เว็บบอร์ด เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย

ศูนย์กลางข้อมูลเชียงราย => คนเชียงราย สังคมเชียงราย => ข้อความที่เริ่มโดย: boondham ที่ วันที่ 18 ธันวาคม 2009, 06:37:12



หัวข้อ: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 18 ธันวาคม 2009, 06:37:12
มาดูการรูปแบบการก่อสร้างกันครับ.

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20569;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20570;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20568;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20567;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20566;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20565;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20564;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20563;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20562;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20558;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20557;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20556;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20555;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20554;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20551;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=7763.0;attach=20550;image)

(http://img72.imageshack.us/img72/8227/20211.png)

(http://pics.manager.co.th/Images/554000011365104.JPEG)

(https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-frc1/1003668_561376633899067_1576038117_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-b-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn2/971121_561376660565731_2048296739_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-g-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/66916_561376713899059_1416217184_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/1017512_561376720565725_1720838880_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/382561_561376747232389_549855620_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-frc3/1044833_561376803899050_734484042_n.jpg)

(http://www.chiangsaenlife.com/forum/attachments/month_1107/1107231536846203e503846c69.jpg)

(http://www.chiangsaenlife.com/forum/attachments/month_1107/11072315369874d7f0c7886bdf.jpg)

(http://www.chiangsaenlife.com/forum/attachments/month_1107/110723153602b3d0f32e49e01a.jpg)

(http://www.chiangsaenlife.com/forum/attachments/month_1107/11072315379357c201869e27b8.jpg)

เครดิตจาก http://www.chiangsaenlife.com/forum/redirect.php?tid=988&goto=lastpost#lastpost



+++++++++++++++++++++++++++++++

5บริษัทยักษ์ชิงดำสร้างสะพานแม่น้ำโขง โครงการร่วมไทย-จีนมูลค่าพันล้าน

วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11594 มติชนรายวัน


นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวงเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ หรือที่ห้วยทราย-เชียงของ ว่ามีกลุ่มบริษัทก่อสร้างที่ผ่านการคัดเลือกตามเงื่อนไขในการเข้ายื่นซองประกวดราคา ซึ่งจะเปิดยื่นซองในวันที่ 7 มกราคม 2553 แล้ว 5 ราย เป็นกลุ่มบริษัทร่วมค้าระหว่างบริษัทไทยกับจีน ประกอบด้วยกลุ่มร่วมค้าซีเควายเอส กลุ่มร่วมค้าซีทีเอ็น กลุ่มพันธมิตรเอสซีซี-เอ็มบีซีซี และกลุ่มร่วมค้าซีอาร์เอส-เคที คาดว่า หลังได้ผู้ชนะการประมูลแล้ว จะลงนามสัญญาจ้างและเริ่มงานก่อสร้างได้ในเดือนมีนาคม 2553 โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน

สำหรับสะพานดังกล่าว เป็นโครงการร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงนามร่างความตกลงว่าด้วยการจัดการด้านการเงินสำหรับงานก่อสร้าง โดยร่วมกันรับผิดชอบฝ่ายละเท่ากัน วงเงินค่าก่อสร้าง 1,624 ล้านบาท หรือประเทศละ 812 ล้านบาท ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติให้ปรับวงเงินค่าก่อสร้างในส่วนที่รัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบแล้ว 812 ล้านบาท และเพิ่มวงเงินค่าควบคุมงานอีก 45.5 ล้านบาท

ทั้งนี้ ลักษณะของสะพาน จะมีความยาว 11.6 กิโลเมตร โดยจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขง ขนาด 2 ช่องจราจรพร้อมทางเท้า ความยาว 480 เมตร และสะพานเชิงลาดฝั่งไทย ยาว 150 เมตร รวมความยาว 630 เมตร ถนนฝั่งไทย เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 4 ช่องจราจร มีความยาว 5 กิโลเมตร มีจุดเปลี่ยนทิศทางจราจร เป็นทางแยกระดับพื้นดิน และติดตั้งสัญญาณไฟจราจร โดยรูปแบบการก่อสร้างพร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ส่วนถนนฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 2 ช่องจราจร มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ก่อสร้างพร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้าง

หน้า 18


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 18 ธันวาคม 2009, 10:00:27
คมนาคมทุ่มหมื่นล้านสร้างถนน เลาะตะเข็บชายแดน-พัฒนาเมืองเชียงราย


เชียงราย - นายรังสรรค์ สุขชัยรังสรรค์ รองผู้อำนวยการแขวงการทางเชียงรายที่ 1 เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ก่อสร้างถนนสนับสนุนท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ที่หมู่บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ชายแดนไทย-สปป.ลาว และสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ-เมืองห้วยทราบ แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ได้แก่ ถนนสายเชียงราย-เชียงของ ตอนที่ 1 ระยะทาง 11.1 กิโลเมตร มีสัญญาก่อสร้างระหว่างวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา ถึงวันที่ 31 พ.ค.2554 ด้วยงบประมาณ 320 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังจะมีระยะที่ 2 อีก 18.9 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 664 ล้านบาท อยู่ระหว่างรอการลงนามสัญญาการก่อสร้าง

นายรังสรรค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีถนนเชื่อมไปยังท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสน 2 บนถนนสาย อ.แม่จัน-เชียงแสน โดยอยู่ระหว่างก่อสร้างตอนที่ 1 ระยะทาง 19.2 กิโลเมตร มีสัญญาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 26 ก.ย.2554 ด้วยงบประมาณ 630 ล้าน และระยะที่สองอีก 16.40 กิโลเมตร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างรองบประมาณอีก 540 ล้านบาท และโครงการถนนสาย อ.แม่สาย-เชียงแสน เลาะตะเข็บชายแดนไทย-พม่า และไทย-สปป.ลาว ตอนที่ 1 ระยะทาง 30.6 กิโลเมตร ระยะสัญญาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 21 ส.ค.2554 และตอนที่ 2 อีกประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งกำลังรองบประมาณจำนวน 300 ล้านบาท

"นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างเส้นทางอื่นๆ ที่บรรจุอยู่ในแผนการก่อสร้างแล้ว ได้แก่ การก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเชียงราย เพื่อลดความแออัดของถนนพหลโยธินในเขตอ.เมือง และรองรับการเจริญเติบโตของเมือง โดยตามแผนจะทำเส้นทางเลี่ยงจากพื้นที่ต.สันทราย อ้อมไปทางทิศตะวันตก เพื่อกลับเข้าสู่ถนนพหลโยธินอีกครั้งที่ ต.ท่าสุด ระยะทาง 28 กิโลเมตร โดยตั้งงบประมาณเอาไว้ที่ 900 ล้านบาท และโครงการขยายทางหลวงระหว่างอ.เชียงแสน-เชียงของ ประมาณ 59 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 995 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อก่อสร้างถนนสายเชียงราย-เชียงของ จากอ.เมือง ผ่านไปทาง อ.ขุนตาล-เชียงของ ซึ่งจะได้ผลสรุปการศึกษาเพื่อหาแบบก่อสร้างที่ชัดเจนในเดือนม.ค.2553 นี้" นายรังสรรค์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการปรับปรุงถนนสาย จ.เชียงราย-เชียงใหม่ ระยะทาง 179 กิโลเมตร โดยขยายเป็นสี่ช่องจราจรราว 62 กิโลเมตร และปรับปรุงสองช่องจราจรอีก 117 กิโลเมตร งบประมาณ 3,500 ล้านบาท ช่วงระยะเชียงใหม่-ดอยสะเก็ดอีกด้วย

Source : http://www.khaosod.co.th/view_news.p...hNaTB4T0E9PQ==


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a,โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4ฯลฯ
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 ธันวาคม 2009, 09:23:40
วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4168 ประชาชาติธุรกิจ


ประธานหอฯเชียงราย "วิรุณ คำภิโล" ยุค "หยุดตรึกตรอง" ครั้งใหญ่

สัมภาษณ์

โดย กรรณิกา เพชรแก้ว



ถูก จัดเป็นประตูสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจและจีนตอนใต้มาเกือบ 20 ปี ผ่านการผลักดันอย่างแข็งขันจากภาคเอกชนต่อเนื่อง มีหอการค้าจังหวัดเป็นหัวหอกวิ่งเต้น ผลักดัน เรียกร้องมาตลอด เมื่อถึงประธานหอการค้าคนใหม่ "วิรุณ คำภิโล" ที่มีภาพลักษณ์เป็นนักการศึกษาคนนี้ มาดูว่าทิศทางจังหวัดใหญ่ หัวเมืองทางเหนืออย่างเชียงรายจะเป็นเช่นไร

ถ้าพูดเรื่องการค้าการลง ทุนข้ามชาติ สิ่งที่เรากังวลคือการคุ้มครองผู้บริโภคของบ้านเรา และดูแลคนในพื้นที่ให้ได้มรรคผลจริง ๆ ทุกวันนี้การส่งออกไปจีนของเรา ลดลง ขณะที่สินค้าของเขาลงมาบ้านเรามากขึ้น ที่ลดเพราะกฎเกณฑ์ของบ้านเขา กำแพงการค้าของเขาเยอะมาก และเพราะเส้นทางมันมีหลายเส้นทาง ไม่ใช่ผ่านเราทั้งหมด อย่างผลไม้ที่ท่านนายกฯไปเจรจาก็ไปทางสาย R9 (มุกดาหาร- สะหวันนะเขต-เวียดนาม) คือภาพรวมเราไม่รู้ แต่ที่เชียงรายนี่การส่งออกไปจีนลด แต่ถ้ารวมทั้ง 3 ด่าน (แม่สาย-เชียงแสน-เชียงของ) การค้ากับพม่าดีขึ้นเยอะ

- สินค้าอะไรที่ส่งไปพม่าได้มากขึ้น

พวก อุปโภคบริโภค ตัวเลขรวมของ 3 ด่านทั้งขาไปขากลับ โตราว 10% จีนลด ในลาวเองก็ไม่โตเท่าไร มีแต่พม่าที่โตมาก สินค้าในลาวก็มีจากจีนเข้ามา เวียดนาม เข้ามาแข่ง แต่ก็ยังพอมีช่องว่างให้สินค้าของเรา เพราะชื่อเสียงที่ใช้กันมานาน

- ตั้งแต่เริ่มโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจมากว่า 10 ปี และเชียงรายถูกกำหนดเป็นเกตเวย์ ได้แสดงบทบาทนั้นจริงจังแค่ไหน

จริง ๆ แล้วยังไม่ได้ แต่โดยภูมิศาสตร์มันบีบให้ต้องเป็น แต่การเตรียมพร้อมคนในพื้นที่ยังไม่ได้ การประสานกันระหว่างภาคการศึกษากับภาคเอกชนยังไม่เต็มที่ น่าจะต้องเตรียมประชาชนให้ไวกว่านี้ที่จะเป็นเกตเวย์ ถ้าไม่พร้อมมันข้ามหัวเราไปมา - ทุกวันนี้ประตูเปิดแล้ว ความเจริญ ข้ามหัวไปแล้วจริงหรือ

ยัง ๆ ทุกวันนี้มันยังไม่เสร็จเสียทีเดียว ต้องเร่งเรื่องศูนย์กระจายสินค้า มีนักลงทุนที่มีประสิทธิภาพ เราไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นลงทุนในพื้นที่หรือนักลงทุนไทย แต่อยากให้เอาศักยภาพของแรงงาน ของคน ของทรัพยากรในพื้นที่มาใช้ ไม่อยากให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไปขายการท่องเที่ยวเหมือน กับที่คนอื่นเขามี ไม่อยากให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่ทอดทิ้งวิถีชีวิตดั้งเดิม

- ตอนนี้บทบาทของเชียงรายเป็นแค่เมืองการค้าชายแดน แต่ไม่ใช่เกตเวย์ของการค้าระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคอย่างที่หวัง

ถูก ต้อง แล้วจะยกระดับการค้าชายแดนขึ้นมาให้เป็น international linkage ได้ยังไง เราอยากให้ทำแบบมีพื้นฐานไม่อยากให้เปิดตูมขึ้นมาโดยคนพื้นที่ไม่ได้มรรคผล อะไร หรือทิ้งการค้าชายแดน เดิม ๆ ไป เข้าใจว่าเป็นผลเสียมากกว่า เพราะว่าคนในพื้นที่ส่วนหนึ่งต้องถอยร่นไป

- หลังจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของเสร็จ ภาพของเชียงรายจะเปลี่ยนไปมากไหม

มาก เลย การค้าชายแดนที่เป็นอยู่ประมาณปีละหมื่นล้านจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า หรืออาจ 5 เท่า 10 เท่าในไม่นาน จะเป็นตัวดูดเอานักลงทุนใหญ่ ๆ ในบริเวณนั้น มืออาชีพ ทุนผูกขาดทั้งหลายจะเข้ามาทำให้การแข่งขันคนในพื้นที่จะยากขึ้น จะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่พร้อมกับเรื่องพวกนี้ แทนที่จะเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลง ก็เป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลง เป็นโจทก์ที่คนเชียงรายจะต้องคิด ที่จริงไม่ใช่คน เชียงรายอย่างเดียว คนในจังหวัดใกล้เคียงที่จะได้รับผลกระทบก็ต้องคิดด้วย

- เมื่อสะพานเสร็จ นักลงทุนจะไปลงทุนที่สะพานฝั่งเราหรือฝั่งลาว

ขึ้น อยู่ว่าจะจัดการตัวเราเองได้แค่ไหนอย่างไร ศูนย์กระจายสินค้าเราเป็นอย่างไร ถ้าไปดูที่สะหวันนะเขตกับมุกดาหาร รถจะไม่จอดในฝั่งไทยเลย จะไปจอดแต่ฝั่งลาว ต้องไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ส่วนนักลงทุนจะไปลงทุนฝั่งไหนผมไม่รังเกียจ แต่เราจะเป็นผู้ผลิตสินค้าตัวไหนที่เป็นฐานของคนของเราพอจะมีช่องทางแข่งขัน กับเขาได้

- หอฯเชียงรายภายใต้ทีมบริหารชุดปัจจุบัน ไม่ได้เร่งที่จะเรียกหานักลงทุน แต่อยากอยู่นิ่ง ๆ คิดให้มากก่อนจะรับการลงทุน

ถูก ต้อง ๆ แต่ไม่ใช่ขอคิดมาก ๆ ขอแค่ว่าเราอยากให้ผลประโยชน์มันอยู่กับคนในพื้นที่บ้าง อยากจะกลับมาสู่การ เตรียมพร้อมผู้คนที่จะได้มรรคผลกับการพัฒนาตรงนี้

- แสดงว่าการพัฒนาในสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่ได้ให้มรรคผลต่อคนเชียงรายเท่าไร

จริง ๆ แล้วมันก็เหมือนการพัฒนาในหลาย ๆ ที่ของประเทศ ยิ่งพัฒนาไปก่อนหน้าเท่าไร โภคทรัพย์ทั้งหลายก็อยู่ในมือคนที่ไม่ใช่คนพื้นที่ มีคนจากต่างประเทศเยอะแยะไปหมด ระบบเป็นอย่างนี้เราก็ต้องยอมรับ แต่ก็อยากเตรียมพร้อมคนพื้นที่ว่ามันจะมาแล้วนะ คุณจะต้องพัฒนาตัวเองนะ ลูกหลานคุณจะอยู่ตรงนี้

ที่ผ่านมาเราได้ขายที่ดิน มีสตังค์ก็พอแล้ว แต่เราต้องสู้กันทางความคิด ต้องปรับกัน ต้องเรียนรู้ ตั้งองค์กรแห่งการเรียนรู้ อาจเป็นคำที่สูงไป แต่มันก็ต้องทำ และอย่าซ้ำเติมพวกเดียวกันเอง หาช่องให้ทุนของพวกเราโตขึ้นมาได้บ้าง ไม่ใช่เปิดทางให้แต่ทุนใหญ่ที่เขามีแรงมากอยู่แล้วให้ยิ่งโตบนความทุกข์ยาก ของคนจน ๆ

หน้า 24


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: zombie01 ที่ วันที่ 20 ธันวาคม 2009, 09:27:49
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a,โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4ฯลฯ
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 ธันวาคม 2009, 10:26:00
วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4168 ประชาชาติธุรกิจ


ประธานหอฯเชียงราย "วิรุณ คำภิโล" ยุค "หยุดตรึกตรอง" ครั้งใหญ่

สัมภาษณ์

โดย กรรณิกา เพชรแก้ว



ถูก จัดเป็นประตูสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจและจีนตอนใต้มาเกือบ 20 ปี ผ่านการผลักดันอย่างแข็งขันจากภาคเอกชนต่อเนื่อง มีหอการค้าจังหวัดเป็นหัวหอกวิ่งเต้น ผลักดัน เรียกร้องมาตลอด เมื่อถึงประธานหอการค้าคนใหม่ "วิรุณ คำภิโล" ที่มีภาพลักษณ์เป็นนักการศึกษาคนนี้ มาดูว่าทิศทางจังหวัดใหญ่ หัวเมืองทางเหนืออย่างเชียงรายจะเป็นเช่นไร

ถ้าพูดเรื่องการค้าการลง ทุนข้ามชาติ สิ่งที่เรากังวลคือการคุ้มครองผู้บริโภคของบ้านเรา และดูแลคนในพื้นที่ให้ได้มรรคผลจริง ๆ ทุกวันนี้การส่งออกไปจีนของเรา ลดลง ขณะที่สินค้าของเขาลงมาบ้านเรามากขึ้น ที่ลดเพราะกฎเกณฑ์ของบ้านเขา กำแพงการค้าของเขาเยอะมาก และเพราะเส้นทางมันมีหลายเส้นทาง ไม่ใช่ผ่านเราทั้งหมด อย่างผลไม้ที่ท่านนายกฯไปเจรจาก็ไปทางสาย R9 (มุกดาหาร- สะหวันนะเขต-เวียดนาม) คือภาพรวมเราไม่รู้ แต่ที่เชียงรายนี่การส่งออกไปจีนลด แต่ถ้ารวมทั้ง 3 ด่าน (แม่สาย-เชียงแสน-เชียงของ) การค้ากับพม่าดีขึ้นเยอะ

- สินค้าอะไรที่ส่งไปพม่าได้มากขึ้น

พวก อุปโภคบริโภค ตัวเลขรวมของ 3 ด่านทั้งขาไปขากลับ โตราว 10% จีนลด ในลาวเองก็ไม่โตเท่าไร มีแต่พม่าที่โตมาก สินค้าในลาวก็มีจากจีนเข้ามา เวียดนาม เข้ามาแข่ง แต่ก็ยังพอมีช่องว่างให้สินค้าของเรา เพราะชื่อเสียงที่ใช้กันมานาน

- ตั้งแต่เริ่มโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจมากว่า 10 ปี และเชียงรายถูกกำหนดเป็นเกตเวย์ ได้แสดงบทบาทนั้นจริงจังแค่ไหน

จริง ๆ แล้วยังไม่ได้ แต่โดยภูมิศาสตร์มันบีบให้ต้องเป็น แต่การเตรียมพร้อมคนในพื้นที่ยังไม่ได้ การประสานกันระหว่างภาคการศึกษากับภาคเอกชนยังไม่เต็มที่ น่าจะต้องเตรียมประชาชนให้ไวกว่านี้ที่จะเป็นเกตเวย์ ถ้าไม่พร้อมมันข้ามหัวเราไปมา - ทุกวันนี้ประตูเปิดแล้ว ความเจริญ ข้ามหัวไปแล้วจริงหรือ

ยัง ๆ ทุกวันนี้มันยังไม่เสร็จเสียทีเดียว ต้องเร่งเรื่องศูนย์กระจายสินค้า มีนักลงทุนที่มีประสิทธิภาพ เราไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นลงทุนในพื้นที่หรือนักลงทุนไทย แต่อยากให้เอาศักยภาพของแรงงาน ของคน ของทรัพยากรในพื้นที่มาใช้ ไม่อยากให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไปขายการท่องเที่ยวเหมือน กับที่คนอื่นเขามี ไม่อยากให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่ทอดทิ้งวิถีชีวิตดั้งเดิม

- ตอนนี้บทบาทของเชียงรายเป็นแค่เมืองการค้าชายแดน แต่ไม่ใช่เกตเวย์ของการค้าระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคอย่างที่หวัง

ถูก ต้อง แล้วจะยกระดับการค้าชายแดนขึ้นมาให้เป็น international linkage ได้ยังไง เราอยากให้ทำแบบมีพื้นฐานไม่อยากให้เปิดตูมขึ้นมาโดยคนพื้นที่ไม่ได้มรรคผล อะไร หรือทิ้งการค้าชายแดน เดิม ๆ ไป เข้าใจว่าเป็นผลเสียมากกว่า เพราะว่าคนในพื้นที่ส่วนหนึ่งต้องถอยร่นไป

- หลังจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของเสร็จ ภาพของเชียงรายจะเปลี่ยนไปมากไหม

มาก เลย การค้าชายแดนที่เป็นอยู่ประมาณปีละหมื่นล้านจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า หรืออาจ 5 เท่า 10 เท่าในไม่นาน จะเป็นตัวดูดเอานักลงทุนใหญ่ ๆ ในบริเวณนั้น มืออาชีพ ทุนผูกขาดทั้งหลายจะเข้ามาทำให้การแข่งขันคนในพื้นที่จะยากขึ้น จะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่พร้อมกับเรื่องพวกนี้ แทนที่จะเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลง ก็เป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลง เป็นโจทก์ที่คนเชียงรายจะต้องคิด ที่จริงไม่ใช่คน เชียงรายอย่างเดียว คนในจังหวัดใกล้เคียงที่จะได้รับผลกระทบก็ต้องคิดด้วย

- เมื่อสะพานเสร็จ นักลงทุนจะไปลงทุนที่สะพานฝั่งเราหรือฝั่งลาว

ขึ้น อยู่ว่าจะจัดการตัวเราเองได้แค่ไหนอย่างไร ศูนย์กระจายสินค้าเราเป็นอย่างไร ถ้าไปดูที่สะหวันนะเขตกับมุกดาหาร รถจะไม่จอดในฝั่งไทยเลย จะไปจอดแต่ฝั่งลาว ต้องไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น ส่วนนักลงทุนจะไปลงทุนฝั่งไหนผมไม่รังเกียจ แต่เราจะเป็นผู้ผลิตสินค้าตัวไหนที่เป็นฐานของคนของเราพอจะมีช่องทางแข่งขัน กับเขาได้

- หอฯเชียงรายภายใต้ทีมบริหารชุดปัจจุบัน ไม่ได้เร่งที่จะเรียกหานักลงทุน แต่อยากอยู่นิ่ง ๆ คิดให้มากก่อนจะรับการลงทุน

ถูก ต้อง ๆ แต่ไม่ใช่ขอคิดมาก ๆ ขอแค่ว่าเราอยากให้ผลประโยชน์มันอยู่กับคนในพื้นที่บ้าง อยากจะกลับมาสู่การ เตรียมพร้อมผู้คนที่จะได้มรรคผลกับการพัฒนาตรงนี้

- แสดงว่าการพัฒนาในสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่ได้ให้มรรคผลต่อคนเชียงรายเท่าไร

จริง ๆ แล้วมันก็เหมือนการพัฒนาในหลาย ๆ ที่ของประเทศ ยิ่งพัฒนาไปก่อนหน้าเท่าไร โภคทรัพย์ทั้งหลายก็อยู่ในมือคนที่ไม่ใช่คนพื้นที่ มีคนจากต่างประเทศเยอะแยะไปหมด ระบบเป็นอย่างนี้เราก็ต้องยอมรับ แต่ก็อยากเตรียมพร้อมคนพื้นที่ว่ามันจะมาแล้วนะ คุณจะต้องพัฒนาตัวเองนะ ลูกหลานคุณจะอยู่ตรงนี้

ที่ผ่านมาเราได้ขายที่ดิน มีสตังค์ก็พอแล้ว แต่เราต้องสู้กันทางความคิด ต้องปรับกัน ต้องเรียนรู้ ตั้งองค์กรแห่งการเรียนรู้ อาจเป็นคำที่สูงไป แต่มันก็ต้องทำ และอย่าซ้ำเติมพวกเดียวกันเอง หาช่องให้ทุนของพวกเราโตขึ้นมาได้บ้าง ไม่ใช่เปิดทางให้แต่ทุนใหญ่ที่เขามีแรงมากอยู่แล้วให้ยิ่งโตบนความทุกข์ยาก ของคนจน ๆ

หน้า 24

ผมชอบแนวความคิดด้านบนนี้จริงครับ เพราะการพัฒนาที่หยั่งยืนต้องเป็นแบบนี้ครับ

จะได้มีความสุขทั่วหน้า..กระจายรายได้สู่พี่น้องชาวเชียงราย


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 ธันวาคม 2009, 14:45:51
ได้แบบสะพานเชียงของ รอลุ้นนิคมอุตสาหกรรม

โพสต์ทูเดย์ 14/05/2008


ได้ข้อสรุปแบบสะพานข้ามโขง “เชียงของ–ห้วยทราย” ก่อนลงมือก่อสร้าง

การประชุมปัจฉิมนิเทศการสำรวจออกแบบโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงห้วยทราย-เชียงของ ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. รูปแบบสะพานที่บริษัทที่ปรึกษาเห็นว่ามีความเหมาะสม คือ เป็นสะพานคอนกรีตรูปกล่อง ความยาวช่วงเสา 110 เมตร จำนวน 3 ช่วง ตอม่อในน้ำจำนวน 4 ตอม่อ


รูปแบบของสะพานมีความกว้าง 14.70 เมตร ความยาว 480 เมตร เป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ขนาดความกว้างของช่องจราจรช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางข้างละ 2.00 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.25 เมตร จุดเริ่มต้นที่บริเวณบ้านทุ่งงิ้ว ต.สถาน อ.เชียงของ ห่างจากตัวอำเภอเชียงของประมาณ 7 กิโลเมตรทางทิศใต้


นายชนะ นาคสุริยะ รอง ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า จากความพร้อมโดยรวมโครงการคงจะไม่มีข้อติดขัดอีกต่อไป ขณะนี้รัฐบาลจีนได้เร่งรัดการก่อสร้างมาอย่างเต็มที่ หลังจากการก่อสร้างถนนทางฝั่งลาวเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปแล้ว


“หากเราล่าช้าไปกว่านี้ จีนจะขอเข้ามาศึกษารูปแบบของโครงการ เพื่อดำเนินการลงทุนก่อสร้างเอง โดยใช้ระยะเวลาการก่อสร้างภายใน 1-2 ปี เท่านั้น ในส่วนของโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าหากทั้งสองโครงการมีความคืบหน้า จะเป็นการประสานการลงทุนในพื้นที่ได้อย่างลงตัว” นายชนะ กล่าว


ทั้งนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้เชิญคณะกรรมการกำกับการศึกษาโครงการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชียงของ ที่จะประชุมในวันที่ 17 มิ.ย.นี้


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 20 ธันวาคม 2009, 15:38:52
ตอนนี้ที่บ้านสบกก การก่อสร้างท่าเรือก็เริ่มมาไดระยะหนึ่งแล้วครับ และการขยายถนนเห็นมีการมาส่องกล้องหลายรอบแล้วครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 ธันวาคม 2009, 16:06:25
^^^

ขอบคุณครับ จะหาข้อมูลมาลง ครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 ธันวาคม 2009, 16:35:09
คมนาคมทุ่มหมื่นล้านสร้างถนน เลาะตะเข็บชายแดน-พัฒนาเมืองเชียงราย


เชียงราย - นายรังสรรค์ สุขชัยรังสรรค์ รองผู้อำนวยการแขวงการทางเชียงรายที่ 1 เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ก่อสร้างถนนสนับสนุนท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ที่หมู่บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ชายแดนไทย-สปป.ลาว และสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ-เมืองห้วยทราบ แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ได้แก่ ถนนสายเชียงราย-เชียงของ ตอนที่ 1 ระยะทาง 11.1 กิโลเมตร มีสัญญาก่อสร้างระหว่างวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา ถึงวันที่ 31 พ.ค.2554 ด้วยงบประมาณ 320 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังจะมีระยะที่ 2 อีก 18.9 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 664 ล้านบาท อยู่ระหว่างรอการลงนามสัญญาการก่อสร้าง

นายรังสรรค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีถนนเชื่อมไปยังท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสน 2 บนถนนสาย อ.แม่จัน-เชียงแสน โดยอยู่ระหว่างก่อสร้างตอนที่ 1 ระยะทาง 19.2 กิโลเมตร มีสัญญาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 26 ก.ย.2554 ด้วยงบประมาณ 630 ล้าน และระยะที่สองอีก 16.40 กิโลเมตร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างรองบประมาณอีก 540 ล้านบาท และโครงการถนนสาย อ.แม่สาย-เชียงแสน เลาะตะเข็บชายแดนไทย-พม่า และไทย-สปป.ลาว ตอนที่ 1 ระยะทาง 30.6 กิโลเมตร ระยะสัญญาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 21 ส.ค.2554 และตอนที่ 2 อีกประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งกำลังรองบประมาณจำนวน 300 ล้านบาท

"นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างเส้นทางอื่นๆ ที่บรรจุอยู่ในแผนการก่อสร้างแล้ว ได้แก่ การก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเชียงราย เพื่อลดความแออัดของถนนพหลโยธินในเขตอ.เมือง และรองรับการเจริญเติบโตของเมือง โดยตามแผนจะทำเส้นทางเลี่ยงจากพื้นที่ต.สันทราย อ้อมไปทางทิศตะวันตก เพื่อกลับเข้าสู่ถนนพหลโยธินอีกครั้งที่ ต.ท่าสุด ระยะทาง 28 กิโลเมตร โดยตั้งงบประมาณเอาไว้ที่ 900 ล้านบาท และโครงการขยายทางหลวงระหว่างอ.เชียงแสน-เชียงของ ประมาณ 59 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 995 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อก่อสร้างถนนสายเชียงราย-เชียงของ จากอ.เมือง ผ่านไปทาง อ.ขุนตาล-เชียงของ ซึ่งจะได้ผลสรุปการศึกษาเพื่อหาแบบก่อสร้างที่ชัดเจนในเดือนม.ค.2553 นี้" นายรังสรรค์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการปรับปรุงถนนสาย จ.เชียงราย-เชียงใหม่ ระยะทาง 179 กิโลเมตร โดยขยายเป็นสี่ช่องจราจรราว 62 กิโลเมตร และปรับปรุงสองช่องจราจรอีก 117 กิโลเมตร งบประมาณ 3,500 ล้านบาท ช่วงระยะเชียงใหม่-ดอยสะเก็ดอีกด้วย

Source : http://www.khaosod.co.th/view_news.p...hNaTB4T0E9PQ==


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: coccus ที่ วันที่ 20 ธันวาคม 2009, 20:43:44

ขอบคุณข้อมูลดีดีค่ะ แต่ถ้าเป็นถึงนิคมอุตสาหกรรม กลัวจะเป็นเหมือนมายตาพุดหรือที่แหลมฉบังค่ะ :-[


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 21 ธันวาคม 2009, 02:24:44
นิคมเชียงของ ออกแบบให้กระทบน้อยที่สุด รอดูครับ

เชื่อว่าจังหวัดเราเน้นการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ครับ

ลองอ่านนโยบายผู้นำเศรษฐกิจเชียงราย ดูนะครับ... ผมว่าโชคดีที่ผู้ใหญ่ในเชียงรายต้องการการพัฒนาที่ยั่งยืน ผลประโยชน์ตกสู่ท้องถิ่น...

นิคมอยู่เชียงของครับ ห่าง เมือง พอสมควร เชื่อในการจัดการผู้ใหญ่เชียงรายนะครับ

ปล.ผมไม่รู้จักท่าน ใดๆเลย นะครับ แต่ชอบนโยบบายการพัฒนาที่พื้นฐานเมือง สาธารณูปโภค สังเกต นะครับครับ เมืองเราไม่ได้โตเดี่ยว อำเภอต่างๆก็เจริญ นี่แหละ คือความเท่าเทียม....อย่างหนึ่งในการพัฒนาไม่รวมอำนาจศูนย์กลางไว้อย่างเดียว


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: triton02 ที่ วันที่ 22 ธันวาคม 2009, 06:59:26
ถนนเลี่ยงเมือง ออกจาก ต.สันทราย แล้ววกกลับเข้ามาอีกทีที่ ต.ท่าสุด พอรู้มั๊ยว่าตรงไหนของท่าสุดครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Gussoza ที่ วันที่ 22 ธันวาคม 2009, 11:50:20
เคยได้ยินข่าวมานะคะ ฟังจากพ่อเล่า ยังไม่ชัวร์
ถ้าทางทิศตะวันออก จะออกถนนพหลโยธินแถวๆ บ้านป่าห้า
แต่ถ้าทางฝั่งทิศตะวันตก อาจจะถึงก่อน ม. แม่ฟ้าหลวงไม่ก็อาจจะเลยไปนิดหน่อย แต่ครั้งแรกที่ได้ยินเห็นบอกว่าจะออกตรงสามแยกบ้านเด่น (ปากทางเข้าโรงเรียนเม็งราย) ซึ่งถ้าออกตรงนั้นจริงก็จะกลายเป็นสี่แยกทันที

ไว้ถ้าได้ความคืบหน้ายังไงจะมาเล่าให้ฟังอีกทีค่ะ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: triton02 ที่ วันที่ 22 ธันวาคม 2009, 19:43:53
ขอบคุณครับ คืบหน้ายังไงบอกด้วยนะครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: เชียงรายพันธุ์แท้ ที่ วันที่ 22 ธันวาคม 2009, 22:10:11
ระวังอย่าให้เหมือนเชียงใหม่นะครับ
ขนาดมีถนนวงแหวนถึง 3 ชั้น
แต่รถก็ยังติดระเนระนาด
เพราะคนสารภี หางดง สันทราย สันกำแพง
รวมทั้งพวกที่ซื้อบ้านจัดสรรไว้นอกเมือง
แห่กันเข้าไปทำงาน+เรียนหนังสือในเวียงตอนเช้า
พอตกเย็นก็แห่กันกลับบ้านเหมือนผึ้งแตกรัง

เทศบาลนครเชียงใหม่ก็ไม่มีการสร้างระบบขนส่งมวลชลที่มีคุณภาพ
(รถเมล์ขาวที่มีอยู่ก็ไร้ประสิทธิภาพ)
ประชาชนจึงจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวหรือมอไซค์ หรือไม่ก็รถแด๊งแดง
ต่อให้สร้างถนนอีกร้อยเส้น ก็ไม่พอให้คนเชียงใหม่ใช้

หน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ทั้ง อบจ.เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสารภี อำเภอหางดง
อำเภอสันทราย อำเภอสันกำแพง อำเภอดอยสะเก็ด
เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลตำบลหองหอย
เทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง เทศบาลตำบลสุเทพ
เทศบาลตำบลแม่เหี๊ยะ อบต.หนองควาย
อบต.ท่าวังตาล เทศบาลตำบลหนองผึ้ง
เทศบาลตำบลยางเนิ้ง เทศบาลตำบลสารภี ฯลฯ

ควรเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหา
ไม่ใช่ต่างคนต่างแก้กันอย่างในปัจจุบัน
เพราะรถที่ติดในเมืองเชียงใหม่
ส่วนใหญ่มาจากนอกเขตเทศบาลนครเชียงใหม่

ขอภาวนาอย่าให้เชียงรายเป็นอย่างเชียงใหม่เลย สาธุ
เรามีบทเรียนมาเยอะแล้วในเรื่องการพัฒนาเมือง พัฒนาประเทศ
ไอ้ที่ว่าจะดีๆ ก็ห่วยลงๆ

จำได้ไหมว่าเมื่อ 20 ปีก่อนประเทศไทยจะเป็นนิกส์ (NICs)
เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย แข่งกับเกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์
แล้วตอนนี้เป็นไง ไม่มีใครพูดถึง NICs อีกเลย

เรื่องสร้างถนนหรือนิคมอุตสาหกรรมก็โอเคนะครับ
แต่ว่าเราต้องให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
ไม่ใช่ปล่อยให้ราชการกับนายทุนทำตามอำเภอใจ
เดี๋ยวก็ได้เป็นอย่างมาบตาพุต
(มาบตาพุต ส่วนหนึ่งของโครงการ Eastern Sea Board
หนึ่งในเมกกะโปรเจ็กต์ เราจะเป็น NICs ความภาคภูมิใจของคนสยาม)

การพัฒนาจังหวัดเชียงราย
ส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผน
ไม่งั้นอาจเสียใจทีหลังได้

ป.ล.1 ผมว่าชาวบ้านสมัยนี้มีความรู้และช่องทางการมีส่วนร่วมมากกว่าแต่ก่อนนะ

ป.ล.2 คนเรามันไว้ใจกันได้ที่ไหน (โดยเฉพาะนักการเมือง ข้าราชการ นายทุน)



หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: NostradaMo~ ที่ วันที่ 23 ธันวาคม 2009, 15:53:29
สวัสดีครับคุณ เชียงรายพันธ์แท้ คิดว่าตั้งแต่เปลี่ยนหน้าตาเวบนี่ คนเก่าๆกระจัดกระจายไปหมดเลยนะครับ เอ หรือว่าผมไม่ค่อยได้เข้ามานะ
คิดถึงทุกๆคนครับ
ไปไหนแล้วล่ะ ลิงซน บีเอ็ม ลมหลวง อากิระ แม่ญิงคนเมือง กกสัก ฯลฯ คิดถึงนะครับ....
ของน้อง กอ-ย่า นี่เห็นบ่อยครับ สดใสร่าเริงเหมือนเดิม


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: WEBMASTER ที่ วันที่ 23 ธันวาคม 2009, 15:58:49
สวัสดีครับคุณ เชียงรายพันธ์แท้ คิดว่าตั้งแต่เปลี่ยนหน้าตาเวบนี่ คนเก่าๆกระจัดกระจายไปหมดเลยนะครับ เอ หรือว่าผมไม่ค่อยได้เข้ามานะ
คิดถึงทุกๆคนครับ
ไปไหนแล้วล่ะ ลิงซน บีเอ็ม ลมหลวง อากิระ แม่ญิงคนเมือง กกสัก ฯลฯ คิดถึงนะครับ....
ของน้อง กอ-ย่า นี่เห็นบ่อยครับ สดใสร่าเริงเหมือนเดิม

ท่านลิงซน อากิระ ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนชื่ออื่นหรือเปล่า ท่านลมหลวงมาบ่อยครับ ท่านกกสักไม่เห็นเลย อาจจะเปลี่ยนชื่อก็ได้ครับ ท่าน บีเอ็มก็มาบ่อยเพิ่งเจอตัวจริงๆวันนี้หล่อเหมือนกันนะครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: bm+ ที่ วันที่ 23 ธันวาคม 2009, 16:03:04
 :D :D....แหม..เขามากันทุกๆวันครับพี่....พี่เสี่ยวเอ้อแหละ..ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อใหม่..มาๆหายๆนะครับ...อิอิ
สวัสดีครับคุณ เชียงรายพันธ์แท้ คิดว่าตั้งแต่เปลี่ยนหน้าตาเวบนี่ คนเก่าๆกระจัดกระจายไปหมดเลยนะครับ เอ หรือว่าผมไม่ค่อยได้เข้ามานะ
คิดถึงทุกๆคนครับ
ไปไหนแล้วล่ะ ลิงซน บีเอ็ม ลมหลวง อากิระ แม่ญิงคนเมือง กกสัก ฯลฯ คิดถึงนะครับ....
ของน้อง กอ-ย่า นี่เห็นบ่อยครับ สดใสร่าเริงเหมือนเดิม


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: bm+ ที่ วันที่ 23 ธันวาคม 2009, 16:06:46
 :D :D....อิอิ..เจอท่านเวปฯตัวจริงๆ..ยังดูเด็กยังวัยรุ่นอยู่เลยอ่ะครับ....
สวัสดีครับคุณ เชียงรายพันธ์แท้ คิดว่าตั้งแต่เปลี่ยนหน้าตาเวบนี่ คนเก่าๆกระจัดกระจายไปหมดเลยนะครับ เอ หรือว่าผมไม่ค่อยได้เข้ามานะ
คิดถึงทุกๆคนครับ
ไปไหนแล้วล่ะ ลิงซน บีเอ็ม ลมหลวง อากิระ แม่ญิงคนเมือง กกสัก ฯลฯ คิดถึงนะครับ....
ของน้อง กอ-ย่า นี่เห็นบ่อยครับ สดใสร่าเริงเหมือนเดิม

ท่านลิงซน อากิระ ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนชื่ออื่นหรือเปล่า ท่านลมหลวงมาบ่อยครับ ท่านกกสักไม่เห็นเลย อาจจะเปลี่ยนชื่อก็ได้ครับ ท่าน บีเอ็มก็มาบ่อยเพิ่งเจอตัวจริงๆวันนี้หล่อเหมือนกันนะครับ ;D ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 23 ธันวาคม 2009, 18:26:23
เปิดแชตบ็อกดีมั้ยครับ


วันนี้ที่การก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 มาครับ ว่างๆจะมาโพสภาพให้ชมครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: เชียงรายพันธุ์แท้ ที่ วันที่ 23 ธันวาคม 2009, 22:40:00
สวัสดีครับคุณ เชียงรายพันธ์แท้ คิดว่าตั้งแต่เปลี่ยนหน้าตาเวบนี่ คนเก่าๆกระจัดกระจายไปหมดเลยนะครับ เอ หรือว่าผมไม่ค่อยได้เข้ามานะ
คิดถึงทุกๆคนครับ
ไปไหนแล้วล่ะ ลิงซน บีเอ็ม ลมหลวง อากิระ แม่ญิงคนเมือง กกสัก ฯลฯ คิดถึงนะครับ....
ของน้อง กอ-ย่า นี่เห็นบ่อยครับ สดใสร่าเริงเหมือนเดิม


ผมก็เข้ามาดูบอร์ดทุกวันอ่ะครับ
เปลี่ยนชื่อไปหลายท่านเลยนะครับ จำไม่ได้เลยอ่า




หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 24 ธันวาคม 2009, 08:32:59
เปิดแชตบ็อกดีมั้ยครับ


วันนี้ที่การก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 มาครับ ว่างๆจะมาโพสภาพให้ชมครับ

ขอบพระคุณมากครับ ผมว่าก็ดีนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนฝากแนะนำตัวเอง ด้วย ครับ

ผมน้องใหม่กับการโพสห้องนี้ ครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 05 มกราคม 2010, 07:43:30
วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4171 ประชาชาติธุรกิจ

จีนทุ่มเดินหมากโซ่อุปทานเชิงรุก ดึง GMS เชื่อมประตูสู่การค้าโลก

โซ่อุปทานคือกลุ่มผู้สร้างคุณค่าจากหลาย ๆ คนในบริษัท จนถึงระดับประเทศ จากหลาย ๆ ประเทศรวมเป็นอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หลาย ๆ ประเทศมีความร่วมมือกัน มีการค้าขายร่วมกัน การส่งผ่านสินค้ากัน ซึ่งการร่วมมือกันมีข้อกำหนดต่อกัน เพื่อไปสู่ผลลัพธ์ที่ได้คือประโยชน์ของประชาคม ขององค์กรที่ได้ร่วมกัน ดังนั้น การพัฒนาโซ่อุปทานในระดับกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่งว่า แต่ละประเทศมีนโยบายภายใน และภายนอกประเทศอย่างไร เพื่อเกิดคุณค่าในห่วงโซ่อุปทาน

ทางสำนักพัฒนาการจัดการอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับสถาบันวิทยาการโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้จัดสัมมนาขึ้น

นายวิบูลย์ ตั้งกิตติภาภรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือฟาร์อีสต์ โปรเฟสชั่นแนล กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศจีน กล่าวว่า รัฐบาลของประเทศจีนได้มีการวางแผนระยะยาว ล่วงหน้าถึง 50 ปีในการที่จะเปิดเส้นทางเชื่อมการค้า และการลงทุนภายในกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ตอนนี้ผ่านมา 10 ปีแล้ว โดยตั้งเป้าให้ 2 มณฑล คือยูนนานและกวางสี เข้ามามีบทบาท เห็นได้จากแผนพัฒนาฉบับที่ 17 ของยูนนาน ซึ่งปีหน้าเป็นปีสุดท้าย ทั้งแผนระยะกลางและระยะยาวได้กำหนดนโยบายว่ายูนนานจะเป็นมณฑลเชื่อมต่อ 3 เอเชีย คือเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเชื่อมต่อ 2 มหาสมุทรด้วยคือ แปซิฟิกกับอินเดีย

ด้านมณฑลยูนนานได้รับฉายาว่า เป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เพราะฉะนั้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือไทย สิ่งที่ทางยูนนานเตรียมไว้รองรับ คือ 1)การตั้งศูนย์โลจิสติกส์ที่คุนหมิง เรียกว่า "ศูนย์โลจิสติกส์อาเซียน" 2)เขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์เชียงรุ้ง 3)ศูนย์เปลี่ยนถ่ายโลจิสติกส์บ่อหาน 4) ศูนย์ ขนถ่ายด่านควนเหล็ก และสุดท้ายศูนย์ โลจิสติกส์ชายแดนต้าล่วง โครงการเหล่านี้ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว โดยทางรัฐบาลได้กำหนดงบประมาณให้

ขณะที่นโยบายภายนอกประเทศทางรัฐบาลจีนได้ดำเนินการ 2 เรื่อง คือ การสร้างรางรถไฟ และถนนเชื่อมต่อเส้นทางในภูมิภาค โดยรัฐบาลจีนได้จัดงบประมาณไว้สนับสนุนการก่อสร้างมาโดยตลอด เฉพาะปีนี้ประเทศจีนมีงบประมาณสนับสนุนอาเซียนเกี่ยวกับโลจิสติกส์ สาธารณูปโภคประมาณ 25,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบฯแบบให้เปล่า 10,000 ล้านบาท และให้กู้ประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อให้นำไปสร้างเส้นทางเชื่อมให้ครบหมด อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ชัดเจนว่า ประเทศจีนมีนโยบายต้องการเชื่อมเส้นทางการค้าการลงทุนผ่านออกทางประเทศไทยแน่นอน แต่รัฐบาลจีนค่อนข้างปวดหัวกับการสร้างทางเชื่อมต่อกับไทย เพราะนโยบายที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลไทย รวมถึงปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย และข้อตกลงต่าง ๆ ที่ต้องปรับปรุงแก้ไขและเจรจากัน(สงสัยจีนอาจต้องลงมาทำเองเหมือนให้ข่าวก่อนหน้านี้เป็นเชิงรุกเพราะถนนที่คนไทยไปสร้างเริ่มพังแล้วรถไฟเป็นทางเลือกที่ดีจากลาวสูไทยชาวเชียงรายอาจได้นั่งรถไฟจีนก่อนรถไฟไทยก็ได้555++)
"ตัวมณฑลกวางสีเองที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ไม่มีส่วนใดที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน แต่จีนก็ดึงนโยบายจีเอ็มเอสเข้าไปเชื่อมโยงได้ ในอนาคตเท่าที่ทราบมณฑลเสฉวนจะขอเข้ามาเอี่ยวด้วย"

สำหรับนโยบายภายในประเทศแล้ว และนโยบายนอกประเทศที่รัฐบาลจีนต้องจะผลักดันให้เชื่อมต่อกันภายใน 50 ปี คือ ทางรางกับทางถนน ทางรางกำหนดเป็น 1 เส้นตรง กับ 3 วงแหวน โดย 1 เส้นตรง ตามแผน 11 เส้นตรงคือ ทางจากคุนหมิงลงมาที่จิ่งโขง บ่อหาน เข้าสู่หลวงพระบาง เวียงจันทน์ เชื่อมที่หนองคาย รวมถึงสิงคโปร์ 3 วงแหวน มี วงแหวนตะวันออก คุนหมิงมาฮานอย มาโฮจิมินห์ กลับมาพนมเปญ เข้ากรุงเทพฯ กลับหนองคาย วงแหวนตะวันตก คือ คุนหมิงออกจุ้ยมี่ ไปย่างกุ้ง ผ่านกาญจนบุรี เข้ากรุงเทพฯ กลับไปหนองคาย วงแหวนที่ 3 คือ 2 อันรวมกัน นี่คือนโยบายระยะกลางและระยะยาวของยูนนาน(สังเกตุว่าจีนต้องการลงมาค้าขายกับไทยมากอาจเลี่ยงไปทางเวียดนามลาวแทนมากว่าให้คุณค่ากับไทย)
ส่วนทางถนนทางจีนกำหนด 1 เส้น 1 เครือข่าย คือคุนหมิง-กรุงเทพฯ คือ เครือข่ายของโลจิสติกส์ทั้งหมดที่ต้องเชื่อมติดกัน ปัจจุบันอาร์ 3 บียังมีอีกหลายช่วงที่จะต้องเชื่อมอีก ปี 2015 จะต้องเชื่อมให้ครบหมด จะเห็นว่า อาร์ 3, 8, 9, 12 เอ เชื่อมหมดแล้ว เส้นตรงคุนหมิง-กรุงเทพฯ 736 กิโลเมตร หลังจากปี 2008 จะเหลือ 688 กิโลเมตร มาจนถึงเชียงรุ้ง มาต่อบ่อหานชายแดนจีน หลังจากออกจากจีนมาถึง ลาว เข้าบ่อเต็น ระยะทาง 228 กิโลเมตร แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรก บ่อเต็น-หลวงน้ำทา ทางจีนเป็นคนสร้าง 69 กิโลเมตร จากหลวงน้ำทามาเวียงพูกา ระยะทางประมาณ 74 กิโล ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ให้ลาวกู้ แต่ลาวให้ไทยสร้างช่วงท้ายไทยสร้าง 84 กิโลเมตร ต่อไปพอเข้ามาห้วยทรายมาถึงเชียง เส้นต่อไปอาร์ 3 บีในฝั่งพม่า ด่านฝ้ารั่วมาเมืองลา ด่านท่าขี้เหล็กเป็นถนนจากคุนหมิงลงมา 1 เส้น (เส้นทางสายทองคำสายใหม่ของเอเซีย)
แผนของมณฑลกวางสี เรียก 1 แกน 2 ปีก หมายถึงกวางสีรับผิดชอบอาเซียน การสัมมนาเขตเศรษฐกิจทั้งหมดจะอยู่ กวางสี ทางจีนถือว่าเป็นนโยบาย มาสเตอร์พีชของอู๋จิ่นเทา

1 แกนคือจาก หมานหมิงไปสิงคโปร์ มีทั้งรถและรถไฟ 2 ปีก คือ แม่น้ำโขงกับอ่าวตังเกี๋ย เป่ยกู้วาน ถือว่าเป็นระเบียง โลจิสติกส์ทางบกของกวางสีมาสู่อาเซียน เส้นนี้เข้าสู่ผิงเสียง ด่านอู๋อวี้กวาง ทางถนนทางยูนนานมีเส้นเดียว คือเส้นคงมั่นกงลู่ตรงลางกับพม่า แต่ถ้าเป็นกวางสี ทางถนนเปิดใช้แล้วจากหนานหมิงมาฮานอย หรือเรียกว่าเอ 1 ต่อมาจากหนานหมิงถึง ผิงเสียง 198 กิโลเมตร หลักเซินมา ฮานอย 158 จากฮานอย ถ้าต่อเชื่อมมายังประเทศไทยจะเห็นว่าเป็นเส้นอาร์ 9

โดยสรุปถ้าเราเชื่อมจากยูนนาน กวางสีเข้าสู่ไทย จะมีสะพานทั้งหมด 4 แห่งด้วยกัน คือ อาร์ 3, 8, 12 และ 9 สะพานจะมี 1.ที่หนองคาย 2.มุกดาหาร 3.นครพนม 4.เชียงของ เส้นทางที่สะดวกที่สุด คือ อาร์ 3 เอ แต่ยังติดอยู่ที่สะพาน ส่วนไปกวางสีทางสะดวกที่สุดน่าจะเป็นอาร์ 12 ส่วนอาร์ 8 สั้นจริงแต่ว่าคดเคี้ยวละรับ น้ำหนักไม่ได้ ถ้าพูดถึงถ้าตลาดจีนของไทย อยู่ทางตะวันตกไปอาร์ 3 จะเร็วกว่า แต่ถ้าตลาดใหญ่ของไทยน่าจะอยู่ กวางเจา อาร์ 12 ค่อนข้างจะใกล้กว่า แล้วปีกแม่น้ำโขง มีโครงการความร่วมมือเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ประเทศจีนถ้านำยูนนานกับกวางสีเข้ามาเกี่ยวข้อง ประชากรเฉพาะบริเวณนี้มี 320 ล้านคน

หากพิจารณาแผนที่ของประเทศจีน จะเห็นว่า ด้านบนติดรัสเซีย อีกทางก็ตาลีบัน อีกด้านเจอนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ญี่ปุ่น ปัญหาไต้หวันยังมี ไปไหนไม่ได้ จีนเขารู้อยู่แล้วเหนือแข็ง ตะวันออกดุร้าย ใต้ตัน ทางใต้ลาวออกทะเลไม่ได้ เวียดนามไปแปซิฟิกได้ แต่ไปอินเดียไม่ได้ พม่าเจอ คนกลุ่มน้อย ออกอินเดียได้ แต่ไปแปซิฟิกไม่ได้ มาไทยไปได้ทั้งสองแห่ง"


http://www.prachachat.net/view_news....day=2009-12-31


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 05 มกราคม 2010, 07:44:21
นกแอร์ยอมรับบินไทยเพิ่มทุน


บินไทยจี้นกแอร์ คลอดโปรแกรมเคลมตั๋วและสะสมไมล์ สร้างความมั่นใจผู้โดยสารได้รับสิทธิประโยชน์จากการบินไม่ต่างกัน ลดกระแสถูกโวย พร้อมตั้งเป้าทยอยยกทุกเส้นทางที่ไม่ได้เชื่อมต่อระหว่างประเทศให้บินเพิ่มอีก หลังเดินแผนเพิ่มทุนในนกแอร์แล้วเสร็จ ขณะที่ประธานบอร์ดบินไทยชี้หากไม่ให้นกแอร์บินแทน ผู้โดยสารจะยิ่งได้รับผลกระทบหนักกว่านี้ เหตุจากต้องปรับขึ้นค่าตั๋วลดขาดทุนโดเมสติก
นายพฤทธิ์ บุปผาคำ รองกรรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่าในขณะนี้ฝ่ายการพาณิชย์ของการบินไทย ได้หารือร่วมกับนกแอร์ ถึงแนวทางการสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสารในการใช้บริการ ว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการบินไม่ต่างจากที่เคยใช้บริการของการบินไทย โดยได้เสนอให้นกแอร์ จัดทำบริการที่จะเปิดให้ผู้โดยสารสามารถเคลมตั๋ว และสะสมไมล์ในการเดินทางได้เช่นเดียวกับของการบินไทย ซึ่งนกแอร์ก็จะเร่งดำเนินการ โดยจะโปรโมตการเปิดตัวบริการดังกล่าวในเดือนมกราคมปีหน้า
"การทำงานร่วมกันระหว่างการบินไทยและนกแอร์ ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะในตลาดการบินโลก สายการบินชั้นนำของประเทศต่างๆก็จะมีการจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ เพื่อร่วมกันส่งเสริมธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งนอกจากเส้นทางบิน กรุงเทพฯ-พิษณุโลก , กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ที่ยกให้นกแอร์มาบินแทนแล้ว การบินไทยก็ตั้งเป้าหมายว่าจะทยอยยกเที่ยวบินในประเทศในทุกเส้นทางที่ไม่ได้เป็นจุดเชื่อมต่อกับเที่ยวบินระหว่างประเทศให้นกแอร์บินเพิ่มอีก(ยกเว้น เส้นทางบินระหว่างกรุงเทพฯสู่เชียงใหม่,เชียงราย,หาดใหญ่,ภูเก็ต หลังเดินแผนเพิ่มทุนในนกแอร์แล้วเสร็จ" )นายพฤทธิ์ กล่าวในที่สุด
ขณะที่นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากการบินไทยไม่ให้นกแอร์ทำการบินในประเทศใน 3 เส้นทางนี้ การบินไทยก็ไม่มีทางเลือก ที่ต้องขึ้นราคาค่าโดยสาร เพื่อลดภาระการขาดทุนสำหรับเที่ยวบินในประเทศ เพราะเครื่องบินโบอิ้ง737-400 ที่การบินไทยใช้ในการเดินทางภายในประเทศเป็นเครื่องบินที่ใช้เดินทางระหว่างประเทศด้วย การใช้เครื่องบินรุ่นนี้มาบินในเส้นทางบินระยะสั้น การแบกน้ำหนัก ต่างๆ เหล่านี้ทำให้มีต้นทุนสูง เมื่อนกแอร์เช่าเครื่องไป ก็จะนำไปปรับปรุง(โมดิฟายด์)เครื่องให้เหมาะสมกับการบินระยะสั้น ก็เพื่อเป็นการประหยัดและแข่งขันได้ และการบินไทยก็ไม่ต้องขึ้นค่าตั๋ว ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนมากกว่า
ด้านนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการบินไทยมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในนกแอร์จาก 39% เป็น 49% โดยจะซื้อหุ้นอีก 10% จากธนาคารกรุงไทย และแนวทางการจัดหาเงินทุนก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ เพราะอาจจะนำค่าเช่าเครื่องบินที่นกแอร์ชำระให้การบินไทยปีละราว 600 ล้านบาท มาใช้ซื้อหุ้น ซึ่งคาดว่าธนาคารกรุงไทย จะไม่มีปัญหาที่จะขายหุ้นนกแอร์ให้กับการบินไทย
ส่วนนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เผยว่า ในกรณีที่การบินไทยจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในนกแอร์เป็น 49% นกแอร์ก็ยินดี แต่ไม่สามารถเพิ่มได้มากกว่านี้ เพราะนกแอร์ไม่ต้องการเป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนสถานะการเงินของนกแอร์ในขณะนี้ถือว่าดีขึ้นต่อเนื่อง ในปีที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 330 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2552 จะมีกำไรสุทธิโตต่อเนื่อง และปัจจุบันมีกระแสเงินสดกว่า 400 ล้านบาท และบริษัทมีแผนจะนำนกแอร์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งบริษัทต้องเตรียมตัวบริหารงานและเพิ่มจำนวนเครื่องบิน จากปัจจุบันที่มีอยู่ 6 ลำ

http://www.thannews.th.com/index.php...sn-&Itemid=448


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: QingGE ที่ วันที่ 05 มกราคม 2010, 10:50:08
สะพานเสร็จเมื่อไหร่คงสะดวกขึ้นมากๆเลยครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: lannaboy ที่ วันที่ 05 มกราคม 2010, 11:23:38
ควรมีมาตรการหรือวางแผนรองรับกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยนะครับ อย่าวัวหายแล้วล้อมคอกมันแก้ไขยากครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: เชียงรายพันธุ์แท้ ที่ วันที่ 05 มกราคม 2010, 21:46:32
ควรมีมาตรการหรือวางแผนรองรับกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยนะครับ อย่าวัวหายแล้วล้อมคอกมันแก้ไขยากครับ

นั่นแหละครับปัญหา
ส่วนใหญ่พวกนักการเมืองกับข้าราชการมักจะทำอย่างนี้แหละ
วัวหายแล้วล้อมคอก

ไอ้ทีก่อนจะทำไม่เคยคิด ไม่เคยถามคนในพื้นที่
พอมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องมาตามแก้ทีหลัง
ตัวอย่างก็ที่เห็นๆอยู่ตามข่าวนั่นแหละ มาบตาพุต แม่เมาะ เขื่อนปากมูล
เขื่อนราศีไศล นิคมอุตสาหกรรมลำพูน

หลายรัฐบาลได้สร้างเวรสร้างกรรมให้ชาวบ้าน แต่พวกมันก็ไม่เคยสำนึก
ส่วนข้าราชการก็ได้แต่เดินตามก้นนักการเมือง
น่าอนาจใจจริงๆ

---------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อก่อนเคยคิดว่าคนที่ไม่สนใจการเมือง "หน้าง่าว"
แต่ตอนนี้ผมคิดว่าตัวเอง "หน้าง่าว" ที่สนใจการเมือง
เพราะถึงสนใจไปก็รังจะกลายเป็น "ผีบ้า" ในสายตาคนอื่นเท่านั้น
สมัยนี้ไม่มีคนฉลาดที่ไหนจะสนใจการเมืองหรอก
(เชียงรายพันธุ์แท้, 5 ก.ย. 2550)




หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: oyoyo *^_^* ที่ วันที่ 05 มกราคม 2010, 22:27:20
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 06 มกราคม 2010, 11:35:12
วันที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4172 ประชาชาติธุรกิจ


ทางหลวงเมินเสียงร้องเร่งลาวมอบพื้นที่สร้างสะพานข้ามโขง4
กรม ทางหลวงเมินเสียงร้องนักลงทุนไทย เร่ง สปป.ลาวส่งมอบพื้นที่สร้าง ถนนอาร์ 3-สะพานข้ามโขงแห่งที่ 4 ขณะที่บริษัท เอเอซี กรีน ซิตี้ ลาว เจ้าของ โครงการนาคราชนครทำใจขอลุ้นชดเชยความเสียหาย


ดร.สิชา สิงห์สมบุญ ประธานบริษัท เอเอซี กรีน ซิตี้ ลาว จำกัด ผู้ดำเนินโครงการนาคราชนคร เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภายหลังยื่นเรื่องถึงสำนักนายกรัฐมนตรีและสถานทูตประเทศไทยประจำนคร เวียงจันทน์ กรณีกรมทางหลวงได้ออกแบบให้ถนนตัดผ่านโครงการนาคราชนคร ทำให้ต้องเสียที่ดินราว 20 เฮกตาร์ หรือ 120 ไร่ และมีผลกระทบต่อการลงทุนนั้น ล่าสุดกรมทางหลวงได้แจ้งไปยังกระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง สปป.ลาว ให้เร่งรัดมอบที่ดินเพื่อก่อสร้างถนนและด่านพรมแดน จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดหน่วยงานของไทยจึงไม่ส่งเสริมการลงทุนของกลุ่มทุนใน ต่างแดน

ดร.สิชาเปิดเผยว่า กรมทางหลวงของไทยอ้างว่า จำเป็นเนื่องจากได้ขายแบบโครงการไปแล้ว จึงทำให้ในปัจจุบันได้เกิดปัญหาในระดับต่างประเทศเพราะทางรัฐบาล สปป.ลาว ซึ่งได้ให้สัมปทานในที่ดินกับบริษัทไปแล้วเกิดความกังวลอย่างมาก ดังนั้นจึงถึงขั้นจะนำปัญหาเข้าหารือในสภารัฐบาล สปป.ลาว เพื่อพิจารณาในวันที่ 3 ม.ค.นี้ ซึ่งทางบริษัทก็ได้เสนอไปยังรัฐบาล สปป.ลาวล่วงหน้าเอาไว้แล้วว่าหากจะดำเนินการตามที่กรมทางหลวงของไทยได้แจ้ง ให้ทราบก็จะต้องมีการชดเชยความเสียหายให้กับบริษัทด้วย เนื่องจากพื้นที่ที่บริษัทจะต้องเสียไปหากก่อสร้างมีอยู่ประมาณ 120 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ออกแบบสำหรับการก่อสร้างสนามกอล์ฟ 18 หลุม อาคารรีสอร์ตและแหล่งพักผ่อน

ดร.สิชาเปิดเผยว่า ไม่เข้าใจว่าเหตุใด กรมทางหลวงของไทยจึงต้องเร่งรีบโครงการ เพราะทางธนาคารพัฒนาเอเชียให้งบประมาณเพื่อการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้นและ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งกรณีจะเปลี่ยนแปลงก็แทบจะไม่ต้องเปลี่ยนแบบแปลนการก่อสร้างมากนัก โดยในส่วนของถนนระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร หากเปลี่ยนไปอ้อมทางด้านข้างของโครงการของบริษัทแทนที่จะผ่าเข้ากลางที่ดิน ก็จะยืดระยะทางเพิ่มออกไปไม่เกิน 500 เมตร ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ออกแบบรอไว้ให้แล้วและสามารถหารือในรายละเอียดเรื่อง งบประมาณกับบริษัทได้ด้วย ส่วนตัวอาคารด่านพรมแดนเพียงแต่สร้างให้เบี่ยงไปอีกเล็กน้อย ขณะที่ตัวสะพานข้ามแม่น้ำโขงไม่ต้องเปลี่ยนแปลง

ดร.สิชาเปิดเผยว่า ขณะนี้รอการพิจารณาของสภารัฐบาล สปป.ลาว กระนั้นยังกังวลว่าหากผลการพิจารณาของรัฐบาล สปป.ลาว ขอให้กรมทางหลวงของไทยเปลี่ยนแปลงแบบแปลน จะทำให้การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบอย่างไร และหากผลออกมาในทางตรงกันข้ามโดยรัฐบาลลาวเห็นชอบกับกรมทางหลวง บริษัทต้องการเรียกร้องค่าชดเชยหรือ ดำเนินการใด ๆ ตามสิทธิในสัมปทาน

บริษัท ทุ่มทุนไปแล้ว 200 ล้านบาท ภายใต้สัญญาสัมปทานกับรัฐบาล สปป.ลาว 40 ปี และต่อได้อีก 40 ปี รวมทั้งยังมีแผนร่วมทุนกับกลุ่มทุนจากมณฑลหยุนหนาน ประเทศจีน ในการสร้างระบบโลจิสติกส์ อีกด้วย

ทั้งนี้โครงการก่อ สร้างสะพานข้าม แม่น้ำโขง ถนนเชื่อมกับถนนอาร์สามไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้มีกำหนดก่อสร้างตั้งแต่กลางปี 2553 ใช้เวลาก่อสร้าง 30 เดือน งบประมาณ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำหนดประกวดราคาก่อสร้างในวันที่ 7 ม.ค. 2553หน้า 17

http://www.prachachat.net/view_news....day=2010-01-04


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: aunpang ที่ วันที่ 06 มกราคม 2010, 23:32:57
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ เจ้า


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 08 มกราคม 2010, 20:55:34
จีนโหม“คุน-มั่น กงลู่”ถนนสู่อาเซียน(1)“รัฐ-เอกชนจีน”ลุยรับFTAอาเซียน+1
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มกราคม 2553 11:44 น.
 
