เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 14 ตุลาคม 2019, 23:41:48
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  เรื่องล้านนา ภาษากำเมือง
| | |-+  750 ปี พระญามังราย หรือพ่อขุนเม็งราย
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน 750 ปี พระญามังราย หรือพ่อขุนเม็งราย  (อ่าน 8910 ครั้ง)
yodying
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281



« เมื่อ: วันที่ 19 มกราคม 2013, 16:56:46 »

เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์
เผยแพร่ครั้งแรกในคอลัมน์ปริศนาโบราณคดี มติชนสุดสัปดาห์

อย่าว่าแต่คนภาคอื่นเลยที่รู้สึกสับสน แม้แต่คนเหนือด้วยกันเองก็ออกจะงุนงงไม่น้อย ว่าปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนานั้นมีพระนามว่าอย่างไรกันแน่ "พ(ระ)ญามังราย" หรือ "พ่อขุนเม็งราย" ?

แบบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ในระดับประถม-มัธยม ของเด็กไทยทั่วประเทศที่เติบโตมาในยุคเราๆ ท่านๆ ตั้งแต่รุ่น ๘๐ ปีถึง ๒๐ ปีที่แล้วถูกบังคับให้เรียกว่า "พ่อขุนเม็งรายมหาราช" แบบปิดประตูตีแมว ไม่ให้เรามีทางเลือกอื่น

ในขณะที่สองทศวรรษหลังนี้เพิ่งปรากฏคำว่า "พระเจ้ามังราย" หรือ "พ่อขุนมังราย" ปะปนอยู่กับคำเรียกเดิมคือ "พ่อขุนเม็งราย" ในระดับอุดมศึกษาอยู่บ้าง สร้างความอึดอัดตะขิดตะขวงใจให้ครูสังคม ไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากจะสอนเด็กว่า "มังราย" – "เม็งราย" นั้นเป็นคำเดียวกัน แต่เรียกได้ทั้งสองแบบ!

ความสับสนของชื่อ "มังราย" – "เม็งราย" นี้เป็นเรื่องที่ถูกแทรกแซงโดยการเมืองภายนอก แถมยังมีการเมืองภายในเข้ามาทับซ้อนอีกชั้นหนึ่ง


อ่านต่อได้ที่นี่

http://prachatai.com/journal/2012/08/42261


* งานพญามังราย.jpg (226.52 KB, 960x800 - ดู 2609 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
ล้อล้านนา
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 444


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 19 มกราคม 2013, 23:09:17 »

พญามังราย (ปริวรรต : พระญามังราย) เท่านั้น!!!! บ่มี หรือ หรือ หรือ พ่อขุนเมงราย พ่อขุนเม็งราย พ่อขุนมังราย พระยามังราย พระยาเม็งราย บ่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์แน่นอน หื้อมีชื่อเดียว ห้ามมี หรือ และ หรือ แหมต่อไป เรื่องนี้เรียกร้องมาซาวห้าปีแล้ว ล่าสุด 6 ผู้ว่า นายก อบจ. นายกเทศมนตรี วัฒนธรรมจังหวัด ฯลฯ ผ่านมาห้าปี ดั๊กปิ้ง เจียงใหม่เปิ้นตกผลึกฟันธงเป็น พญามังราย ตั้งแต่ปี 2524 (พญามังราย พญาร่วง พญางำเมือง) เจียงฮายลึ๊กแต้ลึ๊กว่า บ่เข้าคิงเต้าบ่เดี่ยว ก้ายยยยยยยยยยย


* mangraiok.jpg (257.92 KB, 567x340 - ดู 2238 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
teetee2011
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 669


« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 20 มกราคม 2013, 06:44:07 »

อันนี้ขอถาม จขกท. แบบผู้บ่ฮู้ประวัติศาสตร์เน้อ (คงบ่ว่ากั๋น) คำว่า พญามังราย และ พ่อขุนเม็งราย   ต่างกั๋นอย่างใด ทั้งยศตำแหน่ง หรือเรียกว่าสถานะ  อย่างใดฮ้องพญา อย่างใดฮ้องพ่อขุน และ แถมน้อย  พระยา กับ พญา  ต่างกันตรงไหน  อันไหนใช้กับสัตว์ อันใดใช้กับขุนกับท้าว   ขั้นไหนฮ้องว่า  ขุน, ท้าว, พระยา  ขอบคุณครับ
IP : บันทึกการเข้า
tfgc2007
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,878


สมบัติพญามังราย ต้องรักษาไว้


« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 22 มกราคม 2013, 12:03:01 »

พญามังราย (ปริวรรต : พระญามังราย) เท่านั้น!!!! บ่มี หรือ หรือ หรือ พ่อขุนเมงราย พ่อขุนเม็งราย พ่อขุนมังราย พระยามังราย พระยาเม็งราย บ่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์แน่นอน หื้อมีชื่อเดียว ห้ามมี หรือ และ หรือ แหมต่อไป เรื่องนี้เรียกร้องมาซาวห้าปีแล้ว ล่าสุด 6 ผู้ว่า นายก อบจ. นายกเทศมนตรี วัฒนธรรมจังหวัด ฯลฯ ผ่านมาห้าปี ดั๊กปิ้ง เจียงใหม่เปิ้นตกผลึกฟันธงเป็น พญามังราย ตั้งแต่ปี 2524 (พญามังราย พญาร่วง พญางำเมือง) เจียงฮายลึ๊กแต้ลึ๊กว่า บ่เข้าคิงเต้าบ่เดี่ยว ก้ายยยยยยยยยยย
[/quote
มันลึ๊กในขนาด
IP : บันทึกการเข้า

รักษ์กำเมือง....ร่วมส่งเสริมละอ่อนเหนือ อู้กำเมือง....
เชียงรายสถาปนิก'97 รับ ออกแบบ เขียนแบบบ้าน อาคาร รับบริหารงานก่อสร้างและงานระบบทุกประเภท ตรวจสอบอาคาร โดยสามัญวิศวกร สามัญสถาปนิก และ จป.วิชาชีพ
Mr.zankong
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 22 มกราคม 2013, 13:02:17 »

