เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 02 สิงหาคม 2014, 11:29:31
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

++ คลิกที่นี่ เพื่อดูความเคลื่อนไหวในเว็บบอร์ด รายงานผลแบบอัตโนมัติ ทุกๆ 1 นาที++

.:: กฏกติกา ระเบียบการใช้งานเว็บไซต์เชียงรายโฟกัสดอทคอม ขอให้สมาชิกและผู้ใช้บริการทุกท่านโปรดอ่านทำความเข้าใจ ก่อนที่จะใช้งาน ::.


+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  งานบ้านงานครัว คลีนิค ถามหมอ เรื่องสุขภาพ (ผู้ดูแล: แชทซาโนย่า กอยุ่ง~*-.)
| | |-+  เส้นผมบังภูเขา
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] 3 4 พิมพ์
ผู้เขียน เส้นผมบังภูเขา  (อ่าน 10903 ครั้ง)
Da่ geิ ลูกครึ่งขาว
ระดับ:อนุบาลคันปาก
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 577



« ตอบ #20 เมื่อ: วันที่ 22 กรกฎาคม 2012, 17:53:42 »

มีเรื่องอยากสอบถามคุณหยินหยาง เกี่ยวกับ สภาวะไตอ่อนแอ เคยหาอ่านในกูเกิ้ลแล้ว แ่ต่อยากได้ทราบถึงข้อควรปฏิบัติต่อผู้ป่วย แนวทางการรักษา ยารักษา ทั้งแพทย์แผนตะวันตก และแพทย์แผนจีน และสามารถรักษาได้ที่ไหนบ้าง สถานพยาบาล อยากทราบครับ
IP : บันทึกการเข้า

~When U walk,through a storm.Hold you head up  high And don't be afraid of the dark.At the end of the storm there's a golden sky. Walk on, With hope in your heart. and YOU'LL NEVER WALK ALONE
หยินหยาง
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #21 เมื่อ: วันที่ 22 กรกฎาคม 2012, 20:03:41 »

สภาวะใตพร่องมักจะไม่มีแรงขับปัสสาวะหรือเบ่งบังคับสั้งการความแรงไม่ได้มักจะมีอาการบวมน้ำ ปวดเอวเรื้อรัง หนังใต้ตาหย่อนเหนื่อยง่าย หนักเนื้อตัว ใบหูดำซีดเหี่ยวเพราะหูสะท้อนสภาพใต การรักษาจริงแล้วตอบยากเพราะใตที่มีปัญหาอ่อนแอนั้นเกิดจากสภาวะอะไรเป็นตัวนำ หยินนำร่างกายเย็นก็รักษาวิธีหนึ่ง หยางร้อนใตร้อน พ่วงไปถึงตับร้อนด้วยก็ต้องรักษาอีกวิธีหนึ่ง ก่อนรักษาก็ต้องตรวจดูคนไข้ก่อนว่าสภาพร่างกายของเขาเป็นอย่างไรสภาวะในแกร่งหรือพร่อง อะไรเป็นสาเหตุหลักของโรค และร่างกายรับยาได้มากแค่ใหน ถ้าร่างกายอ่อนแอก็ต้องบำรุงร่างกายก่อนแล้วค่อยๆรักษาใตไปแบบเบาๆถ้าไม่วิเคราะห์ให้ดีก่อนยาแรงเกินไปร่างกายไม่พร้อมอาจน็อกได้ แต่บางครั้งเรื่องใตผมอยากให้ไปตรวจค่าใต ใขมันในเลือด ความดัน เพื่อวิเคราะห์แนวทางในการรักษาที่ดีที่สุด ผมพยายามใช้เหตุผลกับความจริงในการตรวจโรคเสมอไม่ใช้อารมณ์ร่วมกับการแพทย์แผนใดเน้นความชัดเจนสมเหตุผลและได้ผลแน่นอนมากกว่า ถ้าอยากรักษาใตอ่อนแรง ขอร้องไปทำตามที่ผมบอกก่อนแล้วให้หมอจีนทำการจับชีพจร เช็คกำลังของใต ตรวจสภาวะใบหู ตรวจสภาพร่างกาย รักษาตามลำดับความสำคัญของอาการ แล้วทำการบำรุงร่างกายให้เข้าสู่สภาวะสมดุลก็จะค่อยๆดีขึ้นนะครับ ในเชียงรายผมต้องขอโทษจริงๆผมไม่รู้ว่ามีหมอทางนี้อยู่มั้ย แต่ถ้าเป็นเชียงใหม่ก็คุณหมออำนวย เฟื่องฟูกิจการ อยู่บ้านม้งดอยปุยเก่งมากทีเดียวครับ แต่ตอนนี้ไปรักษาคนใข้ที่อเมริกายังไม่กลับจะกลับกลางเดือนหน้า หรือกรุงเทพก็คลีนิกแผนจีนรุ่งสุริยาการแพทย์ขางวัดไตรมิตรเยาวราช หรือไม่งั้นก็ขอสอบถามพรรคพวกดูก่อนว่ามีที่ใหนบ้างที่ดีจริงๆไม่หลอกลวง.... ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
Da่ geิ ลูกครึ่งขาว
ระดับ:อนุบาลคันปาก
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 577



« ตอบ #22 เมื่อ: วันที่ 22 กรกฎาคม 2012, 20:15:57 »

ขอบพระคุณจริง ๆ ที่ช่วยแนะนำครับ  เจ๋ง เจ๋ง เจ๋ง
IP : บันทึกการเข้า

~When U walk,through a storm.Hold you head up  high And don't be afraid of the dark.At the end of the storm there's a golden sky. Walk on, With hope in your heart. and YOU'LL NEVER WALK ALONE
หยินหยาง
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #23 เมื่อ: วันที่ 25 กรกฎาคม 2012, 17:55:42 »

