x
ขณะนี้เรากำลังไลฟ์ คลิกที่นี่เพื่อชม
สินธานี (facebook) เอ็มจีล้านนนา สินธานี (เว็บไซต์) โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ บริษัท เอทเซทเทอร่า อีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ETC) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

ที่เที่ยว

One Day Trip แล่นรถเล่น เส้นแม่ยาว....

เรื่อง / ภาพ : ธนา ตันตรานนท์


     มันเป็นเรื่องที่ค้างคาและข้องใจมาจากเมื่อคืนเนื่องจากผมอยากที่จะไปขี่รถเล่นในเส้นทางที่ผมยังไม่เคยไปจนสุดสักที ก็เลยคุยเล่นกับพี่ที่ทำงานว่าเคยไปเส้นทางแม่ยาวนี้หรือเปล่า? จากนั้นเราก็คุยก็และเริ่มที่จะวาดแผนที่ขึ้นมาเล่นๆ มันทำให้ผมเกิดอาการที่ต้องการไปโลดแล่นบนเส้นทางสายแม่ยาวอย่างมาก วันนี้ตื่นขึ้นมาก็ไม่รอช้ารีบเตรียมตัวคว้ากระดาษใบนั้นแล้วออกไปลุยเลยแต่แล้วระหว่างที่จอดแวะกินก๋วยเตี๋ยวฝนดันตกลงมาซะงั้น ในใจก็รู้สึกว่าคงไม่ได้ไปแล้วสินะ แต่ผมก็เฝ้ารอได้สักระยะจนมองเห็นยอดดอยผมเลยตัดสินใจที่จะไปต่อ เส้นทางนี้เป็นถนนสายแม่ยาวเดินทางมาถึงตรงสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปทางทัวร์ช้างกะเหรี่ยงรวมมิตร ระหว่างทางก็จะเห็นวิวเขาและทุ่งนาบ้างเป็นระยะ จุดแรกที่ผมจอดรถคือทางโค้งช่วงป้ายทางเข้าบ้านรวมมิตรเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของทริปนี้ โดยเราสามารถเดินไปข้างหลังป้ายเพื่อมองลงไปเห็นวิวน้ำกกได้ 

จากนั้นไม่รอช้าที่จะออกเดินทางต่อไปเข้าบ้านรวมมิตร ก่อนที่จะถึงตัวหมู่บ้านหลังจากหลุดโค้งแล้วจะเป็นทางลงเนินที่มองลงไปเห็นวิวน้ำกกอีกมุมหนึ่ง

พอขี่รถต่อปได้อีกไม่ไกลเท่าไหร่ก็เข้าสู่หมู่บ้านรวมมิตร สองข้างทางจะเป็นบ้านของชาวบ้าน เป็นหมู่บ้านริมน้ำกกจะมีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อาข่า ลาหู่ และอีกหลายเผ่าจึงเรียกว่าบ้านรวมมิตร โดยในหมู่บ้านจะมีปางช้างที่เรียกว่าทัวร์ช้างบ้านรวมมิตร เป็นการพัฒนาหมู่บ้านโดยใช้การท่องเที่ยวเข้ามาผสมผสานกับวิถีชีวิตริมน้ำกก บางช่วงจะเห็นนักท่องเที่ยวขี่ช้างเดินอยู่ในหมู่บ้านเป็นการเที่ยวชมและดูวิถีชีวิตของชาวบ้านบ้านรวมมิตร หากว่ามาในช่วงน้ำลงอาจมีโอกาสได้นั่งช้างเที่ยวโดยที่ช้างจะลงไปเดินในแม่น้ำกกด้วย เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่น่ามาสัมผัสอีกแบบหนึ่ง

จากนั้นเราก็จะไปต่อที่พนาสวรรค์โดยระหว่างทางเราจะผ่านบ้านผามูบ บ้านแคววัวดำ หลังจากที่เลยหมู่บ้านแคววัวดำมาได้ไม่ไกลมากก็จะพบกับวิวที่สวยงามอยู่ข้างหน้าเป็นทุ่งนาที่เขียวตัดกับสีท้องฟ้า เป็นภาพที่เห็นแล้วจะต้องจอดรถเพื่อที่จะถ่ายภาพหรือว่าหยุดชมวิวนี้

