เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 23 เมษายน 2019, 00:13:42
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางแหล่งซื้อขายสินค้า
| |-+  ซื้อขาย-เช่า-เซ้ง บ้าน ที่ดิน อาคารพาณิชย์ (ผู้ดูแล: nuifish, ©®*, ~อั่ย มู๋อ้วน*)
| | |-+  ราคาที่ดินหลังจาก การชลอโครงการรถไฟฟ้า 2.2 ล้านล้าน และ ราคาข้าวลดเหลือ4ต่อกก.
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน ราคาที่ดินหลังจาก การชลอโครงการรถไฟฟ้า 2.2 ล้านล้าน และ ราคาข้าวลดเหลือ4ต่อกก.  (อ่าน 263 ครั้ง)
MRK000000
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« เมื่อ: วันที่ 29 เมษายน 2014, 18:20:19 »

ราคาที่ดินหลังจาก การชลอโครงการรถไฟฟ้า 2.2 ล้านล้าน และ ราคาข้าวลดเหลือ4ต่อกก.

ราคาที่ดินจะทรงตัว หรือ จะลดลงไหมครับ ?


 ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า
MRK000000
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 153


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 03 พฤษภาคม 2014, 11:11:34 »

ลูกค้าแห่ทิ้งใบจอง  ลางร้าย !!! อสังหาริมทรัพย์ไทย

ผ่านพ้นไตรมาสแรกของปีม้า ใช่ว่า...มีแต่ข่าวคราวของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ที่หนีตาย ไม่ว่าจะเป็นการชะลอหรือปรับลดการก่อสร้างที่อยู่อาศัย

ใหม่ ๆ แต่! เวลานี้ ได้เริ่มเห็นสัญญาณของผู้บริโภค...ที่กำลังหนีตายกันมากขึ้นเรื่อย ๆ  เพราะบรรดาผู้ที่จองซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เริ่มมีอาการ ทั้งการทิ้งเงินดาวน์  ทั้งการเลื่อนการรับโอนในโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

ยิ่ง...มีการทิ้งเงินจอง เลื่อนรับโอน หรือกระทั่งไม่รับโอนมากขึ้นเท่าใด ยิ่ง...เป็นสัญญาณอันตรายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ทำให้ธุรกิจอสังหาฯ ทรุดลงไปได้ง่าย ๆ ทันที

สิ่งเหล่านี้...ไม่ใช่สัญญาณใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น!  แต่ทุกอย่างเป็นไปตามผลกระทบจากลูกโซ่ลูกแรก...มาสู่ลูกโซ่ลูกสุดท้าย ที่เริ่มต้นจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง การชุมนุมทางการเมืองที่ยาวนาน และไม่มีวี่แววว่าจะยุติโดยเร็ว ทำให้ทุกฝ่ายไม่มั่นใจ ไม่มี

บรรยากาศที่เอื้อต่อการค้า การลงทุน โดยฟากฝั่งของนักลงทุนก็ไม่กล้าลงทุน ด้านผู้บริโภคก็ไม่กล้าซื้อของที่ต้องผูกพันระยะยาว ทำให้กำลังซื้อหดลง ขณะที่ผู้ประกอบการก็กล้า ๆ กลัว ๆ และส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการลงทุนออกไปก่อน ยิ่งทำให้ภาวะเศรษฐกิจ

ที่ซบเซาอยู่แล้ว กลับถดถอยลงไปอีก ท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น จากค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน

ขณะที่รายได้ของประชาชนแม้จะมีค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเข้ามาช่วย แต่สินค้า ค่าครองชีพสารพัดกลับแพงขึ้นมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น นั่นเท่ากับว่า ต้องใช้เงินมากขึ้น จึงมีผลทำให้ความสามารถในการชำระเงินลดลงไปด้วย  ทำให้บรรดานายแบงก์ที่เคยเจ็บตัวหนัก

จากวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 40 ต้องเข้มงวดในการปล่อยกู้มากขึ้น เพราะไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเข้าอีก

 

เมื่อกู้เงินไม่ผ่าน... แถมยังหาช่องทางจากการขายทำกำไรจากใบจองซื้อคอนโดฯ ไม่ได้ ก็ต้องถอย!!  ซึ่งขณะนี้คอนโดฯ ในต่างจังหวัดหลายพื้นที่ เริ่มเกิดภาวะล้นตลาด และขายได้ยากขึ้น จากบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และราคาที่ดินปรับลดลงไปมาก หลังพ.ร.บ.เงิน

กู้ฯ  2 ล้านล้านบาทไม่ผ่าน แม้จะเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงไปมากแล้วก็ตาม 

ขณะที่ลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านอย่างแท้จริง ยังมีเหตุให้ต้องทิ้งเงินดาวน์ หรือขายใบจองไปบ้าง เพราะกู้เงินธนาคารไม่ผ่าน บางกลุ่ม..ผ่อนดาวน์ไม่ไหวจริง ๆ จากสภาพเศรษฐกิจที่แย่ลง ทำให้ผู้ซื้อเริ่มมีปัญหาการใช้จ่ายเกิดขึ้น แม้เวลานี้หนี้เสียหรือเอ็นพีแอลของ

สถาบันการเงินยังไม่เพิ่มขึ้น ถือเป็นเรื่องดี

แต่...จากนี้ไปเกรงว่าสภาพคล่องในระบบอาจเริ่มมีปัญหา!

