เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
วันที่ 17 ตุลาคม 2019, 01:19:59
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก



  • ข้อมูลหลักเว็บไซต์
  • เชียงรายวันนี้
  • ท่องเที่ยว-โพสรูป
  • ตลาดซื้อขายสินค้า
  • ศูนย์กลางธุรกิจ
  • บอร์ดกลุ่มชมรม
  • อัพเดทกระทู้ล่าสุด
  • อื่นๆ

ประกาศ !! กรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจ : http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=1025412.0
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม

+  เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย
|-+  ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย
| |-+  นักลงทุน การเงิน การธนาคาร
| | |-+  Fundamental analysis ;; ปูพื้นฐานหุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ...
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] 3 4 พิมพ์
ผู้เขียน Fundamental analysis ;; ปูพื้นฐานหุ้น สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ...  (อ่าน 67979 ครั้ง)
วายุ
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 651



« ตอบ #20 เมื่อ: วันที่ 17 กรกฎาคม 2011, 20:13:49 »

งั้นผมขออนุญาติแย่งซีนก็แล้วกัน  เพราะผมเคยลงไว้ทีนึงแล้ว

http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=33231.320

กระทู้ที่ 330 นะครับ  น้องๆคนไหนสนใจก็เข้าไปอ่านได้
IP : บันทึกการเข้า

ถึงจะจน       พี่ก็จน      อย่างมีเกียรติ
ถึงจะเครียด  พี่ก็เครียด   อย่างมีหวัง
ถึงจะบ้า       พี่ก็บ้า       อย่างมีพลัง
ถึงจะพัง       พี่ก็พัง       อย่างมีฟอร์ม
วายุ
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 651



« ตอบ #21 เมื่อ: วันที่ 17 กรกฎาคม 2011, 20:21:11 »

ถึงท่านแมงมุม

-แล้วคนที่ถือหุ้นบุริมสิทธิ์  เขามีหุ้นนี้ได้อย่างไร

-แล้วคนที่ถือหุ้นบุริมสิทธิ์  เขามีการกำหนดผลตอบแทนไว้ตายตัวหรือว่าแปรผันตามผลประกอบการ  แล้วถ้าปีไหนบริษัทไม่มีกำไร  คนที่ถือหุ้นบุริมสิทธิ์อยู่  ยังจะได้รับผลตอบแทนหรือไม่  ถ้าเขาไม่ได้  เขาจะเรียกร้องอะไรจากบริษัทได้บ้าง
IP : บันทึกการเข้า

ถึงจะจน       พี่ก็จน      อย่างมีเกียรติ
ถึงจะเครียด  พี่ก็เครียด   อย่างมีหวัง
ถึงจะบ้า       พี่ก็บ้า       อย่างมีพลัง
ถึงจะพัง       พี่ก็พัง       อย่างมีฟอร์ม
แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #22 เมื่อ: วันที่ 18 กรกฎาคม 2011, 07:20:36 »

.

- บริษัทออกหุ้นจำหน่ายครับ อาจจะเป็นการจำหน่ายเฉพาะกลุ่ม หรือการออกจำหน่ายตามสถาบันการเงินก็ได้ แล้วแต่ช่องทางสะดวก

- อาจจะมีการกำหนดผลตอบแทนตายตัว หรืออาจเป็นเปอร์เซนต์ของกำไรก็ได้ แล้วแต่นโยบายอีกเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ ปันผลตัวนี้จะต้องได้ก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ

- เช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นสามัญครับ ถ้าปีไหนบริษัทไม่มีกำไร เจ้าของบริษัทก็ต้องไม่ได้กำไร นั่นคือ งดจ่ายปันผลครับ
IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
Cupid
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,945


Experience is the best teacher.


« ตอบ #23 เมื่อ: วันที่ 19 กรกฎาคม 2011, 10:53:59 »

กระทู้นี้ เป็นอีกกระทู้หนึ่ง ที่น่าติดตาม ขออนุญาตปักหมุดครับ

รบกวนท่านแมงมุม ปูพื้นฐานฯ นำประสบการณ์มาเล่าสู่กันเยอะๆนะครับ...
IP : บันทึกการเข้า
I.T.Solution@Chiangkham
สมาชิกลงทะเบียน
ชั้นประถม
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 311


กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวและไม่ได้พังลงในวันเดียวเช่นกัน


« ตอบ #24 เมื่อ: วันที่ 19 กรกฎาคม 2011, 11:08:27 »

ปูเสื่อ ติดตามต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ อยากเป็นนักลงทุนบ้างจังเลยครับ
IP : บันทึกการเข้า

I.T. Solution"I.T. Professional In Chiangkham"
จำหน่าย-ซ่อม-อัพเกรด คอมพิวเตอร์,โน๊ตบุ๊ค,อุปกรณ์ ITทุกชนิด
ยินดีให้คำปรึกษาแก้ไขทุกปัญหาของคอมพิวเตอร์
ข้างร.ร.ปิยมิตรวิทยา อ.เชียงคำ 089-5592482
แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #25 เมื่อ: วันที่ 19 กรกฎาคม 2011, 13:54:15 »