ยินดีมากเลยที่มีคนสนใจรากเหง้าของตนเหมือนกัน  ส่วนตัวคิดว่าคนที่เข้ามาอ่านและสนใจจริงๆส่วนใหญ่เป็นคนล้านนา และไม่รู้เรื่องของตัวเองเลย เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมที่น่าชื่นชม แต่เบื้องลึกใครจะรู้ จะมีใครสักกี่คนที่ออกมาปกป้องบรรพบุรุษของตน อย่างเช่น กระทู้นี้ หรือหลายๆกระทู้ที่ตั้งคำถามมาแต่คนที่จะตอบมีน้อย หรือไม่ก็อ่านผ่านๆไป เรื่องพระนามพรญามังรายผู้รวบรวมแผ่นดินล้านนาก็ไม่มีที่สิ้นสุดทั้งๆที่ความเป็นจริงก็ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าพรญามังราย ไม่ว่าเอกสารทางประวัติศาสตร์ ตำนาน เรื่องเล่า  การปริวรรตเรื่องพรญามังรายก็เริ่มมาจากพระภิกษุที่เป็นคนเชียงรายเองในสมัยพระเจ้าติโลกราช หรือหลังจากพรญามังรายสิ้นแล้วเกือบร้อยปี จึงมีการปริวรรตขึ้นเป็นภาษาบาลี และใช้เป็นเอกสารอ้างอิงเรื่อยมา ต้นฉบับของจริงอยู่ที่ไหนใครรู้บ้าง (ในสมัยสงครามล้านนาอยุธยามีการเผาตำรามากมาย ทั้งในสมัยสงครามเก้าทัพของกรุงธนบุรีก็มีการกวาดล้างชนพื้นเมืองด้วย และในรัชกาลสยามประเทศได้มีการสั่งห้ามเรียนเขียน อ่าน ตัวเมืองอักษรธรรมด้วยเหตุผลทางการเมือง) มีการแปลเป็นภาษาต่างๆทั้งไทยและเทศ และคนที่แปลของไทยก็คือ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และผู้ที่เปลี่ยนพระนามเป็นเม็งรายก็คือ พระยาประชากรกิจ หรือแช่ม บุญนาค และตอกย้ำด้วยเพลงพ่อขุนเม็งรายโดยการประพันธ์ของหลวงวิจิตรวาทการ  จึงไม่แปลกที่เราจะจดจำเพียงแต่พระนามที่ถูกเปลี่ยนไป พร้อมๆกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ถูกดัดแปลงไปด้วย หากจะย้อนถามลูกหลานคนล้านนาที่อ่าน และยังสับสนเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ เราควรที่จะมีการชำระประวัติศาสตร์เสียใหม่ให้ตรงกับความเป็นจริง หรือปล่อยให้ถูกลืมเลื่อนไปตามกาลเวลาอีกอย่าง ที่เราควรทำคือ อนุเสาวรีย์พรญามังราย ที่จริงๆแล้วเครื่องทรง อาภรควรเป็นแบบล้านนาไม่ใช่แบบสุโขทัย พรญางำเมืองก็เช่นเดียวกัน
IP : บันทึกการเข้า
chate
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,978


« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 22 มกราคม 2013, 14:26:51 »

ยินดีมากเลยที่มีคนสนใจรากเหง้าของตนเหมือนกัน  ส่วนตัวคิดว่าคนที่เข้ามาอ่านและสนใจจริงๆส่วนใหญ่เป็นคนล้านนา และไม่รู้เรื่องของตัวเองเลย เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมที่น่าชื่นชม แต่เบื้องลึกใครจะรู้ จะมีใครสักกี่คนที่ออกมาปกป้องบรรพบุรุษของตน อย่างเช่น กระทู้นี้ หรือหลายๆกระทู้ที่ตั้งคำถามมาแต่คนที่จะตอบมีน้อย หรือไม่ก็อ่านผ่านๆไป เรื่องพระนามพรญามังรายผู้รวบรวมแผ่นดินล้านนาก็ไม่มีที่สิ้นสุดทั้งๆที่ความเป็นจริงก็ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าพรญามังราย ไม่ว่าเอกสารทางประวัติศาสตร์ ตำนาน เรื่องเล่า  การปริวรรตเรื่องพรญามังรายก็เริ่มมาจากพระภิกษุที่เป็นคนเชียงรายเองในสมัยพระเจ้าติโลกราช หรือหลังจากพรญามังรายสิ้นแล้วเกือบร้อยปี จึงมีการปริวรรตขึ้นเป็นภาษาบาลี และใช้เป็นเอกสารอ้างอิงเรื่อยมา ต้นฉบับของจริงอยู่ที่ไหนใครรู้บ้าง (ในสมัยสงครามล้านนาอยุธยามีการเผาตำรามากมาย ทั้งในสมัยสงครามเก้าทัพของกรุงธนบุรีก็มีการกวาดล้างชนพื้นเมืองด้วย และในรัชกาลสยามประเทศได้มีการสั่งห้ามเรียนเขียน อ่าน ตัวเมืองอักษรธรรมด้วยเหตุผลทางการเมือง) มีการแปลเป็นภาษาต่างๆทั้งไทยและเทศ และคนที่แปลของไทยก็คือ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และผู้ที่เปลี่ยนพระนามเป็นเม็งรายก็คือ พระยาประชากรกิจ หรือแช่ม บุญนาค และตอกย้ำด้วยเพลงพ่อขุนเม็งรายโดยการประพันธ์ของหลวงวิจิตรวาทการ  จึงไม่แปลกที่เราจะจดจำเพียงแต่พระนามที่ถูกเปลี่ยนไป พร้อมๆกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ถูกดัดแปลงไปด้วย หากจะย้อนถามลูกหลานคนล้านนาที่อ่าน และยังสับสนเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ เราควรที่จะมีการชำระประวัติศาสตร์เสียใหม่ให้ตรงกับความเป็นจริง หรือปล่อยให้ถูกลืมเลื่อนไปตามกาลเวลาอีกอย่าง ที่เราควรทำคือ อนุเสาวรีย์พรญามังราย ที่จริงๆแล้วเครื่องทรง อาภรควรเป็นแบบล้านนาไม่ใช่แบบสุโขทัย พรญางำเมืองก็เช่นเดียวกัน
แจ่มคับท่าน เห็นด้วยคับ
IP : บันทึกการเข้า
peemyow
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31



« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 26 มกราคม 2013, 10:30:06 »

พญามังราย คือชื่อเดิมตามตำรา ตั๋วเมือง ที่บันทึกกันมานานหลายร้อยปี

อย่าว่าแต่คนภาคอื่นเลยที่รู้สึกสับสน แม้แต่คนเหนือด้วยกันเองก็ออกจะงุนงงไม่น้อย
ว่าปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนานั้นมีพระนามว่าอย่างไรกันแน่

"พ(ระ)ญามังราย" หรือ "พ่อขุนเม็งราย" ?

แบบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ในระดับประถม-มัธยม ของเด็กไทยทั่วประเทศ
ที่เติบโตมาในยุคเราๆ ท่านๆ ตั้งแต่รุ่น ๘๐ ปี ถึง ๒๐ปี ที่แล้วถูกบังคับให้เรียกว่า
"พ่อขุนเม็งรายมหาราช" แบบปิดประตูตีแมว ไม่ให้เรามีทางเลือกอื่น

ในขณะที่สองทศวรรษหลังนี้เพิ่งปรากฏคำว่า "พระเจ้ามังราย" หรือ "พ่อขุนมังราย"
ปะปนอยู่กับคำเรียกเดิม คือ "พ่อขุนเม็งราย" ในระดับอุดมศึกษาอยู่บ้าง
สร้างความอึดอัดตะขิดตะขวงใจให้ครูสังคม
ไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากจะสอนเด็กว่า "มังราย" – "เม็งราย" นั้นเป็นคำเดียวกัน
แต่เรียกได้ทั้งสองแบบ ! ความสับสนของชื่อ "มังราย" – "เม็งราย"
นี้เป็นเรื่องที่ถูกแทรกแซงโดยการเมืองภายนอก
แถมยังมีการเมืองภายในเข้ามาทับซ้อนอีกชั้นหนึ่ง
เอกสารโบราณทุกชิ้นใช้ "พร(ะ)ญามังราย"

เอกสารโบราณของทางฝ่ายเหนือ กอปรด้วยศิลาจารึกทุกหลัก
รวมทั้งตำนาน พงศาวดารทุกเล่มพบแต่คำว่า
"พร(ะ)ญามังราย" ทั้งสิ้น ไม่มีคำว่า "พ่อขุนเม็งราย" ปรากฏแม้แต่ชิ้นเดียว
อย่างมากอาจมีคำนำหน้าหรือสร้อยต่อท้ายที่ผิดเพี้ยนกันไปบ้างเล็กน้อย อาทิ

ศิลาจารึกวัดพระยืน ลำพูน ปี ๑๙๑๒ ใช้ "พรญามงงรายหลวง"
จารึกวัดสุวรรณมหาวิหาร พะเยา ปี ๑๙๕๔ เขียน "มังราย"
ตำนานมูลศาสนา ปี ๑๙๖๕ ใช้ "พรยามังราย"
ชินกาลมาลีปกรณ์ ปี ๒๐๕๙ ใช้ "มังรายราช"
โคลงนิราศหริภุญไชย ปี ๒๐๖๐ ใช้ทั้ง "มังรายราช" “มังรายเจ้า" “พระเมืองมังรายราช"
ศิลาจารึกวัดเชียงมั่น ปี ๒๑๒๔ ใช้ "พรญามังรายเจ้า"
ประชุมกฎหมายมังรายศาสตร์ (ไม่ระบุศักราช) ใช้ "พรญามังรายเจ้า"

ถ้าเช่นนั้นคำว่า "เม็งราย" ปรากฏตัวขึ้นมาประกบ "มังราย" ได้อย่างไร
พงศาวดารโยนก หลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่ใช้ "เม็งราย" คำว่า "เม็งราย" (เมงราย)
นั้นพบครั้งแรกในหนังสือเรื่อง "พงศาวดารโยนก"
เรียบเรียงโดยพระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค) ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๐

ต่อมาพงศาวดารเล่มนี้ได้นำมาใช้เป็นต้นแบบในการเรียบเรียงหนังสือประวัติศาสตร์สยาม
ให้แก่คนไทยทั้งประเทศ ทำให้คำว่า "เม็งราย" เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งกว่าคำว่า "มังราย"
ด้วยกระบวนการผลิตซ้ำโดยขาดการทบทวนหรือตั้งคำถามท่ามกลางหมู่ผู้รู้
ว่าเป็นคำที่ถูกหรือผิด ตามเวทีสัมมนา มักมีผู้พยายามช่วย "แก้ต่าง"
ให้พระยาประชากิจกรจักร์ในทำนองว่า
"ไม่เห็นแปลกตรงไหน ที่จะใช้คำว่า "เม็งราย"
ในเมื่อพระราชบิดาของพระองค์ยังทรงมีพระนามว่า "ลาวเมง (เม็ง)"
แล้วทำไมพระองค์จะเป็น "เม็งราย" บ้างไม่ได้!”

แน่ใจล่ะหรือว่ามูลเหตุแห่งการเปลี่ยน "มังราย" เป็น "เม็งราย" ของพระยาประชากิจกรจักร์นี้
วางอยู่บนฐานความคิดเรื่องการเชื่อมโยงพระนาม "ลาวเม็ง" ของพระราชบิดา
เหตุผลเช่นนี้จักยิ่งมิกลายเป็นการสบประมาทภูมิรู้ของนักประวัติศาสตร์ระดับชาติ
เช่น พระยาประชากิจกรจักร์
ให้กลายเป็น "นักเล่นแร่แปรธาตุ" ตัวฉกาจจนขาดความน่าเชื่อถือไปล่ะหรือ
การออกแรงปกป้องท่านด้วยการเอาสีข้างเข้าถูเช่นนี้
มิได้ช่วยให้ผู้อ่านมองเห็นอัจฉริยภาพในตัวผู้ประพันธ์แต่อย่างใดเลย
ความจริงมีอยู่ว่าพระยาประชากิจกรจักร์ หาได้เพี้ยนนามของพระญามังรายเป็น "เม็งราย"
แบบงุนงงประสาคนนั่งเทียนเขียนคิดเองเออเอง
ด้วยขาดความเข้าใจในประวัติศาสตร์ล้านนาไม่

ตรงกันข้ามเป็นเพราะท่านล่วงรู้ความตื้นลึกหนาบาง ทุกแง่ทุกมุมทั้งของสยาม ประเทศราช
และของรัฐเพื่อนบ้านมากเกินไปต่างหาก! คำว่า "เม็งราย"
ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยเจตน์จำนงอย่างแรงกล้า ตามวิเทโศบายการเมืองระหว่างประเทศ
ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่บีบบังคับให้รัฐสยามจำต้องดำเนินการแก้ไขพระนามของ "พระญามังราย"
เสียใหม่เปลี่ยนเป็น "ชื่ออะไรก็ได้ที่ใกล้เคียงกัน" ด้วยเหตุผลที่ค่อนข้างคอขาดบาดตาย !

