Untitled Document
เชียงรายโฟกัส ศูนย์รวมข้อมูลออนไลน์ จังหวัดเชียงราย ข่าวสารท้องถิ่นเชียงราย ปฏิทินท่องเที่ยวเชียงราย เที่ยวเชียงราย ที่พักเชียงราย โรงแรมเชียงราย โฮมสเตย์เชียงราย รีสอร์ทเชียงราย ทัวร์เชียงราย ข้อมูลท่องเที่ยวเชียงราย ตำแหน่งงานว่างเชียงราย หางานเชียงราย ซื้อ-ขายสินค้า ฟรี!!
...เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง..."
เชียงรายโฟกัส.คอม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความสามัคคีของพี่น้องชาวไทย เพื่อพ่อหลวงและแม่หลวงของเรา ชาวไทย
**ขอความกรุณา...เว็บไซต์ใดที่นำข้อมูลและรูปภาพจากเว็บเราไปใส่ในเว็บไซต์ท่าน ขอให้ท่านช่วยทำแบนเนอร์ลิงค์มายังเว็บไซต์ของเรา หรือ อ้างอิงถึงแหล่งที่มาด้วยนะคะ... ขอบคุณค่ะ**

หน้าแรก | ปฏิทินท่องเที่ยวเชียงราย | ข่าวสารเชียงราย | ประวัติเชียงราย | ประวัติพ่อขุนเม็งรายมหาราช | ข้อมูลทุกตำบลในเชียงราย | ข้อมูลทุกอำเภอในเชียงราย | ตำแหน่งงานว่างเชียงราย | แผนที่เชียงราย GIS map (แผนที่ออนไลน์เชียงราย)

โรงแรมเชียงราย & รีสอร์ทเชียงราย
| เกสเฮ้าส์เชียงราย | โฮมสเตย์เชียงราย | บริษัททัวร์เชียงราย | รถเช่าเชียงราย | สปา-นวดแผนไทย จ.เชียงราย | ร้านอาหารเชียงราย |
สินค้า OTOPเชียงราย / ของฝากเชียงราย
| แกลลอรี่ภาพประทับใจที่เชียงราย1 | แกลลอรี่ภาพประทับใจเชียงราย2 | ข้อมูลการผ่านแดนเชียงราย-สหภาพพม่า-สปป.ลาว |
แหล่งท่องเที่ยวเชียงราย | เที่ยวเชิงผจญภัย | เที่ยวเชิงวัฒนธรรม | เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ | เที่ยวเชิงเกษตร | เที่ยวเชิงอนุรักษ์ | เที่ยวเชิงสุขภาพ | ตำนานพระธาตุ 9 จอม | เส้นทางศึกษาศิลปะ-วัฒนธรรม จ.เชียงราย | เส้นทางท่องเที่ยวเชียงราย | คลิปวีดีโอท่องเที่ยวเชียงราย1 | คลิปวีดีโอท่องเที่ยวเชียงราย2

บอร์ด คนเชียงราย สังคมเชียงราย
| บอร์ดการเมือง | บอร์ดธุรกิจ บริการ | บอร์ดซื้อ-ขาย สินค้า ทุกชนิด | บอร์ดที่พัก ร้านอาหาร | กิจกรรมท่องเที่ยว แนะนำโปรแกรมทัวร์ รถเช่า | บอร์ดเรื่องเล่าจากฟอร์เวิร์ดเมล์ | บอร์ดพุทธศาสนิกชน กิจกรรมทางวัด | บอร์ดร้องทุกข์ เตือนภัย กฏหมาย | บอร์ดซื้อ-ขาย บ้าน ที่ดิน | บอร์ดซื้อ-ขาย รถยนต์ มอเตอร์ไซต์ฯลฯ | บอร์ดคนเมือง คนเจียงฮาย อู้กำเมือง เล่าเรื่องมะเก่า | บอร์ดหาทีมงาน - ธุรกิจขายตรง | บอร์ดรวมภาพประทับใจ | บอร์ดประมูลสินค้า | บอร์ดไอที คอมพิวเตอร์ มือถือ เทคโนโลยี | แจ้งลิงค์เสีย แนะนำ ติชม | ลงโฆษณากับเชียงรายโฟกัส

 
เส้นทางดอกไม้บานจังหวัดเชียงราย
เส้นทางท่องเที่ยวทั่ว จ.เชียงราย
ทัวร์รถอีแต๋นชมธรรมชาติ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
ทัวร์สามล้อผ่อวัด อ.เมือง จ.เชียงราย
นมัสการพระธาตุ 9 จอม จ.เชียงราย
ท่องเที่ยวหมู่บ้านชา จ.เชียงราย
ท่องเที่ยวโครงการหลวง จ.เชียงราย
เที่ยวตามอุทยานแห่งชาติ/วนอุทยาน จ.เชียงราย
เที่ยวตามอุทยานแห่งชาติ/วนอุทยาน จ.เชียงราย    
อุทยานแห่งชาติ คือ พื้นที่ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศวิทยา ซึ่งมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นทัศนียภาพอันงดงาม น้ำตก ถ้ำ และภูเขา หรือดอกไม้ และสัตว์นานาชนิด ที่มีความสำคัญยิ่ง
 
อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก
ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอแม่จัน อำเภอเมือง อำเภอแม่สรวย และอำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โดยได้รวมพื้นที่วนอุทยาน 3 แห่ง ได้แก่ วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ วนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว-บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม และวนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท
ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติลำน้ำกก มีลักษณะเป็นภูเขาสูงชันสลับกับที่ราบแคบๆ บริเวณหุบเขาเป็นหย่อมเล็กๆ ตอนเหนือและตอนใต้ของพื้นที่เป็นที่สูงลาดต่ำลงมาตอนกลางจะเป็นที่ราบลุ่มน้ำสลับกับร่องเขา มีระดับความสูงตั้งแต่ 500-1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเล มียอดดอยช้างเป็นดอยที่สูงที่สุด ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาที่สำคัญในพื้นที่ได้แก่ ดอยยาว ดอยบ่อ ดอยช้าง ดอยผามูบ เป็นต้น มีแม่น้ำกกซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของภาคเหนือตอนบนไหลผ่านที่ราบลุ่มตอนกลางของพื้นที่ โดยต้นน้ำเริ่มมาจากประเทศพม่าไหลผ่านเขตประเทศไทยที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงราย จากทางทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก รวมระยะทางจากตำบลท่าตอนถึงพื้นที่อุทยานแห่งชาติประมาณ 85 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังมีลำน้ำในพื้นที่อีกหลายสายที่เกิดจากต้นน้ำในเทือกเขาต่างๆ ในพื้นที่อันได้แก่ ห้วยแม่กรณ์ ห้วยแม่มอญ ห้วยย่าดี ห้วยชมภู ห้วยส้าน ห้วยแม่ซ้าย และห้วยเลาอ้าย ซึ่งลำห้วยต่างๆ เหล่านี้จะไหลไปรวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่และไหลไปรวมกับแม่น้ำลาวและน้ำแม่กกซึ่งเป็นแม้น้ำสายสำคัญของจังหวัดเชียงราย

ลักษณะภูมิอากาศ พื้นที่จังหวัดเชียงรายตั้งอยู่ในเขตมรสุม ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งเป็น 3 ฤดู อย่างชัดเจน คือ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 38 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มตั่งแต่เดือนมิถุนายน-เดือนตุลาคม ปริมาณน้ำฝนตั้งแต่ ปี พ.ศ.2534 - 2543 เฉลี่ยประมาณ 1,629 มิลลิเมตรต่อปี และฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มีอุณหภูมิต่ำสุด เฉลี่ยประมาณ 5 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยมีหมอกตลอดฤดูหนาว

พืชพรรณและสัตว์ป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก สามารถจำแนกสังคมพืชออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ ป่าดิบเขา พบที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 800 เมตร ขึ้นไป ในบริเวณยอดดอยช้าง วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ พันธุ์ไม้และพืชพื้นล่าง ได้แก่ ก่อก้างด้าง ก่อพวง ก่อเดือย ก่อสีเสียด พญาไม้ ขุนไม้ มะขามป้อมดง เมื่อย จันทร์ทอง จำปีป่า เมี่ยงดอย กุหลาบขาว คำแดง ก่วมแดง โคลงเคลงขน จุกนารี กำลังช้างสาร กุหลาบหิน ข่าคม กระเจียวขาว เฟิน ฯลฯ ป่าดิบแล้ง พบได้ในระดับความสูง 300 - 600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในบริเวณที่เป็นหุบเขาและริมห้วย พันธุ์ไม้และพืชพื้นล่าง ได้แก่ ยางแดง กระบาก ตะเคียนหิน เคี่ยมคะนอง คอแลน กระเบากลัก พลับพลาข่อยหนาม กระดูกค่าง ชมพู่ป่า หวายขม เครืองูเห่า ปัดแดง กล้วยดงดำ เฟิน ผักเบี้ยดิน หญ้ากาบไผ่ ลดาวัลย์ และเถายั้งดง เป็นต้น ป่าเบญจพรรณ พบขึ้นปกคลุมพื้นที่มากที่สุด ในระดับความสูง 50 - 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล พันธุ์ไม้และพืชพื้นล่าง ได้แก่ สัก กระพี้เขาควาย รกฟ้า ตะแบกเลือด ซ้อ สมอไทย ขะเจ๊าะ เปล้าหลวง มะกอกป่า ไผ่ซางนวล ไผ่ป่า ไผ่ไร่ ไผ่รวก กระชาย กลอย ขมิ้น ฯลฯ ป่าเต็งรัง พบกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ตั้งแต่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 400 - 600 เมตร ขึ้นไป พันธุ์ไม้และพืชพื้นล่าง ได้แก่ เต็ง รัง พลวง เหียง กราด แสลงใจ มะขามป้อม ไผ่เพ็ก โจด ฯลฯ สัตว์ป่า ที่สำรวจพบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกกมีเหลืออยู่น้อยมาก เท่าที่สำรวจพบ ได้แก่ เก้ง หมูป่า อีเห็น เม่นหางพวง ลิ่นกระต่ายป่า กระรอกท้องแดง กระแตธรรมดา กระจ้อน หนูท้องขาว นกตะขาบทุ่ง นกกางเขนบ้าน นกกระปุดใหญ่ นกขมิ้นน้อยธรรมดา นกแซงแซวหางปลา นกปรอดสวน เหยี่ยวนกเขา นกเขาใหญ่ ตะกวด กิ้งก่าหัวสีแดง งูเขียวหางไหม้ งูสิง งูสามเหลี่ยม งูเห่า กบ เขียด คางคกบ้าน และปาด เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยว
- น้ำตกขุนกรณ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 34 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีธารน้ำที่ใสสะอาดไหลตลอดปีโดยที่ปราศจากตะกอนหินปูน มีความสูงกว่า 70 เมตร เส้นทางเดินขึ้นสู่น้ำตกขุนกรณ์มีโขดหินและแก่งต่างๆ ซึ่งมีความสวยงามรายรอบไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด สภาพป่าโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับการพักหย่อนใจ กิจกรรม - เที่ยวน้ำตก
- น้ำตกห้วยแก้ว อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 25 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตกตามถนนสายเชียงราย-สี่แยกบ้านเด่นห้า เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำน้ำห้วยแก้วไหลลงสู่ห้วยโป่งน้ำร้อน และไหลลงสู่แม่น้ำกก ตัวน้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป ชั้นที่ 1 มีความสูงประมาณ 30 เมตร ชั้นที่ 2 เป็นชั้นที่สูงที่สุดคือ ประมาณ 40 เมตร และชั้นที่ 3 มีความสูงประมาณ 10 เมตร พื้นที่โดยรอบมีพรรณไม้นานาชนิดที่หายากและแปลกตา นกนานาชนิดที่ส่งเสียงร้องเรียกให้เข้าไปค้นหาและสัมผัส น้ำไหลตลอดปี กิจกรรม - ชมพรรณไม้ - ดูนก - เที่ยวน้ำตก
- น้ำตกโป่งพระบาท อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายไปทางทิศเหนือตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 110 (เชียงราย-แม่จัน) ระยะทาง 14 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีลักษณะแก่งหิน ธารน้ำใสฟูขาวสะอาด ภายใต้สภาพอากาศอันร่มรื่น สถานที่โดยรอบประกอบด้วยพรรณไม้สวยงาม เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนและเที่ยวชมความงามทางธรรมชาติ กิจกรรม - เที่ยวน้ำตก
- น้ำตกห้วยแม่ซ้าย เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำน้ำห้วยแม่ซ้ายที่มีน้ำไหลในปริมาณที่สม่ำเสมอตลอดปี น้ำตกแห่งนี้มี 2 ชั้น มีความสูงประมาณ 15 เมตร และ 20 เมตร ตามลำดับ แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป และสามารถสัมผัสได้กับทัศนียภาพและความร่มรื่นของธรรมชาติโดยรอบของน้ำตกได้อีกในบรรยากาศหนึ่ง กิจกรรม - เที่ยวน้ำตก
- น้ำตกปางสา มีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ชั้นที่สูงที่สุดประมาณ 70 เมตร พื้นที่รอบๆ น้ำตกมีความสวยงามไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด สภาพป่าโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เหมาะสำหรับการศึกษาและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นอย่างมาก กิจกรรม - เที่ยวน้ำตก
- บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 20 กิโลเมตร บ่อน้ำร้อนแห่งนี้เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่เกิดจากความร้อนใต้พิภพที่มีน้ำร้อนผุดขึ้นมาตลอดเวลา เป็นที่นิยมนำไข่ไปแช่ ใช้เวลานานประมาณ 30 นาที ไข่จะมีรสชาติมันและอร่อยกว่าไข่ต้มธรรมดา และบริเวณโดยรอบมีทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำกกมีสถานที่กางเต็นท์พักแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการค้างแรม กิจกรรม - แค็มป์ปิ้ง - ชมทิวทัศน์ - อาบน้ำแร่
- บ่อน้ำร้อนโป่งฟูเฟือง ซึ่งห่างจากแยกทางหลวงแผ่นดินสายแม่สรวย-เชียงราย ประมาณ 1.8 กิโลเมตร บ่อน้ำร้อนโป่งฟูเฟืองซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 2 บ่อ และมีอุณหภูมิสูงประมาณ 75 องศาเซลเซียส กิจกรรม - อาบน้ำแร่
- ล่องแพลำน้ำกก ล่องแพลำน้ำกกเป็นแม่น้ำที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงรายที่ไหลทอดยาวไปตามพื้นที่ราบเชิงเขาจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก โดยมีจุดเริ่มต้นจากบ้านท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงราย ไหลผ่านตัวเมืองเชียงรายแล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำโขง ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีระยะทางจากตำบลท่าตอน ถึงอำเภอเมืองเชียงราย ประมาณ 80 กิโลเมตร กิจกรรม - ล่องแพ/ล่องเรือ

สิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่กางเต็นท์/เต็นท์ อุทยานแห่งชาติ ยังไม่มีที่พัก-บริการไว้บริการนักท่องเที่ยว มีแต่สถานที่กางเต็นท์ให้บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติจัดตั้งใหม่ หากสนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวต้องจัดเตรียมเต็นท์และอาหารไปเอง

การเดินทาง จากจังหวัดเชียงรายไปตามถนนเชียงราย - สี่แยกบ้านเด่นห้า ผ่านหน้าค่ายเม็งรายมหาราชเข้าสู่ตำบลดอยฮาง จนถึงบ้านผาเสริฐ ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติบริเวณห้วยหมากเลี่ยมอีก 1.5 กิโลเมตร หรือจะล่องมาตามลำน้ำกกด้วยเรือหางยาวหรือแพจากสะพานลำน้ำกกในตัวเมืองเชียงราย ถึงบริเวณห้วยหมากเลี่ยม ประมาณ 20 กิโลเมตร

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/lamnumkok_01.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก ต.ดอยฮาง อ. เมืองเชียงราย จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 0 5360 9238
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=233&lg=1

.
อุทยานแห่งชาติดอยหลวง
มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ เชียงราย ลำปาง และพะเยา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ได้ยกฐานะมาจากวนอุทยานน้ำตกจำปาทอง วนอุทยานน้ำตกผาเกล็ดนาค วนอุทยานน้ำตกปูแกง และวนอุทยานน้ำตกวังแก้ว รวม 4 แห่ง ที่มีพื้นที่ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน มีสภาพธรรมชาติและจุดเด่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งของภาคเหนือ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 731,250 ไร่ หรือ 1,170 ตารางกิโลเมตร
ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนทอดตัวยาวตามแนวเหนือ-ใต้ โดยค่อนข้างสูงขึ้นจากทางเหนือลงมาทางใต้ โดยมีจุดสูงสุดคือ ยอดดอยหลวง ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,694 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และสภาพดินเป็นดินลูกรังผสมหินโดยเฉพาะบนยอดเขา ส่วนบริเวณหุบเขาจะมีดินสีดำอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และหินมีลักษณะเป็นหินกรวดหรือหินปูนทราย เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำวังและกว๊านพะเยา

ลักษณะภูมิอากาศ ประกอบไปด้วยฤดูกาล 3 ฤดูกาล คือ ฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม

พืชพรรณและสัตว์ป่า ประกอบด้วยป่าชนิดต่างๆ 5 ประเภท ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าสนเขา มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น สัก เสลา อินทนิน มะขามป้อม มะกอกป่า มะม่วงป่า ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง ชิงชัน ประดู่ กระบก ยมหิน ยมหอม บุนนาค เต็ง รัง เหียง พลวง ยางนา หว้า ก่อเดือย ก่อแป้น ก่อกำยาน สนสามใบ รวมถึงไผ่ขาว ไผ่บง กล้วยป่า เฟินก้านดำ ขิง ข่า กล้วยไม้ดิน ชายผ้าสีดา กระแตไต่ไม้ เอื้องผึ้ง หวายป่า เท้าสิงห์โต เอื้องหมายนา ค้างคาวดำ ดุสิตา แววมยุรา กระดุมเงิน สัตว์ป่าประกอบด้วย เลียงผา เก้ง กวางป่า หมูป่า หมี อีเห็น ชะมด บ่าง ชะนี ลิงกัง เสือดาว แมวดำ หมาใน กระต่ายป่า กระรอกบิน ตะกวด เต่าปูลู งูชนิดต่างๆ รวมไปถึงไก่ป่า นกเงือก นกพญาไฟพันธุ์เหนือ นกปีกลายสก็อต นกกางเขนหัวขาวท้ายแดง นกศิวะปีกสีฟ้า และนกย้ายถิ่นหายาก เช่น นกกินปลีหางยาวคอสีดำ และนกอื่นมากมายกว่า 200 ชนิด นอกจากนี้ยังมีแมลงมากมายหลายชนิด เช่น ผีเสื้อกลางวัน ผีเสื้อกลางคืน กว่างห้าเขา ผีเสื้อใบไม้ใหญ่ ผีเสื้อหางติ่งปารีส ผีเสื้อถุงทอง เป็นต้น