อยู่ในตลาดหุ้น เราทำได้ 2 อย่างครับ

1.) ลงทุนในหุ้น
2.) เก็งกำไร หรือที่เรียกว่า เล่นหุ้น

สองตัวนี้ ดูเหมือนจะคล้ายกัน แต่ความจริงแล้ว แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

การลงทุนในหุ้น คือการซื้อหุ้นเพื่อคาดหวังเงินปันผล และจะถือหุ้นตัวนั้นยาวไปตลอดจนกว่าพื้นฐานของบริษัทจะเปลี่ยนแปลงไป (ออกแนว VI) ซึ่งการลงทุนในหุ้น เราจะใช้ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ส่วนการเล่นหุ้น คือการซื้อเพื่อคาดหวังส่วนต่างราคาหุ้นเพื่อทำกำไรในระยะสั้นๆ โดยไม่สนใจพื้นฐานของบริษัท จะใช้ การคาดการณ์ เทคนิค เป็นหลัก

ท่านเไหนที่เป็นนักลงทุนในหุ้น ขอแนะนำให้ศึกษาปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ที่แต่ละท่านในห้องนี้นำมาแบ่งปัน โดยอย่าไปสนใจกับปัจจัยทางเทคนิคมากนัก
และท่านไหนที่เป็นนักเล่นหุ้น ขอให้แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการวิเคราะห์ปัจจัยเทคนิค

----------------------------------------------------------

หากท่านต้องการซื้อหุ้นของ PTT .....

ท่านไม่สามารถเดิมดุ่มๆไปที่ปั๊มปตท. หรือขึ้นแท็กซี่ไปลงบริษัทPTT ที่อยู่ใกล้ๆกับหมอชิต2 แล้วบอกว่า ขอซื้อหุ้น PTT 10 หุ้น ได้

และเช่นเดียวกัน ท่านไม่สามารถลงรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ แล้วโผล่ไปที่ "ที่ทำการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย" แล้วบอกว่า ขอซื้อหุ้น PTT 10 หุ้น ได้

สิ่งที่ท่านต้องทำคือ ท่านต้องไป "เปิดบัญชีซื้อขายหุ้น" ก่อน และบัญชีซื้อขายหุ้นนั้น ท่านต้องไปเปิดกับ "บริษัทหลักทรัพย์" หรือที่เราเรียกว่า โบรกเกอร์ ชื่อเล่นว่า "โบรค"

ดังนั้น ตอนนี้ท่านทราบแล้วว่า "ตลาดหลักทรัพย์" กับ "บริษัทหลักทรัพย์" นั้น ไม่ใช่อันเดียวกัน จำไว้นะ ขอย้ำว่ามันไม่ใช่อันเดียวกัน อย่าบ้านนอก...ขอร้อง

ท่านต้องส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นไปที่ บริษัทหลักทรัพย์ แล้วบริษัทหลักทรัพย์ จะส่งคำสั่งของท่านต่อไปยัง ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนำคำสั่งซื้อขายของท่านไปเข้าคิวตามกระบวนการซื้อขาย ซึ่งเขียนง่ายๆก็คือ


* Set Queue.jpg (46.02 KB, 1044x622 - ดู 1469 ครั้ง.)
IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #26 เมื่อ: วันที่ 19 กรกฎาคม 2011, 13:55:05 »

แล้วหลังจากท่านซื้อหุ้นสำเร็จแล้ว ท่านก็ได้หุ้นมาครอบครอง เพียงแต่ว่า หุ้นในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในรูปแผ่นกระดาษเหมือนเมื่อก่อน

แต่อยู่ในรูปของ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะถูกจัดเก็บไว้ที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในความดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ดังนั้น ท่านจ่ายเงินไปแล้ว แต่"ใบหุ้น"ไม่ได้อยู่ในมือ

รัฐบาลจึงต้องมีหน่วยงานอิสระเรียกว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ชื่อเล่นคือ ก.ล.ต. คอยควบคุมกิจกรรมในตลาดทุนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(ตลาดทุน คือตลาดที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ระดมเงินทุนในระยะยาว)

กลต ของเราไม่ได้ดูแลแค่เรื่องหุ้นนะครับ เค้าดูแลอะไรอีกหลายๆอย่าง เช่น ดูแลบริษัทประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ด้วย ดูแลนั่นโน่น นี่ อีกหลายอย่าง

ดังนั้น ทุกท่านจงมั่นใจว่า ท่านอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีระเบียบ กฎเกณฑ์ ถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส เงินของท่านจะหายไปด้วยสาเหตุเดียวคือ ท่านซื้อหุ้นราคา 100 แล้วไปขายราคา 90 หรือที่เรียกว่า ขาดทุนเท่านั้น อิอิ

--------------------------------------------------------

ท่านสามารถสืบหารายชื่อได้ว่า มีโบรคไหนบ้างที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทย โดยหาจากอินเทอร์เน็ต ในเวบนี้ก็มีบอกแล้วนะครับ
รายชื่อหุ้นต่างๆ ดูที่ www.settrade.com
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดูที่ www.set.or.th

พอละ ปวดมือ
คราวหน้ามาต่อกันเรื่อง ประเภทของบัญชีซื้อขายหุ้น อัตราค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียม และ ศัพท์ในกระดานซื้อขายหุ้น