วันนี้ขอคุยเรื่องโรคภูมิแพ้อากาศเป็นขี้มูกทุกทีเมื่ออากาศเปลี่ยนหายใจไม่ค่อยอิ่ม ปรกติภูิมแพ้จริงจะแสดงอากาศในหน้าฝนชัดเจนและหน้าหนาวประปรายแต่หน้าร้อนจะไม่เป็นอากาศยิ่งร้อนยิ่งสุขภาพดี เพราะว่าปรกติแล้วสภาวะเหล่านี้เกิดมาจากอาการที่ร่างกายมีความเย็นชื้นมากเกินไปหรือทางแผนจีนว่าหยินมันมากหยางมันน้อยมันไม่สมดุล สังเกตุได้ง่ายพอหน้าร้อนอากาศร้อนเข้ามาช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายอุ่นขึ้นหายใจโล่งโปร่งทันทีภูมิแพ้สงบศึกไปเลยชั่วคราว แต่พอฝนตกอากาศเย็นชื้นเข้ามาข้าศึกโจมตีทันที หายใจฝืดเหนื่อยง่าย เพลีย มองกันชัดๆเห็นกันง่ายไม่ต้องไปกินยาภูมิแพ้จนวันตายหรอกครับ แค่ปรับพฤติกรรมการกิน การอยู่ โดยการงดกินน้ำเย็น อาหารมัน อาหารเย็นๆ เปลี่ยนไปกินอาหารร้อนๆเผ็ดบ้างพอดีๆออกกำลังกายพอดีๆเช่นปั่นจักรยานซักวันละ15-30 นาที ถ้าจะให้เร็วหน่อยก็รัปประทานสมุนไพรรสร้อนเข้าไปช่วยใล่ความเย็นความชื้นออกมา หรืออบไอน้ำโดยให้หัวโผล่ออกมาประมาณ ไม่เกิน 20 นาทีต่อครั้งแต่อย่าทำบ่อยร่างกายจะเพลียตายเอาได้ซัก 10 วันครั้งก็พอ ลองทำตามที่ผมแนะนำดูซัก 1 เดือนจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น ปรกติเท่าที่เห็นการรักษาแบบนี้มาประมาณ 3 เดือนแทบจะลืมว่าเคยเป็นภูมิแพ้ไปเลยครับ...... ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
หยินหยาง
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #24 เมื่อ: วันที่ 25 กรกฎาคม 2012, 17:56:53 »

วันนี้ขอคุยเรื่องโรคภูมิแพ้อากาศเป็นขี้มูกทุกทีเมื่ออากาศเปลี่ยนหายใจไม่ค่อยอิ่ม ปรกติภูิมิแพ้จริงจะแสดงอาการในหน้าฝนชัดเจนและหน้าหนาวประปรายแต่หน้าร้อนจะไม่เป็นอากาศยิ่งร้อนยิ่งสุขภาพดี เพราะว่าปรกติแล้วสภาวะเหล่านี้เกิดมาจากอาการที่ร่างกายมีความเย็นชื้นมากเกินไปหรือทางแผนจีนว่าหยินมันมากหยางมันน้อยมันไม่สมดุล สังเกตุได้ง่ายพอหน้าร้อนอากาศร้อนเข้ามาช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายอุ่นขึ้นหายใจโล่งโปร่งทันทีภูมิแพ้สงบศึกไปเลยชั่วคราว แต่พอฝนตกอากาศเย็นชื้นเข้ามาข้าศึกโจมตีทันที หายใจฝืดเหนื่อยง่าย เพลีย มองกันชัดๆเห็นกันง่ายไม่ต้องไปกินยาภูมิแพ้จนวันตายหรอกครับ แค่ปรับพฤติกรรมการกิน การอยู่ โดยการงดกินน้ำเย็น อาหารมัน อาหารเย็นๆ เปลี่ยนไปกินอาหารร้อนๆเผ็ดบ้างพอดีๆออกกำลังกายพอดีๆเช่นปั่นจักรยานซักวันละ15-30 นาที ถ้าจะให้เร็วหน่อยก็รัปประทานสมุนไพรรสร้อนเข้าไปช่วยใล่ความเย็นความชื้นออกมา หรืออบไอน้ำโดยให้หัวโผล่ออกมาประมาณ ไม่เกิน 20 นาทีต่อครั้งแต่อย่าทำบ่อยร่างกายจะเพลียตายเอาได้ซัก 10 วันครั้งก็พอ ลองทำตามที่ผมแนะนำดูซัก 1 เดือนจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น ปรกติเท่าที่เห็นการรักษาแบบนี้มาประมาณ 3 เดือนแทบจะลืมว่าเคยเป็นภูมิแพ้ไปเลยครับ...... ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
Da่ geิ ลูกครึ่งขาว
ระดับ:อนุบาลคันปาก
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 577



« ตอบ #25 เมื่อ: วันที่ 26 กรกฎาคม 2012, 13:07:40 »

เรียนถาม

หากเรามีอาการปวดบริเวณต้นคอ (ปวดประจำ) แล้วใช้ถุงน้ำร้อนไฟฟ้าประคบ แบบนอนทับ ควรใช้


เวลาประมาณสักกี่นาทีครับ?? นอนทับแล้วหลับไปด้วยเป็นเวลา สามสี่ชั่วโมง จะมีผลอย่างไรบ้าง??
IP : บันทึกการเข้า