การเตรียมตัวและการท่องเที่ยวทั่วไป
อุทยานแห่งชาติในประเทศไทยบางแห่งเท่านั้นที่มีบ้านพักบริการ ส่วนใหญ่จะมีที่กางเต็นท์พร้อมห้องสุขาและห้องอาบน้ำ บางแห่งมีร้านค้าร้านอาหาร บางแห่งยังอยู่ในระหว่างการจัดตั้งหรือปรับปรุง จึงอาจไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เลย ดังนั้นก่อนการเดินทางไป ท่องเที่ยวควรศึกษาข้อมูลของแต่ละอุทยานแห่งชาติให้ดี สำรองที่พักไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ค่ายพัก หรือพักแรมโดยเต็นท์ รวมทั้งกำหนดจุดหมายของการเดินทางไปท่องเที่ยวให้ชัดเจน เพื่อเตรียมสภาพร่างกายและอุปกรณ์การเดินทางให้ถูกต้อง การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติมีข้อที่พึงทราบ ดังนี้
อาหารการกิน
อุทยานแห่งชาติส่วนใหญ่มีร้านอาหารให้บริการ ผู้ที่ไม่นิยมการปรุงอาหารรับประทางเอง ก็สามารถฝากท้องไว้กับร้านอาหารในอุทยานแห่งชาติได้ ส่วนบางอุทยานแห่งชาติที่ไม่มีร้านอาหาร นักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวสำหรับการทำอาหารเอง ซึ่งมิใช่เรื่องยาก อุปกรณ์ที่ต้องนำไป เช่น หม้อ กะทะ มีด เขียง จาน ช้อนส้อม ฯลฯ ที่สำคัญคือเตาแก๊สปิกนิก หรือเตาอั้งโล่พร้อมถ่าน เพราะในเขตอุทยานแห่งชาติไม่อนุญาตให้ก่อไฟโดยใช้ฟืน ส่วนวัตถุดิบพวกอาหารสดอาหารแห้งสามารถหาซื้อก่อนที่จะเดินทางเข้าอุทยานแห่งชาติได้ อย่างไรก็ตามควรติดต่อสอบถามกับอุทยานแห่งชาติว่ามีร้านอาหารบริการหรือไม่ และเปิดปิดเวลาเท่าไร บางแห่งแม้จะไม่มีร้านอาหาร แต่สามารถติดต่อให้แม่บ้านของอุทยานแห่งชาติช่วยจัดทำอาหารให้ได้ตามราคาที่ตกลงกัน
ฤดูกาลท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งมีฤดูกาลท่องเที่ยวแตกต่างกัน บางแห่งไปเที่ยวช่วงฤดูหนาวจะสวยที่สุด บางแห่งไปเที่ยวช่วงฤดูร้อนสวยที่สุด ผู้สนใจจึงควรหาข้อมูลก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่เป็นหมู่เกาะกลางทะเลจะมีฤดูกาลท่องเที่ยวจำกัด เนื่องจากติดหน้าลมมรสุมในฤดูต่าง ๆ อุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน มีฤดูการท่องเที่ยวแตกต่างกัน หากไปผิดฤดู ก็ไม่สามารถหาเรือหรือเดินทางไปถึงอุทยานแห่งชาติได้ สำหรับอุทยานแห่งชาติทางบก บางแห่งปิดไม่ให้ท่องเที่ยวในบางช่วงฤดูกาล เช่นที่ยอดดอยภูกระดึงของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง แต่ส่วนใหญ่จะเปิดตลอดทั้งปี มีเพียงเรื่องการเดินทางเท่านั้น ที่อาจเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน เส้นทางเข้าอุทยานแห่งชาติบางแห่งอาจยากลำบากและทุรกันดาร ต้องอาศัยรถที่มีกำลังขับเคลื่อนสูง นอกจากนี้ในช่วงฤดูฝน ถ้ำและน้ำตกบางแห่งอาจไม่ปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยว เพราะมีน้ำไหลท่วมภายในถ้ำหรือน้ำป่าไหลหลากรุนแรงจนไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำในบริเวณน้ำตก
การแต่งกาย
สำหรับการไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติที่เป็นป่าเขา ควรใช้เสื้อผ้าสีเรียบ ๆ ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น สีเทา สีน้ำเงิน สีเขียว สีน้ำตาล เป็นต้น เพราะหากเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจะช่วยให้มีโอกาสพบเห็นสัตว์ป่ามากขึ้น การสวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวจะช่วงป้องกันยุงและแมลงกัดต่อย รองเท้าควรเป็นร้องเท้าหุ้มส้น อุทยานแห่งชาติบางแห่งมีทากชุกชุม การสวมถุงเท้ากันทากจะช่วยให้ทากไม่สามารถกัดบริเวณเท้าของเราได้ (แต่มันอาจไต่ไปกัดส่วนอื่น) นอกจากนี้ก็ควรมีหมวกไว้สวมกันแดด หนาม หรือแมลง สำหรับการไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติทางทะเลแต่งกายด้วยชุดลำลองโปร่งสบาย อย่าลืมหมวกกันแดด ครีมกันแดด และแว่นกันแดด
แมลงสัตว์กัดต่อย
ผู้ที่เคยชินกับชีวิตในเมืองคงคุ้นเคยกับยุงพอสมควร แต่เมื่อมาเที่ยวในอุทยานแห่งชาติคงต้องเตรียมตัวเตรียมใจ พบกับแมลงนานาชนิดด้วย บางชนิดก็เพียงก่อให้เกิดความรำคาญโดยมักมาตอมเหงื่อตามร่างกาย แต่บางชนิดก็สามารถกัดต่อยให้เจ็บปวดได้ เช่น ผึ้ง ต่อ แตน บ้างก็ทำให้เกิดโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ยุงก้นปล่อง สัตว์เล็กๆ อื่นๆ นอกจากแมลงก็มีตะขาบและแมงป่อง สองพวกนี้มีพิษร้ายกาจสร้างความเจ็บปวดมาก ส่วนทากที่ดูน่าขยะแขยง ความจริงไม่ก่ออันตรายแก่เรามากนัก เพราะเมื่อมันกินเลือดอิ่มแล้วก็จะจากไปโดยทิ้งรอยแผลที่เลือดหยุดช้าไว้ให้ดูต่างหน้า สิ่งที่ร้ายกว่าทากคือเห็บป่า ซึ่งจะเกาะกินเลือดเราไปนานตราบที่เรายังไม่รู้ว่ามันเกาะเราอยู่ วิธีป้องกันสัตว์เล็กๆ เหล่านี้คือการแต่งกายให้รัดกุม เช่น สวมเสื้อแขนยาว ร้องเท้าหุ้มส้น เป็นต้น

สำหรับสัตว์ที่น่ากลัวและมีโอกาสพบได้เช่นกัน คือ งู ซึ่งมีทั้งงูมีพิษและไม่มีพิษ แต่โดยทั่วไปเรามักไม่สามารถแยกแยะได้ว่างูที่เราพบนั้นมีพิษหรือไม่ สิ่งที่พึงปฏิบัติคืออย่าไปรบกวนมัน หากพบงูขวางเส้นทาง ก็ควรหาทางเดินอ้อมไปให้ห่างจากงูพอสมควร หรือรอจนกระทั่งงูเลื้อยผ่านไปไกลแล้ว พึงระลึกเสมอว่าสัตว์ส่วนใหญ่จะไม่ทำอันตรายเราก่อน หากเราไม่ไปรังแกมันโดยตั้งใจหรืออาจเกิดขึ้นโดยมิได้ตั้งใจก็ตาม ดังนั้นควรเดินด้วยความระมัดระวังและใช้การสังเกตพอสมควร ส่วนโชคร้ายของคนที่ชอบเล่นน้ำทะเล คือการถูกพิษสัตว์บางชนิด ช่น แมงกะพรุนไฟ หอยเม่น แตนทะเล ฯลฯ ทำให้เป็นผื่นแดง คัน หรือมีอาการปวดแสบปวดร้อน วิธีการแก้คือใช้น้ำส้มสายชูรดบริเวณที่แพ้ จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ หากเกิดบาดแผลจากปะการัง หรือเพรียงบาด ให้ล้างแผลให้สะอาด และทายาฆ่าเชื้อ
เที่ยวอย่างไร
อุทยานแห่งชาติหลายแห่งมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมักตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับที่ทำการอุทยานแห่งชาติแห่งนั้น และมีเจ้าหน้าที่ซึ่งสามารถให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจึงเป็นสถานที่แห่งแรกในอุทยานแห่งชาติ ที่นักท่องเที่ยวควรแวะเข้าไปเยี่ยมชม อุทยานแห่งชาติส่วนใหญ่มีสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสได้ เช่น น้ำตก ถ้ำ ชายหาด จุดชมทิวทัศน์ ฯลฯ อุทยานแห่งชาติหลายแห่งยังจัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติซึ่งมีระยะทางไม่ไกลนัก แต่นักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินตลอดเส้นทาง มีโอกาสพบเห็นสัตว์และพืชพันธุ์ที่น่าสนใจมากมาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เช่น ดูนก ดูผีเสื้อ เดินป่า ล่องแก่ง ฯลฯ ผู้สนใจควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม กิจกรรเหล่านี้จะช่วยให้การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติมีสีสันและความสนุกสนานเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังได้รับความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติมากขึ้นด้วย
ไม่ทิ้งสิ่งใดไว้นอกจากรอยเท้า
อุทยานแห่งชาติมิได้มีไว้เพื่อการนันทนาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหน้าที่สำคัญ ในการคุ้มครองและรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ ทั้งพืชพันธุ์ สัตว์ป่า และสภาพภูมิประเทศที่สวยงาม ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงต้องช่วยกันปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด โดยมีสิ่งที่พึงปฏิบัติดังนี้

ไม่ควรส่งเสียงดัง หรือสร้างคามเดือดร้อนรำคาญให้แก่สัตว์ป่าและนักท่องเที่ยว ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการแสวงหาความสงบสุขในอุทยานแห่งชาติ
โปรดอย่าขีดเขียนในที่ต่าง ๆ เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดทัศนอุจาดแล้ว ยังเป็นการประจานนิสัยของผู้เขียนได้อย่างดี
ห้ามเก็บพืช ดอกไม้ หิน จับสัตว์ และสิ่งต่าง ๆ ออกจากอุทยานแห่งชาติเพราะทั้งหมดล้วนประกอบกันขึ้นเป็นธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติซึ่งทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการชื่นชม
ทิ้งขยะในถังขยะที่ทางอุทยานแห่งชาติจัดเตรียมไว้ และจะดียิ่งขึ้นถ้าช่วยกันเก็บขยะที่พบเห็นตามสถานที่ หรือเส้นทางท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเท่าที่ทำได้

