เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 24 ตุลาคม 2018, 13:11:13
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  เรื่องล้านนา ภาษากำเมือง (ผู้ดูแล: Ck 401, ©®*)
| | |-+  แผนภูมิราชวงศ์มังราย (ปรับปรุง 23 พ.ค. 54)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 พิมพ์
ผู้เขียน แผนภูมิราชวงศ์มังราย (ปรับปรุง 23 พ.ค. 54)  (อ่าน 84010 ครั้ง)
เชียงรายพันธุ์แท้
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,033



« เมื่อ: วันที่ 23 กันยายน 2009, 23:09:47 »

อย่างที่เห็นในภาพ นี่คือแผนภูมิกษัตริย์ในราชวงศ์มังราย ซึ่งมีกษัตริย์ 17 องค์ (18 รัชกาล)
รายละเอียดของแต่องค์ ใครสนใจก็เขียนถามมาแล้วกันครับ

ลำดับกษัตริย์ในราชวงศ์มังราย
1. พญามังราย พ.ศ. 1801 - 1854 (53 ปี)
2. พญาไชยสงคราม พ.ศ. 1854 - 1868 (14 ปี)
3. พญาแสนภู พ.ศ. 1868 - 1877 (11 ปี)
4. พญาคำฟู พ.ศ. 1877 - 1879 (2 ปี)
5. พญาผายู พ.ศ. 1879 - 1898 (19 ปี)
6. พญากือนา พ.ศ. 1898 - 1928 (30 ปี)
7. พญาแสนเมืองมา พ.ศ. 1928 - 1944 (16 ปี)
8. พญาสามฝั่งแกน พ.ศ. 1945 - 1984 (39 ปี)
9. พระเจ้าติโลกราช พ.ศ. 1984 - 2030 (46 ปี)
10. พญายอดเชียงราย พ.ศ. 2030 - 2038 (8 ปี)
11. พญาแก้ว พ.ศ. 2038 - 2068 (30 ปี)
12. พญาเกศเชษฐราช (พระเมืองเกษเกล้า) พ.ศ. 2068 - 2081 (13 ปี) ครั้งแรก
13. พญาทรายคำ (ท้าวซายคำ) พ.ศ. 2081 - 2086 (5 ปี)
14. พญาเกศเชษฐราช (พระเมืองเกษเกล้า) พ.ศ. 2086 - 2088 (2 ปี) ครั้งที่ 2
15. พระนางจิรประภา พ.ศ. 2088 - 2089 (1 ปี)
16. พญาอุปเยาว์ (พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช) พ.ศ. 2089 - 2090 (1 ปี)
      ว่างกษัตริย์ พ.ศ. 2090 - 2094 (4 ปี)
17. พญาเมกุฏิสุทธิวงศ์ (พญาแม่กุ) พ.ศ. 2094 - 2107
18. พระนางวิสุทธเทวี พ.ศ. 2107 - 2121 (14 ปี)
*ตั้งแต่ พ.ศ. 2101 ปกครองภายใต้อำนาจพม่าของพระเจ้าบุเรงนอง



วันนี้จะขอใช้ภาษาที่ฟังดูเป็นทางการหน่อยนะครับ
ที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้รับรู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์ผ่านระบบการศึกษาในโรงเรียน
ซึ่งถูกจัดสรรคัดเลือกเนื้อหาโดยกระทรวงศึกษาธิการอับเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลกลาง
ประวัติศาสตร์ที่สอนๆกันอยู่ในโรงเรียนจึงเป็นประวัติศาสตร์กระแสหลัก หรือ ประวัติศาสตร์ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา นั่นเอง
โดยละเลยที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นอื่นๆ ที่ถูกเรียกว่า “บ้านนอก”
ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆรับรู้แต่เพียงอดีตของคนในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
และปราศจากองค์ความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเอง เช่น บุคคลสำคัญในท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น
หรือแม้กระทั่งภาษาท้องถิ่น เป็นต้น ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้นับวันจะยิ่งสูญหายไปตามคนรุ่นเก่า

