เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 19 กันยายน 2018, 22:44:24
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  คนเชียงราย สังคมเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, [ตา-รา-บาว], zombie01, ۰•ฮักแม่จัน©®, ⒷⒼ*, ตาต้อม, nuifish, NOtis, >: l!ne-po!nt :<, ©®*, Cupid)
| | |-+  +++รวมข่าวสาร การค้าชายแดนจังหวัด เชียงราย และ ประชาคมอาเซียน(AEC)+++
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน +++รวมข่าวสาร การค้าชายแดนจังหวัด เชียงราย และ ประชาคมอาเซียน(AEC)+++  (อ่าน 5244 ครั้ง)
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,070


« เมื่อ: วันที่ 21 มีนาคม 2012, 22:01:04 »

ที่ประชุมเจชีไทย-ลาว ครั้งที่ 17 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เห็นพ้องร่วมกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ

ที่ประชุมเจชีไทย-ลาว ครั้งที่ 17 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เห็นพ้องร่วมกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ สนับสนุนการเปิดจุดผ่านแดนไทย-ลาวเพิ่มเติม พร้อมจะหยิบยกปัญหาหมอกควันบริเวณชายแดนภาคเหนือติดกับฝั่งลาว เข้าหารือในเวทีอาเซียน
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ หรือ เจซี ไทย-ลาว ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 17 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ โดยสาระสำคัญประกอบด้วยการกล่าวรายงานผลความตกลงในการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ของการประชุมเจซี เมื่อวานนี้ (20 มี.ค.55) ซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการเมืองความมั่นคง ด้านสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ อาทิ การตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ การยกระดับจุดผ่านแดนต่างๆ เช่น จุดผ่อนปรนบ้านฮวก จ.พะเยา ซึ่งตรงกับด่านท้องถิ่นบ้านปางมอน เมืองคอบ แขวงไซยะบุลี และจุดผ่านแดนภูดู่ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งตรงกับด่านท้องถิ่นบ้านผาแก้ว เมืองปากลาย แขวงไซยะบุลี สืบเนื่องจากการเรียกร้องของนักธุรกิจและผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ที่จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าเรื่องการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ที่กำหนดเสร็จสิ้นในปลายปีนี้ และคาดว่าจะเปิดใช้ได้ในกลางปี 2556 ตลอดจนแนวคิดการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำเอกสารความร่วมมืออย่างเป็นทางการ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การประชุมได้ผลสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ทั้งไทยและลาวมีความเข้าอกเข้าใจกัน ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายอันดีต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ทางการลาวยังได้ร้องขอให้ทางการไทยสนับสนุนการตั้งจุดผ่านแดนถาวร บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เนื่องจากลาวจะมีการก่อสร้างสนามบินสากล และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยทางการไทยจะเร่งนำเรื่องดังกล่าวไปดำเนิน การ ส่วนประเด็นเรื่องปัญหาหมอกควันนั้น ทางการลาวได้รับปากจะจริงจังกับเรื่องนี้ รวมทั้งยังเห็นพ้องร่วมกันในการหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นหารือในเวทีการประชุมอาเซียนด้วย

    
ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อรวรรณ เผือกไธสง / สนข.   Rewriter : ธนวัต วงศ์วิริยะวณิช / สวท.
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 03 เมษายน 2012, 12:12:23 โดย boondham » IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,070


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 22 มีนาคม 2012, 13:11:42 »

หนุนกทท.สร้างท่าเรือฝั่งลาว

วันอังคารที่ 20 มีนาคม 2012

หนุนกทท.ลงทุนสร้างท่าเรือฝั่งสปป.ลาวตามแนวลำน้ำโขงในจุดสำคัญทางเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมโยงการค้าชายแดนให้คึกคัก รูปแบบบาร์เตอร์เทรดสินค้า อาจนำร่องที่เชียงราย พร้อมเล็งก่อสร้างท่าเรือชายฝั่งเพิ่มจากเหนือจดใต้ เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรทางบกและลดต้นทุนการขนส่ง ยันแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อนชงครม.ไฟเขียว
 พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)นำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลดังนี้ 
1.การให้ความสำคัญต่อการขนส่งทางน้ำให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นโดยมีนายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่าและในฐานะประธานคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นผู้ขับเคลื่อนต่อไป

