เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 17 สิงหาคม 2019, 19:13:24
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  บอร์ดกลุ่มชมรม
| |-+  ชมรมนักกลอน (ผู้ดูแล: Yim sri)
| | |-+  ตายเกิด 500 ชาติ ขอเป็นยุง
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 พิมพ์
ผู้เขียน ตายเกิด 500 ชาติ ขอเป็นยุง  (อ่าน 26844 ครั้ง)
รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« เมื่อ: วันที่ 19 มิถุนายน 2012, 14:29:46 »



...ว้าเหว่ในเคหา...

เหลาดินสอ จ่อจุด สมุดขาว
เล่าเรื่องราว กลอนกานท์ เริ่มงานเขียน
ระยิบระยับ พับตา หน้าแสงเทียน
เงาวนเวียน เป็นปื้น เลื่อนขึ้นลง

แขวนข้างฝา นาฬิกา เวลาทุ่ม
ยินประชุม ทำนอง สวดของสงฆ์
เคาะระฆัง กังวาน สะท้านดง
จิ้งหรีดส่ง เสียงร้อง ก้องพนา

ไฟสุมฟาง ข้างคืน เลยดื่นดึก
ดุ้นฟืนสึก ถ่านเทา เถ้าถมท่า
น้ำค้างย้อย ปรอยปราย จากชายคา
แวบนกป่า ร่าเริง ล้อเพลิงแดง

หอนโหยหวน ทวนทับ รับร้องทอด
เสียงเส่าสอด มอมอ วัวรอแหล่ง
ฟ้ามืดมิด จิตวิญญาณ หาญแสดง
แว่วสาปแช่ง เสือลาก รีบจากไป

เย็นยะเยือก เกลือกกาย สายลมล่อง
มือตระกอง อุ่นอก วิโยคไหว
ไก่ขับขัน กระชั้นเสียง สำเนียงไกล
หริ่งเรไร สรรพสัตว์ สงัดพลัน

ยังคงนั่ง หน้าคอมพ์ จ่อมจิ้มศัพท์
หาวประหงับ ตาลาย มือม้ายสั่น
รีบเสร็จก่อน อ่อนแรง แสงตะวัน
คนชอบฝัน อยู่เดียว เปลี่ยวใจกาย

กานต์
18/06/55 21.00 น.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 04 ธันวาคม 2018, 20:40:16 โดย รพีกาญจน์ » IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 19 มิถุนายน 2012, 18:54:16 »



...อ้างว้างกลางฝูงชน...

กางเกงยีนส์ เสื้อผ้าฝ้าย สะพายย่าม
เดินท่องตาม ถนน บนวิถี
รองเท้าแตะ แสะเสาะ เลาะธุลี
สองฟากมี คนผ่าน ละลานตา

ส่ง.สัญญา สารบาญ งานเงินกู้
สหกรณ์ ออมทรัพย์ครู อยู่ข้างหน้า
นานสิบปี ไม่เคย เลยแวะมา
ใช้เวลา ล่องลัด สัมผัสทาง


เลียบร้านรวง ข่วงข้อง ช่องตรอกแคบ
แออัดแอบ กำแพง ดินแดงกว้าง
สวนบวกหาด กาดมั่ว รั้วไม้ซาง
เจดีย์ร้าง วัดเก่า เข้าข้ามคู

ชมโบราณ ฐานสถูป รูป.หล่อ.ปั้น
อภิวันท์ เถ้าอังคาร ท่านหลวงปู่
องค์เม็งราย ฟายภาพ ปราบศัตรู
ย่างก้าวสู่ ลานกษัตริย์ ขัตตินัย

พบแปลกคน ล้นหลาม อยากถามทัก
ไม่รู้จัก สักผู้ อยู่.เชียงใหม่
ได้แต่ชม อมเมี่ยงคำ ฮัมเพลงไป
เหงาหัวใจ อ้างว้าง กลางฝูงชน

กานต์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 20 มิถุนายน 2012, 14:05:49 โดย กานต์ » IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 20 มิถุนายน 2012, 17:56:22 »



...ดั่งเม็ดทราย...

