เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 24 ตุลาคม 2017, 07:23:24
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ


+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  การเกษตร ในเชียงราย (ผู้ดูแล: bm+, Ck 401)
| | |-+  ท่านใดปลูกข้าว กข15บ้างครับ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน ท่านใดปลูกข้าว กข15บ้างครับ  (อ่าน 3807 ครั้ง)
NAMNHOW
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 208


« เมื่อ: วันที่ 29 กันยายน 2011, 11:45:14 »

อยากทราบว่าถ้าเฮาจะใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อให้ข้าวมีน้ำหนักรวงดี เมล็ดข้าวบ่าลีบควรใส่สูตรไหนดีครับระหว่างสูตร 46-0-0 ,16-20-0 ,16-16-8 หรือว่าท่านตี้มีประสบก๋านใจสูตรอื่นๆขอบคุณครับ..
IP : บันทึกการเข้า
yuyayee
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 29 กันยายน 2011, 12:55:21 »

 สูตร 13-13-21 น่าจะดีค่ะ
IP : บันทึกการเข้า
Baby Old
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375



« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 29 กันยายน 2011, 13:24:21 »

46-0-0 ครับ ใส่ในอัตรา 2-5กิโลกรัมต่อไร่   ยิ้ม

http://www.brrd.in.th/rkb/index.html  สามารถหาความรู้ได้จากเวปนี้ครับ.
IP : บันทึกการเข้า

เสียมบ่อคมหื้อใส่ด้ามหนักๆ  ความฮู้บ่อนักหื้อหมั่นฮ่ำหมั่นเฮียน
ubuntuthaith
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,024



« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 29 กันยายน 2011, 14:20:59 »

จำเป็นด้วยหรือครับที่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี  ลองศึกษาจริง ๆ จะทราบครับว่าเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้สารเคมีแบบเดียวกับอเมริกา ผลเสียตามมามากมาย อยากลองให้ไปศึกษา เกษตรธรรมชาติ หรือ เกษตรอินทรย์ หรือ แบบผสมผสานก็ได้นะครับ ช่วยลดค่าปุ๋ยค่ายาได้มาก ผลผลิตที่ได้ไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่  ดีต่อคนกินข้าวและ คนปลูกด้วยครับ ผมเองก็ปลูก กข15 อยู่ครับนาปีนี้ ข้าวก็เขียวดีครับ ไม่เป็นโรคด้วย  อย่างน้อยก็เพื่อลูกหลานในอนาคตครับ ช่วยกันลดใช้สารเคมีดีกว่า ผมเคยทำนาแบบใช้สารเคมีมาก่อนครับ ( ปุ๋ยเคมี , ยาคุมวัชพืช , ยาพ่นกันเชื้อรา , ยาฆ่าหอยเชอรี่ชนิดน้ำ ) ตอนนี้เลิกแล้วครับลดต้นทุนไปเยอะ กำไรมากขึ้น
หากยังใช้ปุ๋ยเคมี ลองหาซื้อชุดตรวจวิเคราะห์ค่าดิน NPK ดูครับว่านาเรามี ความสมบูรณ์ตัวไหนมากอยู่แล้วจะได้ไม่ต้องใส่ครับจะกลายเป็นผลเสียเสียป่าว ตอนนี้ข้าวเริ่มตั้งท้องแล้วข้าวต้องการการธาตุฟอสฟอรัสสูงเพื่อนำไปบำรุงดอก และต้องการธาตุไนโตรเจนรองลงมาเพื่อใช้บำรุงลำต้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับรวง แต่ในส่วนธาตุโปรแตสเซียมในการนำไปบำรุงรากพืชจะไม่ต้องการใช้อีก  ( N - ไนโตรเจน ,  P - ฟอสฟอรัส , K - โปรแตสเซียม ) เช่น สูตร 46-0-0 หรือยูเรีย ก็จะเน้นไปทางให้ธาตุไนโตรเจนเป็นหลัก ตัวเลขเป็นตัวบ่งบอกสัดส่วนของปุ๋ยที่ 100 กก แต่ปุ๋ยบรรจุที่  50 กก ครับ