 
   
นาง เตา หลิน อิง ผู้ว่าฯสิบสองปันนา ก้าวเท้าเหยียบแผ่นดินไทย ก้าวแรก ที่ริมแม่น้ำโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เมื่อคราวเดินทางมาเยือนไทย เมื่อเดือนสิงหาคม
 
 
       ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – ตัวแทนภาครัฐ-เอกชนจีน เร่งกรุยทางลงทุนตามแนวเส้นทาง “คุน-มั่น กงลู่” ส่งทีมตั้งโต๊ะหารือส่วนราชการ – กลุ่มทุนไทยถี่ยิบ รองรับข้อตกลงจีน-อาเซียน ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วในปีนี้(พ.ศ.2553) ขณะที่รัฐไทย ยังเล่นกับ “งบ” ผุดสารพัดโปรเจกต์ตัดถนนเพิ่ม – ศึกษารถไฟเด่นชัย-เชียงรายใหม่ ทั้งที่สารพันปัญหาจ่อคิวผุดหลัง “ไทย-พม่า-ลาว-จีน”เดินเครื่องเต็มตัว
       
       รอบ 4-5 เดือนสุดท้ายของปีกลาย (2552) มีกระแสความเคลื่อนไหวของภาครัฐ-เอกชนจีน ผ่านลงมาตามเส้นทางคุนหมิง-กรุงเทพฯ หรือคุน-มั่น กงลู่ (มั่น – มาจากคำว่า ม่านกู่ ในภาษาจีนกลาง ที่แปลว่า กรุงเทพฯ) เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงความพยายามขยายเครือข่ายการลงทุนลงใต้ของ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะมณฑลหยุนหนัน อย่างมุ่งมั่น
       
       ไม่ว่าจะเป็นคณะของ “เตา หลินอิง” ผู้ว่าฯสิบสองปันนา ที่นำคณะนั่งรถจากสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน ลงมาตาม R3a ขึ้นฝั่งที่เชียงของ เมื่อสิงหาคม 52
       
       ตามมาด้วยคณะของ Jiang Pusheng เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสิบสองปันนา และประธานสมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศสิบสองปันนา พร้อมตัวแทนภาครัฐ-เอกชนจากสิบสองปันนา ทั้ง MR.Chen Qizong รองผู้ว่าฯสิบสองปันนา , Mr.Lu Jingquan ผอ.สนง.การท่องเที่ยวสิบสองปันนา ,Mr.Den Xiping รองประธาน Yunnan Airport Group CO,LTD ฯลฯ ก็มุ่งหน้ามาตามเส้นทาง R3a เพื่อร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างการท่องเที่ยวสิบสองปันนา กับสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ – เชียงราย ระหว่างวันที่ 1-3 ธันวาคม 2552
       
       ถัดจากนั้นอีกไม่กี่วัน คือวันที่ 9 ธันวาคม 2552 Mr.Xu Zhonglin อดีตประธานกระทรวงอุตสาหกรรมมณฑลหยุนหนัน พร้อมคณะนักธุรกิจทั้งด้านลอจิสติกส์ เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งภายใน อุตสาหกรรมหนักต่าง ๆ อีกร่วม 50 ชีวิต ที่เดินทางจากคุนหมิง เมืองเอกของหยุนหนัน มาตามเส้นทางคุน-มั่น กงลู่ เพื่อสำรวจช่องทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว
       
       คณะนี้มีผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่ของหยุนหนัน ร่วมเดินทางมาด้วย เช่น กลุ่มผู้บริหารบริษัทหยุนหนันการลงทุนในภาคพื้นเอเชีย จำกัด -บริษัทหยุนหนันกลุ่มวิศกรรมก่อสร้าง จำกัด -บริษัทโลหะกรรมวิศวกรรมก่อสร้าง จำกัด -บริษัทคุนหมิงเหาเหม่ย อสังหาริมทรัพย์พัฒนา จำกัด -บริษัทหยุนหนันลู่เฉียว จำกัด- โรงงานไท่เหอซึ่งอยู่ในเครือซีวายกรุ๊ป จำกัด -บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลคอมบัสชั่นเอ็นยิเนีย จำกัด- โรงงานผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในเครือบริษัทจิ่วโจว อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
       
       ตามมาด้วยคณะ เฉียน เต๋อ เว่ย รองนายกเทศมนตรีนครผูเอ่อ ที่นำทีมบินตรงจากคุนหมิง เข้าสุวรรณภูมิ ก่อนย้อนขึ้นมาพิษณุโลก พบปะกับนักธุรกิจเมืองสองแควพร้อมทำบันทึกข้อตกลงความร่วมระหว่างรัฐต่อรัฐ คือ เทศบาลนครพิษณุโลกกับเทศบาลนครผูเอ่อ เป็นบ้านพี่เมืองน้องให้ความร่วมมือทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว พร้อมกับดูลู่ทางการร่วมทุนในธุรกิจการเกษตร – ศูนย์สินค้าเกษตรอินโดจีน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2552
       
       หลากหลายคณะตัวแทนรัฐ-เอกชนจีน ที่ตบเท้าเข้าไทยผ่านคุน-มั่น กงลู่ เหล่านี้ ล้วนแต่มีนัยว่า จีนเดินหน้าเต็มที่ สำหรับการเปิดช่องทางการค้า ลงทุน ท่องเที่ยว จีนตอนใต้เชื่อมโยงกับอาเซียน – ตลาดโลก ผ่านเส้นทางสายนี้
       
       Jiang Pusheng เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำสิบสองปันนา และประธานสมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศสิบสองปันนา กล่าวระหว่างประชุมร่วมกับคณะผู้ว่าฯ-ภาคธุรกิจที่เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2552 ณ ศาลากลางเชียงใหม่ ว่า เขามาเชียงใหม่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งขณะนี้โครงสร้างพื้นฐานได้รับการพัฒนามาก การเดินทางระหว่างจีน-ไทย เริ่มสะดวกมากขึ้น ทั้งเส้นทาง R3a (จีน-ลาว-ไทย) ก็เปิดใช้มาเกือบ 2 ปี ,แม่น้ำโขง ที่ 4 ประเทศร่วมกันพัฒนาจนสามารถเดินเรือได้ เหลือเพียงทางอากาศ ที่ก่อนหน้านี้เคยมีสายการบินให้บริการระหว่างเชียงใหม่ – สิบสองปันนา แต่ได้เลิกบินไปแล้วอย่างน่าเสียดาย คราวนี้เขาจึงต้องการให้จังหวัดเชียงใหม่ ช่วยผลักดันให้มีการเปิดเส้นทางบินระหว่างเชียงใหม่-สิบสองปันนาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

 
 
นายราชันย์ วีระพันธุ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงนามความตกลงพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกับการท่องเที่ยวสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน ของจีน ที่ศาลากลางเชียงใหม่ เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2552
 
 
       Xu Zhonglin อดีตประธานกระทรวงอุตสาหกรรมมณฑลหยุนหนัน กล่าวระหว่างประชุมหารือด้านการค้าการลงทุนร่วมกับหอการค้าฯ-สภาอุตสาหกรรมเชียงใหม่ และอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ที่โรงแรมอโมร่า ท่าแพ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม2552 ว่า ข้อตกลงอาเซียน + 1 ที่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 จะก่อให้เกิดแรงจูงใจทำให้การค้าระหว่างจีน-กลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะไทยคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะการค้าผ่านคุน-มั่น กงลู่ ที่เชื่อมเข้าภาคเหนือของไทยที่เชียงราย จะเป็นจุดเชื่อมลอจิสติกส์ร่วมกันระหว่างจีนและกลุ่มอาเซียน
       
       Xu Zhonglin ย้ำว่า หยุนหนัน ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความร่วมมือจีน-อาเซียนมาก และมองว่าไทยเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออก และสามารถพัฒนาเป็นฮับ(HUB) ได้ เพราะมีภูมิประเทศที่เหมาะสม
       
       ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา มณฑลหยุนหนัน ก็ได้ตั้ง สหพันธ์ความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้น เพื่อเป็นองค์กรในการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีน – เอเชียอาคเนย์ / จีน-เอเชียใต้
       
       ขณะที่ “ฟ่ง หวา” กรรมการบริษัทจิ่วโจว อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีโครงการก่อสร้างโรงแรม คลับเฮาส์ บนที่ดินราว 50 ไร่ ที่บ้านดอนมหาวัน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ริมจุดก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง 4 มูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ระบุกับ ASTVผู้จัดการ ว่า หลังข้อตกลงจีน-อาเซียนมีผล ก็จะทำให้ 4 มณฑลตะวันตกเฉียงใต้ของจีนทั้งหยุนหนัน กว่างซี เสฉวน และกุ้ยโจว ที่มีประชากรรวมกันกว่า 200 ล้านคน เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งพื้นที่แถบนี้มีอุตสาหกรรมหนัก และสินค้ากระจายในตลาดภูมิภาคนี้อยู่แล้ว แต่ขนส่งผ่านทะเลจีนใต้ไปยังท่าเรือสิงคโปร์มากกว่า
       
       แต่เมื่อเส้นทาง R3a และคุน-มั่น กงลู่ สะดวกตลอดทั้งสาย รวมถึงมีข้อตกลงจีน-อาเซียน ก็จะหันมาใช้ประโยชน์จากเส้นทางนี้ ลำเลียงสินค้าต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบังกระจายสินค้าผ่านอ่าวไทยและท่าเรือ จ.ระนอง ออกไปทางทะเลอันดามัน-มหาสมุทรอินเดีย ต่อไป
       
       ฟ่ง หวา ย้ำว่า รัฐบาลจีน ให้การสนับสนุนเอกชนเพื่อขยายการค้าการลงทุนผ่านไทยมาก โดยเฉพาะด้านเงินทุนที่สนับสนุนหลายบริษัทในลักษณะร่วมทุนกับเอกชนสัดส่วน 50 ต่อ 50 และหลังถนน R3a ผ่าน สปป.ลาว ซึ่งร่วมทุนระหว่างไทย-จีน-ธนาคารพัฒนาเอเชีย 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ก็ยังระดมเงินทุนเอาไว้อีก 300 ล้านหยวน หรือ 1,500 กว่าล้านบาท เพื่อสนับสนุนเอกชนที่จะเข้าไปลงทุนตามแนวถนน R3a
       
       จีนเสนอตั้งคณะทำงานสางปมผ่านแดน
       
       อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้ ภาพรวมของอนุภูมิภาคนี้ทั้ง 4 ประเทศคือไทย จีน สปป.ลาว และพม่า ต่างก็มีปัญหาคือ แต่ละประเทศมีหน่วยงานที่บริหารงานทั้งที่ขึ้นต่อส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ซึ่งฝ่ายจีนได้เสนอให้มีการตั้งองค์กรความร่วมมือประสานงาน 3 ฝ่าย 5 พื้นที่ คือไทย-พม่า-จีน และไทย-สปป.ลาว-จีน โดยมี 5 พื้นที่เป็นคณะทำงานร่วมจากพื้นที่เชียงราย เชียงใหม่ สิบสองปันนา แขวงหลวงน้ำทาและแขวงบ่อแก้ว (สปป.ลาว) เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ และถ้าได้ผลก็อาจขยายไปยังแขวงหลวงพระบาง (สปป.ลาว) และเมืองเชียงตุง (พม่า) ต่อไป โดยอาจจัดเป็นศูนย์ประสานงานขึ้น
       
       “"ถ้าพบปัญหาที่เกี่ยวกับหน่วยงานท้องถิ่นก็สามารถหารือกันได้โดยทันที แต่ถ้าพบปัญหาระดับนโยบายอันเกิดจากส่วนกลางก็จะมีการประชุม 5 ฝ่าย เพื่อนำเสนอไปยังรัฐบาลของแต่ละฝ่ายต่อไปได้ ซึ่งผมเดินทางมาครั้งนี้ก็อยากจะประสานงานเพื่อเริ่มต้นกันที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ก่อนจากนั้นค่อยๆ ขยายไปยังแขวงบ่อแก้วต่อไป” Jiang Pusheng กล่าว

 
 
นายณรงค์ คองประเสิร์ฐ ประธานหอการค้า มอบของที่ระลึกให้แก่คณะตัวแทนกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของหยุนหนัน ระหว่างเดินทางสำรวจลู่ทางการค้าที่เชียงใหม่ รองรับข้อตกลงจีน-อาเซียนเมื่อธันวาคม 2552 
 
 
       ไทยเล่นแต่“งบ”/ทุ่มทุนสร้างถนน-ปลุกรถไฟ“เด่นชัย-เชียงราย”
       
       ขณะที่โครงข่ายถนนคุน-มั่น กงลู่ (คุนหมิง-กรุงเทพฯ) ในประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว (R3a) และพม่า(R3b) จะก่อสร้างแล้วเสร็จ รอเพียงสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ที่จะเชื่อม อ.เชียงของ จ.เชียงราย ของไทยเข้ากับ R3a ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นนั้น ประกอบกับกระแสทุนจีน ที่หลั่งไหลเข้ามารองรับกรอบข้อตกลงอาเซียน + 1 อย่างต่อเนื่องนั้น ในส่วนของไทย ก็มีความเคลื่อนไหวปรับปรุง – ก่อสร้างเส้นทาง และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ขึ้นมารองรับเช่นกัน
       
       โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม มีโครงการก่อสร้างถนน เพื่อสนับสนุนท่าเรือเชียงแสน 2และสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมเชียงของ-แขวงบ่อแก้ว และถนน R3a รวมทั้งยังมีโครงการทางหลวงเชื่อมเชียงใหม่-เชียงราย ด้วยได้แก่
       
       - โครงการทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย-เชียงของ ปัจจุบันได้ดำเนินการตอนที่ 1 แล้ว ตั้งแต่เชียงของ ลงมา ระยะทาง 11.1 กม. มีสัญญาก่อสร้างระหว่างวันที่ 9 กันยายน 2552-31 พฤษภาคม 2554 งบประมาณ 320 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการระยะที่ 2 อีก 18.9 กม. ด้วยงบประมาณ 664 ล้านบาท ขณะนี้กำลังรอการลงนามในสัญญาการก่อสร้างอยู่ ซึ่งโครงการนี้จะเชื่อมระหว่าง อ.เมืองเชียงราย-สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 โดยตรง
       
       - ถนนเชื่อมไปยังท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสน 2 บนทางหลวงหมายเลข 1016 สาย อ.แม่จัน - อ.เชียงแสน โดยอยู่ระหว่างก่อสร้างตอนที่ 1 ระยะทาง 19.2 กม. มีสัญญาก่อสร้างกับเอกชนระหว่างวันที่ 7 ตุลาคม 2552-26 กันยายน 2554 ด้วยงบประมาณ 630 ล้านบาท รวมทั้งยังมีโครงการตอนที่ 2 อีกประมาณ 16.40 กม. ซึ่งรองบประมาณอีก 540 ล้านบาท
       
       -โครงการถนนสาย อ.แม่สาย - อ.เชียงแสน เลาะตะเข็บชายแดนไทย-พม่า และไทย-สปป.ลาว บนทางหลวงหมายเลข 1290 ตอนที่ 1 ระยะทาง 30.6 กม. ระยะสัญญาก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552-21 สิงหาคม 2554 รวมทั้งยังเหลือระยะทางตอนที่ 2 อีก 8 กม. ซึ่งกำลังรองบประมาณอยู่อีก 300 ล้านบาท
       
       นอกจากนี้ยังมีเส้นทางอื่นๆ ที่บรรจุอยู่ในแผนแล้ว ได้แก่ ทางเลี่ยงเมืองเชียงราย เพื่อลดความแออัดของถนนพหลโยธินในเขต อ.เมือง ซึ่งจะทำเส้นทางเลี่ยงจากพื้นที่ ต.สันทราย อ.เมือง อ้อมไปทางทิศตะวันตกเพื่อกลับเข้าสู่ถนนพหลโยธินอีกครั้งที่ ต.ท่าสุด อ.เมือง รวมระยะทางประมาณ 28 กม. งบประมาณ 900 ล้านบาท และโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 1129 เชื่อมระหว่าง อ.เชียงแสน-เชียงของ เลาะแม่น้ำโขงระยะทางประมาณ 59 กม. จาก 2ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร งบ 995 ล้านบาท
       
       ขณะเดียวกัน ยังมีการศึกษาเพื่อก่อสร้างถนนสายเชียงราย-เชียงของ จาก อ.เมือง ผ่านไปทาง อ.ขุนตาล-เชียงของ ซึ่งจะได้ผลสรุปเพื่อหาแบบก่อสร้างที่ชัดเจนในเดือนมกราคม 2553 นี้อีกด้วย
       
       พร้อมกันนี้ ยังมีโครงการปรับปรุงถนนสาย 118 เชื่อมเชียงราย-เชียงใหม่ ระยะทาง 179 กม. โดยเป็นการปรับปรุงจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจรประมาณ 62 กม.และปรับปรุง 2 ช่องจราจรอีก 117 กม. ด้วยงบประมาณรวมทั้งหมด 3,500 ล้านบาท โดยช่วงระยะเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด จะปรับปรุงให้เป็น 4 ช่องจราจร และจากดอยสะเก็ด-บ้านแม่เจดีย์ อ.เวียงป่าเป้า ปรับปรุง 2 ช่องจราจรเป็นระยะทาง 50 กม. ด้วยงบประมาณ 1,300 ล้านบาท จาก ต.แม่เจดีย์-อ.เวียงป่าเป้า ขยายเป็น 4 ช่องจราจรระยะทาง 25 กม. และจาก อ.เวียงป่าเป้า ขึ้นไปอีกประมาณ 67 กม. ขยาย 2 ช่องจราจรด้วยงบประมาณ 2,200 ล้านบาท ทั้งหมดส่วนใหญ่จะแล้วเสร็จในปี 2555
       
       ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)ก็ได้รับอนุมัติงบประมาณปี 53 จากโครงการไทยเข้มแข็ง 80 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงแบบรายงาน EIA และศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างทางรถไฟเด่นชัย-เชียงรายอีกครั้ง โดยจะเป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบรถไฟขนาดรางมาตรฐานกว้าง 1.435 เมตร จากนั้นจะขออนุมัติงบประมาณปี 54 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อเตรียมการก่อสร้างต่อไป

 
   
 
 
       ส่วนท่าเรือในแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ที่หมู่บ้านสบกก อ.เชียงแสน มีเนื้อที่ 402 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา ปัจจุบันก่อสร้างด้วยวงเงิน 1,546,400,000 ล้านบาท กรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีได้ว่าจ้างบริษัทพอร์ท แอนด์ มารีน คอร์ปอเรชั่น (พี.เอ.เอ็ม) จำกัด ตามสัญญาเลขที่ 52/2552/พย.ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2552 ให้ทำการก่อสร้างตามสัญญา 960 วัน ตั้งแต่ วันที่ 13 พฤษภาคม 2552-28 ธันวาคม 2554 รูปแบบเป็นท่าเรือย่อยรวม 5 จุดพร้อมอาคารสถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
       
       ขณะที่ โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ กรมทางหลวงกำหนดให้มีการประกวดราคาในวันที่ 7 มกราคม 2553 เพื่อคัดสรรเอกชนทำการก่อสร้างด้วยงบประมาณ 1,566 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือนคาดว่าจะตอกเสาเข็มได้กลางปี 2553
       
       สารพัดปัญหาโผล่หลังไทย-พม่า-ลาว-จีนเดินเครื่องเต็มตัว
       
       
       ในมิติการขยายตัวทางการค้า การลงทุน ขนส่ง ท่องเที่ยว ตามเส้นทางคุนหมิง-กรุงเทพฯ ที่เริ่มเดินเครื่องกันอย่างเต็มตัวมากขึ้น โดยมีกลุ่มทุนจีนมากหน้าหลายตาทะลักเข้ามายึดกุมพื้นที่ – โอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องนั้น ก็อาจจะมีปัญหาต่อเนื่องตามมาด้วยเช่นกัน
       
       ระยะที่ผ่านมาคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (คสศ.) หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ ได้เปิดเวทีหารือร่วมกับกลุ่มตัวแทนจากประเทศที่เกี่ยวข้อง สามารถสรุปปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะจากมุมมองของภาคเอกชน แยกตามความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนี้
       
       ไทย - สปป.ลาว
       
       1.ภาครัฐควรเร่งให้มีการจัดทำผังเมืองรวมโดยด่วน พร้อมทั้งกำหนดแผนยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาล่วงหน้า
       
       2.ต้องเร่งเจรจาแกไขปัญหาการจัดเก็บภาษีระหว่างแดน เนื่องจากปัจจุบันมีอัตราการจัดเก็บไม่เท่ากัน ไม่มีมาตรฐาน ขึ้นกับความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่
       
       3.ด้านลอจิสติกส์ ควรเตรียมลงทุนสร้างศูนย์กระจายสินค้าที่ อ. เชียงของ ด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเพียงเส้นทางผ่านไปยังแขวงบ่อแก้ว เพียงอย่างเดียว
       
       4.ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานจากแรงงานไร้ฝีมือเป็นแรงงานฝีมือด้านลอจิสติกส์
       
       5.ปัญหาด้านการจราจร และมลพิษที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากมีสะพานหรือคลังสินค้า
       
       6.ปัญหาด้านสังคมที่จะตามมา เช่น ปัญหาขาดการวางผังเมืองรวม ปัญหาขยะ อาชญากรรม เป็นต้น
       
       ด้านไทย –จีน
       
       1.ภาครัฐต้องเร่งเจรจาหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องกฎเกณฑ์และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าไปยังจีน เนื่องจากมีกฎระเบียบที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน
       
       2.ภาครัฐต้องเร่งเจรจาแก้ไขปัญหาเรื่องการจำกัดโควตาสินค้าในการส่งสินค้าเข้าจีน เนื่องจากปัจจุบันถูกผูกขาดโดยกลุ่มทุนรายใหญ่เพียงไม่กี่กลุ่มที่อาศัยความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของจีนเป็นหลัก
       
       3.ภาครัฐต้องเร่งประสานงานและแก้ไขปัญหาเรื่องการอำนวยความสะดวก ในเรื่องหนังสือเดินทางระหว่างกันให้คล่องตัวมากขึ้น
       
       4.การค้าเสรีไทย – จีน (FTA) ยังไม่สามารถทำได้เต็มรูปแบบ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องกฎระเบียบของท้องถิ่นของจีน ทำให้ต้องเสียเวลาส่งสินค้าผ่านพม่า และลาวก่อน ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มมากขึ้น
       
       ด้านไทย – พม่า
       
       1.ภาครัฐควรจะจัดบูรณาการหน่วยงานชายแดนทั้งหลาย เช่น ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ตำรวจ ให้ทำงานเป็นเอกภาพ ลดขั้นตอนการทำงาน และเอื้ออำนวยความสะดวกต่อภาคเอกชนให้มากขึ้น มากกว่าการจ้องจับผิด
       
       2.ภาครัฐควรเร่งเจรจา แก้ไขปัญหาเรื่องระบบการซื้อขายสินค้า และการชำระเงินให้ผ่านระบบธนาคารตามระบบสากล
       
       3.ควรส่งเสริมและปรับปรุง เส้นทาง R 3 b (แม่สาย –ตองยี – เชียงตุง) ระยะทาง 475 กม. เพื่อเป็นช่องทางเสริมด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวพร้อมกันไปด้วย
 
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000000630


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 10 มกราคม 2010, 14:49:22
จอยต์เวนเจอร์กรุงธนฯลอยลำ ชนะประมูล"สะพานข้ามโขง4"

วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4174 ประชาชาติธุรกิจ


กลุ่มกิจการร่วมค้า "ไชน่าเรลเวย์-กรุงธนเอนยิเนียร์" คว้างานประมูลสะพานข้ามโขงแห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย เสนอราคาต่ำสุด 1,560 ล้านบาท กรมทางหลวงเตรียมต่อรองราคาก่อนเซ็นสัญญา คาดเริ่มสร้าง มี.ค.นี้ ใช้เวลา 30 เดือนแล้วเสร็จ


ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา กรมทางหลวง (ทล.) ได้เปิดซองราคาโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (ห้วยทราย-เชียงของ) ของ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 วงเงิน 1,624 ล้านบาท ปรากฏว่าผู้รับเหมาที่เสนอราคาต่ำสุดคือ กลุ่ม CR5-KT Joint Venture (China Railway No.5 Engineering Group Co., Ltd. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลจีน, บจก.กรุงธนเอนยิเนียร์) โดยเสนอราคาอยู่ที่ 45.9 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,560 ล้านบาท โดยผู้รับเหมาเสนอส่วนลดให้อีก 2% จากราคากลาง 45.5 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงจะต้องต่อรองราคากับผู้รับเหมาอีกรอบก่อนที่จะอนุมัติราคาต่อไป

ส่วนผู้รับเหมาอีก 4 รายที่เข้าร่วมแข่งขันประกวดราคาโครงการนี้ ประกอบด้วย 1.กลุ่ม Joint Venture CKYS (บมจ.ช.การช่าง, China Yunnan Sunny Road & Bridge Co., Ltd.) 2.กลุ่ม CTN Joint Venture (China Harbour Engineering Company Ltd., บจก.ทิพากร, Nonghai Road & Bridge Construction Co., Ltd.) 3.กลุ่ม VC Joint Venture (บจก.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง, China Gezhouba (Group) Corporation) 4.กลุ่ม SCC-MBEC Consortium (บจก.เสริมสงวนก่อสร้าง, China Major Bridge Engineering Group

นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า โครงการนี้กรมทางหลวงได้ลงนามร่างความตกลงว่าด้วยการจัดการด้านการเงินกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2552 สำหรับงานก่อสร้าง โดยร่วมกันรับผิดชอบฝ่ายละเท่ากัน วงเงินค่าก่อสร้าง 1,624 ล้านบาท ในส่วนที่รัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบ จำนวน 812 ล้านบาท และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเพิ่มวงเงินค่าควบคุมงานในส่วนที่รัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบอีก 45.5 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 นี้มีความยาวรวม ทั้งสิ้น 11.6 กิโลเมตร ประกอบด้วยงานส่วนสะพานข้ามแม่น้ำโขง ขนาด 2 ช่องจราจรพร้อมทางเท้า ความยาว 480 เมตร และสะพานเชิงลาดฝั่งไทย ยาว 150 เมตร รวมความยาวทั้งสิ้น 630 เมตร

ส่วนถนนฝั่งไทย เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 4 ช่องจราจร มีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร มีจุดเปลี่ยนทิศทางจราจร (traffic changeover) เป็นทางแยกระดับพื้นดินและติดตั้งสัญญาณไฟจราจร สำหรับเปลี่ยนทิศทางการขับขี่จากฝั่งซ้ายเป็นฝั่งขวา แล้วเปลี่ยนเป็นทางหลวงลาดยางขนาด 2 ช่องจราจรต่อเนื่องกับตัวสะพาน

ทั้งนี้ การออกแบบให้มีการก่อสร้างพร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ส่วนถนนฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 2 ช่องจราจร มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ก่อสร้างพร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้าง

"โครงการนี้คาดว่าจะเซ็นสัญญาจ้างและเริ่มงานก่อสร้างได้ในเดือนมีนาคม 2553 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน" นายวีระกล่าว

หน้า 8


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 10 มกราคม 2010, 14:49:54
เปิดแชตบ็อกดีมั้ยครับ


วันนี้ที่การก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 มาครับ ว่างๆจะมาโพสภาพให้ชมครับ

รอชมอยู่ครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 11 มกราคม 2010, 23:40:33
ซีอาร์เอส-เคที ชนะประมูลสร้างสะพานแม่น้ำโขงห้วยทราย-เชียงของ

กรุงเทพฯ 11 ม.ค.- นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการยื่นซองประกวดราคางานก่อสร้างโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (ห้วยทราย-เชียงของ) ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หลังจากรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนตกลงร่วมกันจัดการด้านการเงินวงเงินค่าก่อสร้างรวม 1,624 ล้านบาทนั้น ทางกลุ่มร่วมทุนซีอาร์เอส-เคที ประกอบด้วย บริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์ จากไทย และบริษัทไชน่า เรลล์เวย์ นัมเบอร์ 5 เอนยิเนียริ่ง กรุ๊ป จากประเทศจีน ได้ยื่นซองประกวดราคาต่ำสุด 43,158,581 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,431 ล้านบาท จากราคากลาง 43,772,060 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ชนะการประกวดราคาผู้ยื่นซองอีก 3 ราย คือ กลุ่มร่วมทุน ซีเควายเอส กลุ่มร่วมทุนซีทีเอ็น และกลุ่มร่วมทุนวีซี

นายวีระ กล่าวว่า หลังจากได้ผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว คาดว่าขั้นตอนการตรวจสอบผลการประกวดราคาและลงนามสัญญาจ้าง เพื่อเริ่มงานก่อสร้างได้ในเดือนมีนาคมนี้ โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน ซึ่งโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (ห้วยทราย-เชียงของ) ตั้งอยู่บริเวณบ้านปักอิง ตำบลศรีดอนไชย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ส่วนฝั่งลาวนั้นจะเป็นบริเวณทางตอนใต้ของเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว มีความยาวรวมทั้งสิ้น 11.6 กิโลเมตร

ทั้งนี้ สะพานข้ามแม่น้ำโขง เป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจรพร้อมทางเท้า ความยาวสะพานช่วงข้ามแม่น้ำโขง 480 เมตร และสะพานเชิงลาดฝั่งไทย 150 เมตร รวม 630 เมตร ส่วนถนนฝั่งไทยมีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา มีจุดเปลี่ยนทิศทางจราจร เป็นทางแยกควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร สำหรับสลับทิศทางการขับขี่จากซ้ายเป็นขวา แล้วลดความกว้างเป็นขนาด 2 ช่องจราจรต่อเนื่องกับตัวสะพาน

ส่วนถนนฝั่ง สปป.ลาวมีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตรเป็นทางหลวงลาดยางขนาด 2 ช่องจราจรพร้อมด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้าง เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะก่อให้เกิดประโยชน์กับอนุภูมิภาคแห่งนี้ ในด้านการค้าการลงทุน ความสะดวกในการคมนาคม การติดต่อกัน รวมทั้งศักยภาพด้านการท่องเที่ยวระหว่างเชียงรายถึงคุนหมิง.-สำนักข่าวไทย


http://news.mcot.net/economic/inside...ZudHlwZT10ZXh0



หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Lin Yufeng ที่ วันที่ 12 มกราคม 2010, 21:51:38
เชียงรายหรอ จะทำอะไรดีอ่ะ‏

สวัสดีค่ะทุกท่าน
 
 
                 พอดีหนูมีการบ้านอ่ะค่ะ เป็นงานกล่ม 12  คน งานก็มีอยู่ว่า
 
 

World Community' Assignment for Semester 2-2009
 
Dear all,



...We are waiting for the 750th anniversary of Chiang Rai in the coming year 2012 (2555 B.E.). As we study and live our lives in such a long-lived city, let's do something to celebrate this special occasion with your assignment!...
1. Form a group of 15 students. (+/-)
.

2. Think of the major trend(s) that may connect Chiang Rai to the world community in the next decade by analyzing that trend(s) with the good reasoning and the relevant evidence. Do not forget to suggest the suitable management for Chiang Rai's local community.
.

3. Your assignment should be presented in the form of a 20-page-booklet (cover and preface are excluded) or a short documentary movie (15 mins. +/-)

4. Come talk to me about your concept before working.

5. Assignment dues on Sunday, 14/02/2010.
 
 
 
 
 
 
                คือจุดประสงค์ของอาจารย์เค้า  อยากให้เราไปทำเรื่องอะไรก็ได้ที่น่าสนใจหรือเด่นๆ เกี่ยวกับเชียงราย ไปสำรวจข้อมูล  แล้วเอาข้อมูลที่ได้มาจริง และเป็นข้อมูลจริง มีแหล่งอ้างอิงได้ มาทำการประเมินสถานการณ์ในอนาคตหรือน่าจะเกิดขึ้นได้บนพื้นฐานความจริงของเชียงราย  เหมือนเราเป็นหมอดูอ่ะค่ะ  ไม่ใช่หมอเดานะ  ฮ่าๆๆ
 
 
                กลุ่มหนูส่วนมากไม่ใช่คนเชียงราย เลยไม่รู้ข้อมูลที่แน่ชัด  เลยตัดสินใจไม่ได้  แต่ที่สนใจคือ หัวข้อของพี่นี้ และก็
            สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (ไทย จีนตอนใต้ พม่า ลาว)
           Thailand Logistics Road Map หรือยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบลอจิสติกส์ของประเทศไทย (พ.ศ.2550-2554)
           


           มธ.จัดงานสัมมนาเรื่อง “ถนนคุน-มั่น กงลู่ : อีกเส้นทางเลือกเชื่อมไทย-จีนตอนใต้”
 
 
           ประมาณนี้อ่ะค่ะ  ไม่รู้ว่าหัวข้อดีพอหรือน่าสนใจมั้ยค่ะ  และสามารถไปหาแหล่งข้อมูลได้ที่ไหนบ้างค่ะ
 
 
มืดแปดด้านค่ะ   ใกล้จะส่งแล้วด้วยอ่ะ ยังคิดกันไม่ได้เลย   งานทำเป็นภาษาอังกฤษด้วยสิ 
 
 
 
ถ้าพี่ๆมีข้อเสนอแนะดีๆ ก็ช่วยกลุ่มหนูด้วยนะค่ะ
 
 
ขอบคุณค่ะ 
 



หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 12 มกราคม 2010, 23:19:07
ผมก็พยายามรวบรวมข้อมูลอยู่ ครับเพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนเชียงรายรับรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในบ้านเมือง ข้อมูลตอนนี้กระจัดกระจายเยอะมากครับเกี่ยวกับโครงการนี้

ผมเพิ่งรวบรวม ข่าวสาร 2-3 เดือนนี้เอง เกี่ยวกับ การพัฒนา  เสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (ไทย จีนตอนใต้ พม่า ลาว)  และเส้นทางคมนาคม ผมว่าข้อมูลที่ผมเอามาลงลองเปิดดู และอ้างอิงแหล่งข่าวเยอะพอสมควร ผมว่าตลอด 2-3 เดือนไม่น่าจะพลาดโครงการนี้ น้องๆลองเปิดดูโครงการนี้ที่พี่มาโพส ครับ

ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร.


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 12 มกราคม 2010, 23:21:14
ดึงคีย์แมนเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงขึ้นเวทีเชียงรายชี้ทิศทาง“GMSในทศวรรษใหม่”


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2553 14:18 น.

เชียงราย – เตรียมเปิดเวที “GMSในทศวรรษใหม่” ที่เชียงราย ระดมคีแมนหลักภาคเศรษฐกิจทั้งไทย-พม่า-ลาว-จีน-เวียดนาม ขึ้นอภิปรายแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงบนพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ หลังโครงข่ายคมนาคมเชื่อมชาติสมาชิก – เขตการค้าเสรีอาเซียน +1 มีผลบังคับใช้ ก่อนเปิดงานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 15 เสาร์นี้(16 ม.ค.)


รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า ระหว่างวันที่ 14-16 ม.ค.นี้ จังหวัดเชียงราย ร่วมกับคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (คสศ.) หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ มีกำหนดกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงขึ้น เริ่มจาก วันที่ 14 ม.ค. ที่ คสศ.จะจัดประชุมครั้งที่ 4/2552 ณ โรงแรมพิมานอินน์ จ.เชียงราย วันที่ 15 ม.ค.จะมีการจัดการสัมมนาเรื่อง “GMS ในทศวรรษใหม่” ณ ห้องดอยตุง โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ รีสอร์ท จ.เชียงราย และวันที่ 16 ม.ค.ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น.การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ณ โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท

จากนั้นเวลา 17.30 น.วันเดียวกัน (16 ม.ค.) มีกำหนดเปิดงาน “อลังการงานแสดงสินค้า และวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 15” ณ สนามบินทหารอากาศ ฝูงบิน 416(สนามบินเก่า) อ.เมือง ซึ่งงานนี้จะจัดไปถึง 23 ม.ค.53 ซึ่งภายในงานมีการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมจากชาติต่างๆ ลุ่มแม่น้ำโขง เช่น ไทย จีน สปป.ลาว พม่า เวียดนาม ฯลฯ รวมทั้งมีการจัดแสดงสินค้าจากชาติต่างๆ

นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธาน คสศ.หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ กล่าวว่า ในเวทีสัมมนาเรื่อง "GMS ในทศวรรษใหม่" จะมีผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งสามารถสะท้อนสภาพเศรษฐกิจของกลุ่ม GMS ร่วมแสดงทัศนะหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนางเหยาง เหยียน ปิง ประธานหอการค้ามณฑลหยุนหนัน ประเทศจีน , ผู้แทนจากสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมประเทศพม่า ,สภาหอการค้า สปป.ลาว และผู้บริหารระดับอธิบดีรวมทั้งฑูตพาณิชย์จากเวียดนาม ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐ-เอกชนที่สนใจได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของ GMS และปัญหาอุปสรรคต่างๆ

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันพัฒนาการตามกรอบข้อตกลงและยุทธศาสตร์ของ GMS ขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง โดยสังเกตได้จากพื้นที่ใกล้ตัวคือการพัฒนาด้านการคมนาคมขนส่งเกี่ยวกับแผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ผ่านถนน R3A ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ หรือทางเรือในแม่น้ำโขง ฯลฯ ขณะที่แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor)จากพม่า-ไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม ก็คืบหน้าไปแล้วเช่นกัน

ดังนั้น เวทีนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ข้อมูลว่า เชียงราย และภาคเหนือของไทยจะสามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการพัฒนาการดังกล่าวได้อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาสินค้าเพื่อจัดส่งไปตามเส้นทางต่างๆ ดังกล่าว

นอกจากนี้ วันที่ 1 ม.ค.53 เป็นต้น ยังมีการใช้ข้อตกลงการค้าเสรีหรือ FTA ในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมด และยังมีอาเซียน-จีน ก็จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนในพื้นที่ทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศสมาชิกอย่างต่อเนื่องด้วย

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ส่วนงานอลังการงานแสดงสินค้าและวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขงเดิมมีอยู่เพียง 4 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงคือไทย จีนตอนใต้ สปป.ลาว และพม่า ต่อมาเพิ่มเป็นประเทศกัมพูชา-เวียดนามเป็น 6 ประเทศ ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้านานาชาติกว่า 100 บูท และของไทยจำนวน 300 บูท และบนบนเวทีมีการแสดงวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงจาก 6 ประเทศหมุนเวียนกันไปตลอดงาน

รวมทั้งมีการจัดกาดหมั้วครัวแลงจำลองวิถีชีวิตของชาวล้านนา การจัดนิทรรศการลุ่มน้ำโขง การบริการอาหารและเครื่องดื่มจากชมรมภัตตาคารและร้านอาหาร จ.เชียงราย รวมทั้งมีลานชมคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงด้วย

สำหรับ GMS หรือ Greater Mekong Subregion เป็นความร่วมมือของ 6 ประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน (มณฑลหยุนหนัน) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการจ้างงานและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น โดยมีธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) เป็นผู้ให้การสนับสนุนหลัก

ที่ผ่านมามีกรอบความร่วมมือหลากหลาย เช่น การพัฒนาคมนาคมขนส่ง การลงทุน การสื่อสาร พลังงาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สิ่งแวดล้อม การค้า การท่องเที่ยว การเกษตร และที่ผ่านมามีการพัฒนาตามแผนงานต่างๆ เช่น แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) แผนงานพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคม (Telecommunications Backbone) แผนงานการอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดน (Facilitating Cross-Border Trade and Investment) ฯลฯ

http://www.manager.co.th/Local/ViewN...=9530000003549



หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Ck 401 ที่ วันที่ 13 มกราคม 2010, 09:09:13
 :) ขอบคุณข้อมูลดีๆครับ... :D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 13 มกราคม 2010, 20:14:48
มีนาคมเริ่มสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4

13 มค. 2553 19:24 น.


หนังสือพิมพ์ เวียงจันทน์ ไทม์ส รายงานอ้างการเปิดเผยของนายถาวร วรบุตร รองผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวว่า การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง ความยาว 480 เมตร เชื่อมระหว่างอำเภอห้วยทราย จังหวัดโพธิ์แก้วของลาว กับอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายของไทย กำหนดจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ โดยขณะนี้ได้มีการเวรคืนที่ดินและจ่ายเงินชดเชยให้ประชาชนที่ต้องเสียที่ดิน บ้านเรือนและฟาร์มปศุสัตว์ ซึ่งคาดว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายใน 30 เดือน

รัฐบาลลาวและรัฐบาลไทย ต่างก็ออกค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างกันคนละครึ่ง แต่ลาวได้รับการอนุเคราะห์ทางการเงินจำนวน 20 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 700 ล้านบาท จากรัฐบาลจีนเมื่อปี 2551 เพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนในโครงการนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเขตเศรษฐกิจแม่น้ำโขง เหนือ-ใต้ ที่เชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงรายกับเมืองคุนหมิง ในมณฑลยูนนานของจีนผ่านเส้นทางหลวงหมายเลข 3 ในลาว

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=426600


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 14 มกราคม 2010, 10:48:09
จีนโหม“คุน-มั่น กงลู่”ถนนสู่อาเซียน(จบ)ทุนLogisticมังกรยึดถนนR3aเชื่อมไทย


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 มกราคม 2553 15:12 น.


การเดินเรือในแม่น้ำโขงยังคงเฟื่องฟู ขณะที่การคมนาคมทางบกที่่ผ่านถนน R 3 a และ R 3b ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น ที่การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยว


ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – สารพัดกลุ่มทุนขนส่งจีนพาเหรดเข้าหาพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น ลุยโปรเจกต์รองรับเส้นทาง “คุน-มั่น กงลู่” และข้อตกลงจีน – อาเซียน ล่าสุดกลุ่ม “ทัวร์GMSสิบสองปันนา” คว้าใบอนุญาตวิ่งรถจีน-ลาว-ไทย ผ่าน R3a เป็นรายแรก พร้อมเปิด สนง.ที่เชียงราย-ห้วยทราย(ลาว) ขณะที่ทุน Logistic ยักษ์หยุนหนัน ดีลผ่าน “ทุนไทย-เกาหลีใต้”รอส่งสินค้าจีนผ่าน “แหลมฉบัง” ด้านสายการบิน “SGA”เล็งเปิดบินเข้าเชียงรุ่งเมษาฯ 53 รองรับ บริษัททัวร์ไทยเตรียมส่งเรือ “สัญชาติไทย” ลำแรกลงน้ำโขงแล้ว

ขณะที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ จ.เชียงราย เข้ากับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้วสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว( สปป.ลาว )จุดเริ่มต้นถนน R3a ที่เป็นส่วนหนึ่งของคุน-มั่น กงลู่ มีกำหนดการ (เบื้องต้น) เปิดประมูลวันที่ 7 มกราคม2553 เพื่อก่อสร้างให้เสร็จในปี 2555 อันจะทำให้โครงข่ายคมนาคมสายนี้สมบูรณ์ 100%นั้น ในกลุ่มธุรกิจขนส่งทั้งคน-สินค้า ก็มีความเคลื่อนไหวเข้ายึดกุมโอกาสทางธุรกิจที่เปิดขึ้นตามเส้นทางคมนาคมเช่นกัน

Ji Jin ผู้จัดการใหญ่ บริษัทรถทัวร์ GMS สิบสองปันนา จำกัด กิจการร่วมทุนระหว่างทางการสิบสองปันนา – เอกชนจีน เปิดเผย ASTVผู้จัดการรายวัน เมื่อคราวร่วมคณะเลขาฯพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำสิบสองปันนา เยือนเชียงใหม่-เชียงราย ระหว่างวันที่ 1-3 ธันวาคม 2552 ว่า บริษัทของเขามีสำนักงานเครือข่ายกระจายอยู่ในตัวเมืองหลัก ๆ ของหยุนหนัน ทั้งคุนหมิง ลี่เจียง สิบสองปันนา ฯลฯ ให้บริการทั้งรถประจำทาง รถทัวร์เช่า ฯลฯ ล่าสุดได้ร่วมมือกับบริษัทหย่าไทร้เอเชี่ยนทัวร์ จำกัด และบริษัทเทียนเฉิน จำกัด(จีน) ตั้งศูนย์กระจายสินค้าและการท่องเที่ยวสิบสองปันนา-เชียงราย ขึ้น ณ ที่ทำการของบริษัทหย่าไทร้ฯ บริเวณ 5 แยกพ่อขุนฯ กลางเมืองเชียงราย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นศูนย์ประสานงาน-ฐานข้อมูลสำหรับธุรกิจต่างๆ เกี่ยวกับการเดินทางไปมาระหว่างเชียงราย-จีนตอนใต้ โดยมีทางการจีนให้การรับรองเพียงรายเดียวของไทย รวมทั้งเป็นเครือข่ายให้บริการลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการรถทัวร์ของบริษัทเดินทางไปมาระหว่างจีน-ไทย ผ่านเส้นทาง R3a ที่บริษัทมีใบอนุญาตจากทางการลาวเพียงรายเดียวในการวิ่งรถข้ามทั้ง 3 ประเทศ

นอกจากนี้บริษัทยังเปิดสำนักงานในลักษณะเดียวกันนี้ ที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อให้บริการลูกค้า ที่มีต้นทางที่ห้วยทราย – คุนหมิง หรือเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ของหยุนหนันด้วย

“เราเริ่มเปิดให้บริการวิ่งรถผ่าน 3 ประเทศเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2552 นี้เอง ถือเป็นบริษัทในหยุนหนันรายแรกที่วิ่งรถได้ทั้ง 3 ประเทศแล้ว ที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากกว่า 2,000 คนแล้ว”

Ji Jin บอกว่า ในอนาคตบริษัทจะขยายเครือข่ายให้บริการครอบคลุมประเทศในกลุ่ม GMS ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น จีน ลาว พม่า ไทย กัมพูชา เวียดนาม เมื่อเส้นทางคมนาคม และกฎระเบียบต่าง ๆ เอื้ออำนวยให้มากขึ้น จะทำให้คนในภูมิภาคนี้ สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ทั้งหมด

ขณะที่นายพงษ์ทร ชยาตุลชาต กรรมการผู้จัดการ บริษัทหย่าไทร้เอเชี่ยนทัวร์ จำกัด ยืนยันว่า บริษัทรถทัวร์GMS สิบสองปันนา จำกัด วิสาหกิจจีน ได้รับอนุญาตจากทางการลาว นำรถบัสนำเที่ยวขนาด 32 ที่นั่งและ 57 ที่นั่ง เปิดให้บริการบนถนน R3a เชื่อมเชียงราย-สปป.ลาว ผ่านแขวงบ่อแก้ว-แขวงหลวงน้ำทา-เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 ในอนาคตจะเปิดให้บริการไปยังกรุงเทพฯ เพื่อให้สุดทางถนนคุนหมิง-กรุงเทพฯ หรือคุน-มั่น กงลู่ รวมทั้งจะขยายต่อไปยังประเทศมาเลเซีย-สิงคโปร์ด้วย

โดยคิดค่าบริการแบบเช่าเหมาสายเชียงราย-บ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว ชายแดนติดกับประเทศจีน รถบัสขนาด 40 ที่นั่งขึ้นไป ราคา 43,000 บาท และรถบัสตั้งแต่ 30-40 ที่นั่ง ราคา 41,500 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเดินทางจาก อ.เชียงของ ชายแดนไทย-สปป.ลาว ติดกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ไปยังเมืองบ่อเต็นหรือเส้นทางเชียงของ-บ่อเต็น คิดราคาจากรถบัส 40 ที่นั่งขึ้นไป ราคา 35,000 บาท และรถบัส 30-40 ที่นั่ง ราคา 32,000 บาท และเส้นทางห้วยทราย-บ่อเต็น สำหรับรถบัส 40 ที่นั่งขึ้นไปราคา 28,000 บาท และรถบัส 30-40 ที่นั่ง ราคา 26,000 บาท

“ตลาดท่องเที่ยวบน R3a ยังโตได้อีกมาก ยิ่งถ้ามีการผ่อนคลายกฎระเบียบ ให้คนจีนใช้เอกสารบอร์เดอร์พาสแทนพาสปอร์ตเข้าไทยได้ ก็จะทำให้มีคนจีนเดินทางเข้ามาเชียงราย หรือภาคเหนือของไทยไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคนต่อวันแน่นอน”
ขณะที่บริษัทไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด ที่บริหารงานโดย บริษัทชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด หรือกรีนบัส ผู้ให้บริการรถโดยสารขนส่งมวลชนรายใหญ่ของภาคเหนือ ได้ทำการเซ็นสัญญากับท่าตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร Green bus ณ บ้านห้วยทราย จุดจำหน่ายบัตรจุดแรกในประเทศลาว เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อเชื่อมผู้โดยสารลาว-ประเทศไทย รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศไปยังแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบาง และยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง R3a และขยายเครือข่ายจำหน่ายตั๋วร่วมไปถึงคุนหมิง เมืองเอกของหยุนหนันต่อไป



ดร.สิชา สิงห์สมบูรณ์ ประธานบริษัทเอเอซี กรีนซิตี้ลาว จำกัด ผู้รับสัมปทานพื้นที่บริเวณจุดก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว (ฝั่งลาว)


ด้าน ดร.สิชา สิงห์สมบุญ ประธานบริษัทเอเอซี กรีน ซิตี้ ลาว จำกัด บริษัทร่วมทุนไทย-เกาหลีใต้ ที่เข้าสัมปทานพื้นที่ 1,200 ไร่ บริเวณบ้านดอนขี้นก จุดก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ฝั่งเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งมีโครงการก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ต สปา สนามกอล์ฟ ฯลฯ ด้วยงบลงทุน 1,320 ล้านบาท ล่าสุดลงทุนปรับพื้นที่-พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานไปแล้ว กว่า 200 ล้านบาท กล่าวว่า หากเคลียร์ปัญหาเรื่องแนวก่อสร้างถนนเชื่อมสะพานข้ามแม่น้ำโขง 4 และจุดก่อสร้างอาคารด่านพรมแดน บนพื้นที่ผ่านพื้นที่สัมปทานของโครงการได้ ก็จะทำให้แผนงานต่าง ๆ ของบริษัทเดินหน้าต่อไปได้

ก่อนหน้านี้ ได้ตกลงเบื้องต้นกับกลุ่มขนส่งยักษ์ใหญ่ของหยุนหนันไว้ คือ กลุ่ม พีค็อก ว่า เมื่อขนส่งสินค้าจากจีนลงมาตามเส้นทาง R3a ก็จะเข้ามาพักเปลี่ยนหัวลากในพื้นที่ของบริษัท ก่อนที่จะลำเลียงเข้าไทยต่อไปที่ท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านบริษัทที่เป็นพันธมิตรกันอย่างสยามสตีล เพื่อส่งสินค้าออกสู่ตลาดโลกต่อไป

SGAเล็งเปิดบินเชียงราย-เชียงรุ่ง

ด้านนายสงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองเลขาธิการฝ่ายพัฒนาระบบ Logistic หอการค้าจังหวัดเชียงราย ระบุเพิ่มเติมว่า ยอมรับว่าตอนนี้มีกลุ่มทุนจีนเข้ามาหาช่องทางลงทุนตามแนวถนนคุน-มั่น กงลู่ อย่างคึกคัก หลากหลายกลุ่ม โดยระยะแรกจะเป็นการแสวงหาพาร์ตเนอร์ในท้องถิ่น ก่อนที่จะเริ่มเดินเครื่องอย่างจริงจังต่อไป ทั้งกลุ่มธุรกิจขนส่ง – ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ฯลฯ

นายวันชัย ช่วงชัยกิจการ รองผู้อำนวยการฝ่ายการขายและตลาดของสายการบินเอสจีเอ กล่าวเมื่อคราวร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างการท่องเที่ยวสิบสองปันนา – สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชียงรายเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552 ว่า เอสจีเอ มีแผนจะทำการบินระหว่างเชียงใหม่-เชียงราย-สิบสองปันนา ด้วยเครื่องรุ่น 304 ขนาด 33 ที่นั่ง ซึ่งปัจจุบัน เอสจีเอ ได้สั่งซื้อและเตรียมเครื่องบินเอาไว้แล้วที่ออสเตรเลีย 2 ลำ โดยจะบินมาไทยในเดือนนี้ (มกราคม 2553) และตั้งเป้าว่าจะเปิดบินเชียงราย ให้ได้ในเดือนเมษายน หรือพฤษภาคม 2553 และพร้อมจะเชื่อมธุรกิจกับเอกชนจีนต่อไป โดยจะเดินเรื่องขออนุญาตและกฎระเบียบต่างๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะเปิดให้เร็วกว่ากำหนด

ปัจจุบันเอสจีเอ มีเครื่องบินเล็กจำนวน 3 ลำให้บริการโดยมีเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการบินเชื่อมกับ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงราย และ จ.น่าน จ.อุดรธานี
ขณะที่ Den Xiping รองประธานบริษัทหยุนหนัน แอร์พอร์ตกรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ถ้าสายการบิน เอสจีเอเปิดบินจริง ทางท่าอากาศยานนานาชาติสิบสองปันนา ก็จะให้ส่วนลดไม่ต้องเสียค่าลงจอดในปีแรกทันที 100% ปีที่สองลด 50% ปีที่สามลด 80% แต่ถ้าหาก 2-3 ปียังมีปัญหาด้านการลงทุนก็สามารถยกเว้นให้ได้อีกต่อไป

สอดคล้องกับ Jiang Pusheng เลขาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำสิบสองปันนา ที่ย้ำผ่านเวทีประชุมร่วมทั้งที่เชียงใหม่ – เชียงราย ว่า การเปิดเส้นทางบินระหว่างภาคเหนือของไทย กับสิบสองปันนา รอบใหม่นี้ รับรองไม่ขาดทุนแน่นอน

เตรียมเรือไทยลำแรกลงแม่น้ำโขง

หลังข้อตกลงเปิดเดินเรือพาณิชย์ฯในแม่น้ำโขงตอนบน ระหว่าง ไทย พม่า ลาว จีน เริ่มมีผลตั้งแต่เมษายน 2544 เป็นต้นมา ปรากฏว่า เรือสินค้า-นำเที่ยวนับร้อย ๆ ลำที่วิ่งขึ้นล่องในแม่น้ำโขง ล้วนแต่เป็นเรือสัญชาติจีนทั้งสิ้น
แต่นับจากนี้จะมีเรือนำเที่ยวสัญชาติไทยวิ่งแล้ว

นางสาวผกายมาศ เวียร์รา ประธานกรรมการบริษัทแม่โขงเดลต้าทราเวล เอเจนซี จำกัด ผู้ให้บริการนำเที่ยวในสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ทั้งทางบก ผ่านเส้นทาง R3a / R3b และทางน้ำผ่านแม่น้ำโขงตอนบน จากเชียงแสน – เชียงรุ่ง มากว่า 2 ปี บอกว่า บริษัทกำลังปรับปรุงเรือท่องเที่ยวขนาด 80 ที่นั่ง (ชั้นธุรกิจ 40 ที่นั่ง VIP 40 ที่นั่ง สามารถปรับเป็นห้องประชุมสัมมนาลอยน้ำได้ กว้าง 5 เมตร ยาว 41 เมตร กินน้ำลึก 60 ซม.) ที่สั่งต่อกันที่หลวงพระบาง สปป.ลาว โดยใช้วิศวกรจาก 3 ชาติ (ไทย ลาว จีน) ร่วมกันคุมงาน ที่นำมาเทียบท่าริมน้ำโขงหน้าสำนักงานบริษัทที่เชียงแสนอยู่ ก่อนจะเริ่มทดลองวิ่งในแม่น้ำโขงอย่างจริงจังต่อไป

“ลำนี้ จะเป็นเรือสัญชาติไทยลำแรกที่วิ่งในแม่น้ำโขง ถ้าไม่นับพวกเรือหางยาว เรือแจวที่ทำมาหากินในแม่น้ำโขงกันมานาน”

นางสาวผกายมาศ บอกว่า เรือลำนี้ จะจดทะเบียนที่ประเทศไทย เป็นเรือสัญชาติไทย ใช้ชื่อไทย ส่วนกัปตันถ้าขึ้นไปทางเชียงแสน จากสามเหลี่ยมทองคำ – สิบสองปันนา ก็ใช้กัปตันจีน ลูกเรือจีน ถ้าล่องลงหลวงพระบาง ก็ใช้คนลาว นายน้ำลาว ลูกเรือผสมกันระหว่างจีน – ลาว แต่ฝ่ายต้อนรับทั้งหมด จะใช้คนไทย ที่มีทักษะดีกว่า

เธอบอกว่า หลังจากนี้จะต่อเพิ่มอีกลำ และจะทำที่ไทย สร้างเรือให้ตรงตามกฎหมายไทย ก่อนที่จะขออนุญาตวิ่งเข้าจีน ลาว เพื่อวิ่งเข้าหลวงพระบางด้วย

ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทแม่โขงเดลต้าเคยร่วมมือกับ บริษัทขนส่งเทียนต๋าสิบสองปันนา รัฐวิสาหกิจของสิบสองปันนา ทั้งเรือ “นกยูงทอง” เรือท่องเที่ยวที่มีห้องพักในตัว รองรับผู้โดยสารได้ 76 คน (ขยายได้ 130 คน) เรือสามเหลี่ยมทองคำ 8 จุผู้โดยสารได้ 68 คน กับเรือเทียนต๋า 1 และ 2 ที่สามารถจุผู้โดยสารได้ลำละ 48 คน ก็จะค่อย ๆ ปลดระวางไป เพราะบางลำ จะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก บางลำเริ่มมีปัญหากับอายุการใช้งานที่มากขึ้น เพราะกระแสน้ำในแม่น้ำโขง แตกต่างจากน้ำทะเล และแหล่งน้ำอื่น ๆ มาก ก็ต้องหาช่องทางแก้ปัญหา

เธอมองว่า อนาคตของการท่องเที่ยวแถบสามเหลี่ยมทองคำ – การท่องเที่ยวผ่านแม่น้ำโขง ยังไปได้ คนชอบ แต่การเดินทางแม่น้ำโขงต้องใช้เวลานับสิบๆชั่วโมง ทำให้คนเบื่อได้ คนจะตื่นเต้นระยะแรก ที่ได้ลงเรือแม่น้ำโขง

แต่สิ่งที่จะต้องทำก็คือ การสร้างกิจกรรมรองรับบนเรือ เช่น เคาน์เตอร์บาร์ ห้องอาหาร ฯลฯ แต่ไม่ควรเป็นเรือนอน เพราะคนกลัวที่จะนอนระหว่างทางในแม่น้ำโขง เช่น หาจุดพักกลางทาง เช่น หมู่บ้านลาว หรือสบโหลย ฝั่งพม่า ที่ปัจจุบันกลายเป็นชุมทางสินค้า – คนมากขึ้น โดยเฉพาะเกาหลีเหนือที่ทะลักมาพักรอเดินทางเข้าไทยอยู่เป็นจำนวนมาก

ส่วนเรือโดยสารก็สามารถบริหารจัดการได้ตามปริมาณผู้โดยสาร เช่น ช่วงพีกเดิมเคยวิ่งเชียงแสน-เชียงรุ่ง (สิบสองปันนา) ไปกลับสัปดาห์ละ 6 เที่ยว (ขาขึ้นจันทร์ พุธ ศุกร์ ,ขาล่อง อังคาร พฤหัสบดี เสาร์) ก็ปรับเหลือสัปดาห์ละ 2 เที่ยว (ไปกลับรวม 4 เที่ยว) และเมื่อถึงไฮซีซันก็เพิ่มความถี่สูงขึ้นเท่านั้น

ส่วนทางบก ผ่าน R3a (ไทย ลาว จีน) ส่วนหนึ่งของคุน-มั่น กงลู่ หรือคุนหมิง – กรุงเทพฯโดยมากจะเน้นหนักเรื่องการเดินทางติดต่อค้าขายมากกว่า เพราะตลอดเส้นทางวนเวียนอยู่ในภูเขา ขณะที่ สปป.ลาว เองก็กำลังอยู่ระหว่างการจัดระเบียบเดินรถอยู่ เพื่อปกป้องธุรกิจสัญชาติลาวเอง

ขณะที่ R3b (ไทย พม่า จีน) ที่แม้จะก่อสร้างเสร็จมานานหลายปี ที่จีนปิดพรมแดนมาร่วม 3-4 ปี ล่าสุดจีนก็เปิดพรมแดนต้าล่อ หรือต้าลั่ว สิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน ที่เชื่อมต่อกับปลายทาง R3b ที่เมืองลา เขตเศรษฐกิจพิเศษที่ 4 แห่งสหภาพพม่า ของกลุ่ม “อูไซลิน”

แต่ในฝั่งพม่า ยังไม่เปิดพรมแดนให้ โดยส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการสู้รบระหว่างรัฐบาลพม่า – ชนกลุ่มน้อย ที่พม่า เองก็ยังไม่สามารถคุมได้ตลอดเส้นทาง และการจัดสรรผลประโยชน์กับกลุ่ม “อูไซลิน” ที่ปกครองพื้นที่อยู่ ทั้งเรื่องค่าผ่านทาง ไกด์ วีซ่า(เข้าเขตปกครอง)

อย่างไรก็ตาม ผกายมาศ บอกว่า เส้นทาง R3b ก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไทยอยู่เนือง ๆ เพียงแต่ยังไม่สามารถเดินทางทะลุเข้าจีนผ่านทางนี้ได้เท่านั้น

เช่นเดียวกับคนจีน (ไทลื้อ) ที่เดินทางไปมาหาสู่กับญาติพี่น้องในแถบนี้มานาน ก็ยังคงใช้บอร์เดอร์พาสเข้าพม่า มาจนถึงท่าขี้เหล็ก (ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย) อยู่ บางกลุ่มขับรถมากันเองด้วยซ้ำ เพียงยังไม่สามารถข้ามฝั่งมาถึงไทยได้

http://th.newspeg.com/จีนโหมคุน-มั่น...-55436125.html


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 16 มกราคม 2010, 21:19:29
แวะดูรูปภาพ ครับ

คุณ http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?topic=6700.0

คุณเชียงรายพันแท้เอาลงแล้ว ครับ เหลือแต่รูปเซ็นทรัลเชียงราย


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 16 มกราคม 2010, 21:24:14
ข่าวประชาสัมพันธ์ 
เดินหน้าท่าเรือเชียงแสน 2 มูลค่า 1.5 พันล้าน เสร็จปี 54 
ประกาศเมื่อ : 06 มิถุนายน 2009 เวลา 11:17:41 เปิดอ่านทั้งหมด 800 ครั้ง
 
เริ่มแล้วโปรเจกต์ท่าเรือเชียงแสน 2 กลุ่ม “พี.เอ.เอ็ม” คว้าสัญญาสร้างท่าเรือปากแม 
 
 
 
เริ่มแล้วโปรเจกต์ท่าเรือเชียงแสน 2 กลุ่ม “พี.เอ.เอ็ม” คว้าสัญญาสร้างท่าเรือปากแม่น้ำกก บรรจบแม่น้ำโขง มูลค่า 1.5 พันล้าน ล่าสุด เริ่มปรับแต่งหน้าดิน กำหนดสร้างเสร็จปี 54 พร้อมวางแผนขุดลอกร่องน้ำโขงใหม่ เปิดทางเรือสินค้าใหญ่เข้าเทียบท่าได้ตลอด กรมการขนส่งทางน้ำฯเชื่อมั่น คุ้มทุนแน่นอน หลังท่าเรือเชียงแสน 1 มีปริมาณสินค้าเข้า-ออกเกินเป้าหมาย จนเริ่มแออัด ด้าน อปท.-พ่อค้าท้องถิ่น ยืนยันไม่มีใครขวาง แต่เตือนต้องหารือ ส.ป.ป.ลาว ก่อนขุดน้ำโขง พร้อมให้เปิดทางชุมชนเข้าใช้ประโยชน์ร่วม
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี กระทรวงคมนาคม ได้จัดการประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเชียงแสน แห่งที่ 2 จ.เชียงราย ที่ ห้องประชุมวัดพระธาตุผาเงา ต.เวียง อ.เชียงแสน เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมีนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม เป็นประธาน และ นายชลอ คชรัตน์ อธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ก็นำคณะนักวิชาการไปประชาสัมพันธ์โครงการ มีผู้เข้าร่วมรับฟังเป็นข้าราชการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนเข้ารับฟังจำนวนหนึ่ง
       
       นายเกื้อกูล กล่าวว่า แม้โครงการนี้จะผ่านการศึกษาด้านต่าง ๆ มาเป็นอย่างดี และเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นผลดีต่อการค้าชายแดนของเชียงราย รวมถึงพื้นที่เชียงแสนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ทุกโครงการย่อมมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบในอนาคต ซึ่งตนยินดีรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายระหว่างที่ก่อสร้าง โดยล่าสุดนายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เชียงราย พรรคเพื่อไทย ก็โทรศัพท์แจ้งให้ช่วยดูโครงการให้ดีและอย่าให้มีผลกระทบ ซึ่งตนเองก็รับปากตามนั้น
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในการจัดประชาสัมพันธ์ครั้งนี้กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ได้ให้ นายพงษ์วรรณ จารุเดชา ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมของกรมให้รายละเอียดทั้งหมดของโครงการว่า ท่าเรือเชียงแสน 2 จะตั้งตรงปากแม่น้ำกก ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่หมู่บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน เนื้อที่ 402 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา โดยปัจจุบันได้ผ่านขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ประชาพิจารณ์หมดแล้ว และคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ก่อสร้างด้วยวงเงิน 1,546,400,000 ล้านบาท
       
       กรมการขนส่งทางน้ำฯ ได้ตกลงว่าจ้างบริษัท พอร์ท แอนด์ มารีน คอร์ปอเรชั่น (พี.เอ.เอ็ม) จำกัด ตามสัญญาเลขที่ 52/2552/พย.ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2552 ให้การทำก่อสร้างตามสัญญา 960 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2552-28 ธันวาคม 2554
       
       นายพงษ์วรรณ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดโครงการจะมีการสร้างท่าเทียบเรือ 5 จุด คือ ท่าเรือแบบทางลาด 2 ระดับ ด้านทิศเหนือยาว 300 เมตร และทิศใต้ยาว 300 เมตร ท่าเรือแนวดิ่งภายในแอ่งจอดเรือยาว 629 เมตร บริเวณต่อกับแอ่งจอดเรือด้านทิศเหนือยาว 554 เมตร บริเวณต่อกับแอ่งจอดเรือด้านทิศใต้ยาว 300 เมตร และท่าเรือสำหรับเรือตรวจการณ์ยาว 226 เมตร โครงการป้องกันตลิ่งเป็นเขื่อนกันตลิ่งยาวรวม 3,447 เมตร โดยแยกเป็นเขื่อนป้องกันตลิ่งในแม่น้ำโขงยาว 500 เมตร เขื่อนป้องกันตลิ่งเกาะช้างตายซึ่งเป็นเกาะกลางแม่น้ำโขงยาว 765 เมตร เขื่อนป้องกันตลิ่งสองฝั่งแม่น้ำกกด้านละ 660 เมตรและ 1,525 เมตรตามลำดับ
       
       นอกจากนี้ จะมีการขุดลอกร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำโขงกว้าง 40 เมตร ยาว 1.4 กิโลเมตร ลึก 1.5 เมตร จากระดับน้ำต่ำสุด และขุดลอกส่วนที่เป็นแอ่งจอดเรือ ซึ่งจะทำให้ต้องขุดลอกดินขึ้นมาทั้งสิ้น 1,050,000 ลูกบาศก์เมตร และจะมีการขุดลอกบำรุงรักษาประจำปีประมาณ 181,700 ลูกบาศก์เมตร
       
       ส่วนงานด้านอาคารมีทั้งอาคารสำนักงานท่าเรือและอาคารเอนกประสงค์ โรงพักสินค้า สำนักงานโรงพักสินค้าประตูทางเข้า ฯลฯ ลานจอดรถพักรอพื้นที่รวม 26,600 ตารางเมตร งานก่อสร้างถนนยาวรวม 4,036 เมตร นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ เพื่อสำรองเอาไว้และเก็บกองดินทรายที่ขุดลอกขึ้นมาใหม่โดยคำนวณปริมาณดินตะกอนที่สามารถรองรับได้ 605,146.54 ลูกบาศก์เมตร
       
       ด้านนายสมควร สุตะวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านแซว กล่าวว่า จากการทำประชาพิจารณ์ 2-3 ครั้งที่ผ่านมาจะเห็นว่าชาวบ้านไม่มีใครต่อต้านเพราะเห็นว่าจะเกิดผลดี แต่ก็ยังกังวลว่าอาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งอยากให้จัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าเพื่อชุมชนภายในท่าเรือ จึงขอให้ท่าเรือมีหนังสือไปยัง อบต.บ้านแซว เพื่อยืนยันเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการด้วย
       
       ด้านนายอรรภัณฑ์ รังษี ประธานชมรมพ่อค้าชายแดน อ.เชียงแสน กล่าวว่า บรรดานักธุรกิจชายแดนไม่มีการต่อต้านโครงการ เพราะเห็นถึงความจำเป็น แต่มีความกังวลและหากทางภาครัฐยังไม่ดำเนินการก็ขอให้เร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้มีผลกระทบภายหลัง คือ กรณีการขุดร่องแม่น้ำโขงนั้นขอให้หารือกับ สปป.ลาว ให้ดีเพราะเป็นเรื่องระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบได้
       
       นอกจากนี้ อยากให้มีการประเมินราคาค่าใช้บริการจากเรือและรถบรรทุกให้ต่ำลงเพื่อดึงดูดใจ เพราะท่าเรือแห่งที่ 1 ปัจจุบันคิดราคาเรือเทียบท่า 300 บาท และรถบรรทุก 300 บาท แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 600 บาท จนทำให้มีผู้ไปใช้บริการน้อยและหันไปใช้ท่าเรือเอกชนแทน
       
       ขณะเดียวกัน ก็กังวลเรื่องระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จะลดระดับลงตั้งแต่เดือนธันวาคม-เมษายน ของทุกปี จึงเกรงว่าเรือสินค้าที่ตั้งเป้าให้รับได้กว่า 300 ตัน จะเข้าไปปากแม่น้ำกก ที่ห่างจากท่าเรือแห่งเดิมประมาณ 10 กิโลเมตรไม่ได้ ก็จะทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ท่าเรือได้เต็มที่ตามเป้าหมาย
       