เกิดที่ลุ่ม ชุ่มฉ่ำ น้ำเป็นเพื่อน
กองกลาดเกลื่อน เรียงราย ตามชายฝั่ง
อยู่ตามตรอก ซอกดิน หลืบหินบัง
ใต้วนวัง เวิ้งว้าง กลางทะเล

ต้องไอแดด แผดเผา เช้าจดค่ำ
ฟ้ามืดดำ น้ำค้าง พรมพร่างเห่
ฟ้าคะนอง ก้องกาจ ฝนสาดเท
ลมพัดเพ ฟุ้งฟาย กระจายไกล

ปนฝุ่นดิน ตีนเปล่า รองเท้าย่ำ
ปนปูนทำ ก่อสร้าง ตึกห้างใหญ่
กรอกถุงทับ ตับชั้น กั้นน้ำภัย
เด็กทั่วไป เล่นกอง ขายของกัน

หมดความหมาย ย้ายยุบ เททุบทิ้ง
กลายเป็นสิ่ง น่าเกลียด คนเดียดฉันท์
ทนเงียบเหงา เศร้าฤดี ทุกวี่วัน
หญิงเย้ยหยัน แค่เศษ ดั่งเม็ดทราย

กานต์

IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 21 มิถุนายน 2012, 15:23:54 »


...จิตรกรน้อย...

มีดคมทื่อ มือจับ ลับดินสอ
แท่งสีมอ ไส้ดำ หนูกำแน่น
ถาถูเปลือก เถือกถาก ออกจากแกน
เหลากลมแบน ส่อเหตุ เจตนา

หยิบกระดาษ วาดเขียน โรงเรียนให้
เบาบางใบ กว้างสิบ ยาวสิบห้า...นิ้ว
พบรอยพับ ยับยู่ยี่ คลี่ออกมา
ค่อยกะกา กั้นกง ขีดลงลาย

หน้า.ตากลม ผมริ้ว คิ้วค้อมโก่ง
จมูกโด่ง ปากกระจับ กลับขึ้นหงาย
ฟันหน้าหลอ คอตั้ง หูบังบาย
หนวดเคราคล้าย จีนแปลก แขกอาซิง

คือ.ชายชาญ กร้านกรำ ทำงานหนัก
ที่หนูรัก กว่าใคร ใดทุกสิ่ง
แม่บอกเล่า เขาเป็น เช่นคนจริง
แล้วทอดทิ้ง หนูไกล ไม่กลับมา

มิมีกรอบ ขอบไว้ ให้สวยสะ
แต่หนูจะ ปะ.ปิด ติดข้างฝา
จุดธูปเทียน เวียนภาพ กราบบูชา
ทุกค่ำ.ครา ถอยถด หมดเรี่ยวแรง

จากวันนั้น ครรนึง ถึงวันนี้
ยังคงมี ภาพพริ้ม พ่อยิ้มแฉ่ง
เวลาวัน ผันไป ไม่เปลี่ยนแปลง
รักล้นแฝง สถิต...จิตรกร

กานต์
IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 22 มิถุนายน 2012, 20:19:40 »


เช้าวันศุกร์...
ต้องเริ่มขลุก สะสาง งานค้่งเติ่ง
ดื่มกาแฟ แก้ง่วงนอน รอนบันเทิง
งานใหม่เพิ่ง เข้ามา ห้ารายการ

รีบทำแข่ง แซงเวลา พาคึกคัก
เจ้านายทัก ตอบรับ กลับฉะฉาน
ส่งรอยยิ้ม พิมพ์ใจ ให้ดวงมาน
สำนักงาน อิ่มเอม เปรมปรีดา

