x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เอทเซทเทอร่า อีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ETC) โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ เอ็มจีล้านนนา สินธานี (facebook) สินธานี (เว็บไซต์)

บริษัททัวร์

สิบสองปันนา เชื่อว่าคนไทยหลายคนคุ้นชื่อนี้ดี ผมมีโอกาสเดินทางไปกับคณะทัวร์ของบริษัทจตุรพรทัวร์ บนเส้นทาง R3A จากไทยผ่านไปยัง สปป.ลาว จุดหมายของการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่เขตปกครองตนเองพิเศษสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเมืองที่มีผู้คนและวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับชนชาติไทยในประเทศไทย เป็นหนึ่ง ในดินแดนห้าเชียง ที่เคยเจริญรุ่งเรือง และมีความสัมพันธ์อันดีกับอาณาจักรล้านนาของไทยในอดีต


ปัจจุบันสิบสองปันนาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่นิยมเข้ามาสัมผัสมนต์เสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมของแดนดินแห่งนี้  การเดินทางของทริปนี้โดยรถบัสปรับอากาศ เข้าทางด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อ.เชียงของ เมื่อทำพิธีการผ่านด่านเรียบร้อยก็ต้องเปลี่ยนไปนั่งรถบัสของทางฝั่งลาว แล้วเข้าทางบ่อเต็น-บ่อหาน ที่กั้นระหว่างชายแดนลาว-จีน ตลอดเส้นทางที่ไปเรียกกันว่าถนนเส้นทางเศรษฐกิจ R3A  ( R3A ย่อมาจาก R = Road, 3 = ประเทศคือ ไทย-ลาว-จีน และ A = ASIA )  


สำหรับท่องเที่ยวหมู่คณะการเดินทางไปกับบริษัททัวร์เป็นวิธีการที่สะดวกที่สุด ทริปนี้มีคณะเดินทางเป็นผู้อาวุโสทั้งหมดกว่า 50 คน แต่บริษัททัวร์ก็จัดการเรื่องเอกสารต่างๆไว้ล่วงหน้า จึงใช้เวลาในการข้ามด่านพรมแดนไม่นาน



วันแรก ....

07.30 น. เริ่มเดินทางจากด่านพรมแดนมิตรภาพไทย-ลาว อ.เชียงของ ยื่นพาสปอร์ต ประทับเข้า สปป.ลาว ก็เป็นอันเรียบร้อย แล้วไปยืนรอขึ้นรถบัสอีกฝั่งของทางลาวที่จะมารับช่วงต่อการเดินทาง

จากนั้นขึ้นรถบัสไปยื่นเอกสารทางฝั่ง ตม.ลาว เสร็จแล้วก็นั่งรถผ่านเมืองห้วยทราย สปป.ลาว แล้วต่อไปยังด่านพรมแดนลาว-จีน ที่ด่านบ่อเต็น 

ระหว่างทางก็จะมีไกด์ลาวมารับหน้าที่ ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในวันนี้ไปเรื่อยๆ

เส้นทาง R3A จากเมืองห้วยทราย สปป.ลาว ไปยังด่านบ่อเต็น ก็ค่อนข้างไกล ระหว่างทางรถบัสก็จะจอดแวะให้คณะเดินทางได้หยุดพักเข้าห้องน้ำ

หลับกันคนละตื่นสองตื่นก็ถึงเมืองหลวงน้ำทา สปป.ลาว ก็มาได้ครึ่งทาง แวะพักรับประทานอาหารมื้อเที่ยง

หลังอาหารก็เดินทางไปที่ด่านชายแดนลาว-จีน ทำพิธีการตรวจคนเข้าเมืองจากด่านบ่อเต็นของลาว ไปยังด่านบ่อหานของจีนเขตเชียงรุ้ง-สิบสองปันนา 