---------------------------------------------------------

ขอขอบคุณอักษรสวยๆจาก www.f0nt.com

.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 19 กรกฎาคม 2011, 13:57:41 โดย แมงมุม » IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
เจ็บจุงเบย
ล้านคนเชื่อมั่นในตัวคุณ หรือจะสู้คุณเชื่อมั่นในตัวเองแค่คนเดียว
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 661



« ตอบ #27 เมื่อ: วันที่ 20 กรกฎาคม 2011, 13:11:15 »

มีเงิน "สามหมื่นบาท" นี้จะสามารถซื้อหรือเล่นหุ้นได้หรือไม่ครับท่าน"แมงมุม"
IP : บันทึกการเข้า

"If you want to increase your success rate,double your failure Rate."
ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว
น้าวัยทองฯ
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,935



« ตอบ #28 เมื่อ: วันที่ 20 กรกฎาคม 2011, 14:38:46 »

มีเงิน "สามหมื่นบาท" นี้จะสามารถซื้อหรือเล่นหุ้นได้หรือไม่ครับท่าน"แมงมุม"

ขอตอบแทนเลยละกันครับ

ได้ครับ และจำนวนเงินทุนก็เหมาะสำหรับการเริ่มต้นด้วยครับ
IP : บันทึกการเข้า

แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #29 เมื่อ: วันที่ 20 กรกฎาคม 2011, 14:41:41 »

มีเงิน "สามหมื่นบาท" นี้จะสามารถซื้อหรือเล่นหุ้นได้หรือไม่ครับท่าน"แมงมุม"

-----------------

ได้ครับ ผมเริ่มด้วยเงินหมื่นเดียว

รุ่นน้องผมสมัยเรียนเชียงใหม่ เริ่มด้วยเงิน 2,000

แนะนำโบรคของ กิมเอ็ง กับ KT Zmico ครับ

เพราะไม่ต้องมีขั้นต่ำ

ปล. เห็นมีกระทู้ถามคำถามแนวนี้อยู่ 2-3 กระทู้ แล้วนะ - -*



IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #30 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2011, 11:39:00 »

บัญชีซื้อขายหุ้น.... หลักๆ มี 3 ชนิด คือ

1.) บัญชีเงินสด แบบวางเงินสดล่วงหน้า (Cash balance)
บัญชีแบบนี้ เราจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีของ โบรคก่อน และเราจะเทรด (ซื้อ-ขาย) ได้ตามวงเงินที่เราวางไว้ แนะนำนักลงทุนหน้าใหม่ทั้งหลาย ใช้แบบนี้ดีกว่าครับ
เหมือนมือถือระบบเติมเงินแหละครับ เติมเท่าไหร่ก็โทรได้เท่านั้น

2.) บัญชีเงินสด (Cash)
เราสามารถซื้อขายไปก่อน แล้วค่อยจ่ายเงินทีหลัง ภายใน 3 วันทำการ หรือ ศัพท์นักลงทุนเรียกว่า T+3 เช่นซื้อวันจันทร์ ก็จ่ายวันพฤหัส เป็นต้น และเช่นกัน ถ้าเราขายวันจันทร์ก็ได้เงินวันพฤหัสนะครับ
ข้อดีคือ เราสามารถจ่ายหรือรับเฉพาะส่วนต่างของเงินที่เราซื้อขาย เช่น ในวันจันทร์เราซื้อไป 8 แสน และขายไป 7แสนบาท เราก็จ่ายเพียง 1แสนบาทในวันพฤหัส

3.) บัญชีเครดิต หรือ มาร์จิ้น ( Margin )
อันนี้ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับมือใหม่ เพราะบัญชีประเภทนี้สามารถ ยืมเงินของโบรคมาซื้อขายได้(โบรคก็ต้องคิดดอกเบี้ยตามปกตินะครับ) และสามารถ ทำชอร์ทเซลล์ ได้

คำว่าชอร์ทเซลล์หมายถึง ยืมหุ้นมาขายครับ
เช่น เรารู้ว่าหุ้น A กำลังลง เราก็ยืมหุ้นA จากโบรคมาขายที่ราคา 10บาท พอมันลงมาที่ 8 บาท เราค่อยซื้อคืนโบรคน่ะครับ เราก็ฟันกำไรไป 2 บาทเลย แน่นอน มีดอกเบี้ยนะครับ

---------------------------------------------------------------------

ทีนี้มาเรียนรู้ศัพท์หุ้นกัน

ก่อนจะมาเรียนศัพท์หุ้น เราจะต้องรู้ระบบการจัดลำดับซื้อขายก่อน เพราะว่าคนที่วนเวียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีหลายคน หลายประเภท และก็หลายๆคำสั่งซื้อขาย ดังนั้น จะรบบของตลาดหลักทรัพย์จึง

ต้องมีการเรียงลำดับความสำคัญชองคำสั่ง เพราะความเรียบร้อยและยุติธรรม

นักลงทุน มีอยู่ 4 ประเภทหลักๆ
1.) นักลงทุนรายย่อย (แมงเม่า) เป็นนักลงทุนที่มีปริทฃมาณมากที่สุด แต่เงินน้อย ตั้งแต่ 50กว่าบาท จนถึงเงินมากระดับร้อยล้านบาท นักลงทุนพวกนี้ ถ้าเงินร้อน ไม่มีความอดทน หรือไม่มีความรู้ มักจะ

