"chiangraifocus"

  สมัครสมาชิก |  ล็อคอิน |  ติดต่อโฆษณา | ติดต่อทีมงาน | ร่วมงานกับเรา |  Mobile Version |   บริการของเว็บ |   คำถามที่พบบ่อย
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม
 
 รวมข่าวสารเชียงราย ข่าวกิจกรรม เทศกาล งานแสดง ข่าวสังคมธุรกิจ ข่าวประกวดราคา
สาระความรู้-เกร็ดการศึกษา

6 วิธีทำให้ลูกอยากเรียนหนังสือ
Home >> 6 วิธีทำให้ลูกอยากเรียนหนังสือ
580 views     อัพเดทข้อมูลล่าสุด  05 ตุลาคม 2015 เวลา 16:37:26  

Tags : 6 วิธีทำให้ลูกอยากเรียนหนังสือ , เรียนหนังสือ , แรงบันดาลใจให้ลูกเรียนหนังสือ , เคล็ดลับทำให้ลูกอยากเรียนหนังสือ , อยากให้ลูกชอบเรียนหนังสือ , การเรียน , อยากเรียน , ตั้งใจเรียน

สิ่งแรกที่พ่อแม่จะต้องปลูกสร้างในตัวลูก คือ ทำอย่างไรให้ลูกอยากเรียนหนังสือ เพราะถ้าลูกไม่อยากเรียนซะอย่าง เรื่องที่จะให้เรียนเก่ง เรียนดี คงหวังยาก ยกเว้นก็เฉพาะพวกยอดมนุษย์ที่ให้ทำอะไรก็ทำได้และทำได้ดีเสียด้วย
 
จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมจากการเลี้ยงลูก รวมทั้งมีโอกาสสอนหนังสือโดยเฉพาะสอนนักศึกษาแพทย์ซึ่งส่วนมากเป็นพวกค่อน ข้างอยากเรียน ผมได้ข้อคิดบางอย่างที่จะทำให้ลูกอยากเรียนหนังสือมาฝากกันครับ 
 
 
สร้างแรงบันดาลใจ 
ลองนึกเล่นๆ ดูนะครับว่า ที่เรากำลังทำงานทำการอยู่นี้เพื่ออะไรกัน ถ้าตอบว่าทำเพราะรักและสนุกกับงานที่ทำ ได้รับการยอมรับจากผู้คน รวมทั้งรายได้ดีด้วย ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยจริงๆ ครับ แต่ถ้าตอบว่าที่ทนทำอยู่นี่ก็เพื่อเงินเท่านั้นแหละ ถ้าเลิกได้เลิกไปนานแล้ว เพราะคิดดูแล้วยังมองอนาคตไม่เห็นเลย กรณีนี้ต้องบอกว่าน่าเศร้านะครับ ผมว่าชีวิตน่าจะเหมือนกับผีตายซาก 
 
ถ้าเราอธิบายให้ลูกมองเห็นอนาคตข้างหน้า(แม้ว่าจะไกลไปบ้าง)ว่า ถ้าตั้งใจเรียนหนังสือแล้วจะได้อะไร จะเป็นอะไร เชื่อว่าอย่างน้อยลูกก็จะเห็นหนทางข้างหน้า การเฝ้าแต่พูดเพ้อเจ้อให้"ขยันเรียนนะลูกๆ" ไม่น่าจะช่วยอะไร และยังน่าเบื่ออีกต่างหาก การยกตัวอย่างบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจากการศึกษาเล่าเรียนน่าจะมี ประโยชน์กว่า เพราะลูกจะเห็นภาพได้ดีกว่ากันเยอะเลย
 
การหาหนังสือประวัติบุคคลสำคัญ หรือเล่าประวัติบุคคลสำคัญที่ประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียนให้ลูกอ่าน หรือฟังก็เป็นหนทางที่ดีอย่างหนึ่ง และที่ดีที่สุดก็คือ ถ้าพ่อแม่เองก็เป็นคนที่รักการเรียนจนประสบความสำเร็จในชีวิต ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของลูกโดยไม่ต้องพูดหรือเคี่ยวเข็ญ 
 