~When U walk,through a storm.Hold you head up  high And don't be afraid of the dark.At the end of the storm there's a golden sky. Walk on, With hope in your heart. and YOU'LL NEVER WALK ALONE
หยินหยาง
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #26 เมื่อ: วันที่ 27 กรกฎาคม 2012, 10:55:32 »

การใช้ถุงร้อนประคบเป็นหลักการคลายกล้ามเนื้อแบบทางกายภาพ มีผลดีคือคลายอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อทำให้อาการปวดหัว ปวดคอคลายตัวลง ระยะเวลาปกติแล้วแค่ประมาณ 30 นาทีก็เพียงพอแล้วครับ แต่ถ้านานก็ให้พอร้อนนิดๆไม่ร้อนมาก แต้านานเกินไปก็ไม่ดีนะครับเพราะความร้อนจะเรียกเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้น ไม่กระจายไปที่อื่นเท่าทีควร เอาเป็นว่าซัก 1 ชั่วโมงก็พอแล้วครับ ปกติแล้วอาการปวดต้นคอจะมาจากหลายสาเหตุ และกล้ามเนื้อหลายมัดที่่เกี่ยวข้องกัน ให้ลองก้มคอลงให้สุดหลายคอให้สุดจะเห็นว่ากล้ามเนื้อต้นคอโยงยาวตีงไปถึงกลางกลัง พอบิดคอไปทางซ้ายทางขวาพร้อมก้มคอลงกล้ามเนื้อจะตีงไปถึงบ่าและหัวสะบัก การประคบร้อนต้องประคบให้สุดปลายกล้ามเนื้อที่รั้งตึงให้ครบทุกส่วนจึงจะผ่อนคลายกว่าและได้ผลดีกว่าด้วย และสลับกับการคลึงกล้ามเนื้อพอดีๆไม่ต้องรุนแรงไปด้วยกัน จะดีมากกว่าประคบแค่คออย่างเดียวแน่นอนครับ ส่วนอาการปวดเรื้อรัง ต้องให้ผู้ที่เข้าใจเรื่องหลักกายภาพแนวลายมัดกล้ามเนื้อที่เกิดเหตุและข้อกระดูกที่มีปัญหาการกดทับเส้นประสาทหาสาเหตุจริงๆให้จึงจะหายเด็ดขาดครับ..หมายเหตุต้องเข้าใจเรื่องแนวทางและลายมัดกล้ามเนื้อแนวกระดูกและระบบเส้นประสาทจริงๆนะครับไม่ใช่หมอนวดทั่วไปๆที่นวดกันเกลื่อนนะครับ สอบถามเรื่องกายวิภาคและระบบโครงสร้างกระดูกและำตำแหน่ง ทริกเกอร์พ้อย ของร่างกายได้จึงน่าจะให้ทำนะครับไม่งั้นมีความเสี่ยงเดี้ยงสูงครับ.... ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
SemBe
ไทยมุง 100%
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 323


Asia tiQue


« ตอบ #27 เมื่อ: วันที่ 27 กรกฎาคม 2012, 11:43:51 »

เข้ามาอ่าน เอาความรู้ด้วยคน ขอบคุณครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
IP : บันทึกการเข้า

Que sera,sera Whatever will be,will be.The Future's not ours to see Que sera,sera ***
หยินหยาง
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #28 เมื่อ: วันที่ 29 กรกฎาคม 2012, 07:17:24 »

สภาวะไตวายต้องยอมรับกันในความจริงว่าแพทย์แผนปัจจุบันนั้นไม่สามารถรักษาได้อย่างดีก็แค่ฟอกไตหรือไม่ก็เปลี่ยนไตแต่ก็ต้องกินยาไปจนตายและออกมาพูดว่าโรคไตรักษาไม่ได้และห้ามกินยาสมุนไพรอันตรายต่อตับเป็นนิ่วว่าโจมตีไปร้อยแปดแต่ในความจริงแล้วเท่าที่ผมทดสอบการรักาาโรคไตกับผู้ป่วยระยะท้ายที่ต้องฟอกแล้วเนี่ยแต่ยังไม่ทันได้ฟอก รักษาด้วยสมุนไพรรักษาและบำรุงไตโดยเฉพาะ โดยการตรวจร่างกายแล้ว หมอแผนปัจจุบันบอกว่าถ้าไม่ฟอกอีก 3 เดือนตายแน่นอนผมรักษาจากที่นอนอย่างเดียวลุกไม่ได้เลย ถ่ายดำ ฉี่นิดเดียว 3 เดือนไม่ตาย ลุกปั่นจักรยานได้กินข้าวได้ถ่ายทำหายไปฉี่ดีขึ้น การทำงานของไตดีขึ้น พอรักษาได้ 6 เดือนโดยไม่กินยาแผนปัจจุบันเลยเพราะว่าหมดศรัทธาไปแล้วตั้งแต่ว่าเขาจะตาย ออกวิ่งได้ ร่างกายแข็งแรงขึ้นร่างกายที่ดำคล้ำเริ่มสดใสขึ้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก ผมกล้ารับรองว่ายังไม่ตายง่ายๆและจะอยู่กันอีกหลายปี จะว่าก็ว่าบ่น ประเทศจีนแพทย์แผนปัจจุบันกับแผนโบราณของจีนเขาทำงานร่วมกันในโรงพยาบาลวินิจฉัยโรคและรักษาตามความเหมาะสมของโรคแต่ละสาขาโดยเน้นการรักษาที่ได้ผลดีกับคนไข้เป็นสำคัญไม่ได้ทะเลาะกันอวดตนข่มกัน เขาจับมือกันเดินพัฒนาความรู้ไปด้วยกันด้วยความจริงใจการแพทย์เขาถึงเจริญ บ้านเราคงอีกนานเพราะได้รับการกีดกันดูถูกเรื่องแพทย์แผนไทยอยู่มากทั้งๆที่ยาไทยรักษามะเร็ง ตับ ไต โรคเรื้อรังต่างๆหายมามากมายแล้วลงข่าวก็มากแต่โดนถีบตกไปหลังเขาซะ เลยไม่ได้รับการสนใจเท่าที่ควร ก็ได้แค่บ่นต้องรอจิตรได้สำนึกของคำว่าหมอมารวมใจกันให้ได้ก่อนการแพทย์บ้านเราถึงจะเจริญกว่านี้ เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ครับท่านๆทั้งหลาย.... ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
lady_highland
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 263



