เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 19 มิถุนายน 2018, 04:11:44
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, >: l!ne-po!nt :<, ©®*, Cupid)
| | |-+  Re: รวบรวมกระทู้การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและโครงการพัฒนาเชียงราย
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 35 พิมพ์
ผู้เขียน Re: รวบรวมกระทู้การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและโครงการพัฒนาเชียงราย  (อ่าน 368704 ครั้ง)
คนเมือง ณ กว่างกรุง
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 554


กำหนดชีวิตตัวเอง หรือรอให้คนอื่นมากำหนดชีวิตเรา..


« ตอบ #80 เมื่อ: วันที่ 13 กรกฎาคม 2010, 08:15:09 »


ขอบคุณครับ  ยิงฟันยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า

"กว่างเจียงของ"
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #81 เมื่อ: วันที่ 14 กรกฎาคม 2010, 02:35:02 »

คมนาคมเปิดแผนเชื่อมขนส่งไทย-จีน ทุ่ม 2.5 พันล.ผุดศูนย์กลางโลจิสติกส์   
Tuesday, 13 July 2010 20:15 
          คมนาคม เตรียมเสนอ ครม. ทุ่มงบประมาณ 2,500 ล้านบาท ก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงแสน-เชียงของ หวังเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เปิดประตูการค้าเชื่อมโยง 6 มณฑลจีน และประเทศเพื่อนบ้าน คาดก่อสร้างได้ภายในปี 2555 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี
          นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่สนใจและเกี่ยวข้องในเรื่องการศึกษาสำรวจออกแบบรายละเอียดและบริหารจัดการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า (Inter modal  Facilities) บริเวณเชียงแสน และเชียงของ จังหวัดเชียงราย ว่ากระทรวงคมนาคม เตรียมแผนใช้งบประมาณ 2,500 ล้านบาท ก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า 2 แห่ง ที่อำเภอเชียงแสน และเชียงของ จังหวัดเชียงราย เนื่องจากต้องการใช้จังหวัดดังกล่าวเป็นประตูการค้าและเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ จากประเทศจีนตอนใต้-ตะวันตก ไม่ต่ำกว่า 6 มณฑล รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน
          ทั้งนี้ คาดว่าจะก่อสร้างได้ภายในปี 2555 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นกับทุกภาคส่วน คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคมกันยายน 2553 นี้ และขั้นตอนต่อไปจะขออนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
          "เรามีความตระหนักดี ดังจะเห็นได้จากการพัฒนาท่าเรือเชียงแสน 1 ซึ่งตอนนี้แออัด และตอนนี้กำลังก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 จังหวัดเชียงราย ใช้งบประมาณก่อสร้าง 1,500 ล้านบาท ซึ่ง
          คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2554"
          ขณะเดียวกันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ที่ห้วยทราย-เชียงของ เชื่อมเชียงราย-คุนหมิง ผ่าน สปป.ลาว หรือเส้นทาง  R 3 นับว่าเป็นอีกหนึ่งในแผนงานตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง 6 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม และมณฑลยู นนาน (ประเทศจีน) ที่อยู่ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยประเทศไทยเป็นประตูสู่ภูมิภาคในโครงการหกเหลี่ยมเศรษฐกิจ (GMS) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์นานาชาติ
          ดังนั้น กระทรวงคมนาคม จึงมองว่าสินค้าที่ขนส่งมาจากจีนไปยัง
          อันดามัน จะขนส่งกันอย่างไร จึงได้มีการผลักดันโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ให้แล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้ได้งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อศึกษา สำรวจ และออกแบบใหม่ ภายในเดือนตุลาคม 2553 นี้
          "จริงๆ แล้วอยากจะให้ดำเนินการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าแล้วเสร็จพร้อมกับโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงรายเชียงของ
          เพราะว่าจะได้เห็นการขนส่งสินค้าจากเชียงแสนและจากเส้นทาง R3 ขึ้นรถไฟไปลงท่าเรือน้ำลึกปากบารา หรืออาจจะเป็นท่าเรือน้ำลึกทวาย เชื่อว่าในอนาคตจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้
          อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการขนส่งด้วยการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า จึงเป็นทางเลือกหลักที่กระทรวงคมนาคม เห็นว่าจะทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า หรือ Modal Shift ทำให้มีต้นทุนการขนส่งที่ต่ำลง
          โดยกิจกรรมหลักภายในศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า ประกอบด้วย การให้บริการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะ หรือ  Transshipment การรวบรวมและกระจายสินค้า รวมทั้งกิจกรรมโลจิสติกส์เชิงโซ่อุปทานภายใต้การบริหารจัดการที่ดี เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าก่อนขนส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางทั้งภายในและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
          ด้าน ดร.จุฬา สุขมานพ รอง ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาเบื้องต้นระยะแรกต้องเร่งก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบขนส่งสินค้าที่อำเภอเชียงของก่อน เนื่องจากมองว่าสามารถรองรับการขนส่งทางถนนจากประเทศเพื่อนบ้านได้ในปริมาณมากกว่าที่อำเภอเชียงแสน
          สำหรับโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบขนส่งสินค้าที่อำเภอเชียงของ จะมีพื้นที่ 280 ไร่ แบ่งงานก่อสร้างเป็น 2 ระยะ คือ ค่าก่อสร้างระยะที่ 1 วงเงิน 1,451 ล้านบาท และค่าก่อสร้างระยะที่ 2 วงเงิน 850 ล้านบาท รวมค่าก่อสร้าง 2,301 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างได้ภายในปี 2555 รองรับการขนส่งทางถนนและรถไฟ

