"chiangraifocus"

  สมัครสมาชิก |  ล็อคอิน |  ติดต่อโฆษณา | ติดต่อทีมงาน | ร่วมงานกับเรา |  Mobile Version |   บริการของเว็บ |   คำถามที่พบบ่อย
x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม
 
 รวมข่าวสารเชียงราย ข่าวกิจกรรม เทศกาล งานแสดง ข่าวสังคมธุรกิจ ข่าวประกวดราคา
สาระความรู้-เกร็ดการศึกษา

7 ขั้นตอนง่ายๆ ช่วยเด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง
Home >> 7 ขั้นตอนง่ายๆ ช่วยเด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง
437 views     อัพเดทข้อมูลล่าสุด  15 กรกฎาคม 2015 เวลา 15:28:08  

Tags : การเีรียนรู้ด้วยตัวเอง , เคล็ดลับเรียนรู้ด้วยตนเอง , เสาะหาความรู้ด้วยตนเอง , การใช้ความคิดทางด้านต่างๆ , กิจกรรมชักชวนให้เด็กสนใจบทเรียน , เข้าร่วมกิจกรรมในการเรียนรู้

การสอนวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบ 7 ประการ ได้ผสมผสาน วิธีการสืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเอง การใช้ความคิดทางด้านต่างๆ และการเรียนรู้
 
โดยนักเรียนเป็นศูนย์กลางเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเด็กๆ โดยเฉพาะในระดับประถมและมัธยมต้น จะสนุกกับวิธีการสอนและอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำมาให้พวกเขา ได้ทดลองวิธีนี้จึงจัดว่าเป็นการสอนโดยใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง
 
รูปแบบ 7 ข้อนี้ได้เรียงลำดับ ไว้เพื่อความเหมาะสมในการสอนทุกๆ ข้อมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันและไม่จำเป็นว่าจะต้องนำไปปฏิบัติ เรียงตามลำดับนี้ เพราะจุดประสงค์ของรูปแบบการสอนนี้มีไว้เพื่อเป็นกรอบความคิดทาง การสอนได้หวังว่าครูจะต้องนำไปปฏิบัติตาม การสอนแบบนี้จะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียน
 
และค้นพบความรู้ด้วยตนเอง บนโครงสร้างพื้นฐานของการเรียนรู้จากหลายๆ แขนง เช่น ตรรกวิทยา คณิตศาสตร์ ดนตรี ภาษาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักเรียนค้นพบ วิทยาศาสตร์ จากแง่มุมต่างๆ ได้ องค์ประกอบทั้ง 7 ประการคือ
 
1. การคาดหมาย (Expectation) หมายถึง วัตถุประสงค์กว้างๆ เป็นแนว ความคิดหรือการสร้างภาพกว้างๆ เกี่ยวกับบทเรียนขึ้นมา ครูจะต้องมีความยืดหยุ่นที่จะ ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์นี้ไปตามสถานการณ์ จึงจะมีประสิทธิภาพ เพราะหากเราจำกัดวัตถุ ประสงค์เกินไป ไม่เปิดกว้าง จะทำให้ไม่สามารถเห็นความสนใจและความก้าวหน้าของ นักเรียนได้อย่างแท้จริง ดังนั้นผลสุดท้ายของวัตถุประสงค์จึงอาจจะถูกเปลี่ยนไปได้จาก แรกเริ่มอย่างที่เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือก็ได้ ตัวอย่างเช่น ในการสอนเรื่องวงจรไฟฟ้า วัตถุประสงค์เริ่มต้นนั้นมีเพียงแค่ให้นักเรียนเกิดความสนใจในรูปแบบของวงจรเปิด วงจรปิด วงจรขนาน แต่เมื่อจบบทเรียนจริงๆ แล้วเด็กๆ อาจจะถึงกับสามารถสร้าง เครื่องวิทยุอย่างง่ายๆ ขึ้นเองได้ ดังนั้นเมื่อเด็กๆ รู้ว่าตนได้รับการเปิดกว้างในการเรียน วิทยาศาสตร์จากครูเต็มที่ เขาก็จะเริ่มตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆ และค้นหาสิ่งที่อยากรู้มากขึ้น
 
2. สิ่งล่อใจ (Enticement) คือ กิจกรรมที่จะสามารถชักชวนให้เด็กๆ สนใจ จะเรียนรู้ อาจจะออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น การใช้วีดีโอ การเล่าเรื่องสั้น การจัดตกแต่ง ห้องเรียน การใช้เสียงประกอบ ใช้อารมณ์ขันหรือการสาธิตให้ดู
 