« ตอบ #29 เมื่อ: วันที่ 29 กรกฎาคม 2012, 14:07:49 »

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ ติดตามอ่านข้อความคุณหยิงหยาง มาโดยตลอด
มีเรื่องรบกวน สอบถามคุณหยินหยางดังนี้ค่ะ

ปัจจุบันอายุ 45 ปีแล้ว สุขภาพร่างกายปกติดีทุกอย่าง ตรวจสุขภาพทุกปี ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ
แต่มีปัญหาเรื่องสิวค่ะ เริ่มเป็นมาตั้งแต่วัยรุ่นค่ะ น่าจะประมาณอายุ15 ปี ที่บ้านพี่น้อง เป็นกันหมด
ผิวมัน รูขุมขนกว้าง และมีแผลเป็นหลุมสิวพอสมควร ตอนนี้เริ่มจาง อาจจะเพราะอายุมากขึ้น
ดูจากอายุแล้ว ปัญหานี้น่าจะหมดไป แต่ก็ไม่หาย เป็นๆ หายๆ อยู่ตลอด ส่วนใหญ่จะมีปัญหาสิว
ช่วงบริเวณคาง ส่วนใหญ่เป็นสิวอุดตัน แต่ถ้าไปบีบ แล้วหัวสิวไม่ออก ก็จะกลายเป็นสิวอักเสบ
ปกติเป็นคนไม่แต่งหน้ามากนัก ก็ใช้ครีมบำรุงตามปกติ แล้วก็ล้างหน้าคิดว่าสะอาดดี ทุกครั้ง
แต่ปัญหาคือ สิวที่บริเวณคางไม่เคยหาย แต่จะมีมากเป็นพิเศษช่วงที่มีประจำเดือน เคยหาข้อมูล
หลายๆ ที่ว่า เป็นสิวฮอร์โมน บางกรณีก็ว่า สิวประเภทนี้ รักษาตามแพทย์แผนจีน ได้ผลกว่าแผน
ปัจจุบัน ก็เลยอยากถามคุณหยินหยาง ว่ากรณีอย่างนี้ ทางแพทย์แผนจีน พอจะรักษาให้หายขาด
ได้มั้ยค๊ะ บอกตามตรงว่ารำคราญมากๆ เลยค่ะ และบางครั้งอายด้วย เวลามีคนถามว่า อายุเท่าไหร่
แล้วนี่ ป่านนี้ยังมีสิวอีกเหรอ พยายามรักษามาโดยตลอด แต่ก็ไม่หายขาดซักทีค่ะ

รบกวนคุณหยิงหยางแนะนำด้วยนะค๊ะ  พฤติกรรมส่วนตัวก็ ไม่มีปัญหาเรื่องขับถ่ายนะค๊ะ เป็นปรกติ
ทุกเช้าตามเวลานาฬิกาชีวิตเลยค่ะ อาหารก็ปกติทานครบค่ะ ผัก ผลไม้ ทานเป็นประจำ พร้อมดื่ม
น้ำเปล่าไม่แช่เย็นค่ะ น้ำอัดลม มีบ้างนานๆ ครั้ง ไม่บ่อย ส่วนอาหารชอบทานรสจัดค่ะ

รอคำแนะนำนะค๊ะ  ขอบคุณค่ะ
IP : บันทึกการเข้า
แมวเมียวๆแมวเมี๊ยวๆ
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,114



« ตอบ #30 เมื่อ: วันที่ 29 กรกฎาคม 2012, 15:09:45 »

จริงอย่างที่ว่ามา
IP : บันทึกการเข้า

หยินหยาง
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #31 เมื่อ: วันที่ 29 กรกฎาคม 2012, 16:43:44 »

ขอสอบถามข้อมูลเรื่องสิวเพิ่มเติมนะครับรบกวนทาง  1. น้ำหนัก 2.ชอบอากาศฤดูใหนหรืออากาศแบบใหนที่รู้สึกสบาย 3.หน้ามันมากมั้ย ปรกติทางแพทย์แผนจีนจะเน้นการปรับสมดุลของร่างกายเป็นหลักฉะนั้นการรักษาทุกอย่างแม้แต่สิวก็ต้องตรวจสอบสภาพหยินหยางของร่างกายว่าอะไรหนักไปหรือเบาไป การักษาสิวดูเหมือนว่าง่ายแต่ความจริงแล้วยากเอาเรื่องเพราะมันเป็นการตีบตันของระบบเลือดและน้ำเหลืองด้วย แนวทางการรักษาแบบของผมนี่ปรกติจะเริ่มจากการนวดเบาๆไปทั้งตัวขยับข้อทุกส่วนเพื่อให้น้ำเหลืองใหลเวียนแล้วตามด้วยการแช่น้ำร้อนในอ่างแบบนอนให้ร้อนพอทนได้ไม่ใช่อุ่นเพื่อกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดให้กระจายไปทั่วร่างกาย ทำ3วันครั้งไปเรื่อยๆซัก 15 วันแล้ว ขยับไปทำอาทิตย์ละครัง อีกซัก 2เดือน ปรกติแล้วถ้าเป็นคนผิวมัน ร่างกายจะดีขึ้นทุกอย่างไม่ใช่แค่สิวที่ค่อยๆหายไปผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นด้วย ที่ผมถามเรื่องอากาศนั้นเพราะอยากรู้ธาตุและการปรับเทคนิคการรักษาให้เหมาะสมกับคุณครับ... ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
lady_highland
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 263