ที่จีนค่อนข้างจะเข้มงวดและใช้เวลาทำเอกสารนาน  เมื่อทุกอย่างผ่านเรียบร้อยเราต้องเปลี่ยนรถบัสทางฝั่งจีนกันอีกรอบ  เสร็จแล้วคราวนี้นั่งยาวกันเลย ออกเดินทางผ่าน อำเภอต่างๆ ไปจนถึงสิบสองปันนา ถนนเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่สวยงามมาก ถนนแต่เดิมนั้นคตเคี้ยวไปมา ใช้เวลามาก แต่ปัจจุบันนี้ ได้ทำถนนให้เป็นทางด่วน เจาะภูเขาเป็นอุโมงค์ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงถึงเชียงรุ่ง จากด่านบ่อหานไปจนถึงเชียงรุ่งมีอุโมงค์มากถึง 20 กว่าอุโมงค์ บางอุโมงค์มีระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร ทิวทัศน์สองข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นป่าที่ยังคงธรรมชาติอยู่มากและต้นยางพาราที่ปลูกกันมากสลับกับการเพาะปลูกพืชผักผลไม้เกษตรของชาวบ้าน  

วันนี้ทั้งวันนั่งรถชมบรรยากาศตามรายทางอย่างเดียว เราเดินทางจากด่านบ่อหานจนถึงเมืองเชียงรุ่งใช้เวลาราวๆ 3 ชั่วโมง ก็ค่ำมืดพอดี 

ตลาดกลางคืนหรือถนนคนเดินใกล้ๆกับโรงแรมที่พัก บรรยากาศโดยรวมก็เหมือนกับบ้านเรา มีสินค้าแฮนด์เมด ผ้าทอ อาหารพื้นถิ่น เสื้อผ้า สินค้าทำมือ

แต่ที่เห็นมากที่สุดก็จะเป็นของกินอย่างปิ่งย่างมะหล่านี่แหละ ต้นตำหรับสูตรสิบสองปันนา รสชาติอยากให้มาลองชิมดูครับ

โรงแรมห้องพักคืนนี้ ที่บริษัททัวร์จัดไว้ให้ครับ  อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นมาเที่ยวกับบริษัททัวร์สะดวกในเรื่องของที่พักและอาหารนี่แหละครับ เราไม่ต้องไปค้นหาที่พัก ไม่ต้องไปลุ้นว่าจะเต็มหรือแพง จะนอนได้หรือเปล่า ที่สำคัญจตุรพรทัวร์ทำธุรกิจนำเที่ยวมานานจึงเข้าใจลูกค้าคนไทยเป็นอย่างดี จัดหาที่พักที่สะดวกปลอดภัยและเหมาะสมกับคนไทย เอาเวลาไปเที่ยวให้เต็มที่ เสร็จแล้วก็เข้าพักตามโปรแกรมทัวร์ที่วางไว้


โรงแรมจะมี Wifi Free ให้ใช้ สัญญาญเต็มเล่นเน็ตได้สบาย แต่เน็ตจะมีปัญหากับคนที่เล่น Line Google Youtube ที่จีีนจะบล็อกไว้เล่นไม่ได้นะครับ

สำหรับคนที่มีธุระจำเป็นต้องใช้ติดต่อคนอื่น แนะนำให้ซื้อซิมโรมมิ่งจากฝั่งไทยไปใช้ ซึ่งผมได้ซื้อซิมของ ais sim2fly ราคา 399 บาทเปิดโรมมิ่งตั้งแต่ข้ามด่านเชียงของไป ผ่านลาว จีน ก็ใช้งานเล่นเน็ตได้ตลอดทุกพื้นที่ไม่มีปํญหา 


วันที่สอง

... เมื่อวานนั่งรถทั้งวันนี้ วันนี้จึงถือเป็นวันแรกที่เราจะเริ่มเที่ยวในเมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนา ลองไปดูกันครับ มีอะไรน่าสนใจบ้าง 