หนังสือแนะนำให้อ่านครับ
1. เส้นทางเกษตรกรรมยั่งยืน http://www.biothai.net/node/842  ของอาจารย์เดชา ศิริภัทร  อาจารย์ของ ชาวนาเงินล้านในรายการคนค้นคน
2. ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว  ,เกษตรธรรมชาติ 1 - 3 ของ มาซาโนบุ ฟูกุโอกะ เคยได้รางวัลแมกไซไซ ด้วย หรืออ่านฟรีบางเล่มได้ที่นี่ครับ  http://olddreamz.com/bookshelf/onestraw/onestraw.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 29 กันยายน 2011, 14:28:53 โดย ubuntuthaith » IP : บันทึกการเข้า
OneManShow
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 29 กันยายน 2011, 14:57:11 »

15-15-15 คับ
IP : บันทึกการเข้า
Che-Guvara
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40



« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 29 กันยายน 2011, 19:14:56 »

ปุ๋ย ท็อบวัน สูตร2เร่งน้ำหนัก จร้าพ่อเลี้ยง
IP : บันทึกการเข้า
NAMNHOW
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 208


« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 30 กันยายน 2011, 13:40:50 »

ขอบคุณทุกท่านมากครับสำหรับม้อมูลดีๆ
IP : บันทึกการเข้า
romeo111
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 30 กันยายน 2011, 15:45:00 »

0-0-60 ครับ
IP : บันทึกการเข้า
nopa11
เตรียมอนุบาล
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 88


« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 03 ตุลาคม 2011, 13:16:04 »

ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อย่าไปใส่มากระวังจะเป็นโรคใหม้คอรวงเพราะว่าคอรวงมันจะอวบคอรวงไม่แข็งเชื้อราจะไปเข้าทำลายตรงคอรวงได้ง่ายมักจะหักพับช่วงข้าวโน้มรวงเมล็ดข้าวจะไม่เต็มเมล็ดทำให้น้ำหนักเบา จะให้ดีควรใช้ปุ๋ยจำพวกฟอสแฟสบำรุงเมล็ด แต่ตอนนี้จะช้าไปหน่อยควรจะใส่ระหว่างวันท่ี 10-20 กันยายน ซึ่งข้าว กข15 จะออกดอกวัท่ี 1-7 ตค.แล้วไปเก็บเกี่ยว 1-7 พย
IP : บันทึกการเข้า
NAMNHOW
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 208


« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 03 ตุลาคม 2011, 16:26:19 »

ขอบคุณท่านnopa11ครับที่แนะนำ สงสัยจะใส่ไม่ทันเหมือนท่านว่าแล้วครับเพราะน้ำในนายังเยอะอยู่เลยไหลเข้าตลอดกลัวใส่ไปจะไม่ได้ผล คงต้องแก้ตัวปีหน้าละครับไปดูเริ่มจะแตกรวงละครับ
IP : บันทึกการเข้า
ubuntuthaith
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,024



« ตอบ #10 เมื่อ: วันที่ 03 ตุลาคม 2011, 21:15:54 »

น้ำมากทำให้เปลืองปุ๋ยครับ ถ้าใส่น้อยก็ให้ประสิทธิภาพต่ำ  ยังไงก็ลดการใช้ปุ๋ยเคมีก็ดีกว่าครับ ช่วย ๆ กันเพราะตอนนี้โลกเราเปลี่ยนไปมาก สาเหตุก็เกิดจากเกษตรแบบเราด้วย  ผมใช้ปุ๋ยจากมูลสุกล ซื้อมา กระสอบละ 40 กก. ราคา กระสอบละ 6 บาทครับ ไร่นึงใส่ 20 กระสอบเป็นเงิน 120 บาท ใส่ตอนทำเทือก และใส่บำรุงตามระยะอีกนิดหน่อยครับ  อาศัยพ่นฮอโมนจากปุ๋ยหมักชีวิภาพบ้างเป็นครั้งคราวครับ ช่วยให้กำไรเยอะขึ้นและข้าวยังแข็งแรงไม่เป็นโรคง่าย ๆ ครับ