อย่าลืมว่าระหว่างปี พ.ศ.๒๔๔๒-๒๔๔๓ นั้นอังกฤษได้พม่าเป็นอาณานิคมแล้ว
และกำลังเตรียมแผนการรุกคืบมายึดครองล้านนาเป็นเป้าหมายถัดไป
โดยแสร้งใช้ความชอบธรรมแบบไขสือว่า
"ล้านนาต้องตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษตามพม่าไปด้วยโดยปริยาย"

เพราะเหตุผลสองประการ ประการแรกนั้น ในอดีต (ระหว่างปี พ.ศ.๒๑๐๑-๒๓๑๗)
ล้านนาเคยเป็นส่วนหนึ่งของพม่าในเมื่อพม่าพ่ายแพ้แก่อังกฤษ
ล้านนาก็ต้องเป็นของอังกฤษด้วย แต่เหตุผลข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เป็นการอ้างที่ผิดกาละและเทศะ
เพราะขณะนั้นล้านนาอยู่ในฐานะประเทศราชของสยามแล้ว

ชาวอังกฤษจึงใช้ทีเด็ดชักแม่น้ำทั้งห้าหาเหตุผลข้อที่สองมาอ้างแทนว่า
แม้แต่ปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรล้านนาเองก่อนยุคที่จะตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า
ก็ยังทรงมีเชื้อสายเป็นชาวพม่า เหตุเพราะทรงมีพระนามว่า "มังราย" ฉะนี้แล้วอาณาจักรล้านนาย่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพม่าโดยไม่มีข้อแม้
เจอฝรั่งหัวหมอเล่นมุขนี้ ทีมกุนซือประจำราชสำนักสยาม
อันประกอบด้วยนักปราชญ์หัวกะทิทั้งหลาย
อาทิ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
และ เหล่าพระน้องยาเธอ สมเด็จในกรมอีกหลายองค์
คงระดมสมองคิดหาหนทางแก้กลเกมจนปั่นป่วน ในที่สุดก็ได้ผลึกความคิดที่เป็นสรตะ
จึงกล้ามอบหมายให้พระยาประชากิจกรจักร์เดินหน้า "ประดิษฐ์"
ประวัติศาสตร์ล้านนาเวอร์ชั่นใหม่ขึ้นมา
จงใจแก้ไขชื่อจาก "มังราย" เป็น "เม็งราย" แบบแนบเนียน

อังกฤษกำลังเงื้อง่าจะเล่นงานดึงเอาล้านนาไปจากอ้อมอกสยาม
แต่แล้วต้องมาเจอกับพระนามใหม่ของปฐมกษัตริย์ล้านนา ที่กลุ่ม Elite สยามใหม่
เพิ่งทำการเปลี่ยนแก้ประวัติศาสตร์แบบสายฟ้าแลบ เป็นไปได้อย่างไรกันชื่อ "มังราย" เลือนหายไป
เหลือแต่คนชื่อ "เม็งราย" แทนที่ ปราชญ์อัสดงคงเกิดอาการเมาหมัดอยู่หลายเพลา
มิรู้จะหาข้ออ้างอันใดมาคัดง้างเพื่อช่วงชิงล้านนา เงื่อนงำแห่ง “มังราย"
เกี่ยวข้องอะไรไหมกับพม่า

เป็นอันว่าชื่อ "มังราย" นั้นถูกต้อง ปัญหาที่ตามมาก็คือ จริงหรือไม่ (ตามที่ฝรั่งว่าไว้)
ที่นามของพระองค์มีความเกี่ยวพันกับชาวพม่า และหากตอบปฏิเสธ ไฉนพระองค์จึงมีชื่อว่า "มัง"
อันเป็นภาษาของชาวม่าน จริงอยู่ที่คำว่า "มัง" เป็นคำนำหน้าของคนชั้นสูงในพม่า
ระดับกษัตริย์หรือขุนนาง เช่น มังนรธา มังระ มังร่อ มังฉงาย ฯลฯ
ซ้ำประวัติของพระญามังรายนั้น
หลังจากที่พระมเหสีเอกสวรรคตแล้ว พระองค์ทรงได้ "นางปายโค"
ราชธิดาพระเจ้ากรุงหงสาวดีมาเป็นพระอัครชายา
ร่วมกับพระธิดาของพระเจ้ากรุงอังวะอีกนางหนึ่งด้วย

ในช่วงที่ยาตราทัพไปประกาศแสนยานุภาพข่มเมืองม่าน-มอญแถวพุกาม
ภายหลังจากที่ครองราชบัลลังก์เมืองเชียงใหม่หมาดๆ ทำให้กษัตริย์กรุงหงสาวดี
(โดยปกติหงสาวดีเป็นเมืองของมอญ แต่ขณะนั้นมอญตกอยู่ภายใต้พม่า)
และกรุงอังวะจำต้องยอมผูกสัมพันธ์ด้วยการถวายพระราชธิดาให้
ครั้งกระนั้นพระญามังรายยังได้เกณฑ์สล่าหรือนายช่างหลวงหลากหลายหมู่ราว ๕๐๐ ชีวิต
ติดตามมาช่วยงานสร้างบ้านแปงเมืองให้นพีสีเชียงใหม่มีความงดงามวิจิตรอีกด้วย
ฝรั่งรู้มาก ประสาคนฉลาดแกมแฉลบ จึงตะแบงความรู้
แสร้งเชื่อมโยงเรื่องราวสายสัมพันธ์ของพระญามังรายที่มีต่อชาวพม่าในฐานะ "ลูกเขย"
รู้ทั้งรู้ว่า "มังราย" มิได้เป็นพม่าโดยกำเนิด แต่ชื่อของ "มังราย"
ก็มีจุดอ่อนเปราะบางชวนให้ชาวอังกฤษนำไปตั้งแง่ได้
หรือ "พระญามังราย" เพิ่งมาเปลี่ยนชื่อใหม่ภายหลังจากที่ไปดองกับตรละแม่ทั้งสองแห่งเมืองม่าน

กล่าวคือก่อนหน้านั้นอาจเคยมีชื่อเดิมว่า "ลาวราย"
แล้วเมื่อเห็นความรุ่งเรืองของพุกามอังวะหงสาวดี
ก็บังเกิดความคิดที่จะโกอินเตอร์ จึงเปลี่ยนพระนามใหม่ให้ดูศิวิไลซ์ขึ้นตามกษัตริย์พม่า
ความคิดนี้จะว่าขำก็ขำ จะว่าน่าทึ่งก็น่าทึ่ง
เพราะบรรพบุรุษต้นตระกูลของพระญามังรายแห่งหิรัญนครเงินยางนั้น
ทรงมีคำนำหน้าว่า "ลาว" ทั้งสิ้น เหตุเพราะสืบเชื้อสายมาจากชาวลัวะดอยตุง
นับแต่ปฐมวงศ์ คือ "ปู่จ้าวลาวจก" หรือ "ลาวจง" ตามมาด้วย "ลาวครอบ" “ลาวช้าง"
“ลาวเก๊าแก้วมาเมือง" (องค์นี้เริ่มมีกลิ่นอายของภาษาล้านนาเข้ามาผสม)
“ลาวตั้ง" “ลาวกลม" “ลาวแหลว" “ลาวเรือน" จากนั้นก็สะดุดเปลี่ยนไปเป็นชื่อไทยล้วนๆ คือ
"จอมผาเรือง" "ขุนเจื๋อง" "ขุนเงินเรือง" และกลับมาใช้ลาวอีกเป็นองค์สุดท้ายคือ "ลาวเมง"
ผู้เป็นพระราชบิดาของพระญามังราย แล้วก็ไม่มีการใช้ "ลาว" อีกต่อไป