          บรรยายใต้ภาพ
          ถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ--จบ--

          --ทรานสปอร์ต เจอร์นัล  ประจำวันที่ 12 - 18 ก.ค. 2553
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #82 เมื่อ: วันที่ 20 กรกฎาคม 2010, 08:22:13 »


บินไทยจัดตั๋วราคาพิเศษเส้นทางในประเทศฉลองวันแม่

บินไทย จัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารเครื่องบิน ชั้นประหยัด เส้นทางภายในประเทศ ราคาพิเศษในโครงการ “สิงหาพาแม่เที่ยว 53” เชิญชวนทุกท่านร่วมพาคุณแม่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ตลอดเดือนสิงหาคม และกันยายน 2553

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทั้งทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ดังนั้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสำนึกในพระคุณของผู้เป็นแม่ บริษัทฯ จึงจัดโครงการ "สิงหาพาแม่เที่ยว 53" โดยจัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารเครื่องบิน ชั้นประหยัด เส้นทางภายในประเทศราคาพิเศษ ตลอดเดือนสิงหาคม และกันยายน 2553 ดังนี้ โดยเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ และ ขอนแก่นราคา 3,750 บาท ,เชียงใหม่ 4,000 บาท ,อุดรธานี 4,000 บาท ,สุราษฎร์ธานี 4,000 บาท ,อุบลราชธานี4,250 บาท ,เชียงราย4,500 บาท, กระบี่4,500 บาท,ภูเก็ต 4,500 บาท,หาดใหญ่4,500 บาท

ราคาดังกล่าวจะรวมค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้ว ยกเว้น ภาษีสนามบินโดยผู้โดยสารสามารถออกบัตรโดยสารได้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2553 และเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม - 30 กันยายน 2553 ซึ่งราคาข้างต้นนี้ สำหรับการออก บัตรโดยสารไป-กลับผู้ใหญ่ 1 ท่าน โดยต้องเดินทางพร้อมกันตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นได้วยรหัสสำรองที่นั่งเดียวกัน รวมทั้งต้องเดินทางในวันและเที่ยวบินเดียวกัน นอกจากนี้บัตรโดยสารจะมีอายุ 7 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มต้นเดินทางที่ระบุบนบัตรฯ และผู้โดยสารไม่สามารถเปลี่ยนแปลงบัตรโดยสารหลังจากออกบัตรโดยสาร ไม่ว่ากรณีใดๆ โดยผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Thai Contact Center 02-3561111 หรือ www.thaiairways.com และ www.thaiairways.co.th

http://www.thairath.co.th/content/eco/97434


IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #83 เมื่อ: วันที่ 22 กรกฎาคม 2010, 17:06:29 »

4 จว.เหนือเปิดห้องบนเรือไทยในน้ำโขงถกแผนของบ 200 ล้านบาทบูมท่องเที่ยว
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2553 12:38 น.
 
 
 
 

 
 
  เชียงราย - กลุ่มยุทธศาสตร์ 4 จังหวัดภาคเหนือ ควงแขนขึ้นเรือสัญชาติไทยในแม่น้ำโขงลำแรก ที่เปิดให้บริการแล้ว พร้อมตั้งวงทบทวนแผนปฏิบัติการพัฒนาท่องเที่ยว 4 จว. เล็งของบหนุน 200 ล้านกระจายลงทุกพื้นที่ตามแนวทางพัฒนา
       
       นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้เดินทางไปเป็นประธานการประชุมกลุ่มยุทธศาสตร์ 4 จังหวัดภาคเหนือได้แก่ จ.เชียงราย พะเยา แพร่และจังหวัดน่าน เมื่อเร็วๆ นี้ ภายใต้ชื่อ “การทบทวนแผนปฏิบัติการกลุ่ม 4 จังหวัดภาคเหนือ" ซึ่งจัดขึ้นบนเรือท่องเที่ยว 120 ที่นั่ง ของบริษัทแม่โขง เดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด ซึ่งเป็นเรือสัญชาติไทยที่เปิดให้บริการนำเที่ยวในแม่น้ำโขง ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการระหว่างท่ารือเชียงแสนไปยังท่าเรือจิ่งหง หรือเชียงรุ่ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนาของจีน และท่าเรือหลวงพระบางของ สปป.ลาว
       
       ในการประชุมครั้งนี้มีนายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย -นายสมเกียรติ ชื่นธีระวงศ์ ประธานสภาอุตสากรรมท่องเที่ยว จ.เชียงราย และ น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา กรรมการผู้อำนวยการบริษัท แม่โขงเดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด และหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนจาก 4 จังหวัดเข้าร่วมประชุมกว่า 80 คน
       
       นายสุเมธกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการทบทวนการทำงานร่วมกันของ 4 จังหวัดภาคเหนือที่ทำกันมาในปี 2553 และ ปี 2554 โดยมีการแบ่งงานให้ทั้งสี่จังหวัดดูแล เช่น เชียงรายดูแลเรื่องการค้าสากล พะเยาดูแลการเกษตรและการอุตสาหกรรม แพร่ดูแลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงอนุรักษ์ น่านดูแลการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
       
       นายสุเมธกล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ จะมีการขอรับงบประมาณจากรัฐบาลต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ราว 200 ล้านบาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะจัดสรรให้มากน้อยเพียงใด และหลังจากได้รับงบประมาณแล้วก็จะมีการนำมาจัดสรรให้เหมาะสมในแต่ละจังหวัด โดยหากเป็นโครงการสำคัญ เช่น โรงเรียนชาวนา ฯลฯ ที่ประชุมก็มีความเห็นตรงกันว่าควรจะนำไปมอบให้จังหวัดนั้นๆ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนทั้ง 4 จังหวัดต่อไป
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นเจ้าภาพได้นำผู้ร่วมเข้าประชุมร่องเรือในแม่น้ำโขง เพื่อชมเส้นทางการค้าการลงทุนตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศทั้งไทยและลาว รวมถึงจุดสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ก่อนที่ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย จะนำคณะไปปล่อยปลา ณ จุดอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ที่แก่งผาได ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่แม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศไทยเข้าไปยัง สปป.ลาว ด้วย
 
 http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000100988

//////////////////

การร่วมมือสามัคคี 4 จังหวัด และ 10 จังหวัดภาคเหนือทำให้การพัฒนาทางเหนือไปได้เร็ว ครับ..การรวมกลุ่มตามเขตเศรษฐกิจของภาค
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
คนเมือง ณ กว่างกรุง
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 554


กำหนดชีวิตตัวเอง หรือรอให้คนอื่นมากำหนดชีวิตเรา..


« ตอบ #84 เมื่อ: วันที่ 24 กรกฎาคม 2010, 20:35:29 »

4 จว.เหนือเปิดห้องบนเรือไทยในน้ำโขงถกแผนของบ 200 ล้านบาทบูมท่องเที่ยว
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2553 12:38 น.
 
 
 
 

 
 
  เชียงราย - กลุ่มยุทธศาสตร์ 4 จังหวัดภาคเหนือ ควงแขนขึ้นเรือสัญชาติไทยในแม่น้ำโขงลำแรก ที่เปิดให้บริการแล้ว พร้อมตั้งวงทบทวนแผนปฏิบัติการพัฒนาท่องเที่ยว 4 จว. เล็งของบหนุน 200 ล้านกระจายลงทุกพื้นที่ตามแนวทางพัฒนา
       
       นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้เดินทางไปเป็นประธานการประชุมกลุ่มยุทธศาสตร์ 4 จังหวัดภาคเหนือได้แก่ จ.เชียงราย พะเยา แพร่และจังหวัดน่าน เมื่อเร็วๆ นี้ ภายใต้ชื่อ “การทบทวนแผนปฏิบัติการกลุ่ม 4 จังหวัดภาคเหนือ" ซึ่งจัดขึ้นบนเรือท่องเที่ยว 120 ที่นั่ง ของบริษัทแม่โขง เดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด ซึ่งเป็นเรือสัญชาติไทยที่เปิดให้บริการนำเที่ยวในแม่น้ำโขง ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการระหว่างท่ารือเชียงแสนไปยังท่าเรือจิ่งหง หรือเชียงรุ่ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนาของจีน และท่าเรือหลวงพระบางของ สปป.ลาว
       
       ในการประชุมครั้งนี้มีนายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย -นายสมเกียรติ ชื่นธีระวงศ์ ประธานสภาอุตสากรรมท่องเที่ยว จ.เชียงราย และ น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา กรรมการผู้อำนวยการบริษัท แม่โขงเดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด และหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนจาก 4 จังหวัดเข้าร่วมประชุมกว่า 80 คน
       
       นายสุเมธกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการทบทวนการทำงานร่วมกันของ 4 จังหวัดภาคเหนือที่ทำกันมาในปี 2553 และ ปี 2554 โดยมีการแบ่งงานให้ทั้งสี่จังหวัดดูแล เช่น เชียงรายดูแลเรื่องการค้าสากล พะเยาดูแลการเกษตรและการอุตสาหกรรม แพร่ดูแลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงอนุรักษ์ น่านดูแลการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
       