อุปสรรค หนักใหญ่ ไม่เคยหวั่น
ร่วมใจกัน แน่วแน่ แก้ปัญหา
เรื่องแรกจบ ลบไป มีใหม่มา
กองตรงหน้า ท้าความ สามารถเรา

จะร้ายดี มีไว้ เพื่อให้แก้
ไม่ยอมแพ้ ท้อถอย นั่งหงอยเหงา
เสาะหาเหตุ เด็ดฟัน จนบรรเทา
ท้ายหมดเกลี้ยง เลี่ยงเลา เบาบางไป

เย็นวันศุกร์...
หมดสนุก เลิกงาน บ้านอาศัย
คิดถึงเพื่อน และงาน ร้าวรานใจ
อยากจะให้ ถึงจันทร์ พรุ่งทันที

เสาร์อาทิตย์ ติดเหงา อยู่เฝ้าบ้าน
ทำอาหาร ปลูกผัก ซักขยี้
ปัดกวาดถู ดูหนัง ฟังดนตรี
ไม่อยากมี เสาร์อาทิตย์ ติดสัปดาห์

กานต์
IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 26 มิถุนายน 2012, 12:30:27 »



บ้านเก่า...บ้านใหม่...

บ้านเก่า...
ปลูกตั้งเสาด้วยรอจากกอไผ่
มีแปดต้นบนหลังคาคาดตอกไพ
ขึ้นกระไดสามซี่ถึงที่นอน

ฝาขัดแตะแปะปะด้วยกระดาษ
ปูเสื่อสาดพื้นฟากรองตากหมอน
พอล้มพับหลับตาคราเหนื่อยทอน
มีจานช้อนครัวไฟได้ทำกิน

พ่อแม่ลูกสุขสันต์กันทั่วหน้า
ค่ำแลงมาสุมไฟไล่ยุงริ้น
หมูสามตัววัวคู่อยู่ลานดิน
นกไก่บินจับไม้ใกล้หลังคา

บ้านใหม่...
ปลูกหลังใหญ่ซีเมนต์เส้นเหล็กกล้า
กระเบื้องสีกระจกใสวิไลตา
ของนานาอุดมสมบูรณ์ครัน

จะกินบ้างขว้างไปใช้มิหมด
แสนสลดเงียบเหงาเศร้าโศกศัลย์
ตายายสองจ้องหน้าพูดจากัน
ส่วนลูกนั้นจากไกลไม่กลับมา

กานต์

IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน 2012, 13:03:05 »



๐ สักวา ความเหงา รุมเร้าจิต
เฝ้าครุ่นคิด ถึงเพื่อน ที่เลือนหาย
ทิวาวาร ผ่านพ้น ทุรนกาย
ใจที่หมาย คาดหวัง ยังมืดมน

สะกิดเตือน เพื่อนเรา เข้าใจผิด
เรื่องน้อยนิด ติดข้อง มิต้องสน
ท้ายกระทบ จบจุก ถ้วนทุกคน
กลับมาด้น ดั้นกลอน เช่นก่อนเอย

กานต์

IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
>_อนัตตา_<
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,434



« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน 2012, 21:22:02 »


สักวา  หน้าฝน  คนหน้าหมอง 
หนุ่มที่ปอง  หลีกหนี  หลบลี้หาย
ปล่อยให้สาว   นอนหนาว  ร้าวรานกาย 
ใจวุ่นวาย  ร้อนรุ่ม   สุ่มในทรวง

เมื่อก่อนแอบ  แนบชิด  สนิทร่าง 
ไม่เคยห่าง  เว้าวอน  อ้อนในบ่วง
กลับหนีหาย  พ่ายแพ้  แค่รักลวง
ต้องก้าวล่วง  อีกนานไหม  ทำใจเอย


 ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้
IP : บันทึกการเข้า
little girl
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,174



« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน 2012, 21:34:23 »


สักวา สองสาว หนาวดวงจิต
เพื่อนเคยชิด ห่างหาย หน่ายกันแล้ว
เคยหยอกเย้า เซ้าซี้ มาหนีแจว
โถพ่อแก้ว รีบกลับ รับขวัญนาง