เอาง่ายๆ แค่เรื่องพญามังราย (พ่อขุนเม็งรายของหลายๆท่าน)
เรารู้ว่าพญามังรายสร้างเมืองเชียงราย ฝาง พร้าว และเชียงใหม่
เรารู้ว่าเป็นกษัตริย์
แต่เรารู้จักลูกหลานของพญามังรายหรือเปล่า
รู้จักครอบครัวของพญามังรายหรือเปล่า
คำตอบคือไม่
คนส่วนใหญ่ไม่รู้ เพราะไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้โดยตรง และไม่มีเรื่องนี้ในแบบเรียนประวัติศาสตร์
ตรงกันข้ามเรากลับรับรู้เรื่องราวของผู้นำอาณาจักรสุโขทัย อยุธยา หรือกรุงเทพฯ มากกว่าเสียอีก
 
“เห็นแล้วสมเพชใจว่ะ” ไอ้ X เพื่อนคนหนึ่งของผมพูด
“ช่างแม่ง มึงก็รู้นี่หว่าว่าวิชาสายสังคมมันเอาไปหากินไม่ได้ สู้เรียนเคมี ฟิสิกส์ เป็นหมอเป็นวิศวะไม่ได้”
เออ... ก็จริงของมัน


สรุปก็คือ เอาเรื่องประวัติศาสตร์ล้านนามาลงในเน็ตดีกว่า เผื่อคนที่สนใจจะได้อ่าน


* Mangrai_01.JPG (124.1 KB, 587x1325 - ดู 32739 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 23 พฤษภาคม 2011, 21:59:34 โดย เชียงรายพันธุ์แท้ » IP : บันทึกการเข้า
คำปันเกย
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 847



« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 23 กันยายน 2009, 23:35:57 »

ดูตามแผนผังที่ให้มา
ก็รู้จัก/เคยได้ยิน ไม่ครบทุกองค์

เริ่มที่
ขอรายละเอียดเกี่ยวกับพระนางจิระประภา ก็แล้วกัน

และขอรณรงค์เรียก พญามังราย
..อนุเสาวรีย์พญามังราย
..ห้าแยกพญามังราย
IP : บันทึกการเข้า

ของล้ำค่าสำหรับคนหนึ่งก็อาจเป็นสิ่งไร้ค่าสำหรับอีกคน หรือสิ่งไร้ค่าสำหรับคนหนึ่ง ก็อาจเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับอีกคนหนึ่งเช่นกัน
เชียงรายพันธุ์แท้
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,033



« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 24 กันยายน 2009, 23:16:24 »

พระนางเจ้าจิรประภามหาเทวี (พ.ศ. 2088-2089)

พระนางเจ้าจิรประภามหาเทวี หรือ ที่เรียกพระนามสั้นๆว่า พระนางจิรประภา ทรงเป็นพระราชธิดาในพระเมืองเกษเกล้า กษัตริย์ในแผ่นดินล้านนา ลำดับที่ 12 พระนางฯ ได้ปกครองเชียงใหม่ต่อจากพระราชบิดา ในสมัยของพระนางฯ อาณาจักรล้านนาเกิดการระส่ำระสายเนื่องจากบ้านเมืองเกิดการแย่งอำนาจระหว่างขุนนางกับเจ้านาย ประกอบกับทั้งมีข้าศึกจากภายนอกมารุกราน ทั้งกองทัพเมืองต่างๆในรัฐฉาน และอยุธยาซึ่งตรงกับรัชสมัย “สมเด็จพระไชยราชาธิราช” ทัพมาถึงเชียงใหม่ ในสมัยของพระนางฯ บ้านเมืองอ่อนแอมากมีศึกสงครามขนาบทั้งทิศเหนือและใต้ พระนางฯปกครองบ้านเมืองเพียงแค่เพียงปีเศษก็ได้สละราชบัลลังก์แก่ สมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พระราชนัดดา (หลาน) แห่งอาณาจักรล้านช้าง

สถานการณ์ทางการเมืองในอาณาจักรล้านนา

ตอนพญาเกศเชษฐราช พระราชบิดา ครองราชย์ครั้งแรกนั้น พระองค์มีนโยบายที่จะรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้ขุนนางกลุ่มหนึ่งซึ่งมี “หมื่นสามล้าน” เป็นผู้นำไม่พอใจ ขุนนางกลุ่มนี้จึงคิดก่อการกบฏ แต่พญาเกศฯทรงทราบเสียก่อน หมื่นสามล้านถูกประหารชีวิต จึงยิ่งเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น กระทั่ง พ.ศ.2081 พญาเกศฯก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งกษัตริย์และถูกส่งไปครองเมืองน้อย ส่วนเมืองเชียงใหม่นั้นขุนนางได้ตั้งท้าวซายคำขึ้นเป็นกษัตริย์แทน แต่พระองค์ครองราชย์ได้เพียง 5 ปี ก็ถูกปลงพระชนม์ เมื่อ พ.ศ.2086 แล้วขุนนางก็ไปเชิญเสด็จพญาเกศมาปกครองเมืองเชียงใหม่ อีกครั้งหนึ่ง แต่อีก 2 ปีต่อมา คือ พ.ศ.2088 พญาเกศฯก็ถูกขุนนาง ซึ่งมี “แสนคราว” เป็นผู้นำปลงพระชนม์