 2.มุ่งให้กทท.คอยอำนวยความสะดวกต่อการขนถ่ายสินค้าในท่าเรือต่างๆ ที่มีอยู่แล้วและที่กำลังจะเปิดให้บริการต่อไปไม่ว่าจะเป็นที่เชียงแสน 2  หรือที่ระนอง โดยจะเปิดเพิ่มอีกจำนวน 3 ท่าตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป   
             
 3.เน้นให้เกิดการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ  เช่น รถไฟทางคู่ที่เชื่อมโยงกับท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งทราบว่าขาดระยะทางอีกประมาณ 3 กิโลเมตรที่จะเข้าสู่พื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ที่ต้องการให้การรถไฟฯต้องลงทุนพร้อมกับการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี 8 เดือนจะแล้วเสร็จ

4.ต้องการให้ต่อยอดแนวคิดในการพัฒนาท่าเรือเพิ่มในโซนพื้นที่อ่าวไทยฝั่งตะวันตกรูปแบบท่าเรือชายฝั่งให้มากขึ้น อีกทั้งยังสนับสนุนให้กทท.ไปลงทุนสร้างท่าเรือในฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)ให้เชื่อมโยงกับท่าเรือในฝั่งไทยเช่นที่อำเภอเชียงแสนและอำเภอเชียงของที่ไทยเตรียมจะเปิดให้บริการในเร็ว ๆ นี้หรือจุดอื่น ๆ ตามแนวลำน้ำโขง

 5.นโยบายการปฏิบัติงานให้ดำเนินการตามนโยบายขององค์กรโดยไม่ต้องไปอิงกระแสการเมืองขอให้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ และ

 6.ในการดำเนินงานต้องยึดมั่นความถูกต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ หวงแหนองค์กรและร่วมกันสร้างความเป็นปึกแผ่นอย่างแท้จริง


 "ท่าเรือแหลมฉบังต้องมีระบบโครงข่ายป้อนสินค้าให้มากกว่านี้ เพื่อให้เกิดศักยภาพมากขึ้น พร้อมกับการเสริมอุปกรณ์ให้เพียงพอ ประการสำคัญท่าเรือชายฝั่งต้องมีการก่อสร้างเพิ่มขึ้นให้เกิดการเชื่อมโยง โดยเฉพาะจุดที่เป็นท่าเรือน้ำลึก ส่วนตามแนวลำน้ำโขงหากตกลงแลกเปลี่ยนสินค้าต่อกันได้ก็จะเกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย นอกเหนือจะสร้างรายได้เพิ่มให้กทท. ซึ่งควรพิจารณาในจุดสำคัญ ๆ ก่อนโดยจะนำร่องที่เชียงรายฝั่งตรงข้ามไทยเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเนื่องจากการค้าชายแดนจะได้รับความนิยมมากขึ้นแน่ ๆ นับต่อจากนี้ไปและที่กำลังจะเปิดประตูการค้าเสรีในปี 2558 เนื่องจากไทยมีจุดผ่านแดนจำนวนมาก น่าจะเกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่จึงต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับอย่างเพียงพอ"

  พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวอีกว่า ยังต้องการให้มีการก่อสร้างท่าเรือชายฝั่งเพิ่มขึ้นอีกทั้งฝั่งอ่าวไทยโซนตะวันตกหรือครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือจดภาคใต้เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาจราจรและช่วยลดต้นทุนการขนส่งทางบกมาเป็นการขนส่งทางน้ำให้มากขึ้น โดยสามารถไปเชื่อมโยงกับการขนส่งคอนเทนเนอร์ในจุดต่าง ๆ ที่สามารถขยายพื้นที่รองรับได้
 ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้ง 4 แปลงของกทท. ต้องขอดูรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน เมื่อแล้วเสร็จจะให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)ไปดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ให้พร้อมนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป
 "ทราบว่ามีจุดที่ต้องเกี่ยวข้องกับชุมชนแออัดจึงต้องไปสอบถามหากจะย้ายไปอยู่ที่อื่นมีกี่รายโดยต้องสร้างที่อยู่อาศัยรูปแบบอาคารชุดไว้รองรับซึ่งคงต้องร่วมกับการเคหะแห่งชาติรับไปดำเนินการ จัดเก็บค่าเช่าราคาไม่แพง หรืออาจจะใช้พื้นที่สร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่อาจร่วมกับรัฐวิสาหกิจของกระทรวงคมนาคมเพื่อลงทุนร่วมกัน เพราะเชื่อว่าในท้ายที่สุดจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพย์สินกทท.ในท้ายที่สุด"

 ด้านนายถวัลย์รัฐ  อ่อนศิระ  อธิบดีกรมเจ้าท่าในฐานะประธานบอร์ดกทท.กล่าวว่ากรมเจ้าท่าได้ดำเนินการศึกษาแผนการพัฒนาท่าเรือชายฝั่งรองรับไว้แล้วที่ชุมพร  สุราษฎร์ธานีและ มหาชัย ซึ่งจุดท่าที่ชุมพรจะต้องเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นโดยเร็วต่อไป

 "ช่วงที่ผ่านมาพบว่าท่าที่ชุมพรมีปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ต้องกลับมาศึกษาผลกระทบใหม่อีกครั้งตามคำแนะนำของคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม หากแล้วเสร็จก็จะเร่งก่อสร้างโดยเร็วต่อไปคาดว่าจะใช้งบกว่า 100 ล้านบาท ส่วนท่าเรือที่สุราษฎร์ธานีพบว่าเอกชนเข้มแข็งมากในการดำเนินงาน เช่นเดียวกับท่าเรือมหาชัยที่เอกชนลงทุนสร้างขึ้นเองก็มีแนวโน้มที่ดีโดยทั้งหมดเป็นรูปแบบท่าเรือชายฝั่งทั้งหมด"นายถวัลย์กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,724    22-24 มีนาคม  พ.ศ. 2555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 22 มีนาคม 2012, 13:17:23 โดย boondham » IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,070


« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 02 เมษายน 2012, 21:04:08 »

สนข.เร่งศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า รับมือ AEC ผ่านสะพานมิตรภา

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   2 เมษายน 2555 19:14 น.   


    


       ASTVผู้จัดการรายวัน - สนข.ผุดศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า (CCA) สะพานมิตรภาพทุกแห่ง ชูบริการแบบ One-Stop Service หวังรับมือเปิด AEC เตรียมชงคมนาคมเสนอ ครม.นำร่องที่ สะพานแห่งที่ 4 มูลค่า 1.5 พันล้านบาท ชี้ เป็นโครงการเร่งด่วน เหตุชักช้า ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง โดยเฉพาะราคาที่ดิน ขณะที่ ปตท.สนลงทุนตั้งสถานีน้ำมันบริการด้วย
       
       นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.ได้มีการสำรวจเส้นทางคมนาคม ซึ่งเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยในส่วนของสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ไทย-ลาว (นครพนม-คำมวน) ซึ่งเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 ควรมีการศึกษาโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้า (Command Control Area : CCA) โครงการซึ่งจะเป็นศูนย์รวมและกระจายการขนส่งสินค้าเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งระหว่างประเทศ โดยมีศูนย์ดำเนินการด้านพิธีการศุลกากร และพิธีการเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออกครบวงจรในจุดเดียว (One-Stop Service) ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งที่ เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรองรับปริมาณสินค้าจำนวนมากจากประเทศจีน ผ่านทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
       
