เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 23 ตุลาคม 2014, 08:36:40
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

++ คลิกที่นี่ เพื่อดูความเคลื่อนไหวในเว็บบอร์ด รายงานผลแบบอัตโนมัติ ทุกๆ 1 นาที++

.:: กฏกติกา ระเบียบการใช้งานเว็บไซต์เชียงรายโฟกัสดอทคอม ขอให้สมาชิกและผู้ใช้บริการทุกท่านโปรดอ่านทำความเข้าใจ ก่อนที่จะใช้งาน ::.



+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  ศาสนา กิจกรรมทางวัด (ผู้ดูแล: ap.41, Ck 401, ลุงหนาน)
| | |-+  ::: ดาวโหลดละครวิทยุ เรื่อง ลีลาวดี - เรวัตตะ ได้ที่นี่ :::
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] พิมพ์
ผู้เขียน ::: ดาวโหลดละครวิทยุ เรื่อง ลีลาวดี - เรวัตตะ ได้ที่นี่ :::  (อ่าน 6048 ครั้ง)
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #20 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:13:41 »

บทนำ........


เมื่อพูดถึงเรื่องความรัก คำถามที่ตอบยากที่สุดคำถามหนึ่งได้แก่ “ชายกับหญิง ใครมีรักแท้มั่นคงมากกว่ากัน? ” และผ่านมาจนกระทั่งถึงยุคสมัยนี้ก็ยังหาคำตอบที่จะมายืนยันว่าฝ่ายหนึ่งมีมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีกรณีแห่งความรักที่ยืนยันได้อย่างไม่ใครเพลี่ยงพล้ำ ตัวอย่างของความรักที่บุรุษแสดงความจริงใจ รักแท้ มั่นคง ต่อสตรีมีมากมาย ทั้งการดั้นด้น สืบเสาะหา เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ผจญอุปสรรคนานา เพื่อเธออันเป็นที่รัก พิลึกพิลั่นมหัศจรรย์มากมายเกินกว่าจะบรรยายก็มีนับไม่ถ้วน ในขณะเดียวกัน สตรีที่มอบดวงใจให้กับชายคนรัก แสดงความรักแท้ จริงใจ ซื่อสัตย์ อดทน ปรารถนาดีอย่างไม่คลอนแคลน แสนจะน่าชื่นชม ก็มีเกินจะพรรณนา ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ แท้ที่จริงไม่ว่าชายหรือหญิงย่อมต้องการรักแท้ จริงใจ ซื่อสัตย์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ทำไม่เล่า...ที่ใดมีรักที่นั่นจึงมีทุกข์อาจ...เป็นเพราะ ความไม่สมดุลแห่งสภาวะแห่งรักที่เกิดขึ้นกระมัง...บางคนกล่าวว่า.เพราะมนุษย์มีจิตวิญญาณที่ละเอียดลึกซึ้ง จึงจะต้องมีการเชื่อมโยงจิตต่อจิตใจต่อใจจึงจะได้รักต่อรัก...ใช่อย่างนั้นทุกรายหรือไม่หนอ


ลีลาวดี...เป็นอีกหนึ่งของกรณีตัวอย่างของความรักจากสตรีคนหนึ่ง ที่แสนจะเป็นทรมานบันเทิง ที่มีทั้งรักทั้งหวังทั้งยินดีทั้งสุขทั้งเศร้าระคนปนเปอยู่ทุกช่วงเวลาของชีวิต เป็นเรื่องราวที่ประทับใจของผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ผ่านสายตาจากการอ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของเธอ จากธรรมนิยายชื่อ ลีลาวดี บทประพันธ์ของ ธรรมโฆษ ณ บัดนี้ จึงขอน้อมนำท่านทั้งหลายติดตามความรักของเธอด้วยการย่อเรื่องราวนำมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับเธอและความรักของเธอ มาติดตามว่าสุดท้ายแล้วเธอจะก้าวไปอย่างไร
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #21 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:15:43 »

ลีลาวดี...สตรีผู้ก้าวไป
ช่วงที่ 1 .......พบเพื่อพราก


เรวัตตะ หนุ่มน้อย วัย 15ปี แห่งหมู่บ้านคนจัณฑาลใกล้ๆกรุงสาวัตถี ลูกของคนตัดฟืนขาย จำใจรับปากพ่อแม่ ที่จะไปอยู่กับสุมังคละเศรษฐีผู้เป็นชนชั้นวรรณพราหมณ์ ท่านมีภรรยาชื่อนางคฤหปตานี มีลูกสาวคนโตชื่อกัณณิกา ลูกชายคนรองรุ่นราวเดียวกับเรวัตตะ ชื่อชัยเสน และลูกสาวคนเล็กชื่อ ลีลาวดี

สุมังคละเศรษฐีพอใจเรวัตตะที่มีนิสัยสงบเสงี่ยม ขยันขันแข็ง รับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน จึงรักเหมือนบุตร อีกทั้งเป็นเพื่อนเล่นกับชัยเสน จึงให้อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ด้วย และให้เรียนหนังสือกับพราหมณ์ไปพร้อมกัน แต่ต่อมาท่านเศรษฐีต้องเดินทางไปค้าขายแดนไกลพร้อมกับชัยเสน นางคฤหปตานีกับกัณณิการังเกียจคนจัณฑาลยิ่งนักจึงไล่ให้เรวัตตะไปทำงานหนักเหมือนทาส ให้ไปอาศัยอยู่กระท่อมท้ายสวน อยู่มาวันหนึ่งเรวัตตะก็พบอาหารดีๆผ้าเนื้อดีๆอยู่ในกระท่อมพร้อมกับจดหมายว่าจากผู้หวังดี คืนเพ็ญวันหนึ่งลีลาวดีก็แอบลงมาพบเขาพร้อมกับบอกว่าเห็นใจและสงสาร เรวัตตะซาบซึ้งในน้ำใจของผู้หวังดีที่ไม่กลัวที่จะแปดเปื้อนอัปมงคลจัณฑาลอย่างเขา และลีลาวดีแอบลงมาคุยกับเขาบ่อยขึ้น ในที่สุดความใกล้ชิดทำให้เขาทั้งสองมีความรักต่อกัน

“ข้าพเจ้ารักท่าน ลีลาวดี รักยิ่งกว่าชีวิตของข้าพเจ้าเอง หัวใจของข้าทรยศต่อผู้มีพระคุณเสียแล้ว ข้าพเจ้าทราบดีว่าตนเป็นเพียงเด็กจัณฑาลเดนมนุษย์ไม่ควรค่าแม้แต่จะเช็ดเท้าให้ท่าน และได้พยายามห้ามปรามจิตใจไว้ แต่มันก็ไม่ยอมเชื่อฟัง ลีลาวดีเอ๋ย ท่านไม่ต้องเสียใจ ข้าพเจ้าไม่ต้องการแม้แต่คำว่า “รัก” จากท่าน เพียงแต่ขอบอกความจริงใจแก่ท่านเท่านั้น” ลีลาวดีร้องไห้ เรวัตตะตกใจมาก แต่เธอกลับกล่าวว่า “เธอก็ทราบแล้วมิใช่หรือว่า น้ำตาของคนเรามิใช่เครื่องหมายแห่งความโศกเศร้าเสียใจเสมอไป” “ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าอยากจะเข้าใจว่า ท่านก็รักข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน” “ไม่ผิดหรอก เรวัตตะ เธอเข้าใจถูกแล้ว” “ขอทาสผู้ซื่อสัตย์ของท่าน ได้จุมพิตมือของท่าน ให้สาสมกับความดีใจด้วยเถิด”