ในช่วงที่แผ่นดินล้านนาว่างกษัตริย์นี้ บ้านเมืองมีแต่ความวุ่นวาย ขุนนางแตกแยกเป็นหลายกลุ่ม และต่างก็แย่งชิงอำนาจกัน โดยพยายามสนับสนุนคนของตนขึ้นเป็นกษัตริย์ แต่ในที่สุด “กลุ่มเชียงแสน” ซึ่งประกอบด้วย เจ้าเมืองเชียงแสน เจ้าเมืองเชียงราย เจ้าเมืองลำปาง และเจ้าเมืองพาน สามารถกำจัด “กลุ่มแสนคราว” ได้ จึงได้ไปเชิญเสด็จ “พระไชยเชษฐาธิราช” แห่งอาณาจักรล้านช้าง มาเป็นกษัตริย์เชียงใหม่


พ.ศ.2088 ระหว่างรอการเสด็จมาของพระไชยเชษฐาอยู่นี้ บรรดาขุนนางได้เชิญมหาเทวีจิรประภาขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองเชียงใหม่ สันนิษฐานว่าขณะนั้นพระนางคงมีพระชนมายุราว 45 ชันษา

พ.ศ.2088 พระไชยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยายกทัพมาตีเชียงใหม่ มหาเทวีเห็นว่าจะสู้ไม่ได้ จึงใช้ยุทธวิธีแต่งบรรณาการไปถวายและต้อนรับด้วยสัมพันธไมตรี โดยเชิญเสด็จพระไชยราชาประทับที่เวียงเจ็ดลิน (ปัจจุบันอยู่บริเวณสวนสาธารณะติดๆกับสวนสัตว์เชียงใหม่) ทำให้เชียงใหม่รอดพ้นจากภัยสงครามไปได้
ต่อมา ในปลายปี พ.ศ.2088 นั้นเอง กองทัพจากเมืองนายและเมืองยองห้วย (อยู่ในรัฐฉาน) ยกมาตีเชียงใหม่ มหาเทวีสั่งให้กองทัพเชียงใหม่สู้ศึกเต็มที่ ข้าศึกล้อมเชียงใหม่นานเดือนเศษ จึงล่าถอยไป

เนื่องจากในช่วงปีนี้มีข้าศึกยกทัพมาประชิดถึง 2 ครั้ง ทำให้มหาเทวีต้องขอกำลังจากล้านช้างให้มาช่วย ซึ่งกองทัพล้านช้างก็ได้ช่วยทำศึกอย่างเต็มความสามารถ โดยใน พ.ศ.2089 พระไชยราชาได้ยกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่และลำพูนอีกครั้ง มหาเทวีพยายามเจรจาขอเป็นไมตรี แต่ไม่สำเร็จ เมืองลำพูนถูกตีแตก ในขณะที่เมืองเชียงใหม่สามารถต้านทัพอยุธยาไว้ได้ กองทัพอยุธยาจึงล่าถอยไป
“ศึกครั้งนี้ พระไชยราชาโดนปืนยิงเดี้ยง กลับไปตายที่อยุธยา”

ปลายปี พ.ศ.2089 หลังศึกสงครามกับอยุธยา เมื่อพระไชยเชษฐาธิราชเสด็จมาถึงเชียงใหม่ มหาเทวีจิรประภา ในฐานะผู้รั้งเมือง จึงทรงสละราชสมบัติทันที และเมื่อพระไชยเชษฐาเสด็จกลับเพื่อไปครองล้านช้าง ในปี พ.ศ.2090 พระองค์หวังจะให้มหาเทวีรักษาเมืองอีกครั้ง แต่พระนางปฏิเสธ