แหล่งท่องเที่ยว
- น้ำตกปูแกง เป็นน้ำตกที่มีการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำ ทำให้เกิดหินงอกหินย้อย และถ้ำมากมายในบริเวณน้ำตก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง มีจำนวน 9 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณบ้านปูแกง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยปกติจะมีราษฎรในท้องถิ่นเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนอยู่เป็นประจำ การเดินทางไปยังบริเวณน้ำตกมีทางลาดยาง แยกจากถนนสายเชียงราย-พะเยา เข้าไปถึงบริเวณน้ำตกระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เส้นทางใช้ได้ตลอดทั้งปี กิจกรรม - ดูผีเสื้อ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ - เที่ยวน้ำตก - ชมพรรณไม้ - ดูนก
- น้ำตกจำปาทอง เป็นน้ำตกที่พบเห็นในสภาพป่าดิบชื้นทั่วๆ ไป มีลักษณะเป็นน้ำตกสูงชัน น้ำใสสะอาด มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เป็นชั้นที่สูงและสวยที่สุด บางชั้นสายน้ำตกลงมามีลักษณะคล้ายงาช้างหรือหัวช้างบ้าง ซึ่งราษฎรในท้องถิ่นก็ตั้งชื่อชั้นของน้ำตกที่เห็นตามลักษณะของน้ำตกที่ปรากฏให้เห็น การเดินทางมีถนนลาดยางแยกจากถนนสายเชียงราย-พะเยา ตรงหลักกิโลเมตรที่ 7 ก่อนจะถึงตัวจังหวัดพะเยาเข้าไปประมาณ 16 กิโลเมตร ก็ถึงบริเวณน้ำตก กิจกรรม - ชมทิวทัศน์ - ชมพรรณไม้ - ดูนก - ดูผีเสื้อ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ - เที่ยวน้ำตก
- น้ำตกวังแก้ว เป็นน้ำตกที่สวยงามมากของอุทยานแห่งชาติดอยหลวง เป็นน้ำตกที่เกิดจากการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำเช่นเดียวกับน้ำตกปูแกง แต่มีความสูงมากกว่า มีชั้นของน้ำตกถึงประมาณ 102 ชั้น น้ำตกนี้มีความสวยงามตลอดทั้งปี กิจกรรม - ชมทิวทัศน์ - ชมพรรณไม้ - ดูนก - ดูผีเสื้อ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ - เที่ยวน้ำตก
- ถ้ำนางพญาปางดินไฟ เป็นถ้ำที่อยู่บริเวณทางน้ำตกวังแก้ว ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นถ้ำไม่ลึกมากนัก ผนังถ้ำมีหินงอกและหินย้อยที่เกิดจากหินปูน บริเวณก่อนถึง ถ้ำพญาปางดินไฟนี้มีเนินเขาเตี้ยๆ กิจกรรม - เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา
- น้ำตกแม่เหยี่ยน เป็นน้ำตกสูงชัน น้ำใสสะอาด ไหลตลอดทั้งปี น้ำตกไหลลงมาเป็นสายคล้ายงาช้าง ลดหลั่นกันมาเป็นชั้นๆ จำนวน 7 ชั้น มีความสูงประมาณ 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีไม้ยางเป็นไม้เด่น กิจกรรม - เที่ยวน้ำตก
- ดอยหนอก อยู่ในเทือกเขาดอยหลวง มีลักษณะนูนขึ้นมาเป็นรูปรีคล้ายโหนกวัว เป็นภูเขาที่มีหน้าผาสูงชันสามารถมองเห็นได้จากเบื้องล่างทางทิศตะวันออกของกว๊านพะเยา ทิศเหนือถนนพหลโยธินไปจังหวัดเชียงราย การไปเที่ยวดอยหนอกเริ่มต้นจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยหลวง ที่ 6 (น้ำตกจำปาทอง) ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 10 ชั่วโมง เพื่อไปชมโบราณสถานที่ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้สร้างไว้ ชมพันธุ์ไม้ กล้วยไม้ป่า ที่หายาก นก ผีเสื้อ และแมลงต่างๆ ชมทิวทัศน์บริเวณกว๊านพะเยา และชมดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าในสภาพอากาศที่หนาวเย็นปกคลุมด้วยม่านหมอก การเข้ามาท่องเที่ยวควรติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำทางด้วย กิจกรรม - ชมทิวทัศน์ - ชมประวัติศาสตร์ - ชมพรรณไม้ - ดูนก - ดูผีเสื้อ - เดินป่าระยะไกล

สิ่งอำนวยความสะดวก มีสถานที่กางเต้นท์/เต้นท์ ห้องน้ำ ร้านอาหาร และลานจอดรถไว้บริการนักท่องเที่ยว

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น. โทร. 0 5360 9042

การเดินทาง ทำการอุทยานแห่งชาติดอยหลวง อยู่บริเวณน้ำตกปูแกง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย สามารถเดินทางไปได้ 2 ทาง
• เดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มาตามถนนสายเชียงราย-พะเยา ถึงบ้านปูแกงระยะทางประมาณ 56 กิโลเมตร แยกทางด้านขวามือเป็นทางเข้าสู่หมู่บ้านและอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกปูแกง
• เดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดพะเยา มาตามถนนสายเชียงราย-พะเยา ถึงบ้านปูแกงระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร แยกทางด้านซ้ายมือเป็นทางเข้าสู่หมู่บ้านและอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกปูแกง

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/doilung_01.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติดอยหลวง ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย อ. พาน จ. เชียงราย 57280
โทร / แฟ็กซ์ 0 5360 9042, 053-572800
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=143&lg=1

อุทยานแห่งชาติขุนแจ
เป็นชื่อเรียกตามชื่อของน้ำตกขุนแจตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางจากเชียงใหม่ประมาณ 1 ชั่วโมง ตามทางหลวงสายเชียงใหม่-เชียงราย อุทยานแห่งชาติขุนแจตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 ถือเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญครอบคลุมเนื้อที่ถึง 270 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานฯมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำตกและทิวทัศน์ที่งดงาม นอกจากนั้นยังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขามานานกว่า 100 ปี
ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนแจเป็นภูเขาสูงและที่ราบสลับเนินเขา ประกอบด้วยหิน 2 ชนิด คือ หินอัคนีและหินตะกอน พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นหินแกรนิตซึ่งเป็นหินที่พบเห็นได้ทั่วไปตามภาคเหนือของไทย หินแกรนิตเกิดจากการหลอมละลาย ของชั้นหินภายใต้ผิวโลกและถูกแรงบีบคั้นจนไหลออกมาตามรอยแยกบนพื้นโลก และเย็นลงอย่างช้าๆ และ ปรากฏขึ้นบนผิวโลกโดยขบวนการพังทลาย หินแกรนิตจะดูคล้ายกับเกล็ดเกลือสะท้อนแสง และพริกไทยสีดำขนาดใหญ่ ส่วนที่เป็นสีขาวคล้ายเกลือนั้น คือ แร่ควอซ์ดและ เฟลสปา ส่วนที่เป็นสีดำ คือ ไมก้า หินอัคนีอีกชนิดหนึ่งที่พบในอุทยานแห่งชาติ เรียกว่า บะซอลท์ (basaltic) ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่เย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว เป็นหินสีเทาที่มีเนื้อละเอียด หินภูเขาไฟเหล่านี้สามารถพบทางแถบตะวันออกของอุทยานแห่งชาติ ส่วนหินตะกอน หินทราย และหินเชล เกิดจากการทับถมของตะกอนในแม่น้ำเวลานานเข้า จึงเกิดเป็นชั้นหินทรายที่พบในอุทยานแห่งชาติขุนแจ เป็นเม็ดทรายขนาดเล็กสีเทาทับถมเป็นชั้นๆ หินเชลมีสีเป็นสีเนื้ออ่อนและง่ายต่อการแตกหัก จุดสูงสุดคือยอดดอยลังกาหลวง มีความสูงถึง 2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำลาวซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำกก ภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติ ส่วนใหญ่เป็นหุบเหว ซึ่งเกิดจากการกระทำของกระแสน้ำกัดเซาะ จนทำให้เกิดน้ำตกมากมาย ปริมาณน้ำฝนที่มากจึงมีอัตราการพังทลายของดินที่สูง ทำให้เกิดภูมิประเทศที่เป็นหุบเหวลึกนี้

ลักษณะภูมิอากาศ ฤดูแล้งในอุทยานแห่งชาติขุนแจ อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กรกฎาคม มีอุณหภูมิประมาณ 2-29 องศาเซลเซียส ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กุมภาพันธ์ มีฝนตกเฉลี่ย 60 มิลลิเมตร/เดือน มีอุณหภูมิประมาณ 19-29 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน (เป็นช่วงที่มีการเกิดไฟไหม้) อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 22-23 องศาเซลเซียส

พืชพรรณและสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติขุนแจมีพันธุ์ไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามระดับความสูงของพื้นที่จาก 300-800 เมตร จะเป็นป่าไผ่และป่าเบญจพรรณระดับความสูง 800-1,000 เมตร เป็นป่าดงดิบและป่าเต็งรัง มีความสูงระหว่าง 1,000-1,500 เมตร เป็นป่าดิบและป่าสน ส่วนสภาพป่าที่สูงกว่า 1,500 เมตรขึ้นไป เป็นป่าดิบเขาบริเวณหุบห้วย ปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาแน่นเขียวชอุ่มซึ่งเป็นไม้จำพวกยางชนิดของต้นไม้ที่พบเป็นพืชชั้นล่างที่เด่น ได้แก่ กล้วยป่า เฟิน มอส และหญ้าที่ขึ้นตามชายน้ำ สัตว์ป่าที่พบเห็นได้ในอุทยานแห่งชาติขุนแจ สามารถพบเห็นได้แตกต่างกันตามสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยและช่วงเวลาระหว่างวันในหุบเขาริมธารและป่าชุ่มชื่นเป็นบริเวณที่มีพืชพันธุ์เขียวชอุ่ม ซึ่งพบเห็นสัตว์ป่าหลายชนิด ได้แก่ ชะมด หมูป่า เก้ง เม่น กระรอกหลายชนิด ทั้งที่อาศัยอยู่บนต้นไม้และพื้นดิน ค้างคาว กระต่ายป่า สัตว์ที่คาดว่าจะพบได้ในอุทยานแห่งชาติ เช่น หมี ลิงลม ชะนีธรรมดา แมวป่า เลียงผา นกต่างๆ เช่น นกแซงแซวสีเทา เหยี่ยวรุ้ง เหยี่ยวนกเขาซิครา นกจับแมลงหัวเทา นกตีทอง นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า ไก่ป่า สัตว์เลื้อยคลานเช่น งูเขียวหางไหม้ งูจงอาง กิ้งก่าบิน ตุ๊กแก จิ้งเหลน เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยว
- น้ำตกแม่โถ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความงดงาม มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 7 ชั้น และมีความสูงที่สุดประมาณ 40 เมตร ในฤดูฝนชั้นนี้จะสวยงามมาก การเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ถึงทางขึ้นน้ำตก (บ้านแม่โถ) ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ต่อจากนั้นเดินเท้าไปยังน้ำตกใช้เวลาชมน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ประมาณ 2 ชั่วโมง กิจกรรม - เที่ยวน้ำตก
- น้ำตกขุนแจ เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามและความโดดเด่น ประกอบด้วยน้ำตก 6 ชั้น บริเวณน้ำตกมีพื้นที่สำหรับตั้งแค็มป์และกางเต็นท์ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 1 ชั่วโมง เพื่อไปยังน้ำตก กิจกรรม - แค็มป์ปิ้ง - เที่ยวน้ำตก
- ดอยมด ความหนาแน่นของป่าดิบชื้นระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยมด ทำให้เกิดสังคมพืชหลากหลายชนิดปกคลุมแอ่งน้ำใสสะอาดเต็มไปด้วยพืชชั้นล่างมากมายรวมทั้งพืชชั้นต่ำ เช่น กล้วยไม้ดิน เฟิน มอส และพืชอื่นๆ ร่มรื่นและชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา บนยอดดอยที่ระดับความสูง 1,700 เมตร รายรอบด้วยสภาพภูมิประเทศแปลกตาและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ สามารถมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ทางทิศตะวันตก ตัวเมืองเชียงรายทางทิศตะวันออก ยอดดอยลังกาทางทิศใต้และยอดดอยปางกอมทางทิศเหนือ นอกจากนี้บริเวณใกล้กับดอยมด ยังมียอดดอยหลวงและดอยผาช้าง ซึ่งเป็นสันปันน้ำที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงรายอีกด้วย กิจกรรม - ชมทิวทัศน์ - ชมพรรณไม้ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ
- ดอยลังกา ความอลังการของยอดดอยลังกา มีความสูง 2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงเป็นลำดับที่ 5 ของประเทศไทย ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามสลับซับซ้อนของเทือกเขาผีปันน้ำ และสภาพความหลากหลายของธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ยอดดอยลังกาและดอยบริวารตั้งอยู่ทางใต้สุดของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนและอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ การเดินทางสู่ดอยลังกาต้องใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 3 คืน 4 วัน บนยอดดอยปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าและป่าสนเขา สภาพป่าโดยรอบเป็นป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ต้นกุหลาบพันปีจะออกดอกบานสะพรั่ง กิจกรรม - เดินป่าระยะไกล - ชมทิวทัศน์ - ชมพรรณไม้
- อ่างเก็บน้ำแม่ฉางข้าว อยู่ใกล้กับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขจ.1 (แม่ฉางข้าว) เป็นอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสำหรับการไปใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือรับประทานอาหารกลางวันบนแพกลาง อ่างเก็บน้ำที่ใส สะอาดก็จะได้บรรยากาศที่ดีทีเดียว กิจกรรม - ชมทิวทัศน์ - ล่องแพ/ล่องเรือ
- ดอยผาโง้ม เป็นเทือกเขาตอนกลางของพื้นที่ มีรูปร่างทอดตัวยาวในแนวตะวันตก-ตะวันออก โดยมีหน้าผาหินตัดโง้มลาดลงในทิศตะวันตก สภาพป่าเป็นป่าดิบเขาปนป่าเบญจพรรณ และป่าสนเขา เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจแบบไต่เขา หรือเดินป่าชมทิวทัศน์ กิจกรรม - ชมทิวทัศน์ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ
- ต้นไทร ใกล้ๆ กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีต้นไทรที่มีความโดดเด่นเจริญเติบโตจากต้นไม้หลายๆ ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขาออกไปมากมาย กว้างใหญ่ให้ร่มเงาครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,600 ตารางเมตร และมีพืชอิงอาศัยอยู่มากมายหลายชนิด กิจกรรม - ชมพรรณไม้
- น้ำตกลำเกลียว เป็นน้ำตกขนาดกลาง ทีสวยงาม เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ เดินศึกษาธรรมชาติ กิจกรรม - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ - เที่ยวน้ำตก