ในที่สุด แม่และพี่สาวก็ทราบว่าลีลาวดีแอบลงมาจากปราสาท จึงจับลีลาวดีเฆี่ยนตีทรมาน เรวัตตะทราบว่าตนเองเป็นต้นเหตุจึงแก้ไขด้วยการหนีออกจากบ้านไป แล้วเดินทางออกนอกเมือง ไปจนถึงบ้านหลังเก่า ได้ทราบข่าวว่าพ่อแม่ ย้ายไปทางเหนือ ฉากชีวิตแห่งการร่อนเร่พเนจรเริ่มต้นขึ้นแล้ว เขาเดินทางไปเรื่อยๆ จนร่างกายผอมโซผมและหนวดเครายาวรุงรังคล้ายคนบ้า จนพลัดหลงเข้าไปในป่าของหมู่โจร ได้เรียนรู้ศิลปวิทยาจนเป็นโจรหนุ่มผู้มีความสามารถ เวลาผ่านไป 4 ปี วันหนึ่งกลุ่มโจรปล้นพ่อค้าที่ผ่านทางมาและจับหัวหน้าพ่อค้าเตรียมจะเชือดคอเพื่อบูชาเจ้าแม่กาลี เรวัตตะเพ่งมองอย่างชัดเจนจึงทราบว่าเป็นท่านสุมังคละเศรษฐี เขาขอร้องหัวหน้าโจรให้ผ่อนผันไม่ให้ฆ่า โดยอาสาว่าวันพรุ่งนี้จะไปหาคนอื่นมาให้ฆ่าแทน วันใหม่แล้ว เรวัตตะไปดักรอพบเหยื่อจนค่ำจึงมีภิกษุรูปหนึ่งเดินมาตามทาง เรวัตตะบังคับไปในชุมนุมโจร พระภิกษุไม่สะทกสะท้านอีกทั้งสนทนาโต้ตอบกันกับหัวหน้าโจรเรื่องเจ้าแม่กาลี จนในที่สุดหัวหน้าโจรพร้อมลูกน้องทั้งหมดเลื่อมใสยอมทิ้งอาวุธ ขอบวช รวมทั้งเรวัตตะ ด้วย ส่วนสุมังคละเศรษฐีเดินทางกลับบ้าน
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #22 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:18:14 »

พระเรวัตตะได้บวชเรียนรู้พระธรรมวินัยอยู่กับพระอาจารย์ 5 พรรษา สามารถพึ่งตนเองได้ จึงออกเดินทางธุดงค์รอนแรมขึ้นไปทางเหนือ ฉากชีวิตแห่งการร่อนเร่พเนจรเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว คืนหนึ่งในป่าแห่งหนึ่งใกล้กับเขาหิมาลัย ได้พบกับพ่อบังเกิดเกล้าในกระท่อมร้างอยู่คนเดียว แม่ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อรู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน ต่างก็กอดกันร้องไห้ เช้าวันใหม่พระเรวัตตะจึงพาพ่อเดินทางไปยังนคร สาวัตถี ให้พ่อบวชที่วัดเชตวันมหาวิหาร

วันหนึ่ง ณ ที่ศาลาวัดในเวลาฉันภัตตาหารเช้าที่มีพระสงฆ์นั่งเรียงตามลำดับ ท่ามกลางญาติโยมที่มาทำบุญ พระเรวัตตะนั่งอยู่ท้ายแถว ที่ใกล้กับญาติโยม เมื่อเงยหน้าขึ้นครั้งใดมักจะพบว่ามีหญิงสาวสวยคนหนึ่งจ้องมองอยู่ตลอดเวลา เป็นเธอนั่นเอง ลีลาวดี บัดนี้เธอเป็นสาวเต็มตัวสวยงามหาที่ตำหนิมิได้ เธอดูสง่ามีราศี ต่อมาตอนเช้าพระเรวัตตะจึงเดินไปบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านลีลาวดีที่ตนเคยมาอาศัยอยู่ วันต่อมาลีลาวดีจึงนิมนต์ให้ฉันภัตตาหารบนคฤหาสน์ เมื่อซักถามจนแน่ใจว่าคือเรวัตตะตัวจริงแล้ว นางคฤหปตานีได้กราบขอโทษที่เคยทำไม่ดีไว้ในอดีต และเล่าว่าตอนนี้เหลือเพียง 2 คน ท่านสุมังคละเศรษฐีกลับมาจากค้าขายครั้งนั้นอยู่ได้ไม่น่นก็เสียชีวิต ส่วนกรรณิกา แต่งงานไปอยู่เมืองสาเกต ตั้งแต่นั้นมาลีลาวดีก็อุปถัมภ์พระเรวัตตะอย่างใกล้ชิดเรื่อยมา

วันหนึ่งมีเจ้าหน้าที่ไปที่วัดแล้วจับพระเรวัตตะถอดผ้าออกแล้วสวมชุดนักโทษให้แทนเนื่องจากสืบทราบว่าเป็นมหาโจรมาก่อน แล้วมัดมือมัดเท้าจับขึ้นบนหลังลาตระเวนประจานไปรอบเมือง ผ่านหน้าคฤหาสน์ของลีลาวดีซึ่งมองจากชั้นบนลงมาเห็น ลีลาวดีเรียกชื่อเรวัตตะแหวกฝ่าฝูงชนตามไปจนสลบ

IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #23 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:20:44 »

ลีลาวดี สตรีผู้ก้าวไป

ช่วงที่ 2 ......รักนี้เพื่อเธอ


เมื่อลีลาวดีฟื้นขึ้นมาก็ขอร้องให้แม่ไปไถ่ตัวมาให้ได้ ขณะนั้นเขานำนักโทษไปฝังดินให้เหลือเพียงคอแล้วนำฟางมาล้อมจุดไฟเผาทั้งเป็น แม่ของลีลานำเงินมาจ้างผู้คุมการประหารในขณะที่ไฟกำลังลามไปใกล้จึงถึงตัวแล้ว เจ้าหน้าที่รีบไปลากตัวออกมาซึ่งขณะนั้นเรวัตตะสลบไปแล้ว พอฟื้นขึ้นมาพบว่าตนเองอยู่บนคฤหาสน์เห็นลีลาวดี จึงบอกว่าตอนนี้ตนเองยังเป็นพระอยู่ไม่ให้เข้าใกล้ แต่ชีวิตของตนเองเป็นของลีลาวดีแล้วอยากจะให้ทำอย่างไรก็จะทำตาม ลีลาวดีขอร้องให้ลาสิกขาออกมาคุ้มครองเธอและแม่ มาดูแลทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาลที่มีอยู่ พระเรวัตตะสงสารที่ลีลาวดีมีรักมั่นคงต่อตนเองมาตลอด อีกทั้งช่วยเหลือเขาตั้งแต่ยังเป็นทาส บัดนี้ก็ชุบชีวิตให้อีก เขาเองก็รักลีลาวดีจนสุดหัวใจ ในใจนั้นได้ตัดสินใจที่จะมาครองคู่อยู่กับลีลาวดีแล้ว แต่ขอเวลา 3 วันจะกลับมาให้คำตอบ แล้วจึงกลับไปที่วัด ไปขอลาสิกขาบทกับพระอาจารย์
พระอาจารย์จึงพาเดินทางไปผ่านหมู่บ้านชุมชนที่มีเสียงผัวเมียทะเลาะกัน ผ่าป่าช้าพบศพเน่าขึ้นอืดเหม็นมีหนอนเจาะชอนไช จึงบังเกิดความสลดสังเวชใจ พระอาจารย์แนะนำให้ไปอยู่ที่วัดอื่น พระเรวัตตะจึงออกเดินทางไปอยู่วัดบุพพาราม ห่างออกไปด้านทิศตะวันออกของสาวัตถี ติดกับแม่น้ำอจิรวดี โดยที่มิได้บอกใคร.........
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #24 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:21:31 »