ไม่ปรากฏในหลักฐานใดๆ ว่ามหาเทวีจิรประภาสิ้นพระชนม์เมื่อใด อย่างไรก็ตาม อาจกล่าวได้ว่า แม้จะเป็นเวลาเพียงปีเศษ ที่พระนางได้ปกครองเมืองเชียงใหม่ แต่พระนางก็สามารถรักษาเมืองให้รอดพ้นจากภัยพิบัติได้ ทั้งนี้ก็พราะความรู้ความสามารถของพระนางนั่นเอง

อ้างอิง
พระรัตนปัญญาเถระ, ชินกาลมาลีปกรณ์.
ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่
สรัสวดี อ๋องสกุล, ประวัติศาสตร์ล้านนา. กรุงเทพฯ :อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์,2539
th.wikipedia.org
http://www.sri.cmu.ac.th/~maeyinglanna/main2/main3.php

...

เหตุการณ์ในดินแดนอื่นๆสมัยพระนางจิระประภา

พ.ศ.2088
จีน – เกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ในสมัยราชวงศ์หมิง บริเวณมณฑลเหอหนาน

อเมริกาใต้ – มีการค้นพบแร่เงินจำนานมหาศาลที่เมือง Potosi อาณานิคมของสเปน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศโบลิเวีย)

พ.ศ.2089
อังกฤษ – พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ทรงสถาปนาวิทยาลัยทรินิตี้ (Trinity College) อันเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) และวิทยาลัย Christ Church อันเป็นส่วนหนึ่งของ มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด  (University of Oxford) วิทยาลัยทั้งสองแห่งสอนเกี่ยวกับเทววิทยา ปรัชญา และศาสนา

อิตาลี – "ไมเคิลแองเจโล" ออกแบบมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในวาติกัน และอาคารอื่นๆในกรุงโรม

อเมริกากลาง – กองทัพสเปนพิชิตคาบสมุทรยูคาตัน (ในเม็กซิโกปัจจุบัน)


* ID_38079.jpg (64.41 KB, 345x572 - ดู 23897 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า
เชียงรายพันธุ์แท้
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,033



« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 24 กันยายน 2009, 23:19:05 »

บทวิเคราะห์

ถ้ามาพิจารณาให้ดีเราจะเห็นได้ว่า ช่วงปลายสมัยราชวงศ์มังรายนั้นเกิดวิกฤติทางการเมือง กล่าวคือ กลุ่มขุนนางมีอำนาจเหนือกษัตริย์ โดยสามารถแต่งตั้งหรือปลดกษัตริย์ได้ตามควมพอใจของตน เรียกกันว่าขุนนางกลุ่มไหนมีอำนาจก็จะตั้งให้เชื้อพระวงศ์คนของตนขึ้นเป็นกษัตริย์ แต่พออยู่ๆไป เกิดขัดผลประโยชน์กัน หรือกษัตริย์แข็งข้อ ก็จัดการปลงพระชนม์ แล้วตั้งหุ่นเชิดตัวใหม่เป็นกษัตริย์แทน

เอ่อ... นักการเมืองสมัยนี้ก็ยังมีวัฒนธรรมจาอี้อยู่เน้อ

อย่างกรณี พญาเกษเชษฐราช (พระราชบิดาพระนางจิระประภา) และท้าวทรายคำ (พระเชษฐา / อนุชา) ทั้งสองต่างถูกขุนนางปลงพระชนม์ ซึ่งก่อนขึ้นครองราชย์ ทั้งสองพระองค์เป็นเพียงเจ้าบ้านนอก ที่ครองเมืองเล็กๆในหุบเขาชายแดนอาณาจักร ไม่มีฐานทางการเมืองในเชียงใหม่ แต่บังเอิญถูกดึงตัวเข้ามาเป็นกษัตริย์ ซึ่งแน่นอน กลุ่มขุนนางที่ดึงตัวมา ก็ย่อมมีอำนาจเหนือกษัตริย์ พอภายหลังตอบสนองความต้องการของเหล่าขุนนางไม่ได้ ขุนนางก็อ้างว่าไม่อยู่ในทศพิศราชธรรมบ้างล่ะ ทรงวิกลจริตบ้างล่ะ แล้วจัดการปลงพระชนม์ซะเลย
พระนางจิระประภาตระหนักถึงสถานการณ์ทางการเมืองในอาณาจักรล้านนาดี ไหนจะศึกใน แล้วยังจะมีศึกอีก โดยเฉพาะอยุธยา ดังนั้นเราจึงไม่ต้องแปลกใจที่เห็นพระนางยอมประณีประนอมกับพระไชยราชา ในคราวที่อยุธยายกทัพมาตีเชียงใหม่
(เราจะเห็นฉากนี้ในหนังเรื่อง สุริXXX ที่พระเจ้าพงพัด เจอกับราชินีเพ็นเพ็ด)