       โดยขณะนี้ สนข.ได้นำเสนอโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่ง ที่ เชียงของต่อ กระทรวงคมนาคม พิจารณาเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติในหลักการโดยให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เป็นผู้ดำเนินการวงเงิน 1,522.275 ล้านบาท ดำเนินการ 3 ปี (55-57)
       
       นางสร้อยทิพย์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเริ่มวางแผนเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวเพื่อเตรียมความพร้อมรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 58 ด้วย ซึ่งเห็นว่าการมีสะพานมิตรภาพเกิดขึ้น ทำให้ราคาที่ดินบริเวณใกล้สะพานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากมีการตัดสินใจเรื่องศูนย์เปลี่ยนถ่ายล่าช้า ก็จะมีต้นทุนในการดำเนินการสูงขึ้น นอกจากนี้ ล่าสุดทางบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้แสดงความสนใจในการเข้ามาลงทุนสถานีบริการเชื้อเพลิงในพื้นที่ใกล้กับศูนย์เปลี่ยนถ่าย ซึ่งก็จะต้องจัดหาที่ดินเพิ่มเช่นกัน ดังนั้น หากมีการดำเนินการที่สะพานอื่น จะต้องวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมของพื้นที่อย่างเป็นระบบด้วย
          
       นายธงไชย วีระสมัย รองผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง กล่าวว่า ปริมาณรถที่ใช้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เปิดใช้ในเดือน พ.ย.54 โดยมีรถรวมทุกประเภทจำนวน 2,156 คัน เดือน ธ.ค.54 จำนวน 3,030 คัน เดือน ม.ค. 55 จำนวน 3,319 คัน เดือน ก.พ.55 จำนวน 3,748 คัน และจากสถิติปริมาณจราจร พบว่า การเปิดใช้สะพานแห่งที่ 3 ไม่ส่งผลกระทบ หรือทำให้ปริมาณจราจรที่สะพานแห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากสะพานแห่งที่ 2 จะเชื่อมต่อกับเวียดนามตอนใต้ ไปยังดานัง ส่วนสะพานแห่งที่ 3 จะเชื่อมกับเมืองวินห์ ทางด้านเหนือของเวียดนาม

http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9550000041746
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,070


« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 06 เมษายน 2012, 23:27:23 »

เชียงรายปัดฝุ่น"เขตศก.พิเศษ"ชูธงแม่สาย-เชียงแสน-เชียงของ

วันที่ 06 เมษายน พ.ศ. 2555

นายเฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา พาณิชย์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อร่วมกำหนดทิศทางและวางแผน การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วยตัวแทน

จากหน่วยงานภาครัฐและ ภาคเอกชน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ด้านการค้าและการลงทุน ด้านการท่องเที่ยว ด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน กำหนดศึกษาพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน คืออำเภอแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ มุ่งให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือจีเอ็มเอส โดยเฉพาะพม่า สปป.ลาว จีนตอนใต้ ซึ่งขณะนี้มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับกลุ่มประเทศต่าง ๆ เหล่านี้อยู่แล้ว

ปัจจุบัน มีจุดผ่านแดนถาวรที่จังหวัดเชียงราย 4 จุด ใน 3 อำเภอดังกล่าว และมีจุดผ่อนปรน 10 จุด ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีปริมาณการค้ามูลค่า 29,771.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.25% นอกจากนี้ ศักยภาพของจังหวัดเชียงราย ถือว่าเป็นเมืองหน้าด่านประตูเศรษฐกิจของประเทศไทยไปสู่กลุ่มจีเอ็มเอส กลุ่มบิมสเทค (อินเดีย บังกลาเทศ) ได้อีกด้วย

เบื้องต้นมีการกำหนด ให้อำเภอแม่สาย เป็นเขตการค้า การลงทุน เพราะมีความได้เปรียบทางด้านแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ อ.เชียงแสน มุ่งไปที่การค้า การลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยว โดยมีความได้เปรียบด้านช่องทางการขนส่งทางน้ำผ่านแม่น้ำโขง ไปยังจีนตอนใต้ และ อ.เชียงของ มีปัจจัยการสนับสนุนจากการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 4 เชื่อม สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ซึ่งจะมีการเปิดใช้อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2556 นี้ เส้นทางดังกล่าวยังเป็นเส้นทางใหม่ และเป็นทางบก เหมาะกับระบบการขนส่งที่ต้องการความรวดเร็ว ผ่านไปยังเส้นทางใน สปป.ลาว และเข้าสู่จีนตอนใต้ของมณฑลหยุนหนาน