« ตอบ #32 เมื่อ: วันที่ 29 กรกฎาคม 2012, 18:38:25 »

ขอบคุณค่ะ คุณหยิงหยาง

รายละเอียดเพิ่มเติมนะค๊ะ 1.น้ำหนัก 42-43 (เป็นคนตัวเล็กค่ะ สูงประมาณ 153)
อากาศที่ชอบและรู้สึกสบายคืออากาศช่วงหน้าหนาว ซักประมาณ 20-25 องศากำลังดีค่ะ
ร้อนมากไปก็รู้สึกไม่สบาย ปวดหัวค่ะ และถ้าหนาวมาก หรือเย็นมากๆ ก็จะไม่สบายเหมือนกันค่ะ
ส่วนอากาศชื้นๆ ช่วงหน้าฝน จะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวค่ะ  พูดถึงเรื่องน้ำเหลือง เป็นคนที่แพ้ง่ายค่ะ
ยุงกัด มดกัด หรือแมลง ก็แพ้ค่ะ ยิ่งแมลงหวี่(ตัวเล็กๆ ที่ชอบตอมผลไม้อ่ะค่ะ) โดนแล้วเป็นคัน
ทั้งตัว บางทีขึ้นผื่น แล้วพอหายก็จะเป็นแผลเป็น คนโบราณชอบบอกว่าน้ำเหลืองไม่ดี ได้ยินบ่อยๆ
ตั้งแต่เด็กเลยค่ะ

ส่วนแนวการรักษาที่คุณหยิงหยางแนะนำ รู้สึกสนใจมากค่ะ คิดว่าน่าจะมาถูกทาง เพราะรักษาแพทย์
แผนปัจจุบันมาก็ไม่เคยหายขาด เลยอยากลองรักษาตามที่คุณหยิงหยางแนะนำค่ะ กำลังจะกลับไป
เชียงรายกลางเดือนสิงหานี้ค่ะ ถ้าจะติดต่อขอรับการรักษา จะต้องทำอย่างไร ติดต่ออย่างไรค๊ะ
รบกวนด้วยนะค๊ะ อยากหายขาดซะทีค่ะ

ขอบคุณมากๆ อีกครั้ง สำหรับคำแนะนำที่ดีค่ะ  รอฟังคำตอบนะค๊ะ ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็แจ้ง
ได้เลยค่ะ
IP : บันทึกการเข้า
หยินหยาง
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #33 เมื่อ: วันที่ 30 กรกฎาคม 2012, 16:19:36 »

ทำตามที่ผมแนะนำไปได้เลยครับ ชอบหน้าหนาวเพราะธาตุในตัวมันร้อนเหนียวแต่ไม่มากเพราะไม่ชอบหนาวมากปรับปรุงการกินให้เปรี้ยวฝาดขมซักหน่อยเพื่อกระจายเลือดกับน้ำเหลืองหน่อย มีคนเคยพูดกับผมเรื่องการปรับสมดุลด้วยน้ำว่ามันพิเศษยังใง ต้องขอโทษนะครับว่าคำพูดของผมอาจจะเว่อไป เพราะมนุษย์เราเริ่มการเกิดชีวิตมาจากน้ำและก่อสร้างร่างกายจากน้ำในครรภ์ของมารดาโดยมีน้ำคล้ำประคองในอุ้นภูมิที่เหมาะสม พอเกิดมาในร่างกายส่วนใหญ่ก็มีน้ำเป็นส่วนสำคัญที่สุดในร่างกายขาดข้าว 7 วันยังไม่ตาย แต่ขาดน้ำ 3 วันตายการปรับสมดุลที่ดีแบบจีนโบราณสมัยฮ่องเต้ทั้งหลายจึงมักนิยมการแช่น้ำสมุนไพรอยู่เสมอ โดยเอาสมุนไพรที่เหมาะสมกับธาตุของร่างกายต้มผสมน้ำร้อนพอทนได้ลงไปแช่เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายอยู่เสมอ ยาอายุวัฒนะโบราณส่วนมากจะปรุงให้เฉพาะแต่ละบุคคลตามความเหมาะสมไม่ได้มีสูตรตายตัวเพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันที่อวดอ้างว่ายานู่นดีนี่ดีใช้ได้แค่บางคนที่พอดีกับยานั้นเท่านั้นครับ ถ้ายานั้นมีผลที่เป็นโทษแก่คนที่ะาตุไม่ถูกกับยานั้นเสร็จเลยครับหามเข้าโรงพยาบาลเลย การปรุงยานั้นมันเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่หมอต้องมีความเข้าใจในดุลยภาพของร่างกายคนใข้และจัดสรรค์การปรุงยาให้ถูกโรคถูกร่างกายคนไข้ด้วยการวินิจฉัยต้องรอบคอบและแม่นยำไม่ใช่คิดเองเออเองไปเรื่อยเปื่อย..ไม่งั้นผลการรักษาก็จะออกมาแบบเรื่อยเปื่อยเช่นกันครับ... ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
lady_highland
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 263