       อย่างไรก็ตาม นายชลอ คชรัตน์ อธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี กล่าวว่า มีความจำเป็นต้องสร้างท่าเรือใหม่ เพราะแห่งที่ 1 มีเนื้อที่แค่ 9 ไร่ ใช้งานแค่ 4 ไร่ที่เหลือใช้จอดรถ และขยายตัวสร้างคลังสินค้าก็ไม่ได้ทั้งยังอยู่กลางเมืองเชียงแสนและโบราณสถานเชียงแสน
       
       นอกจากนี้ กำหนดให้ได้ใช้งานนาน 15 ปี รองรับปริมาณสินค้าได้ปีละ 300,000 ตัน แต่ปรากฏว่าปัจจุบันปริมาณสินค้าทะลุกว่า 100,000 ตันแล้ว สำหรับเรื่องความคุ้มทุนนั้นตนเห็นว่าไม่น่าห่วงเพราะ 7 เดือนที่ผ่านมาท่าเรือแห่งที่ 1 ทำกำไรได้ประมาณ 3 ล้านบาท คาดว่าตลอดทั้งปีอาจจะถึง 5-10 ล้านบาท ดังนั้นหากท่าเรือแห่งที่ 2 แล้วเสร็จและใช้ได้อย่างเต็มที่อาจจะมีรายได้ทะลุ 10-20 ล้านบาท ด้านความกังวลเรื่องผลกระทบ กรมฯได้กำหนดเอาไว้ในสัญญาทุกระดับเอาไว้กว่า 10 แผนเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา
       
       ทั้งนี้ ระหว่างที่มีการประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวต่อภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนี้ บริเวณไซต์งานก่อสร้าง ก็เริ่มนำเครื่องจักรเข้าไปปรับหน้าดิน ซึ่งเป็นป่าแขม ติดกับแม่น้ำกก-แม่น้ำโขงแล้ว

แหล่งข่าว ผู้จัดการออนไลน์
 
* เชียงรายโฟกัส ดอทคอม/ www.chiangraifocus.com



5บริษัทยักษ์ชิงดำสร้างสะพานแม่น้ำโขง โครงการร่วมไทย-จีนมูลค่าพันล้าน

วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11594 มติชนรายวัน


นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวงเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ หรือที่ห้วยทราย-เชียงของ ว่ามีกลุ่มบริษัทก่อสร้างที่ผ่านการคัดเลือกตามเงื่อนไขในการเข้ายื่นซองประกวดราคา ซึ่งจะเปิดยื่นซองในวันที่ 7 มกราคม 2553 แล้ว 5 ราย เป็นกลุ่มบริษัทร่วมค้าระหว่างบริษัทไทยกับจีน ประกอบด้วยกลุ่มร่วมค้าซีเควายเอส กลุ่มร่วมค้าซีทีเอ็น กลุ่มพันธมิตรเอสซีซี-เอ็มบีซีซี และกลุ่มร่วมค้าซีอาร์เอส-เคที คาดว่า หลังได้ผู้ชนะการประมูลแล้ว จะลงนามสัญญาจ้างและเริ่มงานก่อสร้างได้ในเดือนมีนาคม 2553 โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน

สำหรับสะพานดังกล่าว เป็นโครงการร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงนามร่างความตกลงว่าด้วยการจัดการด้านการเงินสำหรับงานก่อสร้าง โดยร่วมกันรับผิดชอบฝ่ายละเท่ากัน วงเงินค่าก่อสร้าง 1,624 ล้านบาท หรือประเทศละ 812 ล้านบาท ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติให้ปรับวงเงินค่าก่อสร้างในส่วนที่รัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบแล้ว 812 ล้านบาท และเพิ่มวงเงินค่าควบคุมงานอีก 45.5 ล้านบาท

ทั้งนี้ ลักษณะของสะพาน จะมีความยาว 11.6 กิโลเมตร โดยจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขง ขนาด 2 ช่องจราจรพร้อมทางเท้า ความยาว 480 เมตร และสะพานเชิงลาดฝั่งไทย ยาว 150 เมตร รวมความยาว 630 เมตร ถนนฝั่งไทย เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 4 ช่องจราจร มีความยาว 5 กิโลเมตร มีจุดเปลี่ยนทิศทางจราจร เป็นทางแยกระดับพื้นดิน และติดตั้งสัญญาณไฟจราจร โดยรูปแบบการก่อสร้างพร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ส่วนถนนฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 2 ช่องจราจร มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ก่อสร้างพร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้าง

หน้า 18



หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 21 มกราคม 2010, 14:29:02
เชียงราย – “ซาเล้ง” นำทีม รมต.คมนาคมภูมิใจไทย นำคณะลงเชียงราย ตระเวนดูการก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 – สะพานข้ามโขง 4 ก่อนขึ้นเวที อบจ.เชียงราย ที่ส่งเทียบเชิญ ภท. เปิดทิศทางอนาคตรถไฟ “เด่นชัย-เชียงราย”

รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า ระหว่างวันที่ 21-22 ม.ค.53 นี้นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีกำหนดตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยในวันแรก (21 ม.ค.) จะเดินทางไปตรวจติดตามการก่อสร้างท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ที่หมู่บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ชายแดนไทย-สปป.ลาว ซึ่งกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีกำลังก่อสร้างบนเนื้อที่ 402.3 ไร่ ด้วยงบประมาณ 1,560.580 บาท เพื่อสร้างท่าเรือใหม่ให้สามารถรองรับเรือรุ่นใหม่ที่มีความยาว 40 เมตร ได้พร้อมกัน 11 ลำ มีลานจอดรถขนาด 93,830 ตารางเมตร หน้าท่าเป็นทางลาดกว้าง 15 เมตร ยาว 30 เมตร ระดับ 2 ชั้น

ซึ่งจะเป็นท่าเรือ ที่สามารถใช้ได้ทั้งระดับน้ำขึ้นและลง มีท่าเรือที่ขนถ่ายด้วยเครน 4 ท่า รองรับรถยก 30 ตัน และมีท่าสำหรับขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ มีสะพานขนาด 10 คูณ 50 เมตร ยื่นไปกลางแม่น้ำสำหรับเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม นอกจากนี้ในระยะที่ 2 กำหนดให้เพิ่มระบบเครนและสายพาน 1 ท่า ระบบตู้คอนเทนเนอร์อีก 8 ท่า เป็นที่ตั้งของ 8 หน่วยงาน เช่น ศุลกากร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ด่านตรวจพืช-สัตว์ องค์การอาหารและยา (อย.) ฯลฯ ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2553 นี้หรือใช้ระยะเวลาก่อสร้างนาน 2 ปี

จากนั้นจะลงตรวจพื้นที่ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง (เชียงของ-ห้วยทราย) ฝั่งไทยที่อำเภอเชียงของ เพื่อเชื่อมกับถนน R3A ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ซึ่งตามแปลนก่อนสร้าง จะเป็นสะพานแบบ Pre-Stressed Concrete Box Girder Bridge โดยมีเสาตอม่อในแม่น้ำโขง 4 เสา ตัวสะพานจะกว้าง 14.7 เมตร มีสองช่องจราจร ความยาวตัวสะพาน 480 เมตร แต่เมื่อรวมกับสะพานต่อเนื่องบนบกของฝั่งไทยก็จะมีความยาวรวม 630 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีโครงการเสริมคือการสร้างถนน 4 ช่องจราจรในฝั่งไทยอีกประมาณ 5 กิโลเมตรโ ดยกันเขตทางเอาไว้ 60 เมตร และถนน 2 ช่องจราจรในฝั่ง สปป.ลาว ระยะทาง 60 กิโลเมตร เขตทาง 50 เมตร รวมทั้งสร้างอาคารด่านพรมแดนทั้งฝั่ง อ.เชียงของ และเมืองห้วยทราย เป็นรูปแบบศิลปะล้านนาผสมผสานกับศิลปะประจำถิ่น และกันพื้นที่ไว้เป็นจุดจอดรถ คลังสินค้า ส่วนขยาย ฯลฯ และสร้างจุดเปลี่ยนการจราจรในฝั่ง อ.เชียงของ เพื่อให้สอดคล้องกับการจราจรในฝั่ง สปป.ลาว และจีนด้วย

ล่าสุดโครงการนี้ได้ประกวดราคาจัดหาเอกชนเพื่อทำการก่อสร้างแล้ว ด้วยงบประมาณร่วมไทย-จีน ประมาณ 1,650 บาท กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบสัญญา ก่อนที่จะเริ่มก่อสร้างได้ในเดือนมีนาคม 53 และให้แล้วเสร็จในปี 2555 หรือภายในระยะเวลา 30 เดือนต่อไป

วันเดียวกัน (21 ม.ค.)ในช่วงเย็นนายโสภณ และคณะจะเดินทางไปยังสำนักงานแห่งใหม่ของแขวงการทางเชียงรายที่ 1 ประชุมร่วมกับหน่วยงานในสังกัดใน จ.เชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการต่าง ๆ จากนั้นเดินทางไปตรวจราชการ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงรายแห่งที่ 2 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย

โดยในวันพรุ่งนี้ (22 ม.ค.) คณะ รมว.คมนาคมจะเดินทางไปยังห้องประชุม ศูนย์บูรณาการและการเรียนรู้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “แนวทางการพัฒนาจังหวัดเชียงราย” ซึ่งมีรายงานว่า จะมีการเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนาเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย ที่มีการผลักดันกันมานาน แต่ล่าสุดรัฐบาลกลับให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กลับไปศึกษาความคุ้มทุนกันใหม่อีก ทำให้โครงการไม่มีการก่อสร้างอีกเช่นเคย
ขณะที่หน่วยงานองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ เช่น อบจ.เชียงราย มหาวิทยาลัยทุกแห่ง ภาคสื่อมวลชน ฯลฯ ต่างพยายามผลักดันในเรื่องนี้ไปยังกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ในขั้วพรรคภูมิใจไทยอย่างเต็มที่

http://www.manager.co.th/Local/ViewN...=9530000008816


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 21 มกราคม 2010, 14:34:27
ชงสารพัดโปรเจกต์รับลุ่มน้ำโขงโต ทั้งเปิดด่านเพิ่มรอบทิศ-รื้อลอจิสติกส์ เหนือ

เชียงราย – รัฐ-เอกชน เร่งชงสารพัดโครงการรองรับกรอบการพัฒนาลุ่มน้ำโขง ทั้งเปิดด่านเพิ่มรอบชายแดน ปลุกผีรถไฟเด่นชัย – เชียงราย ขณะที่ผู้ว่าฯเชียงใหม่ นำทีมเจรจา “อลงกรณ์” ดันรัฐบาล “มาร์ค” รื้อลอจิสติกส์ 10 จังหวัดภาคเหนือเพิ่มศักยภาพการขนส่ง

นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (คสศ.) หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ เปิดเผยภายหลังจัดประชุม คสศ.หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ ครั้งที่ 1/2553 ณ โรงแรมพิมานอินน์ อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า คสศ.ได้ทำเรื่องถึงเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ เพื่อให้มีการผลักดันให้มีการจัดหาที่ดินบริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมกับถนน R3a ในฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว )ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยกันที่ดินมาใช้ในการเป็นศูนย์บริการด้านลอจิสติกส์โดยเฉพาะภาคการขนส่งระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ซึ่งสภาพัฒน์ได้เห็นชอบในหลักการไปแล้วและมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เข้าไปศึกษาวิจัยให้แล้วเสร็จภายในเดือน กันยายน 2553

นายพัฒนา กล่าวว่า หลังการดำเนินการแล้วดังกล่าว คสศ.หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ ได้มีการประชุมกันในครั้งนี้และมีมติให้จัดทำหนังสือข้อเรียกร้องผ่านนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรับผิดชอบดูแลด้านลอจิสติกส์ของรัฐบาลและเดินทางมาร่วมสัมมนาเรื่อง GMS ในทศวรรษใหม่ เพื่อให้พิจารณาเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาดำเนินการอีกหลายเรื่อง

ได้แก่ ให้เปิดจุดผ่านแดนใหม่ในภาคเหนือโดยเฉพาะที่ด่านบ้านห้วยผึ้ง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ด่านกิ่วผาวอก จ.เชียงใหม่ ให้รัฐบาลได้มีการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดการเปิดด่านต้าลั๊ว บนถนน R 3 b เชื่อมไทย-พม่า-จีนตอนใต้ ซึ่งด่านนี้เป็นจุดเชื่อมระหว่างจีนตอนใต้กับพม่า แต่ถูกปิดใช้งานมานานหลายปีแล้ว และหากเปิดใช้งานได้ก็จะมีระยะทางในการขนส่งสินค้าและท่องเที่ยวจาก จ.เชียงราย สู่จีนตอนใต้ ได้ใกล้เคียงกับถนน R3a ที่ผ่าน สปป.ลาว
นอกจากนี้ยังได้เสนอให้มีการพัฒนาระบบรถไฟรางคู่จาก อ.เด่นชัย จ.แพร่ สู่เชียงราย ให้สำเร็จในรัฐบาลชุดนี้หลังจากเรื่องยืดเยื้อมานานหลายสิบปีแล้ว

นายประสพสุข พ่วงสาครา ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ ในฐานะที่ปรึกษา คสศ.หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ประเทศจีนได้มีการเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงจากเมืองหูเป่ยหรืออู่ฮั่น ลงมาถึงเมืองฉางซา เมืองหลวงของมณฑลหูหนัน และต่อมายังเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้งแล้ว รวมทั้งกำลังจะเชื่อมต่อมายังเมืองเซินเจิ้น เขตเศรษฐกิจพิเศษที่สำคัญในภาคใต้ด้วย

รถไฟความเร็วสูงดังกล่าวทำความเร็วได้ถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาระบบการขนส่งทั่วประเทศของจีนให้เชื่อมถึงกันทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าภายใน 10-15 ปีข้างหน้ารถไฟความเร็วสูงดังกล่าวจะเชื่อมต่อไปยังมณฑลต่างๆ อีก และลงสู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งมีการค้าขายกับประเทศไทยผ่าน จ.เชียงราย โดยตรง จากนั้นคงจะเชื่อมต่อลงไปยังกลุ่มอาเซียนอื่นๆ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ต่อไป ดังนั้น การเตรียมการรองรับระบบการขนส่งอันเกิดจากการถาโถมลงมาของเศรษฐกิจจีน จึงเป็นสิ่งที่ดี

ด้านนายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่าปัจจุบันเชียงรายมีการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านผ่าน 3 จุดผ่านแดนถาวรที่ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ โดยถนน R3a ซึ่งเชื่อมกับจุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงของ มีความคึกคึกมากขึ้นตามลำดับ หลังถนนแล้วเสร็จ และกำลังมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมระหว่าง อ.เชีย'ของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ด้วย ดังนั้นในอนาคตคงต้องให้ความสำคัญต่อระบบลอจิสติกส์เพราะเป็นต้นทุนของการค้าถึง 17% แต่ที่ประเทศสิงคโปร์มีการจัดระบบลอจิสติกส์ดีมาก จึงทำให้ต้นทุนลดลงเหลือ 10% ซึ่งตนเห็นว่าการผลักดันเรื่องรถไฟเด่นชัย-เชียงราย เป็นหนึ่งในการพัฒนาระบบลอจิสติกส์ของ จ.เชียงราย

นายสุพจน์ กลิ่นปราณีต ประธานหอการค้า จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เหตุที่ต้องผลักดันให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนไทย-พม่า ที่บ้านห้วยผึ้งเนื่องจากจุดดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากเมืองเนปิดอร์เมืองหลวงใหม่ของประเทศพม่าเพียงประมาณ 200 กิโลเมตร และสามารถเชื่อมต่อไปยังเมืองใหญ่ต่างๆ ของพม่ารวมทั้งผ่านไปยังประเทศบังกลาเทศ อินเดียหรือขึ้นสู่จีนตอนใต้ได้

ในโอกาสนี้นายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ได้นำคณะตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนในภาคเหนือ นำเสนอเรื่องการพัฒนาระบบลอจิสติกส์ในภาคเหนือเพื่อให้รัฐบาลนำไปดำเนินการ โดยเสนอให้มีการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบลอจิสติกส์ระหว่าง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน กับจังหวัดที่เกี่ยวข้องคือพิษณุโลก ตาก และอุตรดิตถ์ หรือ 8 บวก 3 แต่นายอลงกรณ์ ขอให้ทุกจังหวัดได้กลับไปประชุมหารือกันอีกครั้ง เพื่อแจ้งรายละเอียดในการศึกษาร่วมกันให้ชัดเจนจากนั้นให้นำเสนอไปยังรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง

นายอมรพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการคมนาคมในกลุ่มประเทศ GMS โดยเฉพาะระเบียงเหนือ-ใต้ หรือไทย-จีนตอนใต้ ซึ่งมีการพัฒนาไปมากโดยมีการสร้างถนน สะพาน เส้นทางการบิน ทางเรือ ฯลฯ ถึงกันตลอด แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาแต่ละจังหวัดในภาคเหนือ ซึ่งกำลังจะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาดังกล่าวโดยตรง กลับมีการพัฒนาในลักษณะต่างฝ่ายต่างดำเนินการทำให้ดูเหมือนว่าไม่ได้เชื่อมต่อถึงกัน โดยเฉพาะระบบลอจิสติกส์ไม่ได้หมายถึงแค่การขนส่งแต่หมายถึงทุกๆ อย่างในการนำสินค้าจากแหล่งผลิตไปสู่จุดจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นจึงได้เสนอให้รัฐบาลอนุมัติให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ศึกษาวิจัยใน 8 จังหวัดบวก 3 ดังกล่าว ว่าสภาพปัจจุบันเป็นอย่างไร และในอนาคตแต่ละจังหวัดควรจะทำสิ่งใด เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพและความเหมาะสมของตัวเอง รวมทั้งหาแนวทางเชื่อมโยงระบบลอจิสติกส์ร่วมกัน ทั้งนี้หากได้รับการอนุมัติงบประมาณก็คงจะใช้เวลาเพียง1 ปีเท่านั้น

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 20 มกราคม 2553 20:23 น.


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 26 มกราคม 2010, 12:56:38
กรมทางหลวงกำหนดโครงการขนส่งพื้นฐานเชื่อมต่อประเทศลุ่มน้ำโขง




กรุงเทพฯ 25 ม.ค. - นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยหลังสัมมนาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการระบบคมนาคมขนส่งจังหวัดเชียงราย ว่า ขณะนี้กรมทางหลวงมีโครงการรองรับยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งในจังหวัดเชียงราย และพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการคมนาคมขนส่งสินค้า และ ท่องเที่ยวมากขึ้น

ทั้งนี้ โครงการต่าง ๆ จะประกอบด้วย การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของตาม โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (ห้วยทราย- เชียงของ) ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยร่วมกันรับผิดชอบฝ่ายละเท่ากัน ในวงเงินค่าก่อสร้าง 1,624 ล้านบาท ซึ่งความคืบหน้าในขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจเอกสารและลงนามในสัญญาคาดว่าจะลงนามาได้ในเดือนมีนาคม 2553 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะก่อให้เกิดประโยชน์กับอนุภูมิภาคแห่งนี้ ในด้านการค้าการลงทุน มีความสะดวกในการคมนาคมขนส่งและการติดต่อกัน รวมทั้งศักยภาพด้านการท่องเที่ยวระหว่างเชียงรายถึงคุนหมิงอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสนับสนุนเพื่อรองรับสะพานเชียงของและท่าเรือเชียงแสน 2 ซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวงมีแผนที่จะปรับปรุงถนน ก่อสร้างและขยายทางหลวงหมายเลข 1152 จากจังหวัดเชียงราย - อำเภอพญาเม็งราย - บ้านต้าตลาด และทางหลวงหมายเลข 1120 จาก บ้านต้าตลาด – อำเภอเชียงของ ระยะทางรวม 110 กิโลเมตร ให้เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ส่วนการพัฒนาเส้นทางรองรับท่าเรือเชียงแสน 2 กรมทางหลวงยังมีแผนงานโครงการพัฒนาทางหลวงรองรับการก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 ได้แก่โครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 1061 จาก อำเภอแม่จัน – อำเภอเชียงแสน (รวมทางเลี่ยงเมืองเชียงแสน ระยะทางระยะ 37 กิโลเมตร) ให้เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 1290 จากอำเภอแม่สาย – อำเภอเชียงแสน ระยะทาง 36 กิโลเมตร ให้เป็นถนน 4 ช่องจราจร โครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 1129 จากอำเภอเชียงแสน–อำเภอเชียงของ ระยะทาง 59 กิโลเมตร ให้เป็นถนน ขนาด 4 ช่อง จราจร และการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเชียงราย ระยะทาง 28 กิโลเมตร โดยจะทำเป็นโครงการก่อสร้างขนาด 4 ช่องจราจร

โครงการทางหลวงหมายเลข 1290 อำเภอแม่สาย – อำเภอเชียงแสน ส่วนที่ 1 ระยะทาง 30.46 กิโลเมตร ค่างาน 598 ล้านบาท สัญญา 1 ตุลาคม 2552 – 21 สิงหาคม 2554 , ทางหลวงหมายเลข 1290 อำเภอแม่สาย – อำเภอเชียงแสน ส่วนที่ 2 ระยะทาง 8.00 กิโลเมตร ค่างาน 300 ล้านบาท ทางหลวงหมายเลข 1016 อำเภอแม่จัน – อำเภอเชียงแสน ระยะทาง 19.2 กิโลเมตร ค่างาน 630.98 ล้านบาท สัญญา 7 ต.ค.52 – 26 ก.ย.54 ทางหลวงหมายเลข 1016 อ.แม่จัน – อ.เชียงแสน (รวมทางเลี่ยงเมืองเชียงแสน) ระยะทาง 16.402 กิโลเมตร ค่างาน 540 ล้านบาท (อยู่ระหว่างคิดราคา) ทางหลวงหมายเลข 118 เชียงใหม่ – เชียงราย ตอน 4 ระยะทาง 27 กิโลเมตร ค่างาน 900 ล้านบาท ทางหลวงหมายเลข 118 เชียงใหม่ – เชียงราย ตอน 3 ระยะทาง 40 กิโลเมตร ค่างาน 1,300 ล้านบาท ทางหลวงหมายเลข 118 เชียงใหม่ – เชียงราย ตอน 1(ดอยสะเก็ด – แม่เจดีย์) ระยะทาง 33 กิโลเมตร ค่างาน 1,300 ล้านบาท ทางหลวงหมายเลข 118 เชียงใหม่ – เชียงราย ตอน 2 (ดอยสะเก็ด – แม่เจดีย์) ระยะทาง 10 กิโลเมตร ค่างาน 420 ล้านบาท สะพานที่อำเภอเชียงของ ค่างาน 1,624 ล้านบาท (ปี 2553 – 2555) คาดว่าก่อสร้าง พ.ค. 2553

ทางหลวงหมายเลข 1020 เชียงราย - เชียงของ ตอน 1 ระยะทาง 11.1 กิโลเมตร ค่างาน 320 ล้านบาท สัญญา 9 ก.ย. 2552 – 31 พ.ค. 2554 ผลงาน 0.69% ทางหลวงหมายเลข 1020 เชียงราย - เชียงของ ตอน 2 ระยะทาง 18.9 กิโลเมตร ค่างาน 663.80 ล้านบาท สัญญา 10 พ.ย. 2552 – 30 ต.ค. 2554 ทางหลวงหมายเลข 1129 เชียงแสน – เชียงของ ระยะทาง 59 กิโลเมตร ค่างาน 995 ล้านบาท ทางหลวงหมายเลข 1020 เทิง – บ้านต้าตลาด ระยะทาง 25 กิโลเมตร ค่างาน 850 ล้านบาท ทางหลวงหมายเลข 1152,1020 เชียงราย - เชียงของ ตอน 3 ระยะทาง 75 กิโลเมตร

นายวีระ กล่าวอีกว่า เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะก่อให้เกิดประโยชน์กับอนุภูมิภาคแห่งนี้ ในด้านการค้าการลงทุน มีความสะดวกในการคมนาคมขนส่งและการติดต่อกัน รวมทั้งศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวระหว่างเชียงรายถึงคุนหมิงอีกด้วย. -สำนักข่าวไทย


http://news.mcot.net/economic/inside...ZudHlwZT10ZXh0


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 28 มกราคม 2010, 03:13:36
(http://www.chiangrai.net/cpoc/2009/Articles/Uploaded/298255110240CRLogo.gif)

กรมทางหลวง จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงเชียงราย – สะพานข้ามแม่น้ำโขง


*********************


นายวิชัย เรืองสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน กรมทางหลวง แจ้งว่า สำนักแผนงาน กรมทางหลวง ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาฯ เพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้าง 4 ช่องจราจร โครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงเชียงราย – สะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชียงของ ซึ่งในขั้นตอนของการศึกษาฯ จะต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่โครงการ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการฯ


กรมทางหลวงได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน อันจะเอื้อประโยชน์สูงสุดในการศึกษาฯ และสอดคล้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 จึงได้กำหนดให้มีการประชุมสัมมนาครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอภาพรวมของโครงการ ความก้าวหน้าของการศึกษา สรุปผลการคัดเลือกรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการศึกษา ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2553 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องแม่กก แขวงการทางเชียงรายที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุเมธ แสงนิ่มนวล จะกล่าวเปิดการประชุม ในเวลา 09.05 น


http://www.chiangrai.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=100127142202 (http://www.chiangrai.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=100127142202)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 28 มกราคม 2010, 15:49:52
เดินหน้าสร้างสะพานข้ามโขง4 วางศิลาฤกษ์เม.ย.นี้-แล้วเสร็จ2555

แนวหน้า 26/01/2010


เชียงราย:นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ระหว่าง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน(สปป.)ลาว ด้วยงบประมาณก่อสร้างกว่า 1,650 ล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้มีการเปิดซองประกวดราคาเพื่อจัดหาเอกชนดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ กลุ่มซีอาร์ 5-เคที จอยท์เวนเจอร์ ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัทไชน่า เรลเวย์ โน.5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด จากประเทศจีน บริษัทกรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด จากประเทศไทย และได้ทำสัญญาก่อสร้างสะพานดังกล่าวให้แล้วเสร็จระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือนหรือปลายปี 2555

โดยรูปแบบของสะพานจะมีความยาวของตัวสะพาน 480 กิโลเมตร โดยมีช่วงถนนเชื่อมสะพานฝั่งไทย 150 เมตร และ ฝั่ง สปป.ลาว อีก 6 กิโลเมตร ตัวสะพานออกแบบให้มีสองช่องจราจรไปและกลับกว้าง 14.7 เมตร และมีไหล่ทางกว้าง 1.25 เมตร โดยแบบทั้งหมดเป็นแบบที่สมบูรณ์จะไม่มีการแก้ไขใดๆ อีก

ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมมุ่งที่จะให้เชียงรายเป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงโดยเฉพาะการเชื่อมไทย-จีนตอนใต้ โดยสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 จะเป็นโครงข่ายที่สามารถเชื่อมกับถนน R3A ไทย-สปป.ลาว-จีน หรือเหนือ-ใต้ของกลุ่มประเทศ GMS ทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยว และขั้นตอนต่อไปคือการส่งมอบพื้นที่ให้กับกรมทางหลวงเพื่อเปิดให้เอกชนทำการก่อสร้าง

ส่วนกรณีที่กลุ่มทุนไทย-เกาหลีใต้ ได้รับสัมปทานพัฒนาพื้นที่ 1,200 ไร่ในฝั่งเมืองห้วยทราย สปป.ลาว แต่ไปขวางแบบแปลนที่กรมทางหลวงออกแบบให้สร้างถนนไกล 6 กิโลเมตร และด่านพรมแดนในฝั่ง สปป.ลาว ทับซ้อนกับพื้นที่สัมปทานดังกล่าวถึง 70 ไร่ นั้นปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งเชื่อว่าทาง สปป.ลาว คงจะเข้าไปจัดการได้.


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 28 มกราคม 2010, 15:50:28
กดปุ่มสะพานข้ามโขงเชียงของ อีก30เดือนเปิดใช้-แฉกลุ่มทุนกาสิโนป่วน

วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7000 ข่าวสดรายวัน


เชียงราย - นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากกรณีที่กรมทางหลวงได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้ออกแบบก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมไทย-ลาว แห่งที่ 4 ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว เพื่อเชื่อมกับถนนอาร์สามเอ ไทย-ลาว-จีนตอนใต้ นั้น ล่าสุดได้เปิดซองประมูลก่อสร้างจากเอกชนหลายราย ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่ากลุ่มเอกชนที่ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ กลุ่มกลุ่มซีอาร์ 5-เคที จอยท์เวนเจอร์ จากประเทศจีน และบริษัท กรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด จากประเทศไทย

นายวีระกล่าวว่า สำหรับรูปแบบของสะพานคือ ตัวสะพานมีความยาว 480 เมตร ซึ่งยังไม่รวมถนนในฝั่งลาวและฝั่งไทย โดยจะมีทางต่อเนื่องกับตัวสะพานในฝั่งไทยอีกประมาณ 150 เมตร และก่อสร้างถนนในฝั่งลาวอีกประมาณ 6 ก.ม. การจราจรจะเป็นสองช่องสวนกันบนสะพาน ความกว้างของตัวสะพานประมาณ 14.7 เมตร มีไหล่ทางข้างละ 1.25 เมตร รวมทั้งมีการก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนทั้งฝั่งไทยและลาวด้วยงบประมาณ 1,625 ล้านบาท โดยไทยกับจีนเสียค่าใช้จ่ายประเทศละ 50% กำหนดระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 30 เดือน เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย.นี้เป็นต้นไป

นายวีระกล่าวถึงกรณีที่ได้มีกลุ่มทุนไทย-เกาหลีใต้เข้าไปได้สัมปทานที่ดิน จุดก่อสร้างฝั่งลาวและดำเนินโครงการนาคราชนคร 1,200 ไร่ โดยกำลังก่อสร้างสนามกอล์ฟ ไร่เกษตร โรงแรมห้าดาวขนาด 120 ห้อง กาสิโน รีสอร์ต ฯลฯ เรียกร้องให้กรมทางหลวงเปลี่ยนแบบแปลนไปสร้างถนนอ้อมด้านหลังโครงการแทนที่จะตัดผ่านที่ดินของโครงการว่า กรมทางหลวงจะไม่มีการแก้ไขแบบแปลนดังกล่าวอีกแล้ว เพราะได้มีการออกแบบกันมาตั้งแต่ต้นและเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีน ทุกอย่าง

หน้า 28


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 29 มกราคม 2010, 14:50:07
ทีเอ็นที รุกตลาดโลจิกสติกส์เชียงใหม่ -ลำพูน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ - วันที่ 28 มกราคม 2553 18:27

(http://www.bangkokbiznews.com/home/media/2010/01/28/images/news_img_97801_1.jpg)
[/CENTER]

ทีเอ็นที รุกตลาดโลจิกสติกส์เชียงใหม่ -ลำพูน เน้นเจาะตลาดในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ หวังดึงส่วนแบ่งจากผู้ประกอบการขนส่งญี่ปุ่น

นายธราธร ศรีสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ทีเอ็นที เอ็กซเพรส เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย)  จำกัด ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ด่วน เปิดเผยถึงการจัดงาน "ทีเอ็นที เชียงใหม่ โรดโชว์" ว่า การเดินทางมาจัดโรดโชว์ที่จ.เชียงใหม่ครั้งนี้ เพื่อเจาะตลาดในพื้นที่จ .เชียงใหม่ - ลำพูน โดยเน้นกลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ซึ่งปัจจุบันการขนส่งสินค้าในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนืออยู่ในมือของผู้ประกอบ การขนส่งชาวญี่ปุ่นเป็นหลัก

บริษัท ทีเอ็นที เคยมาทำตลาดที่จ.เชียงใหม่ - ลำพูน แล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือน มิ.ย. 2552 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้เข้าไปทำตลาดอย่างจริงจังในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ  ส่วนเป้าหมายการทำตลาดจะเน้นการขนส่งโดยใช้เส้นทางอาร์ 3 เอ เชื่อมไทย - ลาว - จีน ผ่านอ.เชียงของ - ห้วยทราย - หลวงน้ำทา - บ่อเต็น - บ่อหาน -สิบสองปันนา เป็นการขนส่งโดยใช้รถบรรทุก เพราะจุดแข็งของบริษัท คือ เป็นผู้ประกอบการขนส่งข้ามประเทศ โดยรถบรรทุกที่มีศักยภาพมากที่สุด

นายธราธร กล่าวอีกว่า  เส้นทางอาร์ 3 เอ ถือเป็นทำเลทองในการดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์ แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการด้านนี้เข้าไปลงทุนอย่างจริงจัง บริษัท ทีเอ็นที เชื่อว่าหลังเข้ามาทำตลาดในปี 2553 นี้ จะมีรายได้เพียงขึ้นไม่ต่ำกว่า 20 - 30% จากปัจจุบัน

ดร.วิทยา สุหฤทดำรง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการห่วงโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า  เส้นทางอาร์ 3 เอ เป็นโครงข่ายคมนาคมทางบกที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเป็นหลัก จึงไม่สามารถใช้ประโยชน์ด้านโลจิสติกส์ได้เต็มที่ เพราะไม่มีการเตรียมความพร้อมรองรับ  การขนส่งผ่านเส้นทางอาร์ 3 เอ ยังมีอุปสรรคและล่าช้า ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ หากต้องใช้ประโยชน์จากเส้นทางคมนาคมเพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น จำเป็นต้องพัฒนาถนนให้มีความพร้อมรองรับมากกว่านี้ ตัวอย่างเช่น จีนที่ใช้งบลงทุนด้านโลจิกสติกส์ค่อน ข้างสูง การก่อสร้างหรือตัดถนนของจีน จะเน้นตัดถนนเป็นทางตรงเพื่อใช้ประโยชน์และลดต้นทุนโลจิสติกส์เป็นหลัก โดยเฉพาะเส้นทางอาร์ 3 เอ  ที่จีนพัฒนาเพราะต้องการขนส่งสินค้ามาทางตอนใต้ของประเทศ สำหรับประเทศไทยมาตรฐานการตัดถนนยังไม่ดีเท่าที่ควรแม้มีการลงทุนขยายถนน เพิ่มขึ้น

ดร.วิทยา กล่าวอีกว่า   โครงสร้างถนนของประเทศไทยใช้ประโยชน์เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเท่านั้น หากต้องการใช้ประโยชน์ด้านโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนและเวลาในการขนส่ง ต้องพัฒนามาตรฐานการก่อสร้างถนนให้รองรับการขนส่งสินค้า  รวมทั้งต้องพัฒนาตลาดและออกไปหาลูกค้า มิฉะนั้นประเทศไทยจะไม่สามารถเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งในภูมิภาคได้

พม่า ลาว และเวียดนาม มีช่องทางออกสู่ทะเล จึงเป็นทางเลือกของจีน  ในอนาคตหากไทยไม่เร่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโลจิกสติกส์จีน อาจเปลี่ยนเส้นทางไปใช้ทางออกสู่ทะเลช่องทางอื่นแทน เพราะไทยไม่มีท่าเรือน้ำลึกเพิ่มเติมนอกเหนือจากท่าเรือแหลมฉบังเพียงแห่ง เดียวซึ่งปัจจุบันแออัดมาก ส่วนระบบรถไฟรางคู่ในประเทศการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ไม่มีแผนพัฒนา ขณะที่จีนได้มุ่งสร้างเส้นทางรถไฟไปยังเวียดนามแทนแล้ว" ดร.วิทยากล่าว


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 29 มกราคม 2010, 14:53:16
----


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 29 มกราคม 2010, 15:20:11
ทล.เปิดห้องแจงแนวถนนรับสะพานโขง 4-ชาวบ้านยืนข้อเสนอยึดแนวเส้นทางเก่า
(http://pics.manager.co.th/Images/553000001334301.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/553000001334302.JPEG)
   
เชียงราย– ทางหลวงเปิดห้องแจงความเหมาะสมแนวถนน 4 เลนเชื่อมสะพานข้ามโขง 4 ทะลุลาว ครั้งที่ 2 เผยชาวบ้านในพื้นที่เชียงของ ยืนข้อเสนอขยายแนวถนนเดิม หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อีกทาง[
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าเมื่อเร็วๆนี้ ที่ห้องประชุมแม่กก สำนักงานแขวงการทางเชียงรายที่ 1 อ.เมือง จ.เชียงราย กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้จัดประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 เพื่อศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร เชื่อมโยงเชียงราย-สะพานข้ามแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ
       
       ทั้งนี้ ได้จัดให้บริษัทที่ปรึกษาประกอบไปด้วยบริษัทไอเอ็มเอ็มเอส จำกัด บริษัทพี.วี.เอส.-95 คอนซัลแต้นซ์ จำกัด ,บริษัทเซเว่น แอสโซซิเอต คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัทเอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด สรุปผลการดำเนินการที่ผ่านมาให้ส่วนราชการและประชาชนได้รับทราบและเสนอแนะ โดยมีนายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม
       
       นายธีรพจน์ วราชิต ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อเป็นโครงข่ายทางหลวงจากเชียงราย-สะพานข้ามแม่น้ำโขง ที่ อ.เชียงของ ซึ่งทางกรมทางหลวง กำหนดก่อสร้างให้แล้วเสร็จอย่างช้าปี 2554 นี้ เพื่อเชื่อมกับถนน R3A ใน สปป.ลาว-จีนตอนใต้ อันจะเป็นการพัฒนาตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Great Mekong Sub region หรือ GMS)
       
       ดังนั้นจึงพยายามศึกษาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดและได้คัดเลือกการ พัฒนาถนนสี่ช่องจราจรไปตามแนวเส้นทางเดิมก่อน คือจากบ้านหัวดอย ต.ท่าสาย อ.เมือง หรือจุดเริ่มต้นของถนนสาย 1152 ไปยัง ต.ขุนตาล เพื่อต่อกับถนนสาย 1020 สายบ้านต้า-เชียงของ ไปเชื่อมกับการก่อสร้างถนนสี่ช่องจราจรซึ่งกรมทางหลวงได้ก่อสร้างอยู่แล้ว ตั้งแต่ตัว อ.เชียงของ ลงมาตามถนนสาย 1020 จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 105
       
       ด้านนายโชคพิพัฒน์ เลิศพงศ์อารยะ วิศวกรโครงการ กล่าวว่า ผลการศึกษาที่ได้นำเสนอในการประชุมครั้งที่ 1 เมื่อเดือน ก.ค.2552 ที่ผ่านมา ใช้ถนนสายเดิมเป็นแนวทางดำเนินการ แต่ได้แบ่งช่วงการศึกษาเพื่อการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจรออกเป็น 6 ช่วง ช่วงที่ 1 บนถนนสาย 1152 ตั้งแต่บ้านหัวดอย- กม.2+790 โดยทับกับถนน 2 ช่องจราจรเดิม ,ช่วงที่ 2 ตั้งแต่ กม.2+790-กม.11+182 เนื่องจากเป็นทางแคบและผ่านชุมชนจึงแบ่งออกเป็นทางเลือกที่ 2/1 ใช้การขยายถนนสายเดิมระยะทาง 8.392 กิโลเมตร และทางเลือกที่ 2/2 เลี่ยงพื้นที่ชุมชนโดยแยกออกแนวทางเดิมและทำสะพานยาว 600 เมตร ให้ข้าม "หนองหลวง" ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ และวกกลับมาบรรจบกับถนนสายเดิมตรง กม.11+182 รวมระยะทาง 7.183 กิโลเมตร
       
       ช่วงที่ 3 ตั้งแต่ กม.11+182-กม.17+678 ใช้การขยายถนนสายเดิม ,ช่วงที่ 4 ตั้งแต่ กม.17+678-กม.25+612 แบ่งออกเป็นทางเลือกที่ 4/1 ทับซ้อนไปกับถนนสาย 1152 เดิม ระยะทาง 7.394 กิโลเมตร ทางเลือกที่ 4/2 เลี่ยงชุมชนโดยตัดออกจากแนวเดิมตรง กม.7+678 ตัดผ่านพื้นที่ทางการเกษตรและวกกลับสู่แนวเดิมตรง กม.21+595 ระยะทาง 7.29 กิโลเมตร
       
       ช่วงที่ 5 ตั้งแต่ กม.25+612-กม.29+293 ทับซ้อนกับถนนสายเดิม และช่วงที่ 6 ตั้งแต่ กม.29+293 ของถนนสาย 1152 ไปบรรจบกับ กม.91+163 ถนนสาย 1020 หรือสายเทิง-เชียงของ แต่ช่วงนี้แบ่งออกเป็น 4 ทางเลือกย่อย ได้แก่ทางเลือกที่ 6/1 ทับซ้อนไปกับถนนสายเดิมระยะทาง 30.309 กิโลเมตร ทางเลือกที่ 6/2 เลี่ยงเขตชุมชนโดยเฉพาะตรงชุมชนตลาดบ้านต้า ซึ่งแคบ คดเคี้ยวและมีชุมชนหนาแน่น โดยแยกออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ก่อนวกกลับมาตัดถนนสาย 1152 และไปบรรจบกับถนนสาย 1020 ที่ กม.82+415 ต่อไป รวมระยะทาง 29.872 กิโลเมตร
       
       ทางเลือกที่ 6/3 แยกออกจากถนนสายเดิมแต่ขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทาง 27.866 กิโลเมตร และทางเลือกที่ 6/4 ทับซ้อนกับถนนสายเดิมไปจนถึงทางแยกบ้านแม่เปา-บ้านเหล่า และข้ามแม่น้ำอิงจนไปบรรจบกับถนนสาย 1020 ตรง กม.91+163 รวมระยะทาง 21.176 กิโลเมตร
       
       นอกจากนี้ยังมีช่วงที่ 7 ซึ่งไม่ได้อยู่ในถนนสายเดิมแต่เป็นการขยายเส้นทางสาย อ.เทิง-เชียงของ ตั้งแต่ กม.91+163-กม.105+000 บนถนนสาย 1020
       
       สรุปผลการศึกษาทั้งด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม พบว่า มีปัญหาที่ต้องคัดเลือกเส้นทางที่แบ่งออกเป็นหลายช่วงอยู่ 3 ช่วงคือช่วงที่ 2 ช่วงที่ 4 และช่วงที่ 6 ผลปรากฏว่าคะแนนของทางเลือกที่ 2/2 และทางเลือกที่ 4/2 รวมทั้งทางเลือกที่ 6/4 ได้รับคะแนนสูงสุด จึงเป็นทางเลือกที่จะใช้ในการพิจารณาเพื่อการก่อสร้างต่อไป
       
       ด้านนายอนุรักษ์ ศรีแสวง ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวว่าที่ผ่านมาได้มีการประชุมใหญ่และจัดประชุมย่อยในพื้นที่รวมทั้งชาว บ้านได้ทำประชาคมไปแล้วหลายครั้งและหลากหลายพื้นที่
       
       ผลปรากฏว่าชาวบ้านหลายพื้นที่ ต้องการให้ทำถนนทับซ้อนไปกับถนนสายเดิม เพราะเชื่อว่าจะส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องที่ของตัวเอง เช่น ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย ต.ผางาม อ.เวียงชัย ฯลฯ สวนทางกับผลการศึกษาอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงจะมีการลงไปให้ข้อมูลชาวบ้านอีกครั้ง และขั้นตอนต่อไปคือการจัดประชุมครั้งสุดท้ายคือครั้งที่ 3 เพื่อสรุปผลและเสนอให้กรมทางหลวงดำเนินการต่อไป


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มกราคม 2553 14:20 น.


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 29 มกราคม 2010, 15:24:44
ลงหมุด "สะพานมิตรภาพ 4" ปลาย ก.พ.นี้ 3 ปีได้ใช้

(http://pics.manager.co.th/Images/553000001388901.JPEG)ภาพแฟ้มวันที่ 23 มิ.ย.2552 รถบรรทุกตู้สินค้าของจีนจากฝั่งเมืองห้วยทรายของลาว กำลังขึ้นจากแพขนานยนต์ค่อนข้างทุลักทุเล ตามความลาดชันของพื้นที่ ในอาณาบริเวณท่าศุลกากร อ.เชียงของ จ.เชียงราย อีก 3 ปีข้างหน้าสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 จะทำให้ความไม่สะดวกเช่นนี้หมดไป
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์-- การก่อสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ระหว่างไทยกับลาว กำลังจะเริ่มขึ้นปลายเดือน ก.พ. นี้ หลังเปิดซองประกวดราคาซึ่งคัดบริษัทไทยและจีนเอาไว้เพียง 2 ราย สำหรับโครงการมูลค่า 43 ล้านดอลลาร์ เพื่อทะลุ "กำแพงสุดท้าย" บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจส่งแนวเหนือ-ใต้ แห่งอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ในปี 2556
       
       เจ้าหน้าที่ของลาวเปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า ทุนรอนสำหรับการก่อสร้างพร้อมหมด โดยรัฐบาลจีนกับรัฐบาลไทยสมทบกันคนละครึ่ง ทางการลาวจ่ายชดเชยให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบที่จะต้องโยกย้ายออกไปจาก อาณาบริเวณ และจัดหาที่ทำกินให้ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เงิน 40,000 ล้านกีบ (264 กีบ/บาท)
       
       ตามรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว บริษัทก่อสร้างไทยและจีนจำนวน 4 แห่งเข้ายื่นซองประกวดราคา แต่คณะกรรมการได้คัดเอาไว้เพียง 2คือ บริษัทกรุงธนก่อสร้างจากประเทศไทย กับบริษัทสร้างทางรถไฟเลข 5 ของรัฐบาลจีน อันเป็นขั้นตอนสุดท้าย
       
       การก่อสร้างสะพานมิตรภาพ 4 ล่าช้ามา 1 ปีจากปีที่แล้ว เนื่องจากวิกฤติการณ์เศรษฐกิจโลกกับอีกหลายปัจจัยซึ่งทำให้มูลค่าการก่อ สร้างพุ่งขึ้นสูง
       
       ทั้งสามฝ่ายลาว ไทยและจีน ต้องตกลงกันใหม่เกี่ยวกับการสมทบเงินทุนและรายละเอียดอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันพร้อมแล้ว ขปล.อ้างคำกล่าวของนายถาวอน วอละบุด รองผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างสะพานฯ ของฝ่ายลาว
       
       สะพานกำลังจะสร้างขึ้นห่างจากตัวเมืองท่าทราย แขวงบ่อแก้วของลาว และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ลงไปทางใต้ราว 4 กิโลเมตร เมื่อสร้างแล้วเสร็จก็จะเปิดทางโล่งให้กับทางหลวงสายยาวตั้งแต่นครคุนหมิง มณฑลหยุนหนุน ลงไปจนถึงกรุงเทพฯ และ สิงคโปร์
       
       ลาว ไทยและจีน ได้เปิดใช้ทางหลวงสาย "อา3อา" (A3a) ระยะทางกว่า 300 กม.อย่างเป็นการตั้งแต่ต้นปี 2551ให้การขนส่งทางบกเชื่อม 3 ประเทศเป็นไปได้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์
       
       การก่อสร้างถนนแบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยรัฐบาลจีนและไทยรับผิดชอบ 2 ช่วงปลาย รัฐบาลลาวก่อสร้างช่วงกลาง โดยได้รับการสนับสนุนเงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี)
       
       ปัจจุบันการขนส่งข้ามแม่น้ำโขงระหว่าง จ.เชียงราย กับแขวงบ่อแก้ว ใช้แพขนานยนต์เป็นหลัก ในการบรรทุกยานพาหนะและสินค้าต่างๆ ส่วนนักท่องเที่ยวใช้เรือรับจ้างระหว่างท่าศุลกากร อ.เชียงของกับท่าเรือห้วยทราย
       
       ห้วยทรายยังเป็นต้นทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ในการเดินทางจากภาคเหนือของไทยไปยังเมืองมรดกโลกหลวงพระบางโดยทางน้ำ ซึ่งจะใช้เวลา 2 วัน จอดพัก 1 คืนระหว่างทางที่เมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไซ.


(http://pics.manager.co.th/Images/553000001388902.JPEG)

ภาพแฟ้มวันที่ 23 มิ.ย.2552 นักท่องเที่ยวดูบางตาในช่วงปีที่เศรษฐกิจโลกกำลังวิกฤติ นักท่องเที่ยวไทยกลุ่มนี้กำลังลงเรือข้ามฟาก เพื่อไปยังฝั่งเมืองห้วยทราย อีก 3 ปีจะมีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่เดินทางจากไทยต่อไปยัง ภาคเหนือของลาว

(http://pics.manager.co.th/Images/553000001388903.JPEG)
ภาพแฟ้มวันที่ 21 เม.ย.2551 นักท่องเที่ยวจากแดนไกลกำลังขึ้นจากเรือข้ามฟากทางฝั่งเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 กำลังจะเปลี่ยนแปลงการคมนาคมขนส่งกับการท่องเที่ยวในแถบนี้
       


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 02 กุมภาพันธ์ 2010, 22:56:02
เชียงรายเล็งขยายถนน4เลน รองรับสะพานข้ามแม่น้ำโขง

แนวหน้า 2/02/2010


เชียงราย:นายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร โครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงเชียงราย – สะพานข้ามแม่น้ำโขง ที่ อ.เชียงของ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง R3E ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เชื่อมระหว่าง อ.เชียงของ กับบ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ในฝั่ง สปป.ลาว

โดยคาดว่าจะมีการก่อสร้างในปี 2553 และจะแล้วเสร็จในปี 2555 ซึ่งจะทำให้ปริมาณจราจรบนโครงข่ายเพิ่มมากขึ้น ในอนาคตจึงได้พิจารณาปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงเดิมจาก 2 ช่องจราจร ให้เป็น 4 ช่องทางจราจร ตั้งแต่บ้านหัวดอย ต.ท่าสาย อ.เมือง ไปถึง อ.เชียงของ ระยะทางกว่า 75 กิโลเมตร แต่ยังมีอุปสรรคในหลายด้าน จึงได้หารือร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขเพื่อศึกษารูปแบบการปรับปรุงที่เหมาะสม รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


http://www.naewna.com/news.asp?ID=197711


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: NoOK-ManiA ที่ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2010, 21:29:48
พื้นที่ต.สันทราย อ้อมไปทางทิศตะวันตก เพื่อกลับเข้าสู่ถนนพหลโยธินอีกครั้งที่ ต.ท่าสุด ระยะทาง 28 กิโลเมตร

ไม่ทราบว่าเป็น ต.สันทราย อ.แม่จัน หรือ ต.สันทราย อ.เมืองครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Ck 401 ที่ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010, 15:39:23
พื้นที่ต.สันทราย อ้อมไปทางทิศตะวันตก เพื่อกลับเข้าสู่ถนนพหลโยธินอีกครั้งที่ ต.ท่าสุด ระยะทาง 28 กิโลเมตร

ไม่ทราบว่าเป็น ต.สันทราย อ.แม่จัน หรือ ต.สันทราย อ.เมืองครับ
เข้าใจว่าเป็นอ.เมืองครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010, 15:31:03
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4184 ประชาชาติธุรกิจ


แห่ยึดทำเลฮอตริมฝั่งโขงเชียงของ-เตือนอย่าผลีผลามโหมลงทุน


คลื่นการลงทุนโรงแรม ที่พัก เกสต์เฮาส์พาเหรดยึดทำเลทองริมแม่น้ำโขงด้านอำเภอเชียงของ ระบุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนนอกถิ่น หวั่นห้องพักโอเวอร์ซัพพลาย เตือนอย่าผลีผลามเร่งลงทุนเร็วเกินไป เหตุจัดเก็บข้อมูลของรัฐและเอกชนไม่ชัดเจน


นายพรหมโชติ ไตรเวช ผู้อำนวยการสำนักการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย เปิดเผยถึงสถานการณ์โรงแรมใน จ.เชียงราย ว่ามีการก่อสร้างโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมาก รวมทั้งยังมีการซื้อขายกิจการกันอย่างคึกคักทั้งในกลุ่มนักลงทุนคนไทยและต่างชาติ ส่งผลให้การจัดเก็บข้อมูลจำนวนโรงแรมและนักท่องเที่ยวใน จ.เชียงราย ทำได้ไม่ชัดเจน ปัจจุบันจากข้อมูลที่สำรวจได้พบว่ามีโรงแรมในเชียงราย 170 แห่ง จำนวนห้องพักประมาณ 18,000 ห้อง

พื้นที่ที่มีการลงทุนขยายตัวมากคือ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงด้าน อ.เชียงของ ชายแดนไทย-สปป.ลาว ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของกลุ่มทุนนอกพื้นที่ ไม่ใช่กลุ่มทุนท้องถิ่น สภาพเช่นนี้คล้ายกับการเติบโตของธุรกิจโรงแรมที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งมีโรงแรม 746 แห่ง นักท่องเที่ยวปีละกว่า 5.6 ล้านคน แต่ธุรกิจทั้งหมดเป็นของต่างชาติถึง 70% ส่วนอีก 30% เป็นของกลุ่มทุนไทย

การเติบโตในลักษณะดังกล่าว ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เพราะนอกจากคนในพื้นที่จะไม่ได้รับประโยชน์มากนักแล้ว ยังทำให้การจัดเก็บข้อมูลด้านต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนพัฒนา ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบัน จ.เชียงราย มีงบประมาณเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว 290 ล้านบาท แต่ไม่สามารถ นำไปจัดสรรเพื่อพัฒนาได้ทั้งหมด เพราะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน จึงทำได้เพียงกระจายงบประมาณไปยังโครงการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความชัดเจนเท่านั้น

นายพรหมโชติเปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมายังมีการลงทุนที่คึกคักในกลุ่มบ้านพักเกสต์เฮาส์ รีสอร์ตขนาดเล็ก โฮมสเตย์ และห้องชุด โดยเฉพาะในเขต อ.เมืองเชียงราย น่าจะเกิดขึ้นใหม่ไม่ต่ำกว่า 40 แห่งแล้ว ราคาที่พักคืนละ 500-600 บาท ซึ่งห้องพักเหล่านี้ไม่มีการแจ้งตัวเลข เพราะยังไม่มีการจดทะเบียนเป็นสถานประกอบการอย่างเป็นทางการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้

ด้านนายสมเกียรติ ชื่นธีระวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.เชียงราย และนายกสมาคมท่องเที่ยวเชียงราย กล่าวว่า ปัญหาตัวเลขไม่ชัดเจนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวแน่นอน ซึ่งต่อไปสมาคมจะสนับสนุนให้โรงแรมขนาดกลางและเล็ก เกสต์เฮาส์ รีสอร์ต โฮมสเตย์ มีการรวมตัวกัน เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการเข้าถึงความช่วยเหลือ หรือการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐ เพื่อนำไปพัฒนากิจการของตนเอง

"ถ้าไม่ดำเนินการใด ๆ เลย ในอีก 30 เดือนข้างหน้าเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขง อ.เชียงของ-สปป.ลาว เชื่อมถนนอาร์สามเอระหว่าง ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ แล้วเสร็จก็จะไม่ทันการ เพราะนักท่องเที่ยวจะทะลักไปตามถนนอาร์สามเอ กลุ่มทุนที่ได้ประโยชน์คือผู้ที่มีความพร้อมมากกว่าทั้งกลุ่มทุนจีน ทุนยักษ์ใหญ่จากกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ๆ ส่วนทุนเล็ก ๆ ที่ กระจัดกระจายอย่างพวกเราก็จะแข่งขันกันเองและค่อย ๆ ตายไปทีละราย" นาย สมเกียรติกล่าวและว่า

ถ้ารวมตัวกันได้นอกจากจะได้ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ถูกต้องแล้วยังมีพลังในการร่วมกับประเทศต่าง ๆ เช่นมณฑลหยุนหนาน จีนตอนใต้ สปป.ลาว พม่า จัดทำสินค้าหรือแพ็กเกจนำเที่ยวรับประโยชน์ร่วมกันได้
นายเอกชัย หาญสุวรรณชัย เจ้าของ ภูชี้ฟ้ารีสอร์ท อ.เทิง กล่าวว่า สาเหตุที่มีห้องพักขนาดเล็กเกิดขึ้นมากเกิดจากหลายปัจจัย เช่น เศรษฐกิจฟื้นตัว ถนนอาร์สามเอ สะพานข้ามแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวจีนจะทะลักลงมามาก ฯลฯ แต่สภาพที่แท้จริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเพราะสิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ปัญหาจึงเกิดจากข้อมูลที่ได้รับจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโครงการพัฒนาดังกล่าวไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการที่รับข้อมูลรีบลงทุนไปก่อน

ดังนั้นขอให้มีการให้ข้อมูลที่ชัดเจนทันเหตุการณ์กับผู้ประกอบการ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาการลงทุนเกินกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้ต้องแข่งขันตัดราคากันเองจนต้องยุบกิจการไปทีละรายในที่สุด

หน้า 23

http://www.prachachat.net/view_news....day=2010-02-15


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2010, 09:10:28
งสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 09:27:43 น.

นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการ โครงการก่อสร้างถนน จ.เชียงราย ว่าเพื่อสนับสนุนระบบขนส่งของภาคเหนือตอนบน พัฒนาโครงสร้างด้านคมนาคมขนส่งทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการแผนร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเพื่อให้การคมนาคมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยังเป็นการสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการให้มีการเชื่อมโยงภาคการขนส่งให้ครบวงจรด้วยอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ทช.ได้เตรียมความพร้อมเพื่อส่งเสริมโครงข่ายของพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พัฒนาพื้นที่โครงข่ายถนนเพื่อให้ประชาชนสามารถขนส่งลำเลียงสินค้าจากชายแดนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมทั้งรองรับปริมาณการจราจรที่กำลังจะเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาเขตสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ(ตอนเหนือของไทย พม่า ลาว และตอนใต้ของจีน) ใน อนาคต พัฒนาการท่องเที่ยว การค้า การคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่จะใช้เส้นทางสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ซึ่งกรมฯ ได้เริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างทางดังกล่าว นอกจากนี้ ทช.ได้พัฒนาโครงข่ายทางไปสู่ท่าเทียบเรือเชียงแสน จ.เชียงราย แห่งที่ 2 เพื่อส่งเสริมการคมนาคมขนส่งให้ขยายตัวอย่างมีระบบสะดวก ปลอดภัย เพิ่มศักยภาพในการขนส่ง ตลอดจนกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค


http://www.ryt9.com/s/bmnd/795503


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 09 มีนาคม 2010, 20:55:46
ไฟเขียวให้สพพ.ปล่อยกู้ลาวปรับปรุงถนนเชียงราย-คุนหมิง

Posttoday 09 มีนาคม 2553 เวลา 18:39 น.


ครม.ไฟเขียวสพพ. กู้เอ็กซิมแบงก์-ออมสิน 405 ล้านบาท ให้ลาวกู้ปรับปรุงถนน R3 เชียงราย-คุนหมิง พร้อมแบกรับภาระดอกเบี้ยให้อีกว่า 25 ล้านบาท

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. เห็นชอบในหลักการให้กระทรวงการคลัง โดยสำนักความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลาว สำหรับโครงการปรับปรุงถนนหมายเลข 3 (R 3) วงเงิน 405 ล้านบาท โดยให้ สพพ. กู้เงินจากธนาคารเพื่อการส่งออกและการนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอ็กซิมแบงก์ และธนาคารออมสิน ไปปล่อยกู้ต่อให้กับลาว คิดดอกเบี้ยที่ 1.5% ระยะเวลาชำระคืนเงินต้นนาน 30 ปี (รวมระยะเวลาปลอดหนี้10 ปี) คิดเป็นดอกเบี้ยที่จะได้รับจากลาวในช่วง 10 ปีแรก เป็นเงินประมาณ 60.75 ล้านบาท

ทั้งนี้ สพพ.กู้ผ่านเอ็กซิมแบงก์ 200 ล้านบาท โดยใช้เงินสะสมของ สพพ. ที่ไม่มีภาระผูกพัน 200 ล้านบาทค้ำประกันเงินกู้ทั้งจำนวน ดอกเบี้ย 0.50 % และกรณีที่ สพพ. ไม่สามารถนำเงินฝากค้ำประกันได้ทั้งจำนวน เอ็กซิมแบงก์จะคิดดอกเบี้ยเฉพาะวงเงินที่ไม่มีการค้ำประกัน ในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน ของ 5 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ บวก 1.75% ส่วนเงินกู้จากธนาคารออมสิน 205 ล้านบาท ใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว ตามดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน เฉลี่ย 5 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ บวก 1.65%

"ภาระดอกเบี้ยที่ สพพ. ต้องจ่ายให้เอ็กซิมแบงก์และออมสินในช่วง 10 ปีแรก คิดเป็นเงิน 86 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 8.6 ล้านบาท โดยภาระส่วนต่างของดอกเบี้ยที่เหลืออีกกว่า 25 ล้านบาท ทาง สพพ. จะนำดอกเบี้ยที่ได้จากการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในโครงการอื่น และรายได้สะสมของ สพพ. มาบริหารจัดการเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณ" นายวัชระกล่าว

ทั้งนี้ เชื่อว่าการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สปป.ลาวนี้เป็นการปรับปรุงสภาพถนนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและมีความปลอดภัย ซึ่งจะสามารถสนับสนุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยกับจีนให้ดีขึ้น นอกจากนี้การให้ความช่วยเหลือดังกล่าว ยังเป็นการรักษาชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ให้กู้ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวให้ดียิ่งขึ้น


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: AIT ที่ วันที่ 11 มีนาคม 2010, 00:15:05
ข้อมูลแน่นดีจริง ๆ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 06 พฤษภาคม 2010, 15:56:21
วันที่ 05 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 15:37:22 น. มติชนออนไลน์


ไทย-จีนเตรียมลงนามสร้างสะพานข้ามโขงแห่งที่4คาดแล้วเสร็จปี55


นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าววันที่ 5 พฤษภาคมถึงการลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 เชียงของ – ห้วยทราย ว่า เป็นสะพานเชื่อมโยงจังหวัดเชียงราย – บ่อแก้ว ตามแนวเส้นทางสาย อาร์ 3 เอ ต่อไปถึงเมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเหนือ – ใต้ (North – South Economic Corridor) ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS) โดยที่รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือในการศึกษาและสำรวจออกแบบรายละเอียด มูลค่าการก่อสร้าง 1,468 ล้านบาท


สำหรับงบประมาณในการก่อสร้างรัฐบาลไทยร่วมกับรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนฝ่ายละครึ่งหนึ่ง ขณะนี้โครงการได้ดำเนินการประกวดราคาก่อสร้างและได้ตัวผู้รับจ้างแล้ว ซึ่งจะใช้เวลาก่อสร้าง 30 เดือนหรือในปี 2555 จะสามารถเริ่มใช้สะพานดังกล่าวได้


เมื่อโครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นการเชื่อมโยงการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทย ลาว และจีน อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้ง 3 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


โดยจะมีการลงนามสัญญาบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 ในวันที่ 14 พฤษภาคม ระหว่าง นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กับ นายสมมาด พลเสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่งราชอาณาจักรสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จังหวัดเชียงราย

http://www.matichon.co.th/news_detai...sid=1273048668


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 08 พฤษภาคม 2010, 14:39:19
ใครอยู่พื้นที่ขอรายละเอียด การวางศิลาฤกษ์ ด้วยครับ..

โดยสมเด็จพระเทพฯ ท่านยังคงเสด็จไหม ครับ.


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: คนไกลบ้านเกิด ที่ วันที่ 08 พฤษภาคม 2010, 17:29:34
เข้ามาติดตามเจ้าขอบคุณขอมูลดีๆเจ้า ;D ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 10 พฤษภาคม 2010, 23:37:16
เดินหน้าสร้างสะพานข้ามโขงแห่งที่ 4
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,529   9-12  พฤษภาคม พ.ศ. 2553


"โสภณ ซารัมย์"  เตรียมลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือสร้าง สะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 เชียงของ - ห้วยทราย กับรัฐบาลลาว เพื่อสร้างสะพานข้ามโขงเชื่อมโยง  3 ประเทศ ไทย-ลาว และจีน  มูลค่า 1.6 พันล้าน  14  พ.ค.นี้ตั้งเป้าก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2555

            นายวีระ  เรืองสุขศรีวงศ์  อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าจะจัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความตกลงระหว่างประเทศไทยกับกรมขัวทาง กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)เพื่อก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ เชื่อมโยงไทย - ลาว และจีน ในโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 (เชียงของ - ห้วยทราย) ที่เป็นความร่วมมือของรัฐบาลไทย รัฐบาลสปป.ลาว และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน

โครงการความร่วมมือในครั้งนี้ฝ่ายไทยจะให้ความช่วยเหลือในการศึกษาและสำรวจออกแบบรายละเอียดสำหรับค่าก่อสร้างฝ่ายไทยและฝ่ายจีนออกค่าใช้จ่ายฝ่ายละครึ่ง  โดยในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้นายโสภณ ซารัมย์ รมว.กระทรวงคมนาคมไทยจะเดินทางไปประชุมหารือและร่วมลงนามบันทึกตกลงว่าด้วยการก่อสร้าง ร่วมกับฝ่ายลาวโดยมีท่านสมมาด  พลเสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของสปป.ลาว ที่ โรงแรมดุสิตไอซ์แลนด์  รีสอร์ท  จังหวัดเชียงราย  

สะพานข้ามมิตรภาพแห่งที่ 4  มีมูลค่า 1,624 ล้านบาท รัฐบาลไทยต้องรับผิดชอบเป็นเงิน 812 ล้านบาท และค่าควบคุมงานอีก 45.5 ล้านบาทที่เหลือเป็นของรัฐบาลจีน และเป็นโครงการที่ได้มีการประกวดราคาไปแล้วซึ่งกลุ่ม CR5-KT Joint Venture ได้เสนอราคาต่ำสุด 1,431 ล้านบาท  และได้ลงนามสัญญาก่อสร้างไปแล้วคาดว่าแล้วเสร็จภายในปี 2555

          เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยอำนวยความสะดวกในการคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทย ลาว และจีนรวมทั้งกระชับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นการฉลองครบรอบ 60 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและลาว ทั้งยังเป็นตัวอย่างของความร่วมมือกับไทย - จีน อีกด้วย

              สำหรับโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (ห้วยทราย-เชียงของ) ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ตั้งอยู่บริเวณบ้านปักอิง ต.ศรีดอนไชย อ.เชียงของ จ.เชียงราย ส่วนฝั่งลาวนั้นจะเป็นบริเวณทางตอนใต้ของเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว มีความยาวรวมทั้งสิ้น 11.6 กิโลเมตร ประกอบด้วย ส่วนสะพานข้ามแม่น้ำโขง เป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจรพร้อมทางเท้า ความยาวสะพานช่วงข้ามแม่น้ำโขง 480 เมตร และสะพานเชิงลาดฝั่งไทย 150 เมตร รวม 630 เมตร

          ส่วนถนนฝั่งไทยมีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมอาคารด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา มีจุดเปลี่ยนทิศทางจราจร เป็นทางแยกควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร สำหรับสลับทิศทางการขับขี่จากซ้ายเป็นขวา แล้วลดความกว้างเป็นขนาด 2 ช่องจราจรต่อเนื่องกับตัวสะพาน ส่วนถนนฝั่ง สปป.ลาวมีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นทางหลวงลาดยางขนาด 2 ช่องจราจรพร้อมด่านพรมแดนรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้าง      
อนึ่งโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ 4 เป็นสะพานเชื่อมโยงจังหวัดเชียงราย-บ่อแก้ว-คุนหมิง ตามแนวเส้นทางสาย R3A เป็นโครงการหนึ่งในแผนพัฒนาตามระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งรัฐบาลไทย ลาว และจีน ร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ร่วมกันดำเนินการ

(http://img23.imageshack.us/img23/9948/3302w.jpg) (http://img23.imageshack.us/i/3302w.jpg/)



หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: เมล็ดพันธุ์แห่งขุนเขา ที่ วันที่ 11 พฤษภาคม 2010, 00:14:30
โห  อลังการดีขอบคุณข้อมูลดี


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 12 พฤษภาคม 2010, 15:57:44
ไทย-ลาว” นัดลงนามสร้างสะพานโขง 4 พรุ่งนี้ - ต่อจิ๊กซอว์ “คุน-มั่น กงลู่” สมบูรณ์ปี 55
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 พฤษภาคม 2553 10:05 น.
 
