เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 20 เมษายน 2018, 03:53:22
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ


+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, >: l!ne-po!nt :<, ©®*, Cupid)
| | |-+  คนเจียงฮายเฮาพร้อมก่อคับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเชี่ยน(AEC) 2558 มาแจมกันครับ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 2 3 [4] 5 พิมพ์
ผู้เขียน คนเจียงฮายเฮาพร้อมก่อคับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเชี่ยน(AEC) 2558 มาแจมกันครับ  (อ่าน 14722 ครั้ง)
Ck 401
"....เมื่อเห็นทุกสิ่งเป็นธรรมดา ก็ไม่มีอะไรมาทำให้ทุกข์ได้อีก...."
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,231


...งานหนักไม่เคยฆ่าคน...


« ตอบ #60 เมื่อ: วันที่ 06 กรกฎาคม 2012, 20:10:32 »

 ยิ้มมาดูภาคเกษตรบ้างครับ ยิงฟันยิ้ม

มาตรการเชิงรุกและรับ ป้องกันผลกระทบหลังเปิดAEC
   นายธีระวงค์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์เปิดเผยหลังจากเป็นประธานเปิดการสัมนาเรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับภาคการเกษตรไทย ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ว่าในการเตรียมการรองรับการเกิด เออีซี ที่จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบในปี พ.ศ.2558 กระทรวงเกษตรได้พิจจารณาเห็นว่าควรมีทั้งมาตรการทั้งเชิงรับและเชิงรุก โดยมาตรการเชิงรับ ได้แก่ การตั้งเงื่อนไขการนำเข้า การกำหนดมาตรการสุขอนามัย และสุขอนามัยพืช (SPS) รวมทั้งเข้มงวดการลักลอบนำเข้า ทั้งนี้ต้องระวังไม่ให้ขัดกับข้อตกลงด้วย และกรณีที่มีการลักลอบนำเข้าก็จะต้องมีมาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจัง หรือทางออกสุดท้ายคือ ถ้าคิดว่าสินค้าไดที่เราสู้ไม่ได้แน่นอน ก็จะแนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรไปทำอย่างอื่นทดแทน โดยภาครัฐจะให้การสนับสนุนด้วย
   ส่วนมาตรการเชิงรุก เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพสินค้า และการสร้างภาพลักษณ์สินค้า เพื่อเพิ่มควาสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งการย้ายฐานการผลิตไปลงทุนยังประเทศอาซี่ยนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า
   ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยนหรือ AEC นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ของภาครัฐหรือเอกชน เพราะเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซี่ยน 10 ประเทศถายใต้กฎบัตรอาเซี่ยน มาตั้งแต่ปี 2550 ที่จะก่อให้เกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยนที่สมบูรณ์แบบ ในปี 2558 เช่นเดียวกับการก่อตั้งสหภาพยุโรป หรือ EU แต่สำหรับบุคคลทั่วไปโดยเฉพาะเกษตรกรไทย ยังมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยมาก จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯ จะต้องเร่งสร้างองค์ความรู้ในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เกษตรกรโดยเร็ว เพื่อปรับตัวและป้องกันผลกระทบแก่ตัวเกษตรกรเองในอนาคต นายธีระกล่าว
IP : บันทึกการเข้า

"....คณะเรา ไม่ยอมให้ด้อยถอยลง ต่ำเราต้องค้ำชูให้สูงจรุงศรี....."
....เมื่อเห็นทุกสิ่งเป็นธรรมดา  ก็ไม่มีอะไรมาทำให้ทุกข์ได้อีก...."
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,042


« ตอบ #61 เมื่อ: วันที่ 09 กรกฎาคม 2012, 00:15:36 »

รองอธิบดีกรมการปกครอง ชื่นชม อ.เชียงแสน - อ.เชียงของ จ.เชียงราย ที่เตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มที่

รองอธิบดีกรมการปกครอง ชื่นชมอำเภอเชียงแสน - อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่เตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มที่ ขณะที่โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ- ใต้ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปเกือบร้อยละ 50
นายอภิชาติ เทียวพานิช รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวภายหลังนำคณะสื่อมวลชนเดินทางมาศึกษาดูงานบทบาทภารกิจของฝ่ายปกครองในการส่งเสริมการค้า ชายแดน และการเตรียมความพร้อมในการรองรับประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ในพื้นที่อำเภอเชียงแสน - อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 6-8 กรกฎาคมนี้ โดยกล่าวชื่นชมทั้ง 2 อำเภอ ที่ได้เตรียมความพร้อมในหลายด้านเป็นอย่างดี ภายใต้ 3 เสาหลัก คือ ด้านสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และความมั่นคง โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ พร้อมเห็นว่าการเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการทำความเข้าใจกับประชาชน การเตรียมความด้านภาษาให้กับเด็ก เยาวชน ผู้ประกอบการต่างๆ รวมทั้งข้าราชการ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ ผู้ประกอบการในพื้นที่ อาทิ ผู้ประกอบการโรงแรม ต่างเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคม อาเซียนกันอย่างเต็มที่ ส่วนเส้นทางคมนาคมขนส่งต่าง ๆ ได้เร่งดำเนินการกันอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ- ใต้ (ห้วยทราย-เชียงของ ) หรือโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 ระหว่างห้วยทราย-เชียงของ เชื่อมต่อเชียงราย-คุณหมิง ผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งมีความยาวรวม 630 เมตร โดยนายสันติสุข สูตรสุวรรณ วิศวกรวัสดุประจำโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปเกือบร้อยละ 50 โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และไทย ซึ่งคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จประมาณวันที่ 12 ธันวาคมนี้ และจะเปิดอย่างเป็นทางการประมาณวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยส่งเสริมการค้าขายและการคมนาคม และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมากมาย

    
ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ขนิษฐา ลือสัตย์ / สวท.   Rewriter : รัชฎา ตรงดี / สวท.
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th