กลายเป็นเหยื่อของนักลงทุนกลุ่มที่เหลือ เพราะเงินน้อยมักจะโดนตลาดลากไปลากมาเสมอ

2.) นักลงทุนสถาบัน (กองทุน) พวกกองทุนคือ คนทีรวบรวมเงินจากคนหลายๆคนมาลงทุน รวมถึงพวก กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมต่างๆพวกนี้เงินหนา เพราะสมาชิกเยอะ และกองทุนนี้จะ

เป็นคนไทย หรือนิติบุคคลสัญชาติไทย
(กองทุนรวมคือ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นแล้วรวบรวมเงินจากสมาชิกเอามาลงทุนตามนโยบายกองทุนซึ่งบริหารงานโดยผู้จัดการกองทุน ซึ่งได้รับอนุญาติจาก กลต.  พูดง่ายๆคือ คนที่อยากเล่นหุ้นแต่ไม่มีเวลา

หรือคนที่อยากเล่นหุ้นแต่ไม่มีความรู้ คนเหล่านี้เอาเงินมารวมๆกัน แล้วเอาไปจ้างคนอื่นมาเล่นหุ้นให้นั่นแหละครับ)
ขอบอกว่า ข้อสอบเป็น ผจก.กองทุนนี้ยากมากกกก ผมเคยไปสอบแล้วเค้าเรียกว่าสอบ CISA ซึ่งมี 3 ระดับ ผมไม่สอบระดับ1 ไม่ผ่าน - - ยากเวอร์  555+

3.) บริษัทหลักทรัพย์ (โบรค) พวกนี้ก็น่ากลัว เพราะเป็นบริษัทที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อยู่แล้ว เค้าก็เลยลงมาเล่นด้วยเลย ข้อได้เปรียบของโบรคคือ เค้าซื้อขายไม่มีค่าคอมมิชชั่น (แน่ล่ะ จะจ่ายค่า

คอมมิชชั่นให้ตัวเองทำไมกัน)

4.) นักลงทุนต่างชาติ (ฝรั่ง) เราเรียกว่าฝรั่ง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นพวกยุโรป อเมริกา ซะเท่านั้น บางทีสิงคโปร์ จีน ก็รวมอยู่ด้วย พวกนี้เงินหนาสุดๆ แถมเข้ามาก็ส่งผลต่อเรื่องค่าเงินบาทเราด้วย ดังนั้น

พวกนี้มักได้กำไร 2 ต่อเสมอ คือ ได้กำไรจากหุ้น และได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย พวกนี้มักเข้ามาลงในประเทศเล็กๆอย่างไทย เพราะประเทศไทยเงินน้อย ปั่นราคาง่าย

------------------------------------------------------------

ทีนี้จะอธิบายเพิ่ม ว่า ทำไมฝรั่งเข้าแล้วได้กำไร ทั้งจากหุ้น และจากอัตราแลกเปลี่ยน...

ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์กล่าวไว้ว่า ถ้าเงินไหลเข้าไทยมาก เงินบาทจะแข็ง และถ้าเงินไหลออกไทยมากๆ ค่าเงินบาทจะอ่อน

ค่าเงินบาทแข็งค่า เช่น 25บาท / 1 ดอลล่าร์
ค่าเงินบาทอ่อนค่า เช่น 40บาท / 1ดอลล่าร์

สมมติว่าตอนนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่า 40บาท / 1ดอลล่าร์....
ฝรั่งเอาเงินเข้ามา 1 ล้านดอลล่าร์ เอามาแลกเงินไทยได้ 40ล้านบาท .....
ฝรั่งก็เอาเงิน 40ล้านบาท มาซื้อหุ้นไทยไว้...

อย่างที่บอกว่าฝรั่งมันเงินหนา ดังนั้น เงินก็ไหลเข้าไทยมาเรื่อยๆ เอามาซื้อหุ้นไทยเรื่อยๆ หุ้นไทยก็ชึ้นเรื่อยๆ
 ในที่สุด เงินบาทก็แข็งค่าจากไหลเข้าของเงิน อัตราแลกเปลี่ยนเป็น 25บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์

สมมติว่าฝรั่งรายนี้ ขายหุ้นได้กำไร มา 10ล้าน รวมเป็นเงิน 50ล้านบาท....
ถ้าคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนเดิม ฝรั่งคนนี้ควรได้เงินกลับไป 1,250,000 ดอลล่าร์ (กำไร 250,000 ดอลล่าร์)
แต่ปรากฎว่า ณ อัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้ กลับอยู่ที่ 25บาท / 1 ดอลล่าร์
ดังนั้น ฝรั่งคนนี้จึงได้เงินไปทั้งสิ้น 2ล้านดอลล่าร์
เห็นมั้ยครับ กำไรเท่าตัวเลย

ในที่สุด ฝรั่งก็เริ่มเทข่ายหุ้นแล้วครับ .....
เทขาย เทขาย เทขาย ลงมาเรื่อยๆ จนในที่สุด หุ้นไทยร่วง...
เงินบาทกลับมาอ่อนค่าที่ 40บาท / 1 ดอลล่าร์อีกครั้ง เพราะเงินไหลออกจากไทย....
และฝรั่งคนนั้นก็จะกลับมาซื้ออีกครั้ง ด้วยเงินที่หนากว่าเดิม
ทิ้งไว้แต่เพียง "น้ำตาแมงเม่า" ครับ