 
ให้คำชมและรางวัล 
เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ คนเราเกิดมาต้องการคนชม ต่อให้แก่แล้วก็ต้องการคนชม แต่ว่าบางทีถ้าชมไม่ดีก็เป็นการเสแสร้ง หรือพร่ำเพรื่อก็ไม่มีประโยชน์ เช่นเดียวกับรางวัลที่ให้ เด็กที่เราชมว่าเรียนดีทุกคนก็จะมีความสุข ลูกผมตอนเล็กๆ ถ้าเขาทำอะไรดีๆ แล้วเราชม เขาจะมีความสุขแล้วก็อยากจะทำอีก มันเป็นแรงกระตุ้นที่ค่อนข้างดีและแรง ส่วนการตำหนิ การว่ากล่าวควรจะใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น 
 
การชมอย่างเดียวบางทีมันจับต้องไม่ได้ ชมมากๆ ก็เบื่อไม่เห็นได้อะไร อาจมีการให้รางวัลบ้าง แต่ก็ต้องระวังการสร้างเงื่อนไขหรือตั้งรางวัล เช่น ให้ของเล่นราคาแพง หรือพาไปต่างประเทศ วิธีการนี้เขาเรียกว่าติดสินบนนะครับ ลูกคุณจะตั้งใจเรียนเหมือนกัน แต่เรียนเพราะอยากได้สินบนไม่ได้เรียนเพราะอยากมีความรู้ ถ้ารางวัลหมดก็ไม่เรียน วิธีนี้ยังอาจจะเพาะนิสัยต่อรองและละโมบอีกด้วย 
 
การให้รางวัลควรให้เป็นครั้งคราวไม่มากหรือน้อยเกินไป และที่สำคัญควรให้เมื่อลูกประสบความสำเร็จในการเรียนในระดับที่น่าพอใจ หรือมีการพัฒนาการเรียนดีขึ้นกว่าเดิม โดยไม่จำเป็นต้องสอบได้ที่ 1 หรือที่ 2 แค่ลูกเรียนดีขึ้นพ่อแม่ก็น่าจะพอใจ 
 
การให้รางวัลควรให้เมื่อเห็นว่าสมควรให้ ไม่จำเป็นต้องสัญญาล่วงหน้าและไม่จำเป็นต้องให้ทุกครั้ง 
 
 
สร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ 
คนจะเรียนหนังสือต้องอยู่ในบรรยากาศของการเรียน ถ้าไม่มีบรรยากาศทำอย่างไรก็เรียนไม่ได้ พ่อแม่จำนวนมากละเลยในเรื่องนี้อย่างรุนแรง เนื่องจากเหน็ดเหนื่อยกับการงานมา ไม่ได้สนใจว่าลูกจะเรียนอย่างไร 
 
ถ้าวันธรรมดาไม่มีเวลาใส่ใจลูกมากนัก อาจใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์พาลูกไปร้านหนังสือดีๆ ที่มีหนังสือวิชาการ หนังสือสำหรับเด็ก ชวนกันเลือกหนังสือประเภทที่เขาอยากดู อยากรู้ อยากเห็น หรือหาเวลาพาลูกไปเที่ยวตามที่ต่างๆ เช่น สถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัดวาอารามที่เกี่ยวกับเรื่องที่ลูกเรียนอยู่ เด็กจะได้เห็นของจริง เวลาเรียนก็จะได้ไม่เบื่อ 
 
การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อแม่บางคนความอดทนต่ำที่จะพาลูกไปในที่ที่ควรไป กลับพาลูกไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ซื้อของฟุ่มเฟือย รับประทานอาหารจังค์ฟูด จนลูกอ้วนเป็นหมู เพราะมันง่ายกว่ากันเยอะ 
 
อีกเรื่องหนึ่งที่ปัจจุบันนี้แย่งเวลาในการเรียนรู้ของเด็กไปหมด ก็คือเกมคอมพิวเตอร์ พ่อแม่ไม่น้อยเลยที่ใจอ่อนทนลูกเซ้าซี้ไม่ได้เลยซื้อให้ และส่วนมากก็ไม่เคยดูด้วยซ้ำไปว่าเป็นเกมที่ทำให้ลูกก้าวร้าวรุนแรงขึ้นด้วย หรือเปล่า แล้วถ้าเด็กติดเกมเสียแล้ว ก็จะเอาเวลาไปเล่นเกมจนไม่อยากเรียนหนังสือกันแล้วละครับ 
 