 วันที่ข่าว : 08 กรกฎาคม 2555
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,042


« ตอบ #62 เมื่อ: วันที่ 08 สิงหาคม 2012, 18:40:38 »

ที่ดินขอนแก่นไร่ละ 80 ล้าน! ‘อุดรฯ-แม่สอด’ไร่ละ40ล้าน/ปั่นราคา‘อีสาน-เหนือ’รับเออีซี

   
    

ขอนแก่น/อุดรฯ/ตาก/เชียงราย - ราคาที่ดินขอนแก่น-อุดรธานีแพงเว่อร์ ถนนศรีจันทร์เก็งกำไรไร่ละ 80 ล้านบาท ขณะ ที่ใจกลางเมืองอุดรธานีไร่ละ 40 ล้าน “ศุภาลัย” เผย ณ วันนี้ โซนรอบมหาวิทยาลัย ขอนแก่นบูมสุดๆ รองรับเศรษฐกิจ AEC ด้านภาคเหนือ บูมไม่แพ้กัน แม่สอดนำโด่ง สนนราคาที่ดินไร่ละ 10-40 ล้านบาท เชียงรายพุ่ง 2-3 ล้านบาทต่อไร่

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงราคาที่ดินในจังหวัดขอนแก่น ว่าโซนที่บูมที่สุดคือรอบมหาวิทยาลัยขอนแก่น ราคาที่ดินถือว่าสูงสุดในปัจจุบันซื้อขายกันตารางวาละ 40,000-45,000 บาท หรือไร่ละ 16-18 ล้านบาท

" ณ วันนี้ แหล่งอยู่อาศัยเกิดใหม่แค่ 2-3 ปีราคาขยับเร็วมาก จากตารางวาละ 10,000-20,000 บาท ตอนนี้ซื้อขายกันตารางวาละกว่า 40,000 บาท หรือไร่ละเฉียด 20 ล้าน " นายไตรเตชะ กล่าว

แต่ที่มีราคาแพงสุด ๆ อยู่ที่ “ถนนศรีจันทร์” โดยแหล่งข่าวรายหนึ่ง เปิดเผยิสยามธูรกิจิ ว่า ราคาซื้อขายที่ดินในเส้นถนนศรีจันทร์ ณ วันนี้ไร่ละ 80 ล้านบาท แต่ก็ไม่มีที่ดินให้ซิ้อแล้ว เพราะตกอยู่ในมือของนักเก็งกำไร ซึ่งเป็นสาเหตุให้ราคาพุ่งขึ้นไปเว่อร์สูงเกินความเป็นจริง เพราะหากซื้อ-ขายกันตามราคาปกติเมื่อ 3 ปีก่อนหน้าก็จะอยู่ที่ไร่ละประมาณ 20 ล้านบาทเท่านั้น เท่ากับว่าปรับขึ้นมา 4 เท่าตัว

ขณะที่นางพรทิพย์ ธนศรีวนิชชัย ประธานบริษัท พร็อตเพอร์ตี้ จำกัด และ ในฐานะประธานชมรมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยถึง การขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดอุดร,ขอนแก่น และโคราช เป็นการขยายตัวตามแนวเส้นทางเศรฐกิจคนนาคมขนส่ง ซึ่งรัฐบาลได้มีนโยบายพัฒนาโครงการพื้นฐานรับการเปิดประชาคมเศรฐกิจอาเซียน AEC ในปี 2558 จากเดิมที่มีเพียงผู้ประกอบการท้องถิ่นแข่งขันพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร และอาคารพานิชย์เท่านั้น แต่ในช่วง 2 ปีมานี้ผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลาง(กทม.)เข้ามาผุดโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ซึ่ง ณ วันนี้มีไม่ต่ำกว่า 6ราย อาทิ แลนด์ แอน เฮ้าส์,พฤกษา,ศุภาลัย เป็นต้น

ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในพื้นที่เหล่านี้ ขยับสูงขึ้น จากบ้านเดี่ยวราคา 1 ล้านต้น ๆ ขยับขึ้นเป็น 2 ล้านบาท ราคา 2 ล้านบาท ขึ้นเป็น 2.5 -3 ล้านบาท และมีจำนวนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี

ส่งผลต่อเนื่องถึงราคาที่ดินที่สูงขึ้น จากเดิมราคาอยู่ที่ ไร่ละ 3-4 ล้านบาท แต่ ณ วันนี้ขึ้นไปถึงไร่ละ 8-10 ล้านบาท และส่วนใหญ่ อยู่ในมือของเศรษฐีที่ดินท้องถิ่น เมื่อขายต่อจึงมีราคาสูง

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่ดินแนวราบใน จ.อุดรธานี มีความยากมากขึ้น เพราะราคาที่ดินปรับตัวสูงมาก โดยที่ดินใจกลางเมืองบางแปลงตั้งราคาขายสูงถึง 1 แสนบาทต่อตารางวา หรือ 40 ล้านบาทต่อไร่ส่วนบริเวณถนนวงแหวนรอยต่อใจกลางเมือง ราคาก็ขยับขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อตารางวาหรือ 3-4 ล้านบาทต่อไร่แล้ว ประธานชมรมอสังริมทรัพย์ จังหวัดอุดรธานี กล่าว

ด้านนายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า อำเภอแม่สอดกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีนและญี่ปุ่น เนื่องจากทุกฝ่ายมองถึงศักยภาพของแม่สอดที่จะเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญแห่งหนึ่งของ AEC บนระเบียงเศรษฐกิจอีสต์เวตส์อีโคโนมิกคอร์ริดอร์ (EWEC) ประกอบกับรัฐบาลมีแนวคิดผลักดันจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดขึ้น

นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ขณะนี้ที่ดินในพื้นที่มีราคาพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว เฉลี่ยราคาไร่ละ 3-7 ล้านบาท บางจุดสูงถึงไร่ละ 10-15 ล้านบาท ตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรอง หากเป็นในเขตเมืองสูงอาจสูงถึงงานละ 10 ล้านบาทหรือไร่ละ 40 ล้านบาท และมีแนวโน้มราคาจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องหลังรัฐบาลมีนโยบายที่จะจัดตั้งเป็นพื้นที่เขตการปกครองท้องถิ่นพิเศษและเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเพื่อรองรับ AEC นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะทำให้การค้า-การลงทุนชายแดนแม่สอดคึกคัก และนำไปสู่การพัฒนาความเจริญในทุกๆ ด้าน

ขณะที่ตัวแทนชมรมกลุ่มรักษ์เชียงแสน กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมืองประวัติศาสตร์เชียงแสน จ.เชียงราย ร้องให้สื่อมวลชนเข้าตรวจสอบกรณีมีกลุ่มผู้นำท้องถิ่น รวมตัวกับนักการเมืองส่วนท้องถิ่น เร่งจัดสรรพื้นที่งอกหลายจุด ริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-ลาว บริเวณพื้นที่ ต.เวียง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการ อ.เชียงแสน ไปทางสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อรวบรวมนำไปเสนอขายกลุ่มนายทุน ส่งผลราคาซื้อขายที่ดินสูงถึงไร่ละ 2-3 ล้านบาท

http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413364431
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
mammon
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 928


Mammon@Easy IT


« ตอบ #63 เมื่อ: วันที่ 09 สิงหาคม 2012, 13:13:48 »

ที่แขวงบ่อแก้ว เด็ก ๆ พูดภาษาอังกฤษ จีน ไทย ลาว ฝรั่งเศส
ก็มีไม่มากนะครับผมอยู่แถวเขตเศรษกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเด็กๆก็พูดภาษาลาวภาษาเหนือทั่วไปโซนคนจีนก็พูดจีนกันอย่างเดียวอังกฤษแย่กว่าไทยอีกเด็กส่วนใหญ่ก็ไมได้เรียนหนังสือพ่อแม่พามาเลี้ยงที่บ่อน คนลาวทุกคนทำงานที่นี่ก้พูดได้แค่ภาษาลาวภาษาจีนก็ได้นิดหน่อยแค่ศัพที่ได้ใช้ในงาน อังกฤษแทบไม่มีใครพูดได้ ครับ
IP : บันทึกการเข้า


รับทำระบบเซิฟเวอร์หอพักระบบไร้สายรับปรึกษาปัญหาตู้สล๊อตและตู้ยิงปลา ฟรี Tel. 089-432
<lovelys129
สมาชิกลงทะเบียน
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 167



« ตอบ #64 เมื่อ: วันที่ 09 สิงหาคม 2012, 13:17:02 »

ณู้สึกว่าภาษากลางที่ใช้เขาจะใช้ภาษาอังกฤษกันนะครับ ผมคนหนึ่งล่ะไม่เอาอ่าวเลย
IP : บันทึกการเข้า
Ironmaiden
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,890



« ตอบ #65 เมื่อ: วันที่ 09 สิงหาคม 2012, 14:05:25 »

อย่างนี้ต้องมีเมียให้ครบทุกสัญชาติ...ภาษาลิ่วแน่นอน...
IP : บันทึกการเข้า
rapancell
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 89



« ตอบ #66 เมื่อ: วันที่ 09 สิงหาคม 2012, 21:01:22 »

ขอประชาสัมพันธ์หน่อยนค่ะ
พรุ่งนี้วันที่ 10 สิงหาคม 2555 สำนักงานจังหวัดเชียงราย ส่วนงานยุทธศาสตร์จังหวัด ได้จัดให้มีการประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมภาคประชาชนสู่ประชาคมอาเซียน ที่โรงแรมโพธิวดลตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น. ในงานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะปรับข้อมูล ข่าวสาร เตรียมตัว และส่งข่าวถึงพี่น้องในพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากโอกาสที่จะมาถึงและเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ อยากให้หน่วยงานที่เป็นเครือข่ายให้ความสนใจและมาร่วมงานเยอะๆนะค่ะ
IP : บันทึกการเข้า
สาวนุ้ยผลัดถิ่น
เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณและคนที่คุณรัก
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 720


เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณและคนที่คุณรัก


« ตอบ #67 เมื่อ: วันที่ 09 สิงหาคม 2012, 23:00:40 »

ต่อไปคงมีแต่สังคม อาเซี่ยน เดี๋ยวนี้ใครๆก็พูดแต่ อาเซี่ยน ไม่เห็นจะมีใครย้อนกลับมามอง ความเป็นวัฒนธรรมรากเง้า ของตัวเองเลย (จะว่าเชย หรือ ล้าหลังก็ไม่อายน่ะ)

ต่อไปลูกหลานเราคงไม่มี โอกาสได้เรียนภาษาไทย หรือ ประวัติศาสตร์ชาติไทยกันแล้ว
เพราะต้องเรียน ภาษาอังกฤษแข่งกะพม่า

ทำไมเราไม่มีแกนหลักยึด ชูด้านวัฒนธรรมความเป็นไทย ที่คนทั่วโลกยอมรับ

สังคมเราคงจะน่าอยู่ขึ้นเยอะ ถ้าเราร่วมมือกัน
IP : บันทึกการเข้า

ร้านรังนกทอง จ.เชียงราย จำหน่าย เครื่องดื่มรังนก และรังนกนางแอ่น มีทั้งแบบรังเต็ม รังที่คัดสะอาดพร้อมปรุง http://blog.chiangraifocus.com/?id=1156
เชียงรายพันธุ์แท้
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,033



« ตอบ #68 เมื่อ: วันที่ 10 สิงหาคม 2012, 16:07:02 »