ดังนั้น วิธีการรับมือการมาของฝรั่งคือการใช้ VI ครับ คิดว่าท่าเตมูจิน ท่านคิวปิด ท่านเปา ท่านวายุ คงให้คำอธิบายไว้แล้วในกระทู้ของท่านเอง
------------------------------------------------------------------------------------

เหลือเรื่องสุดท้ายสำหรับกระทู้นี้ คือหน้าจอซื้อขายหุ้น พร้อมคำศัพท์พื้นฐานนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 31 กรกฎาคม 2011, 11:41:14 โดย แมงมุม » IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
Cupid
ระดับ :ป.โท
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,945


Experience is the best teacher.


« ตอบ #31 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2011, 13:04:39 »


เป็นการปูพื้นฐานที่อ่านแล้วสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก...

เยี่ยมมากครับ
... ยิ้ม

เมื่อไหร่ท่านจะไปสอบเป็นผู้จัดการกองทุนอีกละ...
IP : บันทึกการเข้า
แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #32 เมื่อ: วันที่ 31 กรกฎาคม 2011, 13:12:03 »

สอบ CISA มี3ระดับครับ

ระดับ1 ได้เป็นนักวิเคราะห์
>>> ค่าสอบ 5พัน ไม่ผ่านครับ 55+ ต้องสอบใหม่ เหนื่อยละครับ ม่ายไหว เป็น นักลงทุนดีกว่า อิอิ
ถ้าสอบแล้วมันต้องไปเป็นนักวิเคราะห์ที่กุงเต้บอะครับ ชอบเชียงรายมากกว่า
ห้าห้า

IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
เจ็บจุงเบย
ล้านคนเชื่อมั่นในตัวคุณ หรือจะสู้คุณเชื่อมั่นในตัวเองแค่คนเดียว
มัธยม
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 661



« ตอบ #33 เมื่อ: วันที่ 01 สิงหาคม 2011, 08:37:48 »

มีเงิน "สามหมื่นบาท" นี้จะสามารถซื้อหรือเล่นหุ้นได้หรือไม่ครับท่าน"แมงมุม"

-----------------

ได้ครับ ผมเริ่มด้วยเงินหมื่นเดียว

รุ่นน้องผมสมัยเรียนเชียงใหม่ เริ่มด้วยเงิน 2,000

แนะนำโบรคของ กิมเอ็ง กับ KT Zmico ครับ

เพราะไม่ต้องมีขั้นต่ำ

ปล. เห็นมีกระทู้ถามคำถามแนวนี้อยู่ 2-3 กระทู้ แล้วนะ - -*




โบรก2ตัวนี้ไปเปิดได้ที่ใหนครับ
IP : บันทึกการเข้า

"If you want to increase your success rate,double your failure Rate."
ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว
แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #34 เมื่อ: วันที่ 01 สิงหาคม 2011, 11:21:50 »

มีเงิน "สามหมื่นบาท" นี้จะสามารถซื้อหรือเล่นหุ้นได้หรือไม่ครับท่าน"แมงมุม"

-----------------

ได้ครับ ผมเริ่มด้วยเงินหมื่นเดียว

รุ่นน้องผมสมัยเรียนเชียงใหม่ เริ่มด้วยเงิน 2,000

แนะนำโบรคของ กิมเอ็ง กับ KT Zmico ครับ

เพราะไม่ต้องมีขั้นต่ำ

ปล. เห็นมีกระทู้ถามคำถามแนวนี้อยู่ 2-3 กระทู้ แล้วนะ - -*




โบรก2ตัวนี้ไปเปิดได้ที่ใหนครับ

-------------------------------------

กิมเอ็งอยู่เชียงใหม่ครับ

ส่วน KT Zmico อยู่บนธนาคารกรุงไทยสาขาห้าแยกพ่อขุน

IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
น้าวัยทองฯ
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,935



« ตอบ #35 เมื่อ: วันที่ 01 สิงหาคม 2011, 16:12:34 »

มีเงิน "สามหมื่นบาท" นี้จะสามารถซื้อหรือเล่นหุ้นได้หรือไม่ครับท่าน"แมงมุม"

-----------------

ได้ครับ ผมเริ่มด้วยเงินหมื่นเดียว

รุ่นน้องผมสมัยเรียนเชียงใหม่ เริ่มด้วยเงิน 2,000

แนะนำโบรคของ กิมเอ็ง กับ KT Zmico ครับ

เพราะไม่ต้องมีขั้นต่ำ

ปล. เห็นมีกระทู้ถามคำถามแนวนี้อยู่ 2-3 กระทู้ แล้วนะ - -*




โบรก2ตัวนี้ไปเปิดได้ที่ใหนครับ

-------------------------------------

กิมเอ็งอยู่เชียงใหม่ครับ

ส่วน KT Zmico อยู่บนธนาคารกรุงไทยสาขาห้าแยกพ่อขุน



KT Zmico  ผมโทรไปถามแล้วครับ เขาบอกมา่ว่า เก็บขั้นต่ำ50บาท ทุกบัญชีครับ

ผมโทรไปที่ 053-748157 
IP : บันทึกการเข้า

แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #36 เมื่อ: วันที่ 01 สิงหาคม 2011, 16:35:47 »

