เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 20 มกราคม 2019, 10:56:16
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, : 1100 Km. :, ©®*, Cupid)
| | |-+  ประมูลดิวตี้ฟรี 6 ยักษ์ใหญ่แย่งชิง เรื่องที่ดูเหมือนห่างแต่ใกล้ตัวเรา
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน ประมูลดิวตี้ฟรี 6 ยักษ์ใหญ่แย่งชิง เรื่องที่ดูเหมือนห่างแต่ใกล้ตัวเรา  (อ่าน 302 ครั้ง)
Julietzq
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« เมื่อ: วันที่ 13 มกราคม 2019, 20:32:25 »

       เรื่องการประมูลดิวตี้ฟรี อาจจะเป็นเรื่องที่ดูเหมือนไกลตัว ไกลกับคนเชียงราย แต่ที่เกริ่นไว้ในหัวข้อว่าจริงแล้วเป็นเรื่องใกล้ตัว หรือควรรู้ไว้ก็ดี เพราะเรื่องของการที่รัฐบาลได้ผลประโยชน์จากการสัมปทานที่ไหนบ้าง หรือภาษีของทุกคนไปอยู่ตรงไหนบ้างก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวแล้ว และการประมูลครั้งนี้เป็นการประมูลครั้งใหญ่และน่าจับตามอง ยิ่งการเป็นการแข่งประมูลกันระหว่างทุนใหญ่ทั้งหลาย ก็ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ ก็ขอเอาบทความที่ได้ไปอ่านมา มาลงให้อ่านกันหน่อยแล้วกันนะครับ
https://newstodayth.wordpress.com/2019/01/12/ดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิเค้/


     ถ้าหากใครที่เคยซื้อสินค้าปลอดภาษีตามสนามบินต่าง ๆ ทั้งขาเข้าและขาออก ก็คงคุ้นเคยดีกับคิงเพาเวอร์ ที่เป็นร้านค้าปลอดภาษีของไทย แทบจะเรียกได้ว่า เป็นร้านดิ้วตี้ฟรีประจำชาติเราไปแล้วก็ว่าได้ เพราะความคุ้นเคยที่มีมานาน เดินทางต่างประเทศทีนึงก็ต้องแวะสักหน่อย ถ้าผู้ชายก็จะได้เครื่องดื่มมาสักขวด สาว ๆ ก็คงเป็นน้ำหอมยี่ห้อดังราคาถูกสักขวดนึง ตอนนี้คิงเพาเวอร์ที่เราคุ้นเคย สัญญาสัมปทานที่สุวรรณภูมิกำลังจะหมดในปี 2563 นี้แล้ว ทีนี้ก็จะมีการสัมปทานดิ้วตี้ฟรีกันใหม่ ตามข่าวตอนนี้จะมี 6 บริษัทที่เข้ามาแข่งประมูลร่วม

คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด
Central DFS Consortium
ล๊อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ประเทศไทย) จากเกาหลีใต้
บางกอกแอร์เวย์ส โฮลดิ้ง
บริษัท ซีเล็ค เซอร์วิส พาร์ทเนอร์ จำกัด (บริษัทร่วมทุนระหว่างไมเนอร์ ฟู้ด กับเอสเอสพี อินเตอร์เนชั่นแนล)
เดอะ มอลล์ กรุ๊ป
ถ้าอ่านตามข่าว ก่อนหน้านี้ได้มีการแข่งขันประมูลไปแล้วที่ สนามบินอู่ตะเภาของกองทัพเรือ ปรากฏว่าบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลพื้นที่จำหน่ายสินค้าปลอดอากร ตรงนี้ไป ส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ กลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้ชนะการประมูล จากที่มีผู้สนใจทั้งหมด 7 รายตามข่าว

และต่อด้วยที่สนามบินสุวรรณภูมิเทอร์มินอล 1 ที่กำลังจะหมดสัมปทาน ก็ใกล้ที่จะเปิดประมูลเร็ว ๆ นี้
และผู้เข้าร่วมประมูลก็รายเดียวกันกับที่แข่งประมูลที่สนามบินอู่ตะเภา

