เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 16 มกราคม 2018, 20:49:06
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ


+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, >: l!ne-po!nt :<, ©®*, Cupid, ๛หนูแหม่ม_ฮ่าๆๆ—”๏”)
| | |-+  Re: รวบรวมกระทู้การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและโครงการพัฒนาเชียงราย
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 ... 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 [35] พิมพ์
ผู้เขียน Re: รวบรวมกระทู้การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและโครงการพัฒนาเชียงราย  (อ่าน 340439 ครั้ง)
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #680 เมื่อ: วันที่ 29 กรกฎาคม 2014, 16:12:25 »

ชงโครงสร้างพื้นฐาน2.4ล้านล้าน

สนข.เตรียมชง “ประยุทธ์”เคาะยุทธศาสตร์คมนาคม 8 ปี วงเงินกว่า 2.4 ล้านล้านบาท ชงรัฐบาลใหม่เดินหน้าได้ทันที หวังฟื้นเชื่อมั่นระยะยาว แต่ยังไม่รวมรถไฟความเร็วสูง ขณะสศช.เสนอโครงการระบบราง ยันสร้างทางคู่ขนาดราง 1 เมตรเพียงพอรองรับการขนส่งในประเทศ ส่วนรางมาตรฐาน 1.4.35 เมตรสำหรับรถไฟความเร็วสูง

แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าสนข.ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของไทยระยะเวลา 8 ปีช่วงปี 2558-2565 กระทรวงคมนาคมได้เตรียมที่จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อบริหารราชการแผ่นดินพิจารณาแล้ว โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ต้องการให้ได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากต้องการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการเรื่องนี้ได้ทันทีที่เข้ารับตำแหน่งบริหารประเทศในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้

นอกจากนี้การที่มีความชัดเจนเรื่องแผนการลงทุนด้านคมนาคมขนส่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว

สำหรับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทยที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้ คสช.พิจารณา ประกอบด้วย 5 แผนงาน ซึ่งยังไม่รวมโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ คสช.ให้มีการศึกษาเพิ่มเติม วงเงินรวมประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท

แผนงานแรก การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง วงเงินประมาณ 6.7 แสนล้านบาท โดยโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการในการดำเนินการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เช่น โครงการรถไฟทางคู่ 17 เส้นทางวงเงินรวมกว่า 4.7 แสนล้านบาท โครงการปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณทั่วประเทศ โครงการซ่อมบำรุงรถจักร และรถจักรดีเซลไฟฟ้า โครงการจัดหารถโบกี้บรรทุกสินค้า และโครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่ เป็นต้น

ส่วนรถไฟความเร็วสูงตามแผนงานที่เสนอให้พิจารณา คสช.อาจจะทางอาจจะไม่รวมโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงไว้ในแผนยุทธศาสตร์เลย หรืออาจเลือกเอาบางโครงการที่มีศักยภาพและมีความจำเป็นในอนาคต ที่ สนข. ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ - เชียงใหม่ 3.8 แสนล้านบาท คสช.อาจพิจารณาดำเนินการในระยะที่ 1 กรุงเทพ - พิษณุโลก วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท

ส่วนเส้นทางกรุงเทพ - หนองคาย วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท อาจมีการปรับแผนในการผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-หนองคาย ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมกับ รถไฟความเร็วสูงในประเทศลาวและจีน ซึ่งจะเป็นโครงการที่มีศักยภาพในอนาคตหลังจากที่รถไฟความเร็วสูงในลาวจะสร้างเสร็จ โดยจะต้องมีการศึกษาวงเงินสำหรับโครงการดังกล่าวอีกครั้ง

พัฒนาขนส่งสาธารณะ-ถนนกทม.1.2 ล้านล้าน

แผนงานที่สอง การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ใน กทม.และปริมณฑล วงเงินรวมประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท โดยโครงการสำคัญในแผนงานนี้คือโครงการรถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูง โดยโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพและปริมณฑล หรือโครงการรถไฟฟ้า 10 สาย โดยจะมีการประกวดราคาเพิ่มเติมอีก 112 กิโลเมตร หรืออีก 5 โครงการในระหว่างปี 2557 - 2558