แม้ว่าปัญหาการทิ้งเงินดาวน์ อาจยังไม่น่าเป็นห่วงมากนักในช่วงที่ผ่านมา เพราะส่วนใหญ่การซื้อคอนโดฯ ยังเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงสัดส่วนสูงถึง 60% แต่ภาวะตลาดปัจจุบัน ถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะผู้ที่ซื้อเพื่ออาศัยจริงนั้น ชะลอการซื้อออกไป ขณะที่ในส่วนของนัก

เก็งกำไรสัดส่วน 20%  แทบล้มหายตายจาก เห็นได้จากไตรมาสแรกที่ผ่านมา แทบขายใบจองไม่ออก ซึ่งมีบางส่วนที่รับซื้อไว้เอง แต่บางส่วนก็ทิ้งเงินดาวน์ไป

โดยเฉพาะโครงการที่รับวางดาวน์ต่ำ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้เวลาก่อสร้างนาน รวมทั้งโครงการที่มีแคมเปญลด แลก แจก แถมมากเกินไป หรือราคาไม่สูงนัก และมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าระดับล่าง ที่มีราคาขายต่ำกว่าตารางวาละ 60,000 บาท แต่อีกส่วนหนึ่งนั้น

ไม่ได้เกิดจากพิษความวุ่นวายทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีสินค้าเข้าสู่ตลาดจำนวนมากด้วยในปี 56 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ซื้อมีทางเลือกมากขึ้น แต่ท้ายที่สุด หน่วยเหลือขาย ที่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้นั้น จะกลับมาเป็นของผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระการขายต่อไป

สัญญาณที่ชัดเจนทยอยส่งออกมา ตั้งแต่จำนวนลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโครงการบ้าน คอนโดฯ น้อยลงไปเรื่อย ๆ  บางพื้นที่ บางประเภทโครงการแทบจะไม่มีผู้เข้าชม ส่งผลให้ยอดจองซื้อใหม่ กลับลดลงอย่างมาก การจัดกิจกรรมก็น้อยลงไปด้วย เพราะทำไปก็สูญเปล่า

ในเมื่อผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จะซื้อ ที่สำคัญ เมื่อถึงวันที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ แต่ลูกค้าที่หวั่นไหวกับรายได้ในอนาคตโดยเฉพาะนักเก็งกำไรคอนโดฯ ก็ชะลอการโอน หรือทิ้งเงินดาวน์ ไม่ยอมโอน ทำให้เจ้าของโครงการไม่ได้รับเงินตามแผน

เรียกได้ว่า... วันนี้ “วิกฤติการเมือง” กระทบธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ยอดขาย รายได้ การจ้างงาน และย้อนกลับมามีผลกับยอดขายอีกรอบแล้ว  และปัญหายอดจองสูง แต่ยอดโอนต่ำ เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ประกอบการปรับเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์ให้สูงขึ้น

เท่าตัว จากเดิมที่ดาวน์ต่ำเพียง 5% ของราคาห้องชุด เพิ่มเป็น 10-30% เพื่อป้องกันปัญหาแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ

กว่าระบบนี้จะเข้าที่คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ระหว่างนี้ ลูกค้าต้องจ่ายเงินดาวน์มากขึ้น ส่งผลกระทบทำให้ตลาดคอนโดฯ ซึ่งปัจจุบันแข่งขันกันรุนแรงอยู่แล้ว และหลายทำเลเริ่มล้นตลาด ชะลอตัวเพิ่มขึ้นอีก เพราะลูกค้าจำนวนมากยังมีรายได้ค่อนข้างจำกัด ไม่

สามารถแบกรับภาระเงินดาวน์ที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นได้

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เจ้าของโครงการทำได้ดีที่สุดในเวลานี้ นั่นคือ ต้องสำรองเงินสดไว้ พร้อมทั้งเตรียมหาแหล่งเงินทุนสำรอง ชะลอการซื้อที่ดินแปลงใหม่ออกไป หรือซื้อเฉพาะที่จำเป็น ปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ และก่อสร้างเฉพาะในส่วนที่มีคำสั่งซื้อแล้วก่อน

เท่านั้น ส่วนรายเล็กคงต้องหยุดกิจการชั่วคราวไปก่อน

แม้ว่าขณะนี้ภาวะทางเศรษฐกิจไทยจะยังแข็งแรงดีอยู่ แต่หากยังต้องอยู่นิ่ง ๆ แบบนี้ไปอีก 4-5 เดือน ก็เชื่อว่า จะบั่นทอนทำให้ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่สะสมไว้นั้นจะค่อย ๆ หายไป ค่อย ๆ อ่อนแอลงเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจบริหารงานเต็มร้อยเข้า

มาบริหารงาน.

ณัฐธินี มณีวรรณ



http://www.dailynews.co.th/Content/economic/234039/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8
%B2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A%
E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%AF+%E0%
B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2!%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%
B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%
E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2
IP : บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!