อย่างไรก็ตามในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิ ล่าสุดได้ข้อยุติแล้ว เมื่อคณะกรรมการของ ทอท. มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จะเปิดประมูล Duty free พื้นที่เชิงพาณิชย์ และ Pick Up Counter เฉพาะอาคารผู้โดยสาร 1 และให้ชะลอการประมูล ดิ้วตี้ฟรีฯ ของอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ออกไปก่อนเพื่อสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปทางองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศก่อน และแนวทาง TOR ของการประมูลที่อาคารผู้โดยสาร 1 นั้นทาง ทอท. ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญมาทำการศึกษาแนวทางที่เหมาะสม และสอดคล้องกับการทำงานในปัจจุบัน รายงานข่าวแจ้งว่า TOR ร้านค้าปลอดอากร พื้นที่เชิงพาณิชย์ และ Pick Up Counter ทอท.น่าจะหาบทสรุปและประกาศออกมาได้ไม่เกินช่วงเดือนมกราคม 2562

จะว่าไปแล้วการแข่งขันประมูลรอบนี้ คงเป็นการแข่งกันอย่างดุเดือด แล้วหากดูจากผลงานล่าสุด กลุ่มคิง เพาเวอร์ ที่เพิ่งชนะการประมูลบริหารพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงและยังได้รับอนุญาตให้บริหาร 5 สินค้าลักชัวรี่อีก เรียกได้ว่ามีทั้งความรู้ เทคโนโลยีและประสบการณ์การบริหารจัดการอีกทั้งได้รับความไว้วางใจจากต่างประเทศเต็มเปี่ยม มีความพร้อมในการประมูลทุกรูปแบบ
และหากมาไล่ดูกลุ่มที่เข้ามาร่วมประมูลดิวตี้ฟรี แบบละเอียดกันแล้วละก็

      กลุ่มเดอะมอลล์ ที่ได้บริหารในพื้นที่ในสนามบินดอนเมือง ที่กำลังจะหมดลงในปี 2563 นี้กำลังเตรียมตัวรวบรวมสรรพกำลังในการสู้ศึกประมูลครั้งนี้อย่างแน่นอน

      กลุ่มเซ็นทรัลของตระกูลจิราธิวัฒน์ และ DFS สิงคโปร์ กลุ่มนี้ทางเซ็นทรัล เก่งเรื่องค้าปลีกจับมือกับ DFS ผู้บริหารดิวตี้ฟรีรายใหญ่ของสิงคโปร์ ที่เดินเกมส์ผ่านนายกสมาคมค้าปลีก นายวรวุฒิ อุ่นใจ ที่ใช้กลยุทธ์ให้สมาคมเป็นคนหาช่องทางความได้เปรียบในทุกทาง

      กลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ก็สนใจเข้าแข่งประมูลเหมือนทุกครั้ง

      กลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส โฮลดิ้ง จำกัด ของนายแพทย์ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ เศรษฐีอันดับหนึ่งหุ้นไทย ที่ไม่นานมานี้ ได้เข้าไปซื้อหุ้น 100% บริษัท มอร์แดนฟรี จำกัด ผู้ซึ่งดำเนินการธุรกิจดิวตี้ฟรีหลายแห่ง อย่าง สนามบินนานาชาติสมุย สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา (อาคาร1) สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินหลวงพระบาง สปป.ลาว แต่ทั้งหมดเป็นสนามบินขนาดเล็ก ดังนั้นจึงไม่แปลกเมื่อกลุ่มนี้สนใจกระโดดเข้าสู่พื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาดให้มากขึ้น

และอีกรายที่น่าจับตามอง คือกลุ่มล๊อตเต้ ประเทศไทยที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เกาหลี ที่มีธุรกิจ โชว์ดีซี ในบ้านเราที่มีผู้ถือหุ้นร่วมกันมากมาย เมื่อดูตามนี้โครงสร้างผู้ถือหุ้น เห็นได้เลยว่ามีผู้เข้ามาเล่นกันมากมาย