นอกจากนี้ มีโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,416 ล้านบาท ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้มีการดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2558

นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างถนนและสะพานใน กทม.และปริมณฑลเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ขยายตัว ได้แก่ โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อถนนราชพฤกษ์ - ถนนกาญจนาภิเษก แนวเหนือ-ใต้ และโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

สร้างทางหลวงเชื่อมฐานผลิต

สำหรับแผนงานที่ 3 เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศสู่ประชาคมอาเซียน วงเงินประมาณ 6.4 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการโครงการสร้างโครงข่ายทางหลวงชนบทสนับสนุนการเกษตรและการท่องเที่ยว การสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างเมืองหลักและระหว่างฐานการผลิตหลักของประเทศ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง

นอกจากนี้ แผนงานที่ 4 พัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำเพื่อเพิ่มการขนส่งทางน้ำเพิ่มขึ้น 20% วงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท เช่น โครงการพัฒนาท่าเรือปากบารา โครงการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งสินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าในแม่น้ำป่าสัก โดยการก่อสร้างระบบป้องกันตลิ่งเพื่อพัฒนาร่องน้ำทางเดินเรือ เป็นต้น

พัฒนาสุวรรณภูมิเฟส2รวม8.9หมื่นล้าน

สำหรับการพัฒนาท่าอากาศยาน เป็นแผนงานสุดท้าย วงเงินรวมประมาณ 8.9 หมื่นล้านบาท เช่น แผนการเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานในประเทศ เช่น แผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 วงเงิน 6.2 หมื่นล้านบาท การพัฒนาท่าอากาศดอนเมืองระยะที่ 2 - 3 (2561 - 2565) รวมทั้งแผนพัฒนาท่าอากาศยานท่าอากาศยานภูเก็ต

"แผนงานที่ 5 นี้จะมีการหารือถึงความเหมาะสมในการลงทุน โดยโครงการลงทุนในการพัฒนาแผนงานนี้แนวทางการลงทุนอาจให้รัฐวิสาหกิจ เช่น บริษัทการท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงทุนเองเนื่องจากมีศักยภาพเพียงพอ หรืออาจให้เป็นการลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (พีพีพี) รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโดยใช้กลไกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นทางเลือกในการลงทุนเช่นเดียวกับโครงการอื่นๆ ที่มีขนาดการลงทุนเกินกว่า 1 แสนล้านบาทในแผนงานอื่นๆ ก็ให้มีการศึกษาทางเลือกของการลงทุนในรูปแบบต่างๆ"

เผยภาคเอกชนต้องการรางคู่ก่อน

ด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยด้วยว่าในการประชุม ร่วมกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าคสช. ฝ่ายเศรษฐกิจ เมื่อเร็วๆนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการคมนาคมขนส่งของประเทศ ได้แก่ กระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ สนข.ได้ให้ข้อมูลกับ พล.อ.อ.ประจิน เกี่ยวกับการลงทุนในระบบรางของประเทศไทย ภายหลังได้มีข้อเสนอว่าในการลงทุนรถไฟทางคู่ที่ คสช.กำลังผลักดัน ควรจะมีการสร้างโดยใช้รางขนาด 1.435 เมตร เพื่อให้รองรับระบบรางในอนาคต

"ส่วนใหญ่เป็นข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการให้การลงทุนรถไฟทางคู่สามารถรองรับการขนส่ง ทั้งคนและสินค้าได้ในเวลาอันรวดเร็วขึ้น"

ใช้ราง1.435เมตรทั่วประเทศใช้ทุนสูง

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงให้ พล.อ.ประจิน ทราบว่าปัจจุบันเส้นทางรถไฟของประเทศไทยมีประมาณ 4,000 กิโลเมตร หากจะมีการเปลี่ยนแปลงรางเป็นขนาด 1.435 เมตร ทั้งหมด รวมทั้งสร้างรถไฟทางคู่ขึ้นมาใหม่ในขนาดรางเดียวกันจะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล เนื่องจากจะต้องมีการจัดซื้อหัวรถจักรใหม่ด้วย โดยเพื่อให้ใช้วิ่งในรางใหม่ที่จะมีการสร้าง