(http://pics.manager.co.th/Images/553000006917001.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/553000006917002.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/553000006917003.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/553000006917004.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/553000006917005.JPEG)


  เชียงราย - ทางหลวงไทย-ลาว นัดจรดปากกาลงนามก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม “เชียงราย-บ่อแก้ว” เข้ากับเส้นทางคุนหมิง-กรุงเทพฯ (คุน-มั่น กงลู่) ก่อนเดินหน้าก่อสร้างให้เสร็จตามเป้าหมายปี 2555
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า ในวันที่ 13-14 พ.ค.นี้ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.กระทรวงคมนาคม มีกำหนดเดินทางไปร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว กับอธิบดีกรมขัวทาง กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว ณ ห้องดอยตุง โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท อ.เมืองเชียงราย โดยในครั้งนี้จะมีนายสมมาด พลเนา รมว.กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว เดินทางไปร่วมพิธีดัวย เป็นการเริ่มต้นสู่การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง
       
       นายวิรัตน์ แสนอุดม ผู้อำนวยการแขวงการทางเชียงรายที่ 2 เปิดเผยว่า หลังการลงนามดังกล่าวจะทำให้การก่อสร้างสะพานเป็นรูปธรรมขึ้น เพื่อให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 30 เดือนหรือภายในปี 2555 โดยบริษัทที่จะทำการก่อสร้าง ได้แก่ กลุ่มซีอาร์ 5, เคที จอยท์เวนเจอร์ ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัท ไชน่า เรลเวย์ โน.5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด จากจีน, บริษัท กรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด ของไทย ซึ่งการก่อสร้างอาจจะดำเนินไปบางส่วนได้เลยก่อนที่จะมีพิธีวางศิลาฤกษ์ เนื่องจากพิธีวางศิลาฤกษ์ยังอยู่ระหว่างการรอหมายกำหนดการจากสำนักราชวัง โดยการก่อสร้างอาจจะทำในส่วนงานเบื้องต้น เช่น ตอกเสาเข็ม ปรับพื้นที่ ฯลฯ
       
       นายวิรัตน์กล่าวว่า การก่อสร้างสะพานยังคงใช้แบบแปลนเดิมที่เคยออกแบบเอาไว้ก่อนนี้ทุกอย่าง รวมไปถึงการก่อสร้างถนนผ่านโครงการนาคราชของเอกชนไทยในฝั่งแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว แม้ว่ากลุ่มบริษัท นาคราชฯ จะเรียกร้องให้มีการทำถนนอ้อมทางด้านหลังประมาณ 6 กิโลเมตรก็ตาม เนื่องจากกรมทางหลวงของไทยได้ประสานความร่วมมือกับ สปป.ลาว มาแล้วอย่างถูกต้อง
       
       ทั้งนี้ สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งนี้จะเป็นถนนเชื่อมไปกับถนน R3A ใน สปป.ลาว เพื่อเชื่อมไปยังเมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนัน จีนตอนใต้ และปัจจุบันกรมทางหลวงก็ได้มีการก่อสร้างถนนโครงข่ายภายใน จ.เชียงราย เพื่อรองรับสะพานดังกล่าวเอาไว้แล้ว คือ การก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร 5 โครงการ เช่น ถนนสาย อ.แม่สาย-เชียงแสน ถนนสาย อ.แม่จัน-เชียงแสน ถนนสาย อ.เชียงแสน-อ.เชียงของ ถนนสาย อ.ขุนตาล-อ.เชียงของ ฯลฯ โดยบางโครงการก่อสร้างไปแล้วบางส่วนและบางส่วนของโครงการอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมตามขั้นตอน โดยบางแห่งพบว่ามีปัญหาบ้าง เช่น ชาวบ้านต้องการให้ก่อสร้างไปตามถนนแนวเดิม ที่คดเคี้ยวแต่ไม่เหมาะสมกับถนน 4 ช่องจราจร ซึ่งก็จะได้ศึกษาเพื่อให้ข้อยุติกันต่อไป ฯลฯ แต่ก็คาดว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จก่อนปี 2555 เพื่อรองรับสะพานได้อย่างสมบูรณ์แน่นอน
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว ที่ อ.เชียงของ ดังกล่าวจะเชื่อมถนน R3A ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ไปจนถึงเมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนัน จีนตอนใต้ หรือเชื่อมกรุงเทพฯ-คุนหมิง "คุน-มั่น กงลู่" ตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub region : GMS) โดยที่รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือในการศึกษาและสำรวจออกแบบรายละเอียด ส่วนมูลค่าการก่อสร้างต้องใช้งบประมาณ 1,468 ล้านบาท ซึ่งประเทศไทยและจีนสนับสนุนงบประมาณฝ่ายละ 50% รูปแบบสะพานมีความยาวของตัวสะพาน 480 กิโลเมตร แต่จะมีถนนฝั่งไทยอีก 150 เมตร กิโลเมตร ฝั่ง สปป.ลาว 6 กิโลเมตร ตัวสะพานออกแบบให้มีสองช่องจราจรไปและกลับกว้าง 14.7 เมตร และมีไหล่ทางกว้าง 1.25 เมตร ฯลฯ

       
       ด้าน นายเอนก ณัฐโฆษิต ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบท จ.เชียงราย กล่าวว่า ในโอกาสเดียวกันจะมีการจัดพิธีเปิดสะพานข้ามแม่น้ำกก แห่งที่ 5 เชื่อมต่อถนนกลางเวียงและสะพานสาย ค.3 ผังเมืองรวมเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นถนนพื้นผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 ช่องจราจร พร้อมสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้ชื่อสะพานว่า “ขัวพญามังราย” ข้ามลำน้ำแม่กก แห่งที่ 5 ด้วย
 
 
 
 
 http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000065174 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000065174)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 14 พฤษภาคม 2010, 22:04:43
เชียงราย – รมว.คมนาคมฯไทย-ลาว จรดปากกาลงนามในความตกลง ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ต่อจิ๊กซอว์เส้นทางขนส่งจีน-ลาว-ไทย ราบรื่น หลังตำรวจส่งกำลังปิดถนนหน้าโรงแรมดุสิตไอส์แลนด์เชียงรายเต็มที่ เพื่อสกัดกั้นเสื้อแดง ที่ก่อวีรเวรมาแล้วเมื่อค่ำวันก่อน(13 พ.ค.)
       
       (http://pics.manager.co.th/Images/553000007062401.JPEG)
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าวันนี้ (14 พ.ค.) ได้มีการจัดพิธีลงนามความตกลงระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ระหว่างนายโสภณ ซารัมย์ รมว.กระทรวงคมนาคม และท่านสมมาด พลเสนา รมว.กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว ณ ห้องดอยตุง โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ทเชียงราย อ.เมืองเชียงราย ท่ามกลางสักขีพยานเป็นผู้บริหารของกระทรวงคมนาคม และ จ.เชียงราย ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
       
       การลงนามเป็นไปด้วยความราบรื่นและมีคำสั่งจากนายโสภณ ให้กระชับพิธีการต่างๆ จากเดิมที่จัดเอาไว้ตั้งแต่เวลา 09.00-11.00 น.ให้เสร็จตั้งแต่ 08.30-10.00 น.เนื่องจากเกรงจะเกิดปัญหาการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา(13 พ.ค.)โดยมีการไปชุมนุมตรงทางเข้าออกโรงแรมจนอาจกระทบกับความร่วมมือระหว่างประเทศ
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ภายหลังการลงนามดังกล่าวแล้วได้มีการจัดให้มีการลงนามสัญญาว่าจ้างเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกให้ทำการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ ระหว่างนายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวงของไทย และท่านเหลาคำ สมเพ็ด อธิบดีกรมขัวทาง สปป.ลาว กับเอกชนในกลุ่มซีอาร์5-เคที จอยท์เวนเจอร์ ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัทไชน่า เรลเวย์ โน.5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด จากประเทศจีน บริษัทกรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด ของไทย
       
       ทั้งนี้ตลอดช่วงที่มีการลงนามและรับรองคณะของ รมว.จาก สปป.ลาว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ได้ปิดถนนด้านหน้าโรงแรมดุสิตไอส์แลนด์เชียงรายเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้าไปชุมนุมอีก อย่างไรก็ตามพบว่า กลุ่มคนเสื้อแดงต่างเลิกเวทีที่ชุมนุมกัน 2 จุดใน อ.เมืองเชียงราย ไปตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนและยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาชุมนุมใหม่แต่อย่างใด
       
       นายโสภณ กล่าวว่า การลงนามกันครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การก่อสร้างสะพานอย่างเป็นทางการต่อไป หลังจากที่ผ่านมามีการตกลงความร่วมมือและอยู่ในขั้นตอนดำเนินการเพื่อเริ่มต้นกันมานาน จากนี้ก็จะรอการวางศิลาฤกษ์เพื่อให้เป็นสิริมงคลร่วมกัน แล้วลงมือก่อสร้างตามขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ยังจะร่วมกันพัฒนา ให้การเข้าออกทั้งการท่องเที่ยว การขนส่งสินค้าและอื่นๆ มีความสะดวกสบาย ต่อไปด้วย
       
       ด้านท่านสมมาด พลเสนา รมว.กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว กล่าวว่า สะพานที่จะร่วมกันก่อสร้างครั้งนี้ไม่ได้เชื่อมเฉพาะไทย-สปป.ลาว เท่านั้น แต่ยังเชื่อมไปถึงจีนด้วย จนก่อให้เกิดเส้นทาง R3A ไทย-สปป.ลาว-จีน ที่สมบูรณ์แบบ รวมทั้งช่วยสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ โดยเฉพาะเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ซึ่งพึ่งจะมีการเริ่มต้น ให้ใช้ประโยชน์กันได้เป็นอย่างดี
       
       สำหรับพิธีวางศิลาฤกษ์ในอนาคตนั้นยืนยันว่าทั้งไทยและ สปป.ลาว ได้ร่วมกันเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว
       
       ท่านสมมาด กล่าวถึงกรณีที่บริษัทกรีนซิตี้ลาว จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนไทย-เกาหลี ได้เข้าไปลงทุนก่อสร้างโครงการ "นาคราชนคร" บนเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่บริเวณคอสะพานในฝั่งเมืองห้วยทราย สปป.ลาว และมีการร้องเรียนว่ากำลังจะได้รับผลกระทบเพราะจะมีถนนในโครงการสะพานยาวกว่า 6 กิโลเมตรผ่าเข้ากลางโครงการนั้น ทาง สปป.ลาว ได้มีการเข้าไปแก้ไขร่วมกับเจ้าของโครงการแล้ว โดยไม่ได้มีการแก้ไขแบบแปลนของถนนไปจากเดิมแต่อย่างใดซึ่งทางภาคเอกชนก็มีความพึงพอใจ
       
       "ลาวเราเคยเป็นแลนด์ล็อหคือไม่มีทางออกทะเล แต่ปัจจุบันเราพยายามพัฒนาเส้นทางคมนาคมต่างๆ เพื่อให้เราเป็นแลนด์ลิ้งค์ ซึ่งสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 นี้ก็จะช่วยเชื่อมถนนสาย R3A และถนนสายต่างๆ เพื่อให้ลาวเป็นแลนด์ลิ้งก์และออกสู่ทะเลได้ด้วย"
       
       เขาคาดว่า เมื่อสะพานแล้วเสร็จจะทำให้มูลค่าการค้าไทย-สปป.ลาว ด้านเมืองห้วยทรายและ อ.เชียงของ เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเป็นไปตามหลัก เศรษฐศาสตร์ด้านเส้นทางคมนาคมที่สะดวกและมีข้อตกลงต่างๆ ที่เอื้อต่อการค้า
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000066547


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกน้ำของ ที่ วันที่ 15 พฤษภาคม 2010, 02:17:05
ถ้าสร้างเสร็จก็ไม่ต้องนั่งเรือไปเที่ยวแล้ว  ;D ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 17 พฤษภาคม 2010, 19:53:36
พระเทพ ยังทรงเสด็จ ที่เชียงราย 21 -22 ไหม ครับ.


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 01 มิถุนายน 2010, 22:09:31
ทำเลทองที่ดินติดสะพานน้ำโขง4 ทุ่งนาเชียงราย-เชียงของ-ทะลุไร่นับล้าน

วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7123 ข่าวสดรายวัน


เชียงราย - นายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จากกรณีที่กระทรวงคมนาคม ของไทยและสปป.ลาว ลงนามความร่วมมือในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ที่จ.เชียงราย ไปเมื่อเร็วๆ นี้ และจะทำให้การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2555 นั้นทำให้มีกลุ่มทุนโดยเฉพาะจากประเทศจีนนำคณะเข้ามาศึกษาดูงานพื้นที่อ.เชียงของ และส่วนอื่นๆ ของจ.เชียงราย โดยเฉพาะบนถนนสายเชียงของ-เชียงราย เพื่อเตรียมจะเข้ามาลงทุนกันอย่างคึกคัก รวมทั้งได้มีกลุ่มทุนที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้านี้แล้วหลายราย แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เป็นประเภทอุตสาหกรรมแต่จะเป็นการนำเข้าและส่งออกสินค้า โรงแรม สถานเอ็น เตอร์เทนเมนต์ ฯลฯ ทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในอนาคตเชื่อว่าจะมีธุรกิจอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์เพื่อรองรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าบนถนนอาร์สามเอเชื่อมไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ การนำเข้าวัตถุดิบใหม่ๆ จากประเทศจีนมาแปรรูป ฯลฯ

ด้านนายสงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองเลขาธิการหอการค้า จ.เชียงราย และนักธุรกิจนำเข้าและส่งออกที่ อ.เชียงของ กล่าวว่า ช่วงต้นของการก่อสร้างสะพานไม่ได้มีความคึกคักในการลงทุนมากนัก เพราะนักธุรกิจกำลังดูลู่ทางในการลงทุนและติดตามสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย กระนั้นก็พบว่าที่ดินส่วนใหญ่โดยเฉพาะทำเลทองได้ตกอยู่ในมือกลุ่มทุนไปหมดแล้ว โดยเฉพาะบนทุ่งนากว้างติดถนนเชียงราย-เชียงของ เนื้อที่มากกว่า 20,000 ไร่ พบว่ามีการซื้อขายกันคึกคัก โดยอดีตมีราคาซื้อขายกันไร่ละหลักหมื่นบาท แต่ปัจจุบันอย่างต่ำไร่ละ 700,000-800,000 บาท หากติดถนนราคาไร่ละกว่า 1 ล้านบาท เชื่อว่าเมื่อสะพานใกล้เสร็จและสถานการณ์เหมาะสมจะมีการลงทุนในพื้นที่อย่างคึกคัก

"อย่างไรก็ตาม เรายังไม่มีความชัดเจนเรื่องสถานที่ที่จะเอื้อให้เกิดการลงทุนด้านนิคมอุตสาหกรรม หลังจากที่เคยประชาสัมพันธ์ให้มีการเข้าไปลงทุนบริเวณติดถนนเชียงราย-เชียงของ พื้นที่ต.ศรีดอนชัย และต.สถาน อ.เชียงของ เนื้อที่ประมาณ 16,000 ไร่ ทำให้กลุ่มทุนจีนซึ่งเข้ามาประสานในพื้นที่สอบ ถามอยู่เนืองๆโดยพร้อมจะเข้ามาลงทุน ติดอยู่เพียงกำหนดพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกจากไทยเท่านั้น"

หน้า 28


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: sinlod ที่ วันที่ 02 มิถุนายน 2010, 11:08:01
ฝากด้วยน่ะครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 02 มิถุนายน 2010, 12:48:32
 ;D ;D

ขอบคุณครับ..ช่วยติดตาม และลงข้อมูลจาก วงในด้วยนะครับ... ;D ;D ;D

ชาวเชียงรายจะได้รับรู้ทิศทางการพัฒนาพร้อมกัน ครับ.


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: nalismenox ที่ วันที่ 06 มิถุนายน 2010, 22:37:58
ดันนนนนน ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ตะเกียบเดียวเฉี่ยว7ชิ้น ที่ วันที่ 11 มิถุนายน 2010, 13:14:45
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
หวังว่าคงได้ขับรถเที่ยวถึงจีน สักที


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 23 สิงหาคม 2010, 20:34:25
ท่าเรื่อเชียงแสน 2 จุดขนถ่ายสินค้าไทยไปเมืองจีน

ถ่ายขนเขาไกลมาก ครับ..เครดิตตามภาพขอบคุณที่นำมาภาพสวยมาให้ชมครับ..

(http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs301.snc4/40407_120232028029381_100001277536975_130684_4658683_n.jpg)

(http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs298.snc4/41263_120228511363066_100001277536975_130649_2706750_n.jpg)

(http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash2/hs158.ash2/41263_120228514696399_100001277536975_130650_7110091_n.jpg)

(http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs318.snc4/41263_120228521363065_100001277536975_130652_427477_n.jpg)

(http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash2/hs158.ash2/41263_120228524696398_100001277536975_130653_1344054_n.jpg)

(http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash2/hs155.ash2/41069_120229851362932_100001277536975_130660_4164289_n.jpg)

(http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs301.snc4/40407_120232031362714_100001277536975_130685_5663556_n.jpg)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 29 สิงหาคม 2010, 11:52:26
เชียงราย - กรรมาธิการคมนาคม ยกทีมจับผิดโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคชายแดนเมืองพ่อขุนฯ ทั้งสะพานข้ามโขง 4- ท่าเรือเชียงแสน 2 ขณะที่ ส.ส.เพื่อไทย รุมซักละเอียดยิบ ถามโปรเจกต์ท่าเรือใหม่ ผ่านสภาฯหรือไม่ หลังต้องทำข้อตกลงระหว่างประเทศกับลาว ยัน 8 ส.ส.เชียงราย พร้อมจุดประเด็นเสี่ยงกระทบเขตแดน


(http://pics.manager.co.th/Images/553000012743903.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/553000012743902.JPEG)


       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า คณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายสุรพล เกียรติไชยากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางศึกษาดูแลงาน "การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมของภาคเหนือตอนบน" และรับฟังบรรยายสรุป ที่ห้องประชุมสำนักงานแขวงการทาง จ.เชียงราย สุดสัปดาห์นี้ พร้อมกับเดินทางลงพื้นที่ไปดูโครงการต่างๆ ตามชายแดนไทย-สปป.ลาว เช่น ท่าเรือในแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ที่ อ.เชียงแสน สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ-ห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ฯลฯ
       
       โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แจ้งถึงความคืบหน้าในโครงการต่างๆ ว่า การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เป็นรูปแบบสะพานแรงอัดคอนกรีตแบบกล่อง เริ่มต้นก่อสร้างมาแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่ามา และใช้เวลาก่อสร้าง 33 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2555
       
       ตามกำหนดการจะมีการเปิดให้บริการสะพานร่วมกันระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีน ภายในวันที่ 1 ม.ค.2556 เป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร พร้อมทางเดินเท้าทั้ง 2 ข้างกว้างรวม 14.70 เมตร ส่วนความยาวของสะพานประมาณ 480 เมตร และยังมีสะพานต่อเชื่อมในฝั่งไทยอีก 150 เมตร รวมความยาวทั้งสิ้น 630 เมตร มีเสาตอม่ออยู่กลางแม่น้ำโขง 4 ตอม่อ รวมทั้งมีอาคารด่านพรมแดนทั้ง 2 ฝั่งประเทศและถนนรวมทั้งจุดเปลี่ยนการจราจรในฝั่งไทยด้วย
       
       ด้านนายพงษ์วรรณ จารุเดชารองอธิบดี (ด้านโครงสร้างพื้อนฐานทางน้ำ) กล่าวว่า สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเรือในแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 งบประมาณ 1,546,400,000 บาท ตั้งอยู่หมู่บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน สร้างบนเนื้อที่ประมาณ 387 ไร่ ห่างจากท่าเรือแห่งแรกประมาณ 6 กิโลเมตร เพื่อให้รองรับเรือขนสินค้าขนาด 370 ตันกรอสส์ ได้พร้อมกัน 10 ลำ และรองรับสินค้าได้ปีละ 6,000,000 ตัน ลักษณะโครงการเป็นการสร้างเว้าเข้ามาในฝั่งไทยขนานไปกับแม่น้ำกก ซึ่งจะทำให้เกิดแอ่งจอดเรือที่ขุดขึ้นใหม่มีความกว้างประมาณ 71 ไร่ สามารถจอดเรือได้ทั้ง 2 ฝั่งด้านใน ส่วนระดับน้ำมีความลึก 1.5 เมตรจากระดับน้ำลึกต่ำสุด และมีลานจอดวางสินค้าประมาณ 48 ไร่ ฯลฯ
       
       “ตอนนี้สร้างคืบหน้าแล้ว 42%แต่ก็ช้ากว่าประมาณการณ์ 5%เพราะขาดอุปกรณ์เครื่องเจาะหินซึ่งหายากแต่ไม่น่าจะมีปัญหา และอุปสรรคด้านกายภาพทำให้ช่วงแรกๆ ต้องปรับแบบเพื่อให้เหมาะสม อย่างไรก็ตามการก่อสร้างยังอีกยาวนานเพราะมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 28 ธ.ค.2554 และหากเอกชนไม่สามารถก่อสร้างได้ทันกำหนดก็มีสัญญาวงเงินประกันเอาไว้ 1.5 ล้านบาท” นายพงษ์วรรณ กล่าว
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่าภายหลังจากนายพงษ์วรรณ ได้รายงานความคืบหน้าได้มีสมาชิกคณะกรรมาธิการหลายคน ได้แสดงความคิดเห็นและสอบถามข้อสงสัยหลายเรื่อง เช่น นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ และนายรังสรรค์ วันไชยธนวงส์ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เชียงราย พรรคเพื่อไทย ถึงกับกล่าวว่า โครงการนี้ทาง ส.ส.เชียงราย ทั้ง 8 คนไม่ได้เห็นชอบด้วย เพราะสงสัยเรื่องวิกฤตแม่น้ำโขงที่เหือดแห้ง ความคุ้มทุน การบริหารจัดการระหว่างท่าเรือใหม่และเก่า ฯลฯ
       
       นายพงษ์วรรณ ชี้แจงว่า โครงการนี้ได้ผ่านการศึกษามาหลายขั้นตอนและเปิดเวทีมาแล้วหลายครั้งว่าคุ้มค่า ส่วนแม่น้ำโขงก็ไม่ได้แห้งลง เพราะจากการคำนวณจากระดับน้ำตั้งแต่อดีตพบว่าสาเหตุที่เรือสินค้ามีปัญหาเพราะมีการเพิ่มขนาด ระวางบรรทุกเรือสินค้าให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น ขณะที่ท่าเรือแห่งแรกจะใช้เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
       
       ด้านนายสุรชัย กนกปิณฑะ เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่าตนยังสงสัยในโครงการนี้ในเรื่องของเขตแดนประเทศไทย-สปป.ลาว เพราะสนธิสัญญาแบ่งแดนระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส ในอดีตระบุว่าให้ร่องน้ำลึกเป็นเส้นแบ่งเขตแดนในแม่น้ำโขง แต่กรณีนี้มีเกาะช้างตายอยู่กลางแม่น้ำโขงและเราก็ทำท่าเรือเว้าเข้าในฝั่งไทย จึงสงสัยว่าเมื่อทำเช่นนี้ร่องน้ำลึกจะอยู่ที่ไหนอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อการมีร่องน้ำลึกใหม่หรือไม่
       
       พร้อมกับระบุอีกว่า โครงการนี้มีการตกลงหารือและลงนามร่วมกับ สปป.ลาว แล้วได้มีการนำเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 190 ในรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ และไปทำกันโดยใช้รัฐธรรมนูญใด ด้วยองค์กรใดกับองค์กรใด
       
       ทำให้รองอธิบดีกรมเจ้าท่าชี้แจงว่า การก่อสร้างตามโครงการนี้ได้ร่วมกับทาง สปป.ลาว ในการศึกษาร่วมกันมาตั้งแต่ต้น รวมทั้งได้นำเอาข้อมูลที่ได้ไปชี้แจงต่อรัฐบาล สปป.ลาว ที่นครเวียงจันทร์มาแล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันว่าโครงการนี้จะไม่ส่งผลกระทบ แต่หากส่งผลกระทบก็จะร่วมกันแก้ไขต่อไป ด้านร่องน้ำลึกนั้นก็ได้ส่งเรื่องให้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาแล้ว ได้รับคำตอบชัดเจนว่าเกาะช้างตายเป็นของประเทศไทย
       
       หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการฯ ยังได้สอบถามข้อมูลความคืบหน้าในโครงการโครงข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น รถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารอบใหม่เพราะที่ผ่านๆ มาได้ผลการศึกษาว่าไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน โครงการก่อสร้างถนนสายต่างๆ ที่คืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น ถนนแม่สาย-เชียงแสน-เชียงของ ถนนสาย อ.เมืองเชียงราย-ท่าเรือเชียงแสน 2 ถนนสาย อ.จุน จ.พะเยา-อ.เทิง จ.เชียงราย ถนน อ.เทิง-เชียงของ เป็นต้น

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000120117


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 08 กันยายน 2010, 10:39:55
โครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์พร้อม

ยุทธศาสตร์การขนส่งของประเทศไทย
ใสภาวะการณ์ของโลกปัจจุบันยุทธศาสตร์การขนส่งของประเทศไทย จึงต้องมีเป้าหมายกำหนดให้การขนส่งทางน้ำและทางราง เป็นเส้นทางขนส่งหลักในการขนส่งระยะยาว การขนส่งทางถนนเป็นส่วนขนส่งต่อเชื่อมจากต้นทางสู่เส้นทางหลักกับนำส่งจากเส้นทางหลักสู่ปลายทาง ด้านการขนส่งทางอากาศ เป็นส่วนสนับสนุนสำหรับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วเป็นสำคัญ

สิ่งที่ต้องดำเนินการในขณะนี้คือเร่งพัฒนาการขนส่งทางน้ำ เพื่อเป็นทางเลือกของการขนส่งต้นทุนต่ำ โดยพัฒนาท่าเรือและสร้างระบบเชื่อมโยงการขนส่งสู่ท่าเรือทั้งการขนส่งทางทะเลชายฝั่ง และการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องการเป็นฮับทางด้านเรือไทยนั้นไทยอาจจะเป็นรองสิงคโปร์ แต่ถ้าการพัฒนาการต่อเชื่อมไทยไม่เป็นรอง

เป็นศูนย์กลางการขนส่งของอินโดจีน
ประเทศไทยเป็นศูนย์ทางด้านอากาศ มีสนามบินในศูนย์กลางโดยภูมิศาสตร์ การบริหารจัดการอีกจุดหนึ่งน่าจะเป็น การเป็นฮับในภาคอินโดจีน ทั้งการเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้ โดยจีนหาทางออกทะเล ทางพม่า ทางไทย และเวียดนาม การขนส่งในแม่น้ำโขง การขนส่งทางด้านน้ำมัน การขนส่งโดยคอนเทนเนอร์ โดยพัฒนาท่าเรือเชียงแสน ระยะที่ 2 และการพัฒนาระบบขนส่งสู่ท่าเรือเชียงแสน ทั้งการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมโครงข่ายทางรถไฟจากภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกสู่ท่าเรือแหลมฉบังให้สมบูรณ์ พร้อมทั้งพัฒนาและขยายขีดความสามารถของ ไอซีดี ลาดกระบัง โครงการปรับปรุงสถานีขนส่งสินค้าชานเมือง (Truck Terminal)

ส่วนการขนส่งทางรางได้มีแผนพัฒนารถไฟรางคู่จากฉะเชิงเทราสู่แหลมฉบัง และมีการสร้าง ไอซีดี 2 โดย รฟท. มีแผนที่จะก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายแก่งคอย ผ่านคลอง 19 และเข้าสู่แหลมฉบังโดยทำเป็นรางคู่ ส่งสินค้าจากภาคตะวันออก สู่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังมีแผนเสริมเรื่องการสร้างคอนเทนเนอร์ยาร์ท (CY) ที่จะเสริมในเรื่องการกระจายและจุดขนถ่ายสินค้า นอกจากนี้ยงมีรถไฟขบวนพิเศษในการบรรทุกสินค้าพิเศษ จะขนส่งสินค้ามีการรับรองเวลา ..

http://www.logisticnews.net/index.php?m=logistic


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 10 กันยายน 2010, 09:04:41
(http://pics.manager.co.th/Images/553000013408101.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/553000013408102.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/553000013408103.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/553000013408105.JPEG)


เชียงราย - สนข.เผยแผนพัฒนาศักยภาพชายแดนเชียงราย เตรียมวางระบบ “ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าชายแดน” รองรับท่าเรือเชียงแสน 2-สะพานข้ามโขง 4 ขณะที่รัฐบาลไฟเขียวเปิดเส้นทางเดินรถโดยสารเชียงใหม่-เชียงราย ทะลุหลวงพระบาง และจีนตอนใต้ มุ่งอำนวยความสะดวกการค้าลุ่มน้ำโขง
       
       ในการสัมมนานานาชาติเรื่อง “โครงการกิจกรรมเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ(Thailand Competitiveness Conference 2010) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการจัดการแห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ได้ร่วมกันจัดขึ้น ณ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งภายในการสัมมนาได้มีการหยิบเรื่องโครงการพัฒนาต่างๆ ตามชายแดนแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย เข้าไปอภิปรายโดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างไทย-จีน ทั้งทางถนน ทางเรือแม่น้ำโขงซึ่งมีการก่อสร้างด้วยงบประมาณมหาศาลอยู่ในปัจจุบัน และทางระบบรางรถไฟซึ่งกำลังมีแผนดำเนินการในอนาคต
       
       นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธาน คสศ.หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ เปิดเผยว่า ในเวทีสัมมนาทาง สนข.ได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทยระหว่างปี 2550-2554 ขึ้นมาทำการอภิปราย มุ่งเน้นแปลงยุทธศาสตร์ดังกล่าวไปสู่ภาคปฏิบัติ
       
       ในส่วนของ จ.เชียงราย ได้มีการแจ้งว่ามีโครงการใหญ่ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาการแข่งขันของประเทศหลายโครงการ เช่น โครงการท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ตรงหมู่บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน พื้นที่ 380 ไร่ 2 งาน 62 ตารางวา ซึ่งกรมเจ้าท่าได้ดำเนินการก่อสร้างด้วยวงเงิน 1,546,400,000 บาท กำหนดแล้วเสร็จ 28 ธ.ค. 2554 ปัจจุบันโครงการนี้มีถนนสนับสนุนที่ก่อสร้างใหม่หลายสาย เช่น ถนนสี่ช่องจราจรสาย อ.แม่สาย-อ.เชียงแสน ระยะทาง 38.46 กิโลเมตร ถนนสี่ช่องจราจรสาย อ.แม่จัน-อ.เชียงแสน ระยะทาง 19.2 กิโลเมตร
       
       ขณะที่ สนข.ได้รับมอบหมายให้สำรวจออกแบบรายละเอียดและการบริหารจัดการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าชายแดน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งภายในศูนย์ฯ จะมีการอำนวยความสะดวกด้านกิจการชายแดนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การอำนวยความสะดวกด้านสถานที่สำหรับรถโดยสาร รถบรรทุก รถไฟ รถทั่วไป ฯลฯ
       
       สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมไทย-สปป.ลาว ด้าน อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งรัฐบาลไทย-จีน ได้ตกลงร่วมกันโดยไทยและจีนได้จัดการด้านการเงินสำหรับงานก่อสร้างฝ่ายละ 50% ในวงเงินค่าก่อสร้างรวม 1,624 ล้านบาท ต่อมากรมทางหลวงได้เปิดซองประกวดราคาเพื่อจัดหาเอกชนเข้าดำเนินการก่อสร้างเรียบร้อยแล้วโดยได้ “กลุ่มซีอาร์ 5-เคที จอยท์เวนเจอร์” ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่าง “บริษัท ไซน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป” จำกัด จากประเทศจีน “บริษัท กรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด” จากประเทศไทย วงเงิน 1,431,138,545.00 บาทหรือประมาณ 43,158,581.11 เหรียญสหรัฐ
       
       เซ็นสัญญาก่อสร้างในวันที่ 14 พ.ค.2553 ด้วยระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง 30 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี พ.ศ.2555 นั้น สนข.ก็มีกำหนดจัดตั้งศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าชายแดนให้แล้วเสร็จในเวลาเดียวกันด้วย
       
       ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าหรือ Border Control Facility ทาง สนข.ได้มีการประเมินมูลค่าการก่อสร้างโครงการว่า จะมีมูลค่าในระยะที่ 1 จำนวน 1,451 ล้านบาท ระยะที่ 2 จำนวน 850 ล้านบาท รวมทั้งหมด 2,301 ล้านบาท โดยจะมีโครงการสนับสนุนหลายโครงการ เช่น 1.โครงการก่อสร้างทาง 4 ช่องจราจร ทล.1020,1152 สายเชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 75 กิโลเมตร 2.โครงการก่อสร้างถนนสายแยก ทล.1020-บ.กิ่วแก้ว อ.เทิง-อ.จุน ระยะทาง 43.709 กิโลเมตร 3.โครงการก่อสร้างถนนสาย ชร.4057 แยก ทล.1020-บ.ดอนมหาวัน อ.เชียงของ ระยะทาง 8.683 กิโลเมตร และ 4.โครงการก่อสร้างถนน ชร.4014 แยก ทล.1020 บ.แก่นใต้ อ.เชียงของ ระยะทาง 8.90 กิโลเมตร
       
       นอกจากนี้ สนข.ยังได้แจ้งความคืบหน้าอื่นๆ อีกว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้ส่งเสริมโครงการเสริมอื่นๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพชายแดนด้านนี้หลายโครงการ โดยเฉพาะการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน เพื่อการเปิดเดินรถโดยสารระหว่างประเทศ จำนวน 2 สาย ได้แก่ 1.เส้นทาง จ.เชียงใหม่-จ.เชียงราย-แขวงบ่อแก้ว-แขวงหลวงน้ำทา-แขวงอุดมไชย-แขวงหลวงพระบาง 2.เส้นทาง จ.เชียงราย (ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 4)-เมืองห้วยทราย (แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว)-เมืองบ่อเต็น (แขวงหลวงน้ำทา) ชายแดน สปป.ลาว-จีนตอนใต้
       
       การโดยสารด้วยรถประจำทางดังกล่าวคงจะมีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อม ซึ่งเริ่มแรกก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย เช่น หากเข้าไปยังแขวงที่อยู่ติดกับประเทศไทยก็ใช้เพียงแค่หนังสือผ่านแดนชั่วคราวหรือบอเดอร์พาส แต่หากข้ามแขวง ก็ต้องใช้หนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ต เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าหากมีการเปิดใช้รถโดยสารจะทำให้ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงมีความคึกคักด้านการเดินทางมากขึ้นโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว
       
       นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันในแผนของ สนข.ยังกำหนดให้มีการศึกษาและออกแบบเพื่อเตรียมการก่อสร้างทางรถไฟสาย อ.เด่นชัย จ.แพร่-อ.เชียงของ ระยะทาง 346 กิโลเมตร ด้วย
       
       อย่างไรก็ตาม การจะก้าวไปสู่การพัฒนาดังกล่าวให้เต็มรูปแบบนั้น ยังต้องมีกฎระเบียนอื่น ๆ ขึ้นมารองรับ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก ซึ่งมีเนื้อหาคือ 1.เพื่อการขนส่งข้ามพรมแดน รองรับพันธกรณีในการปรับปรุงพิธีการ ณ ด่านพรมแดนให้สอดคล้องกับหลักการตามความตกลงระหว่างประเทศ
       
       2.อำนวยความสะดวกในการขนส่งผ่านด่านพรมแดน (Cross Border transport) การดำเนินพิธีการ ณ ด่านพรมแดนเกี่ยวข้องกับอำนาจของหลายหน่วยงาน ภายใต้กฎหมายหลายฉบับ
       
       3.การมีกฎหมายกลางขึ้นใหม่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะสามารถอ้างอิงในการออกกฎหมายลำดับรองเพื่อให้มาตรการอำนวยความสะดวกเกิดผลในปฏิบัติจะเกิดผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินการมากกว่าการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเป็นรายฉบับสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการอนุวัติความตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลไทยจะทำขึ้นในอนาคตได้ด้วย
       
       สำหรับสถานะของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนั้นปัจจุบันยังรอเสนอสภาผู้แทนราษฎรอยู่ เมื่อแล้วเสร็จจะให้อำนาจกระทรวงคมนาคมประกาศพื้นที่ควบคุมร่วมกัน (Common Control Area :CCA) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการดำเนินพิธีการอย่างเบ็ดเสร็จในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้สามารถให้บริการ ณ จุดเดียว (One Stop Service) รองรับ Single Stop Inspection ต่อไป


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000126414


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: AOWTHAI ที่ วันที่ 13 กันยายน 2010, 17:10:52
ตกลง สร้าง จากเชียงของไปถึงไหนล่ะ ได้ข่าวว่าตอนนิถึงบ้านครึ่งแล้ว ใช่ปะ

แล้วตกลงจะมาถึงบ้านต้าป่าวครับ

ขอรูปอัพเดททางหน่อย   ???


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Highwayboy ที่ วันที่ 20 กันยายน 2010, 16:17:25
ความก้าวหน้าล่าสุด


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 กันยายน 2010, 16:21:40
ขอบคุณมากครับ. ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Krit_66 ที่ วันที่ 20 กันยายน 2010, 16:25:07
ช่วงนี้ถนนหนทางหลายแห่งก้อปรับปรุงเพื่อเตรียมตัวที่จะวิ่งไปเชื่อมกับ R3A พี่ๆน้องก้อทนๆหน่อยนะครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 กันยายน 2010, 16:34:50
(http://img72.imageshack.us/img72/8227/20211.png)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 02 ตุลาคม 2010, 18:15:35
(http://www.rpanich.com/p2/pics/00083_0.jpg)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 02 ตุลาคม 2010, 21:02:40
(http://i386.photobucket.com/albums/oo301/surasakc/r3a_map.gif)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 05 ตุลาคม 2010, 12:41:44
 วันที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4250  ประชาชาติธุรกิจ


นักท่องเที่ยวจีนทะลัก'R3A'สู่ไทย ทัวร์จีนแห่ดัมพ์ราคาหน้าร้านรับตลาดโตก้าวกระโดด




 
นักท่องเที่ยวจีน-ไทยทะลักเส้นทาง อาร์สามเอ แนวโน้มพุ่งสูงถึงแสนคน ล่าสุดมณฑลหยุนหนานให้รางวัลคนจีนมาเที่ยวเมืองไทยเกือบหมื่นคน พร้อมจัดแพ็กเกจ เที่ยวเชียงราย-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ-พัทยา ด้านทัวร์จีน "หย่าไทร์เอเชี่ยนทัวร์" ดัมพ์ราคาหน้าร้านรับตลาดทัวร์จีนใต้บูม


นายพงษ์ธร ชยาตุลชาต ประธานบริษัท หย่าไทร์เอเชี่ยนทัวร์ จำกัด และผู้อำนวยการศูนย์กระจายสินค้าและท่องเที่ยวสิบสองปันนา ประจำ จ.เชียงราย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองทำให้นักท่องเที่ยวจีนหยุดเดินทางมาท่องเที่ยวผ่านถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ และนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปจีนตอนใต้ลดลงกว่า 30% ปัจจุบันสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยคนจีนเดินทางผ่านถนนอาร์สามเอมากขึ้น และมีแนวโน้มว่าตั้งแต่เดือน ต.ค. 2553-เม.ย. 2554 จะเข้ามามากขึ้นเป็นประวัติการณ์ เพราะมณฑลหยุนหนานซึ่งอยู่ใกล้ จ.เชียงรายที่สุดมีโครงการส่งเสริมให้คนจีนลงมาเที่ยวประเทศไทย

"มณฑลหยุนหนานมีโครงการให้แต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และเมืองต่าง ๆ แข่งขันทางด้านศิลปวัฒนธรรมและกีฬา พื้นบ้าน และให้รางวัลคนจีนเดินทางมาเยือน จ.เชียงราย เมืองละประมาณ 2,500 คน โดยมีข้อกำหนดให้เดินทางลงมาพักที่ จ.เชียงราย 1 คืน เชียงใหม่ 2 คืน จากนั้นไปกรุงเทพฯ-พัทยา รวมระยะเวลา 5 คืน 6 วัน ซึ่งในมณฑลหยุนหนานมี 5 เมืองใหญ่ จึงคาดว่าจะมีคนจีนเดินทางลงมาอีกไม่ต่ำกว่า 11,000-12,000 คน"

ทั้งนี้สถิติตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค. 2553 มีนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางด้วยรถยนต์ไปตามถนนอาร์สามเอโดยผ่านการบริการของศูนย์ 60,095 คน และข้อมูลจากด่านตรวจคนเข้าเมืองมีจำนวน 85,000 คน ส่วนคนจีนที่เดินทางลงมายัง จ.เชียงรายประมาณ 5,000 คน โดยผ่านการให้บริการของศูนย์ประมาณ 1,500 คน และแนวโน้มที่คนจีนจะทะลุถึงแสนคน

โครงการดังกล่าวช่วยลดอุปสรรคเรื่องการทำวีซ่าของคนจีนตอนใต้ ซึ่งที่ผ่านมาทำยากและต้องไปทำ ณ จุดเดียวที่เมือง คุนหมิง เมืองเอกของมณฑลหยุนหนานเท่านั้น ส่วนประเทศไทยเปิดกว้างให้คนจีนเข้ามาโดยใช้ระบบวีซ่าเมื่อมาถึงที่ด่านพรมแดน และ 1 ปีที่ผ่านมาจนถึงเดือน มี.ค. 2554 กระทรวงการต่างประเทศของไทยเปิดบริการให้คนจีนทำวีซ่าฟรี ซึ่งเดิมต้องเสียค่าใช้จ่ายรายละ 1,200 บาท

ส่วนกรณีของคนไทยที่เดินทางไปจีนนั้นก็ไม่มีอุปสรรคด้านการขอวีซ่า แม้ว่าในปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของจีนที่ จ.เชียงใหม่จะสูง โดยคิดในอัตราขอวันเดียวได้เลย 2,200 บาท ขอ 2 วันได้ คิดค่าธรรมเนียม 1,800 บาท และ 4 วัน 1,000 บาท

นายพงษ์ธรกล่าวต่อว่า ความคึกคัก ดังกล่าว บริษัทได้ลดราคาค่าเดินทาง ท่องเที่ยวบนถนนอาร์สามเอ เส้นทาง อ.เชียงของ จ.เชียงราย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ระยะเวลา 2 วัน 3 คืน หากมีผู้เดินทางตั้งแต่ 30 คนขึ้นไปคิดราคาคนละ 6,800 บาท และ 20 คน คิดราคา 7,000 บาท หากไม่เกิน 10 คน ราคา 7,500 บาท ส่วนระยะเวลา 3 วัน 4 คืน คิดราคา 7,800 บาท 8,000 บาท และ 8,500 บาท ตามลำดับ

หากเดินทางไปถึงสิบสองปันนา-คุนหมิง ระยะเวลา 5 คืน 6 วัน คิดราคา 13,000 บาท 13,500 บาท 14,000 บาท ตามลำดับ และหากเดินทางไปถึงคุนหมิง-ต้าลี่-ลี่เจียง ระยะเวลา 6 คืน 7 วัน คิดราคา 15,000 บาท 15,500 บาท 17,500 บาท ตามลำดับ ที่ผ่านมาทัวร์แบบ 3 วัน 4 คืนได้รับความนิยมที่สุด

นอกจากนี้ยังมีบริการทัวร์ราคาถูกเส้นทางในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบนอีกหลายเส้นทาง เช่น แม่สาย-เชียงตุง-เมืองลา (พม่า) เส้นทางผ่านถนนอาร์สามเอไปเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว

ทั้งนี้ราคาดังกล่าวเป็นราคาหน้าร้านเท่านั้น หากเป็นเอเย่นต์ก็สามารถเจรจากันได้อีก ปัจจุบันมีเอกชนหลายรายที่จัด โปรโมชั่นในลักษณะเดียวกัน ซึ่งราคาของบริษัทถือเป็นระดับกลาง และเพื่อรองรับ นักท่องเที่ยวจีนที่จะทะลักลงมา ได้เตรียมรถตู้นำเที่ยวระหว่างเส้นทางเชียงราย-เชียงใหม่ไว้แล้ว ค่าโดยสารไป-กลับคนละ 400 บาท ซึ่งนักท่องเที่ยวแวะเที่ยวที่โป่งน้ำร้อนและวัดเจดีย์หลวง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ได้ด้วย

นายพงษ์ธรกล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทกำลังลงทุนเปิดจุดพักรถบัสตามรายทางอาร์สามเอ เพื่อรองรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมระหว่างห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว กับ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2555 โดยจุดพักรถจะมีหลายจุด เช่น ที่ห้วยทราย หลวงน้ำทา นอกจากนี้ยังได้ประสานกับสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.เชียงราย แห่งที่ 2 เพื่อรองรับรถบัส ซึ่งเชื่อมการโดยสารบนถนนสายคุนหมิง-กรุงเทพฯ หรือคุน-มั่นกงลู่

หน้า 24
 
http://www.prachachat.net/view_news.php?newsid=02phu04041053&sectionid=0211&day=2010-10-04


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 08 พฤศจิกายน 2010, 11:09:07

เชียงราย - กรมทางหลวงเริ่มเดินเครื่องสร้างสะพานข้ามโขง 4 เชื่อมชายแดนเชียงรายเข้ากับเส้นทาง R3a แล้ว คาดตอกเสาเข็มเล่มแรกมกราคม 54 ล่าสุดจ่ายเงินเวนคืนที่ดินให้ชาวบ้าน เตรียมสร้างถนนเชื่อมต่อหัวสะพาน
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า ขณะนี้กรมทางหลวงได้เริ่มก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อเชื่อมกับถนน R3 a ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ระยะทาง 248 กิโลเมตร และก่อสร้างถนนเชื่อมหัวสะพานแล้ว โดยการก่อสร้างสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่หมู่บ้านดอนมหาวัน ต.เวียง อ.เชียงของ จนมาถึงจุดเริ่มต้นโครงการที่บ้านทุ่งงิ้ว ต.สถาน อ.เชียงของ ห่างจากริมฝั่งประมาณ 7 กิโลเมตร ที่มีการปรับหน้าดินเพื่อตอกเสาเข็มเพื่อให้แล้วเสร็จภายในปี 2555 ตามกำหนด ซึ่งการก่อสร้างดังกล่าวควบคู่ไปกับการทำถนนสายเชียงของ-เทิง ขนาด 4 ช่องจราจรเพื่อรองรับไปพร้อมๆ กัน
       
       นายวิรัตน์ แสนอุดม ผู้อำนวยการแขวงการทางเชียงรายที่ 2 กรมทางหลวง เปิดเผยว่า การก่อสร้างสะพาน ทำไปได้แล้วราว 2-3% คาดว่าภายในเดือมกราคม 2554 จะสามารถตอกเสาเข็มเล่มแรกกลางแม่น้ำโขงได้ และจะมีการวางเสาตอม่อ รวมทั้งสร้างเกาะเทียมกลางแม่น้ำโขง เพื่อใช้ในการก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ต่อไป ทั้งนี้ในภาพรวมถือว่าไม่มีปัญหาใดๆ โดยจะมีการปรับพื้นที่ส่วนกองทรายด้านหน้างานก็จะมีการให้เอกชนนำเอาออกไปให้เรียบร้อย ทำให้จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดแน่
       
       นายวิรัตน์กล่าวว่า ส่วนการเวนคืนที่ดินมีชาวบ้านที่จะถูกคืนที่ดินจำนวน 61 ราย ตลอดรายทางทั้งบริเวณสะพาน-แนวถนน เจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าไปทำความเข้าใจแก่ชาวบ้านแล้ว และจ่ายเงินค่าเวนคืนที่ดินให้แก่ชาวบ้านมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท กรณีทรายที่มีการขุดกันนั้นไม่ถือเป็นปัญหาเพราะเอกชนสามารถทำการก่อสร้างต่อไปได้ตามสัญญา
       
       สำหรับรูปแบบโครงการได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษารูปแบบจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ตั้งแต่ปี 2548 ต่อมาปี 2550 กรมทางหลวงของไทย ได้สานต่อด้วยการออกแบบรายละเอียดโครงการมูลค่า 35 ล้านบาท และเมื่อต้นปี 2553 ก็สามารถคัดสรรเอกชนที่จะทำการก่อสร้าง คือ กลุ่มซีอาร์ 5-เคที จอยท์เวนเจอร์ ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ไชน่า เรลเวย์ โน.5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด จากประเทศจีน กับบริษัทกรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด ของประเทศไทย ภายใต้งบประมาณ 1,486.5 ล้านบาท โดยประเทศไทยและจีนสนับสนุนฝ่ายละครึ่ง
       
       รูปแบบสะพานเป็นคอนกรีตรูปกล่อง (Segmental Concrete Box Girder) มีเสาตอม่อ 4 ตอม่อ มีความกว้าง 14.70 เมตร เป็นสะพานขนาดสองช่องจราจรๆ ละ 3.50 เมตร และไหล่ทางข้างละ 2 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.25 เมตร ความยาว 480 เมตรเมื่อรวมกับถนนติดขอบฝั่งก็จะยาวประมาณ 630 เมตร นอกจากตัวสะพานแล้วยังมีโครงการก่อสร้างถนนตัดแยกจากถนนหมายเลข 1020 หรือสายเชียงราย-เชียงของ ในฝั่งไทย เพื่อเป็นจุดสลับการจราจรก่อนไปถึงตัวสะพานอีกประมาณ 5 กิโลเมตร และถนนในฝั่ง สปป.ลาว อีกประมาณ 6 กิโลเมตร
       
       รวมทั้งมีการก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว รูปทรงล้านนาประยุกต์ เพื่อใช้เป็นจุดตรวจปล่อยร่วมกัน ณ จุดเดียวตามหลักประตูเดี่ยว (Single Stop Inspection) รวมเนื้อที่ฝั่งไทยทั้งหมดประมาณ 400 ไร่
       
       ทั้งนี้ชายแดนเชียงของ-ห้วยทราย ปีที่ผ่านมาตัวเลขการนำเข้าอยู่ที่ 986.331 ล้านบาท เป็นสินค้าจากจีนตอนใต้ 490.409 ล้านบาท สปป.ลาว 495.922 ล้านบาท โดยสินค้านำเข้าอันดับ 1 คือ ถ่านหินลิกไนต์ ปริมาณกว่า 382,339,680 ตัน มูลค่า 317.7 ล้านบาท และได้เริ่มมีพืชผักจีนถูกส่งมาตามถนนอาร์สาเอแล้วกว่า 9,672,350.00 ตัน มูลค่า 159.16 ล้านบาท
       
       ส่วนการการส่งออกมีมูลค่า 1.931,04 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออกไปจีนตอนใต้ 436.906 ล้านบาท สปป.ลาว 1,493.184 ล้านบาท พม่า 0.950 ล้านบาท สินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง วัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ไฟฟ้า ยางพารา ฯลฯ
       
       สถิติการนำเข้าและส่งออกทุกอย่างมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี ตามความสะดวกของการคมนาคมของถนนR3aเชื่อมไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ และยังมีผลต่อสถิติด้านการท่องเที่ยว เพราะปี 2552 ที่ผ่านมามีคนไทยเดินทางไปเที่ยวจีนตอนใต้ด้วยเส้นทางนี้กว่า 85,697 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 55.2%

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000157110


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2010, 21:56:31
เชียงราย - เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย เผย หากรถไฟคุนหมิง-หนองคาย-กรุงเทพฯ เสร็จ จะทำให้คนไทย-จีน เดินทางถึงกันได้ภายในเวลา 5 ชั่วโมงเท่านั้น เชื่อมั่นจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนในกลุ่มลุ่มน้ำโขงตอนบนอีกมหาศาล หลัง R3a ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลุ่มน้ำโขงตอนบนมาแล้วอย่างชัดเจน
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า ช่วงระหว่างวันที่ 17-19 พ.ย.นี้ นายก่วน มู่ (Mr.Guan Mu) เอกอัครราชทูตประเทศจีนประจำประเทศไทย ได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.เชียงราย เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งนอกจากจะเดินทางไปยังสมาคมกวงเม้งเชียงราย เพื่อพบปะพี่น้องเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ที่เชียงราย ยังเดินไปยังโรงเรียนพณิชยการเชียงราย อ.เมืองเชียงราย ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาที่มีการเปิดสอนภาษาจีน พร้อมกันนี้ ได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นวิดีโอเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับทางโรงเรียนด้วย
       
       โดยมี นายสินธุ์ จงไพบูลย์กิจ ผู้รับใบอนุญาตก่อตั้งโรงเรียนพณิชยการเชียงราย และประธานมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย, นายสาธิต ตรีสัตยาเวทย์ เลขานุการมูลนิธิ และคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ รวมทั้งบริหารโรงเรียน และนักเรียนให้การต้อนรับ
       
       นายสินธุ์ กล่าวว่า ทางโรงเรียนพณิชยการเชียงราย และมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เอกเอกอัครราชทูตประเทศจีน ประจำประเทศไทยได้เดินทางไปเยือน สำหรับโรงเรียนมีนักเรียนประมาณ 3,000 คน ทำการเปิดเรียนในระดับ ปวช.และ ปวส.ในหลายสาขา ขณะเดียวกัน ได้มีการเปิดสอนหลักสูตรภาษาจีนและที่ผ่านมาสถานศึกษาแห่งนี้มีความมุ่งมั่นจะพัฒนาให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนในภาคเหนือและของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในอนาคตต่อไป
       
       ด้าน นายก่วนมู่ กล่าวว่า นับเป็นเวลาเกือบ 20 ปีที่จังหวัดเชียงรายได้ร่วมกับประเทศจีนผลักดันการค้า การลงทุนและความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมกับประเทศแถบลุ่มน้ำโขงผ่านเส้นทางทางน้ำ ทางบกและอากาศ โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของถนน R3A เชื่อมเชียงราย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกๆ ด้านต่อประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน และหากสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เสร็จสิ้นลงก็จะกลายเป็นช่องทางที่จะเชื่อมจีนกับอาเซียนโดยผ่านประเทศไทย ซึ่งก็จะทำให้เกิดมูลค่าจากการค้าขายและการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
       
       “ปัจจุบันประเทศจีนได้ก่อสร้างเส้นทางรถไฟรางคู่จากเมืองคุนหมิง มณฑลหยุนหนัน ผ่านเข้าไปยัง สปป.ลาว และจะเข้าสู่ประเทศไทยที่ จ.หนองคาย เพื่อจะมุ่งหน้าต่อไปยังกรุงเทพฯ ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะทำให้การเดินทางใช้เวลาอันรวดเร็ว เพราะรถไฟมีความเร็ว 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เส้นทางคุนหมิง-กรุงเทพฯ สามารถนั่งรถไฟแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้น" นายก่วนมู่ กล่าวและว่า และหากมีเส้นทางสายคุนหมิง-เชียงราย ในอนาคตอีกก็จะทำให้ใช้เวลาเดินทางแค่ 4 ชั่วโมง
       
       เอกอัครราชทูตประจำจีนประจำประเทศไทย กล่าวด้วยว่า ดังนั้น ทั้งสองประเทศจึงต้องมีการเตรียมตัวรับมือกับการพัฒนาร่วมกันใน โดยในส่วนของ จ.เชียงราย ถือเป็นเมืองสำคัญเพราะเป็นเมืองท่าในแม่น้ำโขงและมีเส้นทางเชื่อมทางบกกับจีนได้ ดังนั้น การที่โรงเรียนพานิชยการเชียงรายมีการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนให้กับนักเรียน เพื่อใช้ในการติดต่อพูดคุยกับชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวและมาลงทุนจึงเป็นการรองรับอนาคตที่ดีอย่างยิ่ง
       
       นอกจากนี้ นายก่วนมู่ มีกำหนดเดินทางไปในหลายพื้นที่นอกโปรแกรมปกติ โดยมีรายงานว่าจะเดินทางไปดูสภาพของแม่น้ำโขงชายแดนไทย-ส.ป.ป.ลาว ภายหลังมีข่าวเรื่องแม่น้ำโขงแห้งลงอย่างรวดเร็ว และในวันที่ 19 พ.ย.มีกำหนดอย่างเป็นทางการที่จะเดินทางไปร่วมงานครบรอบ 12 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และ 35 ปีการสถาปนความสัมพันธ์ไทย-จีน ณ ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร สถาบันขงจื่อแห่ง มฟล.โดยจะเป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์ในการบรรยายเรื่อง “ส่งเสริมมิตรภาพ เพิ่มพูนความร่วมมือ สู่การพัฒนาร่วมกัน” ณ อาคารซี 4 มฟล.ด้วย
 
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000163171


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2010, 22:07:54
เชียงราย - ผู้ว่าฯเชียงราย เล็งโหมโรงกันอีกรอบ เตรียมเสนอทูตจีนตั้งกงสุลเชียงราย หนุนการค้า-การท่องเที่ยว ขณะที่ภาคเอกชนเชื่อมั่น จีนเห็นพ้อง หลังมีทุนจีนลงทุนในลุ่มน้ำโขง แถบชายแดนเชียงรายนับแสนล้าน
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าระหว่างวันที่ 17-19 พ.ย.นี้ นายกวนมู่ เอกอัคราชฑูตประเทศจีนประจำประเทศไทย มีกำหนดเดินทางไปเยือน จ.เชียงราย โดยวันที่ 17-18 พ.ย.จะไปร่วมกิจกรรมกับสมาคมการค้าจงหัวเชียงราย เพื่อพบปะกับองค์กรชาวจีน เช่น สมาคม มูลนิธิ ฯลฯ ต่างๆ และในวันที่ 19 พ.ย.มีกำหนดไปร่วมงานครบรอบ 12 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และ 35 ปีการสถาปนความสัมพันธ์ไทย-จีน ณ ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร สถาบันขงจื่อ แห่ง มฟล. โดยนายกวนมู่ จะเป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์ในการบรรยายเรื่อง "ส่งเสริมมิตรภาพ เพิ่มพูนความร่วมมือ สู่การพัฒนาร่วมกัน" ณ อาคารซี 4 มฟล.ด้วย
       
       ด้านนายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ในโอกาสที่เอกอัคราชทูตประเทศจีน ประจำประเทศไทย เดินทางมาเชียงรายครั้งนี้ ตนจะเสนอข้อปรึกษาเกี่ยวกับการขอให้ทางประเทศจีนได้พิจารณาจัดตั้งสถานกงสุลแห่งใหม่ขึ้นที่เชียงราย เพื่อให้เหมาะสมกับภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะปัจจุบันเชียงรายเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้ในทุกเส้นทางทั้งทางบกผ่านถนนหลายสาย ทางเรือในแม่น้ำโขง และทางเครื่องบิน รวมทั้งยังสามารถเชื่อมไปยัง สปป.ลาว พม่า ได้อีกด้วย
       
       ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันประเทศจีนจะมีสถานกงสุลใหญ่ประจำ จ.เชียงใหม่ อยู่แล้วแต่เพื่อการอำนวยความสะดวกในการประสานงานทุกด้าน ทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยว จึงเห็นว่าหากมีการจัดตั้งในเชียงรายจะช่วยทำให้การพัฒนาด้านรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
       
       นายสมชัย ย้ำว่า เชียงรายกับจีนตอนใต้ มีความสัมพันธ์แนบแน่นทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรม การศึกษา ฯลฯ ซึ่งในส่วนของด้านการศึกษานั้น ก็พึ่งเริ่มต้นกันในตอนหลังและพบว่าทุกฝ่ายให้ความสำคัญ เนื่องจากบทบาทของภาษาจีนในเวทีโลกมีมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการได้เรียนรู้ภาษาจีนโดยเฉพาะผ่านทาง มฟล.จึงมีความจำเป็น
       
      ด้านนายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งหากมีการพิจารณาจัดตั้งสถานกงสุลที่เชียงราย เพราะโดยความเป็นจริงแล้วสภาพภูมิศาสตร์ของเชียงราย เป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หากว่าเมืองหน้าด่าน ซึ่งเป็นประตูมีการสถานกงสุล ก็จะสามารถทำพิธีการเกี่ยวกับการออกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวเข้า-ออกได้สะดวก
       
       โดยเฉพาะปัจจุบันมีคนจีนและไทยเดินทางไปมาหาสู่กันมากขึ้นในทุกเส้นทางโดยทางบกเชียงรายอยู่ห่างจากเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน เพียง 248 กิโลเมตร และมีช่องทางอื่นๆ อีกมากมาย แต่ปัจจุบันการทำวีซ่า ต้องไปทำกันที่ จ.เชียงใหม่ หรือกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับคนจีนที่ต้องติดต่อประสานงานกับสถานกงสุล ก็ไม่สะดวกเช่นกัน
       
       นายวิรุณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กลุ่มทุนจากประเทศจีนได้ลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงด้าน จ.เชียงราย เป็นมูลค่านับแสนล้านบาท ดังนั้นตนจึงเชื่อว่าทางประเทศจีนจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณา เพราะโลกยุคปัจจุบันอาศัยเรื่องผลประโยชน์และความร่วมมือกันเป็นหลัก หากว่าประเทศจีนมีเศรษฐกิจขยายลงสู่ภาคใต้อย่างมหาศาลเช่นนี้ก็ย่อมต้องใช้กลไกด้านความสะดวกดังกล่าวเช่นกัน
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในปัจจุบันมีคนไทยเดินทางไปเยือนยังเขตปกครองตนเองสิบสองปันนาปีละประมาณ 85,000 คน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 55 เป็นประจำทุกปี ส่วนคนจีนที่เดินทางมาเยือนเชียงรายยังมีน้อยเพียงประมาณ 5,000 คน ขณะที่การค้าชายแดนเชียงราย-จีนตอนใต้ เมื่อปีที่ผ่านมามีมูลค่ารวมกันกว่า 5,141.18 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออกจากไทยมูลค่า 3,261.59 ล้านบาท นำเข้า 1,879.59 ล้านบาท และในช่วงต้นปีนี้มีมูลค่ารวม 1,037.09 ล้านบาท โดยเป็นการส่งออกจากเชียงรายมูลค่า 605.91 ล้านบาท และนำเข้า 431.18 ล้านบาท


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000162562 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000162562)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: คนเมือง ณ กว่างกรุง ที่ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2010, 21:15:16
ขอบคุณสำหรับข่าวสารดีๆ ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 13 ธันวาคม 2010, 14:45:58
ถนน ก็รอ ครับ.. สะพานสร้างไปถึงไหนแล้ว


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 10:17:48
ทางหลวงชนบทกางผังทำถนนเชื่อมท่าเรือเชียงแสน 2 
 
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 26 ธันวาคม 2553 21:06 น.
 
 

 
       เชียงราย - กรมทางหลวงชนบทแจงแผนปรับถนนสาย 1098 เพิ่มเส้นทางเชื่อมท่าเรือเชียงแสน 2 รับการค้าการลงทุนลุ่มน้ำโขงตอนบน
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ กรมทางหลวงชนบท ได้จัดการประชุมสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นของประชาชนถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โครงการปรับปรุงขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1098 ที่โรงแรมริมกกรีสอร์ท อ.เมืองเชียงราย ซึ่งถนนสายดังกล่าวเชื่อมระหว่างหมู่บ้านดอนงาม ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง ไปยังหมู่บ้านป่าตึง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ใกล้กับท่าเรือแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ที่กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างก่อสร้างเพื่อใช้เป็นท่าเรือหลักในการขนส่งสินค้าไทย พม่า สปป.ลาว และจีนตอนใต้ โดยมีนายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานในการเปิดงาน
       
       ในการประชุมครั้งนี้ มีประชาชนและหน่วยงานราชการต่างๆ รวมไปถึงท้องถิ่นและนักธุรกิจให้ความสนใจร่วมแสดงความคิดเห็นประมาณ 100 คน ส่วนใหญ่เห็นชอบด้วยต่อการก่อสร้าง เพราะจะสร้างประโยชน์ด้านความสะดวกในการคมนาคมขนส่ง การค้า การท่องเที่ยว ฯลฯ เนื่องจากเดิมเป็นถนนสายเปลี่ยวและไม่ค่อยได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
       
       นายพินิจ กล่าวว่า เชียงราย มีภูมิศาสตร์และศักยภาพด้านการค้าและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเป็นประตูสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทั้งทางน้ำ ผ่านแม่น้ำโขงทางท่าเรือเชียงแสนและเชียงของ โดยเฉพาะในปี 2555 การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ระหว่างเชียงของ-ห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ก็จะแล้วเสร็จและสามารถเชื่อมกับถนนR 3 a ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ จึงจำเป็นต้องมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกทุกด้าน เพื่อรองรับความคึกคักของยานพาหนะในอนาคต
       
       ด้าน นายเอนก ณัฐโฆษิต ผู้อำนวยการทางหลวงชนบท จ.เชียงราย กล่าวว่า ถนนสายนี้จะเชื่อมโยงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1129 ซึ่งเป็นจุดสร้างท่าเทียบเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 ที่ปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 60% เพื่อเป็นท่าเรือสำหรับขนส่งสินค้าในแม่น้ำโขงระหว่างไทย ลาว พม่าและจีนตอนใต้ โดยจะเป็นถนนขนาด 2 ช่องทางจราจรระยะทาง 20.440 กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง คาดว่า กว่า 100 ล้านบาท สภาพปัจจุบันเป็นถนนที่คดเคี้ยวและบางช่วงยังเป็นถนนดินลูกรังที่ยากลำบากแก่การสัญจรการขนส่ง
       
       “เบื้องต้นได้ใช้งบประมาณในการศึกษาจำนวน 3 ล้านบาท โดยให้บริษัท พรี ดีเวลลอปเมนท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นบริษัทผู้ศึกษา หลังก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้เป็นถนนสายรองเพื่อลดการแออัดของการขนส่งสินค้าจากท่าเรือตามถนนสายหลัก ที่ปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างถนนสายใหญ่เชื่อมระหว่างบ้านเด่น ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย ถึงท่าเรือเชียงแสนประมาณ 43 กิโลเมตร” นายเอนก กล่าว
 
 
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000181722


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 27 ธันวาคม 2010, 23:38:28
[SIZE="3"]ท่าเรือเชียงแสน 2 จุดรองรับสินค้าทางเรือขนส่งไปจีน[/SIZE]

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=6424.0;attach=187051;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=6424.0;attach=187050;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=6424.0;attach=187047;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=6424.0;attach=187042;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=6424.0;attach=187041;image)

(http://www.chiangraifocus.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=6424.0;attach=187034;image)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 06 มกราคม 2011, 13:25:03
ทัวร์ลาว-R3a ยอดนักท่องเที่ยวทะลุล้าน-เชื่อหลังสะพานโขง 4 เสร็จการค้าลงทุนบูมอีก
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มกราคม 2554 11:20 น.
 