ด้านนายบุญธรรม ทิพย์ประสงค์ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย และประธานหอการค้าอำเภอแม่สาย กล่าวว่า ภาคเอกชนจะนำเสนอรูปแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของ พื้นที่โดยไม่ปล่อยให้กลุ่มทุนใหญ่ ๆ เข้าไปถือครองทั้งหมด โดยอำเภอแม่สาย มุ่งพัฒนาให้เป็นเขตการค้าระหว่างประเทศและชายแดน ส่วนอำเภอเชียงแสน จะมีการผลักดันให้เป็นเมืองท่าเรือ และอำเภอเชียงของ เป็นเขตพาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว โดยแต่ละแห่งต้องมีการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวก เพื่อการค้าการลงทุนในเขตนั้น ๆ ที่มีความเป็นพิเศษกว่าพื้นที่โดยทั่วไป

"แนว โน้มการประกาศเขตและการใช้กฎหมายจะแตกต่างจากการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษใน รูปแบบพระราชกำหนดในยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้กฎหมายประกาศครอบคลุมพื้นที่และให้ผู้ว่าการเขตเข้าไปบริหารงานขึ้น ตรงต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยหันมาใช้พระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11 (เจ๋ง ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการเข้าไปบริหารพื้นที่เศรษฐกิจได้ในบางพื้นที่"

นาย บุญธรรมกล่าวอีกว่า เป้าหมายของการพัฒนาชายแดนจะเป็นการค้าระหว่างประเทศ ไม่ใช่ตั้งเขตอุตสาหกรรม และควรส่งเสริมจุดแข็งของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงคือ การท่องเที่ยว โดยการดึงนักท่องเที่ยวชาวจีนตอนใต้กว่า 200 ล้านคนลงมาท่องเที่ยว และมุ่งสู่พม่าอีก 60 ล้านคน

โดยเฉพาะปัจจุบันมีถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-พม่า ที่สะดวก รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อไปยังเดียนเบียนฟู เวียดนามได้อีกด้วย

ขณะ ที่พม่าและ สปป.ลาว ก็กำลังร่วมมือกันสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง อย่างไรก็ตาม การผลักดันคงต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะยังอยู่ในขั้นการระดมสมองก่อนที่คณะกรรมาธิการจะนำไปสรุปผลและนำเสนอ รัฐบาล และสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1333712333&grpid=03&catid=&subcatid=
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
Temujin
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,002


** แบ่งปัน ไม่แบ่งแยก..แตกต่าง ไม่แตกแยก แตกหัก **


« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 07 เมษายน 2012, 07:59:54 »

  ไม่ได้มาดิสเครติดท่านเจ้าของกระทู้นะครับ ผมมันอนุปริญญาจะไปเทียบมหาบัณฑิตไม่ได้อยู่แล้ว   ยิ้มกว้างๆ ยิงฟันยิ้ม

แต่อะไรที่มันผิดพลาดก็แบ่งปันกันได้ คำว่า AEC หรือ Asean Economics Community คือการรวมตัวของชาติใน Asean

มีประเทศ ไทย, พม่า, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา เพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน

จะมีรูปแบบคล้ายๆ กลุ่ม Euro Zone นั่นเอง  ผมเห็นหลายๆ ท่าน ที่เป็นนักวิชาการ ผู้ประกาศข่าวหรือแม้แต่หัวข้อป้ายสัมนา

ที่แปล AEC ว่า "ประชาคมอาเซียน" ซึ่งมันไม่ใช่ครับ เราลืมแปลตัว E ไป ซึ่งมันมีความหมายตายตัวอยู่แล้วว่า "เศรษฐกิจ"