 
รีบขจัดความไม่เข้าใจในเรื่องที่เรียน 
ผมอยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองนึกย้อนกลับไปสมัยที่ตัวเองยังเป็นเด็ก วิชาไหนเราเรียนแล้วรู้เรื่อง เข้าใจดี ทำให้สอบได้คะแนนดี ทำให้อยากเรียนวิชานั้นมากขึ้น วนเวียนอยู่อย่างนี้ ซึ่งผมอยากจะเรียกว่าเป็นวัฏจักรของความสำเร็จในการเรียน ในทางตรงกันข้ามถ้าวิชาไหนเรียนแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ สอบได้คะแนนไม่ดี ก็ไม่อยากเรียน ซึ่งจะทำให้ไม่รู้เรื่องมากขึ้น เป็นวัฏจักรความเลวร้ายของการเรียน 
 
วิธีแก้ไขที่ผมลองใช้มี 2 วิธี วิธีแรกคือพยายามติดตามการเรียนของลูกอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีเวลาจะเรียนไปกับลูกด้วยเลย ทำให้เรารู้ว่าลูกเรียนไม่เข้าใจตรงไหน บ่อยครั้งที่ผมพบว่าเรื่องที่ลูกไม่เข้าใจเป็นเพียงปัญหาและประเด็นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น พออธิบายให้เขาเข้าใจ เขาก็จะเรียนเนื้อหาต่อไปได้อย่างสนุก และอยากเรียนต่อ แต่ถ้าปล่อยให้มีความไม่เข้าใจสะสมไปเรื่อยๆ ในที่สุดจะไม่เข้าใจมากขึ้นๆ จนเกินกว่าจะแก้ไขได้ แม้ว่าเด็กบางคนอาจจะเรียนผ่านและขึ้นชั้นที่สูงขึ้นได้ แต่ก็จะไม่มีพื้นฐานเพียงพอ ยิ่งเรียนก็จะยิ่งมึน ตามมาด้วยความเครียดและเบื่อหน่ายในที่สุด 
 
เขียนมาถึงตอนนี้ อาจมีพ่อแม่บางคนบอกว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นหน้าที่ของครูมากกว่า ขอบอกเลยนะครับว่าหวังยาก เพราะเด็กส่วนมากเวลาสงสัยมักไม่ค่อยกล้าถามครู หรือบางทีอยากถามก็ไม่มีโอกาสเพราะครูไม่มีเวลาดูแลเด็กอย่างละเอียด แค่สอนตามปกติก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว เด็กมันเยอะครับโดยเฉพาะในโรงเรียนดังๆ 
 
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีเวลามากพอที่จะดูลูก หรือถึงมีเวลาดูลูกแต่ก็ไม่รู้จะสอนหรืออธิบายลูกอย่างไร ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่าจำเป็นต้องใช้วิธีที่ 2 คือ กวดวิชา หรือหาคนมาสอนแทน จากประสบการณ์ทั้งที่เคยเป็นผู้เรียนและผู้สอน ผมยังค่อนข้างเชื่อว่าครูผู้สอนมีบทบาทและอิทธิพลต่อการอยากเรียนรู้ของเด็ก ค่อนข้างมาก 
 
ผมเชื่อมานาน เดี๋ยวนี้ก็เชื่อ และจะเชื่อต่อไปว่า ครูไม่ได้สอนดีหรือสอนรู้เรื่องกันทุกคน ผมว่าถ้าระบบการศึกษาในโรงเรียนให้เด็กเลือกครูผู้สอนได้ ครูบางคนอาจมีเด็กแย่งกันเรียนด้วยจนห้องแตก ในขณะที่บางคนอาจต้องสอนจิ้งจกตุ๊กแกแทนก็ได้ การเรียนกับครูที่สอนลูกรู้เรื่องเป็นทั้งความสุขและสนุกครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมจึงคิดว่ายังคงต้องหาคนที่สอนลูกรู้เรื่องมาสอนให้ โดยเฉพาะในระบบการศึกษาที่อัปลักษณ์ของเราที่ยังต้องเรียนกันแบบแข่งขันแย่ง ชิงกันอยู่ ถ้าไม่มีลูกเองผมคงไม่กล้าสรุปอย่างนี้หรอกครับ 
 