ลูกหลานของพระญามังราย ใช้คำนำหน้าว่า "ท้าว" หรือ "พระญา" แทน “ลาว"
คำนี้เป็นคำที่บ่งบอกนัยสองอย่างไว้ในคำ ๆ เดียว คือ ประกาศทั้ง “เชื้อชาติ” (ลัวะ+ลาว)
และ "ตำแหน่งอันสูงส่ง" ของกษัตริย์ ถ้าเช่นนั้นแต่เดิม
"มังราย" เคยมีนามว่า "ลาวราย" หรือเช่นไร
แล้วเพิ่งมาเปลี่ยนเป็น "มัง" ตามอย่างพม่า คำตอบคือเป็นไปไม่ได้
"มังราย" เป็นชื่อดั้งเดิมของพระองค์ท่านมาตั้งแต่เกิด แต่เหตุที่มีนามนำหน้าว่า "มัง" นั้น
ก็เพราะการตั้งชื่อของพระองค์ ได้มีการนำตัวอักษรและสระย่อจาก
นามของพระราชบิดาชื่อ "ลาวเมง"
ผสมกับพระฤๅษี "ปัทมังกร" (ได้คำว่า "มัง")
บวกกับพระราชอัยกา (ตา) กษัตริย์แห่งเชียงรุ่งนามว่า "ท้าวรุ่งแก่นชาย" (ได้ตัว "ร")
ในขณะที่พระราชมารดามีนามว่า "นางเทพคำขร่าย" (คำขยาย) (ได้สระอา + ย)
โดยตัดเอาพยัญชนะ+สระย่อของแต่ละคนมารวมกันใหม่ ได้ "ม/ัง/ร/าย"
หรือมีพระนามแบบเต็มยศว่า "มังคลนารายณ์" แปลว่า พระนารายณ์ผู้เป็นมงคล ช่วยไม่ได้จริงๆ
ที่พ้องกันโดยบังเอิญกับบรรดา "มัง" ทั้งหลายในภาษาพม่า
แล้วการที่ชื่อของพระองค์ถูกแผลงไปเป็น "เม็งราย"
ในช่วงวิกฤติอาณานิคม มิเป็นการสุ่มเสี่ยงหรือเช่นไร เพราะ "เม็ง" นั้นเล่าก็แปลว่า "มอญ" อีก

ฤาปราชญ์สยามคิดว่าหนีหม่องไปเจอมอญ อาจตกอยู่ในอันตรายน้อยกว่า?
ทั้งๆ ที่ชีวิตส่วนตัวของพระญามังรายนั้นไม่ชอบมอญเอาอย่างมาก
และพยายามปฏิเสธวัฒนธรรมมอญจากหริภุญไชยที่ตนทำลายจนยับเยินมาตลอด
ปริศนาชวนฉงนที่ต้องถามต่อเนื่องอีกข้อหนึ่งก็คือ ชื่อเมือง "เชียงราย"
กับชื่อกษัตริย์ "มังราย" นั้นเกี่ยวข้องกันไหม
และชื่อไหนเป็นต้นเค้าเก่าแก่ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องร่ายยาว จึงขอติดค้างไว้ก่อน

"พระญา" กับ "พ่อขุน" ปัญหาการเมืองภายในสยาม “มังราย" ถูกผลักให้เป็น "เม็งราย"
เหตุเพราะการเมืองภายนอกระหว่างสยามกับตะวันตก
ส่วนคำนำหน้าชื่อนั้นระหว่าง "พระญา" กับ "พ่อขุน"
ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวาระซ่อนเร้นทางการเมือง หากแต่ครั้งนี้เป็นเกมการต่อสู้ภายในของสยามเอง
ระหว่างศูนย์อำนาจกลางที่กระทำต่อรัฐชายขอบ
มีผู้สงสัยกันมากว่าเหตุไรดิฉันจึงใช้ "พระญา" ทุกครั้งในคอลัมน์นี้
ยามเอ่ยถึงพระนามของกษัตริย์ในล้านนา ทำไมไม่เรียก "พระเจ้า" "พ่อขุน"
หรือแม้แต่จะเขียนว่า "พระยา" - “พญา"
อันเป็นภาษาที่เราคุุ้นเคย

คำว่า "พระญา" นี้ ในดินแดนภาคเหนือมีความหมายถึง "กษัตริย์"
โดยปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลายหลักว่า "พรญา"
(ยุคแรกๆ) บ้างก็ "พระญา" (ยุคหลังๆ) ซึ่งไม่ควรสับสนกับคำว่า "พระยา"
ในภาษาไทยกลางที่เป็นตำแหน่งหรือราชทินนามของขุนนางระดับหนึ่ง
ส่วน "พญา" นั้นนักวิชาการล้านนายังคงใช้กันอยู่อย่างกว้างขวาง ด้วยเห็นว่า "พระญา"
เป็นคำที่แปลกตาเกินไปสำหรับคนไทยทั้งประเทศ แต่อย่าลืมว่า "พญา"
คำนี้ก็ได้ถูกคนไทยทั้งประเทศนำไปใช้เรียกจ่าฝูงของสัตว์เช่น
"พญาวานร" “พญาคชสาร" แล้วเช่นกัน
ดังนั้นนักวิชาการล้านนารุ่นใหม่จึงพยายามดึงคำว่า "พระญา"
จากศิลาจารึกกลับมาใช้ใหม่ น่าจะสง่างามกว่า
ทำไมกษัตริย์ล้านนาไม่ใช้ "พระเจ้า" นำหน้าเหมือนกับทางอยุธยา
เหตุเพราะคำว่า "พระเจ้า"
นี้ชาวล้านนาได้นำไปใช้เรียกเป็นชื่อเฉพาะของพระพุทธรูปก่อนแล้ว
จึงเกรงว่าจะเกิดความสับสน มีกษัตริย์ในล้านนาเพียงพระองค์เดียวที่กล้าใช้คำว่า "พระเจ้า"
นั่นคือ "พระเจ้าติโลกราช"