ยังรอหน้า พี่ยา มาเยือนถิ่น
ยังถวิล คนไกล อย่าได้หมาง
มีเรื่องใด ผิดใจ ใยอำพราง
หรือว่านาง "อนัตตา" พาจรเอย 

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า

>_อนัตตา_<
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,434



« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน 2012, 21:41:02 »


สักวา สองสาว หนาวดวงจิต
เพื่อนเคยชิด ห่างหาย หน่ายกันแล้ว
เคยหยอกเย้า เซ้าซี้ มาหนีแจว
โถพ่อแก้ว รีบกลับ รับขวัญนาง

ยังรอหน้า พี่ยา มาเยือนถิ่น
ยังถวิล คนไกล อย่าได้หมาง
มีเรื่องใด ผิดใจ ใยอำพราง
หรือว่านาง "อนัตตา" พาจรเอย 

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ไอ้หย่ะ!!!!!   ตกใจ ตกใจ ตกใจ  อนัตตาป่าววววววน่ะค่ะ  อายจัง อายจัง อายจัง  ยังนอนหนาว  ไร้บ่าวเคียงคู่ ฮิ้วๆๆๆๆๆๆ จุมพิต จุมพิต จุมพิต
IP : บันทึกการเข้า
little girl
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,174



« ตอบ #10 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน 2012, 21:43:11 »


เหมือนกันเลย... ยิงฟันยิ้ม
แต่วันนี้ไม่หนาวแฮะ   เศร้า   
รู้สึกว่าร้อนมากมาย เดี๋ยวต้องอาบน้ำรอบละ  เศร้า
IP : บันทึกการเข้า

นายตะเข้
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,806


...แพ้ไม่เป็น...


« ตอบ #11 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน 2012, 22:04:09 »

ขอเหงาบ้าง สักนิด อยากคิดเหงา
มองดูเงา  ตัวเราเอง วังเวงเหลือ
ค่ำวันนี้ มีความเหงา  มาเคล้าเจือ
แม่แก้มเรื่อ ช่วยเจือจาน วานรักที..

ขอความรัก มาคลายเหงา เคล้าอิงแอบ
มาชิดแนบ  แยบยล  ปนสุขขี
มีบ้างไหม  หญิงใด ใจอารี
ให้ใจนี้ ได้คลายเหงา  ก่อนเข้านอน... เศร้า


          ...ตะเข้ขี้เหงา...
IP : บันทึกการเข้า

... กลัวอะไรกับโลกใบนี้ ...
little girl
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,174



« ตอบ #12 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน 2012, 22:22:50 »

 
ป๋าเข้เหงา  เป็นเรื่องปกติ
หากหายเหงาเมื่อไหร่   นั่นแหละผิดปกติ  แลบลิ้น


IP : บันทึกการเข้า

นายตะเข้
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,806


...แพ้ไม่เป็น...


« ตอบ #13 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน 2012, 22:26:20 »


ป๋าเข้เหงา  เป็นเรื่องปกติ
หากหายเหงาเมื่อไหร่   นั่นแหละผิดปกติ  แลบลิ้น





อ้าว ตกใจ ..ไหงงั้นล่ะ แลบลิ้น
IP : บันทึกการเข้า

... กลัวอะไรกับโลกใบนี้ ...
little girl
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,174



« ตอบ #14 เมื่อ: วันที่ 03 กรกฎาคม 2012, 19:01:43 »


ชายเหงาเหงา เศร้าเศร้า เขาอยู่ไหน
รู้บ้างไหม ใครถามถึง คะนึงหา
เพียงอยากพบ ลบหมอง ที่ครองมา
เปร่งวาจา ตามหา พ่อยาใจ