ประชาคมอาเซียน นั้นมันมีมานานแล้วหลายสิบปีมาแล้วครับ แต่จะว่ากันเรื่องเศรษฐกิจนั้นจะเริ่มในปี พ.ศ.๒๕๕๘ นี้

หลังจากเริ่มกันมาตั้งแต่ AFTA แล้วกลายเป็น FTA และจะเป็น AEC ในอีก ๒ ปี กับ ๘ เดือนเศษๆ เข้ามานี้

เขาว่าคนไทยอ่อนภาษาด้วยในการก้าวเข้าสู่ AEC ซึ่งผมก็อ่อนนะ  เรื่องบางเรื่องในการเปิดประตูสู่ AEC อาจเหลือมุ้งลวดบ้าง

แต่เรื่องความพร้อมของคนไทยไม่มีอะไรมาปิดกั้น ทั้งภาครัฐ- เอกชน ธุรกิจครอบครัว ธุรกิจ SME ต้องปรับตัวด้วย

ไม่งั้นไม่เหลืออะไรให้เราได้ภาคภูมิใจแน่ๆ สักวันพี่สิงห์ อาจมาเซ้งประเทศไทยได้ ถ้าการบริหารรัฐเรายังเป็นอย่างนี้อยู่


ปล.คงไม่ว่ากันที่เหน็บแนมไปด้วย ว่าแต่ถ้าไม่แก้ รธน.รัฐเราก็ไปไม่เป็นเหมือนกันในเวที AEC +
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 07 เมษายน 2012, 08:09:57 โดย Temujin » IP : บันทึกการเข้า

สัตว์มีสัญชาตญาณ   มนุษย์มีวิตจารณญาณ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ (หลัก กาลามสูตร http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3)
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,070


« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 08 เมษายน 2012, 21:10:23 »

รมว.คมนาคมตรวจท่าเรือเชียงแสนใหม่ เล็งเพิ่มเรือสินค้าไทยในแม่น้ำโขงรับเออีซี








เชียงราย - รมว.คมนาคมตรวจท่าเรือเชียงแสนหลังเริ่มดำเนินการแล้ว พอใจท่าเรือมีความพร้อม แต่ติงต้องหาที่ให้เอกชนเพิ่ม ส่วนสถานการณ์เดินเรือลำน้ำโขงช่วงหน้าแล้ง พบเรือลาวให้บริการคึกคักหลังเรือจีนหาย เตรียมหารือเอกชนเพิ่มเรือไทยรับเออีซี
       
       วันนี้ (8 เม.ย.) นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางไปตรวจการดำเนินการของท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ปากแม่น้ำกก บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังจากท่าเรือดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อรองรับการขนส่งทางน้ำในเขตสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจไทย สปป.ลาว พม่า และจีนตอนใต้ ตามข้อตกลงเดินเรือพาณิชย์แม่น้ำโขงตอนบน
       
       ทั้งนี้ผลการตรวจสอบพบว่า มีเรือพาณิชย์เข้าใช้บริการไม่มากนัก ซึ่งเป็นไปตามปกติของฤดูแล้ง โดยเรือส่วนใหญ่ให้บริการเป็นเรือสินค้าของ สปป.ลาว ขนาด 100-150 ตัน ที่แล่นให้บริการขนส่งสินค้าในแม่น้ำโขงมากขึ้น เพื่อทดแทนเรือสินค้าจากจีนที่มีขนาดกว่า 200-300 ตัน ซึ่งไม่เหมาะกับฤดูแล้งที่น้ำในแม่น้ำโขงแห้งขอดลง รวมทั้งยังคงอยู่ในความหวาดกลัวจากเหตุการณ์ยิงลูกเรือจีน 13 ศพ เมื่อเดือน ต.ค. 2554 บริเวณสามเหลี่ยมทองคำชายแดนพม่า-สปป.ลาว ด้วย