       นายสุเมธกล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ จะมีการขอรับงบประมาณจากรัฐบาลต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ราว 200 ล้านบาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะจัดสรรให้มากน้อยเพียงใด และหลังจากได้รับงบประมาณแล้วก็จะมีการนำมาจัดสรรให้เหมาะสมในแต่ละจังหวัด โดยหากเป็นโครงการสำคัญ เช่น โรงเรียนชาวนา ฯลฯ ที่ประชุมก็มีความเห็นตรงกันว่าควรจะนำไปมอบให้จังหวัดนั้นๆ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนทั้ง 4 จังหวัดต่อไป
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นเจ้าภาพได้นำผู้ร่วมเข้าประชุมร่องเรือในแม่น้ำโขง เพื่อชมเส้นทางการค้าการลงทุนตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศทั้งไทยและลาว รวมถึงจุดสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ก่อนที่ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย จะนำคณะไปปล่อยปลา ณ จุดอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ที่แก่งผาได ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่แม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศไทยเข้าไปยัง สปป.ลาว ด้วย
 
 http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000100988

//////////////////

การร่วมมือสามัคคี 4 จังหวัด และ 10 จังหวัดภาคเหนือทำให้การพัฒนาทางเหนือไปได้เร็ว ครับ..การรวมกลุ่มตามเขตเศรษฐกิจของภาค
  ข่าวดีเลยผมว่า..
IP : บันทึกการเข้า

"กว่างเจียงของ"
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #85 เมื่อ: วันที่ 25 กรกฎาคม 2010, 11:09:03 »

3 ชาติร่วมแห่ขบวนเทียนพรรษา อ.เชียงแสน
   
 24 กค. 2553 15:25 น.


เทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยประชาชนและนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่ ได้ร่วมกันสืบทอดประเพณีการแห่เทียนเข้าพรรษาไปตามถนนสายต่างๆ ข้างแม่น้ำโขง ก่อนนำไปถวายวัดต่างๆ ในพื้นที่ โดยมีประชาชนในประเทศลาวและประเทศพม่า ได้แต่งกายพื้นบ้านของแต่ละแห่งเข้ามาร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีการแห่เทียนพรรษากันอย่างคึกคัก นายพลภพ มานะมนตรีกุล นายกเทศมนตรี กล่าวว่า ประเพณีแห่เทียนพรรษาสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตแต่ปัจจุบัน พบว่าประเพณีดังกล่าวเริ่มเลือนหายไปตามสังคมที่เปลี่ยนแปลง ไป เทศบาลตำบลเวียงเชียงแสนจึงได้ร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีดังกล่าวไว้ โดยได้จัดแห่เทียนพรรษา เพื่อนำไปถวายวัดในพื้นที่ โดยเฉพาะวัดที่ยังคงขาดแคลนต้นเทียนพรรษา ซึ่งการแห่เทียนพรรษาถวายวัดครั้งนี้ เป็นการร่วมสร้างบุญกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง และเนื่องในทรงมีพระชนมายุครบ 83 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2553 
 
 http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=459588
 
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #86 เมื่อ: วันที่ 30 กรกฎาคม 2010, 10:34:47 »

แม่ฟ้าหลวงระดมแนวคิดพัฒนาชาเชียงราย
   
 28 กค. 2553 14:03 น.


ดร.ธีรพงษ์ เทพกรณ์ หัวหน้าโครงการจัดตั้งสถาบันชา มฟล.กล่าวว่า จัดกิจกรรมดังกล่าวจะได้มีการแลกเปลี่ยนแนวความคิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ ของชาตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกชา ผู้แปรรูปชา ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับชา นักวิจัย นักวิชาการ โดยจะได้มีการปาฐกถาพิเศษ ‘ นโยบายชาของเชียงราย ’ โดยนายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย การบรรยาย “ บทบาทของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาชา ในวันที่ 6 สิงหาคม 2553 ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยมี รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีผู้ก่อตั้ง มฟล.และประธานกรรมการอำนวย รวมถึงแนวความคิด “ โอกาสทางการตลาด ” โดย นายจักริน วังวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ชาระมิงค์ จำกัด เป็นต้น

จากนั้นผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มีการนำเสนอโครงร่างแผนพัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนาชาเชียงราย และการอภิปรายร่วมกันระหว่าง ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมวิชาการเกษตร จังหวัดเชียงราย และผู้แทนผู้ประกอบการชาเชียงราย เพื่อหาข้อสรุปในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาเชียงราย

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการชาเชียงรายจะได้ร่วมลงชื่อในการแจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมกลุ่มกันอย่างเป็นทางการซึ่งก็จะทำให้เกิดการจัดตั้งเป็นสมาคม หรือคลัสเตอร์ และจะมีผลในทางนิตินัย อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมชาของ จ.เชียงราย ในการทำงานขับเคลื่อนยุทศาสตร์ชาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของทิศทางงานวิจัย หรือ การทำตลาดร่วมกันในอนาคตต่อไป 
 
 
 
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=460108
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
thaicha
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665



« ตอบ #87 เมื่อ: วันที่ 10 สิงหาคม 2010, 23:09:41 »

ตอนนี้ศูนย์ประชุมที่ใหญ่ที่สุดในเชียงราย(ศูนย์ประชุม นานาชาติ มรช.) ใกล้เสร็จแล้ว ผมว่ามันไม่ค่อยเหมือนที่จิตนาการไว้เลย (ต้องสวยกว่านี้) ว่างๆเดี๊ยวหารูปมาลงครับ
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #88 เมื่อ: วันที่ 11 สิงหาคม 2010, 10:43:57 »

ตอนนี้ศูนย์ประชุมที่ใหญ่ที่สุดในเชียงราย(ศูนย์ประชุม นานาชาติ มรช.) ใกล้เสร็จแล้ว ผมว่ามันไม่ค่อยเหมือนที่จิตนาการไว้เลย (ต้องสวยกว่านี้) ว่างๆเดี๊ยวหารูปมาลงครับ

รอชม ครับ.
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #89 เมื่อ: วันที่ 11 สิงหาคม 2010, 15:07:40 »

เกษตรที่สูงขยายพื้นที่ปลูกทิวลิปรองรับนักท่องเที่ยว


11 สค. 2553 11:52 น.