ปัจจุบัน ค่าก่อสร้างรางรถไฟในแต่ละก.ม.ต้องใช้งบประมาณมากกว่าการก่อสร้างทางถนนประมาณ 10 เท่า

เล็งใช้รถไฟความเร็วสูงราง1.435เมตร

แหล่งข่าวกล่าวว่าข้อเสนอที่ต้องการให้ไทยสร้างราง ขนาด 1.435 เมตร เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับทางรถไฟของประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต แหล่งข่าวกล่าวว่าปัจจุบันขนาดรางรถไฟในประเทศเพื่อนบ้านมีขนาดเท่ากับรางรถไฟของไทยคือขนาด 1 เมตร ซึ่งเมื่อมีการปรับปรุงให้มีสภาพดีขึ้นก็จะสามารถทำความเร็วได้ถึง 90 - 100 ก.ม./ช.ม. และเมื่อมีทางคู่อีกเส้นหนึ่งที่ขนานกันก็จะทำให้การขนส่งโดยระบบรางมีความคล่องตัวขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนรางใหม่ทั้งระบบ

ส่วนในอนาคตจะมีรางรถไฟที่ประเทศจีนลงทุนให้ สปป.ลาวขนาดราง 1.435 เมตรนั้นในอนาคตเมื่อไทยศึกษาเส้นทางสำหรับรถไฟความเร็วสูงก็จะมีการลงทุนโดยใช้ขนาดราง 1.435 เมตร ซึ่งก็จะเชื่อมต่อเส้นทางไปยังประเทศจีนได้โดยเบื้องต้นได้ศึกษาการเชื่อมต่อในเส้นทาง กรุงเทพ - หนองคาย

“ตอนที่มีการวางแผนที่จะมีการสร้างรถไฟความเร็วสูง เราได้วางแผนว่าจะสร้างรางขนาด 1.435 เมตรเอาไว้ เนื่องจากเป็นรางที่จะสามารถทำความเร็วได้ในระดับมากกว่า 150 ก.ม./ช.ม.ขึ้นไป ซึ่งตามแผนรถไฟความเร็วสูงจะใช้สำหรับการขนส่งคนหรือสินค้าที่มีมูลค่าสูง ขณะที่รถไฟขนาดรางปกติจะใช้สำหรับขนส่งสินค้าประเภทฮาร์ดแวร์ หรือผู้โดยสารที่ไม่ต้องการความเร่งรีบในการเดินทางมากนัก” แหล่งข่าวกล่าว

เครดิตในภาพ


* news_img_595718_1.jpg (107.18 KB, 500x663 - ดู 1293 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #681 เมื่อ: วันที่ 29 กรกฎาคม 2014, 17:40:53 »

คสช.อนุมัติแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 8 ปี เดินหน้ารถไฟรางคู่ Tue, 29/07/2014 - 17:24Printer-friendly version Views: 10คสช.อนุมัติแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 8 ปี เดินหน้ารถไฟรางคู่
คสช.ได้อนุมัติกรอบหลักการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง ที่จะดำเนินการในระยะ 8 ปี

คสช.อนุมัติกรอบหลักการยุทธศาสตร์คมนาคมขนส่งของไทยระยะเวลา 2558-2565 รวมทั้งกรอบหลักการของแผนงานระยะเร่งด่วน ซึ่งใช้งบประมาณปี 2557-2558 พร้อมสั่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนและจัดหาแหล่งเงินทุน ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธาน โดยให้จัดทำรายละเอียดโครงการ และแหล่งเงินทุน เพื่อเสนอคสช.ภายใน 30 วัน

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แผนลงทุนระยะเร่งด่วนที่ผ่านการอนุมัติจาก คสช.เช่น รถไฟรางคู่ 5 เส้นทาง ระยะทาง 887 กิโลเมตร วงเงิน กว่า 127,000 ล้านบาท รวมทั้งอนุมัติกรอบดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งใช้รางคู่ขนาด 1.435 เมตร ความเร็ว 160 กิโลเมตร 2 เส้นทาง ได้แก่ หนองคาย - มาบตาพุด และ เชียงของ - บ้านภาชี วงเงินรวมกว่า 740,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า เปิดประมูลได้ในปี 2559