08.00 น. ออกโรงแรม พาคณะไปชมวัดหลวงเมืองลื้อ  ที่ตั้งอยู่เชิงดอยนอกเมืองออกไป อยู่ในโซนที่เรียกว่า สิบสองปันนาเมืองใหม่ เป็นวัดที่มีการสร้างโดยศิลปะแบบไทยผสมผสานเข้ากันกับของไทลื้อสิบสองปันนา ตั้งอยู่เชิงเขา ด้านบนมีพระพุทธรูปปางขอฝนประทับยืนองค์ใหญ่ มองเห็นตัวเมืองได้สวยงามมาก ด้านหน้ามีรูปปั้นยักษ์คล้ายกับวัดของไทยเรา


จากนั้นไปชมหมู่บ้านตีมีดไทลื้อ สิบสองปันนา ที่รัฐบาลจีนมีนโยบายสร้างงานสร้างอาชีพ เป็นหมู่บ้านที่เคยสืบทอดการผลิตมีดสำหรับเจ้าเมืองในอดีต มีผู้สาธิตคืออีนางตัวดีที่พูดภาษาไทยได้ชัดมาก คำว่าอีของที่นี่ไม่ใช่คำหยาบนะครับแต่เป็นภาษาดั้งเดิมที่ยังใช้อยู่หมายถึงผู้หญิงสวย เธอพูดเก่งมาก บรรยายถึงคุณสมบัติอันโดดเด่นของมีดแต่ละแบบ ลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากมีดทั่วไป เอาคนฟังถึงกับอึ้งในความสามารถกันเลยทีเดียว

จากนั้นพาไปดูจุดไฮไลท์ของสิบสองปันนาที่ใครมาแล้วไม่ควรพลาดที่สวนป่าเขตร้อน ซึ่งมีฝูงนกยูงแสนรู้จำนวนมาก เมื่อได้ยินเสียงนกหวีดก็จะพากันบินลงมากินอาหาร   นกยูงเป็นสัญลักษณ์ของสิบสองปันนา จะสังเกตุเห็นตามหน้าตึกหรือจั่วของโรงแรมต่างๆ จะมีสัญลักษณ์นกยูงติดไว้  ที่นี่ก็จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ที่มารอป้อนอาหาร รอชมนกยูงที่จะบินลงมาตามเสียงนกหวีด

ถัดไปไม่ไกลไปชมการจำลองวิถีชีวิตของหมู่บ้านชนเผ่าและชมการแสดงของชนเผ่าต่างๆของเมืองสิบปันนา 

หลังจากนั้นช่วงค่ำไปรอชมการแสดงโชว์วัฒนธรรมที่อลังการด้วยระบบแสงสีเสียง ที่พาราณสี ไม่รู้ว่าเป็นพิธีอะไร ซึ่งเขาจะให้นักท่องเที่ยวที่มารอชมการแสดงได้มีส่วนร่วมกับการการแสดงด้วย จากนั้นได้เวลาเปิดแสดงทุกคนก็ต้องเดินเข้าห้องไปชมคล้ายๆในโรงหนังบ้านเรา

การแสดงของพาราณสี ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่คนไหนมาเที่ยวสองสิบปันนาแล้วห้ามพลาด เพราะที่นี่แสดงแสงสีเสียง ผสมผสานงานศิลปะวัฒนธรรมได้ยิ่งใหญ่อลังการมาก ตลอดเกือบ 2 ชั่วโมง อยากให้มาเห็นกับตาครับ


ชมคลิปเต็มๆ

https://www.youtube.com/watch?v=5MtW_Iz1PMI





วันที่สาม...

เวลาที่สิบสองปันา เร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมง เช้าวันนี้เราออกจากโรงแรมแต่เช้าเพื่อจะไปเดินชมตลาดเช้า ที่เมืองกาดทราย 

บรรยากาศก็จะคึกคัดไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอย มีของพื้นเมืองมากมายในแบบไทยลื้อสิบสองปันนา

จากนั้นไปเที่ยวต่อกันที่หมู่บ้านไทลื้อม่านติ้ว ชมวิถีชีวิตคนไทลื้อ ที่ใช้ชีวิตแบบปกติทุกวัน แม้จะมีความเจริญ มีตึกอาคารสูงมากมายเกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนาเมือง ก็จะมีบ้านที่เก่าแก่และสร้างใหม่ปะปนกันไป ยังสามารถเลือกซื้อของกินของฝาก โดยเฉพาะเครื่องเงินและผ้าทอไทลื้อ ถือว่าเป็นสินค้าขึ้นชื่อของที่นี่ 