พูดถึงเรื่องนี้แล้วเครียดครับ ใครมีหน้าที่รับผิดชอบ ช่วยๆ กันเปลี่ยนระบบการศึกษาให้เด็กหายเครียดเร็วๆ หน่อยนะครับ 
 
 
เพื่อนที่ดี
เด็กวัยรุ่นวัยเรียนมักจะเชื่อเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ พ่อแม่ต้องเข้าใจและทำใจว่าชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละ เราเองก็เป็นอย่างนี้ไม่ใช่หรือ ยอมรับซะว่าเป็นเรื่องธรรมชาติและการแผลงฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศครับ เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนเป็นพวกชอบเรียน ก็จะพากันเรียน มีอะไรข้องใจก็จะปรึกษากันได้ ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามส่งเสริมให้คบเพื่อนที่ชอบเรียนก็จะดีครับ 
 
 
ให้ลูกเรียนในสิ่งที่ลูกอยากเรียน 
ย้ำนะครับว่าลูกอยากเรียน ไม่ใช่พ่อแม่อยากให้เรียน เราต้องสังเกตนะครับว่าลูกชอบอะไรแล้วส่งเสริมเขาให้ได้เรียน พ่อแม่บางคนโปรแกรมไว้หมดแล้วว่าอยากให้ลูกเป็นอะไร บางคนเคยอยากเรียนบางอย่างแต่เรียนไม่ได้ ก็มาเคี่ยวเข็ญให้ลูกเรียนแทนโดยไม่ถามความสนใจของลูกเลย อย่างนี้เข้าข่ายทรมานลูกครับ 
 
เพราะฉะนั้นถามลูกก่อนนะครับว่าเขาอยากเรียนอะไร ฝันอยากเป็นอะไร ถ้าไม่เหลือทนหรือเพ้อเจ้อเกินไปก็ยอมๆ ลูกบ้างเถอะครับ จะได้ไม่มีใครมีความทุกข์ ชีวิตลูกต้องให้ลูกกำหนด เราช่วยกำกับพอแล้ว ถ้าอยากยิงธนูให้ไปไกลๆ และถูกเป้า คันธนูต้องอยู่กับที่ พ่อแม่ก็เช่นเดียวกันต้องทำตัวเป็นคันธนูที่ดีอย่าพุ่งไปกับลูก คือจัดการเรื่องเรียนของลูกทุกอย่าง ถ้าเป็นอย่างนี้ลูกรุ่งยากครับ เพราะแรงส่งธนูจะต่ำครับเพราะไม่วิ่งด้วยตัวเองเลย ภายภาคหน้าเวลามีปัญหาแต่พ่อแม่แก่ตายแล้วจะแก้ปัญหาเองไม่ได้ 
 
ผมมีประสบการณ์ในการสอนนักศึกษาแพทย์ประมาณ 10 ปีแล้วครับ พบว่านักศึกษาแพทย์ไม่น้อยเลยที่เรียนด้วยความขมขื่นและทุกข์ทรมาณ เนื่องจากพ่อแม่อยากให้เป็นหมอ แต่ตัวเองชอบวาดรูป อยากเป็นศิลปิน อยากเป็นวิศวกร แต่ว่าคนเก่งเรียนอะไรก็เรียนได้ แต่เรียนแล้วมีความสุขหรือเปล่านั่นอีกเรื่องหนึ่ง 
 
เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้ลูกอยากเรียน ก็ต้องให้เขาเรียนในสิ่งที่เขาอยากเรียนนะครับ ถึงตรงนี้บางคนอาจถามว่าแล้วจะรู้อย่างไรว่าลูกอยากเรียนอะไร คำตอบคือให้เวลากับลูกเยอะๆ สิครับ ถ้าเราให้เวลากับเขามากๆ ลูกก็จะสนิทกับเรา มีเรื่องอะไรก็จะเล่าให้เราฟัง คิดอะไรชอบอะไรก็จะบอกเรา ความเข้าอกเข้าใจระหว่างพ่อแม่กับลูกก็จะมากขึ้นครับ 
 