 
 เชียงราย – นักธุรกิจลาวย้ำพร้อมรับสะพานน้ำโขง เผยหลังเส้นทาง R 3 a เสร็จ ทำนักท่องเที่ยวทะลักเข้าลาวผ่านแขวงบ่อแก้วเกินล้านคนแล้ว เชื่อหลังสะพานเสร็จการค้า การลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยวเติบโตอีกมหาศาล
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการและเอกชนเดินทางข้ามฝั่งโขงที่ อ.เชียงของ ไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อพบปะและเจริญสัมพันธไมตรีกับท่านคำมั่น สูนวิเลิด เจ้าแขวงบ่อแก้ว ที่อยู่ติดกับ จ.เชียงราย เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากคณะของแขวงห้วยทรายเป็นอย่างดี และทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ร่วมกับนายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้า จ.เชียงราย ได้เชิญคณะจากแขวงบ่อแก้วได้เข้าร่วมงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 16 ที่จะจัดขึ้น 15-17 ม.ค.นี้ ณ สนามบินฝูงบิน 416 ถนนสนามบิน เทศบาลนครเชียงราย
       
       จากนั้นท่านคำมั่นได้ให้คณะฝ่ายไทยเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลแขวงบ่อแก้วและโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมบ้านดอน เมืองห้วยทราย-บ้านทุ่งงิ้ว ต.สถาน อ.เชียงของ
       
       พร้อมกันนั้นคณะของผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้พบกับคณะวิศวกรชาวจีนของบริษัท CR5-KT (China Raiway No.5 Engineering Group) จำกัด ที่ได้นำเครื่องจักร อุปกรณ์และแรงงานเริ่มก่อสร้างโครงสร้างของสะพานอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตามในฝั่ง สปป.ลาว ยังไม่มีการก่อสร้างถนนเชื่อมสะพานเข้ากับเส้นทาง R3A ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้
       
       ขณะที่ฝั่งไทย บริษัทกรุงธนเอ็นจิเนียร์ริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนที่ร่วมทุนกับบริษัท CR5-KT ในการก่อสร้างสะพาน ถนนและอาคารที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการก่อสร้างถนนแยกจากถนนสายเทิง-เชียงของ ไปจนถึงหมู่บ้านทุ่งงิ้วอย่างคึกคักเช่นกัน
       
       นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมโครงการนาคราชนคร ซึ่งเป็นการลงทุนของเอกชนไทยนำโดยบริษัทเอเอซี กรีน ซิตี้ ลาว จำกัด ร่วมทุนกับเกาหลีใต้ พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว สินค้าปลอดภาษี โรงแรม การเกษตร ฯลฯ ครบวงจร บนเนื้อที่ 1,200 ไร่ ภายใต้สัญญาสัมปทานกับรัฐบาล สปป.ลาว 40 ปีและต่อได้อีก 40 ปี แต่การก่อสร้างสะพานได้ออกแบบถนนให้ตัดผ่านโครงการกว่า 120 ไร่ ซึ่งคณะได้รับทราบจากโครงการนาคราชนครว่าปัจจุบันได้มีการปรับตัวด้วยการปรับแบบเพื่อให้เหมาะสมกับถนนที่จะตัดผ่านแล้ว
       
       ด้านท่านสุพอน ปันยาดา ประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นนักธุรกิจด้านการสื่อสารในแขวงบ่อแก้ว กล่าวว่า อดีตที่ผ่านมาการค้าชายแดนด้านห้วยทราย-เชียงของ เป็นการค้าเกี่ยวกับการเกษตรเป็นหลัก แต่ปัจจุบันมีอัตราการขยายตัวมากขึ้น และเชื่อว่าเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งนี้แล้วเสร็จจะทำให้การค้าและการท่องเที่ยวขยายตัวอีกมาก
       
       ในส่วนของฝ่าย สปป.ลาว ก็ได้มีการรองรับด้วยการพัฒนาจุดผ่านสินค้าให้สะดวกและรวดเร็วหรือ Single Window รวมทั้งระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสะพานแห่งนี้คงจะทำให้เกิดการค้าระหว่างไทย-จีน มากขึ้นในส่วนของ สปป.ลาว คงจะได้ประโยชน์ด้านค่าผ่านทาง ภาษีและการท่องเที่ยวเป็นหลัก
       
       ท่านสุพอน กล่าวอีกว่า แม้ว่าการคมนาคมจะสะดวกขึ้นและในปัจจุบันมีการค้าเสรีโดยปลอดอัตราภาษีสินค้ากันมากขึ้น แต่สำหรับ สปป.ลาว ยังถือว่ายังไม่ได้เข้าร่วมกับเขตเสรีอาเซียนหรือ AFTA อย่างเต็มตัวจนกว่าจะถึงปี 2557 ดังนั้นเมื่อการสะพานก่อสร้างเสร็จในปี 2555 ทาง สปป.ลาว ก็คงจะมีการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายลาวและข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ตามขั้นตอน แต่สิ่งที่จะได้รับประโยชน์อย่างทันทีคือเรื่องการท่องเที่ยวหลังจากที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวผ่าน R3A และแม่น้ำโขงไปเยือนแขวงบ่อแก้วเกือบ 1 ล้านคนแล้ว
       
       "ด้านการลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มทุนจีนที่เข้าไปลงทุนในแขวงบ่อแก้วมากกว่ากลุ่มทุนใดๆ รวมทั้งกลุ่มทุนไทย ทั้งโรงแรม ขนส่งสินค้า และด้านการขนส่งสินค้าก็เห็นว่าหลังสะพานก่อสร้างแล้วเสร็จก็คงจะใช้ระบบโลจิสติกส์เดิมคือมีการเปลี่ยนถ่านหัวลากกันที่บ้านนาเตย แขวงหลวงน้ำทา ชายแดน สปป.ลาว-จีนตอนใต้ เพราะรถขนส่งของไทยและจีนบนถนน R3A ไม่เหมือนกัน มีพวงมาลัยและการขับขี่แตกต่างกัน"
       
       ท่านสุพอน กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในอนาคตก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตั้งจุดเปลี่ยนหัวลากที่เมืองห้วยทรายได้ เพราะเมื่อเกิดความแตกต่างกันดังกล่าวทำให้รถบรรทุกจากประเทศไทยประสบปัญหาการขนส่งบนถนน R3A ในเขต สปป.ลาว เพราะขับขี่คนละช่องทางกันขณะที่ของฝ่าย สปป.ลาว และจีนขับขี่ช่องทางเดียวกัน จึงทำให้ที่ผ่านมาเคยเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งหากมีจุดเปลี่ยนหัวลากที่ห้วยทรายก็จะแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้ได้
       
       ท่านสุพอน กล่าวด้วยว่า สำหรับธุรกิจที่จะตามมาจากการก่อสร้างสะพาน คือ ขณะนี้ตนกำลังเจรจาในการเชื่อมสายเคเบิ้ลไฟเบอร์ออฟติกมาจากฝั่งไทย โดยระบบดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้พร้อมๆ กับสะพานที่มีโครงสร้างให้สามารถเชื่อมต่อสายดังกล่าวได้อยู่แล้ว เพื่อให้สามารถใช้การสื่อสารในฝั่ง สปป.ลาว ได้ทั้งระบบดีแทค เอไอเอส ฯลฯ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งแม้ว่าในฝั่ง สปป.ลาว จะใช้การสื่อสารระบบ 3จี ไปแล้วแต่หากเข้าสู่จุดอับบางจุดก็จะได้ใช้ระบบ 2จีนที่ใช้ในฝั่งไทยทดแทนได้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการอำนวยความสะดวกมากที่สุดต่อไป       
       รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าสำหรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของรัฐบาลไทย-สปป.ลาว-จีน เพื่อเชื่อมแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างรวม 44,815,322.13 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าจ้างที่ปรึกษารวม 2,540,366.10 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,400 ล้านบาทโดยรัฐบาลไทยและจีนเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายประเทศละ 50% กำหนดเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธ.ค.2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน
 
 
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000000574 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000000574)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Skt_Doungkaw ที่ วันที่ 06 มกราคม 2011, 16:37:52
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ สุดยอดมากครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 10 มกราคม 2011, 14:31:19
เชียงราย - กลุ่ม “ดอกงิ้วคำ” จากจีน เดินหน้าปลุกปั้นกาสิโนยักษ์ และสารพัดโครงการ พร้อมสร้างชุมชนใหม่ริมน้ำโขงฝั่ง สปป.ลาว แถบสามเหลี่ยมทองคำต่อเนื่อง คาดอีก 10 ปีเสร็จสมบูรณ์ มีคนเข้าอยู่ไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ฝันเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขงตอนบน ล่าสุดกลุ่มห้างสรรพสินค้าจากไทยขอเอี่ยวเปิดห้างด้วย

(http://pics.manager.co.th/Images/554000000259301.JPEG)(http://pics.manager.co.th/Images/554000000259304.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/554000000259305.JPEG)(http://pics.manager.co.th/Images/554000000259306.JPEG)
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 8-9 ม.ค.ที่ผ่านมา สมาคมท่องเที่ยวเชียงรายนำโดย นายอภิชา ตระสินธ์ นายกสมาคมฯ ได้นำคณะกรรมการจัดทำโครงการเยี่ยมเยียนสมาชิกสมาคมฯ พื้นที่ อ.เชียงแสน และได้ข้ามไปเยี่ยมชมกิจการของโรงแรมโกลเด้นไทรแองเกิ้ลพาราไดซ์รีสอร์ท ซึ่งอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ ฝั่งเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ก่อนข้ามไปเยี่ยมชมโครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว )ซึ่งกลุ่มดอกงิ้วคำ จากประเทศจีนเข้าไปเช่าจากรัฐบาล สปป.ลาว เป็นเวลา 99 ปี บนเนื้อที่กว่า 7,500 ไร่
       
       ทั้งนี้ พบว่า โครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development มีการพัฒนาคืบหน้าต่อเนื่อง โดยมีการตัดถนนภายในโครงการด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กจนครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ รวมทั้งเชื่อมถนนจากโครงการไปเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ต่อกับถนน R3a ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ รวมทั้งมีอาคารสถานที่ต่างๆ มากขึ้น
       
       โดยเฉพาะอาคารกาสิโนหลังใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ติดหลังเดิมและโรงแรมขนาด 700 ห้อง ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม หลังคาบนสุดเป็นทรงมงกุฎสามารถมองเห็นได้อย่างโดดเด่น ภายในมีความกว้างขวางและมีนักนักท่องเที่ยวเข้าไปเล่นการพนันต่างๆ อยู่เต็ม ขณะที่ภายในมีห้องอาหาร ร้านกาแฟ ฯลฯ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย
       
       นอกจากนี้คณะได้เข้าพบนายจ้าว เหว่ย ประธานบริษัทจินมูเหมิน จำกัด ที่รับผิดชอบโครงการนี้ รวมทั้งฟังบรรยายสรุปความคืบหน้าโครงการฯ จากนายเจิ้น ซิน หัวหน้าบัญชีและการประชาสัมพันธ์โครงการฯ โดยนายเจิ้น ได้ระบุว่า โครงการมีกำหนดจัดงานเทศกาลดอกงิ้วบานระหว่างวันที่ 27 ม.ค.-2 ก.พ.นี้ ณ เกาะดอนซาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโดยภายในงานมีการแสดงทางวัฒนธรรมและบันเทิงต่างๆ มากมาย
       
       นายเจิ้น กล่าวว่า โครงการให้ความสำคัญต่อการท่องเที่ยวมาก และเห็นว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากประเทศไทยมีความสำคัญ สามารถร่วมมือกับโครงการในการพัฒนาการท่องเที่ยวได้อีกมาก ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการได้แบ่งการพัฒนาออกเป็น 5 โซนคือโซน A เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเน้นด้านการค้า พาณิชยกรรม กาสิโน ฯลฯ โซน B เป็นกิจการท่าเรือ โซน C เป็นกิจการด้านวัฒนธรรม โซน D เป็นกิจการด้านโบราณสถาน และโซน E เป็นเขตการท่องเที่ยวธรรมชาติ มุ่งเป็นศูนย์กลางเส้นทางการท่องเที่ยวจากไทย-สิบสองปันนา และหลวงพระบาง รวมทั้ง จ.เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ของประเทศไทยด้วย
       
       "อีกประมาณ 10 ปีโครงการก็จะเสร็จสมบูรณ์และจะมีประชากรในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นถึงกว่า 200,000 คน และเราเห็นว่าด้านการท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาพื้นที่นี้มาก ปัจจุบันก็คืบหน้าไปอย่างต่อเนื่องทั้งการเกษตร โรงแรม บ่อนคาสิโน ฯลฯ ล่าสุดห้างสรรพสินค้าเอดิสัน จากประเทศไทย ก็เตรียมจะไปเปิดกิจการในโครงการ ขณะเดียวกันมีกลุ่มทุนจีนหลายกลุ่มสนใจเข้าไปลงทุนแต่ปัจจุบันบริษัทเรายังเป็นรายใหญ่ที่สุดในโครงการ" นายเจิ้น กล่าว
       
       สำหรับการพัฒนาเขตการท่องเที่ยวในโครงการนี้ได้แบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่โซน 1 จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับขุนส่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับชายแดนด้านนี้ โซน 2 เกาะดอนซาวโดยเกี่ยวข้องกับดอกงิ้วและตลาดสินค้าชายแดน โซน 3 ชุมชนพม่าโดยจัดให้เป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับชาวพม่า 4.โบราณสถานอาณาจักรสุวรรณโคมคำ โซน 5 ท่าเรือบ้านมอม ซึ่งมีตลาดและชุมชนชาวลาวด้วย และโซน 6 ธรรมชาติของสวนป่าและไม้ดอกไม้ประดับ
       ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการได้ร่วมกับบริษัทท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนเข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันการพัฒนาทุกโซนคืบหน้าอย่างต่อเนื่องและอยากให้เอกชนไทยเข้าไปลงทุนในโครงการร่วมกัน
       
       ด้านนายอภิชา กล่าวว่า โครงการลงทุนของกลุ่มทุนจีนนี้ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงชายแดนด้านเชียงราย อย่างแน่นอน ดังนั้น สมาคมฯ จึงต้องเข้ามามีบทบาทในความร่วมมือดังกล่าว ทั้งนี้ได้รับแจ้งว่าปัจจุบันโครงการคืบหน้าไปแล้วกว่า 30-40% แต่ก็มีผลถึงขนาดนี้โดยมีคนไทยเดินทางข้ามไปทำงานเป็นจำนวนมากและมีการใช้วัสดุจากฝั่งไทยมากมาย หากโครงการแล้วเสร็จก็ย่อมมีผลอย่างมากเช่นกัน

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000002426 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000002426)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: strawbery nurse ที่ วันที่ 10 มกราคม 2011, 22:13:29
รอคอย  ให้เสร็จเร็วๆ อยากไปคุณหมิง :)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Dora-world ที่ วันที่ 10 มกราคม 2011, 22:22:02
เอดิสันโกอินเตอร์แล้วหรอเนี่ย แล้วถนนมันจะผ่านไหนบ้างอ่ะครับ ผมเยอะเกินผมอ่านไม่หมด


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ละอ่อนเทิงพลัดถิ่น ที่ วันที่ 11 มกราคม 2011, 22:28:56
เสร็จเร็วๆเน้อครับ จะได้ค้าขายสะดวก


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 02 กุมภาพันธ์ 2011, 10:20:56
ส่งสินค้าไปจีนคล่องตัว

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย และกระทรวงควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรค (AQSIQ) สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชตั้งแต่ปี ཫ และต่อมาทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องกันที่จะทำความร่วมมือในด้านการขนส่งสินค้าทางบกเส้นทาง R3 และให้ครอบคลุมสินค้าผลไม้ โดยเส้นทางสาย R3 มีระยะทาง 1,104 กิโลเมตร เริ่มต้นจากชายแดนไทยที่อ.เชียงของ จ.เชียงราย ไปสู่เมือง คุนหมิงของจีน เป็นการลดระยะเวลาในการขนส่งเหลือเพียง 2-3 วัน (ทางเรือใช้เวลา 5-7 วัน) ซึ่งไทยส่งออกผลไม้คุณภาพดีไปจีนได้ปีละกว่า 5,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี และช่วงเดือนม.ค.-ต.ค.53 ส่งออกรวม 5,988 ล้านบาท

หน้า 8


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: miyoko ที่ วันที่ 02 กุมภาพันธ์ 2011, 12:10:47
ไปทำการค้าไรดีน้อ น่าสนใจ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2011, 10:58:03
ค้าไทย-จีนผ่าน R3a บูมรับโขงแห้ง
 
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 20 กุมภาพันธ์ 2554 22:01 น.
 
 
 
 
 
   
ธนาพันธ์ ลิ่ววัฒนากรณ์
 
 
       เชียงราย - น้ำโขงแห้งนำเข้าส่งออกเชียงของเพิ่มเกือบ 100%รับถนนR3a ที่หนุนการขนส่งสินค้าที่เสียหายง่าย เผยเฉพาะตุลาฯ 2553-13 กุมภาฯ2554 มียอดการค้าเกิดขึ้นแล้วกว่า 2.5 พันล้านบาท โดยมีผักจากจีน ครองแชมป์นำเข้ามากสุด ขณะที่ธุรกิจต่อเนื่องทยอยผุดรอรับสะพานข้ามโขง 4
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงแห้งลง ทำให้การขนส่งสินค้าของผู้ค้ารายใหญ่ระหว่างไทย-จีนตอนใต้ หันมาใช้การขนส่งทางรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ผ่านชายแดน อ.เชียงของ จ.เชียงราย เข้าถนน R3aไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ระยะทางประมาณ 258 กิโลเมตรแทน อย่างคึกคัก มีเอกชนรายใหญ่ๆ หลายรายขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก เช่น ดอยตุงขนส่ง ธนาธร สปีดอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์พอร์ต ฯลฯ โดยเฉพาะการขนส่งด้วยคอนเทนเนอร์เครื่องเย็น มีขึ้นเป็นประจำทุกวัน
       
       ส่งผลให้มูลค่าการค้าผ่านด่านฯเชียงของ เพิ่มจากช่วงก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก จากเดิมที่มีมูลค่าการค้าเกิดขึ้นไม่มากนัก คือ ปี 2546 มีมูลค่าการค้ารวมแค่ 716.765 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออก 184.558 ล้านบาท นำเข้า 532.207 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าไปยัง สปป.ลาว จากนั้นในแต่ละปีก็มีมูลค่าการค้าใกล้เคียงกัน คือ ปี 2552 มีมูลค่าการค้ารวม 2,899.371 ล้าบาท แยกเป็นการนำเข้า 986.331 ล้านบาท ส่งออก 1,913.040 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27.51% กระทั่งปี 2553 มีการค้ารวมมากถึง 4,938.118 ล้านบาท แยกเป็นการนำเข้า 1,731.283 ล้านบาท ส่งออก 3,206.835 ล้านบาท พิ่มมากขึ้นถึง 70.31%
       
       สำหรับสินค้านำเข้ามากที่สุดคือพืชผักจีนมีการนำเข้ากว่า 199,317,767.96 บาท ถ่านหินลิกไนต์ มูลค่า 111,988,800 บาท ดอกไม้และไม้ประดับมูลค่า 95,679,039.34 บาท ผลไม้สดมูลค่า 49,734,267.68 บาท ส่วนการส่งออกมากที่สุดคือน้ำมันดีเซล มูลค่า 612,855,838.97 บาท น้ำมันเบนซิน 203,261,066.29 บาท ผลไม้สด 150,675,395.17 บาท วัสดุก่อสร้าง 101,679,541.55 บาท เนื้อสัตว์แช่แข็งมูลค่า 71,807,457.23 บาท ฯลฯ
       
       ในปีงบประมาณ 2554 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2553 - 13 ก.พ.2554 มีการนำเข้ารวมแล้วกว่า 2,583.292 ล้านบาท โดยแยกเป็นการนำเข้า 628.363 ล้านบาท ส่งออก 1,951.933 ล้านบาท โดยแต่ละเดือนมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นประมาณ 25-50%
       
       นายธนาพันธ์ ลิ่ววัฒนากรณ์ ผู้ช่วยนายด่านศุลกากร อ.เชียงของ กล่าวว่า สาเหตุที่การค้าด้านเชียงของคึกคักเช่นนี้เพราะถนน R3a สะดวกขึ้น และมีแนวโน้มว่ามูลค่าการค้าจะเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ หากสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมเชียงของ-ห้วยทราย แล้วเสร็จ ทั้งนี้สินค้าส่งออกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย คือ ลำไยจากภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ฯลฯ ส่งออกวันละกว่า 5 คอนเทนเนอร์ ติดต่อกันมา 1-2 สัปดาห์แล้ว ส่วนสินค้านำเข้ามากๆ ยังคงเป็นประเภทพืชผักเป็นส่วนใหญ่
       
       ด้านนายสงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองเลขาธิการหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า จากอดีตแทบไม่อยากเชื่อว่าการค้าที่ อ.เชียงของ จะคึกคักเช่นนี้ แต่คงเป็นเพราะถนนเชื่อมกับจีนตอนใต้ดีและผู้ประกอบการต้องการขนส่งสินค้าที่อ่อนไหวง่าย เช่น ผัก ผลไม้ ฯลฯ สามารถทำได้สะดวกบนถนน R3a จึงมีการขนส่งกันอย่างคึกคัก โดยสินค้าอ่อนไหวหลายชนิดเมื่อนำมากับรถบรรทุกคอนเทนเนอร์จะเก็บรักษาได้ดีกว่าและไม่บอบช้ำ เมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือในแม่น้ำโขงเข้าทางท่าเรือ อ.เชียงแสน
       
       นายสงวน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเอกชนที่ประกอบกิจการบรรทุกสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ยังคงเป็นเอกชนไทยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะการแลกเปลี่ยนคอนเทนเนอร์จากรถบรรทุกไทย-จีน ยังคงมีการดำเนินการแค่จุดเดียว คือ ที่เมืองบ่อเต็น-โม่ฮาน ชายแดน สปป.ลาว-จีนตอนใต้ โดยรถบรรทุกไทยจะนำสินค้าไทย เช่น ไก่แช่แข็ง ฯลฯ ที่ขายดีมากจนไม่พอต่อความต้องการของตลาดจีนไปส่ง และนำพืชผัก ผลไม้ ฯลฯ กลับมายังเชียงของด้วยการข้ามฝั่งแม่น้ำโขงด้วยแพขนานยนต์
       
       "เมื่อการขนส่งสินค้าคึกคัก ทำให้ที่เชียงของมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจการไซโลเพื่อรองรับสินค้าทั้งขาเข้าและออกรวมกันถึง 5 แห่งแล้ว แพลนต์ปูนเพิ่มขึ้นเป็น 2 แห่ง ลานสำหรับให้จอดรถบรรทุก 3 แห่ง ที่ท่าเรือยังให้บริการชาร์จไฟแก่คอนเทนเนอร์ตู้เย็นวันละ 700 บาท เพื่อความสะดวกของผู้ประกอบการ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตกิจการประเภทเหล่านี้จะมีเพิ่มมากขึ้น" นายสงวน กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับการก่อสร้างสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เป็นไปตามข้อตกลงไทย-สปป.ลาว-จีน โดยมีเอกชนที่ร่วมทุนกันคือกลุ่ม CR5-KT จากจีนและบริษัทกรุงธนเอ็นจิเนียร์ริ่งของไทย ถือว่าคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายจีนจะรับก่อสร้างตัวสะพานทำให้เราเห็นเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ จำนวนมาก ส่วนเอกชนไทยจะรับก่อสร้างถนนทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว รวม 11 กิโลเมตร โดยเกิดจากความร่วมมือของรัฐบาลไทย-สปป.ลาว-จีน เพื่อเชื่อมแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างรวม 44,815,322.13 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าจ้างที่ปรึกษารวม 2,540,366.10 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,400 ล้านบาทโดยรัฐบาลไทยและจีนเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายประเทศละ 50% กำหนดเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธ.ค.2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน
 
 


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2011, 20:57:37
รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ระบุ โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเชียงแสน 2 เป็นไปตามแผน

รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ระบุ โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเชียงแสน 2 เป็นไปตามแผน คาด พร้อมเปิดให้บริการได้ในเดือนเมษายน ปี 2555
นายพงษ์วรรณ จารุเดชา รองอธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 จังหวัดเชียงราย ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 65 โดยการก่อสร้างเป็นไปตามแผนที่กำหนด คาดว่าจะเสร็จตามเป้าหมายคือภายในวันที่ 28 ธันวาคม 2554 สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 มีบริษัท พอร์ท แอนด์ มารีน คอร์ปอเรชั่น (พี.เอ.เอ็ม.) จำกัด เป็นผู้ก่อสร้าง วงเงินลงทุนก่อสร้าง 1,546,400,000 บาท เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 โดยจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 28 ธันวาคม นี้รวมระยะเวลาก่อสร้าง 960 วัน เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ประเทศไทย ลาว และจีน จะได้รับผลประโยชน์ทั้งการขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวด้วย สำหรับขีดความสามารถของท่าเทียบเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 จะสามารถรองรับจำนวนเรือสินค้าได้ในเวลาพร้อมกันถึง 10 ลำ โดยเรือแต่ละลำสามารถบรรทุกสินค้าได้ประมาณ 350 ตัน ต่อลำ
อย่างไรก็ตามล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นผู้บริหารประกอบการท่าเรือเชียงแสน 2 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือนเมษายน 2555

  ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นภสร แก้วคำ    Rewriter : วีระพันธ์ วุฒิบุญญะ
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Mickky (รักในหลวง) ที่ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2011, 14:05:50
ท่านผู้รู้ช่วยตอบหน่อยค่ะ ถนนเลี่ยงเมืองจากบริเวณไหน ไปถึงบริเวณไหนคะ และจุดที่ออกสู่พหลโยธินน่ะค่ะ ช่วยตอบหน่อยค่ะ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2011, 14:31:55
^^

รอฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาตอบครับ..เห็นว่าเลี่ยงเมืองจะเปิดเดือนเมษา 1 เส้นทาง^^


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: bird ที่ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2011, 14:48:00
+1อยากรู้เหมือนกันว่าจะแนวเส้นทางจากใหนไปออกใหน


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 03 มีนาคม 2011, 09:11:15
วันที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7399 ข่าวสดรายวัน


แม่น้ำโขงแห้ง-ผักจีนทะลัก



เชียงราย - นายสงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองเลขาธิการหอการค้า จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันพืชผักจากจีนที่นำเข้าทางท่าเรือแม่น้ำโขงผ่านจุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละวันจะมีรถบรรทุกขนพืชผักจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ผ่านถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีน มาขึ้นฝั่งที่ อ.เชียง ของ บรรทุกพืชผักบรรจุอย่างดี จากนั้นบรรทุกต่อเพื่อไปส่งยังตลาดไท จ.ปทุมธานี และกระจายไปยังตลาดในประเทศต่อไป

"ปีนี้มีการนำเข้าคึกคักมากสินค้าประเภทบร็อกโคลี่ ถั่วต่างๆ กะหล่ำ ฯลฯ ซึ่งมีขนาดหัวใหญ่และคุณภาพดี ทั้งยังราคาถูกมากเมื่อถึงชายแดนยังมีราคาไม่ถึงกิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาในประเทศไทยถือว่าถูกกว่า จึงเป็นที่นิยมและมีการนำเข้ามาทุกวันไม่มีเว้น"

ด้านนายธนาพันธ์ ลิ่ววัฒนากรณ์ รักษาการนายด่านศุลกากร อ.เชียงของ กล่าวว่า สาเหตุที่พืชผักทะลักเข้ามาหนักเพราะแม่น้ำโขงแห้งทำให้เรือสินค้าไม่สามารถขนส่งไปยังท่าเรือ อ.เชียงแสน ได้ จึงหันมาใช้การขนส่งทางรถแทน

หน้า 29


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 09 มีนาคม 2011, 22:29:34
กทท.หวั่นเชียงแสน2ขาดทุน เตรียมเจรจาธนารักษ์ลดค่าเช่า

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน   8 มีนาคม 2554 21:44 น.


       ASTVผู้จัดการรายวัน-กทท.หวั่นบริหารท่าเรือเชียงแสน 2 ขาดทุนเหตุ”ธนารักษ์”เรียกค่าแรกเข้า หารือคมนาคมขอเจรจายกเว้น เหลือแค่ค่าเช่า 2% ของรายได้ เตรียมประเมินตัวเลขต็สินค้าก่อนเจรจา ดีเดย์เปิด 1 เม.ย. 55 ตามเป้าเดิม
          นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ รองปลัดกระทรวงคมนาคมเปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการให้บริการท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 จ.เชียงราย วานนี้ (8 มี.ค.) ว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เป็นผู้บริหารท่าเรือเชียงแสน2 ได้หารือถึงกรณีที่กรมธนารักษ์จะเรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่ในอัตรา 2% ของรายได้ และ ขอเก็บค่าแรกเข้าอีกประมาณ 50 ล้านบาทว่าหากต้องจ่ายค่าแรกเข้า กทท.จะเสี่ยงต่อการขาดทุน โดยเสนอขอยกเว้นค่าแรกเข้าดังกล่าว ดังนั้น จึงให้กทท.ศึกษาตัวเลขปริมาณตู้สินค้ารวมถึงประมาณการรายได้รายจ่ายที่ชัดเจนอีกครั้งเพื่อนำไปเจรจากับกรมธนารักษ์ต่อไป
          ทั้งนี้ กทท.ยืนยันว่า มีความพร้อมในการเข้าบริหารและให้บริการท่าเรือเชียงแสน 2 ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 255 แน่นอน โดยจะใช้เงินลงทุนประมาณ 170 ล้านบาทในการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับให้บริการ ในขณะที่ผู้แทนหน่วยงานที่ต้องให้บริการในท่าเรือเชียงแสน 2 อาทิ กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ได้ยืนยันถึงความพร้อมในการให้บริการเช่นกัน
       โดยให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ก่อสร้างเพื่อร่วมกันสรุปแผนการจัดสรรการใช้พื้นที่ให้เรียบร้อยภายในวันที่ 15 มี.ค. 2554 นี้
          “ทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการในเขตท่าเรือ จะต้องเข้าไปดูว่า จุดที่ได้รับการจัดสรรพื้นที่เหมาะสมหรือไม่ หากมีปัญหา ก็ยังสามารถแก้ไขได้ทันเนื่องจากยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง “นายศรศักดิ์กล่าว
          อย่างไรก็คาม ในส่วนของกทท. ได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ในการเข้าบริหาร ได้แก่ด้านบุคลากร โดยจัดอัตรากำลังให้สอดคล้องกับขนาดและกิจกรรมของ ท่าเรือเชียงแสน 2 การกำหนดแผนการลงทุน ด้านระบบสารสนเทศ (ICT) การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ เพื่อให้การให้บริการ มีประสิทธิภาพและสะดวกรวดเร็ว ครบวงจร

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000030268


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: vizakitty ที่ วันที่ 09 มีนาคม 2011, 22:39:38
สรุปสร้างเสร็จยังอะ ขับรถไปเที่ยวจีนลำบากไหม?


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: คนไกลบ้านเกิด ที่ วันที่ 10 มีนาคม 2011, 00:36:13
เข้ามาติดตามข่าวเจ้าขอบคุณข้อมูลเจ้า ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 21 มีนาคม 2011, 13:30:39
วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4298  ประชาชาติธุรกิจ


สภาอุตฯจี้รัฐ"รถไฟรางคู่-ถนน4เลน"เชื่อมขนส่งทั่วปท.



ส.อ.ท.จัดประชุมระดมสมองทำยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรม 5 ภาคเสนอรัฐ เน้นสร้างรถไฟรางคู่-รางเดี่ยว/ถนน 4 เลน เชื่อมการขนส่งทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนท่าเรือปากบารา ท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 ศูนย์กระจายสินค้าทุ่งสง เร่งรัดตั้งเศรษฐกิจแม่สอด



ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ในวันที่ 19 มีนาคม 2554 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้จัดประชุมทำยุทธศาสตร์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดและกลุ่มจังหวัด 5 ภาค ครั้งที่ 1/2554 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระหว่างภาครัฐและเอกชน" พร้อมกับพิจารณาสรุปข้อเสนอเพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐ

ทั้งนี้ กลุ่มจังหวัด 5 ภาค ส.อ.ท. ประกอบด้วยภาคเหนือ 16 จังหวัด (ขาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด, ภาคกลาง 16 จังหวัด, ภาคตะวันออก 9 จังหวัด และภาคใต้ 14 จังหวัด ได้เสนอโครงการในแต่ละภูมิภาค เพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลใน 3 โครงการหลัก ได้แก่

1) โครงการรถไฟรางคู่/รางเดี่ยว ประกอบไปด้วยสายเหนือ เส้นทางสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงแสน-เชียงของ สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-นครราชสีมา, ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น, ช่วงแก่งคอย-บัวใหญ่ สายใต้ ช่วงนครปฐม-หัวหิน, ช่วงหาดใหญ่- ปากบารา และโครงการรถไฟระบบรางคู่ เชื่อมโยงกับการขนส่งทางรางขนานกับรถไฟรางเดี่ยว ตั้งแต่สถานีรถไฟชุมพร-สุราษฎร์ธานี-ชุมทางรถไฟทุ่งสง-พัทลุง-ชุมทางรถไฟหาดใหญ่-สถานีรถไฟปัตตานี-สถานีรถไฟสุไหง-โกลก

ส่วนโครงการรถไฟรางเดี่ยว ประกอบไปด้วยเส้นทางรถไฟระบบรางเดี่ยว จากชุมพร-ระนอง เชื่อมต่อการ ขนส่งไปยังท่าเรือระนอง, เส้นทางสุราษฎร์ธานี-พังงา, สุราษฎร์ธานี-ดอนสัก-ขนอม, หาดใหญ่-สงขลา เชื่อมต่อการขนส่งไปยังท่าเรือน้ำลึกสงขลา และสายระยอง-จันทบุรี-ตราด

2) โครงการสร้างถนน แบ่งเป็น 2 โครงการ คือถนน 4 เลน ใน 3 เส้นทาง คือเส้นทางขนถ่ายสินค้าจากหาดใหญ่-สตูล-กระบี่-พังงา-ระนอง, เส้นทางจากเลียบชายฝั่งชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช และเส้นทางชุมพร-ระนอง บรรจบกับเส้นทางจากระนอง-พังงา-กระบี่-ตรัง-สตูล-หาดใหญ่

การสร้างถนนเชื่อมภูมิภาค ระหว่างภาคเหนือ-ตะวันตก-ใต้ โดยเริ่มจากเชียงราย-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์-อุทัยธานี-สุพรรณบุรี-กาญจนบุรี-ราชบุรี-เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร กับถนนภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ โดยไม่ผ่านกรุงเทพ มหานครและปริมณฑล แต่เป็นเส้นทางที่วิ่งเลียบชายแดน

และ 3) เรื่องอื่นๆ ประกอบไปด้วยโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 บริเวณบ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย, โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย, โครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา, โครงการศูนย์ซ่อม/สร้างตู้คอนเทนเนอร์ท่าเรือปากบารา, การ ขอสนับสนุนและส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในภาคใต้ที่ชุมทางรถไฟทุ่งสง ในกรณีที่มีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย, การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจแม่สอดโดยเร็ว, การขอสนับสนุนและผลักดันให้มีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อบรรเทาปัญหาสะพานมิตรภาพไทย-พม่าชำรุด ไม่สามารถรองรับปริมาณขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นได้ ประกอบกับการขนส่งต้องใช้รถบรรทุกขนาด 25 ตัน ทำให้ต้องขนถ่ายสินค้าลงรถบรรทุกเล็กและขนข้ามสะพานและบริเวณด่านพรมแดนไม่สามารถรองรับปริมาณการส่งออกและรถบรรทุกที่เพิ่มจำนวนขึ้นได้ รวมทั้งจุด One Stop Service ไม่อยู่ในจุดที่สามารถให้บริการกับรถบรรทุกได้สะดวก

หน้า 1


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: HaBaArt ที่ วันที่ 21 มีนาคม 2011, 18:53:51
อยากให้อาจารย์เฉลิมชัย มาตกแต่ง สะพานอะคับ เอาสวยๆ อลังการไปเลย จะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 04 เมษายน 2011, 06:49:02
เชื่อสะพานข้ามโขง 4 เสร็จตามกำหนด

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน   3 เมษายน 2554 20:05 น.

(http://pics.manager.co.th/Images/554000004486201.JPEG)
   

หลังเริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าแล้ง การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 รุดหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อว่าจะเสร็จตามที่กำหนดแน่
       เชียงราย - โครงการก่อสร้างสะพานข้ามโขง 4 รุดหน้า ล่าสุดอาศัยช่วงหน้าแล้งลุยตอกเสาเข็มกลางน้ำเต็มที่ ขณะที่โครงข่ายคมนาคมฝั่งไทยเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เชื่อมั่นเสร็จตามกำหนดแน่
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงราย แจ้งถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ เชื่อมกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว( สปป.ลาว) เพื่อเชื่อมแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ โดยใช้งบประมาณว่าจ้างกลุ่มซีอาร์ 5-เคที จอยท์เวนเจอร์ ประกอบไปด้วยบริษัทไชน่า เรลเวย์ โน.5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด จากประเทศจีน และบริษัทกรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด ของประเทศไทย ภายใต้งบประมาณ 1,486.5 ล้านบาทโดยประเทศไทยและจีนสนับสนุนฝ่ายละครึ่ง กำหนดก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธ.ค.2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือนนั้น
       
       ล่าสุดการก่อสร้างยังคงคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยฝั่งไทยมีการก่อสร้างถนนจากถนนสายเชียงของ-เทิง ตั้งแต่หมู่บ้านทุ่งงิ้ว ต.สถาน อ.เชียงของ เข้าไปทางริมฝั่งแม่น้ำโขงที่หมู่บ้านดอนมหาวัน ต.เวียง อ.เชียงของ แล้ว ส่วนฝั่ง สปป.ลาว ก็มีการก่อสร้างที่หมู่บ้านดอน เมืองห้วยทราย โดยส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างสะพานโดยเอกชนจีน ได้ตอกเสาเข็มกลางแม่น้ำโขง ซึ่งช่วงนี้มีระดับน้ำตื้นและแห้งทำให้สะดวกกว่าช่วงฤดูฝน
       
       นายวิรัตน์ แสนอุดม ผู้อำนวยการแขวงการทางเชียงรายที่ 2 กล่าวว่า การก่อสร้างสะพานคืบหน้าไปได้ประมาณ 11-12% แล้ว โดยทางเอกชนจีนได้พยายามเร่งทำการก่อสร้างในช่วงนี้ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ในเกณฑ์แห้งเหมาะสมกับการนำเครื่องมืออุปกรณ์ลงไปกลางแม่น้ำโขง ซึ่งขั้นตอนปัจจุบันคือการพยายามสร้างฐานรากด้วยการตอกเสาเข็มกลางแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายเสาแล้ว
       
       นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในการตอกเสาเข็มที่ผ่านมาพบว่าบางจุดใต้ดินเป็นหินทั้งแถบ แต่คาดว่าคงไม่เป็นปัญหา เพราะมีเครื่องมือที่ทันสมัย ดังนั้น การตอกเสาเข็มเพื่อวางฐานราก สำหรับการก่อสร้างในขั้นตอนต่อไปคงจะเดินหน้าจนแล้วเสร็จก่อนฤดูฝนนี้ เชื่อว่าเสร็จตามกำหนดแน่
       
       นายวิรัตน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับถนนสายเชียงของ-เทิง ซึ่งทางกรมทางหลวงของไทยได้ก่อสร้างเพื่อสนับสนุนโครงข่ายภายในประเทศไปสู่สะพานแห่งนี้นั้น ได้เร่งก่อสร้างอย่างเต็มที่โดยเป็นการก่อสร้างตั้งแต่ กม.90 ไปจนถึงบ้านต้า อ.ขุนตาล โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในราวปลายปี 2554 ซึ่งก็จะทำให้การคมนาคมระหว่าง อ.เชียงของ กับถนนสายอื่นๆ สะดวกมากขึ้นเพราะเป็นถนนสี่ช่องจราจร
       
       ส่วนถนนเชียงของ-เมืองเชียงราย ซึ่งจะก่อสร้างจากบ้านหัวดอยไปเชื่อมกับถนนสายเชียงของดังกล่าว จะเป็นถนนสาย 1021 สายใหม่ที่ก่อสร้างอ้อมเขตชุมชนของ อ.พญาเม็งราย และใกล้เคียง ซึ่งจะทำให้สะดวกต่อการคมนาคมและก่อสร้างในอนาคตแน่นอน ด้านถนนเชื่อมจาก อ.เทิง ไปยัง อ.ดอยคำใต้ จ.พะเยา เพื่อเชื่อมกับถนนไปยัง อ.เชียงของ ปัจจุบันมีการว่าจ้างที่ปรึกษาให้ไปศึกษาออกแบบอยู่โดยจะแล้วเสร็จใน 1-2 ปีนี้

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000042011 (http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000042011)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: AOWTHAI ที่ วันที่ 04 เมษายน 2011, 21:11:03
อยากรู้ เส้นทาง จาก เมืองเชียงราย ไปเชียงของ เส้น 1021 ใหม่จะเป็นแบบไหน  ผ่านทางไหน

ผู้รู้ บอกหน่อยนะครับ

 :D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 04 เมษายน 2011, 22:05:48
อยากรู้ เส้นทาง จาก เมืองเชียงราย ไปเชียงของ เส้น 1021 ใหม่จะเป็นแบบไหน  ผ่านทางไหน

ผู้รู้ บอกหน่อยนะครับ

 :D

เท่าที่ผมทราบเขาจะตัดใหม่นะครับ..จากเทิง มุ่งสู่จุน ดอกคำใต้ครับ.

 ;D



หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: AOWTHAI ที่ วันที่ 04 เมษายน 2011, 22:14:26
จาก เชียงราย เริ่ม ถนน เส้น 1152 หัวดอย - ต้า มะใช่หรอครับ ผู้รู้

ผมงง ว่าทำไม จากเชียงราย -เชียงของ ถนน 1021ใหม่ล่ะครับ เส้นนี้ไปเชียงคำนิครับ ?

ช่วยหน่อยผมงง  ???


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 04 เมษายน 2011, 22:18:18


(http://www.rpanich.com/p2/pics/00083_0.jpg)
 ;D




หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 04 เมษายน 2011, 22:21:22
จาก เชียงราย เริ่ม ถนน เส้น 1152 หัวดอย - ต้า มะใช่หรอครับ ผู้รู้

ผมงง ว่าทำไม จากเชียงราย -เชียงของ ถนน 1021ใหม่ล่ะครับ เส้นนี้ไปเชียงคำนิครับ ?

ช่วยหน่อยผมงง  ???

ส่วน1021 ถูกแล้วครับ..ก็จะสร้างอีกเส้นหนึ่ง..แต่ทราบมีแนวคิดจะตัดใหม่ ครับ. โดย

เริ่ม จาก เทิง - จุน - ดอกคำใต้ - พะเยา ครับ..

เพื่อย่นระยะทางในการขนส่ง ลงทางใต้ครับ..


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: AOWTHAI ที่ วันที่ 04 เมษายน 2011, 22:41:32
ขอบคุณสำหรับคำตอบ  



หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 07 เมษายน 2011, 22:27:31
วันที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2554 เวลา 14:05:43 น.


ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ที่ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และลาว งบประมาณรวม 1,800 ล้านบาท โดยลาวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลจีนในการก่อสร้างสะพานแห่งดังกล่าวตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันการก่อสร้างได้ล่าช้ากว่าแผน เนื่องจากทางลาวมีปัญหาในการเบิกจ่ายงบประมาณก่อสร้างจากทางการจีน ดังนั้นกรมทางหลวง(ทล.) จึงจำเป็นต้องรายงานว่าโครงการล่าช้ากว่าที่กำหนดไปกี่เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งประสานกับทางการลาวเพื่อรับทราบสาเหตุของความล่าช้าของโครงการ เพื่อผลักดันให้โครงการแล้วเสร็จในปี 2555

[url]http://www.matichon.co.th/news_detail.php?


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 08 เมษายน 2011, 12:13:27
คมนาคมศึกษารถไฟบัวใหญ่ - นครพนม รับสินค้าจากสะพานไทย-ลาวแห่งที่ 3

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน   8 เมษายน 2554 10:39 น.


       ASTVผู้จัดการรายวัน-เชื่อมสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่3 ยันเปิดใช้ทางการ 11พ.ย.ปีนี้หลังก่อสร้างล่าสุดเร็วกว่าแผน8% "คมนาคม"เคลียร์กฎหมายผ่านแดน3ประเทศไทย-ลาว-เวียดนาม เพิ่มความสะดวกขนส่งสินค้า พร้อมดันศึกษารถไฟบัวใหญ่-นครพนมรองรับสินค้าจากจีน ขณะที่บขส.เตรียมเปิดเส้นทางรถวีไอพีกรุงเทพฯ-คำม่วนหนุนท่องเที่ยว
       
       นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยภายหลังเป็นประธานงานเทคอนกรีตปิดพื้นสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3(นครพนม-คำม่วง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ) ร่วมกับนายสมมาด พลเสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาววานนี้(7เม.ย.) ว่า จะเปิดใช้สะพานอย่างเป็นทางการได้ตามกำหนดวันที่11 พฤศจิกายน 2554และจะเป็นเส้นทางเชื่อมเข้าสู่ลาวและเวียดนามที่มีระยะทางสั้นที่สุดประมาณ290กิโลเมตรและสู่ประเทศจีนระยะทางเพียง800กิโลเมตรโดยกระทรวงคมนาคมได้ออกพ.ร.บ.เรื่องการขนส่งสินค้าข้ามแดนเพื่อให้เกิดความสะดวกโดยสินค้าข้ามแดนไทย-ลาว-เวียดนามผ่านขั้นตอนเพียงครั้งเดียวและเพิ่มเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งสินค้าจะมีการผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟเ ส้นทางบัวใหญ่-นครพนม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา
       
          ทั้งนี้ ในระยะแรกจะเน้นการขนส่งผู้โดยสารโดยบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ของไทยและลาวได้ทำข้อตกลงในการเปิดเส้นทางเดินรถวีไอพี 32 ที่นั่งเส้นทางกรุงเทพฯ-คำม่วน ก่อน
       
       นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างล่าสุดมีความคืบหน้ากว่า 84%เร็วกว่าแผนที่กำหนด 8% ทั้งนี้ คาดว่าจะก่อสร้างงานโยธาจะแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน 2554 และสามารถเปิดให้บริการได้วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการประมาณปี2555 ทั้งนี้ภายหลังที่เปิดให้บริการสะพานดังกล่าวแล้วจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของไทย ลาว เวียดนาม และจีน เนื่องจากจะมีการเดินทาง และขนส่งสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าทางการเกษตรระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น เพราะสามารถร่นระยะเวลาในการเดินทางได้มากกว่าเส้นทางอื่น
       
       โดยโครงการดังกล่าวมีระยะทาง5.229 กิโลเมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 1,723.23 ล้านบาทบริษัทอิตาเลียนไทยดิเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับเหมาสัญญาก่อสร้างเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 สิ้นสุดวันที่ 11พฤศจิกายน2554 ส่วนการกำหนดค่าธรรมเนียม อัตราค่าผ่านทางต่างๆนั้น จะมีการหารือร่วมกันกับทางการลาวอีกครั้ง ทั้งนี้ในเบื้องต้นจะใช้หลักการเดียวกันกับการใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่จังหวัด หนองคายแห่งที่ 1 และมุกดาหาร แห่งที่2
       
       สำหรับการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ที่ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และลาว งบประมาณรวม 1,800 ล้านบาท โดยลาวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลจีนในการก่อสร้างสะพานแห่งดังกล่าวตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันการก่อสร้างได้ล่าช้ากว่าแผนเนื่องจากทางลาวมีปัญหาในการเบิกจ่ายงบประมาณก่อสร้างจากทางการจีน ทั้งนี้ กรมทางหลวง(ทล.) จึงต้องรายงานความล่าช้าของโครงการด้วย รวมทั้งประสานกับทางการลาวเพื่อรับทราบสาเหตุของความล่าช้าของโครงการ เพื่อผลักดันให้โครงการแล้วเสร็จในปี 2555

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000044106


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 19 เมษายน 2011, 22:41:03
ความคืบหน้าถนนสาย จ3 ตอนที่2 ผังเมืองรวมเชียงรายครับ (ถนนวงแหวน)

(http://jrw52.com/Chiangrai/image/location.jpg)

แผนงานประจำเดือน 16.451 %
ผลงานประจำเดือน   17.202 %
แผนงานสะสม 95.071 %
ผลงานสะสม 80.682 %
ช้ากว่าแผน -14.389 % :nuts:

http://jrw52.com/index.htm (http://jrw52.com/index.htm)

เครดิตคุณ WiiCHY


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: AOWTHAI ที่ วันที่ 21 เมษายน 2011, 12:56:26
วันนี้ r3a ออกเที่ยงวันช่อง3ด้วย  ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 30 เมษายน 2011, 08:02:43
ไทย-ลาว-จีนนัดตั้งวงถกต้นเดือนหน้า-สางปัญหาสร้างสะพานโขง 4
 
ประกาศเมื่อ 30 เมษายน 2011

(http://pics.manager.co.th/Images/554000005631601.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/554000005631602.JPEG)
(http://pics.manager.co.th/Images/554000005631603.JPEG)


หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งไทย - ลาว - จีน นัดตั้งวงหารือปัญหาสร้างสะพานน้ำโขง 4 ต้นเดือนพฤษภาฯนี้ หลังมีปัญหาจีน ยังไม่จ่ายเงิน ทำคนงานก่อนสร้างซวย
       
       เมื่อเร็วๆ นี้ คณะอธิบดีกรมการค้าของประเทศจีน ได้เดินทางไปเยือนชายแดนไทย-สปป.ลาว ที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อ.เชียงของ เพื่อตรวจดูความคืบหน้าในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อยไทย-สปป.ลาว และถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้ง 3 ประเทศ (จีน-ลาว-ไทย) ที่เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธ.ค.2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือนนั้น
       

 
       ซึ่งล่าสุดการก่อสร้างสะพานดังกล่าว ได้เกิดปัญหาขึ้น เพราะคนงานที่ทำการก่อสร้างได้รับค่าแรงเพียง 50% โดยหลังจากที่เริ่มมีการลงมือก่อสร้างตามข้อตกลงทางรัฐบาลไทยได้เร่งรีบถ่ายโอนงบประมาณไปให้กับเอกชนเพื่อทำการก่อสร้างตามขั้นตอน แต่ทางประเทศจีนยังไม่มีการโอนงบประมาณให้กับเอกชนร่วมก่อสร้างดังกล่าวแต่อย่างใด
       
       นายวิรัตน์ แสนอุดม ผู้อำนวยการแขวงการทางเชียงรายที่ 2 กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการก่อสร้างก็ยังคงเดินหน้า โดยขณะนี้คืบหน้าไปได้ประมาณ 14% แล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามแผนและเราสามารถแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคในการก่อสร้างได้อย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีเจอหินใต้แม่น้ำโขง เป็นต้น ส่วนกรณีเรื่องงบประมาณในการก่อสร้าง ทางฝั่งไทยไม่มีปัญหาใดๆ


       
       ขณะที่ปัญหางบประมาณจากจีนดังกล่าว ก็จะมีการนัดประชุมกันที่ฝั่ง สปป.ลาว ในราวต้นเดือนพฤษภาคม 54 นี้ เพื่อหารือถึงปัญหาและร่วมกันแก้ไขต่อไป ซึ่งคาดว่าความชัดเจนจะมีขึ้นในการประชุมดังกล่าว ส่วนช่วงนี้ก็ยังคงมีการดำเนินการก่อสร้างไปเรื่อยๆ โดยทางบริษัทกรุงธนฯ ของไทยจะทำหน้าที่ในการก่อสร้างถนน ส่วนประกอบของสะพาน และอาคารด่านพรมแดนทั้ง 2 ฝั่งประเทศ ส่วนบริษัทไชน่าฯ ของจีนจะรับก่อสร้างตัวสะพานให้แล้วเสร็จต่อไป
       
       ด้านนายสงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองเลขาธิการหอการค้า จ.เชียงราย และผู้ประกอบการค้าชายแดนที่เชียงของ กล่าวว่า เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขและคงเป็นเพียงด้านเทคนิคเล็กน้อยจากนี้ไปก็คงจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาดังกล่าวต่อไป
       
       รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าสำหรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงดังกล่าวออกแบบเป็นคอนกรีตรูปกล่องมีเสาตอม่อ 4 ตอม่อ มีความกว้าง 14.70 เมตร เป็นสะพานขนาดสองช่องจราจรๆ ละ 3.50 เมตร และไหล่ทางข้างละ 2 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.25 เมตร ความยาว 480 เมตรเมื่อรวมกับถนนติดขอบฝั่งก็จะยาวประมาณ 630 เมตร และโครงการก่อสร้างถนนตัดแยกจากถนนหมายเลข 1020 หรือสายเชียงราย-เชียงของ ในฝั่งไทย เพื่อเป็นจุดสลับการจราจรในฝั่งไทยก่อนไปถึงตัวสะพานอีกประมาณ 5 กิโลเมตร และถนนในฝั่ง สปป.ลาว อีกประมาณ 6 กิโลเมตร สวนอาคารด่านพรมแดนทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว รูปทรงล้านนาประยุกติ์เพื่อใช้เป็นจุดตรวจปล่อยร่วมกัน ณ จุดเดียวตามหลักประตูเดียว (Single Stop Inspection) รวมเนื้อที่ฝั่งไทยทั้งหมดประมาณ 400 ไร่
 
แหล่งข่าว : ผู้จัดการออนไลน์
นำเสนอโดย : เชียงรายโฟกัสดอทคอ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 04 มิถุนายน 2011, 20:44:47
(http://www.ubonchamber.org/images/stories/0news-ftp/99998_1105/110514_ubcc/5405ct700.jpg)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 07 มิถุนายน 2011, 18:13:37
เชียงราย - การก่อสร้างสะพานข้ามโขง 4 เชื่อมเส้นทางคุนหมิง-กรุงเทพฯ สะดุด หลังผู้รับเหมาเกี่ยงรับ “หยวน” จากฝ่ายจีน หวั่นขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน คาดกระทบกำหนดสร้างเสร็จต้องเลื่อนยาวถึงปี 56 นายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ขณะนี้ถนนสาย R3a ไทย-สปป.ลาว-จีน มีการก่อสร้างแล้วเสร็จเกือบสมบูรณ์แล้วและสามารถใช้งานได้ดี ซึ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) พร้อมพัฒนาระบบสาธารณูปโภครองรับ เพื่อให้ไทย-สปป.ลาว-จีน สามารถเชื่อมต่อไปถึงนครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลหยุนหนัน ตามเส้นทางคุนหมิง-กรุงเทพฯ ได้ต่อไป อย่างไรก็ตาม ถนนสายดังกล่าวกำลังประสบปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อตรงสะพานข้ามแม่น้ำโขง ที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายพินิจ กล่าวว่า การก่อสร้างสะพานดังกล่าวล่าช้า เพราะมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินเนื่องจากโครงการนี้เกิดจากความร่วมมือไทย-สปป.ลาว-จีน และทางประเทศไทย-จีน ตกลงจ่ายฝ่ายละ 50% ตามงบประมาณเต็มประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อถึงเวลาการก่อสร้างจริง ฝ่ายไทยได้เบิกจ่ายงบประมาณให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้างไปตามปกติ แต่ฝ่ายจีนยังไม่ได้จ่ายเงินให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง “จีนต้องการจ่ายเป็นหยวน แต่ผู้รับเหมาไม่อยากรับหยวน โดยให้เหตุผลว่าหากรับเป็นเงินหยวน จะประสบปัญหาเรื่องค่าเงินผันผวนช่วงที่นำไปแลกเปลี่ยน ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังตกลงกันไม่ได้ ทำให้เกิดความล่าช้ามาจนถึงปัจจุบัน” นายพินิจ บอกอีกว่า ปัจจุบันฝ่ายไทยได้จ่ายเงินก่อสร้างไปแล้วกว่า 20% และขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูน้ำหลากทำให้การก่อสร้างในน้ำเริ่มชะงัก โดยการก่อสร้างส่วนของสะพานคืบหน้าไปได้เพียง 6 % คาดว่าหากยังเป็นเช่นนี้จะทำให้การก่อสร้างล่าช้า อาจต้องเลื่อนออกไปอีก 9 เดือน หรือราวปลายปี 2556 จึงจะแล้วเสร็จ ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อภาคขนส่ง และระบบลอจิสติกส์โดยรวมด้วย ด้านนายวิรัตน์ แสนอุดม ผู้อำนวยการแขวงการทางเชียงรายที่ 2 กล่าวว่า ตอนนี้การก่อสร้างยังคงเดินหน้าไปตามปกติ ส่วนกรณีที่อาจจะมีการเลื่อนไปนั้น ยังไม่มีรายละเอียดเป็นทางการ เป็นเพียงการนำเสนอเข้าไปของภาคเอกชน เพื่อขอเลื่อนเวลาออกไป เนื่องจากปัญหาการเบิกจ่ายค่าจ้างดังกล่าว แต่ผลสรุปว่าจะเลื่อนออกไปหรือไม่จะต้องมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการก่อสร้างสะพานอีกครั้งหนึ่งก่อน สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว ที่ อ.เชียงของ ถือเป็นสะพานเชื่อมสองประเทศแห่งที่ 4 เพื่อเชื่อมแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ของภูมิภาคนี้ ด้วยการใช้งบประมาณรวมระหว่างไทย-จีน ประมาณ 1,486.5 ล้านบาท โดยได้ว่าจ้างกลุ่มซีอาร์ 5-เคที จอยท์เวนเจอร์ ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทไชน่า เรลเวย์ โน.5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด จากประเทศจีน และบริษัทกรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด ของประเทศไทย มีกำหนดก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธ.ค.2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน แต่จากสภาพการก่อสร้างในปัจจุบันพบว่าไม่คืบหน้ามากนักทั้งๆ ที่เป็นช่วงกลางปี 2555 แล้ว เอกชนทั้งสองรายได้แบ่งงานกันทำด้วยการให้ฝ่ายไทยก่อสร้างถนนทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว รวมทั้งอาคารด่านพรมแดนของทั้งสองฝั่ง เป็นถนนติดขอบฝั่งยาว 630 เมตร ถนนเป็นจุดสลับการจราจรในฝั่งไทย 5 กิโลเมตร และฝั่ง สปป.ลาว อีก 6 กิโลเมตร ส่วนเอกชนจีนก่อสร้างตัวสะพานกลางแม่น้ำโขง

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000069254


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 07 มิถุนายน 2011, 19:17:26
(http://i294.photobucket.com/albums/mm86/antkus35/OTP/PortAndMaritime/PortMaritime12.jpg)

 เอกสารประกอบแผนการพัฒนาระบบขนส่งและจราจร พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๖๓ โดยสนข. ซึ่งค.ร.ม.มีมติรับทราบเมื่อวันที่ ๑๒ เม.ย. ๒๕๕๔


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: แมงคอลั่น ที่ วันที่ 07 มิถุนายน 2011, 20:24:41
ระวัง"นิคมอุตสาหกรรม" ทำลาย "วัฒนธรรมท้องถิ่น"


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 07 มิถุนายน 2011, 22:02:17

เปิดเส้นทางสาย'R3'ส่งออกผลไม้ไปจีน...


วันจันทร์ ที่ 06 มิถุนายน 2554 เวลา 0:00 น

ประเทศจีนนับเป็นประเทศคู่ค้าในการส่งออกผลไม้ไทยอันดับต้น ๆ ซึ่งที่ผ่านมาไทยสามารถส่งออกผลไม้คุณภาพดีไปจีนได้ปีละกว่า 5,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในช่วงปี 2550-2552 ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้งส่งออกจำนวน 4,424, 4,967, 6,875 ล้านบาทตามลำดับ และช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2553 ส่งออกรวม 5,988 ล้านบาท ซึ่งผลไม้ที่ส่งออกมากที่สุดได้แก่ ทุเรียน ลำไย มังคุด มะพร้าว มะม่วง และสำหรับผลไม้แห้งที่ไทยส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ลำไยแห้ง  มะขามแห้ง

ดังนั้นจึงนับเป็นนิมิตรหมายอันดียิ่งที่ วันนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ลงนามพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยและจีน กับนายจือชู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงควบคุมคุณภาพและตรวจสอบกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (AQSIQ) อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าการลงนามพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยและจีน จะส่งผลให้ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนผ่านเส้นทางบกสาย R3A หรือ R3E โดยเริ่มจากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ประเทศไทยผ่านเมืองห้วยทราย บ่อแก้ว หลวงน้ำทา บ่อเต็น ของลาว เข้าสู่เมืองโม่หาน จิ่งหง เชียงรุ้งมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีระยะทางประมาณ 1,104 กิโลเมตร ทำให้เส้นทางสายนี้จะเป็นเครื่องมือให้เกิดการขยายตัวทางการค้าผลไม้ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับกล่าวคือ ลดระยะเวลาในการขนส่งเหลือเพียง 2-3 วัน จากปกติทางเรือใช้เวลา 5-7 วัน ทำให้ผลไม้ไทยมีความสดยาวนานขึ้นและกระจายผลไม้ไปยังตลาดเมืองยูนนานมณฑลตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้โดยตรง จากเดิมต้องผ่านฮ่องกง-เสิ่นเจิ้น หรือตลาดเจี้ยงหนาน กวางโจวแล้วจึงกระจายต่อไปมณฑลต่าง ๆ ของจีน นอกจากนี้ผลไม้ที่นำเข้าจากจีนผ่านเส้นทางนี้จะมีคุณภาพ มาตรฐานและความปลอดภัยต่อผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น เนื่องจากจะมีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยจากต้นทางของทั้งสองประเทศ

การเปิดเส้นทางดังกล่าวในครั้งนี้ จะส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยสามารถส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนได้สะดวก และไม่เสียเวลาโดยผ่านเส้นทางอำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย-ลาว-จีน เพื่อส่งผลไม้เข้าสู่มณฑลภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยคาดว่าการขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทาง R3 จะเพิ่มโอกาสการขยายปริมาณและมูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีนมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นตลาดส่งออกผลไม้ที่สำคัญของไทย

ทั้งนี้คาดการณ์ว่า จะมีการขยายตัวทางการค้าผลไม้ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาทเนื่องจากมีการส่งออกผ่านเส้นทางบกที่กระทรวง เกษตรฯ เจรจาเปิดเส้นทางทั้งสาย R9 และ R3 ขณะเดียวกัน ยังได้หารือกับ AQSIQ ในเรื่องการขนส่งทางเส้นทางบกสาย R8 และ R12 ที่ผ่านทางจังหวัดนครพนม (ไทย)-นาพาว (ลาว)-จาลอ-วิงห์-ฮานอย (เวียดนาม)-(จีน) มณฑลกวางสี ซึ่งเส้นทางดังกล่าวนี้จะลดระยะเวลาการขนส่งในช่วงถนนผ่านลาวเข้าเวียดนามเนื่องจากมีระยะทางสั้นโดยเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางส่งออกผลไม้ไปยังมณฑลภาคตะวันออกของจีน รวมถึงหารือในการเปิดเส้นทางขนส่งทางแม่น้ำโขงเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ก่อนการเปิดเส้นทางสายต่าง ๆ ทั้งสองฝ่ายจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะได้หารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมและศึกษาถึงข้อดีข้อเสียต่าง ๆ ด้วย

“เส้นทาง R3 จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ทำให้เกิดการขยายตัวทางการค้าผลไม้ระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น โดยประโยชน์ที่ไทยจะได้รับคือ เป็นการลดระยะเวลาในการขนส่งเหลือเพียง 2-3 วัน จากการขนส่งทางเรือซึ่งใช้เวลา 5-7 วัน ทำให้ผลไม้ไทยมีความสดยาวนานขึ้น และที่สำคัญจะเพิ่มโอกาสการขยายปริมาณและมูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีนมากขึ้น ซึ่งการลงนาม ในครั้งนี้ได้พยายามให้เกิดขึ้นทันกับช่วงระยะเวลาที่ประเทศไทยมีผลไม้ออกสู่ตลาดจำนวนมาก คือ ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะช่วยให้ราคาผลไม้ภายในประเทศไม่ตกต่ำ  อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ ไทยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรการที่ได้กำหนดไว้ในพิธีสารฯ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับจีนว่าผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีนมีคุณภาพ ปลอดจากโรคและศัตรูพืช และไม่มีการปลอมปนผลไม้จากประเทศอื่นระหว่างการขนส่ง โดยมีมาตรการกำกับดูแลก่อนการส่งออก เช่น การตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัยพืชก่อนส่งออก การระบุหมายเลขตู้สินค้า และหมายเลขกำกับการปิดผนึกตู้สินค้า โดยต้องไม่มีการเปิดตู้สินค้าระหว่างการขนส่งจนกว่าจะถึงด่านปลายทาง”

นับเป็นข่าวดียิ่งสำหรับพี่น้องเกษตรกรไทยและผู้ส่งออกนำเข้าผลไม้ไทยและจีนที่จะสามารถมีการขนส่งและนำเข้าผลไม้ระหว่างกันได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตและลดปัญหาความเสียหายจากการขนส่งสินค้าที่ต้องการระยะเวลาที่รวดเร็ว ที่สำคัญคาดว่าเส้นทาง R3 จะทำให้มูลค่าส่งออกสินค้าผลไม้ไทยไปจีนสูงขึ้นในอนาคต.

http://www.dailynews.co.th/web/index.cfm?page=content&categoryId=676&contentID=143273


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 09 มิถุนายน 2011, 18:47:20
เชียงราย - ทูตจีนนำทีมตัวแทนหลายหน่วยงานจากหยุนหนัน ออนทัวร์เส้นทาง R3a พร้อมนัดประชุมร่วมไทยที่เชียงแสน แต่เจอปมด่านฯเชียงแสน-ต้นผึ้ง สปป.ลาว ไร้ข้อตกลงข้ามแดน ทำเวทีหารือล่ม

(http://pics.manager.co.th/Images/554000007504801.JPEG)
(http://pics.manager.co.th/Images/554000007504802.JPEG)

รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า จ.อ.อนิรุต จำรูญ หัวหน้าขนส่งทางน้ำที่ 1 สาขาเชียงราย ได้รับการประสานงานจากคณะของ Mr.Gao Wantuan อัคราชทูตฝ่ายเศรษฐกิจและการค้า สาธารณประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เย็นวันที่ 8 มิ.ย.54 ขอเข้าประชุมหารือกับคณะ จ.เชียงราย ณ ท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 1 อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจและการค้า ซึ่ง จ.เชียงราย มีการค้ากับจีนตอนใต้ปีละจำนวนมหาศาล
       
       คณะจากประเทศจีนได้เดินทางมาทางรถยนต์ จากเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน จีนตอนใต้ มาตามถนน R3a ผ่านแขวงหลวงน้ำทา แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว จนถึงเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อ.เชียงของ โดยเข้าเยี่ยมโครงการของกลุ่มทุนดอกงิ้วคำ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทจิน มู่ เหมิน จำกัด จากประเทศจีน ภายใต้ชื่อ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone เพื่อสร้างโรงแรม บ่อนกาสิโน เขตการค้า ท่าเรือ เขตพาณิชยกรรม อุตสาหกรรมแปรรูป พื้นที่การเกษตร ฯลฯ ที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ก่อนที่จะข้ามมายังฝั่งตรงกันข้ามคือ อ.เชียงแสน
       
       กระทั่งช่วงเย็นคณะจากประเทศจีน ได้แจ้งจะข้ามฝั่งมายัง อ.เชียงแสน แต่ปรากฏว่าด่านสากลที่สามเหลี่ยมทองคำของ สปป.ลาว กับจุดผ่านแดนถาวร อ.เชียงแสน ไม่ได้มีการทำข้อตกลงในการข้ามแดนกันอย่างเป็นทางการ จึงทำให้คณะทั้งหมดต้องเดินทาง กลับไปเมืองห้วยทรายซึ่งห่างออกไปอีกประมาณ 58 กิโลเมตรอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เสียเวลาจนถึงเย็น จึงมีการติดต่อประสานงานกับคณะของทาง จ.เชียงราย ซึ่งรออยู่ที่ท่าเรือแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 โดยมีนายสุรชัย ลิ้นทอง ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นำคณะหัวหน้าส่วนราชการรออยู่ โดยขอเลื่อนการนัดประชุมออกไปก่อนทำให้การประชุมยกเลิกไปโดยปริยาย
       
       จ.อ.อนิรุต กล่าวว่า เราจำเป็นต้องขอเลื่อนการระชุมหารือกันไปก่อน เพราะเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิค หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการกำหนดเวลาการประชุมและแจ้งเชิญหน่วยงานส่วนราชการต่างๆ เอาไว้
       
       ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้เตรียมรายความคืบหน้าด้านท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 แก่ที่ประชุมด้วย โดยเป็นท่าเรือแห่งใหม่ที่ใช้ทดแทนแห่งแรก ที่คับแคบและอยู่กลางใจเมืองเชียงแสน โดยปัจจุบันกรมเจ้าท่าได้ว่าจ้างเอกชนทำการก่อสร้างตรงปากแม่น้ำกก ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่หมู่บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน เนื้อที่ 402 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา ด้วยงบประมาณ 1,546,400,000 ล้านบาท กำหนดก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.2552-28 ธ.ค.2554 ซึ่งหลังโครงการแล้วเสร็จหน่วยงานแดน เช่น ศุลกากร เจ้าท่า การท่าเรือ ฯลฯ จะย้ายไปยังท่าเรือใหม่ดังกล่าว
       
       สำหรับรูปแบบโครงการจะมีการสร้างท่าเทียบเรือ 5 จุด คือ ท่าเรือแบบทางลาด 2 ระดับ ด้านทิศเหนือยาว 300 เมตร และทิศใต้ยาว 300 เมตร ท่าเรือแนวดิ่งภายในแอ่งจอดเรือยาว 629 เมตร บริเวณต่อกับแอ่งจอดเรือด้านทิศเหนือยาว 554 เมตร บริเวณต่อกับแอ่งจอดเรือด้านทิศใต้ยาว 300 เมตร และท่าเรือสำหรับเรือตรวจการณ์ยาว 226 เมตร โครงการป้องกันตลิ่งเป็นเขื่อนกันตลิ่งยาวรวม 3,447 เมตร โดยแยกเป็นเขื่อนป้องกันตลิ่งในแม่น้ำโขงยาว 500 เมตร เขื่อนป้องกันตลิ่งเกาะช้างตายซึ่งเป็นเกาะกลางแม่น้ำโขงยาว 765 เมตร เขื่อนป้องกันตลิ่งสองฝั่งแม่น้ำกกด้านละ 660 เมตรและ 1,525 เมตรตามลำดับ
       
       นอกจากนี้ จะมีการขุดลอกร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำโขงกว้าง 40 เมตร ยาว 1.4 กิโลเมตร ลึก 1.5 เมตร จากระดับน้ำต่ำสุด และขุดลอกส่วนที่เป็นแอ่งจอดเรือ จึงทำให้จะมีการขุดลอกดินขึ้นมาทั้งสิ้น 1,050,000 ลูกบาศก์เมตร และจะมีการขุดลอกบำรุงรักษาประจำปีประมาณ 181,700 ลูกบาศก์เมตร
       
       ส่วนงานด้านอาคารมีทั้งอาคารสำนักงานท่าเรือและอาคารเอนกประสงค์ โรงพักสินค้า สำนักงานโรงพักสินค้าประตูทางเข้า ฯลฯ ลานจอดรถพักรอพื้นที่รวม 26,600 ตารางเมตร งานก่อสร้างถนนยาวรวม 4,036 เมตร นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นๆ เพื่อสำรองเอาไว้และเก็บกองดินทรายที่ขุดลอกขึ้นมาใหม่โดยคำนวณปริมาณดินตะกอน ที่สามารถรองรับได้ 605,146.54 ลูกบาศก์เมตร
       
       ส่วนการค้าชายแดนผ่านทางท่าเรือแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน ตั้งแต่เดือน ต.ค.2553 จนถึง เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการค้ากับจีนตอนใต้ ยังมีพม่า และ สปป.ลาว โดยเป็นการการส่งออกสินค้าจำนวน 4,982 ล้านบาท คาดว่าเมื่อครบปีจะมีมูลค่ามากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะตลอดทั้งปีงบประมาณ 2553 มีการส่งออกมูลค่า 5,630 ล้านบาท ส่วนนำเข้ามีมูลค่า 736 ล้านบาท

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000070363 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000070363)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 14 มิถุนายน 2011, 21:06:40
คุนหมิงแฟร์ ครั้งที่ 19

โดย แสงแดด   14 มิถุนายน 2554 15:48 น.