มาเถิดหนา พาอ้อน ห้องกลอนน้อย
ถักทอร้อย  ถ้อยพจน์ ให้สดใส 
สิ่งที่เหงา เศร้าเบื่อ เจือจางไป
ความอาลัย อาวรณ์ คงจรลา


IP : บันทึกการเข้า

รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« ตอบ #15 เมื่อ: วันที่ 06 กรกฎาคม 2012, 12:46:10 »



หลับดึกดื่น ตื่นสาย ไม่หายง่วง
เวลาล่วง เห็นแดด แปดโมงเช้า
ยังหนาวเย็น เช่นนั้น มิบรรเทา
เลยเดือนเก่า ผ่านมา มิถุนายน

คนแทบบ้า อากาศะ วิปริต
เที่ยงบ่ายนิด ร้อนแรง ทุกแห่งหน
พอตกค่ำ ดำสลัว มืดมัวมล
ลมเมฆฝน กระหน่ำ ซ้ำอีกที

เกิดจากท้อง ล่องเลย ไม่เคยรู้
สามฤดู อะไรกัน วันเดียวนี่
หรือโลกใหญ่ ใกล้แตก แหลกแล้วซี
ปรากฏมี เหตุเห็น ความเป็นไป

ใต้น้ำท่วม เหนือเย็น อีสานเแล้ง
คงถูกแช่ง สาปส่ง จากองค์ใหญ่
หรือจากผล คนมัน ทำจัญไร
ทำเอาน้ำ ดิน ไฟ บรรลัยลา

ชาติต่อไป ไม่จะ เป็นมนุษย์
ตายไม่ผุด ไม่เกิด ประเสริฐกว่า
อยู่บนสรวง สรวลเส เทวดา
เสวนา พญายม ผมไม่เอา

ยองหละปูน มารฟ้า กากีนั้ง
บรรพชน ก่นสั่ง แต่ครั้งเก่า
มิตรภาพ ซาบซึ้ง ตรึงจิตเรา
เร็วรีบเอา เหล้ามา โซดา.ฟรี
เร็วรีบเอา เหล้าแดง น้ำแข็ง.ฟรี

กานต์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 08 กรกฎาคม 2012, 16:21:50 โดย กานต์ » IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
little girl
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,174



« ตอบ #16 เมื่อ: วันที่ 08 กรกฎาคม 2012, 11:53:38 »


อ้อนเพื่อน


ช่างเงียบเหงาเหลือดีชีวีหมอง
นั่งเมียงมองเพื่อนกลอนอยากอ้อนหา
ตั้งแต่เช้าจรดเย็นไม่เห็นมา
สุดเหว่ว้าอ้างว้างทางกลอนตัน

มีสิ่งใดติดขัดขจัดสิ้น
หวนถวิลถิ่นกลอนอาวรณ์ขวัญ
เคยหยอกเล่นเช่นเพื่อนเยือนหากัน
ยังรอวันแสนสุขอยู่ทุกคืน

มีเวลาเล็กน้อยชะรอยต่อ
มาถักทอคลอพจน์ให้สดชื่น
ร้อยเรียงสานกานท์กลอนวอนท่านคืน
ร่วมยิ้มรื่นชื่นบานในบ้านกลอน..


little girl

IP : บันทึกการเข้า

รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« ตอบ #17 เมื่อ: วันที่ 13 สิงหาคม 2012, 05:41:51 »


สิ้นแสงเดือน เลือนลาง สว่างแล้ว
นกเจื้อยแจ้ว ร้องรับ จับกิ่งไม้
น้ำค้างพรม ลมพัด กวัดแกว่งไกว
นั่งก่อไฟ ยามเช้า เหงามิคลาย

รีบจัดแจง แต่งชุด รุดไปสวย
นี่ก็จวน ตะวัน ชันโด่งสาย
รดน้ำผัก ฟักแฟง เต้าแตงลาย
ฝนขาดหาย ใบเหี่ยว เช่นเดียวเรา