สุดท้ายก่อนเดินทางกลับแวะเที่ยวชมวัดป่าเจ  ศาสนสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในเมืองเชียงรุ้ง เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้พระพุทธศาสนา  ในปัจจุบันมีชาวไทลื้อและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามานมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิภายในวัดอยู่ไม่ขาดสาย และยังเป็นโรงเรียนสอนปริยัตธรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาประจำมณฑลยูนนาน และภายในวัดนี้ยังมีต้นโพธิ์ที่อยู่ทางเข้าวัดซึ่งสมเด็จพระเทพฯทรงปลูกเมื่อคราวเสด็จมาเยือนสิบสองปันนาปัจจุบันต้นโพธิ์ดังกล่าวเป็นร่มเงาใหญ่โต  วิหารและอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆออกแบบตกแต่งตามศิลปะไทลื้อ ภายในวิหารวัดป่าเจตกแต่งได้อย่างสวยงามโดยเฉพาะ พระประธานสร้างด้วยไม้ไผ่ทั้งองค์ ( เสียดายเขาไม่ให้ถ่ายรูป   )  ผ่านซุ้มประตูวัดเข้าไปก็ต้องถ่ายรูปมุมมหาชนไว้เป็นที่ระลึกก่อน กรุ๊ปทัวร์ไหนมาต้องไม่พลาดมุมนี้

คลิปการเดินทางของทริปนี้

https://www.youtube.com/watch?v=Dg_CqHAcGKk




เชียงรุ่ง-สิบสองปันนา ที่นี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวตามรายทางอีกหลากหลายที่ยังไม่เขียนลงไป ยังมีมนต์เสน่ห์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ อาหาร วัฒนธรรมท้องถิ่น อีกมากมายที่รอการเยือนจากนักท่องเที่ยว ..คุ้มค่าไหมที่ต้องนั่งรถมาเที่ยว? คุ้มค่าแน่นอน เพราะเป็นเส้นทาง R3A ที่จะเชื่อมการคมนาคมทางเศรษฐกิจ 3 ประเทศเข้าด้วยกัน ในระหว่างทางยังได้พบเจอผู้คน สิ่งก่อสร้าง บ้านเมืองต่างถิ่นก็ทำให้เพลิดเพลินตื่นเต้นกับการเดินทาง ได้ความรู้จากไกด์ที่ให้ข้อมูล


...สิ่งที่ควรทราบสิบสองปันนา อยู่ในเขตประเทศจีน ดังนั้น การใช้อินเตอร์เน็ตของคนไทยเล่นไลน์ ยูทูป กูเกิ้ล จะใช้งานไม่ได้ ดังนั้นถ้าคนไหนติดโซเซียลหรือต้องใช้ติดต่องาน ต้องเตรียมซื้อซิมการ์ดจากเมืองไทยแล้วเปิดโรมมิ่งไว้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  ผมไม่เคยใช้ค่ายอื่น แต่ลองของ sim2ply ais ตลอดเดินทางข้าม 2 ประเทศ ใช้งานได้ตลอด ไม่มีปัญหา สัญญาญ 4G 3G เล่นได้ทุกพื้นที่เกือบตลอดทาง แม้จะนั่งรถไปแต่ก็คุยกับเพื่อนในไลน์ได้ตลอดทาง..


และขอขอบคุณจตุรพรทัวร์ บริษัททัวร์ที่นำเที่ยวสิบสองปันนามานาน บริการประทับใจ ที่พักดี อาหารอร่อย

ใครสนใจทริปเดินทางแบบนี้

ติดต่อได้ที่ http://www.jaturaporntour.com/  

โปรโมชั่นพิเศษ โทร. 053-660657 

คลิปการเดินทางของทริปนี้

https://www.youtube.com/watch?v=Dg_CqHAcGKk


การแสดงพาราณสี

............................................