นายอุดมศักดิ์ คำมูล ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2536 ที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ ได้ทำการทดลองปลูกดอกไม้เมืองหนาวประเภทดอกทิวลิปและลิลลี่ บนดอยผาหม่น อ.เทิง พบว่าไม้ดอกประเภทดังกล่าวสามารถขึ้นได้สวยงามได้คุณภาพ บนอุณภูมิที่เหมาะสมค่อนข้างเย็น บนดอยผาหม่น ซี่งทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้ทราบการขยายพันธุ์ดังกล่าวได้ทำกาเดินทางมาชมความสวยงาม จาก สถิติของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไทย (ททท.) พบว่ามีผู้คนไปเยี่ยมชมปีละไม่ต่ำกว่า 200,000 คน จนสามารถทำให้เกิดอาชีพและสร้างรายได้ ให้กับประชาชนในพื้นที่

จากความสวยงามของดอกไม้เมืองหนาว ทำให้บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ได้ร่วมมอบเงินบริจาคจำนวน 2,500,000 บาท เพื่อทำการขยายหัวพันธุ์ดอกทิวลิปและลิลลี่ ทางศูนย์ฯก็จะนำไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์ โดยคาดว่าจะได้นำไปพัฒนาการเพาะดอกทิวลิปและลิลลี่ทั้งด้านวิชาการ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้านการสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น และด้านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนต่อไป

“ในปีนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสวยงามของดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายชนิด รวมถึงดอกลิลลี่ ดอกทิวลิป หลายแสนดอก ในงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ในช่วงปลายปีนี้ ” นายอุดมศักดิ์ กล่าว


http://breakingnews.nationchannel.co...?newsid=462553
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #90 เมื่อ: วันที่ 11 สิงหาคม 2010, 15:09:30 »

เชียงราย - ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเมืองเชียงรายยังเห็นต่าง เลิก/ไม่เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รับแม้กระทบนักท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่เทียบไม่ติดกับเคอร์ฟิวส์
       
       หลังรัฐบาลยังคงไว้ซึ่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ จ.เชียงราย ต่อนั้น ได้ทำให้หลายฝ่ายต่างแสดงทัศนะแตกต่างกันไป โดยบางส่วนไม่เห็นด้วยเพราะมีผลกระทบต่อธุรกิจและภาพลักษณ์ของจังหวัด ขณะที่บางส่วนเห็นด้วยเพราะไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างไปจากสถานการณ์ปกติโดยประชาชนทุกคนยังคงสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ตามปกติ และผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ก็คือผู้ที่ต้องการเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาลและฟื้นฟูอำนาจใหม่
       
       นายสมเกียรติ ชื่นธีระวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า หากถามว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวมีผลกระทบหรือไม่ก็ต้องยอมรับว่ามีอยู่บ้าง แต่ไม่ถือว่าหนักหนามากนัก ถ้านำไปเปรียบเทียบกับการประกาศมาตรการห้ามออกจากเคหะสถานในเวลากลางคืนหรือเคอร์ฟิวส์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยอมรับว่าได้ส่งผลต่อมุมมองของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เพราะต่างชาติมักจะมองว่าพื้นที่ใดมีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษใดๆ แล้วจะไม่มีความปลอดภัย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วในพื้นที่ไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เลย
       
       นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับความเห็นของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก.นี้พบว่าแตกต่างกันออกไป โดยในการประชุม "9 ปี สมาพันธ์สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" ที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.เป็นต้นมา ก็ได้มีการถกประเด็นแบบนอกรอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพบว่าในรายของผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงทัศนะที่ขัดแย้งหรือสนับสนุน โดยอาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาสามารถประคองตัวอยู่ได้ แต่ในรายของนักธุรกิจรายย่อยต่างมีความต้องากรให้ยกเลิก
       
       ขณะที่นายอภิชา ตระสินธุ์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเชียงราย กล่าวว่า ยอมรับว่าภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องพึ่งนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้รับผลกระทบอยู่บ้าง โดยมีการยกเลิกโปรแกรมทัวร์ที่จะมาเยือนเชียงรายหลายรายส่งผลทำให้คนที่ทำธุรกิจทั้งพานักท่องเที่ยวเข้ามาและออกไปมีสภาพที่ซบเซา ขณะเดียวกันมีเรื่องการเมืองภายในประเทศมากระทบซ้ำเติมอีก อย่างไรก็ตามคาดว่าฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้ทุกอย่างจะฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000111251
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
thaicha
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665



« ตอบ #91 เมื่อ: วันที่ 15 สิงหาคม 2010, 19:00:19 »

