Untitled Document
เชียงรายโฟกัส ศูนย์รวมข้อมูลออนไลน์ จังหวัดเชียงราย ข่าวสารท้องถิ่นเชียงราย ปฏิทินท่องเที่ยวเชียงราย เที่ยวเชียงราย ที่พักเชียงราย โรงแรมเชียงราย โฮมสเตย์เชียงราย รีสอร์ทเชียงราย ทัวร์เชียงราย ข้อมูลท่องเที่ยวเชียงราย ตำแหน่งงานว่างเชียงราย หางานเชียงราย ซื้อ-ขายสินค้า ฟรี!!
...เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง..."
เชียงรายโฟกัส.คอม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความสามัคคีของพี่น้องชาวไทย เพื่อพ่อหลวงและแม่หลวงของเรา ชาวไทย
**ขอความกรุณา...เว็บไซต์ใดที่นำข้อมูลและรูปภาพจากเว็บเราไปใส่ในเว็บไซต์ท่าน ขอให้ท่านช่วยทำแบนเนอร์ลิงค์มายังเว็บไซต์ของเรา หรือ อ้างอิงถึงแหล่งที่มาด้วยนะคะ... ขอบคุณค่ะ**

หน้าแรก | ปฏิทินท่องเที่ยวเชียงราย | ข่าวสารเชียงราย | ประวัติเชียงราย | ประวัติพ่อขุนเม็งรายมหาราช | ข้อมูลทุกตำบลในเชียงราย | ข้อมูลทุกอำเภอในเชียงราย | ตำแหน่งงานว่างเชียงราย | แผนที่เชียงราย GIS map (แผนที่ออนไลน์เชียงราย)

โรงแรมเชียงราย & รีสอร์ทเชียงราย
| เกสเฮ้าส์เชียงราย | โฮมสเตย์เชียงราย | บริษัททัวร์เชียงราย | รถเช่าเชียงราย | สปา-นวดแผนไทย จ.เชียงราย | ร้านอาหารเชียงราย |
สินค้า OTOPเชียงราย / ของฝากเชียงราย
| แกลลอรี่ภาพประทับใจที่เชียงราย1 | แกลลอรี่ภาพประทับใจเชียงราย2 | ข้อมูลการผ่านแดนเชียงราย-สหภาพพม่า-สปป.ลาว |
แหล่งท่องเที่ยวเชียงราย | เที่ยวเชิงผจญภัย | เที่ยวเชิงวัฒนธรรม | เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ | เที่ยวเชิงเกษตร | เที่ยวเชิงอนุรักษ์ | เที่ยวเชิงสุขภาพ | ตำนานพระธาตุ 9 จอม | เส้นทางศึกษาศิลปะ-วัฒนธรรม จ.เชียงราย | เส้นทางท่องเที่ยวเชียงราย | คลิปวีดีโอท่องเที่ยวเชียงราย1 | คลิปวีดีโอท่องเที่ยวเชียงราย2

บอร์ด คนเชียงราย สังคมเชียงราย
| บอร์ดการเมือง | บอร์ดธุรกิจ บริการ | บอร์ดซื้อ-ขาย สินค้า ทุกชนิด | บอร์ดที่พัก ร้านอาหาร | กิจกรรมท่องเที่ยว แนะนำโปรแกรมทัวร์ รถเช่า | บอร์ดเรื่องเล่าจากฟอร์เวิร์ดเมล์ | บอร์ดพุทธศาสนิกชน กิจกรรมทางวัด | บอร์ดร้องทุกข์ เตือนภัย กฏหมาย | บอร์ดซื้อ-ขาย บ้าน ที่ดิน | บอร์ดซื้อ-ขาย รถยนต์ มอเตอร์ไซต์ฯลฯ | บอร์ดคนเมือง คนเจียงฮาย อู้กำเมือง เล่าเรื่องมะเก่า | บอร์ดหาทีมงาน - ธุรกิจขายตรง | บอร์ดรวมภาพประทับใจ | บอร์ดประมูลสินค้า | บอร์ดไอที คอมพิวเตอร์ มือถือ เทคโนโลยี | แจ้งลิงค์เสีย แนะนำ ติชม | ลงโฆษณากับเชียงรายโฟกัส