หวังว่าข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่บ้างนะครับ ผมลองใช้มาแล้วรู้สึกว่าได้ผลดีพอสมควร.. ไม่ใช่อุปทานครับ
 
 
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร Life & Family , Momy Pedia
 
 
สาระความรู้-เกร็ดการศึกษาอื่นๆ »
กฎหมายโดรนในไทย ที่เจ้าของโดรนต้องรู้ - ทิปส์ไอท...
ประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุง...
งิ้ว...
วันรักนกเงือก 13 กุมภาฯ ดูคู่รักแท้...
ไฟฟ้าสถิตในร่างกายมนุษย์ป้องกันอย่างไร ใช่เราไหมที่ไฟแรงเฟร่อ...
ประเพณีการไหว้เจ้า เทศกาลตรุษจีน...
15 เทคนิคกับอีก 10 อาหารที่เพิ่มไอคิวได้ภายใน 30 วัน...
อยากเก่งเลข ง่ายๆแค่วันละ 35 นาทีเท่านั้น...
10 ผักพื้นบ้าน บำรุงสมอง-ความจำ...
สุขภาพดีขึ้นทันตา เมื่อดื่มน้ำถูกปริมาณ และถูกเวลา...
ข่าวสารเชียงราย by เชียงรายโฟกัสดอทคอม, เว็บไซต์ข่าวเชียงราย
 
Untitled Document
โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นมินนะโนะ
แปลเอกสารญี่ปุ่น-อังกฤษ,รับรองกระทรวงฯ
ดำเนินการจดทะเบียนสมรส โทร/ไลน์ 0815308720
Chaimagic academy
เชียงรายมายากล ตัวตลก ตัวการ์ตูน ลูกโป่งแฟนซี โดยทีมงานคุณภาพ : นำเสนอความบันเทิงในรูปแบบมายากล รับจัดแสดงมายากลทุกรูปแบบ / สอนมายากล / โบโซ่ลูกโป่ง / มัสคอต / ลูกโป่งประดับ รับจัดแสดงมายากล/รับจัดแสดงมายากลเวที ระยะใกล้ เปิดตัวรถ สินค้า งานเทศกาลประจำปีฯลฯ โดยทีมงานที่มีประสบการณ์การแสดงทั่วภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร พร้อมออกแบบการแสดงให้ตรงกับคอยเซ็ปของงาน (มายากลระยะใกล้บนโต้ะอาหาร มายากลเด็ก) โทร 085 714 6103
Firm Friends Education and Visa Consultant (AVSS)
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย AVSS สาขาแยกสหมิตร
เรียนต่อ ออสเตรเลีย & อินเดีย ไม่ยาก ถ้าปรึกษาเรา โทร. 099 370 5159, 052 021 517
 
เกี่ยวกับเรา
เกี่ยวกับเชียงรายโฟกัส
กิจกรรมของเว็บ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อทีมงาน
ช่วยเหลือ
แจ้งปัญหาการใช้งาน/อัพเดทข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
ส่งข้อเสนอแนะการพัฒนาเว็บไซต์
แผนผังเว็บไซต์ (Site Map)
ข้อมูลเพิ่มเติม
สถิติ โดยรวมของเว็บ
สถิติ ปี 2012 | สถิติปี 2013
สถิติเว็บไซต์ ปัจจุบัน stats | histats
เว็บไซต์ V.2010 , V.2012
ข้อมูลบริการ
+ ฝากประกาศข่าว + ฝากประกาศตำแหน่งงาน
+ ลงทะเบียนหางาน(ฝากประวัติ) + เพิ่มที่พัก กิน ดื่ม เที่ยว ทัวร
+ เพิ่มข้อมูลธุรกิจ (ไดเร็กทอรี่) + จองโรงแรมเชียงราย
+ เพิ่มธุรกิจบนแผนที่ออนไลน + เพิ่มโปรโมชั่น ส่วนลด
เว็บไซต์แห่งนี้รองรับการแสดงผลได้ดีสุดที่ขนาดจอภาพ 1024x768 พิกเซล บนโปรแกรมบราวเซอร์ Google Chorm หรือ Mozilla Firefox
สงวนลิขสิทธิ์ © 2007-2018
http://www.chiangraifocus.com