันใช้เองเถิด ง่ายๆ ค่ะ
บ้านไหนมีใบไม้แห้ง เศษหญ้าสด ที่ต้องการทำให้เป็นปุ๋ยหมัก
ซึ่งมีทั้ง N P K และจุลธาตุมากกว่านำไปกองรวมกันที่โคนต้นไม้
หรือเผาทิ้ง ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะ หรือรบกวนเพื่อนบ้าน
ลองมาทำให้เป็นปุ๋ยหมัก ด้วยวิธีการง่ายๆ

ความรู้ ยาวๆ อ่านต่อที่ https://www.facebook.com/kokomaxthailand

หรือติดตามเราซิ เพิ่มเพื่อนไลน์ LINE:  @KOKOMAX
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #38 เมื่อ: วันที่ 01 ตุลาคม 2015, 08:44:39 »



สารฟื้นฟูสภาพดิน  อย่างดี BIG-BOMB บิ๊กบอม ด้านเกษตรกรรม

สูตรพิเศษ เด็ดจริง หรอยแรง

 
**โปรโมชั่นเปิดตัวใหม่ 10 ซอง แถม 2 ซอง**

 
ปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพของดิน


- ปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุย น้ำเดินดี ป้องกันรากเน่าโคนเน่า พืชกินอาหารได้ดีขึ้น

- ลดความแน่นหนึบของดินเหนียว

- เพิ่มความสามารถในการซับน้ำของดิน

- ดินระบายน้ำได้ดี ลดการแช่ขังของน้ำ

- ช่วยทำให้การไถพรวนดินง่าย ดินระบายออกซิเจนได้ดี

- ลดการเกิดชั้นดินดานของดินชั้นล่าง

- ทำให้รากพืชแผ่กระจายได้ดีขึ้น

- รักษาความชุ่มชื่นของดินได้ดี


นิยมใช้ฟื้นฟูสภาพดิน หรือปรับสภาพดินก่อนปลูก

ใช้ได้ผลดีใน ไม้ดอกไม้ประดับ ,นาข้าว ,ปาล์ม,กล้วย,พริก,มะเขือ,ยางพารา,และพืชรากกดินทุกชนิด


**เห็นผลดีจริง ในการฟื้นฟูสภาพ และโครงสร้างของดิน หัวใจสำคัญในการปลูกพืช


สินค้าขนาดบรรจุ 1 กิโลกรัม ราคา 150 บาท จัดส่งฟรี!

 
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ

Call Center 061-405-8899

LINE: @KOKOMAX

เว็บไซต์  http://www.kokomax.com
IP : บันทึกการเข้า
srithanaagro
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289


ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ


« ตอบ #39 เมื่อ: วันที่ 04 ตุลาคม 2015, 22:52:30 »


โรคแอนแทรคโนสกล้วยไม้

เตือนเกษตรกรผู้ทำสวนกล้วยไม้ เนืองจากช่วงนี้ฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ต่อเนื่อง เหมาะต่อ
การเกิดโรคแอนแทรคโนส ซึ่งเป็นโรคที่พบเสมอในกล้วยไม้สกุลออนซิเดี่ยม สกุลแคทลียา สกุลแวนด้า
สกลหวาย และลูกผสมของกล้วยไม้สกุลต่างๆ เชื้อราสามารถแพร่กระจายไปกับลมและฝน

เชื้อสาเหต เชื้อรา Collectotrichum sp.

ลักษณะอาการ
ใบจะเป็นแผลวงกลมสีน้ำตาลอมแดง หรือสีน้ำตาลไหม้ ซึ่งขยายออกไปเป็นแผลใหญ่เห็นเป็น วงกลมซ้อนกันหลายชั้น เนื้อเยื่อเป็นแผลบุ๋มลึกลงไปต่ำกว่าระดับผิวใบเล็กน้อย กล้วยไม้บางชนิดมี ขอบแผลเป็นเนื้อเยื่อสีเหลืองล้อมรอบแผล เช่น ลักษณะแผลของพวกแมลงปอ ฯลฯ บางชนิดแผลมีขอบ สีน้ำตาลเข้มกว่าภายในและไม่มีขอบแผลสีเหลืองเลย เช่น แผลของกล้วยไม้ดินบางชนิด เนื้อเยื่อของแผลนานเข้าจะแห้งบางผิดปกติ ขนาดของแผลแตกต่างกันแล้วแต่สภาพแวดล้อม บางแห่งมีเชื้อราอื่น มาร่วมภายหลังทำให้แผลขยายกว้างออกไปจนมีลักษณะที่เป็นแผลวงกลม อย่างอาการเริ่มแรกกล้วยไม้ ที่มีใบอวบอมน้ำมาก เช่น แคทลียา ลูกผสมแมลงปอ และกล้วยไม้ดินบางชนิดใบจะเน่าเปื่อยถ้าฝนตกชุก แต่โดยปกติจะเป็นแผลแห้งติดอยู่กับต้น

แนะนำวิธีการป้องกันและกำจัด ดังนี้
1. เก็บรวบรวมใบที่เป็นโรค ไปเผาทำลาย เพื่อเชื้อจะได้ไม่แพร่ระบาดไปยังที่อื่นๆ
2. อย่าให้กล้วยไม้ได้รับแสงแดดจัดมากเกินไป เพราะจะทำให้ใบอ่อนแอ และเกิดโรคได้ง่าย
3. พ่นด้วยสารป้องกันและกำจัดโรคพืช ตามคำแนะนำ พ่นเมื่อพบโรคทุก 7-10 วัน เช่น

- สารชีวภาพกำจัดโรคพืช โคโค-แมกซ์ KOKOMAX 60 กรัม ต่อน้ำ /20 ลิตร

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
http://www.kokomax.com
IP : บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 15 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!