........... วันเวลาผ่านไปนานหลายเดือน จนถึงฤดูฝน วันหนึ่งขณะที่พระเรวัตตะอยู่ในกุฏิหลังเล็กๆความคิดถึงลีลาวดีกลับคืนมาอีก แล้วอยู่ๆกลางดึก มีเสียงของลีลาวดีมาเคาะประตูเรียก เมื่อออกมาพบกันแล้ว ลีลาวดีจึงเล่าว่าแอบมาทั้งที่อันตรายเพื่อมาขอร้องให้ลาสิกขาไปแต่งงานอยู่ด้วยกันพูดจบแล้วเธอรีบกลับ พระเรวัตตะ เพิ่งจะทราบความจริงว่าหลังจากที่ตนหนีมาแล้วนั้น ลีลาวดีก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับสุวัฒนะกุมาร จึงรู้สึกสงสารมากอีกทั้งพอมีคู่แข่งก็มีใจสู้ขึ้นมา จึงกลับมาที่วัดเชตวัน เพื่อจะขอลาสิกขาบทกับพระอาจารย์ พระอาจารย์เทศนาให้กลับใจอย่างไรก็ไม่ฟัง ท่านจึงให้รออีก 2 วันค่อยกลับมาใหม่ พระเรวัตตะจึงกลับไปที่วัด บุพพาราม เช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้รับจดหมายจากลีลาวดีว่า “ด้วยชีวิตนี้แม่ให้มา จึงขอกตัญญูตามที่แม่ต้องการ คือแต่งงานกับสุวัฒนกุมาร และขอให้ความรักที่มีต่อกันของสองเรานั้นสิ้นสุดลง” เพราะด้วยความรักมาก เมื่อความตั้งใจและความหวังพังทลาย ความผิดหวังจึงมีมาก จากรักจึงกลายเป็นเกลียดมาก ทุกข์ทรมานมาก ในที่สุดตัดสินใจออกเดินทางไปทางทิศตะวันออก อย่างไร้จุดหมายปลายทาง ฉากของชีวิตแห่งการร่อนเร่พเนจรเริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว
พระเรวัตตะเดินทางผ่าหมู่บ้านน้อยใหญ่ อาศัยป่า ลำธาร โขดหินเป็นที่พำนัก ท่องเที่ยวไปเหมือนดั่งนกบินอย่างอิสระบนท้องฟ้า เหมือนปลาแหวกว่ายเล่นในทะเลกว้าง ได้ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากด้วยการนำธรรมโอสถแนะนำสั่งสอนผู้ตกยากตามคามนิคมน้อยใหญ่ เรื่อยไป
หลายวัน หลายเดือน หลายปีผ่านไป จนกระทั่งเดินทางมาถึงพระเวฬุวันและพักอยู่ในกุฏิหลังเล็กๆหลังหนึ่ง ต่อมาไม่นานพระมหาเถระเจ้าได้มอบหมายให้ปกครองดูแลสงฆ์ จนได้รับความศรัทธามากขึ้น
เย็นวันหนึ่งพระลูกวัดเข้ามารายงานว่ามีภิกษุณีแปลกหน้าเข้ามาถามหาพระอาจารย์ เธอชื่อลีลาวดี พระ เรวัตตะรู้สึกเสียวแปลบเข้าไปในหัวใจ จึงบอกว่าไม่ยอมให้พบและจะไม่ยอมพบเป็นอันขาด ได้แต่รำพึงว่า
“ลีลาวดีเอ๋ย เธอได้สลัดหลวงพี่ทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใยแล้วแต่งงานกับสุวัฒนกุมาร เธอได้ขว้างดอกไม้แห่งความหวังของหลวงพี่ลงกับพื้นแล้วเอาเท้าเหยีบขยี้เสียอย่างไม่ปรานีจนหลวงพี่ต้องเนรเทศตัวเองจากกรุงสาวัตถี เธอจะมารื้อฟื้นความหลังอันขมขื่น ทำลายความสงบสุขของหลวงพี่ เธอจะมาคุ้ยเขี่ยแผลที่หัวใจของหลวงพี่ที่กำลังจะหายสนิทให้กำเริบขึ้นอีก ลีลาวดีเอ๋ย เธออย่าหวังว่าจะได้พบหลวงพี่อีกเลย.”
คืนวันต่อมามีเสียงเคาะที่ประตู เรวัตตะจึงถามว่าใคร “ลีลาวดีเจ้าค่ะจำเสียงลีลาวดีไม่ได้หรือเจ้าคะ”
“ลีลาวดีคนนั้นกำลังมีความสุขอยู่กับอ้อมแขนของสุวัฒนกุมาร เขาจะมาทำไมที่นี่”
“โธ่..น่าสงสาร..หลวงพี่ไม่รู้ความจริง หลวงพี่เข้าใจผิดหมด ลีลาวดีอุตส่าห์ออกบวชเป็นภิกษุณีติดตามหาหลวงพี่ก็เพื่อจะแถลงความจริงให้ทราบ”
“ฉันไม่อยากฟังความจริงจากเธอลีลาวดีเพราะความจริงนี่แหละฉันจึงต้องเนรเทศตัวเองออกจากกรุงสาวัตถี”
“ถ้าหลวงพี่รู้ความจริง จะไม่หนีออกมาแน่นอน”
“ไม่มีประโยชน์ดอกลีลาวดี…ขอให้กลับไปเดี๋ยวนี้”
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #25 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:22:23 »

ลีลาวดี ตอนที่ 2 (ต่อ)

ลีลาวดีร้องไห้กลับไปด้วยความตรอมใจ เช้าวันต่อมาพระเถระก็เดินขึ้นไปอยู่บนถ้ำเพื่อไม่อยากรับรู้เรื่องใดๆ
3 วันผ่านไปพระลูกวัดวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นไปบอกว่า นางภิกษุณีลีลาวดีใกล้จะถึงกาลมรณะ ขอพบหน้าท่านก่อนจะตายจากไป พระเรวัตตะตกใจมาก รีบกลับลงมาจากภูเขา มาถึงเป็นเวลาพลบค่ำ ร่างกายลีลาวดีเธอซูบผอมไม่เหลือร่องรอยความสดชื่นเหมือนแต่ก่อนเลย “หลวงพี่ขา…” ลีลาวดีกล่าวขณะที่น้ำตาไหลซึมออกมาผ่านแก้มลงสู่หมอนเป็นทาง “หลวงพี่มาหาลีลาวดีแล้ว กำลังอยู่ใกล้ๆลีลาวดีนี่เอง” “หลวงพี่ขยับมาใกล้ๆอีกหน่อย ลีลาวดีจะได้ดูหน้าเป็นครั้งสุดท้าย…ขอมือให้ลีลาวดีจับเป็นครั้งสุดท้าย… หลวงพี่ขา….ก่อนที่หลวงพี่จะจากกรุงสาวัตถีมาหลวงพี่ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งเป็นลายมือและชื่อของลีลาวดี ในเวลาเดียวกันลีลาวดีก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งเป็นลายมือและชื่อหลวงพี่ แต่จดหมายทั้งสองเป็นจดหมายปลอม เจ้าสุวัฒนกุมารเป็นคนเขียนเพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเรา ลีลาวดีทราบเพราะหลอกสัญญาว่าจะแต่งงานกับเขาถ้าเขาพูดความจริง…พอทราบความจริงว่าเขาเป็นคนทำ ลีลาวดีก็ออกบวชเป็นภิกษุณีตามหาหลวงพี่ รอนแรมไปตามคามนิคม ตกระกำลำบาก เพื่อบอกความจริง บัดนี้บรรลุจุดประสงค์แล้วแม้ตายก็ไม่เสียดายชีวิต หลวงพี่โปรดให้อภัยด้วย”
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #26 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:23:23 »

ลีลาวดี สตรีผู้ก้าวไป 3 (รักไร้พรหมแดน) (โดย บัญชา เกียรติจรุงพันธ์)