       นายจารุพงศ์กล่าวว่า ท่าเรือแห่งใหม่นี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว โดยความสามารถรองรับสินค้านำเข้า และส่งออกได้ปีละกว่า 6 แสนตัน ส่วนปัญหาที่พบตอนนี้คือ ความไม่สะดวกของผู้ประกอบการ เนื่องจากยังไม่ได้มีการย้ายสำนักงานดำเนินการ จากเดิมที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ท่าเรือแห่งเก่า ในเขตเทศบาล ต.เวียงเชียงแสน มายังท่าเรือแห่งใหม่ ขณะเดียวกัน ภายในท่าเรือแห่งใหม่เองก็ยังไม่มีพื้นที่ให้ภาคเอกชนตั้งสำนักงาน เพราะออกแบบให้เฉพาะหน่วยงานภาครัฐเข้ามาตั้งสำนักงานเท่านั้น
       
       “ทางท่าเรือคงจะต้องเร่งจัดสรรพื้นที่สำหรับตั้งสำนักงาน หรือโกดัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการต่อไป ส่วนเรื่องน้ำโขงแห้งถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่มีเป็นประจำทุกปี และยังไม่เป็นปัญหาต่อการเดินเรือสินค้าแต่อย่างใด แต่ปัญหาที่น่าห่วงก็คือ ขณะนี้ ไม่มีเรือไทยวิ่งขนส่งสินค้ามากกว่า ต่อจากนี้คงต้องพูดคุยกันเรื่องให้ผู้ประกอบการไทยจัดหา หรือซื้อเรือบรรทุกสินค้าของคนไทยเอง เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558 ซึ่งคาดว่าการค้าการนำเข้าส่งออกจะมีมูลค่าสูงขึ้น” นายจารุพงษ์กล่าว
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 387 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา ติดชายแดนไทย-สปป.ลาว ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ว่าจ้างเอกชนให้ทำการก่อสร้าง โดยใช้งบประมาณ 1,546.4 ล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2552 ถึงวันที่ 28 ธ.ค.2554 และเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยที่มาของโครงการนี้ สืบเนื่องจากท่าเรือแห่งแรกตั้งอยู่กลางเมืองโบราณ และชุมชน อีกทั้งมีความคับแคบ และมีศักยภาพรองรับสินค้าได้เพียงปีละประมาณ 3 แสนตันเท่านั้น



       อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจการขนส่งทางเรือในแม่น้ำโขงในปัจจุบัน พบว่า มีเรือสินค้าไทยน้อยมาก โดยปัจจุบัน มีมีเรือสัญชาติจีนที่ทำการขนส่งในแม่น้ำโขงประมาณ 90 ลำ แต่ได้ลดปริมาณลงหลังเกิดเหตุการณ์ยิงลูกเรือจนเสียชีวิต 13 ศพ เมื่อเดือน ต.ค. 2554 ทำให้เรือสินค้าลาวเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 140 ลำแล้ว จากเดิมที่มีเพียงเรือลำเล็กๆ ประมาณ 70 ลำ โดยมีเรือของลาวจากแหล่งอื่นๆ เช่น หลวงพระบาง เข้ามาให้บริการเพิ่มมากขึ้น
       
       ขณะที่เรือของพม่าพบว่ามีทั้งสิ้น 25 ลำ ส่วนเรือไทยมีเพียง 3 ลำเท่านั้น โดยผู้ประกอบการระบุว่า สาเหตุที่ไม่มีเรือสินค้าไทยนั้น เป็นเพราะเอกชนไทยเลือกที่จะเข้าไปถือหุ้นกับเอกชนจีน หรือประเทศอื่นๆ มากกว่า ประกอบกับการเดินเรือแม่น้ำโขงยังมีความเสี่ยง เพราะไม่มีมาตรฐานเรื่องการประกันภัย อีกทั้งยังไม่มีการจ่ายเงินค่าขายสินค้าผ่านธนาคาร ทำให้ต้องใช้เงินสด หรือแลกสินค้ากัน นอกจากนี้ การเดินเรือแม่น้ำโขงต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะซึ่งทางจีนมีมากกว่า และยังมีเหตุผลในเรื่องอิทธิพลแถบลุ่มแม่น้ำโขงอีกด้วย
       