เป็นเพราะพระองค์ต้องการแผ่แสนยานุภาพอันเกรียงไกรในระนาบเดียวกันกับ
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา ในเมื่อทางใต้เรียกกษัตริย์ว่า "พระเจ้าแผ่นดิน"
ทางเหนือก็ต้องยกระดับความยิ่งใหญ่ว่าพระองค์ก็มีฐานะเป็น "พระเจ้า" ดุจเดียวกัน
แต่ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าติโลกราชแล้ว
ไม่ปรากฏว่ากษัตริย์ล้านนาพระองค์ใดใช้ "พระเจ้า" อีกเลย
ล้วนหวนกลับมาใช้ "พระญา" เหมือนเดิมทั้งสิ้น อนึ่ง ยังมีคำอื่นๆ
ที่แสดงถึงฐานะของกษัตริย์ล้านนา นอกเหนือจากคำว่า "พระญา" อีกหลายคำ
อาทิ ท้าว ท้าวพระญา เจ้า เจ้าหลวง เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ ชาวล้านนาจึงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเมื่อต้องทนเห็นคำว่า "พ่อขุนเม็งราย"
เด่นหราในแบบเรียนประวัติศาสตร์ที่เด็กไทยใช้เรียนทั่วราชอาณาจักร คำว่า "พ่อขุน"
ไม่เคยปรากฏในเอกสารหรือศิลาจารึกหลักใดในล้านนา
เป็นคำที่อุปโลกน์ขึ้นโดยผู้กุมอำนาจทางวัฒนธรรมในยุคสถาปนารัฐราชาชาตินิยม
ที่ไม่ต้องการเห็นคนไทยแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย

นอกจากพระยาประชากิจกรจักร์จะ "เบี่ยงเบน" ชื่อจาก "มังราย" เป็น "เม็งราย"
ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานอันเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้นั้นแล้ว
ยังถูกคนในวงการศึกษา "บิดเบือน" คำนำหน้าซ้ำจาก "พระญา" มาเป็น "พ่อขุน" อีกขยักหนึ่ง
ทั้งๆที่ในพงศาวดารโยนกนั้น พระยาประชากิจกรจักร์ยังคงไว้ซึ่งคำว่า "พระญา"
แต่อาจเปลี่ยนมาเขียนเป็น "พระยา" ตามความคุ้นเคยของคนไทยสยาม
ไม่เพียงแต่พระญามังรายพระองค์เดียวเท่านั้นที่ถูกเปลี่ยนเป็น พ่อขุนเม็งราย
หากแต่ "พระญางำเมือง" แห่งพะเยา พลอยโดนหางเลขถูกเปลี่ยนเป็น "พ่อขุนงำเมือง"
อีกพระองค์หนึ่งด้วย ในฐานะที่มักปรากฏพระนามคู่กันในประวัติศาสตร์หน้าสำคัญ
ตอนสามสหายช่วยกันสร้างเวียงเชียงใหม่

สหายคนที่สามที่มีส่วนช่วยวางแผนสร้างเชียงใหม่ มีนามว่า
"พญาร่วง" หรือ "พระญารามราช" แต่คนกลับเรียกขานให้เป็นไทยแท้ๆ ว่า "พ่อขุนรามคำแหง"
นามนี้เองที่นักประวัติศาสตร์ไทยในยุคล้าหลังคลั่งชาติ
ได้เอามาเป็นต้นแบบในการขนานนามกษัตริย์จากแว่นแคว้นแดนอื่นให้กลายเป็น "พ่อขุน"
ตามกันไปด้วย ทุกวันนี้นักวิชาการด้านล้านนาคดีพยายามรณรงค์เขียนชื่อ
ของปฐมกษัตริย์ล้านนาว่า "พระญามังราย" แทนที่ "พ่อขุนเม็งราย"
ซึ่งใช้กันมาอย่างผิดๆ หลายทศวรรษ คงต้องขอถามใจคนล้านนา
และวัดใจคนไทยทั้งประเทศ สักหน่อยว่า รู้สึกรำคาญไหมยามเห็นป้ายถนน
ชื่อวัด ย่านนาม สะพาน
รวมทั้งหนังสือแบบเรียนประวัติศาสตร์ยังคงเขียนคำว่า "พ่อขุนเม็งราย" กันอย่างโจ๋งครึ่ม

รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม-ศึกษาธิการ คิดเห็นเช่นไร หรือ มองว่า "ไหนๆ ก็ ไหนๆ แล้ว"
เราจะยอมเหนื่อยตามอธิบายดึงความถูกต้องกลับมาตั้งแต่วันนี้ หรือจะรอให้วันข้างหน้ามาถึง
แล้วค่อยมาตีหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อตอบคำถามลูกหลานด้วยปรัศนีซ้ำซากว่า
"คุณครูคะ ตกลงพ่อขุนเม็งรายเป็นมอญใช่ไหมคะ
แล้วเป็นญาติอะไรกับมะกะโทที่สุโขทัยหรือเปล่า?”
มันจะยิ่งยุ่งอุนุงตุงนังไปกันใหญ่!
IP : บันทึกการเข้า

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ห้ามลบหลู่
WH_Y
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,222



« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 27 มกราคม 2013, 22:16:39 »

สรียินดีเจ้าสำหรับข้อมูลของ พญามังราย..
IP : บันทึกการเข้า
crlove
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 389



« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 01 กุมภาพันธ์ 2013, 20:13:45 »

พญามังราย  ถูกต้อง
พญาเม็งราย เปลี่ยนชื่อใหม่ให้ท่าน เพราะมัง มง คือชื่อของเจ้านายพม่า
(จึงเปลี่ยนจาก มัง เป็น เม็ง เพราะอังกฤษจะอ้างล้านนาว่ามีอดีตกษัตริย์เป็นพม่า
และจะยึดล้านนา เข้าผูกกับพม่า เลยเปลี่ยพระนามท่านเป็น เม็งราย เลย)
พ่อขุน คนล้านนาไม่มีเรียก มีแต่คนภาคกลางเท่านั้นที่เรียก พ่อขุน และพระเจ้า
ดังนั้่น รณรงค์กันเถิดชาวล้านนาทั้งหลาย พระนามท่านคือ พระญามังรายมหาราช
IP : บันทึกการเข้า
แมงคอลั่น
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,454



« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2013, 13:33:30 »

ลูกของพญามังราย ฮ้องว่า ขุน ตึงหมดตึงเสี้ยง ตามจารึกฉบับวัดพระงาม
IP : บันทึกการเข้า
peemyow
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31



« ตอบ #10 เมื่อ: วันที่ 01 กรกฎาคม 2015, 23:00:30 »

ในปี 2496 เราเรียกพ่อขุนเมงราย (ยังไม่มีไม้ไต่คู้)  มาตั้งแต่เหรียญเสมาหลังพระพุทธ จ.เชียงรายจัดสร้างรุ่นแรก พ.ศ 2496 ผมเข้าใจดีกว่าในสมัย ร 5 พญามังรายถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเมงราย เพราะว่าอังกฤษจะยึดเอาดินแดนล้านนาของสยามตามบรรพบุรุษกษัตริย์ปกครอง ถึงจะเรียกว่า พ่อขุนเม็งราย หรือ พญามังราย หากจิตใจของเราคิดถึงและสื่อถึงท่านท่านก็รับรู้ได้ ยังมีบันทึกที่สำคัญอยู่ที่พม่าที่เกี่ยวข้องกับตำนานล้านนา 100 เปอร์เซ็นต์ ถูกเก็บไว้ที่พม่าชื่อหนังสือที่ยังไม่ได้แปลจากคนไทยหรือคนเมียงอย่างเรา ชื่อว่าพงศาวดาร zinme (เชียงใหม่) เราอาจจะได้ชื่อเก่าๆ ของวัดโบราณ หนังสือนี้สำคัญมากต่อล้านนา แต่ยังไม่มีใครไปแปลเลย
IP : บันทึกการเข้า