“ลีลาวดี หลวงพี่ยินดีให้อภัยแก่เธอทุกประการ บัดนี้หลวงพี่ได้ทราบความจริงแล้ว ลีลาวดีจงให้อภัยหลวงพี่สำหรับความผิดพลาดที่แล้วมา”
“ลีลาวดีให้อภัยทุกอย่าง..ชาตินี้มีกรรม ความรักของเราจึงมีอุปสรรคตลอดมา”
“ลืมความหลังเสียเถิดลีลาวดี บัดนี้เราเข้าใจกันดีแล้ว กรรมของเราให้ผลเสร็จสิ้นแล้วในชาตินี้ ชาติต่อไปขอให้เราได้พบกันอีก ขอให้ทางรักของเราจงราบรื่น หลวงพี่จะรักลีลาวดีคนเดียวทุกภพทุกชาติจนกว่าจะบรรลุถึงพระนิพพาน” ลีลาวดีบีบมือพระเรวัตตะแน่น “ลีลาวดีมีความสุขเหลือเกิน”
ลมหายใจค่อยๆแผ่วลง ลีลาวดีสิ้นลมจากไปอย่างสงบ มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอันขาวซีดของเธอ พระเรวัตตะสุดจะโศกเศร้า ได้จัดงานฌาปนกิจศพเธออย่างสมเกียรติ แล้วก่อพระเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ที่ประตูพระเวฬุวนาราม มีจารึกบนแผ่นหินว่า “ลีลาวดีผู้บูชาความรักยิ่งกว่าเทพเจ้า ลีลาวดีผู้ซื่อสัตย์ต่อความรักยิ่งกว่าชีวิต ลีลาวดีผู้รักคนรัก ยิ่งกว่าตนเอง”
หลังจากนั้นพระเรวัตตะก็อยู่บริหารวัดเรื่อยมา ส่วนในใจนั้นคิดถึงลีลาวดีตลอดเวลา เรวัตตะรำพึงว่า “ในความรู้สึกของผม ลีลาวดียังคงอยู่และแนบสนิทอยู่กับดวงใจของผมตลอดมา รักของเราทั้งสองเป็นรักอมตะ วันคืนที่ผ่านไปไม่อาจลดพลังรักให้น้อยลงได้ การอยู่คนละโลกไม่อาจตัดโซ่ทองแห่งความรักของเราทั้งสองให้ขาดลงได้ เวลาตื่นผมคิดถึงเธอ เวลาหลับผมคิดถึงเธอ ในคืนอันเงียบสงัดเมื่อทุกชีวิตหลับใหล ผมจะเดินไปนั่งลงข้างๆสถูปแล้วปล่อยจิตใจให้เลื่อนลอยไปในแดนแห่งความสุขและความเศร้ากับภาพแห่งชีวิตในอดีต บางวันก็นั่งอยู่จนแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าเบื้องบูรพาทิศ จึงกลับคืนสู่กุฏิน้อยในป่าไผ่ กิจวัตรส่วนตัวของผมดำเนินไปอย่างนี้ปีแล้วปีเล่า ทำให้เกิดความสงสารสังเวชในใจของศิษยานุศิษย์และเหล่าชนเป็นอันมากที่รู้เรื่องราวของผม”
อย่างไรก็ตาม วันเวลาผ่านไปหลายปี วัดเวฬุวนารามก็เจริญรุ่งเรืองได้รับศรัทธามากขึ้น มีการจัดโต้วาทีกับศาสดาของลัทธิต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ พระ เรวัตตะเป็นฝ่ายมีชัย ทำให้เจ้าลัทธิต่างๆไม่พอใจเพราะลาภสักการะทั้งหลายพลอยเสื่อมลงไปด้วย เมื่อเห็นว่าตนเองอยู่ที่นี่เป็นเวลาพอสมควรแล้ว วันเวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว พระเรวัตตะจึงเตรียมตัวออกเดินทางต่อไป
กล่าวถึงเรื่องราวระหว่างเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาอันเป็นเหตุการณ์ที่บังเกิดขึ้นอยู่คนละแห่ง
ณ กรุงพาราณสี เมืองอันเจริญรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี มีธิดาน้อยบังเกิดขึ้นในครอบครัวของ เมตติยเศรษฐีและนางเมตติยพราหมณี มีชื่อว่ารัตตปาณี เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของบิดามารดาและเหล่าพี่เลี้ยงทั้งหลาย พออายุสองขวบเธอชอบเดินไปที่ประตูบ้านแล้วพูดว่าฉันอยากไปเมืองสาวัตถี เป็นที่อัศจรรย์ว่าเธอทราบได้อย่างไร พออายุสามขวบเธอบอกพี่เลี้ยงทั้งหลายว่า เธอเชื่อลีลาวดี พออายุสี่ขวบเธอสามารถเล่าเรื่องในอดีตชาติให้บิดามารดาฟังได้อย่างละเอียดและขอร้องให้พาเธอกลับไปหาแม่ที่นคร สาวัตถี พออายุได้ห้าขวบบิดาจึงพาขบวนเกวียนเดินทางไปยังนครสาวัตถี รอนแรมไปหลายวันจนกระทั่งเข้าเขตเมืองและผ่านวัดพระเชตวันมหาวิหาร เธอร้องขึ้นด้วยความดีใจ นั่นไงพระเชตวัน หลวงพี่เรวัตตะอยู่ที่นั่น บิดาถามว่า เรวัตตะเป็นใคร เด็กน้อยรัตตปาณีตอบตามประสาซื่อว่า เขาคือคนรักของลีลาวดี พูดพลางน้ำตาไหลอาบแก้ม ท่านเคยอยู่ที่วัดนี้ แล้วหนีลีลาวดีไป ต่อมาอีกสักครู่ลีลาวดีนึกได้จึงบอกว่า ใช่แล้วพ่อจ๋า ตอนนี้เรวัตตะอยู่ที่วัดเวฬุวัน กรุงราชคฤห์ พ่อจ๋ากรุงราชคฤห์ไปไกลไหม อยู่ทางไหน พ่อบอกว่าไกลมากเลยลูก บางทีชาตินี้พ่ออาจจะไปไม่ถึง รัตตปาณีได้แต่สะอื้นแล้วค่อยๆเงียบลง ค่ำวันนั้นลีลาวดีน้อยได้วิ่งเข้าไปกอดแม่ เดินชี้ดูสิ่งของในห้องต่างๆอย่างคล่องแคล่ว นางคฤหปตานีร้องไห้ดีใจที่ลูกเกิดใหม่และกลับมาหาตนและสัญญาว่าจะไม่บังคับลูกอีกแล้ว ต่อมาเกิดข้อขัดแย้งกันขึ้นเมื่อบิดาจะพาลูกกลับแต่แม่ในอดีตไม่ยอม เดือดร้อนถึงศาลต้องตัดสินว่าให้อยู่กับบิดาใหม่ที่พาราณสีกับมารดาเก่าที่สาวัตถีฝ่ายละหกเดือน ลีลาวดีน้อยจึงเจริญวัยขึ้นมาท่ามกลางความรักของทุกๆฝ่าย และไม่มีใครกล้าเอ่ยปากที่จะให้ไปรักชอบกับใครเพราะลีลาวดีคิดถึงคนรักคนเดียวและขอร้องให้บิดาใหม่พาเดินทางไปพบกับพระเรวัตตะทุกวันจนเวลาผ่านไปสิบกว่าปี ณ บัดนี้
กล่าวย้อนถึงพระเรวัตตะที่จำพรรษอยู่ที่วัดเวฬุวัน กรุงราชคฤห์ ตั้งใจและได้ออกเดินทางไปยังเมืองพาราณสี ระหว่างทางได้ผ่านหมู่บ้านต่างๆได้ใช้ธรรมะแนะนำช่วยเหลือตามที่จะช่วยได้ จนกระทั่งวันหนึ่งเดินทางมาถึงกลางทุ่งนาอันกว้างใหญ่ ถ้าจะเดินทางต่อไปก็ไม่ทราบว่าจะมีหมู่บ้านหรือไม่ มองเห็นแต่หมู่เกวียนของพ่อค้า จึงตัดสินใจพักใกล้ๆกับกองเกวียนเพื่ออาศัยบิณฑบาตตอนเช้า เมื่อพัก ปักกลดแล้ว เย็นวันนั้นมีชายชราอายุราว 50 ปี หัวหน้ากองเกวียน เข้ามาสนทนาด้วย โดยถามว่ามาจากไหนจะไปที่ใด เมื่อทราบว่าพระมาจากวัดเวฬุวัน ก็ดีใจ ถามว่ารู้จักพระเรวัตตะหรือไม่ ท่านก็ตอบว่ารู้จัก ชายชราจึงเล่าว่า“พวกเราชาวนิครนถ์ได้ประสบความปราชัยอย่างยับเยินแก่พระเรวัตตะ พวกเราได้รับความอับอายและความเสื่อมเสียเป็นอย่างมาก พวกเราจึงคิดหาอุบายที่จะกำจัดพระเรวัตตะเสีย วิธีเดียวที่จะทำได้คือให้ท่านลาสิกขาบท” พระเรวัตตะสงสัย จึงถามว่าจะทำให้สึกได้อย่างไร ชายชราตอบว่า เพราะพระเรวัตตะมีความรักต่อลีลาวดียิ่งนัก บัดนี้ลีลาวดีกลับมาเกิดใหม่และกำลังตามหาเรวัตตะ ข้าพเจ้าเป็นลุงของเธอ ชายชรากล่าวต่อไปว่า“บัดนี้ รัตตปาณีมีความงามบริบูรณ์ แต่เธอร่ำร้องหาเรวัตตะอยู่ทุกวันตั้งแต่เล็กจนโต ข้าพเจ้าเชื่อว่าเธอจะสามารถทำให้พระเรวัตตะลาสิกขาได้แน่นอน และเมื่อนั้นพวกเราเหล่านิครนถ์ก็จะหมดศัตรูคู่แข่งคนสำคัญ กำลังของฝ่ายพุทธบริษัทก็จะอ่อนลง แล้วในที่สุดเราจะสามารถกำจัดพุทธศาสนาไปจากแคว้นมคธของเราได้ พวกเราก็จะรุ่งเรืองตามเดิม”
พระเรวัตตะรู้ว่าบัดนี้ ศัตรูของพระพุทธ ศาสนากำลังจะใช้สตรีที่ท่านรักมาตั้งสองชาติมาเป็นเครื่องมือทำลายตัวท่านเองและพระศาสนา แต่ “เมื่อได้ทราบว่าขณะนี้ตนอยู่ห่างจากลีลาวดีแค่มือเอื้อม พระเถระรู้สึกตื่นเต้นดีใจแทบลืมตัวลุกขึ้นวิ่งไปหาเธอ โอ...ในที่สุดหญิงที่ท่านรักบูชาที่ตายจากไปแล้วสิบกว่าปี ก็เดินทางมาหาท่านโดยมิได้คาดฝัน พระเถระอยากเห็นหน้า อยากสนทนากับรัตตปาณี แต่ถ้าได้พบลีลาวดีเธอต้องจำท่านได้ เธอจะต้องดีใจอย่างที่สุด เธอจะต้องขอร้องให้ท่านอยู่กับเธอตลอดไป ไม่ต้องระหกระเหินพลัดพรากกันเหมือนชาติก่อน ท่านเองก็สงสารและซาบซึ้งในความรักที่เป็นอมตะของลีลาวดี จนทำให้เธอเกิดมาเพื่อความรักอีกครั้ง แล้วท่านคงต้องสละเพศบรรพชิตไปอยู่กับเธอ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็หมายความว่าฝ่ายที่มุ่งร้ายต่อพระศาสนาเป็นผู้ชนะอย่างง่ายดาย บัดนี้สงครามในอกได้เกิดการต่อสู้กันขึ้นอีกแล้ว
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #27 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:24:27 »