นักวิเคราะห์การเมืองเชื่อว่า การที่พระนางจิระประภาได้ขึ้นครองราชย์นั้นทรงเป็นเพียงผู้นำขัดตาทัพเท่านั้น เพื่อรอ “พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช” จากล้านช้าง ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากขุนนางเชียงใหม่กลุ่มนิยมล้านช้าง ซึ่งขณะนั้นมีบทบาทโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่นๆ
IP : บันทึกการเข้า
SupakaN
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 169



« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 25 กันยายน 2009, 10:10:37 »

ขอบคุณมากคับที่นำมาเล่าเป็นวิทยาทานผมชอบและรู้สึกภูมิใจ๋ขนาดเลย แล้วก็เจ้าของกระทู้นี้ก็สุดยอดหนาคับผม นับถือ  ยิงฟันยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า
คำปันเกย
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 847



« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 28 กันยายน 2009, 18:58:01 »

เข้ามาอ่านแล้ว

ขอบคุณ คุณเชียงรายพันธ์แท้
IP : บันทึกการเข้า

ของล้ำค่าสำหรับคนหนึ่งก็อาจเป็นสิ่งไร้ค่าสำหรับอีกคน หรือสิ่งไร้ค่าสำหรับคนหนึ่ง ก็อาจเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับอีกคนหนึ่งเช่นกัน
Lavieenrosecri
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 03 ตุลาคม 2009, 15:15:53 »

นับถือๆ คุณเชียงรายพันธุ์แท้จริงๆ มีความรู้มาให้ศึกษาได้ตลอด
IP : บันทึกการเข้า
อิสรชน
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 887


จอหงวนล้านนา @ E23MHC


« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 04 ตุลาคม 2009, 23:56:18 »

ขอบคุณครับ ขอคุณมากๆเลย เรื่องประวัติศาสตร์ ไทย และล้านนาเฮานี่มันตึงน่าค้นหาขนาดเลยเน๊อะครับ   ..........  ผมชอบคับ .........
IP : บันทึกการเข้า
Big easy
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 27 ตุลาคม 2009, 11:03:09 »

ขอบคุณมากครับที่ มีความรู้ดีๆ มากบอกเล่า
IP : บันทึกการเข้า
taekeuk_poomse
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 27 ตุลาคม 2009, 13:15:29 »

และจะมีใครทราบบ้างมั้ยครับ ว่าในราชวงค์มังรายนี้ ยังมีพระมหากษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่และแผ่ขยายอาณาจักรล้านนาออกไปให้กว้างใหญ่ไพศาล ไปจรดเมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนา และเมืองเชียงชื่นสุโขทัย และทำสงครามกับ พระบรมไตรโลกนาถแห่งอยุธยา อย่างขับเคี่ยวสูสี จนสุดท้ายฝ่ายโน้นก็คิดเองเออเองว่า ฝ่ายล้านนาแพ้  พระมหากษัตริย์พระองค์นั้นก็คือ "พระเจ้าติโลกราช" ยังไงล่ะครับ ขนาดจอมจักรพรรดิ์จีนแห่งราชวงค์หมิงยัง ทรงยกย่องพระเจ้าติโลกราชเป็นจอมจักรพรรดิ์ผู้พิชิตแห่งทิศตะวันตก แต่ประวัติศาสตร์สมัยนี้ ไม่ได้กล่าวถึงพระองค์ไว้เลย กล่าวถึงแต่พญามังรายซึ่งเป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงค์มังรายเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ผมถามเพื่อนผมที่โตมาด้วยกัน ว่ารู้จักพระเจ้าติโลกราชรึเปล่า มันตอบว่ายังไงรู้มั้ยครับ มันย้อนถามผมว่า"มีด้วยเหรอ กษัตริย์เชียงใหม่พระองค์นี้ ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเลย" ได้ยินแบบนี้ แป่วววววว เลยครับ เหอๆๆๆ แต่ไม่รู็ว่าเด็กสมัยนี้จะรู้จักมั้ยนะครับ 5555555