จากนั้นเราเราก็เดินทางต่อไปได้ไม่ไกลจากจุดนั้นเท่าไหร่ผมก็แอบไปเห็นคุณลุงคนหนึ่ง กำลังขุดหาอะไรสักอย่าง ด้วยความสงสัยผมก็เลยจอดรถแล้วเดินลงไปถาม คุณลุงกำลังขุดหา ”จิ๊กกุ่ง” อยู่ในตอนแรกผมเองก็ว่ามันคือจิ้งหรีด แต่คุณลุงบอกว่ามันไม่ใช่จิ้งหรีดมันคือจิ๊กกุ่ง จิ๊กกุ่งจะตัวใหญ่จิ้งหรีดจะตัวเล็ก ผมก็เลยได้รู้ว่า จิ๊กกุ่งมันคือจิ้งหรีดยักษ์นั่นเอง แต่สิ่งที่เป็นความรู้ใหม่คือจิ๊กกุ่งมันอยู่ในดินไม่ได้อยู่ตามต้นไม้ เห็นขายจิ๊กกุ่งทอดในเชียงรายมาหลายรอบเพิ่งจะรู้ว่าการหาจิ๊กกุ่งต้องมาขุดหาเอา จากนั้นคุณลุงได้เปิดปี๊บให้ดูจิ๊กกุ่งที่ลุงจับได้ใส่อยู่ในปี๊บ ลุงเปิดให้ดูแป๊ปนึงแล้วรีบปิดพร้อมกับคำพูดที่ว่า “ปิดก่อน เดี๋ยวมันวิดออก” ..วิดออก? “วิดออกก็คือโดดออก” แล้วในวันนี้ก็ได้เรียนรู้คำเมืองอีกคำหนึ่ง

แล้วก็ลาคุณลุงแล้วเดินทางต่อ ระหว่างทางจะเริ่มเป็นถนนดินแดงและเริ่มแฉะเป็นโคลนมากขึ้นจากช่วงฝนตกเมื่อวันก่อน แต่ผมก็ต้องหยุดเมื่อผมพบกับเพื่อนที่ข้างทาง นั่นคือ ”ควาย” นั่นเอง คือมันเป็นภาพที่น่ารักมาก ชาวบ้านแถวนั้นพาควายมาผูกไว้ให้กินหญ้าริมแม่น้ำกก แถมมากันเป็นคู่ด้วย อะไรจะสวีทกันขนาดนั้น...เห็นแล้วอิจฉา

เดินทางไปเพื่อมุ่งหน้าไปที่พนาสวรรค์ แต่ทางก็เริ่มลำบากขึ้นเรื่อยๆเพราะสภาพถนนมันทั้งเละแล้วก็แฉะ บางช่วงมีน้ำท่วมขังด้วย มอเตอร์ไซด์ผ่านทั้งลื่น ทุรักทุเล แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ระหว่างทางนั้นมีรถกำลังติดหล่มอยู่ แล้วรถมอไซด์คันที่ผมขี่อยู่นั้นก็อยู่ในช่วงที่เป็นหลุมลึกน้ำขี้เลนแดงๆท่วมท่อเกือบมิดจนไม่สามารถที่จะไปต่อได้ ติดทั้งรถข้างหน้าและทางที่เกินขีดความสามารถของรถ ผมจึงต้องตัดใจและวนรถกลับ ไม่เป็นไรครับคราวหน้า...เจอกัน “พนาสวรรค์”

เราจะเดินทางกลับไปที่เส้นทางเดิมเข้าสู่หมู่บ้านแคววัวดำ แล้วขวามือจะมีทางลงเล็กๆจะมีสะพานแขวนอยู่ชื่อว่า “สะพานแขวนฮาแหล่จะ” เป็นสะพานแขวนด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่ ที่ชาวบ้านใช้ข้ามแม่น้ำกกจากฝั่งบ้านแคววัวดำไปยังอีกฝั่ง ซึ่งสะพานนี้ยังคงใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน มีรถมอเตอร์ไซด์ข้ามตลอด เป็นสะพานไม้ที่แคบๆ แต่ระยะก็ยาวอยู่เหมือนกันโดยตัวผมเองก็ได้ขี่รถข้ามสะพานมายังอีกฟากหนึ่ง ระหว่างที่ขี่ข้ามนั้น เมื่ออยู่ในจุดกลางแม่น้ำกกค่อนข้างที่จะหวาดเสียวเล็กน้อยเนื่องจากทางแคบและแกว่งไปมา บวกกับรถมอไซด์ที่คันใหญ่และหนักเลยหวาดเสียวเป็นพิเศษเพราะใช้ความเร็วไม่ได้เลย