ลีลาวดี สตรีผู้ก้าวไป 4 (รักหรือลวง) (โดย บัญชา เกียรติจรุงพันธ์)

ตลอดคืนนั้นพระเถระนอนไม่หลับ คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไร แต่ตั้งใจไว้ว่าจะรีบออกเดินทางไปตั้งแต่เช้ามืด แต่เนื่องเพราะความเหนื่อยล้าและไม่ได้นอน ทำให้เผลอม่อยหลับไปจนกระทั้งถึงเวลาสว่างเต็มที่แล้ว ในขณะที่ลีลาวดีก็กระวนกระวายทั้งคืน เธอรู้สึกแว่ว ๆ คล้าย ๆ มีเสียงเรียกชื่อเธออยู่ใกล้ ๆ ผุดลุกผุดนั่งด้วยจิตใจสับสน เนื่องจากนอนไม่หลับตลอดคืนเธอจึงลุกขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ออกจากเกวียนไปเดินเล่นในทุ่งนาบริเวณใกล้ ๆ กองเกวียน เก็บดอกหญ้าเล่นบ้าง ขณะที่กำลังเพลิน ๆ อยู่นั้นเธอเหลือบไปเห็นพระภิกษุรูปหนึ่ง กำลังเดินมุ่งหน้าดูท่าทางรีบร้อนจะผ่านมาทางที่เธอยืนอยู่ เธอหยุดชะงัก เพ่งสายตามองดูด้วยความสนใจยิ่ง พระภิกษุก็เดินดุ่ม ๆ มาโดยไม่ได้เงยหน้ามองใคร จนถึงระยะห่างเธอราว 10 วา จึงหยุด ชะงักเพราะเหลือบมาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเข้า ทั้งสองยืนแน่นิ่งจ้องดูกันและกันอยู่ประดุจรูปปั้น

รัตตปาณียกมือขึ้นขยี้นัยน์ตาด้วยความสงสัย แล้วจ้องดูพระเถระด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง เป็นไปได้หรือที่เธอจะได้พบคนรักของเธอในที่เช่นนี้ ในยามเช่นนี้ในอาการเช่นนี้ เธอมิได้ฝันไปดอกหรือ? ฝ่ายพระเถระก็ตกตะลึงงงงันยืนแน่นิ่งอยู่กับที่ เพราะหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าช่างมีลักษณะคล้ายคลึงกับลีลาวดีซึ่งตายไปแล้ว นี่กระมังรัตตปาณีลีลาวดีผู้กลับชาติมาเกิด
ทั้งสองยืนจ้องกันอยู่นาน รัตตปาณีจึงมั่นใจว่าคือเรวัตตะคนที่เธอรักและบูชา และเธอกำลังจะเดินทางไปหา แม้เวลาจะล่วงเลยมาสิบกว่าปี พระเรวัตตะก็ดูเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย ยังดูหนุ่มแน่นสมบูรณ์แข็งแรงเช่นเดียวกับที่เธอได้เห็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจในชาติก่อน ความดีใจความตื่นเต้นที่เธอได้พบกับคนรักโดยมิได้คาดฝัน ทำให้เธอลืมสิ่งใดใดในโลกไปหมด เธอค่อยๆเดินเข้าไปหาพระเถระอย่างช้าๆแต่มั่นคง “เรวัตตะ! เรวัตตะ” ชื่อนี้หลุดออกจากปากเธออย่างมิได้ตั้งใจ เมื่อถึงแล้วเธอได้ทรุดฮวบลงแทบเท้าของพระเถระ เอามือทั้งสองกอดขาพระเถระไว้แน่น น้ำตาแห่งความปิติอย่างล้นพ้นได้ไหลเอ่อออกมาเต็มเบ้าตาของเธอ และไหลอาบแก้มลงเปียกชุ่มชายจีวรของพระเถระ“เรวัตตะ” เธออุทานออกมาอีกครั้งหนึ่งแล้วก็หมดสติอยู่แทบเท้าของพระเถระนั่นเอง
พระเรวัตตะยังคงยืนนิ่ง ตาทั้งสองมองไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย ความคิดสับสนจนอธิบายไม่ถูก ความดีใจและงงงันต่อเหตุการณ์เกือบจะทำให้เป็นลมล้มพับไปเช่นเดียวกับรัตตปาณี แต่ระงับยับยั้งไว้ได้ พอสติกลับคืนมาก็นึกถึงพระศาสนา ในที่สุดก็ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าจะไม่พ่ายแพ้แก่ศัตรู ครู่ใหญ่ ลีลาวดีฟื้นขึ้นมา เธอกอดรัดเท้าทั้งสองของพระเถระไว้อย่างมั่นคง เงยหน้าอันนองด้วยน้ำตาขึ้นดูพระเถระแล้วรำพันว่า “หลวงพี่ขา..ในที่สุดเทวดาฟ้าดินก็ดลบันดาลให้ลีลาวดีได้มาพบกับหลวงพี่อีก ลีลาวดีดีใจเหลือเกิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลีลาวดีจะไม่ยอมให้หลวงพี่จากไปอีก ลีลาวดีจะอยู่กับหลวงพี่ตลอดไป” พระเรวัตตะยังยืนนิ่งต่อไป ในหัวใจสับสนวุ่นวายด้วยความคิดร้อยแปดพันประการ “หลวงพี่ขา” ลีลาวดีรำพันต่อไปพลางเอามือลูบตามขาพระเถระด้วยความชื่นชมยินดี “เป็นเวลาสิบกว่าปีทีเดียวที่เราต้องพลัดพรากจากกัน แต่ดูหลวงพี่ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากมายอะไร หลวงพี่ยังดูเป็นเรวัตตะคนเก่าของลีลาวดีทุกประการ พอเห็นครั้งแรกลีลาวดีก็จำได้ทันที ลีลาวดีดีใจเหลือเกิน” เธอพูดพลางยกชายจีวรของพระเถระแนบที่แก้มของตน
“ความรักหนอความรัก” พระเถระอุทานอยู่ในใจ “เจ้าช่างมีพลังยิ่งใหญ่เหลือเกิน แม้แต่ความตายก็ไม่สามารถทำลายเจ้าลงได้” “หลวงพี่ขา..หลวงพี่จำลีลาวดีไม่ได้หรือคะ ลีลาวดีลูกสาวสุมังคละเศรษฐีแห่งกรุงสาวัตถี ลีลาวดีผู้รักบูชาท่านยิ่งกว่าชีวิต ลีลาวดีผู้ที่ได้สละแม้แต่ญาติพี่น้องและเคหสถานออกบวชเป็นภิกษุณีตระเวนหาหลวงพี่ จนไปพบที่พระเวฬุวนารามอย่างไรเล่า ....จริงซินะ..ลีลาวดีตายแล้วเกิดใหม่ กับมารดาบิดาใหม่ หน้าตาลีลาวดีคงเปลี่ยนไป หลวงพี่คงจำลีลาวดีไม่ได้ แต่หลวงพี่ขา…แม้หน้าตาของลีลาวดีจะเป็นคนอื่น แต่จิตใจของลีลาวดียังเป็นดวงเดิม จิตใจเดิมที่เต็มไปด้วยความรักบูชาในหลวงพี่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง หลวงพี่อย่าได้สงสัยเลย”
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #28 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:25:12 »