แล้วการเกษตรทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหรือ ?
จากการรายงานของกรีนพีซ ระบุว่าเกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรม (รวมทั้งการทำปศุศัตว์) มีส่วนอย่างยิ่งในการทำลายสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งมีสาเหตุหลักจากการใช้ปุ๋ยเคมีปริมาณมาก และการใช้สารเคมีอื่นๆ โดยรวมแล้วภาคเกษตรกรรมปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมอยู่ที่ประมาณ 8.5-16.5 พันล้านตัน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 17 และ 32 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีสาเหตุจากมนุษย์ ทำให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝนระดับน้ำทะเล และมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อพืช สัตว์ และมนุษย์ 
ทั้งนี้ก็ยังปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รุนแรงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 300 เท่าอีกด้วย
ทำให้เกิดการปนเปื้อนไนเตรทในแหล่งน้ำบาดาลหลายแห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพในระยะยาวได้ โดยพบว่าแหล่งน้ำบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมมีคุณภาพเสื่อมโทรมลงเนื่องจากปนเปื้อนด้วยปุ๋ยและสารเคมี ปุ๋ยที่เหลือจากการเกษตรถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำผิวดินทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า สาหร่ายเป็นพิษ หรือ “Algal Bloom”ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำนั้นๆตายเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้การใช้ปุ๋ยเคมีมากเกินความจำเป็นก่อให้เกิดการสะสมของปุ๋ยที่เหลือในดิน ท้ายสุดปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน สร้างมลพิษให้กับแหล่งน้ำดื่มที่สำคัญของประชาชน น้ำดื่มที่ปนเปื้อนปริมาณไนเตรทสูงสามารถทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 03 ตุลาคม 2011, 21:21:19 โดย ubuntuthaith » IP : บันทึกการเข้า
kaewhilow
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,185


« ตอบ #11 เมื่อ: วันที่ 10 ตุลาคม 2011, 07:11:36 »

ผมปลูกแบบนาผสม มีหลายพันธุ์มาก
 ยิงฟันยิ้ม- กข 6 กข15
-กข 14
-สปต1
-ไรซ์เบอรี่
-ญี่ปุ่น
-มะลิ105
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 11 ตุลาคม 2011, 07:05:13 โดย kaewhilow » IP : บันทึกการเข้า
ubuntuthaith
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,024



« ตอบ #12 เมื่อ: วันที่ 10 ตุลาคม 2011, 11:34:43 »

เคยใช้โอทูเหมือนกันครับ ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วเนื่องจากราคาแพงขวดละสองพันกว่าทำให้ต้นทุนสูงครับ พ่นบ่อยด้วย สำหรับผมไม่ประทับใจเท่าไหร่ เท่าที่เคยพ่นทำให้ใบเขียวเข้มดีมาก แต่ใช่ว่าใบเขียวเข้มจะดีเสมอไปนะครับ  ข้าวญี่ปุ่นให้ผลผลิตสูงอยู่แล้วครับ 1 ตันต่อไร่ ญี่ปุ่นทำได้ที่ 1.4 ตัน/ไร่   ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรไม่จำเป็นต้องพ่นโอทู ขอให้มีการบำรุงดินใส่ปุ๋ยให้ถูกและมีการป้องกันโรคและวัชพืชให้ดีก็พอครับ  ข้าวไทยอย่าง กข41 หรือพิษโลก 5 ก็ให้น้ำหนักดีเหมือนกันเกือบ ๆ 1 ตันได้ครับ
IP : บันทึกการเข้า
kaewhilow
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,185


« ตอบ #13 เมื่อ: วันที่ 11 ตุลาคม 2011, 07:18:29 »

เคยใช้โอทูเหมือนกันครับ ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วเนื่องจากราคาแพงขวดละสองพันกว่าทำให้ต้นทุนสูงครับ พ่นบ่อยด้วย สำหรับผมไม่ประทับใจเท่าไหร่ เท่าที่เคยพ่นทำให้ใบเขียวเข้มดีมาก แต่ใช่ว่าใบเขียวเข้มจะดีเสมอไปนะครับ  ข้าวญี่ปุ่นให้ผลผลิตสูงอยู่แล้วครับ 1 ตันต่อไร่ ญี่ปุ่นทำได้ที่ 1.4 ตัน/ไร่   ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรไม่จำเป็นต้องพ่นโอทู ขอให้มีการบำรุงดินใส่ปุ๋ยให้ถูกและมีการป้องกันโรคและวัชพืชให้ดีก็พอครับ  ข้าวไทยอย่าง กข41 หรือพิษโลก 5 ก็ให้น้ำหนักดีเหมือนกันเกือบ ๆ 1 ตันได้ครับ
ที่ญี่ปุ่นทำได้ถึง 3ตันละครับ
IP : บันทึกการเข้า
ubuntuthaith
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,024