เมื่อปลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ “แสงแดด” ได้สบโอกาสเดินทางไปประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน เพื่อร่วมทั้งประชุมและสังเกตการณ์ “คุนหมิงแฟร์ ครั้งที่ 19 (Kunming Fair 19th )” ซึ่งคุนหมิงเป็นเจ้าภาพจัดทุกปี และปี 2011 เป็นปีที่ 19
       
       การจัดงานคุนหมิงแฟร์ครั้งที่ 19 นี้ เป็นการจัดการแสดงสินค้าที่ครอบคลุมกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน (Asean) บวกกับกลุ่มประเทศเอเชียใต้ (South Asia) ซึ่งหมู่มวลสมาชิกที่มาร่วมประชุมนั้น เริ่มตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการค้า การพาณิชย์ ที่หมายรวมถึง “เศรษฐกิจ” ตลอดจนรัฐมนตรีช่วยฯ ผู้ช่วยรัฐมนตรี จนมาถึงปลัดกระทรวงฯ อธิบดี และแม้กระทั่งที่ปรึกษาระดับอาวุโส
       
       ดังนั้น ผู้เข้าร่วมประชุมและเปิดงาน “คุนหมิงแฟร์ ครั้งที่ 19” จึงมีจำนวนมากถึง 40 กว่าคน ในกรณีเฉพาะระดับผู้นำ ส่วนระดับเจ้าหน้าที่และผู้ติดตามนั้น ขอเรียนว่าหลักหลายร้อยคนอย่างแน่นอน การประชุมกิจกรรมในครั้งนี้ จึงมีผู้เข้าร่วมนับหลายร้อยคน
       
       การประชุมกิจกรรมครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6-10 มิถุนายน เพียงแต่วันเปิดนั้น เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน และช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 6 โดยช่วงเย็นผู้ว่ามณฑลยูนนานเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเฉพาะระดับผู้นำที่ร่วมกิจกรรมเท่านั้น
       
       แต่ในขณะเดียวกัน จะมีการเปิดบูท (Booth) ของสมาชิกจากกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียใต้นับจำนวนหลายร้อยบูทเช่นเดียวกัน ซึ่งจะมีทั้งบรรดาเฟอร์นิเจอร์ไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลัก ผลไม้ อัญมณี สมุนไพร แม้กระทั่งผลิตภัณฑ์สิ่งทอ และผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ตลอดจนสารพัดยาต่างๆ โดยเฉพาะยาหม่องที่ชาวจีนนิยมมาก
       
       “คุนหมิงแฟร์” หรือเรียกทางภาษาวิชาการเรียกว่า “งานแสดงสินค้า The 19th China Kunming Import + Export Commodities Fair 2011” และ “The 4th South Asian Countries Trade Fair 2011” โดยจัดที่ “หอประชุมขนาดใหญ่ (Convention Center)”
       
       ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา “การค้าการลงทุนระหว่างไทย-ยูนนาน” มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2011 ประเทศไทยส่งออกมายังมณฑลยูนนานมีมูลค่า 83.59 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,507 ล้านบาท) และไทยนำเข้าสินค้าจากมณฑลยูนนานมูลค่าประมาณ 102.27 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,068 ล้านบาท) โดยที่ไทยเราขาดดุลการค้ากับจีนมูลค่าประมาณ 18.68 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 560 ล้านบาท)
       
       อย่างไรก็ตาม การนำเข้าผลไม้ไทยสู่มณฑลยูนนานนั้น เพื่อให้เป็น “ประตู (Gate Way)” ศูนย์กลางกระจายสู่มณฑลอื่นๆ ในประเทศจีน เนื่องด้วยมณฑลยูนนานเป็นระยะทางที่สั้นที่สุด จะทำให้ผลไม้ไทยที่นำเข้ามีความสดใหม่ คุณภาพดี โดยเฉพาะทางบก ถนน R3 และทางน้ำ โดยแม่น้ำโขงซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของฝั่งไทย แต่ส่วนของประเทศจีนนั้น ต้องเรียนว่า เขาได้สร้างถนนและท่าเรือมาจ่อที่ฝั่งไทยเรียบร้อยแล้ว และได้ทราบว่าทางฝั่งไทยกำลังเร่งดำเนินการก่อสร้างอยู่ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะแล้วเสร็จอีกไม่น่าจะเกิน 2-3 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ต้องยอมรับความจริงว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะหันมาสนใจในกรณีนี้หรือไม่
       
       ภายในงานแสดงสินค้าผลไม้ไทย โดยเฉพาะมังคุดที่นำเข้าจากไทยเราจำนวน 500 ตัน หรือประมาณ 500,000 กิโลกรัม ปรากฏว่า “ขายหมดเกลี้ยง!” ภายในระยะเวลา 3 วันเท่านั้น จากกลุ่มผู้ประกอบการจากจังหวัดระยอง ส่วนทุเรียนและเงาะนั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน
       
       จริงๆ แล้ว การค้าขายของไทยในมณฑลยูนนานนั้น เท่าที่สังเกตดูจากสภาพการณ์ช่วงที่อยู่นั้น ต้องยอมรับว่า สินค้าไทย ไม่ว่า ผลิตภัณฑ์ไม้ เฟอร์นิเจอร์ และผลไม้ไทย ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ยกตัวอย่าง ตุ๊กตาผู้หญิงล้านนาไทยพนมมือไหว้สูงประมาณหนึ่งเมตร สนนราคาตกตัวละ 10,000 กว่าบาท ทั้งๆ ที่ราคาต้นทุนที่ อ.หางดง เชียงใหม่ น่าจะไม่เกิน 3,000-3,500 บาท บวกกับค่าขนส่งสูงสุดตัวละไม่เกิน 5,000 บาท เพราะฉะนั้น เราฟาดกำไรตัวละ 5,000-6,000 บาทอย่างแน่นอน ซึ่งขอย้ำว่า “ขายดีมาก!”
       
       การเดินทางไปครั้งนี้ ได้ร่วมประชุมและสังเกตการณ์ว่า “ดีมาก!” ทั้ง ความรู้สึก การค้าการขาย การลงทุนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ที่มีแนวโน้มดีทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้สึกของชาวจีนมณฑลยูนนานนั้น ใกล้ชิดกับทางประเทศไทยมาก เนื่องด้วยชนกลุ่มน้อย “สิบสองปันนา” ที่ยังคงปักถิ่นฐานอยู่ที่มณฑลยูนนาน และภาษาไทยยังคงเป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้กันอยู่ ทั้งนี้ อาจจะเพี้ยนบ้าง แต่สามารถเจรจากันได้
       
       เศรษฐกิจประเทศจีนต้องนับว่า “สูงสุดเกือบ 12%” ของอัตราการเจริญเติบโตหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือเรามักเรียกกันว่า “จีดีพี (GDP)” ที่สูงที่สุดในโลกขณะนี้ เพียงแต่ว่า “จีดีพี” ของจีนนั้น ค่อนข้างมั่นใจว่า “เชิงมหภาค (Macro)” ที่มุ่งเน้นทางด้านอุตสาหกรรมส่งออก อุตสาหกรรมการลงทุนขนาดใหญ่ อสังหาริมทรัพย์ และสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเชิงระบบขนส่ง และ/หรือโลจิสติกส์
       
       การเร่งสร้าง “นโยบายสร้างชนชั้นกลาง” ซึ่งน่าเชื่อว่า ทางรัฐบาลจีนมุ่งเน้นสร้าง “ประชากรระดับกลาง” ให้มีมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันตัวเลขประชากรระดับกลางกำลังเจริญเติบโตอย่างมาก จากประชาชนระดับรากหญ้า หรือพูดภาษาชาวบ้านว่า “จีนเร่งสร้างชนชั้นกลาง” เพื่อรองรับการเจริญเติบโตที่สอดคล้องกันระหว่างเศรษฐกิจมหภาค และเศรษฐกิจจุลภาค
       
       การเดินทางจากภาคเหนือไทยนั้น สะดวกที่สุด ถ้าเดินทางโดยทางรถยนต์ด้วยถนน R3 ผ่านเชียงของ และเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ส่วนท่าเรือก็เช่นเดียวกัน แต่ถ้าทางสายการบินนั้น มีเพียงการบินไทยเท่านั้น ซึ่งมิได้บินทุกวัน ต้องเรียกว่าน่าเสียดาย ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมกงสุลพาณิชย์ไทยร่วมประชุมอย่างแข่งขัน และเชื่อว่า “ไทยโชคดีแน่!”


http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000072624


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 19 มิถุนายน 2011, 21:32:42
นที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เวลา 14:03:24 น.
เส้นทางหลวงคุนหมิง-กรุงเทพฯ ในจีน ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
Share


 
 
   ข้อมูลรายงานจากบจก.การลงทุนบุกเบิกพัฒนาเส้นทางถนนมณฑลยูนนานระบุว่า เส้นทางหลวงจากเสี่ยวเหมิงหยาง-บ่อหานซึ่งเป็นเส้นทางช่วงสุดท้ายของเส้นทางหลวงคุนหมิง-กรุงเทพฯ ในจีน ได้ผ่านการตรอบสอบความเรียบร้อยของการก่อสร้างทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2554 ซึ่งแสดงว่าเส้นทางหลวงคุนหมิง-กรุงเทพฯ ช่วงเส้นทางในจีนได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
     
 
 เส้นทางหลวงคุนหมิง-กรุงเทพฯ ช่วงเส้นทางจากเสี่ยวเหมิงหยาง-บ่อหาน มีจุดเริ้มต้นที่ตำบลเสี่ยวเหมิงหยางของเมืองจิ่งหง เขตสิบสองปันนา และสิ้นสุดที่เขตการค้าชายแดนบ่อหาน อำเภอเหมิ่งล่า ซึ่งมีระยะทางรวม 200 ก.ม. ประกอบด้วยเส้นทางด่วน 17 ก.ม. เส้นทางหลวงระดับ 1 จำนวน 18 ก.ม. เส้นทางหลวงระดับ 2 จำนวน 149 ก.ม. และเส้นทางหลวงระดับอื่น ๆ อีกจำนวน 14 ก.ม. ตลอดเส้นทางมีสะพานรวมทั้งหมด 327 แห่ง และอุโมงค์จำนวน 34 แห่ง โดยได้ใช้งบประมาณการก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 6,395 ล้านหยวน ทั้งนี้ เส้นทางหลวงจากเสี่ยวเหมิงหยาง-บ่อหาน ได้เริ่มลงมือก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 โดยเริ่มเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2551 และผ่านการตรวจสอบทั้งหมดเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา

       ข้อมูลเพิ่มเติม : เส้นทางหลวงคุนหมิง-กรุงเทพฯ ช่วงเส้นทางจากเสี่ยวเหมิงหยาง -บ่อหาน ถือเป็นส่วนประกอบของเส้นทางด่วนนครฉงชิ่ง-นครคุนหมิง-ด่านบ่อหาน ซึ่งถูกบรรจุอยู่ใน ”แผนพัฒนาเส้นทางด่วนแห่งชาติจีน” และเป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นทางหลวงหมายเลข 213 จากนครหลานโจว (มณฑลกานซู่)-ด่านบ่อหาน อีกทั้งเป็นช่วงเส้นทางที่สุดท้ายของเส้นทางหลวงคุนหมิง-กรุงเทพฯ ในจีน ซึ่งมีความสำคัญในการเชื่อมต่อมณฑลยูนนานรวมถึงมณฑลใกล้เคียง กับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศลาวกับไทย
 
จาก ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 08 กรกฎาคม 2011, 13:38:04
สะพานข้ามโขง 4 เลื่อนเปิด 1 ปี เจอปัญหาซ้ำน้ำหลาก-หินแข็งใต้น้ำโขง

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน   5 กรกฎาคม 2554 22:08 น.



รูปแบบสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ที่คาดว่าต้องเลื่อนออกไปอีก 1 ปี เพราะเจอปัญหาหลายอย่าง

       เชียงราย - แผนงานก่อสร้างสะพานข้ามน้ำโขง 4 เชื่อมเชียงของ - สปป.ลาว-จีน เจอปัญหาซ้ำ หลังเคยป่วนด้วยปัญหาจีนจ่ายค่าจ้างเป็นหยวนมาแล้ว ล่าสุดเจอหินแข็งท้องน้ำโขง-น้ำหลาก อาจต้องเลื่อนวันฉลอง 1 ปี
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ที่รัฐบาลไทยและจีน ตกลงจัดงบประมาณสนับสนุนฝ่ายละ 50% ต่อมามีการว่าจ้างกลุ่มซีอาร์ 5-เคที จอยท์เวนเจอร์ ประกอบไปด้วยบริษัทไชน่า เรลเวย์ โน.5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด จากประเทศจีน และบริษัทกรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด ของประเทศไทย กำหนดตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธ.ค.2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน ด้วยงบประมาณ 1,486.5 ล้านบาท
       
       ล่าสุดพบว่า โครงการก่อสร้างยังคงเป็นไปด้วยความล่าช้า และปัจจุบันการตอกเสาเข็มเพื่อวางเสาตอม่อต้องยุติลงชั่วคราว เนื่องจากเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ทำให้น้ำโขงลึกมากขึ้น จึงเหลือเพียงงานก่อสร้างริมฝั่งและถนนเท่านั้น ขณะที่การก่อสร้างในภาพรวมคืบหน้าไปได้เพียงประมาณ 6%
       
       นายสุวัฒน์ ด้วงปั้น นายด่านศุลกากร อ.เชียงของ เปิดเผยว่า ทางศุลกากร ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำกับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ก็ได้เฝ้าติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง เพราะในอนาคตจะมีความเกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าทางด้าน อ.เชียงของ เชื่อมกับ สปป.ลาว-จีนตอนใต้ บนถนน R 3a อย่างมาก
       
       ทั้งนี้ พบว่า การก่อสร้างสะพานได้ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดเอาไว้ประมาณ 1.7% โดยเฉพาะการก่อสร้างสะพานที่ยังไม่สามารถตอกเสาเข็มลงเสาตอม่อได้และกำลังพบกับอุปสรรคของฤดูน้ำหลากพอดี ส่วนการก่อสร้างถนนและอาคารด่านพรมแดนในฝั่งไทยถือว่าเร็วกว่าที่กำหนดบวก 3% แต่ในฝั่ง สปป.ลาว ติดลบ 7%
       
       ดังนั้น จากการที่คาดการณ์กันว่าน่าจะทำให้โครงการล่าช้าออกไปประมาณ 9 เดือน สรุปได้ว่าจะมีความล่าช้าเพิ่มออกไปเป็น 1 ปี โดยปัญหาหลักเกิดจากการยังไม่ได้ก่อสร้างเสาตอม่อ หรือสร้างฐานรากของตัวสะพานให้ได้ และปัญหาเรื่องที่ทางการจีนจ่ายงบประมาณก่อสร้างเป็นเงินหยวน ซึ่งเมื่อเปลี่ยนเป็นเงินดอลลาร์และนำไปจ่ายให้เอกชนเกรงจะมีความผันผวน
       
       “แต่ถ้าลงเสาตอม่อแล้วเสร็จ จะทำให้งานคืบหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อมีฐานรากสิ่งก่อสร้างต่างๆ ด้านบนก็จะมีความสะดวกมากขึ้น และจากความล่าช้าออกไปเล็กน้อยดังกล่าวก็ได้ ทำให้กรมศุลกากรมีเวลาในการรอการส่งมอบที่ดินในการก่อสร้างด่านศุลกากรแห่งใหม่บริเวณห่างจากตัวสะพานประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งหากไม่มีสิ่งขัดข้องใดๆ คงจะสามารถก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ได้ในเดือนพ.ย. 54 " นายสุวัฒน์ กล่าว
       
       ด้านนายสมพอน ปันยาดา ประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรม แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว กล่าวว่า ความล่าช้าในการก่อสร้างสะพานเริ่มมีมาตั้งแต่การรอเรื่องพิธีวางศิลาฤกษ์ แต่จากนั้นเมื่อมีการลงมือก่อสร้าง เอกชนที่รับจ้างก่อสร้างก็ได้แบ่งงานกันโดยให้เอกชนจีนสร้างตัวสะพานและเอกชนไทยสร้างถนนและอาคารด่านพรมแดน แต่ปรากฏว่าเอกชนจีนเจอปัญหาเรื่องหัวเจาะใต้ท้องแม่น้ำโขง เพื่อจะวางเสาตอม่อ โดยเมื่อเจาะลงชั้นใต้ดินลงไปถึงหินประมาณ 151 เมตร พบสภาพเป็นหินที่แข็งมากจนทำให้หัวเจาะเสียหายไปหลายอัน เป็นผลทำให้ไม่สามารถวางเสาตอม่อได้และเกิดสภาพน้ำหลากมาเสียก่อน นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการเงินดังกล่าวด้วย
       
       อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าท้ายที่สุดการก่อสร้างจะสามารถเดินหน้าไปได้ตามปกติ และทำให้สะพานแห่งนี้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ภูมิภาคนี้ต่อไป
       
       สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ดังกล่าว ออกแบบให้มีเสาตอม่อ 4 ตอม่อ มีความกว้าง 14.70 เมตร โดยเป็นสะพานขนาดสองช่องจราจรๆ ละ 3.50 เมตร และไหล่ทางข้างละ 2 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.25 เมตร ความยาว 480 เมตรเมื่อรวมกับถนนติดขอบฝั่งก็จะยาวประมาณ 630 เมตร และโครงการก่อสร้างถนนตัดแยกจากถนนหมายเลข 1020 หรือสายเชียงราย-เชียงของ ในฝั่งไทย เพื่อเป็นจุดสลับการจราจรในฝั่งไทยก่อนไปถึงตัวสะพานอีกประมาณ 5 กิโลเมตร และถนนในฝั่ง สปป.ลาว อีกประมาณ 6 กิโลเมตร สวนอาคารด่านพรมแดนทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว รูปทรงล้านนาประยุกต์เพื่อใช้เป็นจุดตรวจปล่อยร่วมกัน ณ จุดเดียวตามหลักประตูเดียว (Single Stop Inspection) รวมเนื้อที่ฝั่งไทยทั้งหมดประมาณ 400 ไร่
       
       สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เคยประมาณการณ์ว่า สะพานแห่งนี้จะทำให้มูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากรเชียงของ เพิ่มมากขึ้นเป็นปีละกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าจะมีมูลค่ามหาศาล จากปัจจุบันก็มีอัตราการเพิ่มขึ้นของมูลค่านำเข้าและส่งออกเดือนต่อเดือน จนทำให้ตัวเลขการค้ารวมตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2554 ถึงเดือน มิ.ย.มีมูลค่าประมาณ 4,900 ล้านบาทแล้ว เท่ากับมูลค่าการค้าตลอดทั้งปีงบประมาณ 2553 ขณะที่ในปีงบประมาณนี้ยังเหลือเวลาอีกกว่า 3 เดือนหรือ 1 ไตรมาสถึงจะหมดปีงบประมาณ ดังนั้นมูลค่าการค้าตลอดปีงบประมาณนี้จะเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อนจำนวนมากแน่นอน


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 08 สิงหาคม 2011, 09:49:09
ชงแผน5ปี5ยุทธศาสตร์ เสนอรัฐมนตรีใหม่         

โดย กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ      
วันศุกร์ที่ 05 สิงหาคม 2011 เวลา 10:29 น.
คมนาคมตั้งแท่นชงแผน5 ยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี  วงเงินรวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาท เสนอรัฐมนตรีคนใหม่ เผยยุทธศาสตร์ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

มุ่งเน้นวางรากฐานการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้า ชี้การพัฒนาระบบขนส่งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตใช้งบสูงสุดกว่า 7 แสนล้าน โครงการเอ็นจีวี 4,000 คันยังติดอยู่ในแผนเช่นเคย
           นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่พิจารณาเรียบร้อยแล้ว  โดยได้รวมโครงการในระดับเมกะโปรเจ็กต์และโครงการทั่วไปของทุกหน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีแผนจะดำเนินการในช่วง 5 ปีนับตั้งแต่ปี  2554-2558  มีมูลค่าการลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)ได้รวบรวมส่งมาให้กระทรวงเรียบร้อยแล้ว
           โดยโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ 5  ด้าน ประกอบไปด้วย 1.ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งภายในประเทศ และพัฒนาจุดเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์การขนส่ง 3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบขนส่งให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย 4.ยุทธศาสตร์การพัฒนาการให้บริการระบบขนส่งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และ 5.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการระบบขนส่งและการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ วงเงิน 10,140.92 ล้านบาท
          "แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวครอบคลุมใน 3 มิติหลัก คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวคิดหลักเพื่อการพัฒนา บำรุงรักษา และปรับปรุงการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานและบริหารระบบขนส่งมวลชนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  มุ่งเน้นวางรากฐานการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้า นำไปสู่การพัฒนาระบบขนส่งและจราจรที่ยั่งยืนต่อไป"
          ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับวงเงินลงทุนรวม 1.5 ล้านล้านบาทนั้น จะครอบคลุมทั้งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบรางรถไฟ ซึ่งรวมถึงโครงการตามแผนปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท ในส่วนที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติวงเงินลงทุน และการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าตามแผนแม่บท ซึ่งกำหนดว่าจะก่อสร้างรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 12 เส้นทาง มูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท การพัฒนารถไฟความเร็วสูงรวม 5 เส้นทาง โดยเส้นทางแรกที่จะดำเนินการ คือเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร รวมทั้งโครงการก่อสร้างท่าเรือ งานก่อสร้างและซ่อมบำรุงถนน
             ด้านนางสร้อยทิพย์  ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า แต่ละยุทธศาสตร์อาจมีรายละเอียดที่ใกล้เคียงหรือเหมือนกันบ้าง เช่น โครงการระบบรางที่จะมีส่วนร่วมทั้งยุทธศาสตร์ระบบโลจิสติกส์ และยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต อีกทั้งในแต่ละยุทธศาสตร์อาจจะต้องไปเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานด้วยเช่นกัน
          "เป็นแผน 5 ปี คือ ปี 2554-2558 เพราะตระหนักถึงการขนส่งและจราจรที่จะมีบทบาทสำคัญเพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน การส่งเสริมและพัฒนาระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพ มีต้นทุนที่เหมาะสม สะดวก รวดเร็ว ตลอดจนการให้บริการสังคมอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีอัตราค่าบริการที่เหมาะสม เพื่อให้สังคมน่าอยู่ เข้มแข็งและเท่าเทียมกัน นอกจากนั้นยังช่วยประหยัดพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องการใช้เชื้อเพลิง"
              สำหรับรายละเอียดของแผนยุทธศาสตร์ที่ 1 เรื่องการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งภายในประเทศ และพัฒนาจุดเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน วงเงินรวม 322,531 ล้านบาท จะครอบคลุมหน่วยงานกรมทางหลวง เสนอโครงการสำคัญ ๆ เช่น พัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ โครงการเร่งรัดขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องจราจร(ระยะที่ 2) กรมทางหลวงชนบท เสนอโครงการก่อสร้างทางสนับสนุนโครงการพระราชดำริและโครงการหลวง โครงข่ายทางหลวงชนบทเพื่อการท่องเที่ยวบริษัทขนส่ง จำกัด(บขส.) เสนอโครงการก่อสร้างอาคารจุดพักรถสถานีเดินรถเชียงราย  งานจัดหาที่ทำการสถานีเดินรถเชียงของ
              การรถไฟแห่งประเทศไทยเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ด้านการขนส่งทางอากาศของกรมการบินพลเรือน เสนอก่อสร้างปรับปรุงและขยายทางวิ่งสนามบินในภูมิภาค  และของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) เสนอสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพิ่มเติม และโครงการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานดอนเมือง และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เสนอพัฒนางานระบบห้วงอากาศอาเซียนให้ครอบคลุมประเทศเพื่อนบ้านด้านการบริหารจราจรทางอากาศ
           ส่วนยุทธศาสตร์ที่ 2 เรื่องการพัฒนาระบบโลจิสติกส์การขนส่ง วงเงินรวม 318,587 ล้านบาท ครอบคลุมด้านการขนส่งทางบก ไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางบกเสนอโครงการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าในจังหวัดสำคัญ ๆ  โครงการสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า กรมทางหลวง เสนอโครงการทางหลวงสนับสนุนการขนส่งแบบต่อเนื่อง โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 5 สายทาง กรมทางหลวงชนบท เสนอโครงการสร้างโครงข่ายทางหลวงชนบทเพื่อการเชื่อมต่อระบบขนส่ง บริษัทขนส่ง จำกัด เสนอโครงการปรับปรุงรถโดยสารเพื่อนำไปใช้ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ด้านการขนส่งทางรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย เสนอโครงการจัดหารถจักร โบกี้บรรทุกสินค้า การก่อสร้างทางคู่ การปรับปรุงทางรถไฟระยะที่ 5,6 การก่อสร้างไอซีดีแห่งที่ 2 ด้านการขนส่งทางน้ำของกรมเจ้าท่า เสนองานก่อสร้างท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด งานก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางลำน้ำเพื่อการประหยัดพลังงาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโครงการก่อสร้างทางเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล และท่าเรือน้ำลึกสงขลา แห่งที่ 2 โครงการเขื่อนยกระดับในแม่น้ำเจ้าพระยา และน่านเพื่อการเดินเรือ

           การท่าเรือแห่งประเทศไทยเสนอการพัฒนาศูนย์การขนส่งสินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 การขนส่งทางอากาศ ของบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) เสนอโครงการจัดหาเครื่องบิน โครงการจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ ไทย ไทเกอร์  ด้านนโยบายและแผน เสนอโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบรถไฟทางคู่เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร และโครงการศึกษาออกแบบทางรถไฟสายใหม่ เส้นทางช่องเม็ก-อุบลราชธานี


             ยุทธศาสตร์ที่ 3 เรื่องการพัฒนาระบบขนส่งให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย วงเงินรวม 347,542 ล้านบาท ครอบคลุมงานของหน่วยงานกรมการขนส่งทางบก โดยกรมทางหลวงเสนอโครงการบำรุงรักษาทางหลวง งานบูรณะโครงข่ายทางหลวงสายหลัก สะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟ และงานพัฒนาทางหลวงให้มีความปลอดภัย กรมทางหลวงชนบท เสนอโครงการก่อสร้างทางต่างระดับข้ามทางรถไฟ งานติดตั้งเครื่องกั้นพร้อมสัญญาณไฟวาบอัตโนมัติ บขส.เสนอโครงการจัดซื้อรถโดยสารทดแทนรถโดยสารของบขส.ที่ปลดระวางและโครงการปรับปรุงรถโดยสาร กรมการขนส่งทางบก เสนอโครงการปรับปรุงสนามทดสอบขับรถ ปรับปรุงการตรวจสภาพรถ ศูนย์ทดสอบยานยนต์ ศูนย์ฝึกและทดสอบขับรถมาตรฐาน

             ยุทธศาสตร์ที่ 4 เรื่องการพัฒนาการให้บริการระบบขนส่งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต วงเงินรวม 770,006 ล้านบาท ครอบคลุมงานด้านการขนส่งทางบก เสนอโครงการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร ศึกษาแผนแม่บทการเดินรถโดยสารประจำทางทั่วประเทศ กรมทางหลวงเสนอโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง โครงการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กทม.-ปริมณฑลและเมืองหลัก โครงการบูรณะและปรับปรุงสะพานทั่วประเทศ กรมทางหลวงชนบทเสนอโครงการ ยกระดับมาตรฐานทาง โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อถนนราชพฤกษ์-ถนนกาญจนาภิเษกแนวเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตก

             การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เสนอโครงการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษ โครงการศึกษาความเหมาะสมระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ N1-N2-N3 โครงการก่อสร้างทางพิเศษสาย ศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกทม. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)เสนอโครงการจัดหารถโดยสารปรับอากาศใช้ก๊าซธรรมชาติเอ็นจีวี 4,000 คัน ด้านการขนส่งทางรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย  เสนอโครงการก่อสร้างทางคู่ 5 เส้นทาง โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตและบางซื่อ-ตลิ่งชัน โครงการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เสนอโครงการรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ

             ด้านการขนส่งทางน้ำ เสนอโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง การกัดเซาะ การก่อสร้างท่าเรือสินค้า ท่องเที่ยวและท่าเรือโดยสาร(โป๊ะ) ด้านการขนส่งทางอากาศ เสนอโครงการ พัฒนาระบบควบคุมเครื่องกั้นทางผ่านเสมอระดับแบบคานอัตโนมัติ และด้านนโยบายและแผนเสนอโครงการศึกษาพัฒนาระบบการเชื่อมต่อการเดินทางบริเวณศูนย์คมนาคมพหลโยธิน

             และยุทธศาสตร์ที่ 5 เรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งและการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ วงเงินรวม 10,140 ล้านบาท ครอบคลุมงานด้านการขนส่งทางบกที่เสนอโครงการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารสำนักงานขนส่ง ด้านการขนส่งทางน้ำ เสนองานพัฒนาบุคลากรด้านการพาณิชยนาวี ด้านการขนส่งทางอากาศเสนองานพัฒนาระบบการเดินอากาศด้วย PBN ภายในเขตควบคุมจราจรทางอากาศ งานผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการบิน  และด้านนโยบายและแผน ที่เสนอโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมและโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทและบูรณาการโครงข่ายถนน สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาและการจราจรในเขตกทม.-ปริมณฑล เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,659  7 - 10  สิงหาคม พ.ศ. 2554ร


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: louis ที่ วันที่ 08 สิงหาคม 2011, 10:24:14
ระวัง"นิคมอุตสาหกรรม" ทำลาย "วัฒนธรรมท้องถิ่น"
ทำลายแน่ๆครับ   คนท้องถิ่นได้อะใร จากสิ่งที่กำลังจะมา
้ร้อนต้นไม้โดนตัด  2ปีเเล้วที่ชาวบ้านต้องทนอยู่กับฝุ่น
เพื่อสนองนายทุน 
 


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 25 สิงหาคม 2011, 15:30:25
เชียงราย - ทางการจีน เคลียร์เงินก่อสร้างสะพานข้ามน้ำโขงแห่งที่ 4 แล้ว หลังติดปัญหาผู้รับเหมาเกี่ยงสกุลเงินมาระยะหนึ่ง เชื่อทำงานก่อสร้างเร็วขึ้นตั้งแต่แล้งหน้า อธิบดีกรมศุลฯคาด หนุนการค้าไทย-เพื่อนบ้านอีกเพียบ
       
(http://pics.manager.co.th/Images/554000011365104.JPEG)


       นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผย ในโอกาส เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ด่านศุลกากรแม่สาย จ.เชียงราย เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ปัจจุบันกรมศุลกากรมีนโยบายให้ด่านการค้าทุกแห่งที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยทางศุลกากรจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ในฝั่งประเทศต่างๆ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ส่งเสริมเศรษฐกิจร่วมกัน เนื่องจากในปี 2558 กลุ่มอาเซียนก็จะเข้าสู่ข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community :AEC)
       
       หากมีการกระทบกระทั่งกับประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็จะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสทางการค้า เพราะประเทศที่เป็นคู่กรณีก็จะสามารถไปทำการค้า หรือนำเข้าสินค้าจากอีกประเทศหนึ่งได้อย่างเสรี จนทำให้สินค้าไทยเสียตลาดไปในที่สุด
       
       นายประสงค์ กล่าวว่า เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อนตนได้ไปประชุมผู้บริหารเกี่ยวกับเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนที่เมืองเนปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศพม่า ซึ่งก็มีการหารือกันเพื่อวางแผนการร่วมกันในการเข้าสู่ข้อตกลง AEC โดยในปีนี้ประเทศพม่าถือว่าได้รับการยอมรับให้เป็นประธานกลุ่มอาเซียนต่อจากประเทศไทยซึ่งเป็นประธานในปีที่ผ่านมาแล้ว ดังนั้น เราจึงควรใช้เวลาดังกล่าวในการประสานความสัมพันธ์ระหว่างกัน
       
       โดยเฉพาะเชียงราย มีจุดการค้าเชื่อมโยงกับกลุ่ม AEC หลายจุดไม่ว่าจะเป็นด่านศุลกากรแม่สาย ด่านศุลกากรเชียงแสน และด่านศุลกากรเชียงของ รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงการค้าไปถึงประเทศจีนด้วย
       
       ที่ผ่านมาถือว่ามูลค่าการค้าของทุกด่านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีประเทศพม่ายกเลิกสินค้านำเข้า 15 รายการจากประเทศเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน ก็ทำให้มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น โดยก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2554 จนถึงปัจจุบันมีมูลค่าการค้าตลอดทั้งปีแล้วประมาณ 8,900 ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่าทั้งปี 6,800 ล้านบาทไปแล้ว รวมทั้งคาดว่าน่าจะทะลุถึง 10,000 ล้านบาทด้วย เช่นเดียวกับด่านอื่นๆ
       
       อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า นอกจากนี้กรมศุลกากร ยังได้ให้ความสำคัญกับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อเชื่อมกับถนนR 3 aไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ซึ่งทราบว่า ก่อนหน้านี้มีปัญหาด้านเทคนิคจึงทำให้โครงการถูกคาดการณ์ว่าจะล่าช้าออกไปประมาณ 1 ปี เนื่องจากเดิมมีการตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและจีนที่จะร่วมกันใช้งบประมาณเพื่อการก่อสร้างประเทศละ 50% แต่มีความขัดข้องเกี่ยวกับการจ่ายเงินจากประเทศจีนทำให้มีเพียงประเทศไทยที่ออกงบประมาณในการก่อสร้างช่วงแรกๆ
       
       ล่าสุดการแก้ไขปัญหารวดเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด โดยจีนได้ทำการจ่ายงบประมาณเพื่อการก่อสร้างงวดแรกออกมาแล้ว ทำให้เลื่อนระยะเวลาก่อนสร้างแล้วเสร็จจากเดิมเลื่อนไปประมาณ 1 ปีเหลือเพียงประมาณ 6 เดือนแล้ว และเมื่อสะพานแล้วเสร็จจะใช้เพื่อการค้าขายระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีน ต่อไป ซึ่งก็ถือว่าการเลื่อนออกไปเพียงเล็กน้อยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าใดๆ เนื่องจากในปัจจุบันก็มีการค้าขายชายแดนด้าน อ.เชียงของ มีมูลค่าที่มากขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว
       
       รายงานข่าวแจงว่าสำหรับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 มีกำหนดก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 สิ้นสุดสัญญากับเอกชนวันที่ 10 ธ.ค.2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน ด้วยงบประมาณ 1,486.5 ล้านบาท แต่ช่วงก่อสร้างที่ผ่านมาประสบปัญหาล่าช้า เพราะมีหินใต้ดินมากและปัญหาการจ่ายเงินค่าจ้างจากประเทศจีนที่ล่าช้า ทำให้เดือน ก.ค.ที่ผ่านมางานล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 1.7% ตรงกันข้ามกับงานก่อสร้างถนนและอาคารพรมแดนฝั่งไทยที่คืบหน้า 3%
       
       แต่ล่าสุดหลังการแก้ไขปัญหาทางการเงินจากประเทศจีนแล้วเสร็จ ทำให้เอกชนเริ่มมีการก่อสร้างอย่างคึกคักอีกครั้ง
       
       ทั้งนี้สะพานดังกล่าวออกแบบให้มีเสาตอม่อ 4 ตอม่อ มีความกว้าง 14.70 เมตร มีสองช่องจราจรๆ ละ 3.50 เมตร และไหล่ทางข้างละ 2 เมตร และทางเท้าข้างละ 1.25 เมตร ความยาว 480 เมตรเมื่อรวมกับถนนติดขอบฝั่งก็จะยาวประมาณ 630 เมตร มีการก่อสร้างถนนตัดแยกจากถนนหมายเลข 1020 หรือสายเชียงราย-เชียงของ ในฝั่งไทย เพื่อเป็นจุดสลับการจราจรในฝั่งไทยก่อนไปถึงตัวสะพานอีกประมาณ 5 กิโลเมตร และถนนในฝั่ง สปป.ลาว อีกประมาณ 6 กิโลเมตร
       
       ส่วนอาคารด่านพรมแดนทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว จะสร้างในรูปทรงล้านนาประยุกต์เพื่อใช้เป็นจุดตรวจปล่อยร่วมกัน ณ จุดเดียวตามหลักประตูเดียว (Single Stop Inspection) รวมเนื้อที่ฝั่งไทยทั้งหมดประมาณ 400 ไร่
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000106936


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: banta ที่ วันที่ 25 สิงหาคม 2011, 18:36:26
เร็วๆ สร้างหน่อย นานแล้ว เมื่อไหร่ถนนจะสร้างถึงหัวดอยเนี้ย  ;)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 25 สิงหาคม 2011, 21:38:28
พะเยา - กรมทางหลวง เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นคนพะเยา ก่อนลุยโครงการก่อสร้างทางหลวง เพื่อพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ผ่านดอกคำใต้ - อ.เทิง จ.เชียงราย รับสะพานข้ามโขง 4 พร้อมเชื่อม สปป.ลาว
     
 (http://pics.manager.co.th/Images/554000011392402.JPEG)
       วันนี้(25 ส.ค.54) ที่โรงแรมพะเยาเกทเวย์ อ.เมือง จ.พะเยา กรมทางหลวง ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 จากประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จ.พะเยา ที่เข้าร่วมกว่า 500 คน ตามโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1021 ตอน อ.เทิง - อ.ดอกคำใต้ เพื่อพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ
       
       โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธี เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารของโครงการ และสร้างความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่อการพัฒนาโครงการและเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาโครงการ
       
       ตลอดจนสร้างความเข้าใจสัมพันธภาพที่ดีและความน่าเชื่อถือ จากการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ในการดำเนินการ ซึ่งจะนำไปสู่ภาพลักษณ์ที่ดีของโครงการ กรมทางหลวง และคณะเจ้าหน้าที่ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเพื่อขอความอนุเคราะห์ให้การประสานงานด้านต่างๆ ในระหว่างการศึกษา
       
       นายเกษม ศรีวรานันท์ วิศวกรใหญ่ด้านสำรวจ และออกแบบ กรมทางหลวง กล่าวว่า ทางหลวงหมายเลข 1021 ตอน อ.เทิง - อ.ดอกคำใต้ ตามโครงการของกรมทางหลวง แบ่งออกเป็น 2 ตอน รวม 90 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นจาก กม.10+000 ถึง กม.100-019 เป็นเส้นทางที่สำคัญในการเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งทั้งในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ อ.จุน อ.เชียงคำ อ.ภูซาง จ.พะเยา และ อ.เทิง จ.เชียงราย
       
       รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงต่อโครงการโครงข่ายทางหลวงที่รองรับการเดินทางจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 อ.เชียงของ จ.เชียงราย -ห้วยทราย ของ สปป.ลาว ซึ่งผู้ใช้ทางสามารถเดินทางมายังจังหวัดพะเยา ไปสู่ภาคกลางโดยไม่ต้องผ่านเข้า จ.เชียงราย ปัจจุบันเป็นทางหลวงขนาด 2 ช่องจราจร
       
       แต่จำเป็นต้องมีกาพัฒนา รองรับเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศ ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย - กลุ่มประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
       
       นายเกษม ระบุว่า เส้นทางดังกล่าวหากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเพิ่มประสิทธิภาพของการคมนาคมขนส่งบนโครงข่ายทางหลวงที่สำคัญระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน รองรับการเดินทางจากสะพานข้ามแม่น้ำโขง(เชียงของ-ห้วยทราย) เชื่อมกับถนน R3A ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ รวมทั้งรองรับการเดินทางทางจาก จุดผ่อนปรนบ้านฮวก จ.พะเยา -เมืองปากทา - เมืองปากคอบ -เมืองเชียงฮ่อน-เมืองคอบ (สปป.ลาว)


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000107205


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 31 สิงหาคม 2011, 21:04:19
http://www.chiangsaenlife.com/forum/redirect.php?tid=988&goto=lastpost#lastpost


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: lux-lanna ที่ วันที่ 03 กันยายน 2011, 21:43:15
สรุปแล้วเชียงรายจะมีถนนตัดใหม่  หรือ ขยายใหม่  ที่ไหน   ไปทางใหนบ้าง  อ่านแล้ว  ศึกษาแล้ว  ยังงงตึ๊บ  แล้วที่ปักหลักสีแดง  จากถนนสายบ้านเด่น - ท่าเข้าเปลือก  โดยปักขึ้นไปทางทิศเหนือ มุ่งไปทาง ม.แม่ฟ้าหลวง เป็นถนนอะไร  สิ้นสุดตรงไหน  ถามท่านผู้รู้กรุณาช่วยตอบด้วย
ซึ่งมีผลต่อการดำรงชีวิตมาก จะได้ปรับตัวทัน   


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 13 กันยายน 2011, 17:18:07
นที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7593 ข่าวสดรายวัน


เผยราคาที่ดิน'เชียงของ'เริ่มนิ่ง หลังพุ่งสูงเกินจริง-รอสร้างสะพานไทย-ลาว



เชียงราย - นายสุธิพงศ์ อินทจักร เจ้าพนักงานที่ดิน จ.เชียงราย สาขาเชียงของ เปิดเผยว่าในปัจจุบันราคาที่ดินบริเวณชายแดนไทย-สปป.ลาว ติดแม่น้ำโขงด้าน อ.เชียงของ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายปีแล้ว โดยหลายจุดมีราคาซื้อขายที่เกินจริงหรือสูงกว่าราคาประเมินไม่น้อยกว่า 50% บางจุดเป็นการปั่นราคาของกลุ่มนายทุน ราคาแต่ละจุดแตกต่างกันออกไป เช่น ที่ดินริมแม่น้ำโขง ซื้อขายกันเกินไร่ละ 1,500,000 บาท ขณะที่ดินโดยทั่วไปต่างก็มีราคาพุ่งสูง สำหรับบริเวณก่อสร้างถนนเชื่อมกับตัวสะพานแม่น้ำโขงไปจนถึงบริเวณก่อสร้างสะพาน พบว่าเป็นที่ดิน ส.ป.ก.4-01 การซื้อขายกันมากคือบริเวณรอบนอก

นายสุธิพงศ์ กล่าวว่าอย่างไรก็ตามในปัจจุบันสภาพการซื้อขายโดยดูจากการทำนิติกรรม ผ่านสำนักงานที่ดิน ลดลงจนแทบไม่มีการซื้อขาย คาดว่าเป็นผลมาจากการกว้านซื้อขายกัน เข้มข้นของกลุ่มทุนตั้งแต่ก่อนปี 2552-2553 แล้ว ช่วงนั้นมีการทำธุรกิจซื้อขายหรือโอนที่ดินผ่านสำนักงานที่ดินกันอย่างคึกคัก ปีนี้การซื้อขายก็ไม่มีเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกและผู้ถือครองที่ดินยังคงอยู่นิ่งรวมทั้งเป็นเจ้าเดิมอยู่ อาจเป็นไปได้ว่ามีการเก็บที่ดินเอาไว้เพื่อรอประเมินราคากันใหม่เพื่อหวังจะขายต่อในราคาที่สูงกว่า นอกจากนี้อาจมีการปั่นราคากันเพื่อรออนาคตเมื่อสะพานแล้วเสร็จก็ได้ ทางสำนักงานที่ดินจะมีการใช้เกณฑ์ประเมินราคาใหม่ซึ่งจัดทำโดยกรมธนารักษ์ตั้งแต่ปี 2555-2558 ราคาประเมินใหม่คงจะสูงขึ้นตามสถานการณ์แน่นอน

สำหรับสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ เป็นสะพานเชื่อมไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4 เชื่อมกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว รัฐบาลไทยและจีนตกลงใช้งบประมาณในการก่อสร้างฝ่ายละ 50% กำหนดตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธ.ค.2555 ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน ด้วยงบประมาณ 1,486.5 ล้านบาท

หน้า 29


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 16 กันยายน 2011, 06:11:11
เอารูปท่าเรือมาฝาก ถ่ายวันที่ 9 -9-54
กำหนดส่งงาน วันที่ 28 ธันวาคม 2554 นี้ แต่ยังคงต่อสัญญากับงบประมาณใหม่ที่ก่อสร้างเพิ่มเติม 95 ล้าน เห็นผู้รับเหมาว่างั้นนะ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 16 กันยายน 2011, 06:13:08
ภายในโครงการ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 16 กันยายน 2011, 06:14:51
วันนี้และพรุ่งนี้รู้สึกกรมอธิบดีจะมาที่ท่าเรือนะ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 16 กันยายน 2011, 06:16:11
อีกชุด


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: NORTHSIAM ที่ วันที่ 17 กันยายน 2011, 07:47:25
ติดตามต่อ อยากให้เสร็จไวๆ จะได้ข้ามไปเที่ยวลาวได้ง่ายขึ้นครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ชาลี1956 (bamboo1956) ที่ วันที่ 18 กันยายน 2011, 14:59:52
เมื่อวานไปดูที่ก่อสร้างสะพานที่เชียงของ ขอบอกว่าไม่น่าจะเสร็จทันเลยครับ สงสัยรอให้โดนปรับก่อนหรือป่าว ตามฟอร์ม จะได้ลดภาษีอีกหน่อย อิอิ
ถ้ามาดูสะพานเชียงของ หาที่พักได้ที่ บรรยากาศเงียบๆ ได้ที่นี่เลยนะครับ
"สวัสดีโฮมสเตย์" http://www.swd-homestay.com
ให้เช่าเป็นห้อง และ ขายทั้งโครงการนะครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 02 ตุลาคม 2011, 20:05:14
อธิบดีกรมเจ้าท่ายันอุทกภัยไม่กระทบท่าเรือเชียงแสน#2

นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรือเชียงแสน 2 จ.เชียงราย ว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 96 ทั้งนี้ จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด รวมถึงภาคเหนือ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด จึงมั่นใจว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ธันวาคมนี้
สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 มีวงเงินลงทุนก่อสร้างกว่า 1,546 ล้านบาท ได้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 และตามแผนงานจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ธันวาคม 2554 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 960 วัน ซึ่งหลังจากก่อสร้างเสร็จ จะมีขีดความสามารถในการรองรับจำนวนเรือขนาด 350 ตันกรอส ได้พร้อมกัน 10 ลำ โดยจะมีการก่อสร้างท่าเรือลาดต่ำ 2 ท่า รองรับเรือขนส่งสินค้าทั่วไปได้ 6 ลำ และท่าเรือแนวดิ่ง 1 ท่า รองรับเรือขนส่งสินค้าแบบคอนเทนเนอร์ได้ 4 ลำ ซึ่งคาดว่าปีแรกจะมีสินค้าผ่านท่ากว่า 710,000 ตัน และรองรับนักท่องเที่ยวสูงสุดปีละ 55,356 คน
ทั้งนี้ การขนส่งสินค้าท่าท่าเทียบเรือดังกล่าว คาดว่าจะมีประเทศที่ได้รับประโยชน์ด้านการขนส่งสินค้า ประกอบด้วย ประเทศไทย ลาว จีน โดยจะได้รับผลประโยชน์ทั้งการขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าประเภทปาล์มน้ำมัน รถยนต์ และยาง

http://www.manager.co.th/Home/ViewNe...=9540000125179


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2011, 20:23:40
สะพานข้ามโขงแห่งที่ 3 นครพนมเปิดวันที่11:11:11

สะพานข้ามโขงแห่งที่ 4 เชียงราย เปิดวันที่ 12:12:12

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/380486_291629717540428_100000802064434_689704_786417879_n.jpg)
ภาพ วันที่ 29 /11/11


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: นวลนภาบ้านเช่า ที่ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2011, 10:02:53
เยี่ยมครับ ;)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: corolado4 ที่ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2011, 11:29:03
สะพานข้ามโขงแห่งที่ 3 นครพนมเปิดวันที่11:11:11

สะพานข้ามโขงแห่งที่ 4 เชียงราย เปิดวันที่ 12:12:12

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/380486_291629717540428_100000802064434_689704_786417879_n.jpg)
ภาพ วันที่ 29 /11/11
..วันที่  ๑๒ เดือน ๑๒ (ธันวาคม)  ปี  ๑๒ (ค.ศ.๒๐๑๒) นับไปข้างหน้าได้ประมาณหนึ่งปี
ดูจากภาพแล้วคงไม่ทัน....รอต่อไป..คงทันปีอาเซียน..๒๐๑๕....


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: dolphin ที่ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2011, 21:53:37
ติดตามต่อ อยากให้เสร็จไวๆ จะได้ข้ามไปเที่ยวจีนได้ง่ายขึ้นครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: tfgc2007 ที่ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2011, 22:20:27
ผู้รับเหมา ท้องถิ่น ได้เศษงานกับเปิ้นผ่องก่อครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 02 ธันวาคม 2011, 21:07:49
มะกันแบนสร้างเขื่อนไซยะบุรี

วันที่ 02/12/2554 16:30
(http://image.ohozaa.com/i/6e0/7YxSa.jpg)

ภาพมุมสูงของโครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โดยล่าสุดเมื่อ 2 ธ.ค. มีรายงานว่า คณะกรรมาธิการต่างประเทศแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ เห็น
ชอบให้มีการยุติการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการนี้แล้ว หลังมีหลักฐานที่เชื่อได้
ว่า โครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรีกั้นแม่น้ำโขง เพื่อผลิตไฟฟ้าส่งจำหน่ายให้ประเทศไทย
ได้สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม...

http://www.thairath.co.th/content/oversea/220761


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: natwat ที่ วันที่ 02 ธันวาคม 2011, 21:40:58
ทุกคนอยากที่จะให้สะพานเสร็จและเปิดใช้โดยเร็ว   บุคคลนั้นได้แก่:-
1.ชาวเชียงรายทั้งจังหวัด
2.ชาวลาวทั้งประเทศโดยเฉพาะแขวงที่เป็นที่ตั้งของสะพาน
3.นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย - ลาว-จีน-ฝรั่ง-ทุกชาติที่จะต้องใช้สะพานนี้
4.รถขนส่งสินค้าทั้งไทย-ลาว-จีน-อาเซี่ยนในอนาคต
5.ผู้ได้รับสัมปทานการเดินรถยนต์โดยสารระหว่างประเทศ เชียงใหม่-หลวงพระบาง
6.รถทัวร์ท่องเที่ยวในอนาคตที่จะเชื่อมระหว่างไทย-ลาว-จีน
7.ผู้ก่อสร้างสะพานถ้ายิ่งเสร็จเร็วก็ไม่ต้องเสียค่าปรับรายวัน-รายเดือน

ส่วนผมอยากให้เสร็จเร็วๆ ภาคอีสานมีสะพานเชื่อมไทย-ลาวเปิดใช้แล้ว 3 แห่ง ภาคเหนือเรากำลังเกรดที่  ก่อสร้างอาคาร  ส่วนสะพานยังไม่ได้ตอกเสาเข็มเลย  เฮ้อ...


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ่่jjj5248 ที่ วันที่ 02 ธันวาคม 2011, 22:05:00
พอดีถนน R3A จากท่าเืรือเชียงแสนมาเชื่อมถนนพหลโยธินตรงทางทิศใต้ ม.แม่ฟ้าหลวง ติดอู่วีอาร์จะมีป้ายเล็กๆปักตรงนั้นใครที่ผ่านไปมาลองสังเกตุดู  แต่ด้านหลังเขาปักหลักเขตเรียบร้อยแล้วและจะมีการเวนคืนที่ดินภายในปี55นี้  พอดีแนวเขตถนนตัดเข้าที่ของเราสามแปลงจะได้ค่าเวนคืนสักกี่บาทน้อ....


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: wiichy ที่ วันที่ 02 ธันวาคม 2011, 22:19:13
พอดีถนน R3A จากท่าเืรือเชียงแสนมาเชื่อมถนนพหลโยธินตรงทางทิศใต้ ม.แม่ฟ้าหลวง ติดอู่วีอาร์จะมีป้ายเล็กๆปักตรงนั้นใครที่ผ่านไปมาลองสังเกตุดู  แต่ด้านหลังเขาปักหลักเขตเรียบร้อยแล้วและจะมีการเวนคืนที่ดินภายในปี55นี้  พอดีแนวเขตถนนตัดเข้าที่ของเราสามแปลงจะได้ค่าเวนคืนสักกี่บาทน้อ....

เส้นที่ว่านี้ ตัดผ่านอำเภอดอยหลวงมาเรื่อยๆๆๆๆๆ แล้วเข้าทางแม่ข้าวต้มหรือป่าวครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 18 ธันวาคม 2011, 20:23:08
ท่าเรือเชียงแสน อัพเดต  4 ธันวาคม 54

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/384755_10151017932280271_753430270_22222945_240665945_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/387613_10151017933015271_753430270_22222954_1069568011_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/374332_10151017933240271_753430270_22222957_852601037_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/376415_10151017932785271_753430270_22222949_1974713418_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/382673_10151017930090271_753430270_22222930_794336520_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/376271_10151017929560271_753430270_22222926_1839854575_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/374367_10151017929005271_753430270_22222922_2142394629_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/387851_10151017928350271_753430270_22222916_465101697_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/381296_10151017927850271_753430270_22222914_191950771_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/385373_10151017924355271_753430270_22222895_1451593510_n.jpg)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: banta ที่ วันที่ 28 ธันวาคม 2011, 14:59:09
http://www.youtube.com/watch?v=ESy9kMV0VXs&feature=related

แปะบ่ออก

 http://www.youtube.com/watch?v=ESy9kMV0VXs&feature=related


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 28 ธันวาคม 2011, 15:10:47
 ;D
ESy9kMV0VXs&feature=related


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 28 ธันวาคม 2011, 15:17:55
ถนนเส้นใหม่ เชียงราย-เชียงแสน
คาดว่าจะเสร็จปลายปี 2555 ครับ รายละเอียดจะหามาลงอีกครั้ง
ถ่ายจากบ้านวังซาง ม.10 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
ถนนสายชื่อถนนสาย  ชร.4049 เชื่อมระหว่าง อ.ดอยหลวง-เมือง ไปยังถนนสายเชียงแสน-เชื่อมต่อกับถนนสาย 1129 (เชียงแสน-เชียงของ)ที่บ้านวังซาง(สันทรายกองงาม) ม10.ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน เพื่อเชื่มกับท่าเรือแม่น้ำโขงแห่งที่ 2
(http://www.sobkok.com/community/index.php?action=dlattach;topic=618.0;attach=9650;image)
        ปัจจุบันถนนเส้นนี้อยุ่ในช่วงก่อสร้างเพื่อเชื่อมโยงกับท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 ที่ปากแม่น้ำกก บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน อนาคตการเดินทางคงสะดวกมากขึ้นหากถนนเส้นนี้เสร็จ(http://www.sobkok.com/community/index.php?action=dlattach;topic=618.0;attach=9647;image)
http://www.sobkok.com/community/index.php?topic=618.0


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 28 ธันวาคม 2011, 15:59:54
ท่าเรือล่าสุด ถ่ายตอนบ่ายวันนี้ หลังหมู่บ้านผมครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 08 มกราคม 2012, 07:50:10
'สบบง'ได้ถนนเชื่อมถึง2เส้นทาง เตรียมพร้อมรับทางR3A-หวังเป็นจุดพักสินค้า

วันที่ 08 มกราคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7710 ข่าวสดรายวัน

พะเยา - นายสมพน พึ่งพวก นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล (ทต.) สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา กล่าวว่า จากการที่เรียกร้องและผลักดันถนนเส้นทางเชื่อมระหว่าง ต.สบบง อ.ภูซาง กับ ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ เป็นเส้นทางเชื่อมไปสู่ อ.เทิง จ.เชียงราย จะเป็นเส้นทางใช้เลี่ยงเมืองที่เริ่มแออัด เช่น ชุมชนสบบง ชุมชนเชียงคำ ออกไปยัง ต.อ่างทอง และไปต่อยัง จ.เชียงราย ได้โดยสะดวก เรียกร้องอย่างต่อเนื่องทุก 3-5 ปี ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการนำเครื่องจักรกลบดอัดลูกรังให้ใช้การได้ระยะหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถใช้เป็นการถาวรได้ ฤดูฝนค่อนข้างสัญจรลำบาก

ล่าสุดมีหนังสือจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม แจ้งมาว่าขณะนี้ทางกรมทางหลวงบรรจุถนนเส้นทางดังกล่าวไว้ในแผนการก่อสร้างของปีงบประมาณ 2555 แล้ว ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 10 ล้านบาท หากสร้างเสร็จจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล เดินทางเชื่อมระหว่าง อ.ภูซาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา กับ อ.เทิง จ.เชียงราย ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

นายสมพนกล่าวอีกว่า นอกจากนี้กรมทางหลวงยังได้แจ้งเพิ่มว่าถนนทางหลวงแผ่นดินเชื่อมระหว่าง ต.สบบง-ต.ทุ่งกล้วย อ.ภูซาง ระยะทางประมาณ 10 ก.ม. พร้อมด้วยระบบไฟฟ้าส่องสว่าง จะก่อสร้างด้วยงบประมาณไม่ต่ำ 10 ล้านบาท ก็จะได้ในปีงบประมาณ 2555 เช่นกัน สำหรับถนนเส้นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งปรับปรุงผิวการจราจร เพราะคับแคบและไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยมาก

"อย่างไรก็ตามการได้รับอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างเส้นทางทั้งสองเส้นดังกล่าวจากรัฐบาล ทำให้ทางเทศบาลมองไปไกลในอนาคตเรื่องการเตรียมพร้อมของชุมชนและเป็นพื้นที่รองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของ R3A ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเส้นทางและไฟฟ้าส่องสว่างพร้อมเต็มพื้นที่ตามเส้นทางสำคัญๆ อนาคตในการวางผังเมืองเรื่องเป็นแหล่งเก็บกักสินค้าของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ก็ต้องเตรียมวางแผนรับด้วยเช่นกัน"

หน้า 9

http://www.khaosod.co.th/view_news.p...dNUzB3T0E9PQ==


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 09 มกราคม 2012, 19:26:55
กกร.เสนอรัฐพัฒนาระบบขนส่ง-จัดการน้ำ

09 มกราคม 2555 เวลา 16:53 น
  
กกร.เตรียมเสนอรัฐบาลพัฒนาระบบโลจิสติกส์ การค้าชายแดน ท่องเที่ยว และบริหารจัดการน้ำ ในการประชุมกรอ.นัดแรก ที่เชียงใหม่

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการเตรียมการไปประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 14 ม.ค. 2555 โดยภาคเอกชนจะนำเสนอ 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ โครงข่ายคมนาคมระบบโลจิสติกส์ การส่งเสริมการลงทุน การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงข่ายคมนาคมระบบโลจิสติกส์ ภาคเอกชนต้องการเห็นโครงการ ได้แก่ รถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ และเส้นทางรถไฟรางคู่ โดยตามแผนของรัฐบาลโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในปี 2568 ซึ่งเอกชนเห็นว่าล่าช้าเกินไป ต้องดำเนินการให้เร็วกว่า[นี้ ขณะเดียวกันให้พิจารณาเส้นทางรถไฟเด่นชัย - เชียงใหม่ – เชียงราย และสร้างมอเตอร์เวย์เชื่อมเชียงใหม่ – เชียงราย เพื่อเชื่อมต่อระบบการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน และจะอำนวยการสะดวกในการส่งทั้งคนและสินค้า จะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวB][/B]

ส่งเสริมการค้าชายแดน มีการเปิดจุดผ่อนปรน และด่านถาวร ที่เป็นด่านการค้าระหว่างไทย- ลาว และไทย –พม่า เช่น ด่านกิ่วผาวอก จังหวัดเชียงใหม่ ด่านบ้านห้วยต้นนุ่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน  เป็นต้น ให้มีด่านการค้าที่อำนวยความสะดวกในด้านการค้าชายแดนให้มากที่สุด รวมทั้งส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สาย ให้เป็นพื้นที่นำร่องในการสร้างเชตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจำเป็นต้องพัฒนาการใช้ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ว่าจะมีใครเป็นเจ้าภาพและดูแล เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการประชุม และการจัดนิทรรศการ (ไมซ์) ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวด้วย

ส่วนเรื่องการบริหารจัดการน้ำต้องมีการดูแลทั้งปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้ง เพื่ออำนวยความสะดวกต่อภาคเกษตรกรในภาคเหนือ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากระบบการขนส่งของไทยเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าภายในภูมิภาค


http://www.posttoday.com


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 14 มกราคม 2012, 21:05:00
ล่อง R3A เชื่อมการค้า ไทย-ลาว-จีน

(http://oohho.com/imgfeedreq/2012/01/13/230326/hr1667/630.jpg)

นาย Zhu Xiaoyang รองอธิบดีกรมพาณิชย์มณฑลยูนนาน และนาย Li Yong Sheng ซีอีโอ Yonmong Group ร่วมต้อนรับและให้ข้อมูลแก่คณะของนายสมชัย หทยะตันติ ที่ CAFTA Business Portal Operation Center.

สาวหมวย ในชุดกี่เพ้าสีแดงเสิร์ฟอาหารพื้นเมืองสารพัด เสิร์ฟพร้อม ชาจีนชั้นดี ขณะที่ นายหลี เสี่ยว พิง ผู้ว่าการเมืองผู่เออร์ มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวถ้อยแถลงต้อนรับคณะผู้แทนการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน นำโดย นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในโอกาสมาสำรวจเส้นทางการค้าตามเส้นทางสาย R3A

บรรยากาศการต้อนรับดู จริงใจและเป็นมิตรต่อกันทั้ง 2 ฝ่าย ภารกิจหลักในครั้งนี้ คือ การนำหัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มยุทธศาสตร์จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และภาคเอกชนจาก จ.เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน เดินทางสำรวจเพื่อเก็บข้อมูลนำมาจัดการให้เป็นรูปธรรม

(http://oohho.com/imgfeedreq/2012/01/13/230326/o2/420.jpg)

ต้นยางพาราปลูกเรียงรายไปตามทิวเขา.

ย้อน ภาพกลับไปเริ่มต้นการเดินทางจากด่าน ตม.เชียงของ คณะใหญ่ 50 กว่าชีวิตข้ามแม่น้ำโขงไปขึ้นรถตู้ที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อไปผ่านด่านเมืองบ่อหาน ก่อนจะเข้าประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

ตลอดเส้นทางในลาวดูคดเคี้ยว เลี้ยวลดไปตามแนวเขาที่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ที่ดินบางแปลงปลูกต้นยางพาราสุดลูกหูลูกตา มีนายทุนเป็นชาวจีน รวมไปถึงทางภาคเหนือของไทยบางแห่งด้วย

หลับๆตื่นๆ เด้งไปเด้งมาหลายงีบกว่าจะถึง “บ่อหาน” สุดเขตประเทศลาว เข้าสู่เขตจีน ถนนหนทางเปลี่ยนเป็นถนนลาดยางสี่เลน อุโมงค์หลายสิบแห่งเจาะทะลุภูเขา โดยมีสะพานสูงบ้าง ต่ำบ้าง เชื่อมต่อเส้นทาง ไม่ต้องเสียเวลาอ้อมภูเขา ส่วนไฟส่องในอุโมงค์นั้นใช้พลังงานโซลาร์เซล หรือพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดปิดอัตโนมัติ

ด่านบ่หาน หรือบ่อหาน เชื่อมเส้นทางลาว-จีน.

ที่ราบ น้อยใหญ่และบนภูเขาสูงส่วนใหญ่ปลูกยางพาราเป็นแนวทึบทะมึน ไกด์สาวชาวสิบสองปันนาเฉลยให้ฟังว่า ยางพาราที่ปลูกในจีนและลาว ยังไม่พอใช้สำหรับ 1 มณฑลในจีน

ช่วงลับสมองประลองคณิตศาสตร์บนรถ สมชัย หทยะตันติ หัวหน้าคณะ เท้าความให้ฟังว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 นั้น มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจากการท่องเที่ยว เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์มีที่ตั้งในพื้นที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจที่สามารถ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอนุภาคลุ่มน้ำโขง หรือ GMS

(http://oohho.com/imgfeedreq/2012/01/13/230326/o4/420.jpg)

อุโมงค์ลอดทะลุภูเขาย่นระยะทาง.

ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐประชาชนจีน ในมณฑลยูนนาน และสิบสองปันนา สหภาพพม่า และเวียดนาม จึงเป็นโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชื่อมโยงประเทศทางตอนเหนือ สู่ตอนใต้ และภาคตะวันออกสู่ภาคตะวันตก

โอกาสนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่ ประเทศไทยและท่องเที่ยวไปยังกลุ่มประเทศต่างๆในลุ่มน้ำโขงมีอีกมาก  เป็นการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว  เป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ และกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่างๆ ด้วยการมีจุดแข็งทางประวัติศาสตร์ เส้นทางคมนาคม สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ประเพณี วัฒนธรรม

(http://oohho.com/imgfeedreq/2012/01/13/230326/o5/420.jpg)

เยี่ยมศูนย์วิจัยชาผู่เออร์.