กึ๊ดแล้วอดไค่หัวบ่าได้ 5555555


ปล: เสริมแห๋มน้อย ทีประวัติศาสตร์ชาติสยามนี้ เอามาแป๋ง หนัง แป๋งเอา แป๋งเอา แต่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของทุกภาคนี้ บ่ค่อยจะมีเลย เข็ดแต๊เฮา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 27 ตุลาคม 2009, 13:19:38 โดย เมื่อน้อยอยู่เจียงใหม่ เมื่อใหญ่อยู่เมียงน่าน » IP : บันทึกการเข้า
koon5201
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: วันที่ 29 ตุลาคม 2009, 13:43:15 »

เคยได้ยินว่าพญามังราย ทรงสังหารลูกในใส้ ของตนเอง ไม่ขุนเครือ ก็ ขุนครามนี่แหละ
IP : บันทึกการเข้า
เชียงรายพันธุ์แท้
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,033



« ตอบ #11 เมื่อ: วันที่ 29 ตุลาคม 2009, 21:39:30 »

เคยได้ยินว่าพญามังราย ทรงสังหารลูกในใส้ ของตนเอง ไม่ขุนเครือ ก็ ขุนครามนี่แหละ

พญามังรายส่งอ้ายเผียนไปลอบสังหาร "ขุนเครื่อง" โอรสองค์โตครับ เนื่องจากขุนเครื่องทรงเชื่อคำยุยงของขุนไสเรียง ที่ให้คิดก่อกบฏต่อพระราชบิดา

"ขุนคราม" โอรสองค์รอง ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์มังราย พระนามว่า พญาไชยสงคราม

ส่วน "ขุนเครือ" ได้ปกครองเมืองนายในรัฐฉาน ต่อมาก่อกบฏในสมัยพญาไชยสงคราม จึงถูกจับขังไว้จนสิ้นพระชนม์ที่เชียงใหม่ ปัจจุบันคือบริเวณแจ่งกู่เฮือง-สวนบวกหาด เมืองเชียงใหม่
IP : บันทึกการเข้า
ขวดแก้ว
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49


« ตอบ #12 เมื่อ: วันที่ 13 พฤศจิกายน 2009, 22:45:27 »

จาวล้านนามีภาษาพูดอ่านเขียน
ที่เป็นของเราเอง
น่าจะเป็นประเทศของเราเลย
ขนบธรรมเนียมประเพณีประวัติศาสตร์ของเราก็มี
เรามีเอกลักษณ์เป็นของเรา
ตอนนี้ภาษาล้านนาคนสมัยนี้ไม่รู้เลยว่าเขียนอ่านอย่างไร
ภาษาพูดก็กะลังจะหายไปสักวันละก้า
IP : บันทึกการเข้า
taekeuk_poomse
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: วันที่ 14 พฤศจิกายน 2009, 11:00:03 »


พิมพ์ผิดกะขอสูมาเต๊อะ อายุปอจะ 30 แล้ว ก้าหามาหัดอ่านหัดเขียนเมื่อลูนนิ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 14 พฤศจิกายน 2009, 11:04:46 โดย เมื่อน้อยอยู่เจียงใหม่ เมื่อใหญ่อยู่เมียงน่าน » IP : บันทึกการเข้า
warriors
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: วันที่ 14 พฤศจิกายน 2009, 15:10:05 »

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมพระปรีชาของพระเจ้าติโลกราช มหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แถมองค์หนึ่ง นับจากพญามังราย
จริงๆ แล้วผมกะว่าจะเขียนเรื่องของพระเจ้าติโลกราชก่อน (เรื่อง ราชาผู้พิชิตแห่งปัจจิม)
กะจะหื้อทันงานชาตกาล 600 ปี เพราะข้อมูลตัวละครต่างๆ พร้อมหมดแล้ว
แต่บ่มีเวลาเขียน และคิดว่าคงบ่ทัน
ก็เลยยกไปเป็น ลานนา ภาค ราชาผู้พิชิตแห่งปัจจิม
สาเหตุที่มาเขียนเรื่อง ลานนา ภาค ปฐมบทก่อน เพราะว่าผู้อ่านจะได้ติดตามอ่านอย่างต่อเนื่องครับ
และผู้เขียนก็จะได้บ่หลงทาง อิอิ

แวะมาแอ่วกระทู้ ท่านเชียงรายพันธุ์แท้ครับ  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
taekeuk_poomse
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: วันที่ 15 พฤศจิกายน 2009, 09:46:29 »