ชายชราหัวหน้ากองเกวียนและชายหนุ่มเดินมาถึง พยุงเธอลุกขึ้นแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยืนยันว่านี่คือเรวัตตะ ชายชราก็หัวเราะว่าท่านช่างปกปิดตัวเองได้แนบเนียนนัก พระเถระจึงรีบออกเดิน ลีลาวดีก็โผเข้าไปกอดเท้าของพระเถระอีก แล้วรำพันด้วยใบหน้าอันหม่นหมองว่า “หลวงพี่ขา..นี่หลวงพี่จะไปไหน ทำไมไม่สนทนากับลีลาวดีบ้างเลย…หลวงพี่ยังไม่เชื่อหรือว่านี่คือลีลาวดี ลีลาวดีจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดก็ได้ หลวงพี่จะจากลีลาวดีไปไม่ได้ ในชาติใหม่นี้เราจะไม่มีวันจากกันเป็นอันขาด” พระเถระหยุดชะงักยืนแน่นิ่งอยู่ “หลวงพี่ขา ลีลาวดีจะพาหลวงพี่ไปพิสูจน์ความจริงที่กรุงพาราณสี กรุงสาวัตถี ที่ราชคฤห์และที่แห่งหนที่มีพยานรับรอง เราจะเดินทางไปสาวัตถีด้วยกัน ให้คุณแม่ในชาติก่อนของลีลาวดีได้อธิบาย ขอนิมนต์หลวงพี่นั่งลงก่อนเถิด เราจะได้สนทนากันถึงความหลังในชาติก่อน ลีลาวดีจะจัดภัตตาหารมาถวาย” พอรัตตปาณีคลายมือ พระเถระท่านก็ออกก้าวเดินอีก เด็กสาวผู้น่าสงสารได้โผเข้ากอดเท้าของท่านไว้อีก แล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น บรรยากาศอันหนักอึ้งเป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก พระเถระจึงรวบรวมสติกล่าวเป็นครั้งแรกว่า “กุมาริกาเอ๋ย..เธอเชื่อแน่แล้วหรือว่า พระภิกษุที่เธอกำลังจับตัวและสนทนาด้วยนี้ เป็นคนรักของเธอ” ลีลาวดีเงยหน้ามองดูพระเรวัตตะด้วยดวงตาละห้อย เธอคลายมือจากพระเถระ ยืนขึ้นแล้วก็เพ่งพินิจดูพระเถระอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ในที่สุดเธอก็ยืนยันออกมาด้วยความมั่นใจว่า “หลวงพี่ขา…ลีลาวดีอาจจะจำคนอื่นผิด แต่สำหรับคนรักของลีลาวดีแล้ว ลีลาวดีไม่มีวันที่จะจำผิดเป็นอันขาด ถ้ามนุษย์ในที่นี้เป็นพยานไม่ได้ เทพเจ้าเหล่าเทพยดาทุกองค์ก็คงยินดีเป็นพยานแก่ลีลาวดี หลวงพี่ขา..แม้เราจะจากกันสิบกว่าปี แต่ภาพของหลวงพี่ยังสถิตอยู่คู่ใจของลีลาวดีอย่างแจ่มแจ้งตลอดเวลา ไม่เฉพาะรูปร่างเท่านั้น แม้แต่เสียงของหลวงพี่ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย”
“กุมาริกาเอ๋ย…การเห็นคนแปลกหน้าเพียงชั่วครู่ แล้วทึกทักเอาว่าเป็นคู่รักของตน ออกจะเป็นการวู่วามเกินไป พระภิกษุในพุทธศาสนาที่ชื่อว่าเรวัตตะมีเป็นจำนวนมาก รูปร่างสุ้มเสียงคล้ายกันมีมาก” “หลวงพี่ไม่ยอมเชื่อลีลาวดี” หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงเศร้า น้ำตาไหลพรากออกมาอีก เธอค่อยคลายมือออกจากเท้าพระเถระ แล้วก้มหน้ามองดูพื้นดิน “ท่านสมณะ..การตัดสินใจของรัตตปาณีอาจจะผิดพลาด” ชายชราพูด “ท่านอุบาสก..ขอเชิญท่านพาหลานสาวกลับไปก่อนเถิด อาตมาจะได้เดินทางต่อไป”
ขณะที่พระเถระจะก้าวเดิน ลีลาวดีก็โผเข้ากอดเท้าของท่านไว้อย่างมั่นคงอีก และส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าสงสารยิ่ง น้ำตาแห่งความรักและความสงสารอย่างจับจิตจับใจเริ่มไหลเอ่อออกมาเต็มเบ้าตาพระเถระบ้าง นับว่าเป็นครั้งแรกที่พระเถระต้องน้ำตาตกหลังจากคราวที่ลีลาวดีถึงแก่มรณกรรมเมื่อ 16 ปีมาแล้ว ชายทั้ง 5 ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ต่างเบือนหน้าหนีจากภาพอันสะเทือนใจนั้น แต่พอพระเถระมองไปที่ชายชรา ก็มีความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะไม่ยอมแพ้ “กุมาริกาเอ๋ย…” พระเถระกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ. “ปล่อยขาอาตมาเสียเถิด…ขอให้อาตมาได้เดินทางไปด้วยความสงบสุขเถิด อาตมาเชื่อว่าในไม่ช้าเธอจะได้พบกับพระเรวัตตะตัวจริงอย่างแน่นอน ”….
ลีลาวดีได้คลายมือออกจากเท้าของพระเถระอย่างรวดเร็ว ยืนขึ้นจ้องดูพระเถระด้วยสายตาแข็งกร้าวเป็นครั้งแรก “ในที่สุด..หลวงพี่ก็ไม่ยอมรับตนเองว่าเป็นเรวัตตะของลีลาวดี หลวงพี่ลืมลีลาวดีเสียแล้ว เสียแรงที่ลีลาวดีกลับมาเกิด อุตส่าห์จงรักภักดีสุดหัวใจ อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางออกตามหา ครั้นพบแล้ว หลวงพี่กลับทำเป็นจำไม่ได้ ในที่สุดความรักอันแสนบริสุทธิ์ของลีลาวดีก็ได้รับสิ่งตอบแทนคือการปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย..เช่นเดียวกับชาติก่อน กรรมของลีลาวดียังไม่หมดสิ้นหรือ? เมื่อไหร่หนอเราจะสิ้นกรรมสิ้นเวร เมื่อไหร่หนอเราจะเข้ากันอย่างถูกต้องเสียที หลวงพี่ขา…”เสียงของลีลาวดีเบาลงๆๆจนฟังไม่ได้ศัพท์ พร้อมกันนั้นร่างของเธอก็ทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #29 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:26:17 »

ลีลาวดี สตรีผู้ก้าวไป 5 (รักคืออะไร) (โดยบัญชา เกียรติจรุงพันธ์)