ต่อไปคงมีแต่สังคม อาเซี่ยน เดี๋ยวนี้ใครๆก็พูดแต่ อาเซี่ยน ไม่เห็นจะมีใครย้อนกลับมามอง ความเป็นวัฒนธรรมรากเง้า ของตัวเองเลย (จะว่าเชย หรือ ล้าหลังก็ไม่อายน่ะ)

ต่อไปลูกหลานเราคงไม่มี โอกาสได้เรียนภาษาไทย หรือ ประวัติศาสตร์ชาติไทยกันแล้ว
เพราะต้องเรียน ภาษาอังกฤษแข่งกะพม่า

ทำไมเราไม่มีแกนหลักยึด ชูด้านวัฒนธรรมความเป็นไทย ที่คนทั่วโลกยอมรับ

สังคมเราคงจะน่าอยู่ขึ้นเยอะ ถ้าเราร่วมมือกัน

แล้วภาษา ตั๋วหนังสือ วัฒนธรรม แลประวัติศาสตร์ล้านนา ลอครับ

ผมหันโตยกับเรื่องส่งเสริมกำฮู้เกี่ยวกับอาเซียนน่อครับ
แต่ก็ต้องเก็บของเฮาไว้โตย คนเฮาฮู้หลายๆภาษา ฮู้อะหยังหลายๆอย่าง ก็ดีลอครับ


* 001.jpg (89.81 KB, 717x538 - ดู 205 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 10 สิงหาคม 2012, 16:22:58 โดย เชียงรายพันธุ์แท้ » IP : บันทึกการเข้า
superguy
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,105



« ตอบ #69 เมื่อ: วันที่ 10 สิงหาคม 2012, 23:42:58 »

ที่ดินขอนแก่นไร่ละ 80 ล้าน! ‘อุดรฯ-แม่สอด’ไร่ละ40ล้าน/ปั่นราคา‘อีสาน-เหนือ’รับเออีซี

   
    

ขอนแก่น/อุดรฯ/ตาก/เชียงราย - ราคาที่ดินขอนแก่น-อุดรธานีแพงเว่อร์ ถนนศรีจันทร์เก็งกำไรไร่ละ 80 ล้านบาท ขณะ ที่ใจกลางเมืองอุดรธานีไร่ละ 40 ล้าน “ศุภาลัย” เผย ณ วันนี้ โซนรอบมหาวิทยาลัย ขอนแก่นบูมสุดๆ รองรับเศรษฐกิจ AEC ด้านภาคเหนือ บูมไม่แพ้กัน แม่สอดนำโด่ง สนนราคาที่ดินไร่ละ 10-40 ล้านบาท เชียงรายพุ่ง 2-3 ล้านบาทต่อไร่

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงราคาที่ดินในจังหวัดขอนแก่น ว่าโซนที่บูมที่สุดคือรอบมหาวิทยาลัยขอนแก่น ราคาที่ดินถือว่าสูงสุดในปัจจุบันซื้อขายกันตารางวาละ 40,000-45,000 บาท หรือไร่ละ 16-18 ล้านบาท

" ณ วันนี้ แหล่งอยู่อาศัยเกิดใหม่แค่ 2-3 ปีราคาขยับเร็วมาก จากตารางวาละ 10,000-20,000 บาท ตอนนี้ซื้อขายกันตารางวาละกว่า 40,000 บาท หรือไร่ละเฉียด 20 ล้าน " นายไตรเตชะ กล่าว

แต่ที่มีราคาแพงสุด ๆ อยู่ที่ “ถนนศรีจันทร์” โดยแหล่งข่าวรายหนึ่ง เปิดเผยิสยามธูรกิจิ ว่า ราคาซื้อขายที่ดินในเส้นถนนศรีจันทร์ ณ วันนี้ไร่ละ 80 ล้านบาท แต่ก็ไม่มีที่ดินให้ซิ้อแล้ว เพราะตกอยู่ในมือของนักเก็งกำไร ซึ่งเป็นสาเหตุให้ราคาพุ่งขึ้นไปเว่อร์สูงเกินความเป็นจริง เพราะหากซื้อ-ขายกันตามราคาปกติเมื่อ 3 ปีก่อนหน้าก็จะอยู่ที่ไร่ละประมาณ 20 ล้านบาทเท่านั้น เท่ากับว่าปรับขึ้นมา 4 เท่าตัว

ขณะที่นางพรทิพย์ ธนศรีวนิชชัย ประธานบริษัท พร็อตเพอร์ตี้ จำกัด และ ในฐานะประธานชมรมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยถึง การขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดอุดร,ขอนแก่น และโคราช เป็นการขยายตัวตามแนวเส้นทางเศรฐกิจคนนาคมขนส่ง ซึ่งรัฐบาลได้มีนโยบายพัฒนาโครงการพื้นฐานรับการเปิดประชาคมเศรฐกิจอาเซียน AEC ในปี 2558 จากเดิมที่มีเพียงผู้ประกอบการท้องถิ่นแข่งขันพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร และอาคารพานิชย์เท่านั้น แต่ในช่วง 2 ปีมานี้ผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลาง(กทม.)เข้ามาผุดโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ซึ่ง ณ วันนี้มีไม่ต่ำกว่า 6ราย อาทิ แลนด์ แอน เฮ้าส์,พฤกษา,ศุภาลัย เป็นต้น

ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในพื้นที่เหล่านี้ ขยับสูงขึ้น จากบ้านเดี่ยวราคา 1 ล้านต้น ๆ ขยับขึ้นเป็น 2 ล้านบาท ราคา 2 ล้านบาท ขึ้นเป็น 2.5 -3 ล้านบาท และมีจำนวนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี

ส่งผลต่อเนื่องถึงราคาที่ดินที่สูงขึ้น จากเดิมราคาอยู่ที่ ไร่ละ 3-4 ล้านบาท แต่ ณ วันนี้ขึ้นไปถึงไร่ละ 8-10 ล้านบาท และส่วนใหญ่ อยู่ในมือของเศรษฐีที่ดินท้องถิ่น เมื่อขายต่อจึงมีราคาสูง

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่ดินแนวราบใน จ.อุดรธานี มีความยากมากขึ้น เพราะราคาที่ดินปรับตัวสูงมาก โดยที่ดินใจกลางเมืองบางแปลงตั้งราคาขายสูงถึง 1 แสนบาทต่อตารางวา หรือ 40 ล้านบาทต่อไร่ส่วนบริเวณถนนวงแหวนรอยต่อใจกลางเมือง ราคาก็ขยับขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อตารางวาหรือ 3-4 ล้านบาทต่อไร่แล้ว ประธานชมรมอสังริมทรัพย์ จังหวัดอุดรธานี กล่าว

ด้านนายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า อำเภอแม่สอดกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีนและญี่ปุ่น เนื่องจากทุกฝ่ายมองถึงศักยภาพของแม่สอดที่จะเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญแห่งหนึ่งของ AEC บนระเบียงเศรษฐกิจอีสต์เวตส์อีโคโนมิกคอร์ริดอร์ (EWEC) ประกอบกับรัฐบาลมีแนวคิดผลักดันจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดขึ้น

นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ขณะนี้ที่ดินในพื้นที่มีราคาพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว เฉลี่ยราคาไร่ละ 3-7 ล้านบาท บางจุดสูงถึงไร่ละ 10-15 ล้านบาท ตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรอง หากเป็นในเขตเมืองสูงอาจสูงถึงงานละ 10 ล้านบาทหรือไร่ละ 40 ล้านบาท และมีแนวโน้มราคาจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องหลังรัฐบาลมีนโยบายที่จะจัดตั้งเป็นพื้นที่เขตการปกครองท้องถิ่นพิเศษและเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเพื่อรองรับ AEC นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะทำให้การค้า-การลงทุนชายแดนแม่สอดคึกคัก และนำไปสู่การพัฒนาความเจริญในทุกๆ ด้าน

ขณะที่ตัวแทนชมรมกลุ่มรักษ์เชียงแสน กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมืองประวัติศาสตร์เชียงแสน จ.เชียงราย ร้องให้สื่อมวลชนเข้าตรวจสอบกรณีมีกลุ่มผู้นำท้องถิ่น รวมตัวกับนักการเมืองส่วนท้องถิ่น เร่งจัดสรรพื้นที่งอกหลายจุด ริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-ลาว บริเวณพื้นที่ ต.เวียง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการ อ.เชียงแสน ไปทางสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อรวบรวมนำไปเสนอขายกลุ่มนายทุน ส่งผลราคาซื้อขายที่ดินสูงถึงไร่ละ 2-3 ล้านบาท

http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413364431

ปั่นราคากันจนน่ากลัวนะครับ อีกหน่อยคนไทยแท้ ๆ คงต้องไปเช่าที่คนต่างชาติ บนแผ่นดินของเราเอง น่าเป็นห่วงรุ่นลูกรุ่นหลานครับ อาจจะเป็นพลเมืองชั้นสองในประเทศตัวเอง หากปรับตัวไม่ทัน แล้วราคาโอเว่อร์อย่างนี้ คนจบใหม่เพิ่งเริ่มทำงาน จะมีปัญญาซื้อบ้านซักหลังมั้ยเนี่ย
IP : บันทึกการเข้า

Ck 401
"....เมื่อเห็นทุกสิ่งเป็นธรรมดา ก็ไม่มีอะไรมาทำให้ทุกข์ได้อีก...."
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,231


...งานหนักไม่เคยฆ่าคน...


« ตอบ #70 เมื่อ: วันที่ 12 สิงหาคม 2012, 20:23:25 »

ต่อไปคงมีแต่สังคม อาเซี่ยน เดี๋ยวนี้ใครๆก็พูดแต่ อาเซี่ยน ไม่เห็นจะมีใครย้อนกลับมามอง ความเป็นวัฒนธรรมรากเง้า ของตัวเองเลย (จะว่าเชย หรือ ล้าหลังก็ไม่อายน่ะ)

ต่อไปลูกหลานเราคงไม่มี โอกาสได้เรียนภาษาไทย หรือ ประวัติศาสตร์ชาติไทยกันแล้ว
เพราะต้องเรียน ภาษาอังกฤษแข่งกะพม่า

ทำไมเราไม่มีแกนหลักยึด ชูด้านวัฒนธรรมความเป็นไทย ที่คนทั่วโลกยอมรับ

สังคมเราคงจะน่าอยู่ขึ้นเยอะ ถ้าเราร่วมมือกัน

แล้วภาษา ตั๋วหนังสือ วัฒนธรรม แลประวัติศาสตร์ล้านนา ลอครับ

ผมหันโตยกับเรื่องส่งเสริมกำฮู้เกี่ยวกับอาเซียนน่อครับ
แต่ก็ต้องเก็บของเฮาไว้โตย คนเฮาฮู้หลายๆภาษา ฮู้อะหยังหลายๆอย่าง ก็ดีลอครับ

นฐานะ จขกท อยากให้ตระหนักครับ AEC ตอนนี้อาจเป็นเรื่องไกลตัว อนาคตอาจเป็นเรื่องปกติที่น้องๆวัยกำลังเริ่มต้นแสวงหา มองว่ามันไม่พ้นกับตัวเองเลย ยิงฟันยิ้มครับ
IP : บันทึกการเข้า

"....คณะเรา ไม่ยอมให้ด้อยถอยลง ต่ำเราต้องค้ำชูให้สูงจรุงศรี....."
....เมื่อเห็นทุกสิ่งเป็นธรรมดา  ก็ไม่มีอะไรมาทำให้ทุกข์ได้อีก...."
ⒷⒼ*
ผู้ดูแลบอร์ด
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,400