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมพระปรีชาของพระเจ้าติโลกราช มหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แถมองค์หนึ่ง นับจากพญามังราย
จริงๆ แล้วผมกะว่าจะเขียนเรื่องของพระเจ้าติโลกราชก่อน (เรื่อง ราชาผู้พิชิตแห่งปัจจิม)
กะจะหื้อทันงานชาตกาล 600 ปี เพราะข้อมูลตัวละครต่างๆ พร้อมหมดแล้ว
แต่บ่มีเวลาเขียน และคิดว่าคงบ่ทัน
ก็เลยยกไปเป็น ลานนา ภาค ราชาผู้พิชิตแห่งปัจจิม
สาเหตุที่มาเขียนเรื่อง ลานนา ภาค ปฐมบทก่อน เพราะว่าผู้อ่านจะได้ติดตามอ่านอย่างต่อเนื่องครับ
และผู้เขียนก็จะได้บ่หลงทาง อิอิ

แวะมาแอ่วกระทู้ ท่านเชียงรายพันธุ์แท้ครับ  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


จริงๆแล้วพระราชประวัติของพระเจ้าติโลกราช นั้น ถ้าคิดจะเอามาทำเป็นภาพยนต์อิงประวัติศาสตร์ ก็ยังได้เลยนะครับ เหมือนเรื่อง ตำนานสมเด็จฯ ของ คนไทยใต้(กทม.)นั่นปะไร
   
  คนไทยใต้เอง สมัยนี้ก็คงมองพระมหากษัตริย์ของ ล้านนาว่าเป็นแค่ เจ้าครองแคว้นเล็กๆเท่านั้น ไม่ได้เห็นความสำคัญอะไรมากมาย  แถม ยังพาล เข้าใจผิด คิดว่า คำว่า "พญา" ที่ใช้เรียกพระมหากษัตริย์ของเรานั้น มียศเพียงแค่ "พระยา" หรือ เจ้าเมือง อะไรทำนองนั้น ทั้งที่สมัยนั้นอาณาจักรล้านนา ได้ขยายออกไปกว้างไกลถึงไหนแล้วไม่รู้ สมมุติว่า ถ้าเรา ยังมีอำนาจเหนือพม่าและยังเป็นใหญ่ใน ภูมิภาคตะวันตก มาจนถึงทุกวันนี้ ผมว่า ล้านนา คงจะเป็นประเทศหนึ่งที่เทียบเท่า เมืองใต้แน่นอน (ฝันลมๆแล้งๆไปอย่างนั้นแหละ)

   เรื่องราวของพระเจ้าติโลกราช ถ้าใครได้อ่าน แล้วจะรู้ว่า ค่อนข้างที่จะโลดโผน และ น่าทึ่ง ในพระปรีชาสามารถของพระองค์เป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องการได้รับการยกย่องจากฮ่องเต้ราชวงค์หมิงให้เป็นราชันย์ผู้พิชิตแห่งตะวันตก หรือแม้กระทั่ง การจัดทำสังคายณาพระไตรปิฎก เป็นครั้งแรกในภูมิภาคนี้ เห็นมั้ยว่า พระปรีชาสามารถของพระองค์ไม่แพ้ กษัตริย์ของเมืองใต้เลย(อาจจะมากกว่า) แถมถ้าเอามาสร้างหนังจริง ก็ยังผูกเรื่องเข้าหากันได้ด้วย เพราะ ในตำนาน ในช่วงยี่สิบกว่าปี ก็ทำสงครามกับ เมืองใต้ ตลอด แต่สุดท้ายมาก็ มาเป็นไมตรีกัน ถ้ามาทำเป็นหนังฟอร์มยักษ์ก็ไม่น่าจะกระทบกระเทือนคนไทยทั้งสองภาค ทั้ง ล้านนาเรา และเมืองใต้   ผมว่า ให้คุณวาริเออ เขียนบท แล้วส่งไปให้ท่านมุ้ย ท่าจะดีนะครับ อะฮ้าาา   
IP : บันทึกการเข้า
warriors
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: วันที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 19:39:23 »