       สำหรับการค้าชายแดนผ่านท่าเรือเชียงแสนถือว่ามีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2554 มีการส่งออก 8,992.65 ล้านบาท นำเข้า 1,100.12 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2555 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2554-ก.พ.2555 มีการส่งออกแล้ว 4,480.40 ล้านบาท นำเข้า 180.08 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการค้ากับจีน โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นส่วนน้ำมันดีเซล ไก่แช่แข็ง น้ำมันปาล์ม ส่วนสินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นผลไม้ เมล็ดทานตะวัน กระเทียม ดอกไม้เพลิง เห็ดหอม เป็นต้น


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000044204
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,070


« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 10 พฤษภาคม 2012, 21:06:04 »

ทุ่ม1หมื่นล้านปรับโครงสร้างอุตฯไทยรับAEC

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

วันที่ 10 พฤษภาคม 2555
อุตสาหกรรมเร่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม รับ AEC วงเงิน 10,000 ล้าน พัฒนานวัตกรรมรอบด้านพร้อมขยายกิจการภาคอุตสาหกรรม 10,000 รายใน 5 ปี


ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนที่จะปรับยุทธศาสตร์โครงสร้างอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นไปตามแผนการสร้างอนาคตประเทศของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)และเพื่อการเปิดรับการเข้าสู่ประชาคมาอาเซียน (AEC)ในปี 2558ซึ่งขณะนี้กำลังวางแผนเพื่อร่างโครงการต่างๆซึ่งคาดว่าจะเสนอวงเงินต่อ กยอ.เพื่อดำเนินการ ประมาณ 10,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมมีเป้าหมายหลัก ในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่ออนาคตประเทศ ใน 3 ด้าน คือ 1.ป้องกันอุบัติภัยจากอุตสาหกรรมทุกด้าน เช่น ด้านน้ำ สารเคมี 2.ปรับโครงสร้างด้านนวัตกรรมด้านยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับกานเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และ 3.การกำหนดพื้นที่อุตสาหกรรมใหม่ในจังหวัดที่มีการค้า ชายแดน เช่น จังหวัดกาญจนบุรี เขตพื้นที่ อ. เชียงของ จ.เชียงราย จ.อุดรธานี  ขอนแก่น นราธิวาส โดยกำหนดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

นอกจากนี้ ม.ร.ว.พงศ์สวัสดิ์ เชื่อว่าการปรับยุทธศาสตร์โครงสร้างอุตสาหกรรมจะสามารถขยายการดำเนินการภาค อุตสาหกรรมได้ 10,000 ราย ภายใน 5 ปี

IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
boondham
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,070


« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 29 พฤษภาคม 2012, 17:32:40 »

เครดิต :WiiCHY

โครงการศูนย์การค้าชายแดนเชียงของเมืองใหม่









[SIZE="3"]สถานที่ก่อสร้างจริง[/SIZE]





โครงการอยู่ห่างจากอาคารด่านสะพานมิตรภาพมานิดเดียวเองครับ เป็นโครงการใหม่เพิ่งเปิดตัวได้อาทิตย์เดียว

https://www.facebook.com/ChiangKhongMuangMai

เครดิต :WiiCHY
IP : บันทึกการเข้า

กลุ่มคุยแลกเปลี่ยน เรื่องการพัฒนา สิ่งปลูกสร้าง เรื่องราวต่างๆของเชียงราย https://www.facebook.com/groups/273622956012759/
@เชียงแสน
สมาชิกลงทะเบียน
ระดับ ป.ตรี
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,365


..ทุกลมหายใจคือการเปลี่ยนแปลง..


« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 29 พฤษภาคม 2012, 17:39:19 »

ท่าเรือเชียงแสน 2 ผมผ่านไป เหมือนจะเงียบเหงาจังครับ
IP : บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!