« ตอบ #34 เมื่อ: วันที่ 30 กรกฎาคม 2012, 16:35:54 »

ขอบคุณมากๆ ค่ะคุณหยิงหยาง

จะลองปฎิบัติตามที่คุณหยิงหยางแนะนำมานะค๊ะ รู้สึกว่าจริงมากๆ เลยที่ต้องปรับตัวเองสำหรับการกิน
ที่มีรสเปรี้ยวฝาดขม เพราะปกติเป็นคนไม่ทานเปรี้ยวเลย ผลไม้อย่างส้มที่ใครๆ ว่าหวานแต่สำหรับ
ตัวเองจะรู้สึกเปรี้ยวมากๆ และอะไรที่ฝาด ขม ไม่เอาเลยค่ะ ถ้างั้นเดี๋ยวต้องลองปฎิบัติตามที่คุณหยิงหยาง
แนะนำนะค๊ะ ได้ผลคืบหน้าอย่างไร จะมารายงานผลค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความรู้ อันเป็นวิทยาทาน ขอให้คุณหยินหยาง มีสุขภาพแข็งแรง และครอบครัว
มีความสุข ปลอดภัยจากภัยอัตรายทั้งปวง ด้วยผลบุญกุศลที่ได้แนะนำ เราทุกคนในเรื่องสุขภาพนะค๊ะ

จะติดตามอ่านความรู้และคำแนะนำดีๆ ตลอดไปค่ะ ยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า
lady_highland
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 263



« ตอบ #35 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2012, 14:45:04 »

เรียน คุณหยินหยางค่ะ

มารายงานความคืบหน้า ตามที่ได้รับคำแนะนำนะค๊ะ  วันนี้ลองเริ่มแช่ตัวในน้ำร้อน(ร้อนกว่าน้ำอุ่นปกติ)
ไม่ทราบว่าต้องแช่นานแค่ไหน แต่วันนี้เริ่มทำวันแรก เลยไม่กล้าแช่นานมากค่ะ ก็แช่ไปประมาณ 30 นาที
ระหว่างที่แช่พอน้ำเริ่มอุ่นขึ้นก็ค่อยๆ เติมน้ำร้อนเข้าไปทีละนิด จนอุณหภูมิเท่าครั้งแรก ก็แช่ไปจนครบ
เวลา จากนั้นก็เริ่มอาบน้ำ ขัดตัว ไปเรื่อยๆ โดยก็ยังอาบน้ำอุ่นอยู่ค่ะ แต่ตอนนี้เป็นน้ำอุ่นปกติ ไม่ร้อนมาก
หลังจากแช่และอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย รู้สึกเหมือนตัวเบาและมีอากาศเหนื่อยนิดหน่อย คล้ายๆ กับเวลา
เราออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ แล้วนั่งพักอ่ะค่ะ หลังจากนั้นรู้สึกเลยว่าเบาตัวมากๆ เหมือนกับเพิ่งอบซาวน่า
เสร็จยังงัย ยังงั้นเลยค่ะ โห นี่แค่เพิ่งลองครั้งแรกนะค๊ะ รู้สึกเลยว่าแตกต่างกับตอนอาบน้ำปกติมากๆ
แล้วจะทำต่อไปตามที่คุณหยินหยางแนะนำค่ะ คิดว่าวิธีนี้โอเคเลยค่ะ แล้วจะมารายงานผลต่อเนื่องนะค๊ะ
ตามที่แนะนำมา ทำ 3 ครั้งซัก 5 ครั้ง และก็ไปเริ่มเป็นอาทิตย์ละครั้งต่อไปใช่มั้ยค๊ะ

ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ สำหรับคำแนะนำดีๆ
IP : บันทึกการเข้า
หยินหยาง
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #36 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2012, 18:15:12 »

ไม่เกิน 30 นาทีครับ ทำถูกต้องแล้วครับ เพลียหยั่งกับไปเดินเขามาเป็นสิบลูกเลยมั้ยครับ หลังจากแช่แล้วเหงื่อจะออกมาอีกประมาณ15 นาทีพอเหงื่อหายร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติจะเริ่มเบาขึ้น นอนหลับสบายผ่อนคลายมากครับ ให้สังเกตุดูหลังจากที่ทำเสร็จแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงหน้าตาจะใสขึ้นดูเด็กขึ้นด้วย คนที่ทำใหม่ๆถ้าเป็นความดันสูงให้เอาเท้าลงแช่ก่อนเพื่องดึงความดันลงแล้วค่อยนอนแช่ แช่นานๆระวังตอนลุกจากอ่างจะหน้ามือด้วยนะครับค่อยลุกช้าๆหายใจลึกไว้ ลืมบอกหลังจากแช่แล้วห้ามกินน้ำเย็นของเย็น ประมาณ 4 ชั่วโมงนะครับ มีอาการแปลกผิดปกติสอบถามได้นะครับ โชคดีร่างกายแข็งแรงครับ... ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
lady_highland
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 263



« ตอบ #37 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2012, 20:19:31 »