หอประชุมนานาชาติ มหาวิทยาัลัยราชภัฏเชียงราย


IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #92 เมื่อ: วันที่ 16 สิงหาคม 2010, 22:12:12 »

นอร์ตันรุกเอเชียทำตลาดไทยเพิ่ม ส่งแอพฯสกัดไวรัสบนสมาร์ทโฟน
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์




"นอร์ตัน" รุกหนักตลาดเอเชีย หลังจากเห็นแนวโน้มพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเปลี่ยน หันมาใช้บนสมาร์ทโฟนเพิ่ม ขณะที่โซเชียล เน็ตเวิร์ค บูมสุดขีด

"นอร์ตัน" รุกหนักตลาดเอเชีย หลังจากเห็นแนวโน้มพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเปลี่ยน หันมาใช้บนสมาร์ทโฟนเพิ่ม ขณะที่ โซเชียล เน็ตเวิร์ค บูมสุดขีด ระบุเป็นแหล่งแพร่หนอนร้ายไซเบอร์ใหญ่ที่สุด ทุ่มงบวิจัยพัฒนาสูงกว่า 15% ของรายได้รวมกว่า 6.2 พันล้านดอลลาร์ เล็งส่งซอฟต์แวร์กันไวรัส 2011 คลุมถึงสมาร์ทโฟน เผยตลาดไทยศักยภาพสูง เตรียมทำตลาดเชิงรุก ขยายตลาดเพิ่มสู่ต่างจังหวัด

นายเดวิด ฮอลล์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทไซแมนเทค ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า แนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ตของคนทั่วโลกเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ที่มีแนวโน้มการใช้งาน โซเชียล เน็ตเวิร์ค สูงมาก ขณะที่จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนก็เติบโตเพิ่มขึ้น ทำให้การโจมตีข้อมูล หรือการแพร่กระจายของหนอนไวรัสเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีความซับซ้อนในการโจมตีมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัททุ่มงบวิจัยพัฒนาไม่ต่ำกว่า 15% ของรายได้รวมทั่วโลกกว่า 6.2 พันล้านดอลลาร์ ในการพัฒนาซอฟตแวร์ป้องกันไวรัส ล่าสุดบริษัทได้เร่งพัฒนา "นอร์ตัน แอนตี้ไวรัส และ นอร์ตัน อินเทอร์เน็ต เซคเคียวริตี้ 2011" โดยปัจจุบัน ยังอยู่ในการทดสอบ หรือในเวอร์ชั่น เบต้า ซึ่งจะออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วโลกราวเดือนกันยายนที่ถึงนี้

เวอร์ชั่น 2011 เป็นการรวมฟังก์ชันการแก้ปัญหา และป้องกันไวรัส มัลแวร์ ฟิชชิ่ง และการโจมตีในรูปแบบอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ตที่เปลี่ยนสถานที่โจมตีจากบนเว็บไซต์ปกติสู่บนโซเชียล เน็ตเวิร์ค ด้วยการโจมตีในรูปแบบที่ซับซ้อน บางครั้งคนใช้งานก็ยากที่จะรู้ว่า โดนไวรัส หรือฟิชชิ่งเจาะระบบไปแล้ว

เขา ระบุว่า สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ถือเป็นแหล่งใหม่ ที่บรรดามัลแวร์ หรือฟิชชิ่งตามเข้าไปทำอันตรายต่อเครื่องได้ง่าย บริษัทจึงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นนอร์ตัน โมบายภายใต้คอนเซปต์ "นอร์ตัน เอเวอรี่แวร์" (Norton Everywhere) เพื่อป้องกันครอบคลุมไปถึง สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันมีอุปกรณ์ทั่วโลกที่ต่อเน็ตได้ไม่นับรวมพีซี โน้ตบุ๊คมากกว่า 1 หมื่นล้านเครื่อง คาดว่าใน 4 ปี หรือ ปี 2557 จะเพิ่มเป็น 2 หมื่นล้านเครื่อง

โดย นอร์ตัน โมบาย สามารถใช้งานได้ครอบคลุมเกือบทุกระบบปฏิบัติการ เช่น ไอโฟน แอนดรอยด์ วินโดว์ส โมบาย ส่วนแบล็คเบอร์รี ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยขณะนี้เปิดให้ทดสอบในเวอร์ชั่นเบต้าบนแอนดรอยด์

ขณะที่ นายเอฟเฟนดี้ อิบราฮิม ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจนอร์ตัน ภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า สำหรับตลาดในประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่บริษัทให้ความสำคัญมาก เพราะมีการใช้อินเทอร์เน็ตสูง เช่นเดียวกับการเติบโตของการใช้สมาร์ทโฟน และการใช้งานโซเชียล เน็ตเวิร์ค