เรื่องราวความเป็นล้านนานั้น สำหรับผมแล้วย่อมมีความภาคภูมิใจอยู่ในสายเลือดครับความฝันของผมก็ เหมือนอย่างที่คุณเมื่อน้อยฯ อยากให้เรื่องราวล้านนาได้ทำเป็นภาพยนตร์นั่นแหละครับ อิอิ คิดอยากทำหนังเกี่ยวกับล้านนาครับ ซึ่งก็ไม่ย่อท้อ จึงเริ่มต้นจากการเขียนนิยายก่อนครับ อนาคตจะก้าวไปอย่างไร ก็เป็นความฝันที่กำลังเริ่มทำไปด้วยครับ อิอิ แต่แง้มๆ ว่า เป็นไปได้มากครับที่จะมีโอกาสได้เห็น
  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 03 ธันวาคม 2009, 11:05:24 โดย warriors » IP : บันทึกการเข้า
lannaboy
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #17 เมื่อ: วันที่ 31 ธันวาคม 2009, 05:22:31 »

ขอบคุณจาดนักครับ สำหรับความรู้ที่ให้มา
IP : บันทึกการเข้า
salao
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 266



« ตอบ #18 เมื่อ: วันที่ 09 มกราคม 2010, 09:44:46 »

พญาติโลกราชนั้นล้มพระราชบิดาขึ้นเป็นกษัตริย์
เพราะตัวพระองค์ไม่ใช่โอรสในลำดับสืบทอดราชบัลลังก์
แน่นอนว่าก็ต้องล้มพระเชษฐาองค์อื่นด้วย
เรียกว่าปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ก็คงพอได้

พระองค์ทรงเชี่ยวชาญการรบ
ทรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ได้ทรงเป็นเจ้าภาพสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก ที่วัดเจ็ดยอด เชียงใหม่
และได้เป็นผู้บูรณะพระเจ้าทองทิพย์องค์ใหญ่ ที่เมืองน่านด้วย
แต่ด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนานั้นเอง
จึงพ่ายต่อกลของไส้ศึกอยุธยา แต่ปลอมมาเป็นพระธุดงค์
ถึงขนาดยอมโค่นต้นนิโคธ ที่เป็นศรีเมืองลงไป(ตามผังจักรวาล ที่มีวัดเจดีย์หลวงเป็นศูนย์กลาง)
และเมื่อรู้ความจริงก็เสียพระทัยมาก เหตุการณ์หลังจากนั้นทิ้งให้ผู้สนใจลองหาข้อมูล..
พระบรมอัฐิของพญาติโลกราช ตอนนี้ก็อยู่ที่วัดเจ็ดยอด เชียงใหม่นั้นเอง

ส่วนเรื่องพระไชยเชษฐาธิราชที่มีการกล่าวถึง
ลองแกะดูดีๆ นะครับ อาจมีข้อมูลที่บิดเบือนไป
พระไชยเชษฐาธิราชนี้เอง ที่นำเอาพระแก้วมรกต พระแก้วขาว พระพุทธแซกคำ และองค์อื่นๆ ไปล้านช้าง
ซึ่งขณะนั้นเมืองหลวงยังตั้งอยู่ที่หลวงพระบาง
ก่อนจะย้ายเมืองหนีบุเรงนองไปเวียงจันทน์
และมาถูกสยามยึดได้สมัยพระเจ้าตาก โดยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก(ร.1)
ร.1 ก็ไปเอาพระมาหลายองค์ รวมถึงพระแก้วมรกต พระแก้วขาว และพระบาง
พระแก้วขาวก็ส่งคืนเชียงใหม่(ตอนนี้อยู่ที่วัดเชียงมั่น)
พระบางส่งคืนล้านช้าง หรือลาว(ด้วยความเชื่อว่าเป็นอริกับพระแก้วมรกต ตามกุศโลบายที่ขุนนางลาวเพ็จทูล)

เอาเท่านี้ก่อนครับ ไว้สนทนากันต่อเมื่อมีประเด็นอื่นๆ
IP : บันทึกการเข้า

ติดต่ออีเมล์ jchairit@gmail.com โทร 086-5283895 ติดต่อ วิภู
Line ID: wipoochairit
https://www.facebook.com/ChiangmaiJade
salao
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 266



« ตอบ #19 เมื่อ: วันที่ 09 มกราคม 2010, 09:48:38 »

ป.ล.ที่มีเรียกว่า "พระเจ้า" นำห้าชื่อ
ก็เกิดจากความเชื่อเรื่องศาสนาเหมือนกันครับ
IP : บันทึกการเข้า

ติดต่ออีเมล์ jchairit@gmail.com โทร 086-5283895 ติดต่อ วิภู
Line ID: wipoochairit
https://www.facebook.com/ChiangmaiJade
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!