กระถินไพร ใบงาม ขึ้นตามรั้ว
เด็ดฝักถั่ว จิ้มจิก พริกปลาเจ่า
ปลาทูเค็ม เล็มและ แตะเบาเบา
นับถึงเก้า ข้าวปั้น อิ่มทันที

หญ้ารกชัฎ ตัดถาง วางเป็นปุ๋ย
บ่ายตลุย พรวนดิน รอบลิ้นจี่
สมฮอร์โมน พ่นใบ ใส่อินทรีย์
รอบข้างมี เปลวแดด แผดเผาตัว

เกิดมืดหน้า ตาลาย ใจหายวูบ
น้ำเย็นลูบ ผ้านุ่ม คลุมโปะหัว
ตะวันรอน อ่อนรา ฟ้าเริ่มมัว
ให้หวาดกลัว คนเดียว เดินเปลี่ยวทาง

ถึงดึกดื่น คืนนี้ ฤดีเศร้า
คิดถึงเจ้า หลับตา ค่อนฟ้าสาง
วันหมุนเวียน เปลี่ยนไป ไม่จืดจาง
คงเหลือร่าง ชายเศร้า เหงาเหมือนเดิม

กานต์

IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
รพีกาญจน์
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,509



« ตอบ #18 เมื่อ: วันที่ 13 สิงหาคม 2012, 21:44:14 »


....เหงาสุดขีด....

วูบเดียวพัด สลัดใบ ไกลจากต้น
ใบหมุนวน หล่นลง กลางพงหญ้า
ใบสะบัด กวัดไกว ปลิวไปมา
ลมแรงกล้า ลาฤดู ใบลู่ลาม

ขึ้นบันได ไม้งาม ได้สามซี่
กลับลงที ซี่ไม้ นับได้สาม
บันไดดี มีคน ยลทุกยาม
ขึ้นลงตาม ซี่คั่น ไม้บันได

หมอกมืดมัว ชั่วเช้า ไร้เงาแดด
สายเผาแผด แจ่มจ้า โค้งฟ้าใส
เที่ยงเมฆลอย คล้อยครัน มิทันไร
บ่ายทั่วไป น้ำฝน หล่นลงดิน

เมื่อตะกี้ มีใจ ไม่ครุ่นคิด
ลืมสนิท สิฟัง เสียงสั่งสิ้น
อึงในรู หูอื้อ อู้ได้ยิน
คล้ายธานิน มอดไหม้ ด้วยไฟฟืน

พื้นชุ่มฉ่ำ ย่ำลง ยังคงเปียก
แว่วพ้องเพรียก นกไพร ตกใจตื่น
น้ำล้นไหล ลงพนัง ดังครืนครืน
ความขมขื่น คืบคลาน สู่มานเรา

เงียบงันล้อม ซอมเซา เหงาซมจิต
ไร้มิ่งมิตร คิดถึง ซึ้งก่อนเก่า
เคยขับขาน กานท์กลอน วอนลำเนา
ก้มกอดเข่า คดคู้ ดูเดียวดาย

กานต์

IP : บันทึกการเข้า

ทุกคนมีเครดิต แต่ทำลายได้ง่าย สร้างขึ้นใหม่ได้ยาก
Yim sri
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,758



« ตอบ #19 เมื่อ: วันที่ 14 สิงหาคม 2012, 14:36:06 »

สงสารจัง ท่านกานต์ มีแต่เหงา
นั่งหน้าเศร้าตาโศก วิโยคหวน
อยากจะเชิญมาเชียงรายอย่างรีบด่วน
แล้วชักชวนชมชี้ ไพร ในพนา

จะจับเข่าเล่าเรื่อง แต่เบื้องหลัง
เมื่อครั้งยังละอ่อน ฉอ้อนหา
กินกับแกล้มแซมไวน์ ได้สุรา
แล้วจะพาเพลินใจ ในเสียงเพลง ยิงฟันยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า

ธ สถิตย์ในใจตราบนิรันดร์กาล
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!