นิพพานคือนิรันดร์


« ตอบ #71 เมื่อ: วันที่ 12 สิงหาคม 2012, 20:26:11 »

อ้ายกร จะโก อินเตอร์ แล้ว ขาดคนขับรถบอกเน้อ ยิงฟันยิ้ม
IP : บันทึกการเข้า
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,042


« ตอบ #72 เมื่อ: วันที่ 22 สิงหาคม 2012, 22:46:20 »

ชียงรายโหมกระแสอาเซียน ผู้ว่าฯ สั่งสร้างหมู่บ้าน-ตำบล-อำเภอเออีซี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   22 สิงหาคม 2555




เชียงราย - เมืองพ่อขุนฯ เปิดลานหน้าศาลากลางจังหวัดฯ โหมกระแส AEC ปลุกคนเชียงรายเตรียมพร้อมรับประชาคมอาเซียน และอาเซียน+จีน ที่มีผู้บริโภคมากกว่า 2 พันล้านคน ผู้ว่าฯ สั่งทุกหน่วยเดินเครื่องสร้างอำเภอ-ตำบล-หมู่บ้านเออีซีใน 3 ปี

วันนี้ (22 ส.ค.) ที่ลานหน้าศาลากลาง จ.เชียงราย นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดงานเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ภายใต้ชื่องาน “เชียงรายก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 2015” โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ การแต่งกายประจำชาติของชาติต่างๆ การแสดงบนเวทีที่บ่งบอกถึงความเป็นอาเซียนและเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย ก่อนที่นายธานินทร์จะนำหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ และเอกชนเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ

นายธานินทร์กล่าวว่า อาเซียนมี 3 ขาที่เกิดจากความร่วมมือกันของ 10 ประเทศ คือ ขาแห่งสังคม และความมั่นคง ขาแห่งประชาคมเศรษฐกิจหรือเออีซี และขาแห่งวัฒนธรรมประเพณี ดังนั้น ในโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2015 หรืออีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า ชาวเชียงรายจะต้องมีความพร้อม

เพราะเชียงรายมีความแตกต่างจากจังหวัดอื่นตรงที่เราคือยุทธศาสตร์ที่เป็นประตูของประเทศไทยสู่เออีซี และยังเป็นประตูจากอาเซียนสู่ประเทศจีนอีกด้วย โดยอาเซียนมีประชากรรวมกันทั้งหมดประมาณ 600 ล้านคน และหากอาเซียนบวกหนึ่ง คือ จีน ก็จะมีประชากรรวมกันกว่า 2,000 ล้านคน โดยมีเชียงรายเป็นจุดเชื่อมสำคัญ

นายธานินทร์กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมโดยใช้เวลาอีก 3 ปี ก็จะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านเออีซีโดยถ้วนหน้ากัน โดยได้จัดให้ทุกหน่วยงาน กรม กอง ฯลฯ ในพื้นที่ได้จัดประชุมเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในส่วนของหน่วยงานตัวเองว่าจะเข้าสู่เออีซีอย่างไร และทั้งหมดจะร่วมกันกำหนดเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดในการร่วมกันเข้าสู่เออีซีต่อไป

http://www.manager.co.th/Local/ViewN...=9550000103190
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
Golilazz
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17



« ตอบ #73 เมื่อ: วันที่ 25 สิงหาคม 2012, 09:05:12 »

มาขอความรู้ครับ ขอถามแบบชาวบ้านๆเลยนะครับ  ว่าเฮาจะได้อะหยังจากมันครับ เท่าที่ได้ยินได้ฟังในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งมันกว้างจนมองภาพยังบ่ออกอะครับ ว่าชาวบ้านอย่างเฮาจะได้ประโยชน์หยัง เห็นคนใหญ่คนโตได้กำชับมาว่าเร่งสร้างและพัฒนาเพื่อจะลองรับความเป็นสากล  กำนันบ้านผม ผู้ใหญ่บ้านบ้านผม เค้าก็ยังงงเลยว่า จะต้องพัฒนาอย่างไร เพื่อที่จะรองรับอะไร งงกันอยู่  รบกวนช่วยอธิบายกำเตอะครับ ขอบคุณครับ   
IP : บันทึกการเข้า
poypang
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 702


โอ้ววว !!! พระเจ้า เชียงรายโฟกัส มันดีมากเลย


« ตอบ #74 เมื่อ: วันที่ 25 สิงหาคม 2012, 10:07:45 »

ไม่พร้อม แต่ก็เลือกไม่ได้ ค่ะ
IP : บันทึกการเข้า

อยู่อย่างคนธรรมดา แต่จงใช้ปัญญาเยี่ยงนักปราชญ์ : ท่าน ว.วริชเมธี
mn
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,292



« ตอบ #75 เมื่อ: วันที่ 25 สิงหาคม 2012, 22:40:38 »

กลัวพม่า ค่ะ
เพราะขนาดไม่เป็นอาเซียนยังเยอะขนาดนี้
แล้วถ้าเป็นล่ะบ้านเราเป็นทางผ่านด้วย
IP : บันทึกการเข้า
Kontae_ki
อนาคต..เราสร้างเองได้
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 400


ลูกชาวนา 100%


« ตอบ #76 เมื่อ: วันที่ 25 สิงหาคม 2012, 23:00:36 »



เข้ามารับรู้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับเราทุกคนจริงๆ
IP : บันทึกการเข้า

boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,042


« ตอบ #77 เมื่อ: วันที่ 26 สิงหาคม 2012, 14:18:22 »

ทุ่มงบ 21 ลบ.สร้างสถานีเดินรถ บขส.เชียงราย เปิดให้บริการแล้ววันนี้!!