สิ่งอำนวยความสะดวก มีบ้านพัก ลานกางเต้นท์/เต้นท์ ห้องน้ำ ลานจอดรถไว้บริหารนักท่องเที่ยว

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น. โทร. 0 5360 9262

การเดินทาง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนแจ ตั้งอยู่ติดกับทางหลวงแผ่นดินสายเชียงใหม่–เชียงรายห่างจาก ตัวเมืองเชียงใหม่ 56 กิโลเมตร การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติขุนแจ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ
• จากเชียงใหม่ สามารถเดินทางได้โดยรถปรับอากาศและรถธรรมดาสายเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด-เชียงราย จากสถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 2 (อาเขต) หรือนั่งรถสองแถวเล็กสีเหลืองสายเชียงใหม่-เวียงป่าเป้า-ท่ารถถนนไทยวงศ์
• จากเชียงราย สามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง และรถสองแถวเล็กซึ่งระยะทาง ห่างจากจังหวัดเชียงรายระยะทาง 129 กิโลเมตร หากต้องการเช่ารถก็มีร้านเช่ารถที่ให้บริการทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com ,
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/kunjae_01.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติขุนแจ ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ. เวียงป่าเป้า จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 0 5360 9262
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=147&lg=1

วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน
อยู่ในท้องที่ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน มีเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2529 ครอบคลุมหัวดอยนางนอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดอยนางนอน ท้องที่รับผิดชอบของตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีเนื้อที่ 8 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5,000 ไร่ มีพื้นที่สำหรับบริการนักท่องท่องอยู่ 2 แห่ง คือ

1.บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง มีเนื้อที่ 12 ไร่ ตั้งอยู่ท้องที่บ้านน้ำจำ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นที่ตั้งสำนักงาน
2.บริเวณขุนน้ำนางนอน มีเนื้อที่ 8 ไร่ ตั้งอยู่ท้องที่บ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย

วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนมีอาณาเขตติดต่อดังนี้
- ทิศเหนือ จดดอยจ้องและห้วยน้ำจอง
- ทิศใต้ จดดอยผู้เฒ่าและลำห้วยน้ำค้าง
- ทิศตะวันออก จดบริเวณพื้นที่ราบที่อยู่ข้างๆภูเขาทั้งหมด
- ทิศตะวันตก จดภูเขลูกใหญ่ซึ่งทอดมาจากชายแดนพม่า

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นภูเขาขนาดใหญ่หลายลูกติดต่อกันสลับซับซ้อน สูงโดยเฉลี่ยประมาณ 779 เมตร โดยลาดชันมาทางทิศตะวันออก

พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ สัก เต็ง รัง เหียง พลวง ประดู่ มะค่า ตะเคียน ยอป่า และมีไม้ไผ่ขึ้นตลอดทางตามแนวลำห้วยและลำธาร สัตว์ป่าที่พบได้แก่ ช้าง เสือดาว กวาง อีเก้ง หมูป่า อีเห็น กระรอก นกกระยาง นกกะปูด พังพอน กระต่ายป่า ค้างคาว นกกระจิบจุดดำ เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยว
- ถ้ำนางนอน ถ้ำนางนอนเป็นถ้ำที่กว้างใหญ่ ภายในถ้ำมีน้ำซับตลอดทั้งปี และจะมีน้ำไหลในช่วงฤดูฝน มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และมีค้างคาวอาศัยอยู่ด้วย กิจกรรม : เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา

สิ่งอำนวยความสะดวก มีห้องน้ำไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว

การเดินทาง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อยู่ห่างจากถนนจังหวัดเชียงราย-อำเภอแม่สาย (ถนนพหลโยธิน) 2.2 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างอำเภอแม่จัน-อำเภอแม่สาย ถนนลาดยางตลอดสายจนถึงวนอุทยานฯ การเดินทางไปวนอุทยานสะดวกสบายมากเนื่องจากอยู่ห่างจากจังหวัดเชียงราย 60 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอแม่จัน 14 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอแม่สาย 8 กิโลเมตร

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/index.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ. แม่สาย จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 053-646085 (อบต.โป่งผา)
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=74&lg=1

วนอุทยานน้ำตกตาดควัน
อยู่ในท้องที่หมู่ที่ 6 ตำบลตาดควัน อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยหลวง ป่าน้ำยาวและป่าน้ำซ้อ มีเนื้อที่ประมาณ 2,100 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545 มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
- ทิศเหนือ จดลำห้วย
- ทิศใต้ จดที่ทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
- ทิศตะวันออก จดที่ทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
- ทิศตะวันตก จดสันเขา

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นภูเขาวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 440-674 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ 30 % มีลำห้วยตาดควันไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่ ลำห้วยแม่ต๋ำไหลผ่านด้านทิศใต้ โดยลำห้วยตาดควันและลำห้วยแม่ต๋ำจะไหลมารวมกันเป็นลำน้ำแม่ต๋ำทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ลำห้วยตาดควันและลำห้วยแม่ต๋ำเป็นห้วยขนาดใหญ่และมีน้ำไหลตลอดปี

พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าเป็นป่าดิบแล้ง สภาพป่ายังอุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้เด่นที่พบได้แก่ ยางแดง ตะแบกแดง มะค่าโมง ประดู่ เติม ยมหิน แดงน้ำ ลำพูป่า เป็นต้น ไม้พื้นล่างเป็นพวกไผ่ซาง ไผ่ไร่ ไผ่หก กล้วยป่า หญ้าคา สาบเสือ เอื้องหมายนา เฟิร์น บอน สัตว์ป่าที่พบมีจำนวนน้อยและเป็นสัตว์ขนาดเล็กจำพวกนก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ฟันแทะ งูและปลาชนิดต่างๆ

แหล่งท่องเที่ยว น้ำตกตาดควัน ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 400 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดเล็กสูงประมาณ 15 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี ด้านล่างน้ำตกมีสระน้ำ รอบๆน้ำตกเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ร่มรื่นและมีทิวทัศน์ที่สวยงาม กิจกรรม : เที่ยวน้ำตก ชมพรรณไม้

สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่พัก วนอุทยานน้ำตกตาดควันไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรมค้างคืนและพักผ่อนหย่อนใจ หรือศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติ โปรดนำเต็นท์และเตรียมอาหารไปเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ให้ไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่วนอุทยานน้ำตกตาดควันโดยตรง
- ห้องน้ำ

การเดินทาง เดินทางจากอำเภอเมืองเชียงราย ถึงบ้านหัวดอย ระยะทาง กิโลเมตร ไปอำเภอพญาเม็งรายตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1152 ระยะทาง 40 กิโลเมตร เดินทางไปทางทิศใต้ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1174 ถึงบ้านป่าม่วง ระยะทาง 14 กิโลเมตร ไปบ้านหมื่น 2.5 กิโลเมตร เป็นถนนกรมโยธาธิการ สายบ้านป่าม่วง-บ้านสันเวียง เลี้ยวขวาไปบ้านแม่ต๋ำน้ำตกตามถนนกรมโยธาธิการ สายบ้านป่าหมื่น-บ้านสันเวียง ระยะทาง 4 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อถึงวนฯอีก 8 กิโลเมตร ถนนเป็นดินลูกรัง รวมระยะทางทั้งหมด 74.5 กิโลเมตร

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/index.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม วนอุทยานน้ำตกตาดควัน ต.ตาดควัน อ. พญาเม็งราย จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 0-5371-1402
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=136&lg=1

วนอุทยานน้ำตกแม่โท
อยู่ในท้องที่ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปูนน้อย ป่าแม่ปูนหลวง และป่าห้วยโป่งเหม็น มีเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2540 มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
- ทิศเหนือ จดป่าธรรมชาติ
- ทิศใต้ จดลำห้วยทราย
- ทิศตะวันออก จดป่าธรรมชาติ
- ทิศตะวันตก จดเขตหมู่บ้านปูนหลวง

ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่วนอุทยานน้ำตกแม่โทเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 600-965 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ย 40% มีลำห้วยแม่โทไหลผ่านกลางพื้นที่ ลำห้วยหินโทไหลผ่านด้านทิศเหนือ ลำห้วยหลุไหลผ่านด้านทิศใต้และน้ำแม่ปูนหลวงไหลผ่านด้านทิศตะวันออก

พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าเป็นป่าดิบแล้ง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยาง แดงน้ำ ตะแบก ตะเคียนหิน มะค่าโมง สะเดาช้าง มะม่วงป่า มะไฟ ส้าน ลำใยป่า เป็นต้น ไม้พื้นล่างได้แก่ ไผ่ซาง ไผ่ไร่ ไผ่เฮี้ย กล้วยป่า ขิง ข่า เฟิร์น สัตว์ป่าที่พบได้แก่ เก้ง หมูป่า อีเห็น แมวป่า กระจง ไก่ป่า ไก่ฟ้า นกชนิดต่างๆ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน

แหล่งท่องเที่ยว น้ำตกแม่โท เป็นน้ำตกขนาดเล็กหลายชั้น สูง 5-10 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี เกิดจากลำห้วยแม่โท มีทิวทัศน์ที่สวยงาม กิจกรรม : เที่ยวน้ำตก

สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่พัก วนอุทยานน้ำตกแม่โท ไม่มีบ้านพักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาตกับหัวหน้าวนอุทยานน้ำตกแม่โทโดยตรง
- ห้องน้ำ

การเดินทาง เดินทางจากจังหวัดเชียงรายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถึงสามแยกแม่สรวย ระยะทาง 22 กิโลเมตร แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 1019 ถึงอำเภอเวียงป่าเป้า ระยะทาง 66 กิโลเมตร จากนั้นไปตามทางลูกรังจะถึงบ้านแม่ปูนล่าง ระยะทาง 10 กิโลเมตร แล้วเข้าสู่เส้นทางสำรองก็จะถึงน้ำตกแม่โท ระยะทาง 10 กิโลเมตร

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/index.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม วนอุทยานน้ำตกแม่โท ต.เวียง อ. เวียงป่าเป้า จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 0-5371-1402
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=76&lg=1

วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สัก
อยู่ในท้องที่บ้านน้ำตกพัฒนา หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งก่อ กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยสักและป่าแม่กกฝั่งขวา มีเนื้อที่ประมาณ 2,800 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นภูเขาวางตัวในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 460-963 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 30 % มีลำห้วยแม่สักเป็นห้วยขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งต้นน้ำของน้ำตกห้วยแม่สัก ซึ่งไหลผ่านกลางพื้นที่

พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณที่มีไม้สักขึ้นอยู่ สภาพป่าบริเวณน้ำตกห้วยสักยังอุดมสมบูรณ์แต่ในบริเวณอื่นไม่ค่อยสมบูรณ์เนื่องจากในอดีตเคยถูกบุกรุก ปัจจุบันป่าเริ่มฟื้นตัว มีพันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ตะแบกเกรียบ สัก กระท่อมหมู เลี่ยน เติม ไม้พื้นล่างเป็นพวกไผ่ กล้วยป่า ผักคราด หญ้าคา สาบเสือ กลอย หญ้าคมบาง บอน และเฟิร์น สัตว์ป่าที่พบได้แก่ กระต่ายป่า อ้นเล็ก กระจ้อน กระแต พังพอน ไก่ป่านกกระปูด นกเขาเปล้า นกกางเขนดง นกปรอดหัวโขน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน และปลาชนิดต่างๆ

แหล่งท่องเที่ยว น้ำตกห้วยแม่สัก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 480 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดเล็กสูงประมาณ 15 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี พื้นที่โดยรอบน้ำตกเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น และมีทิวทัศน์งดงาม กิจกรรม : ชมทิวทัศน์ เที่ยวน้ำตก

สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่พัก วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สักไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรมค้างคืนและพักผ่อนหย่อนใจ หรือศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติ โปรดนำเต็นท์และเตรียมอาหารไปเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ให้ไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สักโดยตรง
- ห้องน้ำ

การเดินทาง เดินทางจากอำเภอเมืองเชียงรายผ่านอำเภอเวียงชัยถึงบ้านเหล่าเจริญราษฎร์ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1233 ระยะทาง 34 กิโลเมตร แล้วเดินไปทางทิศใต้ถึงบ้านน้ำตกพัฒนา ตามถนนกรมโยธาธิการสายบ้านเหล่าเจริญราษฎร์ ระยะทาง 6 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปอีก 2 กิโลเมตร ก็จะถึงวนฯ ถนนเป็นดินลูกรัง รวมระยะทางทั้งหมด 42 กิโลเมตร

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/index.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สัก ต.ทุ่งก่อ อ. กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 0-5371-1402
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=135&lg=1

วนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำ
อยู่ในท้องที่ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำแม่คำ ป่าน้ำแม่สลอง ป่าน้ำแม่จันฝั่งซ้าย มีเนื้อที่ประมาณ 3,500 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2541

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาสูงสลับกันเป็นทอดๆ มีเทือกเขาสูงซึ่งเป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับสหภาพพม่า สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,300-1,700 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 35-45 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีดินอยู่ชั้นบนและมีหินโผล่ สำหรับบริเวณน้ำตกจะมีหินขนาดใหญ่บางเล็กบ้างซ้อนทับกันอย่างสวยงาม

ลักษณะภูมิอากาศ เป็นแบบมรสุมเมืองร้อนคือ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝนและลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือฤดูร้อน มีลักษณะร้อนชื้นในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ฤดูฝน มีลักษณะที่ฝนตกแล้วมีลมกรรโชกแรงอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน ฝนจะตกมากในช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ไปจนถึงเดือนตุลาคม ฤดูหนาวมีลักษณะถึงหนาวจัด อยู่ในระหว่างเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์

พืชพรรณและสัตว์ป่า เป็นป่าดิบเขา บริเวณบนภูเขาได้ผ่านการทำการเกษตรมาแล้วหลายปีมีต้นไม้ขึ้นไม่หนาแน่น ส่วนบริเวณที่เป็นที่โล่งจะมีดอกบัวตองขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ สำหรับบริเวณหุบเขาซึ่งมีลำห้วยและมีน้ำไหลตลอดปีจะมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ทั้งยืนต้นและไม้ชั้นล่าง เช่น เฟิร์น ไลเคน บอน มะหูด หญ้าชนิดต่างๆ รวมถึง ลูกไม้ ชนิดพันธุ์ไม้ยืนต้นที่พบได้ ก่อแป้น แดงน้ำ เสี้ยวดอกขาว ก่อเดือย มะไฟป่า ไผ่ป่า มะหลอด ประดู่ กาสลองคำ เงาะป่า ปอเลียง มะขามป้อม แคหางค่าง ตะแบกใหญ่ ตะเคียนทอง มะเดื่อ ข่อย ปอกระสา กระพี้จั่น ทองหลาง สัตว์ป่าที่พบได้แก่ อีเห็น กระต่าย และนกชนิดต่างๆ เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยว น้ำตกและทุ่งบัวตอง บ้านหัวแม่คำ อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงจึงทำให้มีน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปีจากห้วยสาขาของน้ำแม่คำ โดยเฉพาะบริเวณห้วยโป่งหลีมีน้ำตก 2 ชั้น สูงประมาณชั้นละ 5-10 เมตร และบริเวณห้วยแม่คำจะมีน้ำตกตามลำห้วยประมาณ 20 จุด สูงประมาณ 1-5 เมตร นอกจากนั้นบริเวณภูเขาซึ่งล้อมรอบหมู่บ้านมีดอกบัวตองขึ้นอยู่ และจะบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว กิจกรรม : ชมทิวทัศน์ ชมพรรณไม้ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ เที่ยวน้ำตก

สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่พัก วนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำ ไม่มีบ้านพักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเองแล้วไปติดต่อขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่วนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำโดยตรง
- ห้องน้ำ

การเดินทาง เดินทางจากอำเภอเมืองจังหวัดเชียงรายเป็นถนนลาดยางสี่เลน ถึงอำเภอแม่จัน ระยะทาง 30 กิโลเมตร และจากทางแยกแม่จัน-แม่สลอง เป็นทางลาดยางลาดชันตามแนวไหล่เขาสวยงามมากถึงทางแยกเข้าบ้านเทอดไทย ระยะทาง 23 กิโลเมตร จากทางแยกถึงบ้านเทอดไทยอีก 13 กิโลเมตร ผ่านบ้านนาโต่ บ้านปางมะหันจนถึงวนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำ ระยะทาง 37 กิโลเมตร รวมระยะทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายถึงวนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำ ประมาณ 103 กิโลเมตร

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/index.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม วนอุทยานน้ำตกหัวแม่คำ ต.เทอดไทย อ. แม่ฟ้าหลวง จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 0-5371-1402
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=79&lg=1

วนอุทยานพญาพิภักดิ์
อยู่ในท้องที่ ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงรายอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยแดง ป่าห้วยตาล และป่าห้วยไคร้ มีเนื้อที่ประมาณ 3,750 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2542 มีอาณาเขตติดต่อดังน
ี้ - ทิศเหนือ จดทาง ร.พ.ช. หมายเลข ชร. 3123
- ทิศใต้ จดป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยแดง ป่าห้วยตาลและป่าห้วยไคร้
- ทิศตะวันออก จดป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยแดง ป่าห้วยตาลและป่าห้วยไคร้
- ทิศตะวันตก จดป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยแดง ป่าห้วยตาลและป่าห้วยไคร้

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นยอดเขาสูงที่มีทิวทัศน์สวยงามในเทือกเขาดอยผาหม่น สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 940-1,218 เมตร จุดสูงสุดคือยอดดอยขุนห้วยเจดีย์ มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ 40%

พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณและพบป่าดิบเขา อยู่บ้างบริเวณยอดดอยขุนห้วยเจดีย์ ชนิดพันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เสี้ยวดอกขาว ก่อ หว้า เหมือด สารภี จำปีป่า จำปาป่า ส่วนพันธุ์ไม้พื้นล่าง ได้แก่ เอื้องดิน หญ้าคา หญ้าแฝก หญ้าหางหนู หญ้าสามคน หญ้าไม้กวาด หญ้าเลา มอส และเฟิร์นชนิดต่างๆ เป็นต้น สัตว์ป่าที่พบ ได้แก่ หมูป่า อีเห็น ชะมด แมวป่า บ่าง เม่น พังพอน ค้างคาว กระรอก กระรอกบิน กระต่ายป่า กระแต เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยว ดอยพญาพิภักดิ์ เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย สถานที่แห่งนี้พระบาท-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาธินัดดามาตุ เพื่อทรงเยี่ยมทหารหาญและราษฎรในปี 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทานประทับรอยพระบาทของพระองค์ ลงบนแผ่นปูนพลาสเตอร์ที่ได้เตรียมไว้เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารหาญและราษฎรในพื้นที่ ณ สถานที่แห่งนี้ กิจกรรม : ชมทิวทัศน์ ชมประวัติศาสตร์

สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่พัก วนอุทยานพญาพิภักดิ์ ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรมค้างคืนและพักผ่อนหย่อนใจ หรือศึกษาหาความรู้ทางธรรมชาติ โปรดนำเต็นท์และเตรียมอาหารไปเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ให้ไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่วนอุทยานพญาพิภักดิ์โดยตรง
- ห้องน้ำ

การเดินทาง เดินทางจากตัวเมืองจังหวัดเชียงราย เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกแม่กรณ์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1208 แล้วเลี้ยวไปอำเภอพญาเม็งราย ตามทางหลวงหมายเลข 1152 ผ่านบ้านสบเปา-อำเภอพญาเม็งราย-บ้านต้า-อำเภอขุนตาล แล้วเลี้ยวขวาตรงหลักกิโลเมตรที่ 90 ไปทางรพช. ชร. 3123 ถึงบ้านพญาพิภักดิ์แยกเข้าไปดอยพญาพิภักดิ์

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็ไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/index.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม วนอุทยานพญาพิภักดิ์ ต.ยางฮอม อ. ขุนตาล จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 053-797666 (ที่ว่าการอำเภอขุนตาล)
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=132&lg=1

วนอุทยานภูชี้ฟ้า
ประวัติ ภูชี้ฟ้า เป็นส่วนหนึ่งของเทือกดอยผาหม่น ที่เป็นพรมแดนไทย-ลาว ด้าน จ.เชียงราย-พะเยา ลักษณะเป็นหน้าผาหินตั้ง อยู่บนเส้นกั้นพรมแดนพอดี ในอดีต เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของ พคท. ด้วยสภาพภูมิประเทศที่สูงชัน จึงเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญ ชาวลาวและชาวไทย ในพื้นที่เรียกผาหินที่ชี้เหยียดตรงขึ้นไปบนฟ้าว่าภูฟ้า เมื่อปัญหาด้านความมั่นคงคลี่คลาย มีการตัดถนนขนานแนวชายแดน ไทย-ลาว จากบ้านผาตั้ง ภูชี้ฟ้า ไปถึง อ.เชียงคำ ภูชี้ฟ้าจึงเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม บนยอดภูชี้ฟ้า เป็นจุดที่ยื่นจากแนวเขตพรมแดน จึงไม่สามารถระบุชัดได้ว่า อยู่ในเขตไทยหรือลาว แต่ทางขึ้นสู่ยอดภูชี้ฟ้านั้นอยู่ในเขตไทย เคยมีการปักธงชาติไทยบนปลายสุดของหน้าผา แต่ในวันถัดมา ทหารลาวก็จะนำธงลาวมาปักเคียงคู่กันด้วย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย จึงห้ามนักท่องเที่ยวพักแรมบนภูชี้ฟ้า

วนอุทยานภูชี้ฟ้า
อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่ป่าโซน C ตามแผนที่ ZONING เนื้อที่ที่สำรวจและเห็นควรจัดตั้งเป็นวนอุทยาน ประมาณ 2,500 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้มีคำสั่งจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
- ทิศเหนือ จดทางหลวงจังหวัดสาย 1093
- ทิศใต้ จดสันเขา
- ทิศตะวันออก จดสันเขา / ชายแดนไทย - สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
- ทิศตะวันตก จดทางหลวงจังหวัดสาย 1093

ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่วนอุทยานเป็นยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย - สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร จุดสูงสุดคือ บริเวณจุดชมวิว มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 40 เปอร์เซนต์

ลักษณะภูมิอากาศ อากาศบนภูเขาจะค่อนข้างเย็นแต่ฤดูกาลจะเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์

พืชพรรณและสัตว์ป่า
- เป็นป่าดิบเขา ยกเว้นบนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้าประมาณ 300 ไร่ ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ เสี้ยวดอกขาว ก่อเดือย ก่อก้างด้าง ก่อแดง ก่อน้ำ ก่อแป้น ก่อสีเสียด อบเชย กำยาน หว้า เหมือด สารภี จำปาป่า จำปีป่า พันธุ์ไม้พื้นล่าง ได้แก่ เอื้องดิน หญ้าคา หญ้าแฝก หญ้าหางหนู หญ้าสามคน หญ้าไม้กวาด หญ้าเลา มอส เฟิร์นชนิดต่าง ๆ
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบเห็นได้แก่ เก้ง กระจง หมูป่า อีเห็น ชะมด เสือไฟ เสือ ปลา แมวป่า หมูหริ่ง บ่าง เม่น พังพอน ค้างคาว กระต่ายป่า เพียงพอน กระรอกบิน กระรอก กระแต
- นกที่พบเห็นได้แก่ นกเขา เหยี่ยว นกกระสา นกอินทรี นกฮูก นกปรอด นกแขวก นกเค้าแมว นกแสก นกกระปูด นกเอี้ยง นกกางเขน นกขมิ้น นกกระทาดง นกกวัก นกกิ้งโครง นกขุนทอง นกแซว นกนางแอ่น นกยูง นกตะขาบ นกหัวขวาน นกดุเหว่า ไก่ป่า ไก่ฟ้า
- สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่พบเห็นได้แก่ เต่า กบ เขียด คางคก ปาด อึ่งอ่าง
- สัตว์เลื้อยคลาน ที่พบเห็นได้แก่ งูชนิดต่าง ๆ ตะกวด ลิ่น ตุ๊กแกป่า กิ้งก่าบิน กิ้งก่า จิ้งเหลน แย้ ตะขาบ แมลงป่อง กิ้งกือ
- ปลาที่พบเห็นได้แก่ ปลาแก้ม ปลาข้างลาย ปลาก้าง ปลาขาว ปลาซิว

แหล่งท่องเที่ยว: ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น สูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีหน้าผาสูงชัน เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ในฤดูหนาวจะมีทิวทัศน์สวยงามเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวส่วนมากจะมาค้างแรมบริเวณบ้านร่มฟ้าทองทางห่างจากจุดชมวิวประมาณ 1.5 กิโลเมตร แล้วจะเดินขึ้นภูชี้ฟ้าเพื่อไปชมวิวตอนเช้ามืด ระหว่างทางจะพบแปลงปลูกป่านางพญาเสือ ออกดอกบานสะพรั่งสวยงาม (เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์) และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต้นเสี้ยวดอกขาวรอบภูชี้ฟ้าจะออกดอกบานเต็มเชิงเขา กิจกรรม : ชมพรรณไม้ แค็มป์ปิ้ง ชมทิวทัศน์ (ผาชี้ฟ้า เป็นหน้าผาหินที่มีลักษณะโดดเด่น คือ คล้ายนิ้วชี้ที่ชี้ตรงออกไปยังทิศตะวันออก ภูชี้ฟ้าอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,628ม. จากระดับน้ำทะเล หน้าผาหินเป็นทางลาดชัน ปกคลุมด้วยหญ้า ไม้พุ่ม และโขดหิน ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้นเลย สามารถเดินลัดเลาะไปจนถึงสุดปลายของหน้าผา ที่ยื่นออกไปได้ แต่จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพ จะเป็นหมู่หินใหญ่ริมหน้าผา ก่อนถึงปลายสุดของภูชี้ฟ้าประมาณ 300 ม. ชมทะเลหมอก จากภูชี้ฟ้า สามารถมองลงไปเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา ในเขต ต.เชียงตอง ฝั่งลาว และเทือกเขาสลับซับซ้อน ไกลออกไปลิบๆ คือแม่น้ำโขง ที่ไหลขนานไปกับเทือกดอยผาหม่น ในช่วงเช้าตรู่ หุบเขาเบื้องล่างจะปกคลุมด้วยสายหมอก ทิวทัศน์จะยิ่งงดงาม เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ภูชี้ฟ้าหันไปทางทิศตะวันออก จึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่ได้รับความนิยมมาก นักท่องเที่ยว จะออกจากที่พัก เริ่มเดินเท้าขึ้นไปยังจุดชมวิว ตั้งแต่ก่อนสว่าง)

สิ่งอำนวยความสะดวก - ที่พัก วนอุทยานภูชี้ฟ้า ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ส่วนเรื่องอาหารต้องจัดเตรียมไปเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่หัวหน้าวนอุทยานภูชี้ฟ้าโดยตรง รายละเอียดสอบถามได้ที่สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จังหวัดเชียงราย โทร. (053) -714914 หรือฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-25614292 -3 ต่อ 719 ในวันและเวลาราชการ - ห้องน้ำ

การเดินทาง
++ ทางรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางไปยังภูชี้ฟ้า ได้สามเส้นทาง คือ 1.เส้นทางด้าน อ.เทิง 2.เส้นทางผ่าน อ.เชียงของ 3.เส้นทางจาก อ.เชียงคำ

1. เส้นทางแรกใกล้และสะดวก สภาพถนนดี รถเก๋งสามารถไปถึงได้ จากสี่แยกแม่กรณ์ตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 (เชียงราย-เทิง) ระยะทาง 64 กม. ถึง อ.เทิง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 (เทิง-เชียงคำ) อีก 6 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1155 ที่หลัก กม.94 (สามแยกปางค่า) เป็นทางลาดยางแต่ค่อนข้างแคบ คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ผ่านปางคำ บ้านรักถิ่นไทย บ้านรักแผ่นดิน และบ้านแผ่นดินทอง เมื่อถึงหลัก กม.25 (ให้เลี้ยวขาวสามแยกบ้านเชงเม้ง) จะเป็นทางโค้งขึ้นเขาชัน มีแยกขวามือ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1093 ซึ่งจะเลียบแนวชายแดนไทย-ลาว ไป อ.เชียงคำ จ.พะเยา ผ่านบ้านราษฎร์ภักดี (บ้านเช็งเม้ง) ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวม้ง ระยะทางรวม 11 กม. มีทางแยกซ้ายมือ มีป้ายบอกทางไปยังจุดชมวิวภูชี้ฟ้า ทางช่วงนี้ลาดยางเรียบ แต่สูงชันและคดเคี้ยว ระยะทาง 1.7 กม. ผ่านที่ทำการวนอุทยานภูชี้ฟ้า ไปสิ้นสุดที่ลานจอดรถ จากจุดนี้ เดินเท้า 760 เมตร