ลุงและญาติของเธอต่างวิ่งไปประคองประคบประหงม เมื่อลีลาวดีฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็ไม่พบพระเรวัตตะ คนรักของเธอเสียแล้ว “หลวงพี่เรวัตตะไปไหน ๆ ๆ ” เธอถามอย่างร้อนรน “โน่น..เขาเดินจากไปโน่น” ลีลาวดีผู้น่าสงสารลุกขึ้นยืน มองตามหลังพระเถระด้วยน้ำตานองหน้า “หลวงพี่ขา..” เธอร้องขึ้นสุดเสียง แล้วออกวิ่งตามไป พลางส่งเสียงร้อง “หลวงพี่.. ..เรวัตตะ” สลับกันไป แต่วิ่งไปได้เพียงครู่หนึ่ง ความระทมทุกข์ ความสิ้นหวังทำให้เธอหมดแรง เมื่อสะดุดก้อนหินเบา ๆ เธอก็ล้มฟุบลงและสลบไปอีกครั้งหนึ่ง ลุงและลูกน้องวิ่งไปประคองร่างอันหมดสติของเธอกลับคืนมากองเกวียน ครู่ใหญ่ผ่านไปเธอจึงฟื้นขึ้นมา คำแรกที่หลุดออกมาจากปากของเธออย่างแผ่วเบาคือ “เรวัตตะ กลับมาก่อน ..กลับมาก่อน..อย่าเพิ่งจากลีลาวดีไป อย่าทารุณต่อลีลาวดีเกินไป กลับมาให้ลีลาวดีเห็นหน้านานๆ สมกับที่คิดถึงเสียก่อน แล้วค่อยจากไป”
ชายชราผู้เป็นลุงพยายามปลอบใจว่าอาจจะไม่ใช่พระเรวัตตะแต่ลีลาวดียืนยันว่าใช่เขาอย่างแน่นอน ลุงจึงกล่าวว่าพอเราไปถึงกรุงราชคฤห์เราก็จะรู้ว่าใช่หรือไม่ แต่ลีลาวดีไม่ยอมเดินทางต่อไป ในที่สุดกองเกวียนจึงแบ่งเป็นสองกลุ่ม ลุงเดินทางไปค้าขายต่อไปที่ราชคฤห์ ส่วนลีลาวดีมีผู้คุ้มครองพาเดินทางกลับไปบ้านที่พาราณสี ในระหว่างทาง กิมพิละ ชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับลีลาวดีเข้ามาสนทนาด้วยและถามว่า
“เท่าที่สังเกตดูจากความรักของเธอ ฉันก็
พอจะเดาได้ว่ามันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เป็นความรักชนิดข้ามภพข้ามชาติ เป็นความรักที่ไม่เคยได้รับการตอบสนอง คนที่รักเธอก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เมื่อเป็นเช่นนี้ฉันจึงสงสัยว่าเธอจะรักไปทำไม ไม่มีประโยชน์ ไม่มีเหตุผลเลย” “ความรักย่อมไม่มีเหตุผล และรักต้องไม่มีเหตุผล ตราบใดที่ยังมีเหตุผลตราบนั้นก็ไม่ใช่ความรัก” ลีลาวดีตอบ “ถ้าอย่างนั้น เธอจะรักไปทำไม ฉันไม่เข้าใจความรักของเธอเลย” กิมพิละถาม “ฉันเองก็ไม่เข้าใจความรักของฉัน ถ้าเธอเป็นอย่างฉันเธอจะทำอย่างไร” ลีลาวดีถาม
ชายหนุ่มหัวเราะแล้วตอบว่า “ฉันก็เลิกรักเท่านั้นเอง การที่เรารักใครคนหนึ่ง ก็หวังที่จะได้รับความรักอันเท่าเทียมกันเป็นสิ่งตอบแทนซึ่งจะนำไปสู่การร่วมชีวิตกันและมีความสุขในที่สุด เมื่อเรารักเขาแล้ว เขาไม่รักเราตอบ ไม่อาลัยใยดีต่อเรา ไม่ให้ความหวังใดๆต่อเรา จะรักเขาไปให้เสียแรงเสียเวลาทำไม”
“ความรักของเธอไม่ใช่รักแท้” รัตตปาณีพูดยิ้มๆ “เพราะมันคลุกเคล้าด้วยความเห็นแก่ตัว ด้วยความหวังตอบแทน” “ถ้าอย่างนั้น เธอไม่หวังอะไรตอบแทนจากความรักของเธอเลยกระนั้นหรือ” “ฉันไม่หวังอะไรเลย นอกจากหวังให้คนรักของฉันมีความสุขเท่านั้น” “ถ้าอย่างนั้น เธอจะร่ำร้องถึงเขา ลงทุนดั้นด้นไปพบเขาทำไม” ชายหนุ่มถาม ..ข้อนี้ลีลาวดีตอบไม่ได้
“รัตตปาณี ฉันยังไม่มีความรัก แต่ฉันก็เชื่อว่าอย่างน้อยความรักควรจะมีประโยชน์บ้างแก่ตัวเราและคนอื่น ถ้าความรักไม่มีประโยชน์ก็ควรเปลี่ยนความรักเป็นอย่างอื่นเสีย” “เปลี่ยนความรักเป็นอย่างอื่น เปลี่ยนเป็นอะไร” “เปลี่ยนเป็นเกลียดซิ รัตตปาณี” คำว่าเกลียดทำให้เธอต้องคิดหนัก ระหว่างเดินทางกลับ เธอคิดทบทวนดูความรักของตนอย่างละเอียดทุกแง่มุม หลังจากประมวลเหตุการณ์ตั้งแต่ชาติก่อนถึงปัจจุบันมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เธอเริ่มเห็นว่าความรักของเธอเป็นความรักที่ไร้ประโยชน์จริง ไม่ได้รับการตอบสนองแม้ถ้อยคำหวานสักคำเดียว ตรงข้ามกลับได้รับแต่การปฏิเสธอย่างโหดร้ายทารุณ ทำให้ดวงใจน้อย ๆ อันแสนบริสุทธิ์ต้องชอกช้ำตลอดมา มันเป็นรักข้างเดียวที่ไร้ความหมายใด ๆ เป็นความรักด้วยอำนาจโมหะที่ไร้คุณค่า เมื่อคิดได้ดังนี้ ความรักของลีลาวดีก็กลายเป็นความเกลียดเองโดยไม่ต้องตั้งใจ “พอกันทีสำหรับความรักอันขมขื่นไร้ประโยชน์ ความรักอันโหดร้ายทารุณ”
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #30 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:27:12 »