#ThaiPBS
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #682 เมื่อ: วันที่ 01 สิงหาคม 2014, 15:27:50 »

เผยจีนมีแผนรถไฟคุนหมิง-บ่อเต็น แต่ยังอีกนาน



เชียงราย - กงสุลใหญ่ไทยประจำคุนหมิงบอก สป.จีนมีแผนสร้างทางรถไฟยูนนาน-บ่อหานจริงแต่อีกนาน พร้อมเตือนร่วมหุ้นจีน ทำได้แต่ต้องระวัง บอกเป็นนัย “ทุนจีน” หลายเรื่องต้องตรวจสอบ
       
       นายสุชาติ เลียงแสงทอง กงสุลใหญ่ประเทศไทยประจำนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สป.จีน เปิดเผยเมื่อคราวเดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จ.เชียงราย ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ว่า สำนักงานกงสุลใหญ่นครคุนหมิง มีหน้าที่ดูแลพื้นที่ 3 มณฑลในจีน คือ ยูนนาน, กุ้ยโจว และหูหนาน ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 180 ล้านคน ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ ซึ่งจากการพบปะหารือกับผู้บริหารจีนตอนใต้อย่างต่อเนื่อง
       
       รวมถึงการพบปะกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-จีน เมื่อ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ทราบว่า สป.จีนให้ความสำคัญต่อการคมนาคมผ่านถนนอาร์สามเอ จากยูนนาน-สปป.ลาว-ไทย ทั้งด้านยุทธศาสตร์ และลอจิสติกส์ รวมทั้งยืนยันว่าจะยังคงเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไทยต่อไป
       
       นายสุชาติกล่าวว่า ส่วนเรื่องโครงการรถไฟรางคู่เชื่อมจาก อ.เด่นชัย จ.แพร่-อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อเชื่อมโยงระบบรางกับจีนตอนใต้ที่กำลังพูดถึงกันนั้น ตนได้มีโอกาสพบกับผู้บริหารของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจของมณฑลยูนนานแล้ว ทราบว่า เส้นทางรถไฟที่จีนจะก่อสร้างเพื่อเชื่อมลงสู่ภาคใต้นั้นจะมุ่งสร้างผ่าน สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศไทยที่หนองคายเป็นหลัก
       
       แต่จีนก็ยังคงให้ความสำคัญต่อถนนอาร์สามเออยู่ และไม่ได้ปิดกั้นการพัฒนาระบบรางผ่านด้านนี้ โดยระบุว่ามีแผนเกี่ยวกับเส้นทางรถไฟสายนครคุนหมิง เชื่อมกับด่านโม่ฮาน หรือบ่อหาน ตรงข้ามด่านบ่อเต็นของ สปป.ลาว ด้วยเช่นกัน
       
       “เส้นทางรถไฟคุนหมิง-โม่ฮาน อยู่ในช่วงเสนอโครงการ เป็นเส้นทางจากนครคุนหมิง-ยู้วชี หากว่าต้องสร้างก็ต้องใช้ระยะเวลาร่วม 5-35 ปีจึงจะแล้วเสร็จหมด เพราะภูมิประเทศเป็นป่าเขาสูงชันอยู่ ส่วนในกรณีการสร้างใน สปป.ลาว ก็ต้องใช้ระยะเวลาราว 5-8 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาก็พูดถึงความเป็นไปได้เอาไว้กว้างๆ”
       
       นายสุชาติ อีกว่า ในช่วงที่การพัฒนาต่างๆ กำลังเดินหน้าภาคเอกชนไทยควรจะใช้ช่องทาง และโอกาสที่มีอยู่ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ โดยทางกงสุลฯ พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ เช่น เมื่อวันที่ 9-14 พ.ค.มีการจัดงานแสดงสินค้าที่มณฑลยูนนาน ทางกงสุลใหญ่ก็จัดบูทให้เอกชนไทยถึง 4 บูท รวมทั้งงานแสดงสินค้าครั้งต่อไปในวันที่ 12-21 ก.ย. 57 ก็ยินดีจะให้การสนับสนุนเช่นเดิม
       
       ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่ากลุ่มทุนจีนได้รุกเข้าไปลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องแล้ว ซึ่งเราสามารถเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจได้ แต่ต้องไม่อยู่ใต้ทุนจีน และหน่วยงานด้านกฎหมาย ก็ขอให้ทำอย่างยุติธรรมตรงไปตรงมาและเต็มที่ โดยบางเรื่องไม่ต้องเป็นข่าวเพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์
       
       “คงต้องยอมรับว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนจีน หลายเรื่องต้องตรวจสอบ และหลายเรื่องเป็นสิ่งที่คนไทยต้องเรียนรู้อีกมาก เพราะทุนจีนมีความสามารถด้านการค้าสูง เช่น มีเงินทุนแค่ 4 ล้านบาท เข้ามาลงทุนจนมีแท็กซี่ในเครือข่ายได้กว่า 22 คัน เป็นต้น”
       
       อนึ่ง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายแจ้งว่า ช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. 57 เชียงรายมีการค้ากับจีนตอนใต้รวม 2,952.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 163.41 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.86% แยกเป็นการส่งออก 1,880.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 66.71 ล้านบาท หรือ 3.68% จากการเพิ่มขึ้นของการส่งออกสินค้าหมวดสินค้ากสิกรรม (อัลมอนด์, แมคคาเดเมีย, ถั่ววอลนัทแห้ง ผลไม้ ยางพารา, เศษยางพารา) สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร (ปลากระตักตากแห้ง) สินค้าเชื้อเพลิง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ เป็นสำคัญ
       
       ส่วนมูลค่าการนำเข้ามีมูลค่า 1,072.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 96.70 ล้านบาท หรือ 9.91% จากการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าสินค้าหมวด เครื่องจักรไม่ใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ สินค้ากสิกรรม (พืชผักสด สินค้าเกษตร ใบชา) บุหรี่ ของใช้ประจำวัน (อุปโภค-บริโภค) และโลหะ-อโลหะ

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000087169
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #683 เมื่อ: วันที่ 03 ตุลาคม 2014, 11:44:54 »

ไฟเขียวกนอ.จับมือเอกชนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่2แห่ง"หนองคาย-เชียงราย"
วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 14:12:51 น.

 
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกนอ.(บอร์ด) ได้เห็นชอบให้ กนอ. ร่วมดำเนินงานกับเอกชนจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ 2 แห่ง เป็นไปตามแผนการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยทั้ง 2 โครงการจะมีพื้นที่รวม 3,422 ไร่ เอกชนจะเป็นผู้ลงทุน พัฒนา และให้บริการระบบสาธารณูปโภค

ขณะที่ กนอ.จะการสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร (โอเอสโอเอส) พื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตร ในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท ยกเว้นค่ากำกับบริการ 2 ปี โดยให้ชำระบริการในปีที่ 5 เป็นต้นไป พร้อมทั้งสนับสนุนในเรื่องการประชาสัมพันธ์โครงการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้คาดว่า 2 นิคมฯ ใหม่จะดึงดูดให้เกิดการลงทุนของอุตสาหกรรมต่างๆ รวม 1.1 แสนล้านบาท  จ้างงานไม่น้อยกว่า 2.5 หมื่นคน แยกเป็นนิคมอุตสาหกรรมหนองคาย จ.หนองคาย พื้นที่ประมาณ 2,960 ไร่ ตั้งใน ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย ดำเนินงานโดย บริษัท นาคา คลีนเพาเวอร์ จำกัด ที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้ศูนย์กลางคมนาคม ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี ประมาณ 34 กม.  สถานีรถไฟนาทา ประมาณ 13 กม. และมีระบบถนนที่สามารถเชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอื่นได้สะดวก  ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะมีการเข้ามาลงทุน  9.7 หมื่นล้านบาท จ้างงาน 2.2 หมื่นคน

โดยอุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ แปรรูปผลิตผลทางการเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม ประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ โดยโครงการนี้เป็นหนึ่งในนิคมฯ ภาคอีสานที่วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในจ.หนองคายเพิ่มขึ้น ตลอดจนรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ

ส่วนนิคมฯ เชียงของ จ.เชียงราย จะมีพื้นที่ประมาณ 460 ไร่  ตั้งอยู่ใน ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ดำเนินงานโดย บริษัท เมืองเงิน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งพื้นที่นี้คาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจต่อพื้นที่ตามแนวชายแดนจ.เชียงราย โดยตั้งอยู่ใกล้ศูนย์กลางคมนาคมหลักของประเทศที่เชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอื่นได้อย่างสะดวก อยู่ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติเชียงราย 60 กม. เข้าถึงโครงข่ายคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างท่าอากาศยานบ่อแก้ว สปป. ลาว  8 กม. และสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชียงของ – ห้วยทราย  13 กม.