นึก ภาพ โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ผุดขึ้นตามแหล่งท่องเที่ยว เม็ดเงินมหาศาลที่ตามมา ถ้าไม่รีบสำรวจเส้นทาง ประสานงานเพื่อเชื่อมโยง และค้นหาสภาพแวดล้อมที่เป็นโอกาสในการพัฒนา โดยมีผลประโยชน์ร่วมกันเป็นที่ตั้ง นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อการวางกลยุทธ์ก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

ระหว่างทางจากเมืองซือเหมาเข้าสู่เขต ปกครองตนเองเมืองหล้า สิบสองปันนา คณะเยี่ยมชมแหล่งผลิต “ชาผู่เออร์” ของดีและเป็น 1 ในชาชั้นดีของจีน โดยในเมืองนี้มีพื้นที่ปลูก 1,354,166 ล้านไร่ รองลงมาคือ กาแฟ สมุนไพร เนื่องด้วยมีแหล่งน้ำ รวมทั้งทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์หลากหลาย

(http://oohho.com/imgfeedreq/2012/01/13/230326/o6/420.jpg)

ไร่ชาผู่เออร์.

และ จากการร่วมประชุมกับ คณะผู้บริหาร Yonmong Group และ รองอธิบดีกรมพาณิชย์มณฑลยูนนาน มีการหารือด้านการส่งเสริมความร่วมมือด้านการขนส่งและกระจายสินค้า การปลูกยางพารา ทำให้รู้ว่าขณะนี้ภาคเอกชนจีนได้รุกหนักด้วยทุนมหาศาล ทั้งยังมีแผนที่จะตั้งโรงงานแปรรูปยางในเมืองไทยแล้วด้วย

ต้องอึ้ง กับศูนย์โลจิสติกส์ของยูนนานที่สามารถกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ครองตลาดการค้ามูลค่ามหาศาล จึงต้องหันมาทบทวนว่า หากคนไทยยังไม่ลงมือทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน ย่อมจะสูญเสียประโยชน์มหาศาล

โดย เฉพาะหากภาคการเมืองยังรุนแรง โยกย้ายบุคลากรที่มีส่วนในการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าบ่อยๆจนต้องมานั่ง นับ 1 กันแทบทุกครั้ง เป็นที่น่าเบื่อหน่ายของนักลงทุนต่างชาติ



(http://oohho.com/imgfeedreq/2012/01/13/230326/o7/420.jpg)
สภาพถนนลาดยางอย่างดีในจีน.
(http://oohho.com/imgfeedreq/2012/01/13/230326/o8/420.jpg)
สะพานเชื่อมต่ออุโมงค์ระหว่างภูเขาย่นระยะการเดินทาง.

ทันที ที่ถนนสาย R3A สร้างเสร็จ จะกลายเป็นเส้นทางทางบกสายหลักในการขนส่งสินค้าทดแทนการขนส่งสินค้าทางเรือ ในแม่น้ำโขงที่มีปัญหา มูลค่าการค้าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะเพิ่มแบบทวีคูณในฤดูแล้ง

ไม่เริ่มตอนนี้ เราจะเสียโอกาสขนาดไหน... ไม่อยากคิดเลย.

http://www.thairath.co.th/content/life/230326


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: สบายแมน ที่ วันที่ 14 มกราคม 2012, 22:02:02
โครงการไปถึงไหนแล้วครับตอนนี้ ;D


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 16 มกราคม 2012, 18:07:05
คมนาคมรุดดูท่าเรือเชียงแสน-หลังพ้นสัญญาสร้างเร่งให้เปิด 1 เมษาฯนี้

เชียงราย - รองปลัดฯคมนาคม ยกทีมดูงานก่อสร้างท่าเรือเชียงแสน 2 หลังสิ้นสุดสัญญาจ้างตั้งแต่ปลายปี 54 ล่าสุด ใจชื้นงานเดินหน้า 98.03% เชื่อ เปิดทัน 1 เมษาฯนี้แน่ เผยมีเอกชนจีนสนใจลงทุนเปิดห้องเย็น รับการค้าปีละกว่าหมื่นล้านแล้ว

(http://pics.manager.co.th/Images/555000000705702.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/555000000705703.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/555000000705704.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/555000000705705.JPEG)
       
       วันนี้ (16 ม.ค.) นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ รองปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะจากกระทรวงคมนาคม เช่น นายถวัลย์ อ่อนศิละ อธิบดีกรมเจ้าท่า, นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง ฯลฯ ได้เดินทางไปตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ปากแม่น้ำกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เนื้อที่ประมาณ 387 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา ชายแดนติดกับแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว
       
       หลังสิ้นสุดสัญญาก่อสร้างไปแล้วตั้งแต่ 28 ธ.ค.54 (เริ่มสัญญา 12 พ.ค.52 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 960 วัน วงเงิน 1,546.4 ล้านบาท) แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ
       
       กรมเจ้าท่าประกาศว่า การก่อสร้างคืบหน้าได้กว่า 98.03% แล้ว และมีกำหนดจะเปิดใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.55 นี้เป็นต้นไป จากนั้นการท่าเรือแห่งประเทศไทยจะเป็นหน่วยงานที่เข้าไปบริหารดูแลท่าเรือต่อไป
       
       นายเฉลิมชัย มีคุณเอี่ยม ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้รายงานความคืบหน้าว่า ปัจจุบันท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 1 ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาล ต.เวียงเชียงแสน รองรับสินค้าได้ปีละ 300,000 ตัน แต่ในอนาคตปริมาณการค้าโดยเฉพาะกับจีนเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 มีความจำเป็น เพราะรองรับสินค้าได้ปีละมากกว่า 6 ล้านตัน
       
       ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการคืบหน้าไปมาก จะเปิดได้ทันวันที่ 1 เม.ย.55 นี้แน่นอน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 9 หน่วยงาน เช่น ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร องค์การอาหารและยา กรมเจ้าท่า ฯลฯ จะย้ายไปอยู่ในท่าเรือทั้งหมด ปัจจุบันจัดเตรียมสถานที่และมีระบบการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันเอาไว้แล้ว ทั้งนี้ก่อนการเปิดใช้งานจริงจะทดลองรับเรือในเดือน มี.ค.55 นี้ก่อน
       
       อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอ 2 เรื่อง คือ ขอให้ท่าเรือเป็นศูนย์กลางการเทียบท่าเรือแม่น้ำโขงของไทย เพราะปัจจุบันมีท่าเรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่ของรัฐอยู่ และขอให้มีการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงไปยังท่าเรืออย่างมีประสิทธิภาพ
       
       “ตอนนี้มีเอกชนจีนให้ความสนใจจะก่อสร้างห้องเย็นเก็บสินค้าที่ท่าเรือด้วย ซึ่งภายในท่าเรือ ที่กว้างขวางก็จัดเตรียมสถานที่รองรับเอาไว้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้พิจารณาตัดสินใจ เพราะถือเป็นเรื่องไม่เร่งด่วน แต่หากว่าจีนไม่ทำ ทางการท่าเรือฯก็มีแผนที่จะทำเองได้ในอนาคต โดยจะเสนอของบประมาณลงทุนเรื่องห้องเย็นเองได้เช่นกัน” นายเฉลิมชัย กล่าว
       
       นายทรงกลด ดวงหาคลัง หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่า จ.เชียงราย กล่าวว่า จากเหตุการณ์รุนแรงในแม่น้ำโขงช่วงปลายปีที่ผ่านมา จนทำให้เรือสินค้าแม่น้ำโขงหยุดแล่น ปรากฏว่าผู้ประกอบการหันไปขนส่งทางรถยนต์ผ่านถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ที่ อ.เชียงของ กันมากขึ้น แต่ต้นทุนการขนส่งสูงกว่าทางเรือถึงกว่า 5 เท่าตัว ดังนั้น การขนส่งทางเรือ ยังคงจำเป็นและท่าเรือแห่งนี้ก็ห่างจากท่าเรือแห่งเดิมแค่ 6 กิโลเมตร
       
       ส่วนความกังวลเรื่องระดับน้ำแห้งนั้น ได้มีการศึกษาแล้วพบว่า ในปีที่ผ่านมาระดับน้ำแห้งสุดช่วงเดือน เม.ย.อยู่ที่ 2 เมตร แต่เรือใช้ระวางได้ 1.8 เมตรขึ้นไป จึงไม่มีปัญหาเรื่องน้ำแห้งแน่นอน ขณะเดียวกัน หากเรือจีนแล่นลงมาทางประเทศจีนมักมีการเปิดน้ำในเขื่อนรองรับเสมอด้วย
       
       นายสมควร สุตะวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านแซว กล่าวว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงข้อตกลงร่วมหรือเอ็มโอยู ที่เคยทำร่วมกับชาวบ้าน ได้แก่ การจ้างงานต้องใช้คนในพื้นที่ การจัดเก็บรายได้ควรแบ่งให้ท้องถิ่น การจัดระเบียบพื้นที่หรือโซนนิ่งโดยเฉพาะปัญหาขยะที่กำลังกังวลกันอยู่ เมื่อเปิดใช้ท่าเรือ ซึ่งบางเงื่อนไขก็อาจติดข้อกฎหมายจึงขอให้มีการนำไปศึกษาและแจ้งให้ชาวบ้านทราบด้วย
       
       นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า ท่าเรือใหม่น่าจะเปิดใช้งานทันวันที่ 1 เม.ย.55 นี้แน่นอน เพราะเตรียมแผนล่วงหน้ามาแล้วร่วม 1 ปี โดยจะถือเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี กระทรวงคมนาคมพอดีด้วย
       
       สำหรับสาเหตุที่การก่อสร้างไม่ตรงตามสัญญาก่อสร้าง คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เลื่อนการก่อสร้างออกมาได้เพราะสาเหตุเรื่องอุทกภัย ส่วนปัญหาเรื่องท่าเรือริมแม่น้ำโขงอื่นๆ ที่จะต้องขอให้หยุดให้บริการเพื่อไปใช้ที่ท่าเรือแห่งนี้ทั้งหมดนั้น คงต้องอาศัยทางฝ่ายปกครองอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปช่วยเจรจา ซึ่งคงจะมีปัญหาบ้างแต่เชื่อว่าสามารถทำได้
       
       อย่างไรก็ตาม แผนการเปิดใช้งานท่าเรือเชียงแสน 2 ในวันที่ 1 เม.ย.55 แม้ว่า ขณะนี้หลายฝ่ายยืนยันว่า ทันตามกำหนดแน่นอนก็ตาม แต่ก็มีหลายหน่วยงานกังวลเช่นกันว่า อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ เนื่องจากหน่วยงานต่างๆ ที่จะเข้าไปประจำอยู่ในท่าเรือได้แจ้งการทำงานที่สำนักงานแห่งเดิมถึงวันที่ 31 มี.ค.55 นี้เท่านั้น
       
       นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องทางเชื่อมจากถนนสายเชียงแสน-เชียงของ ด้านหน้าท่าเรือซึ่งยังไม่มีมีการก่อสร้างเพราะอยู่นอกเขตท่าเรือ ทำให้ทางรองปลัดคมนาคม ได้ฝากไปยังกรมทางหลวง นำงบประมาณ 10 ล้านบาทไปก่อสร้างชั่วคราว จากเดิมกรมทางหลวง วางแผนใช้งบประมาณ 330 ล้านบาทพัฒนาถนนเชียงแสน-เชียงของ อยู่แล้ว แต่เป็นงบประมาณปี 2556 ซึ่งต้องนำผ่านสภาผู้แทนราษฎรในเดือน ก.พ.ซึ่งอาจไม่ทันการณ์
       
       สำหรับท่าเรือเชียงแสนมีมูลค่าการค้าชายแดน รวมปีละกว่า 11,000 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออกประมาณ 9,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนไก่แช่แข็ง น้ำมันปาล์ม เครื่องดื่ม ฯลฯ นำเข้าประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลไม้และพืชผัก และสินค้าผ่านแดนประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยการค้าส่วนใหญ่เป็นการค้ากับจีน และใช้เรือสินค้าสัญชาติจีนเป็นหลัก
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ก็พบว่า มีการส่งออกแล้วกว่า 892,277,892.57 บาท และนำเข้า 39,999,775.67 บาท แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องเรือสินค้าจีน 2 ลำถูกปล้นและลูกเรือชาวจีนถูกฆ่ารวม 13 ศพ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.54 ที่ผ่านมาก็ตาม


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000006748 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000006748)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 มกราคม 2012, 11:27:53

รัฐบาล ยืนยันได้มีการเตรียมแผนรองรับโครงข่ายคมนาคม เชื่อมถนนมิตรภาพ R3A (ไทย ลาว จีน)

รัฐบาล ยืนยันได้มีการเตรียมแผนรองรับโครงข่ายคมนาคม เชื่อมถนนมิตรภาพ R3A (ไทย ลาว จีน) เพื่อรองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจภาคเหนือตอนบน (จังหวัดเชียงราย) ไว้แล้ว
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (19 ม.ค.55) ในการพิจารณาวาระกระทู้ถามสด มีการตั้งกระทู้ถามสด พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องการเตรียมพร้อมด้านโครงข่ายคมนาคม เชื่อมถนนมิตรภาพ R3A (ไทย ลาว จีน) เพื่อรองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ภาคเหนือตอนบน (จังหวัดเชียงราย) ซึ่งถามโดย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย เนื่องจากต้องการทราบความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมรองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจภาคเหนือตอนบน
โดย พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ชี้แจงว่า รัฐบาลได้มีการเตรียมแผนรองรับการพัฒนาโดยเฉพาะเรื่องของสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) โดยมีการวางแผนดำเนินการที่สมบูรณ์และถึงแม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่เชื่อว่าจะเร่งดำเนินการได้เสร็จทันกำหนดเวลา พร้อมกันนี้ยังมีแผนพัฒนาหลังธนาคารเสร็จสมบูรณ์ เช่น การขยายเส้นทางที่เชื่อมต่อกับสะพานเพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคม และการดำเนินการรถโดยสารข้ามประเทศ รวมถึงการเจรจาการค้าระหว่างไทย ลาว และจีน

    
ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อภิสิทธิ์ จันทร์เต็ม   Rewriter : ธนวัต วงศ์วิริยะวณิช
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th


 วันที่ข่าว : 19 มกราคม 2555


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 มกราคม 2012, 11:29:02
"ชัจจ์" แจงเหตุสร้างสะพานโขงแห่งที่ 4 เฉื่อย

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2555 เวลา 12:39 น.

"ชัจจ์" แจงเหตุสร้างสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เฉื่อย เหตุเงินจีนมาช้า 1 ปี ยันเสร็จ 1 ก.ค.56
วันนี้ (19 ม.ค.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎ ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม  ทั้งนี้มีการพิจารณากระทู้ถามสดของนายเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เรื่องการเตรียมพร้อมด้านโครงข่ายคมนาคม เชื่อมถนนมิตรภาพ R3A (ไทย ลาว จีน) เพื่อรองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ภาคเหนือตอนบน (จ.เชียงราย) ถามพล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ในฐานะรักษาราชการแทนรมว.คมนาคม ว่าในกรณีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2555 แต่เมื่อดูแล้วคาดว่าจะยังไม่เสร็จ และรัฐมนตรีจะมีแผนรองรับ 8 จังหวัดภาคเหนือรองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจด้านคมนาคมอย่างไร

พล.ต.ท.ชัจจ์ ชี้แจงว่า แผนรองรับการเปิดสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ระหว่าง อ.เชียงของ ข้ามไปห้วยทราย ของประเทศลาว ขณะนี้ได้วางแผนไว้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกแผนนี้ขึ้นมามอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัด โดยงานที่ทำอยู่ก่อนมีอุปสรรค เพราะเงินทุนที่สร้างสะพานเป็นเงินทุนร่วมกันระหว่างไทยกับจีน ซึ่งเงินของจีนช้าไป 1 ปี เป็นเหตุให้การสร้างสะพานล่าช้า แต่กรมทางหลวงที่ได้รับมอบหมายสร้างสะพานแห่งนี้ ก็พยายามเร่งรัดให้เสร็จทันตามกำหนด ส่วนแผนรองรับอย่างอื่นก็กำลังดำเนินการ เตรียมกรอบการทำงานระหว่าง ไทย ลาว จีน โดยจะทำให้เสร็จภายในปี 2556 ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอครม.พิจารณาความตกลงด้านการขนส่งทางบกอยู่ และไทยได้เตรียมเปิดเส้นทางเดินรถโดยสายระหว่างประเทศไทยจะเจรจารายละเอียดเดินรถยกร่างสัญญานำเสนอกรรมการบริษัทขนส่งลงนามสัญญาโดยเตรียมขั้นตอนไว้แล้ว เมื่อสะพานแห่งนี้เสร็จก็น่าจะมีรถโดยสารวิ่งระหว่างประเทศได้ทันที

[COLOR="Red"]พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวต่อว่า สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ระหว่างเชียงของ-ห้วยทราย จะแล้วเสร็จใน1 ก.ค. 2556 ซึ่งจะช้ากว่าแผนไป 20 เปอร์เซ็นต์[/COLOR] สำหรับรันเวย์ทางขึ้นลงท่าอากาศยาน จ.เชียงราย ซึ่งมีเพียงเส้นเดียว ช่องทางเดียว เมื่อมีการขยายโครงข่ายสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจก็น่าจะมีรันเวย์เพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่งเพราะต้องรองรับขนส่งอากาศยานที่เพิ่มขึ้นโดยจะเสนอให้ผู้ที่มีหน้าที่กำชับดำเนินการให้สมกับเป็นท่าอากาศยานสากลในภาคเหนือ


 http://www.dailynews.co.th/politics/8260


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 มกราคม 2012, 11:31:28
ปฐมฤกษ์เปิดเดินรถเส้นทางใหม่เชียงใหม่-หลวงพระบาง ราคา 1,200บาทตลอดสาย

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2012 เวลา 12:58 น.    ณัฐญา เนตรหิน    ข่าวรายวัน    - ข่าวในประเทศ   

วันนี้ (19 ม.ค. 2555) ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 3 (อาเขต 2) นายศิลปะชัย จารุเกษมรัตนะ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดการเดินรถโดยสารระหว่างประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เส้นทางสายเชียงใหม่-หลวงพระบาง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของกรมการขนส่งทางบกของไทยและกรมโยธาธิการและขนส่งของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  โดยมีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีปล่อยรถโดยสารเที่ยวปฐมฤกษ์ ซึ่งรองปลัดกระทรวงคมนาคมได้มอบของที่ระลึกให้กับผู้โดยสารที่ใช้บริการรถเที่ยวดังกล่าวทุกคนด้วย
         
สำหรับเส้นทางบดังกล่าว ระยะแรกเดินรถด้วยรถโดยสารปรับอากาศมาตรฐาน 2 ของบริษัทขนส่ง จำกัด หรือ บขส. จากจังหวัดเชียงใหม่ จอดรับผู้โดยสารที่จังหวัดเชียงราย และอำเภอเชียงของ ข้ามเรือที่ท่าเรือเชียงของ บ่อแก้ว ขึ้นรถโดยสารของบริษัทนาหลวงขนส่งโดยสารผ่านแดน ต่อไปยังแขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไชยและแขวงหลวงพระบาง ใช้เวลาเดินทาง 18 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 1,200 บาทตลอดสาย และเมื่อก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชียงของห้วยทรายแล้วเสร็จในปี 2556 จะเปลี่ยนใช้รถโดยสารปรับอากาศมาตรฐาน 1 แทน อัตราค่าโดยสาร 1,500 บาท ซึ่งการเปิดเส้นทางเดินรถดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ เสริมสร้างเศรษฐกิจการลงทุนเป็นอย่างดี
         
ในส่วนของรถที่ใช้โดยสาร 44 ที่นั่ง และจะปรับเปลี่ยนเป็นรถที่สะดวกกว่าเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 แล้วเสร็จ โดยคาดหวังจำนวนที่นั่งร้อยละ 60 ของที่นั่งทั้งหมด จึงจะคุ้มทุน ออกเดินรถวันละ 1 เที่ยว คาดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจเดินทางท่องเที่ยวเส้นทางนี้จำนวนมาก โดยผู้โดยสารต้องใช้ Passport ผ่านแดนเมื่อเข้าสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า  เส้นทางดังกล่าวถือเป็นเส้นทางการเดินรถโดยสารระหว่างประเทศไทยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเส้นทางที่ 8 หลังจากที่ผ่านมา บขส.ได้เปิดเส้นทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวแล้ว 7 เส้นทาง ประกอบด้วยเส้นทางอุดรธานี-นครหลวงเวียงจันทร์, เส้นทางหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทร์, เส้นทางอุบลราชธานี-เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก, เส้นทางมุกดาหาร-สะหวันนะเขต, เส้นทางขอนแก่น-นครหลวงเวียงจันทร์, เส้นทางนครราชสีมา-นครหลวงเวียงจันทร์ และเส้นทางนครพนม-เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน

นอกจากนี้  บขส.มีแผนที่จะเปิดให้บริการเส้นทางการเดินรถโดยสารระหว่างประเทศไทยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเส้นทางที่ 9 อุดรธานี-เมืองวังเวียง โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือน ก.พ.ที่จะถึงนี้อีกด้วย

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=103124:---1200-&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 20 มกราคม 2012, 15:30:16
เช้าๆที่ท่าเรือ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: corolado4 ที่ วันที่ 21 มกราคม 2012, 14:11:30
มีภาพทางอากาศมาให้ไว้เก็บเป็นข้อมูล สำหรับท่านที่สนใจครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: corolado4 ที่ วันที่ 21 มกราคม 2012, 14:15:11
ท่าเรือ และชุมชนข้างเคียง
เอาไว้วางแผนพัฒนาพื้นที่โดยรอบ
อย่าให้ขวางลำน้ำกก ยามน้ำหลากล่ะกัน
น้ำเอ่อท่วมชุมชน เดี๋ยวชาวบ้านจะพาลมาโทษความผิดของท่าเรือ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: corolado4 ที่ วันที่ 21 มกราคม 2012, 14:16:37
ต่ออีกภาพ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 21 มกราคม 2012, 16:15:48
ขออนุญาต แชร์นะครับ ท่าน orolado4 และ่ท่าน Ap1


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 27 มกราคม 2012, 22:43:47
ส.ส.เพื่อไทยเชียงราย ชักธงค้านแผนตัดถนนเชื่อมสะพานข้ามโขง 4

เชียงราย - กรรมาธิการคมนาคม-ส.ส.เพื่อไทย ตั้งธงค้านสร้างถนนเชื่อมเมืองเชียงราย-สะพานข้ามโขง 4 บอกไม่ตรงแนวปฏิบัติผู้ค้าชายแดน แถมเลี่ยงเขตชุมชนทั้งที่ชาวบ้านต้องการให้ตัดถนนเข้าพื้นที่ ถึงขั้นพร้อมยกที่วัดให้ ขณะที่นักวิชาการ ม.ราชภัฏเชียงราย ร่วมซักค้านกระทบ “หนองหลวง” เผยพบทุนรับเหมาอิงรัฐบาลก่อนเอี่ยวงานก่อสร้าง

(http://pics.manager.co.th/Images/555000001288301.JPEG)(http://pics.manager.co.th/Images/555000001288303.JPEG)


       
       วันนี้ (27 ม.ค.) ที่ห้องประชุมทรัพย์ล้อม สำนักงานแขวงการทาง จ.เชียงราย คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางไปศึกษาข้อเท็จจริง โครงการก่อสร้างเส้นทางหลวงสาย อ.เมือง-อ.เชียงของ เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในประเทศกับสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 และถนน R3a ไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้
       
       นายเจือ ราชสีห์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมคณะได้เชิญกรมทางหลวง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน นักวิชาการ ร่วมรับทราบความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง มี นายธีรพัฒน์ รัติธรรมกุล ผู้จัดการโครงการก่อสร้าง และ นายธีรพจน์ วราชิต ตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษาโครงการ ให้ข้อมูล
       
       นายธีรพจน์ กล่าวว่า หลังไทย จีน สปป.ลาว ได้ร่วมกันก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เชื่อมกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว-ถนน R3a นั้น กรมทางหลวง ได้ศึกษาแนวก่อสร้างถนนภายในประเทศที่รองรับ โดยเฉพาะถนนสาย อ.เมือง-เชียงของ ซึ่งถนนเดิมคับแคบ ระยะทางไกลกว่า 110 กิโลเมตร ดังนั้น จึงได้ทำการศึกษารูปแบบเอาไว้หลายแบบ
       
       แต่ล่าสุดได้คัดเลือกแบบที่เหมาะสมที่สุดได้แล้วโดยสามารถย่นระยะทางเหลือเพียง 92 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นที่บริเวณบ้านหัวดอย ต.ท่าสาย อ.เมือง ผ่านหนองหลวง อ.เวียงชัย ซึ่งจะมีการก่อสร้างสะพนข้ามหนองน้ำขนาดใหญ่ และเลี่ยงเขตชุมชนใน ต.บ้านต้าตลาด อ.ขุนตาล เพื่อไปเชื่อมกับถนนสาย อ.เทิง-เชียงของ ที่บ้านใหม่พัฒนา ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล ที่เป็นถนนสายหลัก 4 ช่องจราจรรอเอาไว้อยู่แล้ว รวมทั้งกำลังศึกษาเพื่อก่อสร้างถนนไปทาง อ.ขุนตาล
       
       รูปแบบถนนสายใหม่จะเป็น 4 ช่องจราจรเขตทางกว้าง 30-60 เมตร ความกว้างช่องจราจร 3.50 เมตร ไหล่ทาง 2.50 เมตร แบ่งเป็น 3 ช่วง รวมงบประมาณทั้งหมดประมาณ 1,000 ล้านบาท
       
       ทั้งนี้ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ศึกษา และพบปะประชาชนจนออกแบบให้เส้นทางเลี่ยงเขตชุมชนหลายพื้นที่ของ อ.ขุนตาล และ อ.พญาเม็งราย ซึ่งหลายแห่งต้องการให้ถนนผ่านหมู่บ้านเพื่อความเจริญแต่หลายแห่งไม่ต้องการ ซึ่งทางโครงการฯ ต้องดูความเหมาะสมเพราะต้องใช้เขตทางกว้าง ขณะที่หลายแห่งกว้างแค่ 10-20 เมตร
       
       ด้าน น.ส.ศิริรัตน์ อิฐรัตน์ ตัวแทนจาก สนข.กล่าวว่า สนข.รับผิดชอบศึกษาความเหมาะสมเรื่องความจำเป็นเรื่องโครงข่ายที่เชื่อมโยงถนน R3a และสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ซึ่งมีแผนที่จะเสนอของบประมาณก่อสร้างในปี 2556-2557 นี้ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าของถนนอาร์สามเอเป็นสำคัญ
       
       อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมนายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการฯ และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้นำทีมคัดค้านในหลายเรื่องทั้งความคุ้มค่า ผลกระทบ ความต้องการชุมชน ฯลฯ โดยระบุว่า ไม่เข้าใจเรื่องแนวคิดการก่อสร้าง ซึ่งเน้นใช้เพื่อประโยชน์ในการขนส่งสินค้าเป็นสำคัญ
       
       ทั้งที่ปัจจุบันผู้ประกอบการค้าชายแดนใช้เส้นทางขนส่งสินค้าจาก อ.เชียงของ-เทิง ไปทาง อ.จุน-ดอกคำใต้ จ.พะเยา เพื่อเชื่อมกับถนนพหลโยธินไปยังกรุงเทพฯ แต่กรมทางหลวงกลับสร้างถนนสายใหม่เชื่อมกับ อ.เมือง เป็นการดึงการจราจรสู่ตัวเมืองเชียงราย ที่เริ่มคับคั่งมากขึ้น
       
       “ที่น่าตกใจเมื่อทราบว่า ถนนสายนี้เป็นเพียงสายรอง แต่กลับจะมีการเสนอเพื่อการก่อสร้างก่อน ดังนั้น มีแนวคิดว่าสร้างถนนสายนี้เพื่อการขนส่งถือว่าผิด 100%”
       
       นายรังสรรค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ หากก่อสร้างถนนจะต้องสร้างสะพานข้ามหนองหลวงใน อ.เวียงชัย ซึ่งจะกระทบต่อวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน แนวของเส้นทางยังตัดเลี่ยงชุมชนหลายพื้นที่ เช่น อ.พญาเม็งราย ซึ่งตนได้พบปะชาวบ้านพบว่าชาวบ้านต้องการให้ถนนผ่านชุมชนพวกเขามาก วัดบางวัดถึงขั้นสามารถให้พังกำแพงวัดเพื่อใช้เป็นถนนได้เลยด้วย ดังนั้น จึงขอให้มีการทบทวนพิจารณาเรื่องนี้ให้ละเอียดด้วย
       
       นายชัยยา นาสมทรง นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กล่าวว่า หนองหลวงมีเนื้อที่ประมาณ 10,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การท่องเที่ยว มีปลาและนกอพยพ ชาวบ้านใช้เพื่อการประมง รวมทั้งคณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอันดับ 2 ของประเทศไทย ต่อมาจึงมีมติให้ทบทวนโครงการกอสร้างทุกอย่างในหนองหลวง โดยมีข้อห้ามต่างๆ มากมาย จึงเห็นว่าโครงการก่อสร้างฯ ไม่น่าจะทำได้เพราะจะกระทบหลายเรื่อง เช่น สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต รบกวนนกอพยพ ฯลฯ
       
       ด้านคณะจากบริษัทที่ปรึกษาโครงการก่อสร้าง ได้ชี้แจงว่า สาเหตุที่ไม่ก่อสร้างผ่านเส้นทางชุมชน เพราะคับแคบเพียง 5-20 เมตร และหากผ่านเขตวัด แม้จะบริจาคที่ดินเพื่อการก่อสร้างแต่ต้องใช้พระราชบัญญัติในการยกมอบให้ เพราะเป็นที่ดินของสงฆ์ ซึ่งอาจใช้เวลาร่วม 4-5 ปีจึงจะได้ข้อยุติ
       
       ส่วนกรณีของหนองหลวงถือเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่นั้น จะมีการก่อสร้างถนนตลอดแนวความยาวเพียงประมาณ 560 เมตร และตัวสะพานที่อยู่เหนือหนองน้ำจริงๆ จะยาวเพียงประมาณ 30 เมตร และบนบกด้านข้างอีกข้างละ 20 เมตรเท่านั้น จึงจะมีเสาตอม่อไม่กี่เสา รวมทั้งจะมีจุดชมวิวตรงขอบสะพานให้ด้วยจึงส่งเสริมการท่องเที่ยวไปในตัว
       
       กรณีมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำดังกล่าว ทางโครงการรับทราบแล้ว แต่ยืนยันว่า กรณีนี้มีข้อกำหนดให้ใช้การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ โดยไม่ต้องเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ก็สามารถก่อสร้างได้ นอกจากนี้ โครงการได้ศึกษาความคุ้มทุนพบว่าคุ้มทุนเพราะจะมีการจราจรขนส่งผ่านเส้นทางวันละกว่า 2,000-6,000 คัน
       
       หลังจากถกประเด็นกันได้ระยะหนึ่ง นายเจือ ราชสีห์ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้แจ้งให้มีการรวบรวมประเด็นปัญหาทุกอย่างเอาไว้ เพื่อทำการศึกษา และเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ก่อนจะนำคณะสำรวจเส้นทางเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนต่อไป
       
       ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างถนนหลายสายดำเนินการในช่วงรัฐบาลชุดที่ผ่านมา โดยมีเอกชนที่รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งใกล้ชิดกับนักการเมืองในรัฐบาลก่อน เข้าไปก่อสร้างเส้นทางบางส่วนด้วย


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000012275 (http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000012275)


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 31 มกราคม 2012, 20:46:19
เจ้าท่า"ล้อมคอก หลังน้ำท่วมใหญ่ ทุ่มกว่า1.2พันล. ขุดลอกคูคลอง


 นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรมฯได้รับงบประมาณในการขุดลอกคูคลองฟื้นฟูสภาพแม่น้ำหลังอุทกภัย ในวงเงินงบประมาณ1,215ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนกุมภาพันธ์2555นี้ และจะต้องแล้วเสร็จภายใน 180 วัน เมื่อการขุดลอกแล้วเสร็จจะเป็นกลไลหนึ่งที่จะช่วยระบายน้ำได้ดีขึ้น บรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้

 "การ ขุดลอกฟื้นฟูสภาพแม่น้ำลำคลองครั้งนี้ จะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนกุมภาพันธ์โดยแนวทางการ ดำเนินการจะขุดลอกให้กว้างขึ้นและลึกขึ้น และซ่อนแซมตลิ่งที่ได้รับความเสียหาย โดยใช้ดินบดอัดขึ้นมาทำแนวตลิ่ง" นายถวัลย์รัฐ กล่าว

 นอกจากนี้ กรมฯจะเดินหน้าขุด3แม่น้ำหลัก คือแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง โดยจะเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์เช่นกัน ในส่วนของการขุดลอกแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยาใช้งบ ประมาณขุดบอกรวม277ล้านบาท

 นายถวัลย์รัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าของการก่อสร้าง ท่าเรือเชียงแสน2 จ.เชียงรายว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ และจะเปิดให้บริการในวันที่1เมษายน 2555โดยมติครม.ได้สั่งการให้ ท่าเรือเชียงแสน2เป็นจุดบริการแบบจุดเดียวครบวงจร หรือ วันสต็อปเซอร์วิส
วันที่ 31/1/2012


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 03 กุมภาพันธ์ 2012, 22:39:18
LOGISTIC CORNER กรมเจ้าท่ากับ 4 นโยบายสำคัญปี 55

  ฉบับที่ 1272 ประจำวันที่ 4-2-2012  ถึง 7-2-2012 ]
 
“กรมเจ้าท่า” ได้จัดทำนโยบายเร่งด่วน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยมีนโยบายที่สำคัญ 4 นโยบาย ในปี 2555 ดังนี้

1.นโยบายด้านการส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและเร่งรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน โดยเร่งให้มีการบริหารจัดการน้ำในระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพให้สามารถป้องกันปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งได้ ฟื้นฟูการขุดลอกคูคลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่เดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและการผลิต ได้แก่ งานขุดลอกฟื้นฟูแม่น้ำสายหลัก และแม่น้ำสาขาเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อฟื้นฟูสภาพแม่น้ำสายหลักและแม่น้ำสาขา ให้เป็นพื้นที่ที่มีความ สามารถในการรองรับปริมาณน้ำ และระบายน้ำตามธรรมชาติได้สะดวกและรวดเร็วดียิ่งขึ้น

2.นโยบายเร่งนำสันติสุขในชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ การจ้างเหมาขุดลอกร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่บริเวณต่างๆ (ร่องน้ำปัตตานี, ร่องน้ำนราธิวาส, สายบุรี, ร่องน้ำปานาเระ, บางมะรวด, บางพารา และไม้แก่น จ.ปัตตานี)

3.นโยบายเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อน บ้านและนานาประเทศ ตลอดจนการเชื่อม โยงเส้นทางคมนาคมขนส่งภายในและภายนอกภูมิภาค ได้แก่ การจัดสร้างท่าเรือ อเนกประสงค์คลองใหญ่ (ปี 2552-2555 วงเงินรวม 1,295.10 ลบ.) ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ, ท่าเรือเชียงแสนที่ 2 จ.เชียงราย (ปี 2552-2555 วงเงินรวม 1,546.40 ลบ.) ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนิน การ, จัดหาระบบติดตามเรือสินค้าและเรือ โดยสารในเขตท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย ขอตั้งงบประมาณปี 2555 แล้ว แต่ไม่ได้รับจัดสรร ซึ่งจะได้ขอตั้งงบประมาณปี 2556 มาดำเนินการต่อไป

4.นโยบายด้านการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ระบบประปา และระบบไฟฟ้าให้กระจายไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึงเพียงพอ รวมทั้งส่งเสริมการประหยัดพลังงานและลดต้นทุนการขนส่งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อม ทั้งสร้างโอกาสการกระจายรายได้ กระจาย เศรษฐกิจ และกระจายการลงทุนสู่ชนบท รวมทั้งกำกับดูแลอัตราค่าบริการที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และกลุ่มผู้ได้รับ ประโยชน์และการคุ้มครองผู้บริโภค ได้แก่

(1) การพัฒนาท่าเรือลอจิสติกส์ ได้แก่ งานก่อสร้างเขื่อนยกระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน่านเพื่อการเดินเรือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน่าน, งานก่อสร้างท่าเรือที่จังหวัดชุมพร เพื่อการขนส่งเชื่อมโยงระหว่างภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออกเชื่อมไปสู่ฝั่งตะวันตก, งานก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางลำน้ำเพื่อการประหยัดพลังงาน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ อบต.ศาลาลอยอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าเป็นผู้บริหาร และการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนล่าง (ท่าเรือน้ำลึกสงขลา แห่งที่ 2 เพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น)

(2) งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่น การสร้างเขื่อน ท่าเรือ ขุดลอกร่องน้ำ และการกำกับดูแลการขนส่งทางน้ำ รวมทั้งการผลิตบุคลากรพาณิชยนาวี

ทั้งหมดนี้ เพื่อเจตนารมย์อันมุ่งมั่น ดังสโลแกนที่ว่า “เสริมสร้างความปลอดภัย พัฒนาทางน้ำก้าวไกล นำ พาณิชยนาวีไทยสู่สากล”

http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413357710


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: ap.41 ที่ วันที่ 05 กุมภาพันธ์ 2012, 20:32:27
 นายถวัลย์รัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าของการก่อสร้าง ท่าเรือเชียงแสน2 จ.เชียงรายว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ และจะเปิดให้บริการในวันที่1เมษายน 2555โดยมติครม.ได้สั่งการให้ ท่าเรือเชียงแสน2เป็นจุดบริการแบบจุดเดียวครบวงจร หรือ วันสต็อปเซอร์วิส
วันที่ 31/1/2012
เห็นเร่งทำงานทั้งวันทั้งคืนในการขุดลอกแม่น้ำโขง วันนี้เอาภาพล่าสุดมาให้ชม


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 07 กุมภาพันธ์ 2012, 22:43:02
พาณิชย์หนุน 3 อำเภอเชียงรายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน


นายเฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา พาณิชย์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าจากการประชุมครม.สัญจร ที่จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555 ซึ่งครม.มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ ของจ.เชียงราย โดยศักยภาพพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอชายแดนมีจุดเด่นและลักษณะพิเศษที่แตกต่างกัน โดยอำเภอแม่สาย มีศักยภาพด้านการค้า บริการ การท่องเที่ยว และแรงงานข้ามชาติ อำเภอเชียงแสน มีศักยภาพดเานการลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร และการท่องเที่ยวทางน้ำ และอำเภอเชียงของ มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมการเกษตร การลงทุนเน้นทำในรูปคอนเทร็กฟาร์มมิ่งใน สปป.ลาว และนำกลับมาบริหารจัดการ หรือ ส่งออกไปยังจีนในลักษณะการค้าข้ามแดน

ทั้งนี้จังหวัดเชียงรายมีอำเภอชายแดนที่มีศักยภาพถึง 3 พื้นที่ซึ่งสามารถผลักดันและยกระดับให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนได้ เพราะมีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านถึง 2 ประเทศ คือ พม่า และ สปป.ลาว รวมทั้งยังมีการค้าข้ามพรมแดนกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านแม่น้ำโขงและเส้นทางอาร์ 3 เอ ที่เชื่อมระหว่าง ไทย-ลาว-จีน ผ่าน เชียงของ-ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น-บ่อหาน-สิบสองปันนา-คุนหมิง

นายเฉลิมพล กล่าวว่า จ.เชียงราย เป็นส่วนสำคัญของระเบียบเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และส่งผลต่อจังหวัดต่างๆในภาคเหนือทั้ง 13 จังหวัด ที่อยู่ในแนวเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ หรือ นอร์ทเซ้าท์ อีโคโนมิก คอรีดอร์ ซึ่งข้อดีของเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแเดน คือ ทำให้ระบบการค้ามีความเป็นสากลและโปร่งใสมากขึ้น และยังแก้ไขปัญหาแรงงานเถื่อน รวมทั้งยังทำให้ต้นทุนของการลงทุนลดลงด้วย

อย่างไรก็ตามการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ระบบโลจิสติกส์มีความสำคัญมากพอสมควร โดยเฉพาะเส้นทางบกจากจ.เชียงรายเชื่อมไปยังพื้นที่ต่างๆในภูมิภาค การพัฒนาระบบโลจิกสติกส์ไม่ควรล่าช้าเนื่องจากขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะจีนได้รุกเข้ามาแล้ว ซึ่งจีนมีความต้องการสินค้าจากไทยมาก และต้องการขยายเส้นทางออกไปสู่ทะเล เพราะจีนมีพื้นที่ที่สามารถเพาะปลูกได้เพียง 20%

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=551428


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 08 มีนาคม 2012, 10:55:04
ดีเดย์ 1 เม.ย. เปิดบริการท่าเรือเชียงแสน 2

กทท.พร้อมเปิดบริการ "ท่าเรือเชียงแสน 2" 1 เม.ย.นี้  เชื่อว่าหากเปิดท่าเรือแห่งใหม่แล้ว จะมีเรือมาใช้บริการเพิ่มขึ้น และมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน...

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายเฉลิมชัย มีคุณเอี่ยม ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึงความพร้อมในการเปิดให้บริการท่าเรือแม่น้ำโขง เชียงแสน แห่งที่ 2 บริเวณปากแม่น้ำกก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายว่า ในวันที่ 1 เม.ย. นี้ ท่าเรือเชียงแสน 2 พร้อมเปิดให้บริการอย่างแน่นอน โดยขณะนี้มีปัญหาบ้างเล็กน้อย เช่น กรมเจ้าท่า ขุดลอกแม่น้ำ พบหินทำให้การขุดลอกลำบากขึ้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น กรมเจ้าท่า ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร องค์การอาหารและยา จะย้ายไปอยู่ในท่าเรือแห่งใหม่ทั้งหมด และในวันที่ 20 -21 มี.ค. ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม จะมาตรวจความพร้อมอีกครั้ง

"ตอนนี้รอกรมเจ้าท่า ประกาศที่จะให้เรือทุกลำต้องจอดในท่าเรือเชียงแสน 2 เท่านั้น ห้ามมีการจอดเรือตามชายฝั่งเหมือนตอนสมัยใช้ท่าเรือเชียงแสน 1 เพราะตอนนั้นท่าเรือเชียงแสน 1 มีพื้นที่จำกัด ทำให้แออัด แต่ท่าเรือแห่งใหม่ มีพื้นที่กว้างถึง 387 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา และเชื่อว่าหากเปิดท่าเรือแห่งใหม่แล้ว จะมีเรือมาใช้บริการเพิ่มขึ้น และมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน" นายเฉลิมชัย กล่าว

นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ขณะนี้กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างขุดลอกร่องน้ำบริเวณท่าเรือเชียงแสน 2 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เรือขนส่งสินค้าที่จะเข้ามาใช้บริการในท่าเรือเชียงแสน 2 คาดว่าจะสามารถดำเนินการทุกอย่างให้แล้วเสร็จ 100% ในวันที่ 20 มี.ค.นี้อย่างแน่นอน ส่วนการประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนเจ้าของเรือขนส่งสินค้า ขณะนี้กรมเจ้าท่ามีแผนการดำเนินงานอยู่แล้ว คาดว่าเมื่อทุกอย่างพร้อมจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการเรือทั้งหมดรับทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่าเรือเชียงแสนมีมูลค่าการค้าชายแดน รวมปีละกว่า 11,000 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออกประมาณ 9,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนไก่แช่แข็ง น้ำมันปาล์ม เครื่องดื่ม ฯลฯ นำเข้าประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลไม้และพืชผัก และสินค้าผ่านแดนประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยการค้าส่วนใหญ่เป็นการค้ากับจีน และใช้เรือสินค้าสัญชาติจีนเป็นหลัก ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ก็พบว่า มีการส่งออกแล้วกว่า 892,277,892.57 บาท และนำเข้า 39,999,775.67 บาท.

http://www.thairath.co.th/content/eco/243903


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 17 เมษายน 2012, 11:07:35
วาระครม. มท.เสนอโยกย้ายซี 10- กห.ชงบกลาง 952 ลบ.ปรับเงินเดือนทหาร

วันอังคารที่ 17 เมษายน 2012

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ในวันนี้ ( 17 เมษายน ) นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะทำหน้าที่ประธานการประชุมแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับการประชุมวันนี้ มีวาระที่น่าสนใจคือ กระทรวงมหาดไทยจะเสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการ ประเภทตำแหน่งบริหารระดับสูง(ระดับ 10) ประมาณ 7 ตำแหน่ง คาดว่าจะมีการเสนอย้าย นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ อธิบดีกรมที่ดินไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายบุญเชิด คิดเห็น ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.)ลำพูน ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดินแทน  ทั้งนี้ก่อนหน้าที่นายบุญเชิด จะไปเป็นผู้ว่าฯนายบุญเชิด เคยดำรงคำแหน่งรองอธิบดีกรมที่ดินมาก่อน  พร้อมกันนี้จะเสนอย้ายผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยออกไปเป็นผวจ. ประกอบด้วย นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ตรวจฯ ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานี และย้ายนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี ไปเป็นผู้ตรวจ นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ตรวจฯ ไปดำรงตำแหน่งผวจ.ร้อยเอ็ด และย้ายนายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด ไปเป็นผู้ตรวจฯ รวมทั้งจะมีการย้าย นายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.ตรัง ไปดำรงตำแหน่งผวจ.ระยอง แทนนายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผวจ.ระยอง และคาดว่าจะมีการย้าย นายธวัชชัย ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ลำปาง หรือผวจ.ตรัง

 

กระทรวงมหาดไทยชงปรับเงินเดือนทหารตามขรก. โดยคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอครม. คณะที่ 1 (ฝ่ายความมั่นคงและโครงสร้าง) ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ เป็นประธาน เสนอเรื่อง การปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการเลื่อนชั้นเงินเดือนเพื่อชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของกระทรวงกลาโหม โดยกห.ขออนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง 3 ฉบับ เพื่อปรับปรุงกำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการทหารทหารทุกคุณวุฒิให้เท่ากันหรือใกล้เคียงกับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการพลเรือนสามัญในคุณวุฒิเดียวกัน รวมทั้งการชดเชยแก่ทหารที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ เพื่อแก้ปัญหาเงินเดือนทหารกับข้าราชการพลเรือนสามัญเหลื่อมลำกัน

ได้แก่ 1. ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร และการให้ได้รับเงินเดือน พ.ศ. …. 2. ร่างคำสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ได้รับเงินเดือนแรกบรรจุสำหรับข้าราชการทหารที่มีคุณสมบัติตามปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงกลาโหม 3. ร่างคำสั่งกระทรวงกลาโหม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเลื่อนชั้นเงินเดือนเพื่อชดเชยแก่ข้าราชการทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ
 
ทั้งนี้กห.จะขออนุมัติงบประมาณในส่วนงบกลาง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการเลื่อนชั้นเงินเดือนเพื่อชดเชยแก่ข้าราชการทหารผู้ได้รับผลกระทบโดยจัดสรรให้แก่ส่วนราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม จำนวนเงิน 952,454,020 บาท โดยจัดสรรให้แก่ส่วนราชการสังกัดกห.กลาโหม ดังนี้ 1. สำนักงานรัฐมนตรี และสำนักงานปลัดกระทรวงกระทรวงกลาโหม 18,045,120 บาท 2. กรมราชองครักษ์ 1,985,040บาท 3. กองบัญชาการกองทัพไทย 86,779,830บาท 4.กองทัพบก 584,341,030 บาท 5. กองทัพเรือ 182,182,280 บาท 6. กองทัพอากาศ 79,120,720บาท

โดยจะมีการปรับกำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการทหารทุกคุณวุฒิให้เท่ากันหรือใกล้เคียงกับเงินเดือนแรกบรรจุของพลเรือนสามัญในคุณวุฒิเดียวกัน กรณีที่มีคุณวุฒิต่างกันให้ปรับอัตราเงินเดือนโยคงค่าความต่างของอัตราเงินเดือนเเดิมกับคุณวุฒิหลักที่ใช้อ้างอิง โดยให้ดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ณ 1 ต.ค. 2553 ปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของทหารทุกคุณวุฒิตามแนวทางของข้าราชการพลเรือนสามัญตามติครม.เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2553 และ ณ 1 ม.ค. 2555 ปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของทหารตามแนวทางของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามติครม.วันที่ 31 ม.ค. 2555 ตัวอย่างเช่น บุคคลที่มีวุฒิปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า4 ปี ประเภทนายทหารชั้นสัญญาบัตร ณ 1 ต.ค.53 รับเงินเดือนอัตรา น.1 ชั้น 8 ณ 1 ม.ค.55 ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามบัญชีแนวท้ายกฎกระทรวง รับอัตรา น.1 ชั้น 12.5 ขณะที่บุคคลคุณวุฒิการศึกษาตรงตามบัญชีและมีคุณสมบัติตามปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ การปฎิบัติหน้าที่ราชการที่กห.กำหนดได้รับอัตรา น.1ชั้น13.5
 
ด้านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในพ.ร.บ.กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ที่กำหนดให้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร – บ้านฉาง รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 34 (บางวัว) ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้าพัทยา ตอนกรุงเทพมหานคร – เมืองพัทยา รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 34 (บางวัว) ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้าพัทยาและทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอนบางปะอิน – บางพลี เป็นทางหลวงที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวง (ร่างข้อ 1 แก้ไขเพิ่มเติมข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2540)
 
ขณะที่กระทรวงคมนาคมเสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก พ.ศ. ….กำหนดให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสนามบินอนุญาตที่ประสงค์จะเรียกเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก ต้องยื่นคำขอต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน เช่น ใบอนุญาต เอกสารแสดงอัตราค่าบริการที่จะเรียกเก็บรายงานการเงิน แผนการพัฒนาสนามบินห้าปี เป็นต้น และเมื่ออธิบดีได้รับคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานแล้วให้ดำเนินการ เช่น ตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเอกสารและหลักฐาน จัดทำความเห็นและส่งคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานให้แก่คณะกรรมการการบินพลเรือน เป็นต้น รวมทั้งให้คณะกรรมการการบินพลเรือนพิจารณา และจัดทำความเห็นและคำแนะนำต่อรัฐมนตรีและให้รัฐมนตรีพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็นและเอกสา
 
กระทรวงคมนาคม ขออนุมัติในหลักการให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย วงเงินรวม 1,522.275 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (พ.ศ. 2555-2557) เพื่อให้สามารถขอรับจัดสรรงบกลาง ปีงบฯ 2555 เป็นค่าจ้างที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าจ้างที่ปรึกษา เพื่อจัดทำผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ และค่าเวนคืนที่ดินและค่าชดเชยในราษฎรที่ใช้ประโยชน์จากที่ดินในครอบครองของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม วงเงินรวม 264.300 ล้านบาท
 
นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังขอควาเห็นชอบร่างกฎกระทวงว่าด้วยการงดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากจากชิ้นส่วนของรถที่ใช้แล้ว สาระสำคัญเป็นการกำหนดให้งดรับจะทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถที่ใช้แล้วทั่วประเทศ ครอบคลุม 4 ประเภท คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล เนื่องจากปัจจุบันมีการนำเข้าชิ้นส่วนและโครงสร้างรถที่ใช้แล้วจากต่างประเทศเข้ามาประกอบหรือดัดแปลงเป็นรถใหม่ เพื่อเลี่ยงไต้องชำระภาษี
 
ด้านกระทรวงพาณิชย์ เสนอขอความเห็นชอบร่างกฎกระทรวงเรื่องกำหนดให้ตัวถังรถยนต์นั่งและโครงรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยขณะนี้้มีประกาศกระทรวงพาณิชย์ควบคุมการนำเข้ารถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว แต่ไม่ครอบคลุมถึงการนำเข้าโครงรถรถยนต์และรถจักรยานต์ที่ใช้แล้ว จึงต้องมีร่างประกาศนี้มารองรับการการควบคุมดังกล่าว แต่จะควบคุมเฉพาะตัวถังรถยนต์นั่งและโครงรถรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วเท่านั้น ไม่รวมการนำเข้าการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว เพราะอาจจะกระทบต่อผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ต้องการนำชิ้นส่วนมาทดแทนส่วนที่ชำรุดเสียหาย

ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)เสนอ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์และการฟื้นฟู รวมทั้งให้ประชาชนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม โดยให้มีคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯมอบหมายเป็นประธาน กรรมการ16 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งครม.แต่งตั้งไม่เกิน 8 คน กำหนดโทษสำหรับกรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นนิติบุคคล โดยให้กรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดนั้น ทั้งนี้ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งอธิบดีที่ให้ระงับการกระทำหรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อทรัพยากรทางทะเลฯเป็นการชั่วคราวตามความเหมาะสม และผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
 
กระทรวงสาธารณสุข ขอความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. ….โดยให้ยกเลิกพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ให้รมต.มีอำนาจประกาศกำหนดเกี่ยวกับอาหารเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และให้มีคณะกรรมการอาหาร ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ ทำหน้าที่พิจารณาสั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับอาหาร โดยมีบทกำหนดโทษกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.นี้ ซึ่งมีโทษจำคุก หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่น ผู้ฝ่าฝืนผลิตอาหารปลอม ต้องระวางโทษจำคุก1-10ปี ปรับ1ล้านหรือทั้งจำทั้งปรับ


http://www.thanonline.com


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 17 เมษายน 2012, 22:05:34
'ปู'ถกเต็มคณะกับนายกฯจีน

'ยิ่งลักษณ์' หารือเต็มคณะ กับ 'นายกฯจีน' พร้อมยกระดับความสัมพันธ์ สู่หุ้นส่วนความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ตั้งเป้าเพิ่มการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เตรียมสถาปนาบ้านพี่เมืองน้อง กับมณฑลต่าง ๆ วอนไทยทำตามกม.ลุ่มน้ำโขงสร้างความปลอดภัย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก  ทำเนียบรัฐบาลส่งอีเมลถึงสื่อมวลชนใจความว่า  เมื่อเวลา 17.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางถึงมหาศาลาประชาชน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน รอให้การต้อนรับ ก่อนนำนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งประกอบด้วยการขึ้นแท่นทำความเคารพ เดินตรวจแถว กองทหารเกียรติยศ ณ ลานหน้ามหาศาลาประชาชน ด้านทิศตะวันออก

 
          จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเข้าสู่อาคารมหาศาลาประชาชน  เพื่อหารือข้อราชการแบบเต็มคณะกับนายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยผู้เข้าร่วมฝ่ายไทยประกอบด้วย ประกอบด้วย นายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศ  นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ  นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ  มรว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม  สรุปดังนี้
          นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาเยือนจีนครั้งนี้  ซึ่งเป็นครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี พร้อมขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและสมเกียรติ และเชื่อมั่นว่าการเยือนครั้งนี้จะประสบความสำเร็จในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พร้อมถือโอกาสนี้ แสดงความขอบคุณในความห่วงใยและความช่วยเหลือที่จีนให้แก่ไทย เมื่อครั้งไทยประสบอุทกภัยครั้งร้ายแรง ซึ่งเป็นกำลังใจให้ไทยเอาชนะปัญหาเหล่านี้ได้
          โดยในการหารือ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้อง ที่จะยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนของสองประเทศ โดยเฉพาะโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในสาขาที่ยั่งยืนของไทย 4 สาขา
          ได้แก่ การจัดหาคอมพิวเตอร์แบบพกพา (แท็บเล็ต) แก่นักเรียนไทย  ความร่วมมือด้านรถไฟ พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการน้ำ  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้มีการใช้กลไกต่างๆ  ที่มีอยู่ในการเจรจาหารืออย่างต่อเนื่อง โดยขอให้มีการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศสองฝ่ายเป็นลักษณะยุทธศาสตร์โดยเร็ว เพื่อขยายผลความร่วมมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด
          นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกำหนดทิศทางและตั้งเป้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย- จีน ใน 3 สาขาหลัก ดังนี้ การเพิ่มการค้าร้อยละ 20 ต่อปี การลงทุนให้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 ในอีก 5 ปีข้างหน้า และการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า เสนอให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนและเศรษฐกิจไทย-จีน ครั้งที่ 3 เพื่อผลักดันความร่วมมือใน 3 สาขาหลักดังกล่าว  เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 
          ไทยและจีนยังได้เน้นกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือเป็นรายมณฑลของจีนกับไทย โดยไทยได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับ 3 มณฑลของจีนแล้ว คือ ยูนนาน กวางตุ้ง และเซียะเหมิน  ซึ่งไทยจะตั้งคณะทำงานร่วมกับมณฑลเสฉวนต่อไป รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการสถาปนาบ้านพี่เมืองน้อง ระหว่างจังหวัดของไทยกับมณฑลต่าง ๆ ของจีน
          สำหรับความร่วมมือด้านการเกษตร ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการจัดตั้งคณะทำงานด้านการค้าสินค้าเกษตรไทย-จีน ซึ่งเป็นกลไกในการเจรจาเพื่อเพิ่มพูนปริมาณการค้าสินค้าเกษตรที่สำคัญ คือ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลังและผลไม้ รวมทั้งเสนอให้มีการร่วมกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าต่างๆ ระหว่างกัน อาทิ การจำกัดโควต้าการนำเข้า และการปลอมปนข้าวไทยในจีน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แสวงหาความร่วมมือใหม่ๆ เช่น ความร่วมมือในการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในประเทศที่สาม โดยรัฐบาลของสองประเทศจะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งระหว่างภาคเอกชนกับเอกชน

          นายกรัฐมนตรี ยังได้ใช้โอกาสนี้ขอบคุณรัฐบาลจีนที่ให้การดูแลนักลงทุนไทยในจีน และขอให้ช่วยดูแลนักลงทุนไทยให้ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจในจีน  โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้จีนจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือ SMEs ที่เข้าไปลงทุนในจีนแบบครบวงจรในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน

          พร้อมใช้โอกาสนี้ เชิญชวนให้นักธุรกิจจีนไปลงทุนในสาขาที่ไทยส่งเสริมการลงทุน อาทิ ผลิตภัณฑ์ยางพารา ชิ้นส่วน ยานยนต์ เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน  อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลมและพลังงานชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

          นายกรัฐมนตรียังเสนอให้ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวและเน้นการท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพมากขี้น  โดยตั้งเป้าให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ต่อปีในช่วง 5 ปีข้างหน้า  และขอให้รัฐบาลจีนอนุมัติการตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่นครกวางโจว เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจีนได้ดีขึ้น  พร้อมย้ำนโยบายของไทยในการกระชับความสัมพันธ์กับจีนในรายมณฑล โดยไทยประสงค์จะจัดตั้งคณะทำงานไทย-เสฉวน เพิ่มเติมจากที่มีคณะทำงานมณฑลยูนนาน กวางตุ้งและเมืองเซียะเหมิน
          นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญต่อความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรม โดยเห็นด้วยกับข้อเสนอของรองประธานาธิบดีสี  จิ้นผิง ของจีนในการแลกเปลี่ยนนักศึกษา 100 คน  และขณะนี้ทราบว่ามีนักศึกษาจีนจำนวนมากที่สนใจเรียนภาษาไทย และนักศึกษาไทยก็สนใจเรียนภาษาจีนมากขึ้นเช่นกัน  จึงขอให้รัฐบาลจีนสนับสนุนส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทยในจีน  และขอให้จีนสนับสนุนการส่งครูอาสาสมัครจีนไปสอนในไทยเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 คน  ซึ่งในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีจีนตอบรับตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ

          สำหรับประเด็นเกี่ยวกับความร่วมมือในภูมิภาคที่ผ่านมาไทยและจีนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายการเชื่อมโยงคมนาคมในภูมิภาค อาทิ การเปิดเส้นทาง R3A ที่เชื่อมโยงจากนครคุนหมิง ยูนนาน ผ่านลาว และเข้าสู่ไทยที่ อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย และมาถึงกรุงเทพฯ และสะพานเชื่อมแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ซึ่งกำหนดจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปลายปีนี้

          ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอให้จีนเร่งรัดการก่อสร้างสะพานดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามกำหนด  ซึ่งจะช่วยเกื้อกูลต่อการไปมาหาสู่ของประชาชนและการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในอนาคตอันใกล้

          นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำไทย-จีนในฤดูแล้งอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปีด้วย พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรียังได้เชิญนายเวิน เจียเป่า เข้าร่วมการประชุม WEF ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม -  1 มิถุนายน 2555 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ที่กรุงเทพฯ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกับผู้นำจากประเทศเอเชียตะวันออก ซึ่งไทยยินดีที่จะประสานกับ WEF เพื่อจัดกำหนดการพิเศษในลักษณะการสนทนาพิเศษร่วมกับศาสตราจารย์ ดร.เคล้าส์ ชวับ ประธานบริหารและผู้ก่อตั้ง WEF

          ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจีนได้แสดงความสนับสนุนอย่างยิ่งต่อความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-จีน และแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ทางด้านเศรษฐกิจและการค้า โดยให้สองประเทศตั้งใจปฏิบัติตามแผนดังกล่าวอย่างจริงจัง

          ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าการลงทุนระหว่างกัน  ซึ่งจีนยินดีอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจทั้งสองฝ่าย  โดยขอให้ไทยอำนวยความสะดวกด้านข้อกฎหมายต่าง ๆ พร้อมทั้งขอให้สนับสนุนบริษัทจีนเข้าไปพัฒนาแร่โปแตสเซียมในไทยด้วย  นอกจากนี้จะร่วมกันสนับสนุนความร่วมมือด้านการเงิน เช่น การขยายสาขาธนาคารในสองประเทศ   การชำระเงินโดยใช้เงินตราของไทยและจีนในการค้าการลงทุน

          พร้อมกันนี้ จีนยินดีสนับสนุนการสร้างระบบรถไฟ และมอบหมายให้หน่วยงานทั้งสองประเทศไปร่วมกันดำเนินงานอย่างรวดเร็วและราบรื่น รวมทั้งการสนับสนุนวิสาหกิจด้านอวกาศและไอทีระหว่างกัน  และจีนยินดีสนับสนุนด้านชลประทานตามที่ได้มีการลงนามร่วมกันไปแล้ว   ที่สำคัญจีนขอให้ไทยส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายตามลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อความปลอดภัยและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ 
          อย่างไรก็ตาม ทั้งไทยและจีนจะร่วมกันพัฒนาการเชื่อมโยงภูมิภาค เช่น โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวายในเมียนมาร์  ซึ่งไทยพร้อมร่วมมือกับจีนเพื่อให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ประเทศในอนุภูมิภาค รวมทั้งเมียนมาร์โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เสร็จสมบูรณ์  เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบด้วย

          นอกจากนี้ ไทยและจีนจะร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งในกรอบอาเซียน เพื่อรองรับความท้าทายจากปัญหาสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป
 
ลงนาม 8 ฉบับ แสดงถึงความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน
          ภายหลังการหารือข้อราชการเต็มคณะ ในเวลา 17.15 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและนายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมการเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน  จำนวน 8 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

          1) แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-จีน ระหว่างปี 2555-2559 (Joint Action Plan on Thailand-China Strategic Cooperation Between the Government of the People’s Republic of China 2012-2016) ซึ่งถือเป็นแผนปฏิบัติการร่วมฯ ฉบับที่ 2 สำหรับการดำเนินความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ในสาขาต่างๆ กว่า 17 สาขา ที่จัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่าย ได้แก่ การเมือง การทหาร ความมั่นคง การค้า การลงทุน การเงินและธนาคาร เกษตรกรรม อุตสาหกรรม คมนาคม พลังงาน การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษาและการอบรม สาธารณสุขและวิทยาศาสตร์-การแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ความร่วมมือในระดับภูมิภาคและพหุภาคี โดยมีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายจีน คือ นายหยาง เจี๋ยฉือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน   

          2) แผนพัฒนาระยะ 5 ปี ไทย-จีน ระหว่างปี 2555-2559 ภายใต้ความตกลงการขยายความร่วมมือทวิภาคีทางเศรษฐกิจและการค้าเชิงกว้างและเชิงลึก (Five-Year Development Plan on Trade and Economic Cooperation between the People’s Republic of China and the Kingdom of Thailand) ที่มุ่งเน้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับจีนในระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2555 – 2559 ภายใต้ความตกลงการขยายความร่วมมือทวิภาคีทางเศรษฐกิจและการค้าในเชิงกว้างและเชิงลึกไทย-จีน อาทิ การอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคทางการค้า นวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียว และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และฝ่ายจีน คือ นายเฉิน เต๋อหมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน

          3) บันทึกความเข้าใจร่วมว่าด้วยความร่วมมือเรื่องการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทยและจีน (Memorandum of Understanding Between the Ministry of Commerce of the People’s Republic of China and the Ministry of Commerce  of the Kingdom of Thailand on Agricultural Trade Cooperation) ซึ่งเป็นข้อเสนอของฝ่ายจีนที่จะจัดตั้งคณะทำงานเรื่องการค้าสินค้าเกษตร เพื่อหารือประดฺนที่ไทยและจีนมีผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงการพัฒนา ส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร และการแก้ไขปัญหาและป้องกันหรือกำจัดอุปสรรคทางด้านสินค้าเกษตร มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และฝ่ายจีน คือ นายเฉิน เต๋อหมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน

          4) บันทึกความเข้าใจร่วมว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทย และ State Administration for Industry and Commerce ของจีน (Memorandum of Understanding for Cooperation Between the Ministry of Commerce of the Kingdom of Thailand and the State Administration for Industry and Commerce of the People’s Republic of China) เป็นบันทึกความเข้าใจที่เน้นึความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางธุรกิจ การคุ้มครองผู้บริโภค การลงทะเบียนกิจการบริษัท และเครื่องหมายการค้า มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และฝ่ายจีน คือ นายเฉิน เต๋อหมิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน

          5) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านรถไฟ (Memorandum of Understanding Concerning Feasibility Study for Cooperation on railway Development Between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the People’s Republic of China) ที่ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระดับรัฐมนตรี เพื่อเป็นกลไกในการประสานงานสำหรับการขยายผลความร่วมมือด้านรถไฟ โดยเฉพาะ สาย กทม. – เชียงใหม่ มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และฝ่ายจีน คือ นายเซิ่ง กวางจู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรถไฟจีน

          6) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการน้ำ (Memorandum of Understanding Concerning Feasibility Study for Cooperation on railway Development Between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the People’s Republic of China) ที่ทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมระดับรัฐมนตรี เพื่อประสานงานให้เกิดความร่วมมือด้านนี้ต่อไป โดยฝ่ายจีนจะมีการจัดทำรายงานด้านต่างๆ อาทิ ความร่วมมือด้านระบบการจัดการน้ำแบบบูรณาดการ ระบบการบัญชาการเดี่ยว โครงสร้างพื้นฐานของการป้องกันอุทกภัย เป็นต้น

          7) ข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศน์ทางทะเล (Agreement on Establishment of Thailand – China Joint Laboratory for Climate and Marine Ecosystem between Ministry of Natural Resource and Environment, Kingdom of Thailand and State Oceanic Administration, People’s Republic of China) เป็นข้อตกลงย่อยของบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางด้านทะเลระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับทบวงกิจการมหาสมุทรแห่งชาติจีน เพื่อร่วมมือกันในด้านต่างๆ อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างนักเทดนิคและนักวิทยาศาสตร์ การประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างกัน และการค้นคว้าวิจัย มีผู้ลงนามฝ่ายไทย คือ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และฝ่ายจีน คือ นายหลิวชื่อกุ้ย ผู้บริหารทบวงกิจการมหาสมุทร (ระดับ รมช.)