"บริษัทจะเน้นทำตลาดในต่างจังหวัดเมืองใหญ่ๆ เพิ่ม เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ เชียงราย ทั้งยังทำงานร่วมกับคู่ค้า และพันธมิตรจัดจำหน่ายในไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยและอีกหลายประเทศในเอเชียถือเป็นตลาดเกิดใหม่ ต้องให้ความรู้ และตระหนักถึงการใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่ไม่ผิดกฎหมาย มีตัวเลขระบุว่า มูลค่าตลาดซอฟต์แวร์ความปลอดภัยที่หลอกให้คนคลิกเข้าไปอัพเกรดสูงถึง 150 ล้านดอลลาร์" นายเอฟเฟนดี้ กล่าว

http://www.bangkokbiznews.com/home/d...8;™.html
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #93 เมื่อ: วันที่ 18 สิงหาคม 2010, 10:31:37 »

วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 15:46:55 น.  มติชนออนไลน์


กลุ่มไทใหญ่ออกแถลงการณ์ต้านพม่าสร้างทางรถไฟเชื่อมรัฐฉาน


เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม หญิงหาญฟ้า เครือข่ายปฏิบัติงานผู้หญิงไทใหญ่ กล่าวว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนและเครือข่ายชาวไทใหญ่เริ่มรณรงค์ต่อต้านการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายใหม่เชื่อมภาคตะวันออกของรัฐฉาน เพราะหวั่นเกรงว่า จะยิ่งก่อให้เกิดสงครามระหว่างรัฐบาลทหารพม่ากับชนกลุ่มน้อยให้เร็วขึ้น โดยเส้นทางรถไฟสายเมืองนาย - เชียงตุง มีความยาว 361 กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางรถไฟสายแรกที่ตัดผ่านแม่น้ำสาละวินทางภาคตะวันออกของรัฐฉาน


"เราขอประณามการเร่งรีบก่อสร้างทางรถไฟของรัฐบาลพม่า เพราะนี่เป็นแผนการสนับสนุนสงครามของรัฐบาลทหารพม่าในรัฐฉานที่ชัดเจน เพราะมีรายงานว่าการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ รัฐบาลพม่ายึดที่ทำกินจำนวนหลายพันไร่ของชาวบ้าน โดยแจ้งให้ชาวนาในพื้นที่ทราบว่านี่เป็นโครงการของทหาร ข่มขู่จะจับกุมและคุมขังถ้าไม่ให้ความร่วมมือ"

 

หญิงหาญฟ้า กล่าวว่า เส้นทางรถไฟตัดผ่านอาณาเขตทั้งตอนเหนือและใต้ของกองทัพสหรัฐว้า ซึ่งเป็นกลุ่มหยุดยิงใหญ่ที่สุด และปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในกองกำลังรักษาชายแดนอันอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหารพม่า ทางรถไฟสายใหม่นี้จะช่วยให้รัฐบาลพม่าลำเลียงอาวุธหนักเข้าสู่พื้นที่ภูเขาอันห่างไกลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อต่อสู้กับกองทัพสหรัฐว้า หรือกองกำลังชนกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ที่สำคัญทางรถไฟสายนี้ไม่ได้ก่อสร้างเพื่อประชาชน แต่เอาไว้ใช้ขนรถถังกับปืนใหญ่ของกองทัพ

 

ทางด้านนายปีนคำ นักวิจัยมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทยใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางรถไฟสายนี้ตัดผ่านเหมืองถ่านหินที่เมืองกกตรงข้ามกับ จ.เชียงราย ของไทย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวรัฐบาลทหารพม่าและนักลงทุนจากไทยวางแผนขุดแร่ลิกไนต์หลายล้านตัน และมีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าส่งขายให้ไทย


"รัฐบาลทหารพม่าบอกกับนานาชาติว่า การเลือกตั้งในปี 2553 จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพม่า แต่ในความเป็นจริงพวกเขายังคงมุ่งหน้าทำสงครามต่อไป ประเทศเพื่อนบ้านของพม่าควรคิดให้รอบคอบก่อนลงทุนในพื้นที่ซึ่งเป็นสมรภูมิของการสู้รบนี้" นายปืนคำ กล่าว

IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
WEBMASTER
เจ้าสำนักใหญ่
Administrator
แฟนพันธ์แท้
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,001

บุคคลทั่วไป


« ตอบ #94 เมื่อ: วันที่ 18 สิงหาคม 2010, 10:49:38 »

ศาลากลางจังหวัดเชียงรายย้ายสำนักงานใหม่ไปยังเชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง เรียบร้อยแล้วครับ

กว้างขวาง ใหญ่โต เดินจนเหงื่อแตก ยิงฟันยิ้ม


* DSCF5696.jpg (40.56 KB, 800x600 - ดู 3487 ครั้ง.)

* DSCF5698.jpg (34.7 KB, 800x600 - ดู 3898 ครั้ง.)