คาดว่านิคมฯ เชียงของจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 1.35 หมื่นล้านบาท การจ้างงานไม่น้อยกว่า 3 หมื่นคน  โดยจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมบริการโลจิสติกส์แห่งแรกของประเทศไทยที่มีการกำหนดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ครบวงจร

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า นิคมฯ 2 แห่งคาดว่าจะใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 2 ปี และเริ่มเปิดขายพื้นที่หรือดำเนินการได้ประมาณปี 2559 ซึ่งในส่วนของนิคมฯ หนองคายนั้นมีนักลงทุนแสดงความสนใจเข้ามาแล้วโดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ลงทุนในไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะนักลงทุนจีนกับญี่ปุ่น  ในขณะที่นิคมฯเชียงของกลุ่มที่เข้ามาตั้งคลังสินค้าหรือกิจการด้านโลจิสติกส์ต่างๆ อาจมีความหลากหลายเพราะที่ตั้งของนิคมฯ อยู่ในจุดที่เชื่อมโยงไปประเทศเพื่อนบ้านได้ทั้งไปลาวและต่อเนื่องขึ้นไปมณฑลยุนนานทางตอนใต้ของจีน

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1412234020
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
Manutpong
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 151



« ตอบ #684 เมื่อ: วันที่ 08 มกราคม 2015, 11:53:22 »

อยากรู้จังเลย ว่าสร้างรางรถไฟ ที่เชียงราย ทับบ้านไครหรือเปล่า หรือว่าไม่มีโครงการนี้ล่ะ
IP : บันทึกการเข้า
goffy5452
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #685 เมื่อ: วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2017, 10:33:43 »

ดีมากๆเลยครับ
เกมส์สล็อตออนไลน์
IP : บันทึกการเข้า
kunpon
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152


ไอดีไล : kunpon_pong


« ตอบ #686 เมื่อ: วันที่ 19 มีนาคม 2017, 04:15:53 »

 ตกใจ ขยิบตา
IP : บันทึกการเข้า

boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,030


« ตอบ #687 เมื่อ: วันที่ 18 ธันวาคม 2017, 17:09:08 »

เชียงราย - กลุ่ม “กะตะธานี” เดินหน้าเทงบเพิ่มอีก 300 ล้าน ปรับ “ดุสิตไอส์แลนด์ฯเชียงราย” ใหม่หมด เริ่ม 1 เมษาฯนี้ ก่อนขึ้นป้ายชื่อใหม่ “เดอะริเวอร์รีฯ” พร้อมชื่อจีน “ลี่เจียง ต้าจิ่วเตี้ยน” เชื่อมแพกเกจภูเก็ต - พังงา ดึงลูกค้าพรีเมียมขึ้นเหนือ - รับท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง

นายสมบัติ อดิเศรษฐ์ ประธานบริหารกลุ่มโรงแรมกะตะธานี คอลเล็คชั่น และครอบครัว พร้อมด้วย ผู้บริหารชุดใหม่ของโรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย ริมฝั่งแม่น้ำกก อ.เมืองเชียงราย ได้แถลงเปิดตัวการเข้าซื้อกิจการและบริหารโรงแรมแห่งนี้อย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้

โดยมีการแจกเอกสารที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ประวัติการเข้าสู่ธุรกิจของนายสมบัติและกิจการต่างๆ ในเครือ ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานธุรกิจในพื้นที่ภาคใต้เป็นหลัก ทั้งธุรกิจไม้และอุตสาหกรรมไม้ ไม้อัด และโรงแรม อยู่ที่ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต รวม 6 แห่ง