« ตอบ #14 เมื่อ: วันที่ 11 ตุลาคม 2011, 22:28:15 »

ญี่ปุ่นจะไม่มีหน่วยวัดเป็นไร่  ไร่เป็นหน่วยวิธีของไทยครับ ญีปุ่นบางทีใช้หน่วยปริมาณผลผลิตเป็น บูเชลต่อเอเคอร์บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขไม่เหมือนไทยครับ อย่างเวียดนามก็ใช้แบบสากลว่าเฮกตาร์ ( 10,000 ตร.ม ) ซึ่งเฉลี่ยข้าวในญี่ปุ่น และเกาหลีจะได้อยู่ที่ 7.3 ตันต่อเฮกตาร์ ถ้าแปลงเป็นไร่ จะตกที่ 6.25 ไร่ครับ หรือผลผลิตของญี่ปุ่นและเกาหลีจะอยู่ที่ 1.168 ตัน/ไร่ครับ ขนาดได้ 1.4 ตัน/ไร่ก็ถือว่าได้มากกว่าปกติหรือสุด ๆ ละครับ ผลผลิตมากเกินไปเป็นการฝืนธรรมชาติ ดินอาจเสียไว แต่เอเชียตะวันออกก็ได้ผลผลิตเฉลี่ยมากกว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับซึ่งยังเก็บเกี่ยวเฉลี่ยได้ที่ 5.3 ตัน/เฮกตาร์ ครับ ข้าวญี่ปุ่นที่นิยมปลูกกันแพร่หลายทั่วญี่ปุ่นจะเป็นสายพันธุ์ โคชิฮิคาริ ซึ่งเป็นข้าวชั้น 1 ของเค้า  ส่วนพันธุ์อื่น ๆ ตามแต่ละพื้นที่แต่มีรากฐานจากตระกูลของข้าวจาปอนิก้า จะมีลักษณะลำต้นเตี้ยแต่แตกกอมาก เมล็ดจะสั้นป้อม ซึ่งข้าวญี่ปุ่นหากมาปลูกบ้านเรามีหลายพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นแบบไม่ไวต่อช่วงแสงอายุเก็บเกี่ยวสั้น  ซึ่งหากปลูกในไทยแล้วจะต้องระวังอุณหภูมิครับ  ญี่ปุ่นมีอากาศที่เย็นกว่าไทย ซึ่งหากอากาศร้อนจะส่งผลให้อายุการเก็บเกี่ยวสั้นลง และผลผลิตต่ำลง ดังนั้นเค้าก็เลยหลีกเลี่ยงปลูกในพื้นที่ ๆอุณภูมิสูง เค้าเลยส่งเสริมให้ปลูกในเขตภาคเหนือครับ ส่วนภาคกลางจะไม่ปลูกกันครับ เพราะได้มีการทดลองกันแล้วตามสถานีทดลองข้าวแต่ละจังหวัด อย่างข้าวญี่ปุ่นนำศึกษาตั้งแต่ปี 2507 แล้วครับที่สถานีทดลองข้าวที่พานนี่เอง แต่เป็นจริงเป็นจังในการวิจัยทดลองก็หลังปี 2530 ที่ผ่านมา ในสถานีจะตั้งชื่อข้าวญีปุ่นเป็น ข้าวญี่ปุ่น กวก....  ตามแต่สายพันธุ์ที่วิจัย แต่นำมาทดลองปลูกในสถานีทดลองส่วนใหญ่ผลผลิตที่ได้จะประมาณ 700-850 กก/ไร่ ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 14 ตุลาคม 2011, 21:28:44 โดย ubuntuthaith » IP : บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!