 
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน1)
เปิดอ่านทั้งหมด 12841 ครั้ง
 
แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน1)

จังหวัดพะเยา

เมืองพะเยาตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มที่มีความอุดมสมบูรณ์กว้างขวาง มีหุบเขาใหญ่น้อยมากมาย แต่ไม่เคยพบร่องรอยของชุมชนบ้านเมืองที่มีอายุเก่าไปกว่าเมืองหริภุญไชย (ลำพูน) ที่ตั้งอยู่แถบที่ราบลุ่มน้ำแม่ปิง

บริเวณเมืองพะเยามีร่องรอยและหลักฐานที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ทำด้วยหินอยู่ทั่วไป แสดงว่ามีกลุ่มชนร่อนแร่อาศัยกระจัดกระจายอยู่บนที่สูงมาช้านานแล้ว แต่ในระยะแรก ๆ ยังไม่พบหลักฐานการก่อบ้านสร้างเมืองบนที่ราบลุ่ม
จนกระทั่งประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 (ราวหลัง พ.ศ. 1700 ) จึงพลหลักฐานที่แสดงว่ามีการสร้างบ้านแปลงเมืองขึ้นบริเวณริมแม่น้ำอิงที่ภายหลังเป็นเมืองพะเยา
ฉะนั้น กว่าจะเป็นเมืองพะเยา จึงต้องศึกษาพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมโดยอาศัยทั้งหลักฐานทางโบราณคดี และนิทาน ตำนาน พงศาวดาร รวมทั้งร่องรอยแวดล้อมอื่น ๆทั้งภายในและภายนอก

1.) สังคมและวัฒนธรรมของภาคเหนือ

บ้านเมืองต่าง ๆ ในดินแดนภาคเหนือของประเทศไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำระหว่างหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ มีขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง ที่เป็นขนาดใหญ่มี 2 บริเวณคือ บริเวณที่ราบลุ่มเชียงใหม่ – ลำพูน กับ บริเวณที่ราบลุ่มเชียงใหม่ – ลำพูน กับ บริเวณที่ราบลุ่มเชียงราย – พะเยา
สภาพภูมิประเทศที่มีเทือกเขาขวางกั้นพื้นที่ราบให้แยกออกจากกัน แต่มีช่องเขาเล็ก ติดต่อกับแหล่งอื่น ๆ ทำให้บ้านเมืองเหล่านี้มีพัฒนาการเติบโตไม่พร้อมกัน
บ้านเมืองเก่าแก่ที่สุดอยู่บริเวณที่ราบลุ่มเชียงใหม่-ลำพูน มี เมืองหริภุญไชย(ลำพูน) เป็นเมืองสำคัญตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มน้ำแม่ปิง มีพัฒนาการเป็นบ้านเมืองตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 (หรือหลัง พ.ศ. 1200)อันเนื่องมาจากการขยายอิทธิพลของแคว้นละโว้ (ลพบุรี)ที่เป็นบ้านเมืองหรือรัฐขนาดใหญ่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาภาคกลาง
ต่อมาเมืองหริภุญไชย (ลำพูน) ขยายขอบเขตไปยัง เมืองเขลางค์ (ลำปาง) บนที่ราบลุ่มน้ำแม่วัง
ส่วนบริเวณอื่น ๆ มีชุมชนเล็ก ๆกระจัดกระจายอยู่ตามที่สูงกับที่ราบ ยังไม่รวมตัวเป็นบ้านเมืองใหญ่มีเรื่องราวความเป็นมาในลักษณะของคำบอกเล่าหรือนิทานปรัมปราเช่น บริเวณที่ราบลุ่มเชียงราย-พะเยา มีคำบอกเล่าเรียกว่า “โยนก”
ต่อมาภายหลังเมื่อรวบรวมบ้านเมืองบริเวณที่ราบลุ่มเชียงใหม่ – ลำพูนับบริเวณเชียงราย – พะเยาและบริเวณใกล้เคียงเข้าด้วยกันจึงเรียกรวมทั้งหมดว่า “ ล้านนา”