และที่เห็นได้อย่างชัดเจน มีผู้นำกลุ่มอย่าง รวิฐา พงษ์นุชิต นายกสมาคมร้านค้าปลอดอากร และหุ้นส่วนของล๊อตเต้ เดินเกมร่วมกับสมาคมร้านค้าปลีกเพื่อผลักดันให้ทางการเปิดสัมปทานตามแนวทางที่กลุ่มต้องการ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีความเคลื่อนไหว ผ่านผู้นำกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง เพราะหากกลุ่มล๊อตเต้พลาดอีกครั้งจะเสียฟอร์มยักษ์ใหญ่จากเกาหลี

จากที่เคยได้อ่านข้อมูล ขอสรุปและเสริมข้อมูลมาให้เพื่อความเข้าใจง่ายกันนะครับ ถ้าดูภาพรวมของการแข่งประมูลดิวตี้ฟรีเร็ว ๆ นี้ก็จะมีการประมูลขึ้นมาทั้งหมด 4 แห่ง สนามบินเชียงใหม่, สนามบินดอนเมือง, สนามบินภูเก็ต และแห่งใหญ่สุดคือสนามบินสุวรรณภูมิ


และการประมูลดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิตอนนี้ มีบริษัทของคนไทยเพียง 2 ราย และบริษัทร่วมทุนต่างประเทศอีก 2 ราย ที่เปิดตัวจะเข้าร่วมชิงชัย ถือได้ว่าเป็นเกมระดับอภิโปรเจคที่จะต้องจับตาเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นเกมการต่อสู้ที่ต้องใช้ปฎิภาณไหวพริบกลยุทธ์ลูกเล่นเหลี่ยมคูที่น่าสนใจน่าติดตามจนไม่อาจจะละสายตาได้ จะว่าไปแล้วการที่บริษัทของคนไทยนั้นได้การประมูลไปอีก คงจะดีไม่น้อย เงินตราไทยก็จะได้ไม่ออกนอกประเทศ

เครดิตบทความข่าวจากมติชน สุดสัปดาห์

https://www.matichonweekly.com/eco-bus/article_160297?fbclid=IwAR393tco7QXvrcvema4v-e3JYHQoXYegQA-h60K3Zd-80CaU7w4W3XkAyR0
IP : บันทึกการเข้า
unclezamm
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 13 มกราคม 2019, 22:15:37 »

ผมคิดว่า คิงเพาเวอร์เค้าได้เปรียบตรงมีประสบการณ์ในการบริหารนี่แหละ ไม่งั้นอยู่ยาก
ข้อดีอีกอย่างคือ การเอาสินค้า OTOP และสินค้า SME ของชาวบ้านไปขาย
ตรงนี้ทำให้คนที่ได้รับประโยชน์คือชาวบ้านตรงนั้นจริง ๆ ช่วยชาวบ้านได้ ส่วนบริษัทอื่นที่เข้าไปบริหาร ก็ไม่ได้เห็นการเข้าช่วยชาวบ้านเท่าไร
IP : บันทึกการเข้า
jesa
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,120



« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 14 มกราคม 2019, 18:29:39 »

ปัญหาอาหารแพง กระเพราจาน 600 ควรหาวิธีรับมือแก้ปัญหา มาอ้างว่าร้านเช่าตั้งราคาเอง ผู้ประมูลอย่างคิงพาวเวอร์เสียความน่าเชื่อถือไปเยอะเพราะไม่ดูแล  อาจเป็นช่องที่ผู้ประมูลอื่นจ้องเสียบ  แต่.... จะหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่า?
IP : บันทึกการเข้า
Jomjam
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 19 มกราคม 2019, 16:59:20 »

ประเทศเรามีรายได้มาจากการท่องเที่ยวเป็นหลัก การที่สุวรรณภูมิกำลังจะขยายตัวก็เลยเป็นเหมือนเค้กชิ้นโตที่ใครๆ ก็อยากครอบครอง แต่อย่างไรเท่าที่ดูโฉมหน้าคร่าตาผู้เข้าชิงทั้งหมดดูทรงแล้วคิงเพาเวอร์น่าจะมาแรงกว่า เพราะเขามีประสบการณ์มากกว่า อีกอย่างก็เป็นบริษัทคนไทย ล่าสุดก็เพิ่งได้รับรางวัลผู้ประกอบการดิวตี้ฟรียอดเยี่ยม 61 แต้มต่อเยอะเลย

IP : บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!