อาการเป็นอย่างที่คุณหยินหยางบอกเลยค่ะ รู้สึกเหนื่อย เหงื่อออกบ้าง เหมือนไปออกกำลังกายมา
แต่ซักพักรู้สึกเบาสบายตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากนั้นสังเกตุดูหน้าตัวเอง หลังจากแช่และ
อาบน้ำเสร็จก็ทาครีม บำรุงเหมือนปกติ แต่วันนี้รู้สึกหน้าไม่มัน เหมือนทุกวัน ส่องกระจกดูก็รู้สึกใสๆ
นุ่มๆ ขึ้นค่ะ แต่เสียดายที่รู้ช้าไปหน่อย พอหลังอาหารมื้อเที่ยง ไม่ถึง4 ชั่วโมง ก็ทานไอศครีม ไปถ้วย
นึงค่ะ ปกติไม่ค่อยได้ทานของเย็น แต่วันนี้รู้สึกเหมือนอยากทานค่ะ เอาเป็นว่าครั้งหน้าจะปฎิบัติให้
ถูกต้อง คิดว่าอาการต้องหายเร็วๆ นี้ค่ะ

ต้องขอขอบคุณ สำหรับคำแนะนำที่ดีจากคุณหยินหยางนะค๊ะ ถ้าอาการสิวหาย แล้วจะมารายงาน
ให้เพื่อนๆ สมาชิก ชรฟก ที่มีปัญหาเหมือนกัน ได้ลองไปปฎิบัติตามวิธีการรักษาแพทย์ทางเลือก
ที่คุณหยินหยางได้กรุณามาให้คำแนะนำ เป็นวิทยาทานนี้ค่ะ และขออนิสงค์ผลบุญในครั้งนี้ส่งผล
ให้คุณหยินหยางและครอบครัว มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัยนะค๊ะ
IP : บันทึกการเข้า
หยินหยาง
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #38 เมื่อ: วันที่ 05 สิงหาคม 2012, 16:54:11 »

เส้นผมบังภูเขาเรื่องการรักษากับสภาวะจิต เมื่อวานมีคุณยายท่านหนึ่งมาหาผมเรื่องอาการปวดหัวเรื้อรัง ก็เลยนั่งฟังแกเล่าอาการให้ฟังและจดบันทึกอาการต่างๆของโรคแก่เล่าไปเล่ามาแล้วก็บ่นเรื่องลูกชายกับลูกสะใภ้ไม่ตามใจแกให้ฟัง ระบายอารมณ์อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ผมเลยหยุดการตรวจสอบโรคและถามถึงสาเหตุที่เขาทุกข์ใจเราเข้าใจเขาพูดกับเขาเรื่องการปล่อยวางอารมณ์ลงและมองในความเป็นจริงของการดิ้นรนของชีวิตที่บำเรอแค่ความต้องการของตัวเองและมองไม่เห็นความตายที่ไม่มีสิ่งใดเอาไปได้เลยจะทุกข์จะสุขก็ไม่ได้จีรังยั่งยืนทำไมไม่เปิดใจให้กว้างหาความสงบสุขหล่อเลี้ยงชีวิตและดวงจิตในวัยชราบ้างไปแบกโลกแบกโศกไว้ทำไมโลกนี้ไม่ใช่ของเราแค่มาอาศัยเขาอยู่อีกไม่นานก็ไปและหนีก็ไม่ได้สัจจะธรรมมันเป็นอย่างนี้ พอแกได้สติกลับคืนระบายพอแล้วเลยสอบถามแกว่าอาการปวดหัวเป็นอย่างไรบ้าง แกบอกว่าโล่งโปร่งเบามากไม่ได้เป็นแบบนี้มานานแล้ว ไม่ได้รักษาอะไรเลยยาก็ไม่ได้จ่าย มันเป็นแค่สภาวะจิตที่กักขังกดดันไว้หาทางออกไม่ได้ พอหายเครียดจิตมันผ่อนคลาย สมองโปร่งโล่ง กายก็สบาย เป็นโรคที่รักษายากเพราะคนเราทุกวันนี้มุ่งแต่จะเอาไม่รู้จักพอ มีตัวตนสูง ไฮโซ บ้าสังคม ทั้งๆที่สิ่งที่ทำมาทั้งชีวิตนั้นไม่มีอะไรเลยเป็นแค่เถ้าถ่านผงธุลีดิน   ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า
Da่ geิ ลูกครึ่งขาว
ระดับ:อนุบาลคันปาก
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 577



« ตอบ #39 เมื่อ: วันที่ 06 สิงหาคม 2012, 11:28:32 »

เส้นผมบังภูเขาเรื่องการรักษากับสภาวะจิต เมื่อวานมีคุณยายท่านหนึ่งมาหาผมเรื่องอาการปวดหัวเรื้อรัง ก็เลยนั่งฟังแกเล่าอาการให้ฟังและจดบันทึกอาการต่างๆของโรคแก่เล่าไปเล่ามาแล้วก็บ่นเรื่องลูกชายกับลูกสะใภ้ไม่ตามใจแกให้ฟัง ระบายอารมณ์อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ผมเลยหยุดการตรวจสอบโรคและถามถึงสาเหตุที่เขาทุกข์ใจเราเข้าใจเขาพูดกับเขาเรื่องการปล่อยวางอารมณ์ลงและมองในความเป็นจริงของการดิ้นรนของชีวิตที่บำเรอแค่ความต้องการของตัวเองและมองไม่เห็นความตายที่ไม่มีสิ่งใดเอาไปได้เลยจะทุกข์จะสุขก็ไม่ได้จีรังยั่งยืนทำไมไม่เปิดใจให้กว้างหาความสงบสุขหล่อเลี้ยงชีวิตและดวงจิตในวัยชราบ้างไปแบกโลกแบกโศกไว้ทำไมโลกนี้ไม่ใช่ของเราแค่มาอาศัยเขาอยู่อีกไม่นานก็ไปและหนีก็ไม่ได้สัจจะธรรมมันเป็นอย่างนี้ พอแกได้สติกลับคืนระบายพอแล้วเลยสอบถามแกว่าอาการปวดหัวเป็นอย่างไรบ้าง แกบอกว่าโล่งโปร่งเบามากไม่ได้เป็นแบบนี้มานานแล้ว ไม่ได้รักษาอะไรเลยยาก็ไม่ได้จ่าย มันเป็นแค่สภาวะจิตที่กักขังกดดันไว้หาทางออกไม่ได้ พอหายเครียดจิตมันผ่อนคลาย สมองโปร่งโล่ง กายก็สบาย เป็นโรคที่รักษายากเพราะคนเราทุกวันนี้มุ่งแต่จะเอาไม่รู้จักพอ มีตัวตนสูง ไฮโซ บ้าสังคม ทั้งๆที่สิ่งที่ทำมาทั้งชีวิตนั้นไม่มีอะไรเลยเป็นแค่เถ้าถ่านผงธุลีดิน   ยิ้มกว้างๆ