ลีลาวดี..สตรีผู้ก้าวไป (บัญชา เกียรติจรุงพันธ์ : เรียบเรียงเรื่องย่อ)
ตอนที่ 6 สตรีผู้ก้าวไป
พระเถระเดินทางไปยังกรุงสาวัตถี ฝ่ายลีลาวดีหลังจากที่ได้แก้แค้นแล้ว แทนที่จะดีใจกลับเสียใจอย่างใหญ่หลวงที่กระทำต่อคนรักที่เธอใฝ่ฝันจะได้พบ ดูเหมือนความโกรธแค้นชิงชังได้หายไปหมดแล้วเหลือแต่ความอาลัยคิดถึงเรวัตตะบีบคั้นหัวใจจนไม่สามารถจะทนทานได้ ในที่สุดจึงขออนุญาตเดินทางไปพบกับแม่เก่าที่กรุงสาวัตถี บิดาก็อนุญาตจัดขบวนเกวียนพาเดินทางไป เป็นอันว่าทั้งสองกำลังมุ่งหน้าไปนครสาวัตถี หลังจากเดินทางได้ 7 วัน พระเถระก็ล้มป่วยหนักเพราะความป่วยไข้ที่มีอยู่เดิมขณะที่อยู่กรุงพาราณสี ประกอบกับความลำบากจากการเดินทาง จึงเข้าไปอาศัยพักรักษาตัวอยู่กับชาวบ้านแห่งหนึ่ง เพราะเหตุนี้ขบวนเกวียนของลีลาวดีซึ่งเดินทางมาทีหลังจึงล้ำหน้าไปก่อน
ทุกๆหมู่บ้านที่ผ่านไปลีลาวดีจะสอบถามว่ามีใครพบพระภิกษุหรือไม่ ถ้าพบลีลาวดีจะขอโทษท่าน จะขอร้องให้ท่านลาสิกขาเพื่อจะได้ร่วมชีวิตกันต่อไป ลีลาวดีมีเจตนามาตามหาพระเรวัตตะจึงมุ่งหน้าไปที่วัดเชตวนาราม พอไปถึงเป็นเวลาเย็นจึงต้องนั่งอยู่ท้ายสุดของเหล่าญาติโยมที่มาฟังธรรม ในเย็นวันนั้น พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมกล่าวถึงปวงสัตว์ทั้งหลายได้ประสบทุกข์อันเกิดจากความพลัดพรากจากคนรักและของรัก ประสบกับความเกลียดและของที่เกลียด และปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สมประสงค์ เธอรู้สึกว่าเหมือนดั่งมุ่งแสดงธรรมเจาะจงให้เธอฟังคนเดียว รสแห่งพระธรรมทำให้เธอเกิดความสังเวชสลดใจอย่างแรงกล้าต่อความเกิดแก่เจ็บตายอันเวียนว่ายในวัฏฏะไม่มีที่สิ้นสุด เธอได้เห็นว่าจิตใจยึดเหนี่ยวผูกพันหลงใหลในรูปร่างสังขารของเพศตรงข้ามมิใช่สิ่งเลิศเลอ เพิ่งค้นพบว่าสังขารนั้นไม่เที่ยวแท้ ย่อมร่วงโรยแก่ชราและสลายไป การไปหลงยึดถือเอาสิ่งที่ไม่เป็นแก่นสารย่อมไม่เกิดสาระใดๆ นั่นมิใช่ความรักหากแต่เป็นความหลงเข้าใจผิดว่ารูปนั่งงาม รูปนั่นเป็นของรักของเรา รูปนั่นเป็นคนรักของฉัน ทั้งๆที่แม้แต่เจ้าของรูปเองก็ควบคุมรูปร่างตนเองไม่ได้ ย่อมเสื่อมไปแตกสลายไป โอหนอความหลงยึดติดในร่างอันมีแต่โรคภัยในสังขารมนุษย์นี้ช่างเกาะกุมหัวใจให้สรรพสัตว์มืดบอดเสียเหลือเกิน ทำให้เธอเกิดความเบื่อหน่ายคลายความยินดีในขันธ์ทั้ง 5 อันประกอบเป็นชีวิตร่างกายของเธอ เมื่อพิจารณาตามธรรมเทศนาของพระบรมศาสดาต่อไป ญาณทัศนะก็เกิดขึ้น ส่องจรัสจ้าในดวงกมลทำให้เห็นกระบวนการอันเต็มไปด้วยความทุกข์ ผู้มีปัญญาย่อมเบื่อหน่าย จิตใจหันไปเดินทางสายสะอาดบริสุทธิ์ ทางแห่งศีล สมาธิ และปัญญา อันจะนำไปสู่นฤพาน บัดนี้เธอเริ่มสงบสุข เบากายเบาใจ เมื่อพระบรมศาสดาแสดงพระธรรมเทศนาจบลง เธอก็เกิดญาณพิเศษรู้แจ้งขึ้นมาในใจ
บัดนี้เธอได้กลายเป็นพระอรหันต์ ผู้จิตบริสุทธิ์สะอาดปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองและทุกข์ภัยทั้งปวงแล้ว เธอจึงได้รับพุทธานุญาตให้อุปสมบทเป็นภิกษุณีในเย็นวันนั้นเอง
ฝ่ายพระเถระเรวัตตะผู้ผ่ายผอม เมื่อร่างกายหายดีแล้วก็รีบเร่งเดินทางต่อไป จนกระทั่งเย็นวันต่อมาก็เดินทางมาถึงที่วัดเชตวนารามอย่างอ่อนระโหยโรยแรง
IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #31 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:28:34 »

ลีลาวดี..สตรีผู้ก้าวไป (บัญชา เกียรติจรุงพันธ์ : เรียบเรียงเรื่องย่อ)
ตอน...บทส่งท้าย
ลีลาวดี สตรีผู้ก้าวไป เธอได้ก้าวไปสู่ความเข้าใจที่แจ่มแจ้งเรื่องความรักที่แท้จริงคือความเมตตาต่อสรรพสิ่ง มิใช่ความหลงยึดว่าสิ่งที่ไม่จีรังนั้นว่าเป็นที่รักของตนเพื่อครอบครอง เมื่อมาถึงตรงนี้คงจะเป็นคำถามว่าท่านเริ่มลืมตามมองความจริงในชีวิตเราจริงๆสักครั้งหรือยัง และขอแสดงความยินดีด้วยกับบางคนที่ได้ก้าวเดินไปพร้อมกับลีลาวดีแล้ว ได้ค้นพบจิตใจตนเอง เข้าใจหัวใจของตนเอง แล้วก้าวไปสู่ความจริงอันเป็นสัจจะ เพื่อพบกับความสงบ เมื่อนั้นไม่ว่าท่านจะมองเห็นชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ ท่านย่อมแผ่กระแสแห่งสันติและเมตตาไปสู่เขาอย่างสม่ำเสมอตลอดไป
ลีลาวดี สตรีผู้ก้าวไปเป็นเรื่องย่อที่เรียบเรียงจากธรรมนิยายของ ธรรมโฆษ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้คนทั่วไปด้านจรรโลงใจและพัฒนาจิตวิญญาณ ได้เกิดสติ นำอุทาหรณ์จากเรื่องราวมาเป็นข้อคิดเตือนใจให้มีรักอย่างสะอาดหมดจด หากคนเรารักอย่างมีสติ เชื่อว่าความทุกข์ทรมานอาจจะเบาบางลงไปได้ .....สุดท้ายนี้...ขอเชิญชวนทุกท่านเรามามอบความรัก ความเมตตาแก่เพื่อนๆเหล่าสรรพสัตว์ทั่วโลกกันเถิด


* R340-18.jpg (48.71 KB, 315x313 - ดู 342 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 19 มีนาคม 2012, 10:07:59 โดย เมฆพัตร » IP : บันทึกการเข้า
เมฆพัตร
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,032



« ตอบ #32 เมื่อ: วันที่ 18 มีนาคม 2012, 10:33:56 »

ที่มา:http://www.dhammathai.org/webboard/dbview.php?No=340

ขออนุโมทนากับทุกท่านครับ

ว่างๆจะเอานิยายเรื่อง "กองทัพธรรม" มาเล่าสู่กันฟัง ชอบเรื่องนี้มากมายครับ
IP : บันทึกการเข้า
Siranoi
ระดับ :ป.โท
****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4,856


เฒ่า! สดใส วัยซน..


« ตอบ #33 เมื่อ: วันที่ 19 มีนาคม 2012, 09:40:31 »

อืมส์...
อนุโมทนาสาธุ ยิ้มกว้างๆ
IP : บันทึกการเข้า

" ... ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย
เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช
และความเสียสละ ของบรรพบุรุษไทย ... "
๘ นาฬิกา และ ๑๘ นาฬิกา Sitiya_por@hotmail.com
Siranoi
ระดับ :ป.โท
****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4,856


เฒ่า! สดใส วัยซน..


« ตอบ #34 เมื่อ: วันที่ 20 มีนาคม 2012, 12:55:25 »


ละครแห่งมหันตกรรม
IP : บันทึกการเข้า

" ... ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย
เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช
และความเสียสละ ของบรรพบุรุษไทย ... "
๘ นาฬิกา และ ๑๘ นาฬิกา Sitiya_por@hotmail.com
Siranoi
ระดับ :ป.โท
****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4,856


เฒ่า! สดใส วัยซน..


« ตอบ #35 เมื่อ: วันที่ 20 มีนาคม 2012, 12:57:25 »


ละครแห่งมหันตกรรม 2
IP : บันทึกการเข้า

" ... ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย
เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช
และความเสียสละ ของบรรพบุรุษไทย ... "
๘ นาฬิกา และ ๑๘ นาฬิกา Sitiya_por@hotmail.com
little girl
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,181



« ตอบ #36 เมื่อ: วันที่ 20 มีนาคม 2012, 14:53:06 »

สะเทือนใจจังเลย...... ร้องไห้ 
IP : บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

The Ma'Mentau Studio
เชียงรายคาเมร่า โทร. 053-715579 มือถือ 089-7594166
ฟ้าหลวงวัสดุภัณฑ์ เชียงราย :: ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ :: จำหน่าย น้ำยาสลายครบยางมะตอย น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาเคลือบเงายางรถยนต์ น้ำยาโฟมล้างรถยนต์สูตรเคลือบเงา แว๊กส์เบาะหนังและคอนโซล ฯลฯ

ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com  

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!