นายสมบัติ เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่จีนตอนใต้ เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีบทบาทมากในภูมิภาคเอเชีย และหลายประเทศก็ตื่นตัว โดยมีการลงทุนหลายด้านทั้งสนามบิน รถไฟความเร็วสูง ฯลฯ



ส่วนเชียงรายยังเป็นเมืองธรรมชาติงดงาม เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมล้านนาที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนที่อื่นรวมทั้งมีความเป็นโบราณสถาน ตนจึงตัดสินใจขยายธุรกิจโรงแรมมาทางภาคเหนือที่ จ.เชียงราย โดยเข้าซื้อโรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. 2559 จากนั้นจะพัฒนาปรับให้เป็นสไตล์ของกะตะธานี คอลเล็คชั่น

“รวมทั้งที่เข้าเทกโอเวอร์ และพัฒนาแล้ว จะใช้เงินลงทุนราว 1,400 ล้านบาท โดยจะมีการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.- 31 ก.ค. นี้ เป็นเวลา 4 เดือน”

นายสมบัติ บอกว่า จะมีการปรับปรุงภายในโรงแรมใหม่ทั้งหมด ให้เป็นรูปแบบไทยร่วมสมัย ผสมผสานความเป็นล้านนา เพิ่มอุปกรณ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปรับปรุงห้องน้ำทั้งระบบ แบ่งระดับห้องพักใหม่ ยกระดับห้องอาหาร สระว่ายน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้า ลิฟท์ ความปลอดภัย ฯลฯ โดยใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อให้เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่ได้มาตรฐานสากล

โดยจะยังคงใช้ชื่อโรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงาย ไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2561 จากนั้นจะเปลี่ยนไปใช้ชื่อว่า “โรงแรมเดอะ ริเวอร์รี บาย กะตะธานี” และใช้ชื่อภาษาจีนว่า “ลี่เจียง ต้าจิ่วเตี้ยน” แปลว่า “แม่น้ำที่งดงาม” เพราะตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำใจกลางเมืองเชียงรายพอดี

“เราจะเป็นโรงแรม 5 ดาวอย่างแท้จริง เพื่อมุ่งไปที่กลุ่มผู้เข้าพักระดับกลางถึงบน เพราะในอดีตนักท่องเที่ยว เมื่อเข้าพักที่เชียงรายแล้ว มักจะอยู่แค่ 2 - 3 คืน เที่ยวเสร็จแล้วก็กลับ แต่ถ้าเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกควบคู่ไปกับการมีวัฒนธรรม ของเก่าแก่โบราณ ฯลฯ ให้ได้ท่องเที่ยวก็คงจะอยู่ได้นานขึ้นแน่นอน”

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า การขยายกิจการที่เชียงรายครั้งนี้ จึงเป็นการร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าโดยไม่แข่งขันกับห้องพักโรงแรมต่างๆ เพราะเราเน้นตลาดระดับบน และกลาง ซึ่งราคาห้องพักก็จะสอดคล้องกับการปรับมาตรฐาน แต่ก็จะมีระดับคนไทยและต่างประเทศด้วย ซึ่งหากเป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง - ล่าง ก็ไปใช้บริการที่อื่นได้อย่างมากมายทำให้ไม่เกิดการกระจุกตัว แต่กระจายรายได้ร่วมกัน

นอกจากนี้ เราจะเน้นเชื่อมกับโรงแรมในเครือที่มีอยู่แล้ว 6 แห่ง ทั้งที่ภูเก็ต และพังงา ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงเข้าใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มยุโรป ออสเตรเลีย และช่วงหลังมีชาวจีนมากขึ้น ซึ่งรูปแบบคือ การพักผ่อนยาวริมชายทะเล

อย่างไรก็ตาม พบว่า นักท่องเที่ยวเหล่านี้ บางส่วนก็เดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือ หรือจากภาคเหนือไปเที่ยวที่ภาคใต้ด้วย ดังนั้น เมื่อเรามีโรงแรมที่เชียงราย ก็สามารถจัดทำเป็นแพกเกจเชื่อมถึงกันได้ด้วย โดยตนจะพยายามดึงลูกค้าที่ภาคใต้มายังเชียงราย ให้ได้มากที่สุดต่อไป

https://mgronline.com/local/detail/9600000126474
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
หน้า: 1 ... 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 [35] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!