อ่านแล้วก็รู้สึกดี แต่ก็ทำได้ยากเหมือนกันนะครับ เรื่องการปล่อยวาง คงต้องใช้เวลาอีกระยะ  ยิงฟันยิ้ม
กิเลส ตัณหา มันยังครอบคลุมจิตใจอยู่หนะ ยิงฟันยิ้ม แต่พออายุมากขึ้นก็เริ่ม ลดความอยากได้ ลงเยอะ
อยู่เหมือนกัน  ยิ้มเท่ห์

สภาวะไตวายต้องยอมรับกันในความจริงว่าแพทย์แผนปัจจุบันนั้นไม่สามารถรักษาได้อย่างดีก็แค่ฟอกไตหรือไม่ก็เปลี่ยนไตแต่ก็ต้องกินยาไปจนตายและออกมาพูดว่าโรคไตรักษาไม่ได้และห้ามกินยาสมุนไพรอันตรายต่อตับเป็นนิ่วว่าโจมตีไปร้อยแปดแต่ในความจริงแล้วเท่าที่ผมทดสอบการรักาาโรคไตกับผู้ป่วยระยะท้ายที่ต้องฟอกแล้วเนี่ยแต่ยังไม่ทันได้ฟอก รักษาด้วยสมุนไพรรักษาและบำรุงไตโดยเฉพาะ โดยการตรวจร่างกายแล้ว หมอแผนปัจจุบันบอกว่าถ้าไม่ฟอกอีก 3 เดือนตายแน่นอนผมรักษาจากที่นอนอย่างเดียวลุกไม่ได้เลย ถ่ายดำ ฉี่นิดเดียว 3 เดือนไม่ตาย ลุกปั่นจักรยานได้กินข้าวได้ถ่ายทำหายไปฉี่ดีขึ้น การทำงานของไตดีขึ้น พอรักษาได้ 6 เดือนโดยไม่กินยาแผนปัจจุบันเลยเพราะว่าหมดศรัทธาไปแล้วตั้งแต่ว่าเขาจะตาย ออกวิ่งได้ ร่างกายแข็งแรงขึ้นร่างกายที่ดำคล้ำเริ่มสดใสขึ้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก ผมกล้ารับรองว่ายังไม่ตายง่ายๆและจะอยู่กันอีกหลายปี จะว่าก็ว่าบ่น ประเทศจีนแพทย์แผนปัจจุบันกับแผนโบราณของจีนเขาทำงานร่วมกันในโรงพยาบาลวินิจฉัยโรคและรักษาตามความเหมาะสมของโรคแต่ละสาขาโดยเน้นการรักษาที่ได้ผลดีกับคนไข้เป็นสำคัญไม่ได้ทะเลาะกันอวดตนข่มกัน เขาจับมือกันเดินพัฒนาความรู้ไปด้วยกันด้วยความจริงใจการแพทย์เขาถึงเจริญ บ้านเราคงอีกนานเพราะได้รับการกีดกันดูถูกเรื่องแพทย์แผนไทยอยู่มากทั้งๆที่ยาไทยรักษามะเร็ง ตับ ไต โรคเรื้อรังต่างๆหายมามากมายแล้วลงข่าวก็มากแต่โดนถีบตกไปหลังเขาซะ เลยไม่ได้รับการสนใจเท่าที่ควร ก็ได้แค่บ่นต้องรอจิตรได้สำนึกของคำว่าหมอมารวมใจกันให้ได้ก่อนการแพทย์บ้านเราถึงจะเจริญกว่านี้ เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ครับท่านๆทั้งหลาย.... ยิ้มกว้างๆ

น้าผู้ชาย ปัจจุบันก็ต้องไปฟอกไต อาทิตย์ละ 2 วัน ไม่ทราบแนวทางการรักษา และสถานที่รักษาแบบที่คุณหยินหยางกล่าวไว้ ต้องไปรักกษาที่ไหนเหรอครับ?
IP : บันทึกการเข้า

~When U walk,through a storm.Hold you head up  high And don't be afraid of the dark.At the end of the storm there's a golden sky. Walk on, With hope in your heart. and YOU'LL NEVER WALK ALONE
หน้า: 1 [2] 3 4 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

The Ma'Mentau Studio
เชียงรายคาเมร่า โทร. 053-715579 มือถือ 089-7594166
ฟ้าหลวงวัสดุภัณฑ์ เชียงราย :: ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ :: จำหน่าย น้ำยาสลายครบยางมะตอย น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาเคลือบเงายางรถยนต์ น้ำยาโฟมล้างรถยนต์สูตรเคลือบเงา แว๊กส์เบาะหนังและคอนโซล ฯลฯ

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com  

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!