เชียงราย เปิดสถานีเดินรถ บขส. รองรับการเติบโตของการคมนาคมทางบก เชื่อมเส้นทางสาย R3A เชียงราย-ลาว-จีน ใช้งบประมาณก่อสร้าง 21 ล้านบาท
     วันที่ 26 ส.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, นายสุรชัย ลิ้นทอง รอง ผวจ.เชียงราย, นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กก.ผจญ. บริษัทขนส่ง จำกัด (999) และคณะผู้บริหาร บขส. ร่วมกันทำพิธีเปิดสถานีเดินรถ บขส.เชียงราย ณ ลานสถานีขนส่งเดินรถเชียงราย ถนนพหลโยธินสายเก่า ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

     นายสมชัย กล่าวว่า สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งนี้จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ และเป็นการรองรับการเจริญเติบโตของการคมนาคมทางบก เชื่อมต่อการเดินทางไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และเมื่อการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ไปยังเมืองห้วยทราย ของประเทศลาว ที่จะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.2556
     สถานีเดินรถบริษัทขนส่ง จำกัด เชียงราย จะสามารถรองรับการเปิดเดินรถระหว่างประเทศไทย ถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศจีน ตามเส้นทางสาย R3A ได้ จึงถือเป็นการเตรียมพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ของบริษัทขนส่ง จำกัด ในการที่จะพัฒนาบริการคมนาคมขนส่งทางบกด้วยรถโดยสารสาธารณะให้มีความทันสมัยและเจริญก้าวหน้า


     ขณะที่ นายวุฒิชาติ กล่าวว่า สถานีเดินรถ บริษัทขนส่ง จำกัด เชียงราย เกิดขึ้นจากคณะกรรมการบริษัทฯ เห็นชอบให้ก่อสร้างสถานีเดินรถ บขส.เชียงราย ขึ้นบนเนื้อที่ของบริษัทฯ เพื่อใช้เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารที่จะพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางขนส่งผู้โดยสารในประเทศ (HUB) และระหว่างประเทศ รองรับการเปิดเดินรถโดยสารระหว่างประเทศไทยไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เส้นทางเชียงราย บ่อแก้ว ที่จะเปิดเดินรถขึ้นในอนาคต ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้เปิดเดินรถระหว่างประเทศ เส้นทางเชียงใหม่ เชียงราย หลวงพระบาง ไปแล้ว 1 เส้นทาง

     ทั้งนี้ รถโดยสารของบริษัทฯ ที่เข้าใช้พื้นที่ในสถานีรถ บขส.เชียงราย คือ เส้นทางกรุงเทพ เชียงราย ให้บริการวันละ 4 เที่ยววิ่งต่อวัน คือ รถมาตรฐาน 4 (ก) 1 เที่ยว เวลา 19.00 น. รถมาตรฐาน 4 (ข) 2 เที่ยววิ่ง เวลา 07.00 น. เวลา 18.00 น. และรถมาตรฐาน 4 (ค) 1 เที่ยววิ่ง เวลา 16.30 น. โดยรูปแบบอาคารเป็น 3 ชั้น มีพื้นที่ภายในอาคารสำหรับห้องจำหน่ายตั๋ว ที่พักผู้โดยสาร ศูนย์อาหาร ร้านค้าสะดวกซื้อ สุขาสำหรับผู้โดยสาร พื้นที่อำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ อาทิ ทางลาดคนพิการ ห้องสุขาคนพิการ ที่รับฝากพัสดุภัณฑ์ และที่พักพนักงาน โดยงบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 21 ล้านบาท

http://www.siamrath.co.th/web/?
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,042


« ตอบ #78 เมื่อ: วันที่ 28 สิงหาคม 2012, 21:10:19 »

รัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรับเออีซี1.1ล้านล้าน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมหารือเพื่อวางแผนการจัดเส้นทางคมนาคมรองรับประชาคมอาเซียนหรือเออีซี ว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดทำแผนเส้นทางคมนาคมเชื่อมประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยเน้นเส้นทางเชื่อมระหว่างประตูการค้าชายแดนหลัก 8 แห่ง ไปยังประตูการค้าหลักของประเทศ คือ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เบื้องต้นคาดว่าจะต้องดำเนินโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนน รถไฟ รวม 75 โครงการ วงเงินประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการปี 2556-2563 คาดแผนจะสรุปแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้

สำหรับประตูการค้าชายแดน 8 แห่ง ได้แก่ 1.ด่านอรัญประเทศ ติดชายแดนกัมพูชา 2.ด่านมุกดาหาร ติดชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) 3.ด่านแม่สอด ติดชายแดนเมียนมาร์ 4.ด่านสะเดา ติดชายแดนมาเลเซีย 5.ด่านปาดังเบซาร์ ติดชายแดนมาเลเซีย 6.ด่านหนองคาย ติดชายแดนสปป.ลาว 7.ด่านแม่สาย ติดชายแดนเมียนมาร์ และ8.ด่านเชียงของ ติดชายแดนสปป.ลาว

"การจัดเส้นทางคมนาคม เช่น เส้นทางด่านอรัญประเทศเชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าของตลาดอาเซียน โดยมีจุดเด่นที่การคมนาคมสะดวก โดยสามารถใช้ไทยเป็นศูนย์กลางเดินทางเชื่อมต่อไปยังประเทศที่ 2 และ 3 ได้ ขณะที่ประเทศไทยก็จะได้รับประโยชน์จากการเป็นฐานการผลิตและกิจกรรมการค้าต่างๆ" นายจารุพงศ์ กล่าว

ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ พ.ศ.2555-2559 ด้วย ซึ่งพบว่ามีหลายโครงการที่อยู่ในขอบเขตของแผนการพัฒนาเพื่อรองรับประชาคมอาเซียนและพัฒนาระบบโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ดังนั้นจะมีการสรุปแผนงานอีกครั้งว่าโครงการใดจะบรรจุอยู่ในแผนใด โดยโครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการอาจพิจารณาให้ใช้เงินกู้ ส่วนโครงการใดที่อยู่ในแผนราชการปกติ ก็จะใช้งบประมาณแผ่นดิน โดยยืนยันไม่มีปัญหาซ้ำซ้อน