3. การเข้าร่วมกิจกรรม (Engagement) ช่วยให้เกิดความเข้าใจใน บทเรียน โดยอาจจะเป็นการนำเสนอหน้าชั้น การสาธิต หรือการทำกิจกรรมร่วมกัน
 
4. การอธิบาย (Explanation) หลังจากที่ได้ช่วยกันพิจารณาวัตถุประสงค์ ที่ตั้งไว้จนเกิดความเข้าใจแล้ว ก็จะเป็นช่วงที่นักเรียนจะมีการอภิปรายร่วมกัน ในการอธิบาย แนวความคิดหลักต่างๆ ทั้งครูและนักเรียนอาจเป็นผู้ริเริ่มหัวข้าสนทนาได้ทั้งในกลุ่มเล็กและ กลุ่มใหญ่ แหล่งที่มาของข้อสนทนาก็อาจจะมาได้จากแหล่งต่างๆ นอกเหนือจากในหนังสือ เรียนสื่อที่จะช่วยการอธิบายก็มีเช่น การใช้สมุดภาพ การไปทัศนศึกษาเพื่อให้นักเรียนเห็น ของจริง ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือห้องสมุดโรงเรียนก็จะเป็นแหล่งข้อมูลทั้งทางทฤษฎี และปฏิบัติ นอกจากนี้กิจกรรมภายในบ้าน เช่น การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็ช่วยเชื่อมโยง กับบทเรียนได้อีกด้วย
 
5. การค้นหา (Exploration) จะช่วยผลักดันให้นักเรียนพิจารณาความรู้ และประสบการณ์ที่มีอยู่ นำมาเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ของชั้นเรียน การทำกิจกรรมด้วย ตนเอง เป็นสิ่งสำคัญในการเรียนวิทยาศาสตร์ และสิ่งนี้จะดึงดูดความสนใจนักเรียนและ จะช่วยทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนดีขึ้นได้ การที่ครูจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง และ การทดลองหลากหลายไว้ให้ จะช่วยเพิ่มขอบเขตความคิดของนักเรียน
 
6. การขยายความ (Extension) เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนนำความรู้ ของตนมาปรับใช้กับสถานการณ์ต่างๆ รู้จักหาคำตอบต่อคำถามที่ว่า "มันจะเป็นอย่างไรถ้า....." ครูสามารถจะให้นักเรียนใช้ความรู้ของตนมาใช้ทดลองเองกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ในห้องเรียน ให้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน เพื่อที่จะให้นักเรียนสามารถค้นพบคำตอบด้วยตนเอง
 
7. หลักฐาน (Evidence) เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนสะท้อนความรู้ ความคิดของตนออกมาทางการเขียนที่มิใช่การทำข้อสอบ นักเรียนจะต้องเขียนผลลัพธ์ของ การทดลองเพื่อฝึกการจัดระบบความคิด และเชื่อมโยงความคิดกับความรู้สึก ประสบการณ์ที่มี และเรามีแนวการเขียนรายงานสั้นๆเรียกว่า ฟอร์ กอล์ฟเฟอร์ (FGOLFeRS) ซึ่งเป็นการ เขียนรายงานที่เริ่มด้วยการวาดโครงร่างของกระบวนการและผลลัพธ์ของการทดลอง จากนั้น ให้สะท้อนความรู้สึกในระหว่างที่ทำกิจกรรมนั้น เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผ่านมาและแนวคิด ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ฟอร์ กอล์ฟ เฟอร์ประกอบด้วย
 
F - Find กล่าวถึงสิ่งที่เราต้องการจะค้นหา โดยให้วัตถุประสงค์ของการทำการทดลองนั้นๆ 
G - Guess กล่าวถึงผลลัพธ์ที่เราคาดเดาไว้ก่อนทำการทดลอง 
O - Order กล่าวถึงลำดับขั้นของการทำการทดลอง 
L - Lean กล่าวถึงสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการทำการทดลองนั้น 
Fe - Feeling เรามีความรู้สึกอย่างไรในระหว่างที่ทำการทดลอง และรู้สึกอย่างไรหลังจากทดลองแล้วเสร็จ 
R - Remind กล่าวถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทดลองนี้ทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์อื่นๆที่ผ่านมาบ้างหรือไม่ และเกี่ยวข้องกันอย่างไร 
S - Science คิดว่าการทดลองนี้มีผลกระทบต่อวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันและอนาคตอย่างไร เราคิดว่ามันมีประโยชน์หรือไม่อย่างไร เพราะวิชาวิทยาศาสตร์จะต้องอิงอยู่กับการทดลองเสียเป็นส่วนมาก
 