หลังจากที่ข้ามมาอีกฝั่งได้แล้ว เราก็เลี้ยวซ้ายวนกลับมา โดยสภาพเส้นทางจะเป็นถนนดินแดงสลับกับพื้นคอนกรีตเป็นระยะ ขี่มาได้สักพักก็จะเจอกับ ”อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก” เป็นที่ตั้งของสำนักงานอุทยานที่ด้านหนึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำกก เข้าชมได้ฟรี ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ภายในก็จะมีแหล่งเรียนรู้และข้อมูลเกี่ยวกับลำน้ำกก ต้นไม้หายากหลากชนิด ลานกางเต๊นท์ โดยในช่วงฤดูหนาวจะมีคนมากางเต๊นท์แคมปิ้งกันเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้หน้าฝนเลยยังไม่มีคนมาเท่าไหร่ ภายในบริเวณอุทยานยังมีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่มีความร้อนค่อนข้างสูง สามารถต้มไข่ได้ แต่ลงไปแช่ไม่ได้นะครับ

ออกจากอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก จากนั้นเราก็เดินทางไปอีกจุดหนึ่ง เป็น น้ำตกห้วยแก้ว แต่ระหว่างทางจะมีน้ำพุร้อนบ้านผาเสริฐ สามารถจอดลงไปพักผ่อนแช่น้ำร้อน น้ำแร่ได้ แถมยังมีที่ให้ลวกไข่และหน่อไม้อีกด้วย แต่ทริปนี้เราจะแค่ผ่านไปก่อน เลยจากบ่อน้ำร้อนบ้านผาเสริฐมาได้ระยะหนึ่งจะเจอกับป้ายให้เลี้ยวขวาไปที่ “น้ำตกห้วยแก้ว” เลี้ยวรถขึ้นมาตามทางเรื่อยๆ ก็จะเริ่มได้ยินเสียงน้ำตกบ้างเป็นระยะๆ ยิ่งเข้าใกล้เสียงน้ำตกยิ่งชัดและดังมากขึ้นเรื่อยๆ ขี่มาจนไม่ห่างจากน้ำตกมากนักจะเป็นทางสามแยกให้เลี้ยวขวา แต่เนินตรงนี้ก็สวยงามอีกแบบ

เลี้ยวขวาขี่มาอีกหน่อยคราวนี้ก็ต้องหยุดจอดแวะสักพักเนื่องจากเป็นไร่ชาขั้นบันได เห็นแล้วสวยจนอดที่จะจอดรถดูไม่ได้ ในภาพอาจไม่สวยเท่าของจริง ผมจึงอยากให้คุณได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวคุณเองมากกว่าเพราะมันสวยกว่าในรูปเยอะ

ผ่านไร่ชามาอีกไม่ไกล แต่ระหว่างทางก็ยังคงมีไร่ชาให้ได้เห็นอีกเยอะ จากนั้นจะเจอกับป้าย “น้ำตกห้วยแก้ว” ขี่รถขึ้นไปจอดที่ลานได้เลย จากนั้นก็ได้เวลาเดินเท้ากันเข้าป่าลัดเลาะไปตามลำธารล่ะครับ ทางตอนแรกจะเป็นป่าที่มีต้นไผ่ค่อนข้างเยอะ ระหว่างที่เดินจะได้ยินเสียงน้ำตกไหลลงตามลำธารตลอดเวลา มันยิ่งทำให้ผมยิ่งอยากที่จะเห็นน้ำตกเร็วๆก็เลยรีบเดินต่อไปเรื่อยๆ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้สักเท่าไหร่ เพราะยิ่งเดินเข้าไปทางมันยิ่งชันและเป็นหินมากกว่าดินบวกกับความเป็นชื้นของช่วงฝนนี้แล้วด้วยมันยิ่งทำให้ลื่น แต่สิ่งที่เห็นข้างหน้าคือน้ำตกชั้นแรกมันเลยทำให้ยิ่งต้องรีบเดินต่อไปอีก แล้วก็มาถึงที่น้ำตกชั้นแรกมันเป็นอะไรที่สวยใช้ได้เลยแหละครับ