* DSCF5700.jpg (35.98 KB, 800x600 - ดู 4920 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

รับสมัคร
เว็บโปรแกรมเมอร์และฝ่ายการตลาด อย่างละ 1 คน อายุไม่เกิน 30 ปี
สนใจส่ง pm มาถามรายละเอียดได้เลย
youtube : https://goo.gl/T3uwHN
nalismenox
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 796


สุดท้ายก็กลับมายืนจุดเดิม


« ตอบ #95 เมื่อ: วันที่ 18 สิงหาคม 2010, 19:15:54 »

ว้าววววววววววว สุดยอด
หอประชุมก็โอเคนะครับ แต่ถ้าเสร็จคงสวยกว่านี้
ส่วนตอนศาลากลางมันโล่งๆ ไปอีกหน่อยคงดีเองอ่ะ
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #96 เมื่อ: วันที่ 19 สิงหาคม 2010, 06:14:53 »

ม.แม่ฟ้าหลวงจัดสัมมนาการจัดการ โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน ในภาคเกษตรกรรม หวังยกระดับระบบการบริหารและจัดการสินค้าเกษตรไทย


รศ.นายสัตวแพทย์ ดร.เทอด เทศประทีป อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ภาคเกษตกรรมไทยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน ซึ่งขณะนี้ต่างประเทศมีการพัฒนาไปมากแล้วกว่าประเทศไทยมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจชัดเจนในส่วนดังกล่าว สำนักวิทยาการจัดการจึงได้จัดสัมมนา เรื่องโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เพื่อพัฒนาระบบเกษตรกรรมของไทยให้พัฒนาไปสู่การค้าระดับภูมิภาค และระดับโลก โดยสินค้าเกษตรถือว่าเป็นสินค้าหลักของประเทศไทยที่รัฐบาลต้องทำการส่งเสริมอยู่แล้ว

ด้านนายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ (คสศ.) กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่าย เร่งหาแนวทางในการส่งเสริมการกระจายผลิตการเกษตรไปยังผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพและมากขึ้นด้วย เช่น ส้มโอ จาก อ.เวียงแก่น , ปลานิลจาก อ.พาน หากจัดการดีก็จะขายได้มีราคาและมีรายได้เข้าจังหวัดมากขึ้น ซึ่งเกี่ยวโดยตรงกับ ระบบโลจิสติกส์ และซับพลายเชน

การจัดการสัมมนาครั้งนี้ มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะทุกฝ่ายได้มีการร่วมมือในการผลักดันให้โครงการก่อสร้างรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย สำเร็จ จะเป็นโอกาสที่ดีในหลายด้านเนื่องจากจะสามารถเชื่อมเส้นทางเชื่อมประเทศในกลุ่ม จีเอ็มเอส (GMS) ไปถึงจีน ซึ่งน่าจะเกิดให้ไวที่สุด แต่ยังไม่เห็นว่าจะมีการให้งบประมาณก่อสร้าง อาจมีแค่งบสำรวจ ซึ่ง ระบบการใช้รถไฟ มีความสำคัญและคุ้มค่ากว่าการใช้รถยนต์แน่นอน

ส่วนสาเหตุที่รัฐบาลอาจจะยังไม่ตัดสินใจในการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ น่าจะเกิดจากการเข้าใจและให้ความสนใจของผู้บริหารระดับระดับประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ชาวบ้านต้องการรถไฟสายนี้มาก และเพื่อนบ้าน มีโครงการรถไฟจากจีนไปถึง สปป.ลาว และไปยังประเทศอื่น แต่คิดว่า หากมาถึงไทยน่าจะมีศักยภาพมากที่สุด

ด้านนางสาวพิมพ์พิศา ฤกษ์อรุณรุ่ง นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ม.แม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้สามารถสร้างโอกาส แก่ผู้ที่มาร่วมงานสัมมนา ให้เกิดแนวคิด ความเข้าใจ ต่อการที่จะพัฒนานำการบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมาใช้ในภาคการเกษตรของท้องถิ่น เพื่อให้เกิดประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการผลิต การขนส่ง และการจัดการสินค้า โดยเห็นว่าการร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้ซื้อ แม้กระทั่งคู่แข่งทางการตลาด เป็นความท้าทายที่เราควรจะต้องสร้างแข็งแกร่งในความร่วมมือ เพื่อร่วมกันวางแผน พัฒนา แก้ไขปัญหาต่างๆ รวมถึงเพื่อรับมือกับการแข่งขันจากนายทุนต่างชาติที่พร้อมจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ต่อไป


http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20100818/348509/ม.แม่ฟ้าหลวงระดมสมองผลักดันโลจิสติกส์ไทย.html
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
somchai_yhai
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #97 เมื่อ: วันที่ 22 สิงหาคม 2010, 17:47:20 »

มากมายจริง ขอบคุณมากครับ  ยิงฟันยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า
thaicha
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665



« ตอบ #98 เมื่อ: วันที่ 22 สิงหาคม 2010, 20:57:14 »

การบรรยายทางวิชาการ "เตรียมเชียงราย: เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถาณการณ์ปัจจุบันและอนาคต" โดย ดร. สุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ณ. ห้องมณีไตรรงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

http://media.cru.in.th/~k2/sme/catalog.php?idp=81
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,057


« ตอบ #99 เมื่อ: วันที่ 23 สิงหาคม 2010, 20:31:55 »

ท่าเรื่อเชียงแสน 2 จุดขนถ่ายสินค้าไทยไปเมืองจีน

ถ่ายขนเขาไกลมาก ครับ..เครดิตตามภาพขอบคุณที่นำมาภาพสวยมาให้ชมครับ..













IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 35 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!