ดังนั้น การเขียนรายงานจึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะแสดงความเข้าใจในเนื้อหา แต่อย่างไรก็ตามการ เขียนรายงานก็อาจจะต้องเสียเวลามาก ดังนั้นการประมวลความรู้ ร่วมกับเพื่อนๆ จะช่วยเพิ่มคุณภาพของการเขียนและลดเวลาที่ครู จะให้คะแนนลงไปได้
 
หรือเราอาจจะให้นักเรียนในกลุ่มเล็กๆ ช่วยกัน เติมข้อความหรือวาดโครงร่างเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้เรียน ได้ใช้กลยุทธ ในการเรียนหลายๆ แบบ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้แนวคิดนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นอิสรภาพ ในการเลือกและเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับชีวิตจริงของเรา


 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ครูบ้านนอกดอทคอม , Sanook! Campus
 
 
สาระความรู้-เกร็ดการศึกษาอื่นๆ »
กฎหมายโดรนในไทย ที่เจ้าของโดรนต้องรู้ - ทิปส์ไอท...
ประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุง...
งิ้ว...
วันรักนกเงือก 13 กุมภาฯ ดูคู่รักแท้...
ไฟฟ้าสถิตในร่างกายมนุษย์ป้องกันอย่างไร ใช่เราไหมที่ไฟแรงเฟร่อ...
ประเพณีการไหว้เจ้า เทศกาลตรุษจีน...
15 เทคนิคกับอีก 10 อาหารที่เพิ่มไอคิวได้ภายใน 30 วัน...
อยากเก่งเลข ง่ายๆแค่วันละ 35 นาทีเท่านั้น...
10 ผักพื้นบ้าน บำรุงสมอง-ความจำ...
สุขภาพดีขึ้นทันตา เมื่อดื่มน้ำถูกปริมาณ และถูกเวลา...
ข่าวสารเชียงราย by เชียงรายโฟกัสดอทคอม, เว็บไซต์ข่าวเชียงราย
 
Untitled Document
โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นมินนะโนะ
แปลเอกสารญี่ปุ่น-อังกฤษ,รับรองกระทรวงฯ
ดำเนินการจดทะเบียนสมรส โทร/ไลน์ 0815308720
Chaimagic academy
เชียงรายมายากล ตัวตลก ตัวการ์ตูน ลูกโป่งแฟนซี โดยทีมงานคุณภาพ : นำเสนอความบันเทิงในรูปแบบมายากล รับจัดแสดงมายากลทุกรูปแบบ / สอนมายากล / โบโซ่ลูกโป่ง / มัสคอต / ลูกโป่งประดับ รับจัดแสดงมายากล/รับจัดแสดงมายากลเวที ระยะใกล้ เปิดตัวรถ สินค้า งานเทศกาลประจำปีฯลฯ โดยทีมงานที่มีประสบการณ์การแสดงทั่วภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร พร้อมออกแบบการแสดงให้ตรงกับคอยเซ็ปของงาน (มายากลระยะใกล้บนโต้ะอาหาร มายากลเด็ก) โทร 085 714 6103
Firm Friends Education and Visa Consultant (AVSS)
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย AVSS สาขาแยกสหมิตร
เรียนต่อ ออสเตรเลีย & อินเดีย ไม่ยาก ถ้าปรึกษาเรา โทร. 099 370 5159, 052 021 517
 
เกี่ยวกับเรา
เกี่ยวกับเชียงรายโฟกัส
กิจกรรมของเว็บ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อทีมงาน
ช่วยเหลือ
แจ้งปัญหาการใช้งาน/อัพเดทข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
ส่งข้อเสนอแนะการพัฒนาเว็บไซต์
แผนผังเว็บไซต์ (Site Map)
ข้อมูลเพิ่มเติม
สถิติ โดยรวมของเว็บ
สถิติ ปี 2012 | สถิติปี 2013
สถิติเว็บไซต์ ปัจจุบัน stats | histats
เว็บไซต์ V.2010 , V.2012
ข้อมูลบริการ
+ ฝากประกาศข่าว + ฝากประกาศตำแหน่งงาน
+ ลงทะเบียนหางาน(ฝากประวัติ) + เพิ่มที่พัก กิน ดื่ม เที่ยว ทัวร
+ เพิ่มข้อมูลธุรกิจ (ไดเร็กทอรี่) + จองโรงแรมเชียงราย
+ เพิ่มธุรกิจบนแผนที่ออนไลน + เพิ่มโปรโมชั่น ส่วนลด
เว็บไซต์แห่งนี้รองรับการแสดงผลได้ดีสุดที่ขนาดจอภาพ 1024x768 พิกเซล บนโปรแกรมบราวเซอร์ Google Chorm หรือ Mozilla Firefox
สงวนลิขสิทธิ์ © 2007-2018
http://www.chiangraifocus.com