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ห้ามลบหลู่
tfgc2007
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,878


สมบัติพญามังราย ต้องรักษาไว้


« ตอบ #11 เมื่อ: วันที่ 03 กรกฎาคม 2015, 11:55:11 »

ในปี 2496 เราเรียกพ่อขุนเมงราย (ยังไม่มีไม้ไต่คู้)  มาตั้งแต่เหรียญเสมาหลังพระพุทธ จ.เชียงรายจัดสร้างรุ่นแรก พ.ศ 2496 ผมเข้าใจดีกว่าในสมัย ร 5 พญามังรายถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเมงราย เพราะว่าอังกฤษจะยึดเอาดินแดนล้านนาของสยามตามบรรพบุรุษกษัตริย์ปกครอง ถึงจะเรียกว่า พ่อขุนเม็งราย หรือ พญามังราย หากจิตใจของเราคิดถึงและสื่อถึงท่านท่านก็รับรู้ได้ ยังมีบันทึกที่สำคัญอยู่ที่พม่าที่เกี่ยวข้องกับตำนานล้านนา 100 เปอร์เซ็นต์ ถูกเก็บไว้ที่พม่าชื่อหนังสือที่ยังไม่ได้แปลจากคนไทยหรือคนเมียงอย่างเรา ชื่อว่าพงศาวดาร zinme (เชียงใหม่) เราอาจจะได้ชื่อเก่าๆ ของวัดโบราณ หนังสือนี้สำคัญมากต่อล้านนา แต่ยังไม่มีใครไปแปลเลย

ยอดเยื่ยมครับท่าน
IP : บันทึกการเข้า

รักษ์กำเมือง....ร่วมส่งเสริมละอ่อนเหนือ อู้กำเมือง....
เชียงรายสถาปนิก'97 รับ ออกแบบ เขียนแบบบ้าน อาคาร รับบริหารงานก่อสร้างและงานระบบทุกประเภท ตรวจสอบอาคาร โดยสามัญวิศวกร สามัญสถาปนิก และ จป.วิชาชีพ
kink77kink
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 870


« ตอบ #12 เมื่อ: วันที่ 28 เมษายน 2018, 18:54:46 »

กดดู เพจนี้ดูดิครับ เหมือนเขาจะสื่อให้เด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่ไม่รู้จัก ล้านนา ที่มีภาษาพูด อ่าน เขียน แต่ คนรุ่นใหม่ ๆ พูด ได้ แต่เขียนและอ่านไม่ได้ มีช่วงหนึ่ง พูดถึง จ.เชียงราย เกี่ยวกับ พญามังราย คนเชียงรายเข้าไปด่าเยอะ โดย ไม่คิด วิเคราะห์ และหาเหตุผลมาต่อสู้กบเจ้าของ เพจ

เข้าไปหาดู

https://www.facebook.com/antithaksinlanna/
IP : บันทึกการเข้า
apiwattano
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #13 เมื่อ: วันที่ 29 เมษายน 2018, 03:18:33 »

กดดู เพจนี้ดูดิครับ เหมือนเขาจะสื่อให้เด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่ไม่รู้จัก ล้านนา ที่มีภาษาพูด อ่าน เขียน แต่ คนรุ่นใหม่ ๆ พูด ได้ แต่เขียนและอ่านไม่ได้ มีช่วงหนึ่ง พูดถึง จ.เชียงราย เกี่ยวกับ พญามังราย คนเชียงรายเข้าไปด่าเยอะ โดย ไม่คิด วิเคราะห์ และหาเหตุผลมาต่อสู้กบเจ้าของ เพจ

เข้าไปหาดู

https://www.facebook.com/antithaksinlanna/

คงไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บน่ะครับ
เห็นคนเรียนรู้ภาษาล้านนาก็ดีใจน่ะ
แต่เหยียดหยามชาติพันธุ์คนล้านนาใช้คำหยาบคาย
ดูไม่เข้าท่าเข้าทางเลย....เสียดายความรู้น่าจะเอามาเผยแพร่ในทางสร้างสรรมากกว่านี้....อาจมีเขียนผิดไปบ้าง
ยอมรับว่าเก่ง(ภาษาล้านนา)แต่เหมือนการที่ระรานสร้างความแตกแยกให้คนในชาติแบ่งสีไม่ทำให้คุณเป็นมนุษย์(ใจสูง)ขึ้นมาได้เลย.......จะแปลเป็นภาษาไทยให้สักวันน่ะครับ


* 30420754_2079082115437213_6899671894856912491_o.png.jpg (101.74 KB, 1765x751 - ดู 390 ครั้ง.)

* 30420112_2078025968876161_2322223451412178772_o.png.jpg (163.17 KB, 1811x811 - ดู 392 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 29 เมษายน 2018, 11:48:29 โดย apiwattano » IP : บันทึกการเข้า
kink77kink
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 870


« ตอบ #14 เมื่อ: วันที่ 05 พฤษภาคม 2018, 21:58:42 »

กดดู เพจนี้ดูดิครับ เหมือนเขาจะสื่อให้เด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่ไม่รู้จัก ล้านนา ที่มีภาษาพูด อ่าน เขียน แต่ คนรุ่นใหม่ ๆ พูด ได้ แต่เขียนและอ่านไม่ได้ มีช่วงหนึ่ง พูดถึง จ.เชียงราย เกี่ยวกับ พญามังราย คนเชียงรายเข้าไปด่าเยอะ โดย ไม่คิด วิเคราะห์ และหาเหตุผลมาต่อสู้กบเจ้าของ เพจ

เข้าไปหาดู

https://www.facebook.com/antithaksinlanna/

คงไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บน่ะครับ
เห็นคนเรียนรู้ภาษาล้านนาก็ดีใจน่ะ
แต่เหยียดหยามชาติพันธุ์คนล้านนาใช้คำหยาบคาย
ดูไม่เข้าท่าเข้าทางเลย....เสียดายความรู้น่าจะเอามาเผยแพร่ในทางสร้างสรรมากกว่านี้....อาจมีเขียนผิดไปบ้าง
ยอมรับว่าเก่ง(ภาษาล้านนา)แต่เหมือนการที่ระรานสร้างความแตกแยกให้คนในชาติแบ่งสีไม่ทำให้คุณเป็นมนุษย์(ใจสูง)ขึ้นมาได้เลย.......จะแปลเป็นภาษาไทยให้สักวันน่ะครับ