          8) ถ้อยแถลงร่วมระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทยเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน (Joint Statement Between the People’s Republic of China and the Kingdom of Thailand on Establishing a Comprehensive Strategic Cooperative Partnership) เป็นเอกสารผลลัพธ์การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือไทย-จีนที่มีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การศึกษาและวัฒนธรรม รวมถึงความพร้อมในการร่วมมือกันทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีอย่างรอบด้านในอนาคต

          ภายหลังการร่วมเป็นสักขีพยาน นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ  ณ ห้องโถงตะวันตก ชั้น 1 มหาศาลาประชาชน


http://www.komchadluek.net


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 19 เมษายน 2012, 00:33:13
ภาพ ล่าสุดเมื่อ 17 กพ.55

โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4


ขอบคุณภาพ คุณ พัฒนา สิทธิสมบัติ ที่อนุเคราะห์ให้เผยแพร่


(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/404342_357500677616807_100000706329884_1125483_325469420_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/403909_318789781487897_100000706329884_1036592_126124215_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/387509_318789871487888_100000706329884_1036596_1373432340_n.jpg)

มองจากสะพานไปยัง Border Control Area ที่กำลังก่อสร้างอยู่ไกลลิบ ๆ

(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/396525_318789894821219_100000706329884_1036597_2036125179_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/387465_318789928154549_100000706329884_1036598_648740035_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/399713_318789971487878_100000706329884_1036600_213645151_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/384971_318790001487875_100000706329884_1036601_1535984651_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/409439_318790024821206_100000706329884_1036602_730388275_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/377800_318790061487869_100000706329884_1036604_1026129586_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/392197_318790231487852_100000706329884_1036610_875196034_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/387640_318790284821180_100000706329884_1036612_1196232652_n.jpg)(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/545718_393002737399934_1848232069_n.jpg)
(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/156535_393002810733260_245945995_n.jpg)
(https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/563121_393002934066581_100000706329884_1220575_1419649013_n.jpg)
















หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 27 พฤษภาคม 2012, 17:19:47
ความคืบหน้าสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 จังหวัดเชียงราย 22-5-2012

(http://www.thaitripdd.com/forum/index.php?action=dlattach;topic=1513.0;attach=22360;image)

(http://www.thaitripdd.com/forum/index.php?action=dlattach;topic=1513.0;attach=22363;image)

(http://www.thaitripdd.com/forum/index.php?action=dlattach;topic=1513.0;attach=22371;image)

http://www.thaitripdd.com/forum/index.php?topic=1513.0 (http://www.thaitripdd.com/forum/index.php?topic=1513.0)

อ้างอิงจาก WiiCHY


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: @เชียงแสน ที่ วันที่ 27 พฤษภาคม 2012, 19:33:55
....สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 แถว ๆ แม่สายยังไม่เคยไปเลยครับ แห่งที่ 4 นี่สร้างไวจริง ๆ
ปล.ท่านใดมีภาพสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ที่แม่สาย รบกวนขอดูด้วยนะครับ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 11 มิถุนายน 2012, 19:39:44
เจาะยุทธศาสตร์คมนาคมปี 55-59
วันศุกร์ที่ 08 มิถุนายน 2012 เวลา 15:14 น.    กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ   

การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะพิสูจน์ฝีมือการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ว่าสามารถทำได้ตามที่วาดฝันไว้หรือไม่ ล่าสุดได้แต่งตั้งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ หวังผลักดันการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งภายในและภายนอกภูมิภาคให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

+++4 เดือนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
 นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ (ว่าที่)ปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าได้รับมอบหมายจากนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จัดทำแผนพัฒนาระบบโลจิสติกส์และแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งระบบราง ท่าเทียบเรือ มอเตอร์เวย์ ถึงแม้จะมีระยะเวลาการทำหน้าที่อีกเพียง 4 เดือน

       "ต้องเร่งผลักดันโดยยึดถือการปฏิบัติในกรอบแนวคิดตามแผนยุทธศาสตร์ฯของปี 2555-2559 คาดว่าจะสามารถเพิ่มสัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางรถไฟจาก 2% เป็น 5 % และทางน้ำเพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 19% อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าต่อ GDP ลง 2% โดยมีกรอบแนวคิดครอบคลุมระบบโลจิสติกส์การขนส่งให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจากการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ที่กำลังจะเริ่มในปี 2558 นี้"
 +++ลุ้นงบ 1.5 แสนล้านลุย 86 โครงการ
 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีโครงการต่างๆรวมทั้งสิ้น 86 โครงการวงเงินงบประมาณปี 2555-2559 จำนวน 152,038 ล้านบาทแบ่งออกเป็น 3 กลยุทธ์หลัก คือ  1. พัฒนาเครือข่ายโลจิส ติกส์ในประเทศให้เชื่อมโยงอย่างบูรณาการทั้งภายในและสู่ต่างประเทศ  2. สนับสนุนการใช้การขนส่งทางรถไฟและทางน้ำเพื่อลดต้นทุนการขนส่งของประเทศ และ 3. พัฒนาการขนส่งด้านทะเลอันดามันเพื่อนำการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ และรองรับการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศจีน-อาเซียน และอาเซียน-อินเดีย

 นอกจากจะให้ความสำคัญตามแนวเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ 6 คอร์ริดอร์แล้วยังเร่งพัฒนาประตูการค้าชายแดนต่างๆ  คือ 

1.ท่าเทียบเรือเชียงแสนแห่งที่

2  การก่อสร้างถนนจำนวน 9 สายทางวงเงิน 6,831 ล้านบาท ตั้งงบปี 2556 จำนวน 675 ล้านบาท 2.การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) และจีน 10,080 ล้านบาท การสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ - เชียงราย 1,552 ล้านบาท สร้างถนน 5 สาย 7,583 ล้านบาท การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 งบ 770 ล้านบาท และโครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดทางรถไฟสายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ 173 ล้านบาท ตั้งวงเงินปี 2556 จำนวน 718 ล้านบาท

 3. ด่านหนองคาย จังหวัดหนองคาย เชื่อมต่อสปป.ลาว 15,498 ล้านบาท มีทั้งโครงการปรับปรุงทางรถไฟ 2 สาย 14,802 ล้านบาท การสร้างสถานีขนส่งสินค้า(CY) ที่หนองคาย  696 ล้านบาท ตั้งงบปี 2556 จำนวน 4,575 ล้านบาท

  4.ด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เชื่อมต่อกัมพูชา  5,889 ล้านบาทมีทั้งการก่อสร้างถนน 4 ช่องจราจร 3,067 ล้านบาท คือสายทล.356(พนมสารคาม-สระแก้ว) และสายทล.317(จันทบุรี-สระแก้ว) และงานปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัยช่วงชุมทางคลองสิบเก้า-อรัญประเทศ-คลองลึก 2,822 ล้านบาท ตั้งงบปี 2556 จำนวน 1,003 ล้านบาท
           5. ด่านแม่สอด จังหวัดตาก เชื่อมต่อกับเมียนมาร์ 315 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 วงเงิน 15 ล้านบาท และการสร้างสถานีขนส่งสินค้าแม่สอด 300 ล้านบาท ตั้งงบปี 2556 จำนวน 40 ล้านบาท และ 6.ด่านสะเดา จังหวัดสงขลา เชื่อมต่อกับมาเลเซีย  25 ล้านบาท สำหรับการศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ช่วงหาดใหญ่-ด่านสะเดา โดยเป็นงบประมาณปี 2555
+++รุกทางน้ำ-ทางรางควบคู่กัน
 ทั้งนี้จำแนกเป็นการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังในระยะที่ 3 งบ 30,141 ล้านบาท โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งสินค้าทางรถไฟ  3,167 ล้านบาท การก่อสร้างถนน 6 เส้นทางเชื่อมโยงผ่านทางสัตหีบ บ้านบึง พนมสารคาม และชลบุรี  2,322 ล้านบาท โดยส่วนนี้ตั้งวงเงินงบประมาณปี 2556 จำนวน 1,764 ล้านบาท แบ่งเป็นงบการท่าเรือแห่งประเทศไทย 1,266 ล้านบาท และงบประมาณแผ่นดิน 498 ล้านบาท
 ส่วนการขนส่งสินค้าทางลำน้ำที่อยุธยา 379 ล้านบาท ที่อ่างทอง 1,073 ล้านบาท และก่อสร้างเขื่อนยกระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อการเดินเรือ 2 แห่ง 14,394 ล้านบาท ตั้งวงเงินปี 2556 ไปดำเนินการ 415 ล้านบาท การขนส่งทางชายฝั่งครอบคลุมจังหวัดชุมพร ตรัง ตราด สมุทรสาคร แหลมฉบัง และระนอง 11,006 ล้านบาท มีทั้งการก่อสร้างท่าเรือชายฝั่ง 6,136 ล้านบาท และสร้างท่าเทียบเรือ A 2,030 ล้านบาท การก่อสร้างถนนสนับสนุนท่าเรือชายฝั่งที่ตราดและระนอง 4,870 ล้านบาท ตั้งงบปี 2556 ไปดำเนินการ 2,017  ล้านบาท
 ทางด้านประตูการขนส่งฝั่งทะเลอันดามัน-สะพานเศรษฐกิจ(แลนด์บริดจ์)  28,199 ล้านบาท มีทั้งการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราจังหวัดสตูล 12,558 ล้านบาท การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 วงเงิน 6,164 ล้านบาท การก่อสร้างถนนสายทล.416 (อ.ปะเหลียน-อ.ทุ่งหว้า-อ.ละงู) 2,518 ล้านบาท และการก่อสร้างทางรถไฟสายจะนะ-หาดใหญ่-ปากบารา 26,379 ล้านบาท ตั้งงบประมาณปี 2556 วงเงิน 2,445 ล้านบาท
 สำหรับการพัฒนาการขนส่งทางรถไฟวงเงิน 73,450 ล้านบาท มีทั้งการก่อสร้างทางคู่ 6 โครงการ 71,351 ล้านบาท การก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่เส้นทางมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม 42,306 ล้านบาท และการสร้างถนนเชื่อมโยงทางรถไฟ 3 สายทาง 2,098 ล้านบาท โดยตั้งงบปี 2556 ไปดำเนินการ 11,704 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,747 10-13  มิถุนายน พ.ศ. 2555


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: @เชียงแสน ที่ วันที่ 11 มิถุนายน 2012, 20:13:22
 ;D ;D แถว ๆ เชียงแสนจะมีสร้างบ้างไหมครับ  ;D ;D



หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 18 มิถุนายน 2012, 18:19:12
นที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7872 ข่าวสดรายวัน


เกาะเส้นทางสู่เออีซี บัวแก้ว+อาเซียนสัญจร

สกู๊ปพิเศษ
จันท์เกษม รุณภัย



การให้ความรู้และความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 (เออีซี) เป็นภารกิจสำคัญยิ่งของกระทรวงการต่างประเทศ



นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศจึงต้องเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นพิเศษ



เมื่อวันที่ 6-7 มิ.ย. จึงเดินทางไปยัง อ.เชียงของ จ.เชียงใหม่ ภายใต้ทัวร์ 'บัวแก้วสัญจร' ควบคู่ไปกับ 'อาเซียนสัญจร' ของกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ที่โรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท



คณะบัวแก้วสัญจรเดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ 'หน่วยจัดทำหนังสือเดิน ทางเคลื่อนที่' ของกรมการกงสุล ณ ที่ว่าการอำเภอเชียงของ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต่างง่วนอยู่กับการให้บริการประชาชนผู้ต้องการทำหนังสือเดิน ทาง หรือพาสปอร์ต ที่มานั่งรอต่อคิวกันยาวเหยียดเป็นจำนวนมาก



รมว.ต่างประเทศยังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเวทีสัมมนาชุมชน 'การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ' เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ว่าควรใช้ชีวิตอย่างไรในต่างแดน และขั้นตอนปฏิบัติโดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาในต่างประเทศ เช่น ถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือละเมิดสิทธิโดยนายจ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาคนไทยนิยมเดินทางไปทำงานในต่างประเทศมากขึ้นราว 1-2 ล้านคน โดยเฉพาะภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง



ขณะเดียวกันยังลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ซึ่งจะใช้เป็นหนึ่งในเส้นทางสัญจรหลักในประชาคมอาเซียนตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ระหว่างห้วยทรายไปเชียงของ เชื่อมต่อเชียงราย-คุนหมิงของจีน บนเส้นทาง 'อาร์ 3' รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,026 กิโลเมตร



ตัวสะพานกว้าง 14.70 เมตร 2 ช่องจราจร ตั้งแต่ฝั่งราชอาณาจักรไทย ทอดตัวยาวข้ามลำน้ำโขง 630 เมตร จรดผืนแผ่นดินสปป.ลาว ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,500 ล้านบาท โดยประเทศไทยและจีนรับภาระค่าใช้จ่ายร่วมกันในอัตราส่วนร้อยละ 50 เริ่มก่อสร้าง 11 มิ.ย.53 และมีกำหนดเสร็จสิ้น 10 ธ.ค.ปีนี้





อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าของโครงการนั้นล่าช้ากว่ากำหนด โดยจากเดิมกำหนดไว้ที่ราวร้อยละ 60 แต่ปัจจุบันคืบหน้าร้อยละ 40 ซึ่งปัญหามาจากการจ่ายเงินล่าช้าให้แก่บริษัทรับเหมาก่อสร้างของจีน ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับทาง การจีนและหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไขโดยด่วน เพราะต้องเร่งก่อสร้างให้เสร็จทันกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้กับทางการลาว คือวันที่ 12 ธ.ค.ปีนี้ ตรงกับฤกษ์ 12/12/2012 ต่อเนื่องจากการเปิดสะพานมิตร ภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน เมื่อ 11 พ.ย.2554 (11/11/2011)



นอกจากนี้ คณะบัวแก้วสัญจรเดินทางไปติดตามโครงการยุวทูตความดีและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่โรงเรียนอนุบาลเชียงของ ซึ่งเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงม.3 ภายใต้คำขวัญ 'องค์กรแห่งการเรียนรู้มุ่งสู่มาตรฐานสากล เปี่ยมล้นคุณธรรม ก้าวนำเทคโนโลยี'



ทางโรงเรียนจัดให้มีการแสดงเกี่ยวกับอาเซียน และเด็กนักเรียนขึ้นกล่าวต้อนรับคณะของรมว.ต่างประเทศ 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน และลาว ซึ่งนักเรียนแต่ละคนกล่าวได้ฉะฉานชัดเจน สร้างความประทับใจให้กับนายสุรพงษ์และคณะเป็นอย่างมาก



นายอัครเดช ยมภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่า ครูอาจารย์และนักเรียนมีความตื่นตัว เรื่องการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเป็นอย่างมาก และจัดสอนภาษาต่างประเทศด้วยเจ้าของภาษา



ด.ญ.อภิญญา ไชยอลังการ หรือน้องแยม นักเรียนชั้นม.2 ผู้กล่าวต้อนรับนายสุรพงษ์เป็นภาษาอังกฤษ เผยถึงเคล็ดลับการเรียนภาษาต่างประเทศว่า ฝึกฝนต่อเนื่อง และนำมาใช้ในชีวิตทุกวัน ประกอบกับการเรียนกับเจ้าของภาษาซึ่งเป็นชาวฟิลิปปินส์ ทำให้ออกเสียงได้อย่างมั่นใจ



'ตอนนี้กำลังหัดภาษาจีนอยู่ หนูคิดว่าสิ่งสำคัญในการปรับตัวเมื่อไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนคือ ภาษาต่างประเทศค่ะ' ด.ญ. อภิญญากล่าวทิ้งท้าย



...สอดคล้องกับสิ่งที่หลายคน 'คิด' แต่ที่สำคัญคือต้องลงมือ 'ทำ'

หน้า 7


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: แมงคอลั่น ที่ วันที่ 18 มิถุนายน 2012, 20:20:27
ท่าเชียงแสน แป๋งแล้ว เฮือใหญ่เข้าบ่ได้ จีนปล่อยน้ำมาน้อยเดียว การขนส่งทางบกจากจีนผ่านลาว มาไทย R3A สะดวกกว่า
แหมหน้อย เชียงของจะบูม แม่สาย และเชียงแสนจะแผ่ว แม่สายจะเหลือแต่การท่องเที่ยว


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: backkapo ที่ วันที่ 20 มิถุนายน 2012, 23:17:41
สวยมากๆสวจริงๆ!!
--------------------

royal1688 (http://gamble1688.com/royal1688.html)   ,  holiday palace (http://gamble1688.com/holiday-palace.html)    ,   genting (http://gamble1688.com/gentingclub.html)   


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: crwmkt ที่ วันที่ 21 มิถุนายน 2012, 19:09:09
คืบหน้าไปมากๆ เลยครับ แต่ราคาที่ดินก็แพงมาก บางที่ถูกเวณคืนแล้วยังเอามาขายกันเลย ถ้าไม่เช็คกับกรมที่ดินหละก็เสร็จแน่ๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: @เชียงแสน ที่ วันที่ 21 มิถุนายน 2012, 19:24:31
...ขอบคุณข้อมูลจากคุณ ap.41 ครับ กลับบ้านสงสัยตั้งนานว่าถนนเส้นดังกล่าวจะตัดไปไหน...


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: krukai ที่ วันที่ 30 มิถุนายน 2012, 21:32:50
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆครับ


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 03 กรกฎาคม 2012, 12:29:53
เชียงราย - การค้าไทย-เพื่อนบ้านผ่านชายแดนเชียงรายขยายตัวไม่หยุด ล่าสุดตั้งแต่มกราคม-พฤษภาคม 55 โตร่วม 20% แต่กลับพบ สป.จีนตั้งเงื่อนไขแปลก ปรับค่าขนคอนเทนเนอร์มังคุด-ทุเรียนไทยผ่านถนน R3a เข้าจีนตามข้อตกลง FTA ขึ้นอีกหลายเท่าตัวหน้าตาเฉย จนพ่อค้าไทยหลายรายต้องหันไปขนผ่าน R9 แทน

(http://pics.manager.co.th/Images/555000008498905.JPEG)

(http://pics.manager.co.th/Images/555000008498901.JPEG)
       
       สำนักงานพาณิชย์ จ.เชียงรายระบุว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. 55 การค้าชายแดนด้าน จ.เชียงรายผ่านทางด่านพรมแดน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ มีมูลค่ารวมทั้งหมด 13,839.15 ล้านบาท แยกเป็นการนำเข้า 12,690.25 ล้านบาท ส่งออก 1,148.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19.73% ส่วนใหญ่เป็นการค้ากับพม่า และ สปป.ลาว โดยนำเข้าจากพม่ามูลค่า 5,559.02 ล้านบาท ส่งออก 80.93 ล้านบาท นำเข้าจาก สปป.ลาว มูลค่า 5,617.98 ล้านบาท ส่งออก 333.02 ล้านบาท และส่งออกไปยังประเทศจีน 1,513.27 ล้านบาท นำเข้า 734.95 ล้านบาท
       
       สินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน เสื้อผ้า ไม้แปรรูป สินแร่ สินค้ากสิกรรม ฯลฯ ส่วนสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง วัสดุก่อสร้าง ฯลฯ
       
       นายสงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย กล่าวว่า ตอนนี้การค้าชายแดนผ่านทางด้าน จ.เชียงรายสะดวกมากขึ้นเพราะมีเส้นทางคมนาคมให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะถนน R3a ไทย-สปป.ลาว-จีน ระยะทางประมาณ 245 กิโลเมตร ทำให้ที่ผ่านมาเมื่อมีปัญหาการเดินเรือแม่น้ำโขงไทย-จีน ก็มีการใช้เส้นทางนี้อย่างคึกคัก แต่ล่าสุดก็มีปัญหาเช่นกัน คือ ทางการจีนเพิ่มค่าธรรมเนียมตู้คอนเทนเนอร์สินค้าประเภทผลไม้ที่ส่งไปจากประเทศไทย ทั้งมังคุด ทุเรียน ลำไย ฯลฯ ที่มีภาษี 0% ตามข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไทย-จีน ส่วนสินค้าจีนเป็นประเภทองุ่น ดอกไม้ ฯลฯ
       
       แหล่งข่าวจากชายแดนระบุว่า สินค้าที่จะเข้าออกจีนจะต้องผ่านด่านบ่อเต็น-บ่อหาน มณฑลหยุนหนัน ชายแดน สปป.ลาว-จีนตอนใต้ บนถนน R3a นั้น จีนได้ปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มเป็นกว่า 100,000 บาท จากเดิมเก็บตู้ละ 20,000-30,000 บาท โดยเน้นไปที่ตู้บรรทุกมังคุดและทุเรียนเป็นหลัก แต่สินค้าอื่นๆ เช่น ลำไย กล้วย ฯลฯ ยังคงส่งออกได้ในราคาปกติ ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการอาจจะโยกย้ายเส้นทางส่งสินค้าผ่านทาง R9 ไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม และนำเข้าจีนทางมณฑลกวางสีที่ยังคงใช้อัตราค่าธรรมเนียมเท่าเดิมอยู่ ซึ่งกระจายสินค้าเข้าไปยังตลาดจีนได้เช่นกัน รวมทั้งส่งไปยังมณฑลหยุนหนันได้อีกด้วย
       
       อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมแล้วถือว่าการนำเข้าและส่งออกบนถนน R3a ยังคงคึกคัก แม้จะเกิดอุปสรรคบ้าง แต่บรรดาผู้ประกอบการขนส่งสินค้าบนถนนสายนี้เกือบทุกราย ต่างมีการเพิ่มรถและตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมๆ กับการส่งออก-นำเข้าสินค้าประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะประเภทวัตถุดิบเพื่อผลิตแคลเซียมในยาสีฟัน ซึ่งกำลังเป็นตลาดใหม่ที่มีการนำเข้าอย่างคึกคัก
       
       นอกจากนี้ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อม อ.เชียงของ-เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว-ถนน R3a ซึ่งสร้างมาได้นานประมาณ 1 ปีแล้ว โดยกำหนดการจะแล้วเสร็จปี 2556 ก็พบว่าคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยจากเดิมที่คาดว่าจะล่าช้าก็มีข่าววงในว่าเอกชนจะก่อสร้างเฉพาะตัวสะพานเพื่อเปิดใช้งานได้ในวันที่ 12 ธ.ค. 55 หรือตรงกับเลขวันที่ 12 เดือน 12 ปี 2012 แต่กรณีอาคารด่านพรมแดนทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว และถนนรองรับอาจจะเสร็จช้ากว่าตัวสะพาน
       
       ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม (สนข.) ก็กำลังหาสถานที่เพื่อก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าเนื้อที่ 280 ไร่รองรับตัวสะพาน และบริษัทที่ปรึกษาของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งศึกษาเส้นทางรถไฟสายเด่นชัย จ.แพร่-เชียงราย-เชียงของ ก็ได้เข้าไปดูพื้นที่อย่างละเอียด โดยมีการกำหนดสถานที่ที่เส้นทางจะผ่านตามจุดต่างๆ เอาไว้เรียบร้อย หลังจากมีการรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างฯ ไปแล้วในเดือนมิถุนายน 55 ที่โรงแรมริมกกรีสอร์ตเชียงราย และ 27 มิ.ย. 55 ก็เปิดเวทีรับฟังความเห็นครั้งสุดท้ายที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว
       
       โดยจะเป็นรถไฟรางคู่กว้าง 1 เมตรไปกลับ ไม่ต้องสลับราง ขณะที่เส้นทางยังคงเป็นเหมือนเดิมจาก อ.เด่นชัย จ.แพร่ ตรงไปยังสถานีที่ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เวียงเชียงรุ้ง เลี้ยวขวาไป อ.เชียงของ และมีจุดเชื่อมที่สามารถต่อไปยังท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน ได้อีกด้วย
       
       แต่โครงการนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล เพราะคาดการณ์กันว่าต้องใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาท

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=955000008069


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: natwat ที่ วันที่ 03 กรกฎาคม 2012, 20:38:24
ถึงวันนี้   คนเชียงราย  ท่านไหนยังไม่มี พาสปอร์ตบ้าง  ต้องรีบทำด่วน  ปลายปีนี้อาจได้เดินทางไปเที่ยวลาว - จีน ผ่านสะพานนี้ก็ได้ 


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 14 กรกฎาคม 2012, 20:32:32
'R3'ถนนเจาะตลาดจีน

วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7898 ข่าวสดรายวัน


ในขณะที่ตัวเลขส่งออกไทยแสดงถึงการพึ่งพาตลาดจีนเพิ่มขึ้นทุกปี แต่การบุกตลาดจีนสำหรับเอสเอ็มอีไทยนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งที่การส่งออกไปจีนฟื้นตัวอย่างรวดเร็วท่ามกลางสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักของไทย



รวมถึงการวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระยะยาวในภูมิภาคต่างๆ ของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายพัฒนาเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน เป็น'หัวสะพาน'เชื่อมการค้า-คมนาคม ระหว่างจีนตอนใต้ กับเอเชียใต้ (อินเดีย) และอาเซียน (ไทย เวียดนาม ลาว พม่า) โดยเปิดใช้สนามบินนานาชาติฉางสุ่ยในนครคุนหมิงที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศด้วยงบลงทุนกว่า 1.1 แสนล้านบาท รองรับผู้โดยสารกว่า 68 ล้านคนต่อปี



พร้อมแผนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 3 เส้นทางเชื่อมต่อเมืองคุนหมิงกับไทย พม่า และเวียดนาม และโครงข่ายถนนเชื่อมต่อจีนตอนใต้กับอาเซียน (ถนนสาย R3) เข้าสู่ประเทศไทยที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญสำหรับเอสเอ็มอีไทยจะสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์



สำหรับเอสเอ็มอีในภาคเหนือ แม้ว่าปัจจุบันมูลค่าส่งออกจากไทยไปจีนตอนใต้เพียง 3,700 ล้านบาท แต่หากสามารถใช้ประโยชน์จากถนนสาย R3 เชื่อมโยงการค้า ก็จะเพิ่มมูลค่า ส่งออกได้อีกมหาศาล เพราะจีนตอนใต้มีประชากรถึง 92.8 ล้านคน โดยเฉพาะสินค้าที่เอสเอ็มอีไทยได้เปรียบในการผลิตและ ขายดีในตลาดจีน เช่น ผลิตภัณฑ์จากไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารแปรรูป



นอกจากนี้ ถนนสาย R3 ยังช่วยลดต้นทุนการส่งออก โดยเฉพาะค่าขนส่ง เนื่องจากย่นระยะทางการส่งสินค้าสู่ตลาดจีนตอนใต้ จากเดิมต้องส่งผ่านเมืองท่าฝั่งตะวันออกของจีนก่อนแล้วจึงส่งต่อไปตลาดจีนตอนใต้ ในทางกลับกันการนำเข้าวัตถุดิบหรือ สินค้าสำเร็จรูปจากจีนยังนำเข้าได้ง่ายเร็ว ทำให้ต้นทุนของธุรกิจต่ำลงเพิ่มกำไรและความสามารถในการแข่งขันอีกด้วย



ส่วนเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าส่งออกไปจีนสูง คืออุตสาหกรรมอุปกรณ์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ (เอสเอ็มอีภาคกลาง) ผลิตภัณฑ์เคมีและผลิตภัณฑ์พลาสติก (เอสเอ็มอีภาคตะวันออก) มีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมูลค่าส่งออกเดือนพ.ค.ปีนี้ เพิ่มขึ้น 22.2%



ขณะที่ภาคการเกษตร เช่น ผลิตภัณฑ์ยางพารา (เอสเอ็มอีภาคใต้) ผลิตภัณฑ์แป้งและมันสำปะหลัง (เอสเอ็มอีภาคเหนือและอีสาน) ก็มีมูลค่าส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในเดือนพ.ค.ปีนี้เพิ่มขึ้น 10.1%



ดังนั้น หากเรามีการวางกลยุทธ์ในการใช้ถนนสาย R3 รุกตลาดจีนตอนใต้ที่ชัดเจนแล้วเอสเอ็มอีไทยจะได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากถนนสายนี้ ในฐานะของ'สะพานลำเลียงสินค้า'อย่างแท้จริง

หน้า 9


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: ใบตองแห้ง ที่ วันที่ 15 กรกฎาคม 2012, 21:15:31
นอกจากมี ตลก ที่กรุงเทพแล้ว ขณะนี้ที่เชียงรายก็ตลก เหมือนกัน คือคนในท้องที่ส่วนใหญ่ยังสรุปไม่ได้เลยว่าถนนที่จะตัดใหม่ มีเส้นไหนบ้าง ผ่านใหนบ้าง แกว่งไปแกว่งมา งง


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 16 ตุลาคม 2012, 17:02:40
คมนาคมตามจี้สะพานข้ามโขงเชื่อม2แผ่นดิน


ข่าวภูมิภาค 16 October 2555 - 00:00

  พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงราย ตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมระหว่าง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลลาว และรัฐบาลจีน ด้วยงบประมาณ 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมทางบกของทั้ง 3 ประเทศเข้าด้วยกันตามแนวเส้นทางถนนอาร์ 3A โดยรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนเป็นผู้ออกค่าดำเนินการฝ่ายละ 22 ล้านดอลลาร์ พบว่าการก่อสร้างคืบหน้า 60%
    จากนั้นได้ไปติดตามความก้าวหน้าในการให้บริการของท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่สร้างขึ้นเพื่อลดความแออัดของท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 1 เป็นการอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าจากประเทศไทยไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านทั้งจีน พม่า และลาว ผ่านทางลำน้ำโขงด้วยต้นทุนที่ต่ำ โดยได้รับอนุมัติงบประมาณ 1,500 ล้านบาทในปี 2552 เปิดให้ทดลองใช้มาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
    พล.ต.อ.ชัจจ์กล่าวว่า กระทรวงมีกำหนดการจะประกอบพิธีอย่างเป็นทางการในโครงการทั้ง 2 แห่งนี้ ในวันที่ 12 ธ.ค. โดยจะเชิญนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานประกอบพิธีเชื่อมสะพาน 2 แผ่นดิน และเปิดการใช้ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนแห่งที่ 2 ด้วย เพื่อเป็นการแสดงถึงความพร้อมของเครือข่ายคมนาคมของประเทศไทยที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2015 นี้ด้วย.

http://www.thaipost.net/x-cite/161012/63778


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: 60RADIO ที่ วันที่ 16 ตุลาคม 2012, 18:22:10
เมื่อไรจะได้ใช้


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a /ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 16 ตุลาคม 2012, 20:22:24
วันที่ 15/10/12


(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/306616_479124518785874_1312258315_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/190208_479126038785722_593550241_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/424770_479126365452356_303330_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-b-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/524948_479136498784676_275692250_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-g-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/554031_479130232118636_270575656_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/545266_479130752118584_518042381_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/485674_479131952118464_1177703722_n.jpg)


ที่มา :  คุณ Sarisa


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: WEBMASTER ที่ วันที่ 17 ตุลาคม 2012, 14:09:19
ภาพนี้ถ่ายจากฝั่งลาว เมื่อ 13/10/2555


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: My_Boss ที่ วันที่ 17 ตุลาคม 2012, 20:08:12
สวัสดีครับคุณ เชียงรายพันธ์แท้ คิดว่าตั้งแต่เปลี่ยนหน้าตาเวบนี่ คนเก่าๆกระจัดกระจายไปหมดเลยนะครับ เอ หรือว่าผมไม่ค่อยได้เข้ามานะ
คิดถึงทุกๆคนครับ
ไปไหนแล้วล่ะ ลิงซน บีเอ็ม ลมหลวง อากิระ แม่ญิงคนเมือง กกสัก ฯลฯ คิดถึงนะครับ....
ของน้อง กอ-ย่า นี่เห็นบ่อยครับ สดใสร่าเริงเหมือนเดิม

ท่านลิงซน อากิระ ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนชื่ออื่นหรือเปล่า ท่านลมหลวงมาบ่อยครับ ท่านกกสักไม่เห็นเลย อาจจะเปลี่ยนชื่อก็ได้ครับ ท่าน บีเอ็มก็มาบ่อยเพิ่งเจอตัวจริงๆวันนี้หล่อเหมือนกันนะครับ ;D ;D

เพิ่งเห็นขอขุดมาตอบหน่อย 
ลิงซนเปลี่ยน เป็น myboss แล้วเน้อครับ
อ่านดูแล้วยังคิดถึงสมัยก่อนนู้นผู้คนยังไม่เยอะ ยังเป็นสังคมเล็กๆ
ตอนนี้สังคมเยอะขึ้น ผู้คนมากมาย โลกย่อมหมุนไปตามกาลเวลา
ขอบคุณที่ยังจำกันได้ครับ 

ฝากทิ้งท้าย ท่านเสี่ยวเอ้อ นี่เปลี่ยนเป็นชื่อ อะไรแล้วครับ


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Temujin ที่ วันที่ 17 ตุลาคม 2012, 20:17:48

เพิ่งเห็นขอขุดมาตอบหน่อย 
ลิงซนเปลี่ยน เป็น myboss แล้วเน้อครับ
อ่านดูแล้วยังคิดถึงสมัยก่อนนู้นผู้คนยังไม่เยอะ ยังเป็นสังคมเล็กๆ
ตอนนี้สังคมเยอะขึ้น ผู้คนมากมาย โลกย่อมหมุนไปตามกาลเวลา
ขอบคุณที่ยังจำกันได้ครับ 

ฝากทิ้งท้าย ท่านเสี่ยวเอ้อ นี่เปลี่ยนเป็นชื่อ อะไรแล้วครับ

"เด็กชายมังคุด ฆ่าตุ๊ดด้วยมือเปล่า"  ถ้าจำไม่ผิด "ท่านเสี่ยวเอ้อ" เปลี่ยนมาเป็นยูสเซอร์นี้ ครับ..

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย.


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: My_Boss ที่ วันที่ 17 ตุลาคม 2012, 20:54:54

เพิ่งเห็นขอขุดมาตอบหน่อย 
ลิงซนเปลี่ยน เป็น myboss แล้วเน้อครับ
อ่านดูแล้วยังคิดถึงสมัยก่อนนู้นผู้คนยังไม่เยอะ ยังเป็นสังคมเล็กๆ
ตอนนี้สังคมเยอะขึ้น ผู้คนมากมาย โลกย่อมหมุนไปตามกาลเวลา
ขอบคุณที่ยังจำกันได้ครับ 

ฝากทิ้งท้าย ท่านเสี่ยวเอ้อ นี่เปลี่ยนเป็นชื่อ อะไรแล้วครับ

"เด็กชายมังคุด ฆ่าตุ๊ดด้วยมือเปล่า"  ถ้าจำไม่ผิด "ท่านเสี่ยวเอ้อ" เปลี่ยนมาเป็นยูสเซอร์นี้ ครับ..

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย.


ชื่อได้ใจจริงๆ


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: laloso ที่ วันที่ 18 ตุลาคม 2012, 01:21:31
สุดยอดแห่งการก่อสร้าง แต้ๆเลยครับ
เห็นฮูปแล้วตื่นเต้น เนาะครับ  :o :o :o


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: Liberal ที่ วันที่ 20 ตุลาคม 2012, 16:38:17
เห็นข่าวว่าจะเสร็จปลายปีหน้า มันจะช้าไปมั้ยเนี่ย


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: {W,e,s,t,l,i,f,e} ที่ วันที่ 20 ตุลาคม 2012, 17:08:12
ความเจริญมาพร้อมๆกับความป่าเถื่อน อาชญากรรม ตรงนี้รับไม่ค่อยได้เท่าไหร่


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 31 ตุลาคม 2012, 18:51:36
R3A ความหวังของเชียงราย
วันพุธที่ 31 ตุลาคม 2555 เวลา 00:00 น.

ถนน R3A เชื่อมลาว จีน เหลือรอสะพานข้ามแม่น้ำโขง แต่ทุนต่างถิ่นแห่เข้าเชียงรายคึกคัก เรียกร้องรัฐเร่งเพิ่มถนนรับทางหลวงข้ามประเทศ

นายเกรียงไกร วีระฤทธิพันธ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ทางหลวงสายใหม่ อาร์ 3 เอ (R3A) เชื่อม 3 ประเทศ คือ ไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และสาธารณรัฐประชาชนจีน เริ่มต้นจากเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ผ่านแขวงหลวงน้ำทา ถึงเมืองจิ่งหง หรือเชียงรุ้ง หรือสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนาน ของจีน ก่อสร้างเสร็จ ใช้เดินทางไปตลอด เหลือเพียงสะพานข้ามแม่น้ำโขง จาก อ.เชียงของ ไปสู่ประเทศลาว ซึ่งจะใช้เวลาอีก 1 ปีจึงเสร็จ แต่ในระหว่างนี้ การขนส่งสินค้าข้ามประเทศไม่ได้รอให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ยังใช้โป๊ะแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขงไปมาอยู่ อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ทำให้การเดินทางสู่จีนเร็วขึ้น ใช้เวลาเพียง 6 ชม. จากที่เคยใช้เวลาถึง 2 วัน

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ในด้านการลงทุนประกอบการ เพื่อรองรับกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะมาถึงในปี 2558 เริ่มมีทุนจากต่างถิ่นเข้าไปในจังหวัดมากขึ้น เกิดการเปลี่ยน แปลงอย่างมากในรอบสิบปีที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าที่รู้จัก กันดี เช่น ห้างบิ๊กซี ห้างโลตัส ขนาดกลาง ห้างเซ็นทรัล เปิดกิจการแล้ว ธุรกิจโรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ล้านนา โรงพยาบาลแมคคอมิก กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็มีหลายราย เช่น โนเบิลเฮาส์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ มีผู้ผลิตไก่สดเพื่อการส่งออกตั้งโรงงานแล้ว

“สิ่งที่ผู้ประกอบการพยายามเรียกร้องกับหน่วยงานรัฐ คือการเร่งพัฒนาระบบการคมนาคมและขนส่งให้ดีขึ้น โดยขณะนี้ ทางหลวงระหว่างประเทศเสร็จแล้วเป็นส่วนใหญ่ เหลือเพียงสะพานข้ามแม่น้ำโขง หากเสร็จจะมีรถยนต์ผ่านมากขึ้น แต่เส้นทางเชื่อมระหว่างตัวเมืองเชียงรายไปสู่อำเภอแม่สาย ระยะทาง 60 กม.ยังเป็นถนนหลักสายเดิม ผิวถนนมีจำกัดทำให้การจราจรติดขัด ขณะที่ถนนระหว่างอำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ ขยายเป็น 4 ช่องจราจรแล้ว แต่ไม่มีระบบถนนวงแหวน ถนนทุกสายต้องผ่านใจกลางเมือง จึงมีปัญหาอย่างมาก นอกจากนี้ควรเร่งรัดให้เกิดทางรถไฟจากสถานีเด่นชัย จ.แพร่ ให้ถึงเชียงรายได้แล้ว” นายเกรียงไกรกล่าว.

http://www.dailynews.co.th/businesss/163767


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2012, 22:37:31
ท่าเรือน้ำโขงมูลค่า 1.5 พันล้านแทบร้าง-เอกชนเมิน ยอมจ่ายค่าปรับแลกเทียบท่าเอกชนแทน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   19 พฤศจิกายน 2555

เชียงราย - ท่าเรือเชียงแสน 2 มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านป่วน เอกชนเมินล่องเรือสินค้าเข้าเทียบท่าหลังเจอปัญหาน้ำโขงแห้ง-ต้นทุนเพิ่ม-ถนนเชื่อมต่อไม่รองรับ แถมไร้สิ่งอำนวยความสะดวกลูกเรือ ฯลฯ จนยอมจ่ายค่าปรับลำละ 3 พันแลกเข้าเทียบท่าเอกชนกันเป็นแถว ล่าสุด กมธ.จีเอ็มเอสยกคณะเข้าตรวจสอบ
       
       วันนี้ (19 พ.ย.) นายสมคิด บาลไธสง ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการชายแดน (อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง : GMS) สภาผู้แทนราษฎร ได้นำคณะเดินทางไปตรวจสอบการดำเนินการของท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 บนเนื้อที่ประมาณ 387 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา ติดชายแดนไทย-สปป.ลาว ที่กระทรวงคมนาคมใช้งบประมาณ 1,546.4 ล้านบาท ก่อสร้างและเปิดใช้งานได้ทันตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 55 ที่ผ่านมา โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกิจการท่าเรือเข้าร่วม
       
       ดร.กิตติรัตน์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ในฐานะเลขานุการคณะฯ ได้แจ้งสาเหตุการตรวจสอบว่าเกิดจากการได้รับแจ้งว่าท่าเรือประสบปัญหาเรือสินค้าไม่ยอมเข้าใช้บริการ และยังจะมีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรเชียงแสนแห่งที่ 2 ขึ้นที่สามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน เพิ่มอีกแห่งหนึ่งด้วย รวมทั้งต้องการทราบการดำเนินการของชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน อ.เชียงของด้วย
       
       นายวีระ จินนิกร ผู้จัดการท่าเรือเชียงแสน กล่าวว่า ท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 สร้างขึ้นเพื่อรองรับสินค้าชายแดนที่เพิ่มมากขึ้นได้ถึง 6 ล้านตันต่อปี รองรับเรือสินค้าขนาด 500 ตันได้ครั้งละ 10 ลำ ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จแล้ว และมีหน่วยงานเข้าไปประจำทั้ง 9 หน่วย และจะเพิ่มเป็น 10 หน่วยคือสรรพสามิต เพื่อรองรับสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิงในเร็วๆ นี้
       
       สภาพปัจจุบันยังมีเรือสินค้าไปใช้บริการ โดยเฉพาะไก่แช่แข็งที่ส่งออกวันละกว่า 20-30 ตู้คอนเทนเนอร์ สำหรับกรณีที่ระบุว่าเรือสินค้าไม่ไปใช้บริการที่ท่าเรือทั้งหมดนั้นพบว่าเกิดจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงในปัจจุบันลึกประมาณ 2.50 เมตร เรือสินค้าจีนกินน้ำลึกตั้งแต่ 1.80 เมตร และในฤดูแล้งนี้คาดว่าระดับน้ำก็คงจะลดลงอีกตามปกติทุกปี โดยคาดว่าสภาพน้ำโขงลึกพอแล่นเรือได้ต่อไปอีกราว 2 เดือนก่อนจะแห้งกว่านี้
       
       ดังนั้น จึงทำให้เรือไปใช้บริการเทียบท่าเรือห้าเชียง ซึ่งเป็นของเอกชนที่บ้านสบรวก สามเหลี่ยมทองคำแทน รวมทั้งมีอุปสรรคถนน 4 ช่องจราจร ระยะทาง 14.550 กิโลเมตรที่จะเชื่อมท่าเรือ-อ.เมืองเชียงราย มูลค่า 809.580 ล้านบาท ยังไม่แล้วเสร็จ ที่มีกำหนดก่อสร้างตั้งแต่ 22 ก.ย. 2554-9 มี.ค. 2557 ด้วย แต่ถ้าเสร็จจะย่นระยะทางได้กว่า 30 กิโลเมตร ทำให้ปัจจุบันท่าเรือต้องกำหนดมาตรการจูงใจด้วยการพยายามหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้เรือสินค้ามากขึ้น และลดราคา 50% เป็นเวลา 3 เดือนด้วย
       
       ด้านนางเกศสุดา สังขกร รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย ฝ่ายการค้าชายแดน อ.เชียงแสน กล่าวว่า สาเหตุที่ผู้ประกอบการค้าไม่ไปใช้บริการท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 มากและหันไปใช้ท่าเรือเอกชนที่สามเหลี่ยมทองคำเพราะต้นทุนสูงกว่า โดยต้องเดินทางไกลจากท่าเรือแห่งที่ 1 ในปัจจุบันถึง 6 กิโลเมตร เสียค่าใช้จ่ายเที่ยวละนับหมื่นบาท
       
       ทั้งนี้ เมื่อตอนเปิดใช้ท่าเรือเชียงแสน 2 ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 55 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการถูกบีบให้ไปใช้บริการ แต่ปรากฏว่าสะพานข้ามลำน้ำคำที่เชื่อมไปยังท่าเรือพังเสียหาย ต้องหันไปใช้เส้นทางอ้อมก็ผ่านถนนในหมู่บ้านทำให้ถนนพังเสียหาย เมื่อจะกลับไปใช้ท่าเรือแห่งเดิมก็ถูกปิดการใช้งานเสียแล้ว จึงจำเป็นต้องไปใช้บริการจอดนอกท่าเรือ โดยเสียค่าปรับเรือลำละ 3,000 บาท ซึ่งก็เดือดร้อนหนักเพราะถ้าเป็นเรือสินค้าจีนขนาดใหญ่ก็คงคุ้มค่า แต่ถ้าเป็นเรือ สปป.ลาวที่ใช้ขนไก่แช่แข็งกันเป็นจำนวนมากคงไม่คุ้มค่า เพราะระวางบรรทุกมีน้อย นอกจากนี้ ท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 ไม่มีสถานที่รองรับลูกเรือ เช่น สินค้า อาหาร ที่พักผ่อน ฯลฯ
       
       นางเกศสุดากล่าวอีกว่า ปัญหาสำคัญอีกประการคือ ร่องน้ำในแม่น้ำโขงบางจุดตื้นเขิน และไม่ชัดเจนเป็นไปตามทรายที่ถูกน้ำพัดพา ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 55 ที่ผ่านมามีเรือสินค้าเกยตื้นร่องน้ำที่ป่าแลว ชายแดนพม่า-สปป.ลาว ถึง 5 ลำ ขณะที่เส้นทางจากท่าเรือ 1 ถึงท่าเรือ 2 ก็มีความตื้นเขินในบางจุดเช่นกัน จึงเสนอให้มีการร่วมมือกับจีนที่ดูแลเขื่อนด้านบนให้เปิด-ปิดน้ำให้เหมาะสม และขุดลอกให้เดินเรือได้สะดวก รวมทั้งปรับปรุงถนนเชื่อมท่าเรือให้รองรับรถบรรทุกได้ 50 ตันมากกว่าสภาพในปัจจุบันที่รองรับได้เพียง 15 ตัน
       
       ขณะที่นายพัชระ สินสวัสดิ์ รองเลขานุการคณะฯ ซึ่งเป็นอดีตนายด่านศุลกากรเชียงแสน กล่าวว่า ท่าเรือแห่งที่ 2 เกิดจากมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นควรขยายจากท่าเรือแห่งที่ 1 ซึ่งแออัดอยู่กลางตัวเมืองเชียงแสน ดังนั้นจึงไปสร้างแห่งที่ 2 แต่ปรากฏว่าช่วงที่ผลักดันให้เรือสินค้าไปใช้บริการและปิดท่าเรือแห่งที่ 1 เพื่อพัฒนาเป็นท่าเรือท่องเที่ยวกลับมีเอกชนเปิดท่าเรือเพิ่มมากขึ้นถึง 6-7 แห่ง ซึ่งตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเมื่อมีปัญหาแห่งที่ 2 ก็หันมาใช้ท่าเรือแห่งที่ 1 แทนชั่วคราวก่อนได้ เมื่อระดับน้ำดีในฤดูน้ำหลากก็ค่อยให้ไปใช้ท่าเรือแห่งที่ 2 เป็นหลักตามเดิม
       
       ขณะเดียวกัน ตนไม่เห็นด้วยที่จะให้ไปเปิดจุดผ่านแดนถาวรที่สามเหลี่ยมทองคำ แต่ควรจะเปิดท่าเรือแห่งที่ 1 แทน เพราะมีอาคารสำนักงานและท่าเรือโป๊ะถึง 2 โป๊ะ สามารถรองรับทั้งสินค้าและคนได้
       
       ส่วนสาเหตุที่ระบุว่ามีด่านถาวรของ สปป.ลาวไปตั้งอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำนั้น ตนเห็นว่าเราไม่ควรจะไปตามเขามากเกินไป เราควรเอาความเหมาะสมของประเทศไทยหากว่าฝั่ง สปป.ลาวเห็นความจำเป็นก็สามารถย้ายมาสร้างบริเวณตรงกันข้ามท่าเรือแห่งที่ 1 เพื่อรองรับการเข้าออกแดนได้ต่อไป
       
       “ปัญหาปัจจุบันเกิดจากการศึกษาไม่ครบถ้วนและไม่มองประสิทธิภาพการใช้งาน ทำให้เกิดการเปิดให้เรือสินค้าไปจอดนอกท่า ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย ถึงได้มีการปรับครั้งละ 3,000 บาท แต่ถ้าเปิดให้ใช้ท่าเรือแห่งที่ 1 ไปก่อนปัญหาก็จบ และยังดำเนินการตามความจำเป็นของมติคณะรัฐมนตรีในอดีตด้วย ส่วนระยะยาวก็คงเป็นหน้าที่ของกรมเจ้าท่าที่จะต้องประสานกับคณะทำงานลุ่มน้ำโขง หรือ JCCCN (The Joint Committee on Coordination of Commercial Navigation on the Lancang-Mekong River) เพื่อขุดลอกร่องน้ำโขงเพื่อให้ความลึกของน้ำอยู่ที่ 2-3 เมตรตลอดปี” นายพัชระกล่าว
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากนั้นที่ปรึกษาของคณะฯ ได้สอบถามสาเหตุและความจำเป็นในการก่อสร้างท่าเรือแห่งที่ 2 จากกรมเจ้าท่า ทำให้เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าอธิบายว่า เกิดจากการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาซึ่งเคยศึกษาพื้นที่ก่อสร้างที่เหมาะสม 5 จุด และได้เลือกที่บ้านสบกกดังกล่าวเพราะไม่มีปัญหาการถือครองที่ดินและมีความกว้างขวางเหมาะสมที่สุด
       
       จากนั้น ดร.กิตติรัตน์สรุปการประชุมว่า สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการก่อสร้างและมอบพื้นที่ให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทยดูแลอย่างจำกัด ส่งผลให้ภาคเอกชนเดือดร้อน หน่วยงานต่างๆ ก็ต่างฝ่ายต่างทำไม่ได้บูรณาการกัน ดังนั้นจะกลับไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดต่อไป
       
       ด้านนายสมคิดกล่าวว่า คณะฯ จะนำข้อมูลที่ได้รับทั้งหมดไปสรุปผล และเสนอปัญหา-แนวทางแก้ไขต่อรัฐบาล หรือถ้าจำเป็นจะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม การจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างคงต้องใช้เวลา คงไม่สามารถไปคาดการณ์ได้ว่าจะแก้ไขได้เสร็จสิ้นเมื่อไหร่อย่างไร

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000141322


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2012, 19:01:06
พิธีเชื่อมสองแผ่นดิน Connecting Ceremony 12/12/12

ภาพท่านท่านคะซึโอะ ชิบาตะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่  คุณ พัฒนา สิทธิสมบัติประธานคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจหอการค้า. 10 จังหวัดภาคเหนือ  และคณะเยี่ยมชม  ดูความคืบหน้า สะพานข้ามโขงแห่งที่ 4

ขอบคุณภาพ โดยความอนุเคราะห์ จาก FB 


(https://fbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/378791_496879590345581_1825734085_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/602599_496879523678921_1691526539_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-d-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/532065_496879717012235_1751166540_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/65306_496879503678923_1338460813_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-d-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/198397_496879587012248_1010318037_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/575188_496879657012241_1668429306_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/302818_496879660345574_336306941_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/423109_496879687012238_427969649_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/602532_496879883678885_561106427_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-g-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/18277_496879900345550_1239446608_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/305664_496879913678882_1028285529_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/601503_496879983678875_1570020197_n.jpg)


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: maxsion555 ที่ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2012, 12:46:56
สุดยอดมาก



www.seosystem168.com/

รับทำ SEO (http://www.seosystem168.com) |  โปรโมทเว็บไซต์  (http://www.seosystem168.com) | ทำ SEO (http://www.seosystem168.com)  |  SEO  (http://www.seosystem168.com)


www.monster-thailand.com

บิ๊กไบค์  (http://www.monster-thailand.com/) | บิ๊กไบค์ มือสอง  (http://www.monster-thailand.com/) | bigbike (http://www.monster-thailand.com/)



หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: S_ลักษณ์ ที่ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2012, 14:09:07
ติดตามกระทู้พี่ boondham มาตลอด
ชอบ ได้ความรู้ Update ชีวิตค่ะ

ขอบคุณ


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: !DeePack! ที่ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2012, 14:42:56
สี่เลนทำถึงแค่บ้านหกเองเหรอครับไม่เห็นทำต่อแล้ว นึกว่าทำจนถึงเชียงรายเลย


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2012, 09:55:20
ผลวิจัยชี้ ไทยได้เปรียบการค้าชายแดนทางบก ด้านเหนือ และตะวันตก

(26พ.ย.2555) - สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา หรือ ITD เผยผลงานวิจัย “ การค้าระหว่างประเทศทางบกด้านเหนือและด้านตะวันตก ” ชี้ชัดไทยได้เปรียบการค้าด้านนี้ ภาครัฐ และเอกชนควรเตรียมพร้อมเต็มที่ ใช้โอกาสนี้ ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ต้อนรับ AEC

ดร.วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ รองผู้อำนวยการวิชาการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและพัฒนา หรือ ITD เปิดเผยว่า จากผลงานวิจัยเรื่อง “ การค้าระหว่างประเทศทางบกด้านเหนือ และด้านตะวันตกของไทย ” พบว่าด้านเหนือ จังหวัดเชียงรายและจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญต่อการค้าชายแดนมากที่สุด โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายที่ถือเป็นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เป็นศูนย์กลางการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนบริเวณรอยต่อ 3 ประเทศคือ จีน เมียนมาร์ และสปป.ลาว มีด่านศุลกากรถึง 3 ด่าน คือ ด่านแม่สาย ด่านเชียงแสน และด่านเชียงของ มีมูลค่าการค้าประมาณ 12,000 ล้านบาท เป็นการค้าเกินดุล และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับการค้าผ่านแดนระหว่างไทยกับจีน จะใช้เส้นทาง R3A และแม่น้ำโขงเป็นหลัก มีมูลค่าการค้าประมาณ 14,000 ล้านบาท ส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ มีเขตแดนติดต่อกับแขวงไชยะบุรี สปป.ลาว มีจุดผ่อนปรน ช่องภูดู่ เป็นด่านถาวร มีมูลค่าการเติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นกัน อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ผลการวิจัยยังพบปัญหาการค้าระหว่างประเทศทางบกด้านเหนือ คือ ได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากสภาพแวดล้อมระดับมหภาค ได้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นโยบายทางการค้า กฎระเบียบที่เข็มงวด การเก็บอัตราภาษีขาเข้าที่ค่อนข้างสูง ส่วนของไทยมีปัญหาในเรื่องของการเมือง การปกครอง ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย

สำหรับแนวโน้มและโอกาสการค้าระหว่างประเทศทางบกด้านเหนือ พบว่า เมียนมาร์จะมีความสำคัญที่สุด และเป็นประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนใหม่ ที่ถือว่าเป็นประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบก และทางทะเลที่อุดมสมบรูณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาทางการเมืองเป็นไปในทิศทางบวก หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงต้องเตรียมตัว และให้ความสำคัญ

ส่วนการค้าระหว่างประเทศทางตะวันตกของไทย ขอบเขตพื้นที่ที่ทำการศึกษาคือ จังหวัดตาก และจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจังหวัดตากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านการค้าชายแดน มีการพัฒนาเส้นทางการขนส่งระหว่างไทยกับเมียนมาร์ มีโครงการพัฒนาเส้นทางที่สำคัญ คือ โครงการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก โดยมีด่านศุลกากรแม่สอด เป็นจุดผ่านแดนถาวร เป็นด่านที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุด ทำให้ไทยเกินดุลการค้าเมียนมาร์ได้กว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนจังหวัดกาญจนบุรี มีด่านศุลกากรสังขละบุรี เป็นด่านการค้าที่สำคัญโดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งไทยจึงขาดดุลการค้ากับเมียนมาร์อยู่ในด่านนี้

ด้านแนวโน้ม และโอกาสการค้าระหว่างประเทศทางบกด้านตะวันตก ระยะต่อไปจากปี 2555 มีแนวโน้มที่สดใส และเจริญเติบโต ด้วยแรงขับเคลื่อนหลักจากนโยบายการเปิดประเทศเข้าสู่ประตูการค้า การลงทุนระหว่างต่างประเทศของรัฐบาลเมียนมาร์ การสนับสนุนการค้าของรัฐบาลไทย และความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศ แม้ว่าการดำเนินการค้าจะพบปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง ประเด็นสำคัญคือ ความมั่นคงกับการค้าระหว่างประเทศ จึงควรมีการศึกษามิติด้านความมั่นคงในเชิงลึกร่วมกับมิติด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐ ในการทบทวนมาตรการความมั่นคงในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์

ทั้งนี้ ITD จะนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยชิ้นนี้ เป็นแนวทางในการเสริมสร้างกลยุทธ์การพัฒนาการค้าระหว่างประเทศทางบกด้านเหนือ และด้านตะวันตก สำหรับหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการภาคเอกชน รวมถึงการนำองค์ความรู้เหล่านี้ มาพัฒนาเป็นองค์ประกอบของหลักสูตรฝึกอบรมของ ITD ต่อไป

http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413369227


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2012, 17:26:00
วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 16:30:23 น.

 
นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (คสศ.) หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน  ว่า  ตนได้ร่วมกับนายคะซึโอะ ชืบาตะ กงสุลใหญ่ประเทศญี่ปุ่นประจำ จ.เชียงใหม่ เดินทางไปดูความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว กับถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ โดยมีคณะหอการค้า เช่น นายธนิสร กระฎุมพร รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย ฝ่ายการค้าชายแดน นายสงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย ฝ่ายพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ฯลฯ เข้าร่วมเยี่ยมชม

นายพัฒนากล่าวว่า ในอนาคตสะพานแห่งนี้จะผลักดันการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างไทย สปป.ลาว และจีน ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันการค้าตามด่านชายแดนของ จ.เชียงราย ทั้ง 3 ด่านคือ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ มีมูลค่าปีละกว่า 16,000 ล้านบาท หากสะพานแล้วเสร็จและมีการเปิดใช้จะทำให้มูลค่าการค้าในเบื้อตจ้นจะต้องขยับไปมากกว่าปีละ 20,000 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมด้านการท่องเที่ยว ซึ่งผู้ประกอบการไทยก็ควรที่จะเตรียมความพร้อมต้องรับและเปิดธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่อง ที่สำคัญสะพานแห่งที่ 4 จะเป็นผลดีต่อระบบลอจิสติกส์ที่จะถูกลงกว่าการส่งสินค้าออกทางท่าเรือทางทะเล สินค้าของไทยก็จะมีโอกาสส่งออกมาขึ้นเกษตรกรก็จะมีตลาดใหญ่รองรับผลผลิตที่จะมีราคาขยับขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
 
ด้านนายวิรัตน์ แสนอุดุม ผอ.แขวงการทางเชียงรายที่ 2 กล่าวว่าในปัจจุบันโครงการก่อสร้างคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่องกว่า 90% แล้ว โดยตัวสะพานก่อสร้างโครงสร้างหลักเกือบแล้วเสร็จแล้วเหลือเพียงส่วนประกอบ และเอกชนจีนซึ่งสร้างสะพานได้เริ่มขนย้ายอุปกรณ์บางอย่างออกไปแล้ว ขณะที่การก่อสร้างถนนและอาคารด่านพรมแดนทั้ง 2 ฝั่งประเทศพบว่าทางเอกชนไทยได้เร่งก่อสร้าง โดยมีการลาดยางสร้างถนนไปถึงอาคารสถานที่และมีถนนสับเปลี่ยนช่องจราจรก่อนถึงสะพานด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เกิดขึ้นจากรัฐบาลไทย จีน และ สปป.ลาว ได้ทำสัญญาว่าจ้างกลุ่มซีอาร์ 5-เคที จอยท์เวนเจอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนร่วมระหว่างบริษัทไชน่า เรลเวย์ โน.5 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด จากประเทศจีน และบริษัทกรุงธนเอ็นยิเนียร์ จำกัด ของประเทศไทย ด้วยงบประมาณรวมทั้งสิ้นจำนวน 1,486.5 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.2553 และเดิมสิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 ธ.ค.2555 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน แต่ช่วงกลางปี 2554 มีปัญหาเรื่องการใช้ค่าเงินจ้างเอกชนทำให้ล่าช้าออกไปถึงกลางปี 2556

ล่าสุดมีรายงานด้วยว่าจะมีการทำพิธีเชื่อมสะพานอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ธันวาคมนี้หรือตรงกับตัวเลขวันที่ 12 เดือน 12 ปี ค.ศ.2012 โดยจะมีระดับรองนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคาดว่า   คือนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปทำพิธีเชื่อมแผ่นดินระหว่างกลางสะพานกับรองนายกรัฐมนตรีของ สปป.ลาว ในวันดังกล่าว หลังการเชื่อมสะพานคงจะมีการปรับปรุงพัฒนาไปอีกระยะหนึ่งจากนั้นเมื่อเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการก็จะทำให้การค้าชายแดนไทยและกลุ่มจีเอ็มเอสและจีน รวมทั้งการเข้าออกแดนด้านการท่องเที่ยวและอื่นๆ มีความคึกคักขึ้นอย่างมาก.


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: Moo Mengkato ที่ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2012, 19:45:28
สี่เลนทำถึงแค่บ้านหกเองเหรอครับไม่เห็นทำต่อแล้ว นึกว่าทำจนถึงเชียงรายเลย
ผมเองก็สงสัยครับว่าตกลงมันจะผ่านขุนตาลบ้านผมไหม
1.อ่านข้อมูลย้อนหลังเห็นว่าจะผ่านบ้านสบเปามาทางศรีสะอาด ป่าม่วงตัดออกที่เอกชน10,000ไร่ไปโผล่บ้านใหม่พัฒนา ต.ยางฮอม.....
2.เห็นข่าวเมื่อต้นปีท่าน ส.ส.ไปยื่นหนังสือขอดังไปทาง อ.เทิง.....
จนปัจจุบันยังเห็น 4เลนถึงแค่บ้านหกเท่าเดิม.....ใครทราบวงในบ้างว่าถนนมันจะไปทางไหน ??? ???


หัวข้อ: Re: ติดตามถนน R3a และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4
เริ่มหัวข้อโดย: Payako ที่ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2012, 09:41:43
สวัสดีครับคุณ เชียงรายพันธ์แท้ คิดว่าตั้งแต่เปลี่ยนหน้าตาเวบนี่ คนเก่าๆกระจัดกระจายไปหมดเลยนะครับ เอ หรือว่าผมไม่ค่อยได้เข้ามานะ
คิดถึงทุกๆคนครับ
ไปไหนแล้วล่ะ ลิงซน บีเอ็ม ลมหลวง อากิระ แม่ญิงคนเมือง กกสัก ฯลฯ คิดถึงนะครับ....
ของน้อง กอ-ย่า นี่เห็นบ่อยครับ สดใสร่าเริงเหมือนเดิม

 :'( :-* :-\

ท่านลิงซน อากิระ ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนชื่ออื่นหรือเปล่า ท่านลมหลวงมาบ่อยครับ ท่านกกสักไม่เห็นเลย อาจจะเปลี่ยนชื่อก็ได้ครับ ท่าน บีเอ็มก็มาบ่อยเพิ่งเจอตัวจริงๆวันนี้หล่อเหมือนกันนะครับ ;D ;D

เพิ่งเห็นขอขุดมาตอบหน่อย 
ลิงซนเปลี่ยน เป็น myboss แล้วเน้อครับ
อ่านดูแล้วยังคิดถึงสมัยก่อนนู้นผู้คนยังไม่เยอะ ยังเป็นสังคมเล็กๆ
ตอนนี้สังคมเยอะขึ้น ผู้คนมากมาย โลกย่อมหมุนไปตามกาลเวลา
ขอบคุณที่ยังจำกันได้ครับ 

ฝากทิ้งท้าย ท่านเสี่ยวเอ้อ นี่เปลี่ยนเป็นชื่อ อะไรแล้วครับ


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a /ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: piamsinn ที่ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2012, 09:43:18
วันที่ 15/10/12


(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/306616_479124518785874_1312258315_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/190208_479126038785722_593550241_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/424770_479126365452356_303330_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-b-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/524948_479136498784676_275692250_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-g-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/554031_479130232118636_270575656_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/545266_479130752118584_518042381_n.jpg)

(https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/485674_479131952118464_1177703722_n.jpg)


ที่มา :  คุณ Sarisa


หัวข้อ: Re: +++ถนน R3a ท่าเรือเชียงแสน 2 และโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4+++
เริ่มหัวข้อโดย: boondham ที่ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2012, 10:34:30
สองฝั่งโขงติดสะพานเชียงของ-ลาวเริ่มคึก ทุนไทยครองพื้นที่เปิดดิวตี้ฟรี-โรงแรม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์   29 พฤศจิกายน 2555


เชียงราย - กลุ่มทุนไทยเฮรับสะพานข้ามโขง 4 ใกล้เปิด เร่งพัฒนาพื้นที่หัวสะพาน 2 ฝั่ง ปั้น “นาคราชนคร” รองรับ เปิดทั้งดิวตี้ฟรี รีสอร์ต โรงแรม ฯลฯ พร้อมดึง SMEs ในกลุ่มเออีซีเข้าเปิดพื้นที่ขายสินค้า รอเส้นทางยุทธศาสตร์สายสำคัญเปิดใช้เต็มรูปแบบ
       
       หลังมีกระแสว่ารัฐบาลจะทำพิธีเชื่อมสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ในวันที่ 12 ธ.ค. 2555 หรือวันที่ 12 เดือน 12 ปี 2012 หรือ 12/12/12 โดยจะมีระดับรองนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และ สปป.ลาว ไปร่วมทำพิธีเชื่อมแผ่นดินในวันดังกล่าว ขณะที่การก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 90% แล้วนั้น ในส่วนของภาคเอกชนที่ลงทุนต่างมีการพัฒนาโครงการเพื่อรองรับสะพานอย่างคึกคัก
       
       อย่างไรก็ตาม ในส่วนของที่ดินฝั่งประเทศไทยพบว่าที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินปฏิรูปหรือ ส.ป.ก.4-01 จึงมีเพียงพื้นที่สำหรับโครงการก่อสร้างสะพาน ถนน อาคารด่านพรมแดน ฯลฯ เป็นส่วนใหญ่
       
       ขณะที่ในฝั่งบ้านดอนไข่นก เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว มีความคึกคักอย่างเต็มที่ด้วยโครงการนาคราชนคร ที่ดำเนินการโดยบริษัท เอเอซี กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนไทย ที่กำลังพัฒนาพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ซึ่งได้รับสัมปทานมาจากรัฐบาล สปป.ลาว อย่างคึกคัก จากเดิมมีการพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตรและอาคารไม่กี่แห่ง ปรากฏว่าในปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตร สระน้ำ อาคารรีสอร์ต โรงแรม อาคารสถานที่ต่างๆ ฯลฯ รวมทั้งเปิดให้เช่าพื้นที่ขายสินค้าเอสเอ็มอีและศูนย์การค้าปลอดภาษีหรือดิวตี้ฟรีแล้ว โดยคนที่อยู่ในฝั่งไทยสามารถมองเห็นสิ่งปลูกสร้างที่มีความสวยงามแปลกตาได้อย่างชัดเจน
       
       นอกจากนี้ ยังสร้างอาคารสำนักงานและหอประชุมขนาดใหญ่ในฝั่งบ้านดอนมหาวัน ต.เวียง อ.เชียงแสน ในฝั่งไทยบนเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ไว้คู่กันอีกด้วย
       
       ดร.สิชา สิงห์สมบุญ ประธานบริษัท เอเอซี กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาพื้นที่ขึ้นเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีของประเทศไทย รวมทั้งเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนไทย และทุนในกลุ่มเออีซีได้มีเวทีในการจัดแสดง จำหน่าย พัฒนาสินค้าและบริการ เนื่องจากโครงการอยู่ติดกับโครงการก่อสร้างสะพานฯ พอดี และถนน R3a จากสะพานก็จะตัดผ่านพื้นที่ของโครงการด้วย ซึ่งทางกระทรวงโยธาธิการ และขนส่ง สปป.ลาวได้จัดให้มีประตูจำนวน 8 ช่องเชื่อมเข้าไปสู่โครงการได้ ทำให้ผู้ที่ใช้ถนน R3a เชื่อมไทย-สปป.ลาว-จีน จะต้องผ่านพื้นที่และสามารถแวะเข้าไปใช้บริการตามโครงการพัฒนาได้
       
       ดร.สิชาบอกว่า เดิมโครงการมีการพัฒนาเป็นพื้นที่ทางการเกษตรกว้างขวาง และให้ผลผลิตมากแล้ว เช่น ผลไม้ต่างๆ ฯลฯ รวมทั้งรีสอร์ตห้องพัก แต่ปัจจุบันได้มีการก่อสร้างโรงแรมห้าดาวขนาด 50 ห้อง เมื่อรวมกับรีสอร์ตที่ร่มรื่นและสะดวกสบาย ก็จะมีห้องพักรวมกันประมาณ 70 ห้อง โดยมีชื่อว่า โรงแรมนาคราชปริ้นเซส จะสามารถเปิดให้บริการได้ทันวันที่ 12/12/12 นี้แน่นอน
       
       ส่