     ละอองน้ำเย็นๆที่ปลิวลงมาจากน้ำตกมันเย็นสบาย และทำให้ยิ่งอยากขึ้นไปให้ถึงที่ชั้นบนให้เร็วมากขึ้นไปอีก จากนั้นผมไม่รอช้ารีบเดินขึ้นไปต่ออย่างรวดเร็ว แต่แล้วก็เหมือนโดนแกล้งยิ่งเร่งให้เร็วยิ่งเจอทางที่ชันและก็ลื่นมากกว่าเดิมอีก แต่ด้วยบรรยากาศของป่าที่สมบูรณ์ชุ่มชื่นและมันก็ไม่ได้ร้อนก็เลยใช้พลังงานในการเดินได้มากกว่ากลางแดด แล้วเสียงน้ำตกที่ดังมากเหมือนใกล้ๆก็แว่วเข้าหูผมจนได้ ทางขึ้นที่จะไปที่หน้าน้ำตกเราต้องข้ามสะพานไม้ไผ่ไป แล้วผมก็มาถึงที่น้ำตกชั้นบนจนได้ มันสวย เย็นสบายจนลืมไปเลยว่าตัวเองเหนื่อย


หลังจากที่สูดอากาศบริสุทธิ์ ละอองน้ำเย็นๆของน้ำตกห้วยแก้ว จนหายเหนื่อยแล้ว ผมก็เดินวนลัดเลาะตามทางเดิน มาที่อีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นคนละฝั่งกับทางที่ขึ้นมา เดินไปตามทางเรื่อยๆ ไกลพอสมควรก็จะเจอกับหมู่บ้านชาวเขาที่นี่เรียกว่า “หมู่บ้านอาแป” เป็นชนเผ่าอาข่า ซึ่งตั้งชื่อตามผู้นำหมู่บ้านที่ชื่อ คุณอาแป อามอ ที่ได้พาชาวบ้านอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ มันก็ไม่ได้ไกลจากตัวน้ำตกมากนัก สามารถเดินลัดเลาะไปมาได้เหมือนกับที่ผมได้เดินนั่นแหละ หากว่ามาเที่ยวหน้าหนาวที่นี่มีโฮมสเตย์ต้อนรับอยู่ ชื่อว่า “Akha Hill House” เป็นอะไรที่น่ามานอนพักมาก แล้วที่เป็นเหมือนไฮไลท์ของที่นี่คือคุณจะได้เห็นวิวเขานี้แบบเต็มๆ แล้วก็จะเป็นทะเลหมอกในช่วงหน้าหนาว เอาล่ะครับ ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วผมเองก็ต้องเดินทางกลับก่อนที่จะมืด ก็กลับออกมาที่จอดรถไว้ ระหว่างทางกลับบ้านผ่านสะพานมิตรภาพ แม่ยาว - ดอยฮาง ก็เห็นว่าท้องฟ้ากำลัง sunset พอดีก็เลยจอดรถแวะพัก นั่งดูแสงสุดท้ายของวันนี้ที่ริมแม่น้ำกก

“ ผมมองว่า จุดหมายมันไม่ได้สำคัญเสมอไป แต่ความสนุกของการเดินทางมันอยู่ที่เรื่องราวระหว่างทางต่างหาก ว่าเราเจออะไรมาบ้าง ”

" ธนา ตันตรานนท์ "


ตอนนี้ก็คงจบเพียงเท่านี้นะครับ สำหรับทริป “แล่นรถเล่น เส้นแม่ยาว”  ติดตามกันต่อว่าทริปนี้เราจะพาไปเที่ยวที่ไหน


.. กดรับชมคลิปวีดีโอ เรื่องราวระหว่างการเดินทางของทริปนี้จากด้านล่างได้เลยครับ ..