อันนี้ มีคน เก่งภาษาล้านนาแปลให้อ่ะครับ

เจ้าของเพจ น่าจะ สื่อในทางแรง ๆ เพื่อให้คนรุ่นใหม่สนใจ  ภาษา วัฒนธรรมของคนเองบ้าง ก่อนที่มันจะหายไปจริง ๆอ่ะครับผม แต่แนวทาง ออกจะ แรง ๆ ไปหน่อย ผมตามเพจแก่มาแรกๆ ก็ ด่า ๆ หลัง ๆ มานั่ง วิเคราะห์ดู ก็ จริงหลาย ๆ เรื่อง ที่ทางเจ้าของเพจบอกกล่าว

อันนี้มีคนแปลให้อ่ะครับ อ่านอาจแรงไปหน่อย ปต่พอคิดดีดี พอเจ้าในความคิดของแก่

//ธัมโมสังโฆเต๊อะอี่คนเมืองแพร่เลือดร้อน กำเก๊ากูมอกเอารูปแผนที่ google map มาลงบ่ดายหื้อตกสะเกิ้ดเรื่องป่าไม้เมืองแพร่ ไปมีอิ ปากันเข้ามาเดือดในเพจกูหยั่งต๊ากโดนขี้เต้าอิ จะแด? ภูมิใจนักแกกา? กับดอยหัวโล้น กำนี้ กูก่อลองจามหยอดเรื่องตัวเมืองตัวธัมม์เหียน่อย ปรากฎว่าพากันมาดิ้นควะดิ้นควาดในเพจกู เอามึงเขาว่าเต้อะอิ กูบ่ไจ้ว่าถ้ามึงอ่านเขียนภาษากำเมืองบ่ได้ มันเป็นย้อนพ่อแม่สูเขาลาสา บ่พากันสอนลูกสอนหลานหื้อเขียนหื้ออ่าน บ่าไปโทษรัฐบาล กาว่าส่วนกลางหีแตดบ่าหลัง มันอยู่ที่ความสนใจของมึงเขานั้นนะ กูอยู่อังกฤษเพ้ ได้ผัวละอ่อนอยู่เพ้ ยังเซาะเรียนเขียนอ่านตัวเมืองได้ ไปก่อนผัวฮ้องอิ กูบ่ขอโทษ บ่ปิดเพจ กูบ่าสำนึก มึงเขานั้นแล ผ่อบ้านตัวเก่าหื้อดี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดก่อชื่อว่าคนรับผิดชอบความรู้ต่อไป บ่ไจ้มัวก้าฟ้อนแอะฟ้อนแอ่น ขอวางลงเต้านี้ก่อนแล ไหว้สาอิ //
IP : บันทึกการเข้า
apiwattano
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #15 เมื่อ: วันที่ 06 พฤษภาคม 2018, 14:44:46 »

เห็นจะจริงอย่างท่านวิเคราะห์น่ะครับ..... kink77kink
ผมก็ว่าไปตามอารมณ์ไปบ้างอยากให้เธอ(น่าจะเป็นหญิง) มาเห็นในบอร์ดนี้น่ะ
หากแรงไปก็ขออภัย...
มาช่วยกันทำให้คนเมืองพูด อ่าน เขียน พิมพ์ฯ(ในคอมพ์)
ให้คนชาติพันธ์ุอื่น ๆ ในประเทศของเราได้รับรู้น่ะครับ

...เจอคนๆนี้ในเวป...
ขออนุญาตนำมาเผยแพร่น่ะครับ
“ภาษาคือความงดงามทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์“


* C360_2018-05-07-01-28-41-142.jpg (421.9 KB, 1114x1457 - ดู 294 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 07 พฤษภาคม 2018, 01:35:31 โดย apiwattano » IP : บันทึกการเข้า
kink77kink
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 870


« ตอบ #16 เมื่อ: วันที่ 07 พฤษภาคม 2018, 20:48:41 »

เห็นจะจริงอย่างท่านวิเคราะห์น่ะครับ..... kink77kink
ผมก็ว่าไปตามอารมณ์ไปบ้างอยากให้เธอ(น่าจะเป็นหญิง) มาเห็นในบอร์ดนี้น่ะ
หากแรงไปก็ขออภัย...
มาช่วยกันทำให้คนเมืองพูด อ่าน เขียน พิมพ์ฯ(ในคอมพ์)
ให้คนชาติพันธ์ุอื่น ๆ ในประเทศของเราได้รับรู้น่ะครับ

...เจอคนๆนี้ในเวป...
ขออนุญาตนำมาเผยแพร่น่ะครับ
“ภาษาคือความงดงามทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์“

คับผม..ภาษาคือสิ่งที่สวยงามครับ ตัวคำเมืองล้านนา เขียนจะสวยงามที่สุดเท่าที่ภาษาในโลกนี้มีมาครับ (ความเห็นส่วนตัว) เจ้าของ เพจ น่าจะผู้ชายครับ ออกไปทางผู้หญิง แต่ยังไม่รู้เป็นใคร แต่คนเหนือ100%
IP : บันทึกการเข้า
apiwattano
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #17 เมื่อ: วันที่ 08 พฤษภาคม 2018, 10:21:11 »

ขอบคุณครับนานหลายเดือนทีเดียว
กว่าที่ได้เพื่อนเสวนาเรื่องภาษาของคนเมิงเฮา
....ผมว่าเจ้าของเพจที่เก่งภาษาคนนี้คือเพศทางเลือก
และไปมีสามีเป็นชาวต่างชาติอยู่ทางแถบยุโรป.....
(ผิดถูกก็ขออภัย...วิเคราะห์จากคำเขียน...ไม่อยากแปลล่ะครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 08 พฤษภาคม 2018, 10:24:11 โดย apiwattano » IP : บันทึกการเข้า
kink77kink
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 870


« ตอบ #18 เมื่อ: วันที่ 08 พฤษภาคม 2018, 21:19:57 »

 คับผม น่าจะเป็นเช่นนั้นครับ ยิ่งวัยรุ่น และล่ะอ่อนสมัยนี้ ท่าบะมีคนเรียนภาษาล้านนา คำเมืองล่ะ ถ้าเขาบะสนใจและชอบอย่างจริงจัง
IP : บันทึกการเข้า
apiwattano
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 313


« ตอบ #19 เมื่อ: วันที่ 08 พฤษภาคม 2018, 22:16:34 »

!!!!!!


* 1525792540182.jpg (33.81 KB, 470x313 - ดู 255 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!