.
.
เอ่อ...ไอ้ที่ว่าขั้นต่ำ ผมหมายความว่าเงินลงทุนขั้นต่ำน่ะครับ

ทุกโบรคตอนนี้ค่าคอมขั้นต่ำ 50 บาทอยู่แล้วครับ

ทันทีที่เราฝากเงินเข้าไป เขาจะหักค่าคอมล่วงหน้า 53.50 บาท ทันที เป็น 50บาทค่าคอม และ 3.50บาทค่าภาษีน่ะครับ
IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
น้าวัยทองฯ
แฟนพันธ์แท้
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,935



« ตอบ #37 เมื่อ: วันที่ 01 สิงหาคม 2011, 17:11:49 »

อ๋อ เงินทุนขั้นต่ำใช่ไหมครับ เข้าใจละ 555+

ผมก็นึกว่าไม่เสีย 50 บาท อิอิ หัวหมอไปหน่อย

ขอบคุณท่านแมงมุมมากครับ
IP : บันทึกการเข้า

แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #38 เมื่อ: วันที่ 13 สิงหาคม 2011, 10:28:21 »

ในที่สุด ก็มาถึงเรื่องสุดท้ายซะที เพราะไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว...

ต้องขออภัยที่เอามาลงช้า เพราะว่าช่วงนี้งานเยอะจริงๆ

เข้าเรื่องกัน...

ศัพท์หุ้น มีเยอะครับ เอามาทำสำคัญๆก่อนละกัน

 
 
    
AOM : Automatic Order Matching การจับคู่คำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติ
อย่างที่ท่านทราบกันดี ว่าคำสั่งซื้อหุ้นในตลาด มีหลายคำสั่ง หลายราคา หลายเวลา และ หลายคน หลักของการเรียงคำสั่งการซื้อหุ้นของตลาดหลักทรัพย์คือ...
1.) ใครที่ซื้อแพงต้องได้สิทธิ์ซื้อก่อน และใครที่ขายถูกต้องได้สิทธิ์ขายก่อน
2.) ถ้าส่งคำสั่งซื้อหรือขายที่ราคาเท่ากัน ใครส่งคำสั่งก่อน ก็ต้องได้สิทธิ์ก่อน


Arbitrage การทำกำไรจากผลต่างของราคาใน 2 ตลาด ในเวลาเดียวกัน หรือเกือบเวลาเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น สมมติ ณ.เวลา 12.00 น อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่...
30 บาท / 1ดอลล่าร์
1 ดอลล่าร์ / 1.2 ยูโร
และ 29 บาท / ยูโร
ท่านก็สามารถนำเงิน 30 บาท ไปแลกได้ 1 ดอลล่าร์...
ท่านเอา 1 ดอลล่าร์ที่แลกได้ เอาไปและ ได้เงินมา 1.2 ยูโร...
และท่านเอาเงิน 1.2 ยูโร ไปแลกได้ 34.80 บาท
เห็นมั้ยครับ กำไรเห็นๆ...
พวกบริษัทแลกเงินใหญ่ๆเค้าทำกันแบบนี้แหละ แต่ประชาชนตาดำๆ เขียวๆ อย่างเรา คงทำไม่ได้ เพราะในความเป็นจริง ช่วงราคาซื้อขายมันห่างกันอยู่


ATC : At the Close คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ณ ราคาปิดตลาด
หลังจาก 16.30 ตลาดจะยังไม่ปิดซะทีเดียวนะครับ จะมีช่วง 5-10 นาที ที่ตลาดหลักทรัพย์จะคำนวณราคาปิดของแต่ละวัน ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของการซื้อขาย ซึ่งคำสั่ง ATC จะเป็นคำสั่งลำดับแรกสุด

ATO : At the Open คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ณ ราคาเปิดตลาด
คล้ายๆกับ ATC แต่ตรงข้ามครับ ก่อน 10.00 ตลาดจะยังไม่เปิดซะทีเดียวนะครับ จะมีช่วง 5-10 นาที ที่ตลาดหลักทรัพย์จะคำนวณราคาเปิดของแต่ละวัน ซึ่งเป็นโค้งแรกของการซื้อขาย และแน่นอนว่าคำสั่ง ATO จะเป็นคำสั่งลำดับแรกสุด
    
Bear Market ตลาดหมี ก็คือช่วงตลาดขาลง

BID ราคาเสนอซื้อ

Big Lot  การซื้อขายรายใหญ่

Big - Lot Board กระดานซื้อขายรายใหญ่

Blue Chip Stock หุ้นบริษัทชั้นดี

Board Lot  หน่วยการซื้อขาย  
ส่วนใหญ่จะหน่วยเป็น 100 หุ้นครับ ท่านไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อทีละ สามหุ้น - ห้าหุ้น  ได้ ท่านต้องซื้อครั้งละ หน่วย ก็คือ 100หุ้น เช่น 100หุ้น 200หุ้น 1,500หุ้น 10,100หุ้น