2. หากมาจาก อ.เชียงของ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 (เชียงของ-เทิง) ระยะทาง 15 กม. จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1155 มีป้ายบอกทางไปภูชี้ฟ้า เห็นได้ชัดเจน ระยะทาง 95 กม. ขับรถตามทางหลวงหมายเลข 1155 ผ่าน อ.เวียงแก่น (กม.70) สามแยกบ้านปางหัด ทางแยกขึ้นดอยผาตั้ง (กม.52) เมื่อถึงหลัก กม.42 เป็นถนนลูกรังอัดแน่นไปจนถึงหลัก กม.28 จากนั้นถนนจะไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1093 ตรงหลัก กม.27 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1093 ไปภูชี้ฟ้า อีก 11 กม. เช่นเดียวกับเส้นทางจาก อ.เทิง

3. เส้นทางมาจาก อ.เชียงคำ จ.พะเยา ทางหลวงหมายเลข 1021 ให้เลี้ยงเข้าเส้นทางไปน้ำตกภูซาง หลวงหมายเลข 1093 ผ่านน้ำตกภูซาง (น้ำตกอุ่น) -ผ่านตลาดนัดไทย-ลาว.บ้านฮวก (เปิดทุกวันที่ 10,20,30) –ผ่านเกษตรที่สูงผาหม่น (ดอกทิวลิป ม.ค.-ก.พ.) และเดินทางเข้าสู่ภูชี้ฟ้า

*** ถ้าไปเที่ยวชมดอยผาตั้ง ก็สามารถเดินทางต่อไปภูชี้ฟ้าได้ แต่ควรใช้รถกระบะ หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะถนนค่อนข้างคดเคี้ยวสูงชัน บางช่วงเป็นลูกรังอัด โดยจากดอยผาตั้ง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1093 ระยะทางประมาณ 20 กม. ผ่านหมู่บ้านตามแนวชายแดน คือ บ้านร่มฟ้าผาหม่น ร่มฟ้าไทยงาม ร่มฟ้าหลวง ศูนย์ศิลปาชีพบ้านร่มฟ้าทอง สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง สลับกับลูกรังอัดเป็นช่วงๆ ไปบรรจบกับทางแยกซ้ายทางหลวงหมายเลข 1093 (ไปเกษตรที่สูงผาหม่น-ตลาดนัดไทย-ลาว.บ้านฮวก-น้ำตกภูซาง, อ.เชียงคำ จ.พะเยา) ซึ่งผ่านทางแยกขึ้นภูชี้ฟ้าได้อีกเส้นทางหนึ่ง

++ รถประจำทาง นั่งรถบัสสีฟ้าขาว สายเชียงราย-เทิง-เชียงคำ หรือ เชียงราย-เทิง-เชียงของ จากนั้นต่อรถสองแถวสีฟ้าสายเทิง-ปางค่า ท่ารถอยู่หลังตลาด อ.เทิง เข้าทางเข้าวัดพระนาคแก้ว ด้านข้างที่ว่าการอำเภอมีรถตั้งแต่ 06.00 น. เวลาออกไม่แน่นอน ต้องถามคนขับว่า จะไปภูชี้ฟ้าหรือไม่ ค่ารถ 50 บาท หรือเช่ารถสองแถว คิวรถอยู่หลังตลาดเทิง โทร. 053-795986 (คุณสุทิน 08 6118 6387, คุณประถม 08 4741 5063) หรือติดต่อที่ปั๊มบางจาก อ.เทิง โทร.053-669-100

*** ช่วงฤดูท่องเที่ยว (พ.ย.-ก.พ.) มีรถตู้บริการจากสถานีขนส่ง จ.เชียงราย-ภูชี้ฟ้า เที่ยวไป 07.15, 13.15 น. เที่ยวกลับ 09.30, 15.30 น. วิ่งประมาณ 2 ชม. ค่าบริการ 120-150 บาทต่อคน (บริษัท ก.สหกิจเดินรถ จำกัด โทร. 053-742429)

+++ ขึ้นไปชมทิวทัศน์ เวลา 04.30 - 18.30 น. +++

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โทร.0-5371-1402

สอบถามรายละเอียดข้อมูลการเดินทางสู่ภูชี้ฟ้าได้ที่

- องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า โทร. 08 1724 0052, (นายกฯ 08 6189 4611)
- วนอุทยานภูชีฟ้า (หัวหน้าฯ 08 1883 4510) เอาเต้นท์มาเองกลางฟรี บริเวณที่จุดจอดรถบนภูชี้ฟ้า หากเช่าเต้นท์ 250 บาทต่อเต้นท์ (2 คน)
- เกษตรที่สูงผาหม่น 053-918555 (ฤดูท่องเที่ยวติอต่อช่วงเช้ากับเย็น-ช่วงกลางวันออกพื้นที่)
- ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง (ห้วยสัก) 053-711402
- ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.เทิง ที่ว่าการ อ.เทิง โทร.053-795345
- สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 2 โทร. 053-744674-5, 053-717433 โทรสาร 053-717434

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม วนอุทยานภูชี้ฟ้า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ท้องที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ที่ 9 ต.ปอ อ.เวียงแก่น และบ้านร่มฟ้าไทย หมู่ 10 ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 081-8834510
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=65&lg=1

วนอุทยานสันผาพญาไพร
อยู่ในท้องที่หมู่บ้านพญาไพรลิทู่+เล่ามาและพญาไพรเล่าจอ หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำแม่คำ ป่าน้ำแม่สลอง และป่าน้ำแม่จันฝั่งซ้าย ตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อความมั่นคงแม่ฟ้าหลวง-แม่จันและยังถูกกำหนดให้อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มีเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2540 มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
- ทิศเหนือ จดประเทศสหภาพพม่า
- ทิศใต้ จดบ้านจะทอ (แสนเมืองโก)
- ทิศตะวันออก จดบ้านแม่หม้อ (แม่เมาะ)
- ทิศตะวันตก จดบ้านบางปะหัน

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาสูงสลับกันเป็นทอดๆ มีเทือกเขาที่สูง คือ ดอยป่าไม้เกี๊ยะ (ไม้สน) ยอดเขาที่สูงที่สุดสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,291 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ย 30-40 % ทางด้านทิศตะวันตกของภูเขาจะเป็นหน้าผาสูงชันลึกลงถึงลำห้วยประมาณ 400 เมตร นอกจากนี้ยังมีห้วยแปลก และห้วยสาขาที่เกิดจากดอยป่าไม้เกี๊ยะ ทำให้เกิดน้ำตกไม่สูงมาก มีน้ำไหลตลอดปี

ลักษณะภูมิอากาศ เป็นแบบมรสุมเมืองร้อน ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝนและลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ย 10-15 องศาเซลเซียส ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม จะร้อนชื้น มีอุณหภูมิเฉลี่ย 28-38 องศาเซลเซียส

พืชพรรณและสัตว์ป่า สภาพป่าเป็นป่าดิบเขา มีพันธุ์ไม้หลากชนิดขึ้นอยู่ค่อนข้างหนาแน่น พันธุ์ไม้ที่พบมีทั้งไม้ยืนต้นและไม้พื้นล่างได้แก่ เฟิร์น ปรง แสลงใจ สาบเสือและลูกไม้ พันธุ์ไม้ยืนต้นที่พบได้แก่ ก่อเดือย ก่อแป้น สน จำปา มะม่วงป่า กระพี้จั่น เป็นต้น สัตว์ป่าที่พบ ได้แก่ หมูป่า ลิง เก้ง กระต่าย นกชนิดต่างๆ ไก่ป่า เหยี่ยว งู จักจั่น เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยว
- ดอยป่าไม้เกี๊ยะ บริเวณดอยป่าไม้เกี๊ยะมีจุดเด่นสองจุดคือ บริเวณน้ำตกของห้วยแปลกสูง 2 เมตร ผ่านก้อนหินขนาดใหญ่ แล้วกระจายไปตามลำห้วยมีหินโผล่ขึ้นมาสวยงามมาก ทั้งยังมีน้ำตกเล็กๆ สูงประมาณ 4 เมตร กิจกรรม : ชมพรรณไม้ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ เที่ยวน้ำตก
- ภูเขาทางด้านทิศใต้ ภูเขาทางด้านทิศใต้เป็นหน้าผา สูงประมาณ 400 เมตร ในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝนจะมีหมอกลอยในตอนเช้า เหนือยอดเขาที่สลับ ซับซ้อนอยู่เบื้องล่างของจุดชมวิวดอยป่าไม้เกี๊ยะ กิจกรรม : ชมทิวทัศน์ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่พัก วนอุทยานสันผาพญาไพร ไม่มีบ้านพักไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาตกับหัวหน้าวนอุทยานสันผาพญาไพรโดยตรง
- ห้องน้ำ

การเดินทาง การเดินทางเข้าสู่วนอุทยานสันผาพญาไพรรวมระยะทางประมาณ 79 กิโลเมตร โดยเริ่มจากอำเภอเมืองเชียงราย เป็นทางลาดยางถนนสี่เลน ถึงอำเภอแม่จัน ประมาณ 30 กิโลเมตร จากทางแยกป่าซางขึ้นบ้านแม่สลอง เป็นทางลาดยางตามไหล่เขาผ่าบ้านอาข่า ผาเดื่อ จนถึงทางแยกไปบ้านเทอดไทยประมาณ 23 กิโลเมตร จากทางแยกเข้าไปอีก 13 กิโลเมตร ถึงบ้านเทอดไทย สามารถไปบ้านพญาไพรได้ 2 ทาง คือ
- ทางไปบ้านหัวแม่คำแล้วแยกเข้าบ้านพญาไพร ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร
- จากบ้านเทอดไทยไปบ้านพญาไพรตามถนนลาดยาง ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
โทร.0-5371-1402 E-mail : mfcd_15@hotmail.com
เว็บไซต์ http://fca15.no-ip.org/outayarn/index.htm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม วนอุทยานสันผาพญาไพร ต.เทอดไทย อ. แม่ฟ้าหลวง จ. เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 053-730205 (คุณนราทิพย์ อบต.เทอดไทย)
โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=78&lg=1

แสดงผลได้ดีที่ขนาดจอภาพ 1024 x 800 พิกเซล | ลงโฆษณากับเชียงรายโฟกัส | รับทำเว็บไซต์ราคาถูกสุดๆ | <<แผนผังเว็บไซต์>>
สงวนลิขสิทธิ์ 2010-2011 โดย ChiangRaiFocus.com .. อีเมล์ :
+++
ใช้เวลาโหลดหน้านี้ : 0.0003 วินาที. +++