"โครงการรถไฟทางคู่ ถือได้ว่าเป็นโปรเจ็คยาสามัญประจำบ้าน เพราะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการรองรับประชาคมอาเซียน และลดต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งยังมีอีกหลายโครงการที่เข้าข่ายโปรเจ็คยาสามัญประจำบ้าน ซึ่งโครงการเหล่านี้จะต้องเร่งดำเนินการ และจะต้องพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณจากส่วนใด" นายจารุพงศ์ กล่าว

ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า เส้นทางที่กำหนดให้ใช้สำหรับขนส่งสินค้าผ่านแดนและข้ามแดนในประเทศไทยรวม 6 เส้นทาง ระยะทาง 4,477 กม. ได้แก่ 1.เส้นทางหมายเลข 1 แม่สอด (ชายแดนเมียนมาร์)-ตาก-กรุงเทพฯ (แยกบางปะอิน)-หินกอง-นครนายก-อรัญประเทศ-คลองลึก (ชายแดนกัมพูชา) ระยะทาง 702 กม. 2.เส้นทางหมายเลข 2 แม่สาย (ชายแดนเมียนมาร์)-เชียงราย-ลำปาง-ตาก-กรุงเทพฯ (แยกบางปะอิน)-นครปฐม-ปากท่อ-ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-พัทลุง-หาดใหญ่-อ.สะเดา (ชายแดนมาเลเซีย) ระยะทาง 1,923 กม.

3.เส้นทางหมายเลข 3 เชียงราย-เชียงของ (ชายแดนสปป.ลาว) ระยะทาง 115 กม. เส้นทางหมายเลข 4.เส้นทางหมายเลข 12 แยกหินกอง-สระบุรี-นครราชสีมา-ขอนแก่น-หนองคาย (ชายแดนสปป.ลาว) 5.เส้นทางหลายเลข 16 ตาก-พิษณุโลก-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์-อ.สมเด็จ-มุกดาหาร (ชายแดนสปป,ลาว) และ6.เส้นทางหมายเลข 19 นครราชสีมา-กบินทร์บุรี-แหลมฉบัง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก (ทับช้าง)-บางปะอิน ระยะทาง 491 กม.

http://www.bangkokbiznews.com9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99.html
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,042


« ตอบ #79 เมื่อ: วันที่ 30 สิงหาคม 2012, 21:04:56 »

คมนาคมสรุปแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1.9 ล้านล้าน
วันพฤหัสบดี ที่ 30 ส.ค. 2555     
กรุงเทพฯ 30 ส.ค.- นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมจัดทำแผนลงทุนของกระทรวงคมนาคมว่า ได้สรุปโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคม เพื่อรองรับการพัฒนาอนาคตของประเทศในระยะยาว ภายในปี 63 รวมทั้งโครงการพัฒนาระบบคมนาคมรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 58 โดยจะใช้เงินลงทุนจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยพบว่ามีทั้งหมด 55 โครงการ วงเงินประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท โดยภายใน 2 สัปดาห์ แต่ละหน่วยงานจะส่งรายละเอียดโครงการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) รวบรวมรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนโครงการบ้าง แต่โครงการหลักๆ จะเหมือนเดิม

สำหรับแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นการลงทุนสาขาต่างๆ เช่น สาขาการขนส่งทางถนน วงเงิน 479,000 ล้านบาท เช่น ทางหลวงวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ รอบที่ 3 ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ช่วงชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ช่วงบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ช่วงบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ช่วงนครปฐม-สมุทรสงคราม-ชะอำ และช่วงบางปะอิน-นครสวรรค์

สาขาการขนส่งทางราง วงเงิน 1.28 ล้านล้านบาท เช่น รถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระบบรถไฟสายใหม่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ช่วงอรัญประเทศ-ปอยเปต รถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน สาขาการขนส่งทางน้ำ วงเงิน 128,000 ล้านบาท เช่น เขื่อนยกระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาและน่าน ท่าเรือน้ำลึกปากบารา ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และสาขาการขนส่งทางอากาศ วงเงิน 83,900 ล้านบาท เช่น การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 การก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบบริการทางเดินอากาศ

ส่วนเป้าหมายในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน คือ ในปี 63 ต้นทุนการขนส่งสินค้าเฉลี่ยตันละ 1.8669 บาทต่อ กม. หากไม่ลงทุนคาดว่าต้นทุนการขนส่งสินค้าเฉลี่ยเป็นตันละ 1.9949 บาทต่อ กม. ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทยโดยรวมเพิ่มขึ้น 6% ทำให้ลดค่าใช้จ่ายสูญเสียจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 80,000 ล้านบาท ประหยัดมูลค่าของเวลาในการเดินทางได้ประมาณ 100,000 ล้านบาท และลดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมได้ 3,600 ล้านบาท

นอกจากนั้น ยังทำให้สัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางราง เพิ่มขึ้นเป็น 5% จากปี 54 อยู่ที่ 2.5% สัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางลำน้ำ เพิ่มขึ้นเป็น 10.5% จากปี 2554 อยู่ที่ 8.5% สัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางชายฝั่ง เพิ่มขึ้นเป็น 7.5% จากปี 54 อยู่ที่ 6% ปริมาณผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพิ่มเป็น 64 ล้านคน จากปี 2554 อยู่ที่ 47.4 ล้านคน รวมทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าในภาพรวม เป็น 900 ล้านตันต่อปี จากเดิม 700 ล้านตันต่อปี.-สำนักข่าวไทย
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
หน้า: 1 2 3 [4] 5 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!