Bond พันธบัตรหรือหุ้นกู้  

Book Value  มูลค่าตามบัญชี  ดูจากงบคือ ส่วนของเจ้าของ ในงบดุลนั่นแหละครับ

BOT : Bank of Thailand ธนาคารแห่งประเทศไทย

Broker  นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

Bull Market ตลาดกระทิง หรือ ตลาดขาขึ้น

Capital Gain  กำไรจากการขายหลักทรัพย์ เช่น ซื้อ10 บาท ขายไป 12 บาท

Capital Market ตลาดทุน คือตลาดที่ระดมเงินทุนระยะยาว เกิน 1 ปี เช่น ตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร

Cash Account  บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเงินสด

Ceiling & Floor  ราคาเสนอซื้อ / เสนอขายสูงสุดและต่ำสุดของหลักทรัพย์  
ส่วนใหญ่จะ บวกลบไม่เกิน 30%
เช่น เมื่อวาน หุ้น A ราคาปิดที่ 10บาท แปลว่าวันนี้จะต้องซื้อขายกันไม่เกิน 7 - 13 บาท ถ้าwม่มีข่าวสำคัญๆที่รายงานในตลาดหลักทรัพย์


Circuit Breaker  เซอร์กิตเบรกเกอร์
ในกรณีที่ ตลาดมีการผันผวนหนักๆ จนก่อให้เกิดความเสียหาย ตลาดหลักทรัพย์จะหยุดให้การซื้อขายชั่วคราว เป็นเวลา 30นาที เพื่อหาสาเหตุ

Clearing and Settlement  การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์

Closing Price  ราคาปิด คือ ราคาซื้อขายราคาสุดท้ายของวันนี้

Commission  ค่านายหน้า

Common Stock  หุ้นสามัญ

Convertible Debenture  หุ้นกู้แปลงสภาพ
ก็คือหุ้นกู้ที่หมดอายุปั๊บ แทนที่บริษัทจะจ่ายเงินต้นคืน กลับกลายเป็นว่าจ่ายเป็นหุ้นแทน

CRA : Credit Rating Agency สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น S&P ที่หั่นเครดิตอเมริกาลง

Credit Balance  ระบบเครดิตบาลานซ์

Customer Type  การซื้อขายหลักทรัพย์แยกตามประเภทผู้ลงทุน
    
Debenture หุ้นกู้

Derivatives ตราสารอนุพันธ์

Dividend เงินปันผล

Dividend Yield อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล เอาเงินปันผลตั้ง หารด้วยราคา คูณด้วย 100%

DR : Depository Receipts ใบสำคัญแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง

DW : Derivative Warrant ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
    
EPS : Earning Per Share กำไรสุทธิต่อหุ้น

Equity Fund กองทุนตราสารทุน

ETF : Equity Exchange Traded Fund กองทุนรวม ETF
    
Forced Sell การบังคับขาย
ถ้าเราเปิดบัญชีแบบมาร์จิ้นไว้ ถ้าราคาหุ้นตกลงจนถึงระดับนึง เค้าจะบังคับให้เราขายหุ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเบี้ยวหนี้

Foreign Board กระดานต่างประเทศ

Free Float การกระจายของผู้ถือหุ้นรายย่อย

Fundamental Analysis  การวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน

Futures สัญญาซื้อขายฟิวเจอร์ส
    
    
Insider Trading  การซื้อขายหลักทรัพย์โดยบุคคลภายใน

Internet Trading  การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต
    
    
mai : Market for Alternative Investment ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ
ทุนจดทะเบียน ตั้งแต่ 20ล้าน แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท

Main Board  กระดานหลัก

Margin Account บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์โดยวางหลักประกัน

Market Capitalization  มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด

Market Maker ผู้สร้างสภาพคล่อง  

Market Price ราคาตลาด
    
NAV : Net Asset Value มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ

Net Settlement  การชำระค่าซื้อขายแบบยอดสุทธิ อยู่ในบัญชี มาร์จิ้น กับ บัญชีเงินสด
    
Odd Lot หน่วยย่อย ใครที่มีหุ้น ไม่ถึง ร้อยหุ้น มาขายที่กระดานนี้กัน

Offer  ราคาเสนอขาย

Opening Price ราคาเปิด ราคาแรกที่ขายในวันนั้น

Options ออปชั่น เป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน อยู่ในตลาดล่วงหน้า
    
P/BV Ratio อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี

P/E Ratio  อัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ

PO : Public Offering การเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชน

Portfolio  กลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน  เรียกว่า พอร์ท นั่นแหละครับ หุ้นในกระเป๋าเรานั่นเอง

Preferred Stock  หุ้นบุริมสิทธิ

Price Spread  ช่วงราคา หรือ ราคาต่อไปที่จะขึ้นได้
เช่น หุ้นตัวละ 10บาท จะต้องขึ้นลงครั้งละ 0.10 บาท เช่น 10.00 >> 10.10 >> 10.20
    
Scripless System  ระบบไร้ใบหุ้น

Securitization การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

SET : The Stock Exchange of Thailand ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Set Index ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

SET50 Index ดัชนี SET50 เอาหุ้นพื้นฐานดี 50อันดับแรกมาทำดัชนี

Short Sell การขายชอร์ต หรือการยืมหุ้นมาขาย

SET Index ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  - SET50 Index ดัชนีเซท 50  
  - SET100 Index  ดัชนีเซท 100  
  - mai Index ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
  - Industry - Group Index  ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม
  - Sectoral Index  ดัชนีหมวดธุรกิจ
    
Takeover การครอบงำกิจการ  

Technical Analysis  การวิเคราะห์หลักทรัพย์ทางเทคนิค

Tender Offer  การทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้นทั่วไป
    
Underwriter  ผู้ประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์
เวลาเอาหุ้นเข้าตลาดครั้งแรก เค้ากะกำหนดราคาไว้ว่า เคาะราคา IPO กี่บาท และถ้าขายไม่ได้ พวกนี้แหละ จะรับซื้อทั้งหมด

Warrant ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์  
    
XD ใครที่ซื้อหุ้นในวันขึ้น XD แปลว่าจะไม่ได้รับปันผล

ขนาดที่สำคัญๆนะ ถ้าไม่สำคัญด้วย คงไม่ไหว

credits http://www.tsi-thailand.org เอามาเพิ่มอีกนิดหน่อย

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 13 สิงหาคม 2011, 10:33:33 โดย แมงมุม » IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
แมงมุม
ระดับ ป.ตรี
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


« ตอบ #39 เมื่อ: วันที่ 15 สิงหาคม 2011, 10:05:36 »

.

อันนี้เป็นตัวอย่างหน้าจอซื้อขายหุ้น

บัญชีผมเอง แต่ไม่ได้มีทุกตัวที่เห็นหรอกนะครับ

เปิดบัญชีกับ บลกิมเอ็งที่เชียงใหม่

.

.

จะสังเหตุเห็นได้ว่า มีตัวเลขเยอะแยะไปหมด อย่าตกใจครับ....

จะอธิบายให้ทีละตัวๆ

ดูที่หุ้น PTTCH

ช่องแรกสุด
เห็นได้ว่า มีเครื่องหมาย XD ขึ้น แปลว่า ถ้าซื้อหุ้นตัวนี้ จะไม่มีสิทธิ์ได้รับปันผลในรอบนี้ (ขึ้น XD วันนี้พอดี ใครที่ซื้อวันพฤหัส จะได้รับปันผลตอนปลายเดือนนี้นะครับ ส่วนใครซื้อวันนี้ ก็รอปันผลครึ่งปีหลังไป ถ้ายังไม่ขายก่อนอะนะ)

ช่องที่ 2
last 145.50 แปลว่า ราคาล่าสุดที่มีการซื้อขาย คือ 145.50 บาท ตัวสีแดงแปลว่า ราคาต่ำลงกว่าราคาปิดเมื่อวาน

ช่องที่ 3
Prior 147.50 แปลว่า ราคาปิดของวันทำการก่อนหน้า (วันพฤหัส) คือ 147.50 บาท

ช่องที่ 4
Chg -2 แปลว่า ราคาล่าสุด ตกลงไป 2 บาท จากราคาปิดก่อนหน้า ( ปิดวันพฤหัส 147.5 ราคาล่าสุด 145.5 ก็แปลว่า ลงไป 2 บาท)

ช่องที่ 5
Chg% -1.36% แปลว่า ราคาตกไป 1.36% จากราคาปิดก่อนหน้า

ช่องที่ 6 กับ 7
Bid-Q 35,700    Bid 145.50
แปลว่า มีคำสั่งซื้อที่ราคา 145.50บาท อยู่จำนวน 35,700หุ้น (ยังซื้อไม่ได้ หรือ รอซื้ออยู่)

ช่องที่ 8 กับ 9
Offer 146.0    Offer-Q 39,500
แปลว่า มีคำสั่งขายที่ราคา 146.0บาท อยู่จำนวน 39,500หุ้น (ยังขายไม่ออก หรือ รอขายอยู่)

ดังนั้นต้องรอว่ามีคนใจถึงซื้อที่ราคา 146.0บาท  หรือต้องมีคนใจอ่อนขายที่ 145.50บาท คำสั่งถึงจะเกิดการจับคู่ซื้อขายเกิดขึ้น

ช่องที่ 10
Deal 10 แปลว่า มีการจับคู่คำสั่งซื้อขายไปแล้ว 10 ครั้ง (แปลว่ามีคนใจถึง หรือใจอ่อน แล้ว 10 ครั้ง)


* Board.jpg (403.64 KB, 1035x786 - ดู 1287 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 15 สิงหาคม 2011, 10:21:21 โดย แมงมุม » IP : บันทึกการเข้า

.
.
• ขายบ้าน หลังสนามบินเก่าดูรายละเอียดที่นี่

• สินเชื่อธนาคารออมสิน

----------------------------
หน้า: 1 [2] 3 4 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ข้อความที่ท่านได้อ่านบนกระดานข่าวแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรม พาดพิง ละเมิดสิทธิบุคคอื่น ต้องการแจ้งลบ
กรุณาส่งลิงค์มาที่
เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกให้ทันที..."

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2013, Simple Machines
www.chiangraifocus.com

Valid XHTML 1.0! Valid CSS!