ล้านนา

ล้านนา หมายถึง ดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลบริเวณที่เป็นภาคเหนือของประเทศไทยทุกวันนี้ โดยมีเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางมาแต่สมัยแรก ๆ และเป็นชื่อที่มีอยู่คู่กันมากับล้านช้างที่หมายถึงดินแดนตอนเหนือของลาวมีเมืองลาวมีเมืองหลวงพระบางเป็นศูนย์กลาง
ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร อธิบายพร้อมด้วยเสนอหลักฐานและร่องรอยต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายแล้วย้ำว่าชื่อที่ถูกต้องคือ “ล้านนา” (มีรายละเอียดอยู่ในหนังสือ “งานจารึกและประวัติศาสตร์ของศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร “ รวบรวมและจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสฉลองอายุ 6 รอบ เมื่อ 21 มีนาคม 2534)
หลักฐานสำคัญคือจารึกจากเชียงราย พ.ศ. 2096 พระเชยเชษฐาธิราช ซึ่งได้เป็นกษัตริย์ล้านนา ตามคำเรียกร้องของชาวล้านนาในฐานะที่พระองค์เป็นหลานตาของกษัตริย์ล้านนา ได้กลับไปครองเมืองลาวที่ล้านช้าง ๆเมื่อ พ.ศ. 2091 และจะให้เชียงใหม่เป็นเมืองลูกหลวง ตามจารึก พ.ศ. 2096 พระองค์ยังถือว่าเป็นกษัตริย์ทั้งสองแผ่นดินคือ “ล้านช้าง ล้านนา” อยู่ แต่ทางล้านนาไม่ยอมถือเช่นนั้น เพราะ ได้ยกพระเมกุฏิขึ้นเป็นกษัตริย์ล้านนาแทนแล้ว
ในเอกสารโบราณผูกชื่อล้านช้างกับล้านนาเป็นภาษาบาลีไว้ดังนี้
“ศรีสตนาคนหุต” สต แปลว่า ร้อย – นหุต แปลว่า หมื่น – นาค แปลว่า ช้าง รวมความแล้ว แปลว่า ล้านช้าง ในจารึกสุโขทัยหลักที่ 2 วัดศรีชุม มีคำว่า “แสนช้าง” และในจารึกพ่อขุนรามคำแหงมีคำว่า “เมืองกว้างช้างหลาย” แสดงว่าการมีช้างจำนวนมาก หมายถึงความกว้างขวางของบ้านเมือง
“เขตตทสลข” ทส แปลว่า สิบ ลข แปลว่า แสน – เขตต แปลว่า พื้นที่หรือนา รวมความแล้วแปลว่า ล้านนา ในโคลงนิราศหริภุญชัย (ฉบับกรุงเทพฯ) บทที่ 108 เขียนว่า “เป็นปิ่นทศลักษ์ เลิศหล้า “คำว่า ทศลักษ์ ก็หมายถึงล้านนา
เนื่องจากภาษาถิ่นภาคเหนือไม่นิยมเขียนรูปวรรณยุกต์ในใบลานสมัยโบราณ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนคิดไปว่าดินแดนภาคเหนือสมัยโบราณมีชื่อเรียกว่า “ลานนา” แล้วภายหลังเรียกว่า “ลานนาไทย”
แท้จริงแล้วในภาคเหนือมักไม่ใช้ “ลาน” ในความหมายว่าบริเวณที่ว่าง แต่ใช้คำว่า “ข่วง” เช่นข่วงเมรุ ข่วงวัด วัดหัวข่วง ฯลฯ

ฉะนั้นชื่อที่ถูกต้องก็คือ “ล้านนา” เท่านั้น

นอกจากนั้น จิตร ภูมิศักดิ์ สำรวจพบว่ายังมีประเพณีตั้งชื่อตำแหน่งเป็นจำนวนนับอยู่ 2 กลุ่ม (โองการแช่งน้ำฯ : ดวงกมล 2524: 306 - 317) ดังต่อไปนี้
กลุ่มแรก นับจากจำนวนไพร่ ดังจะเห็นจากชื่อ ตำแหน่งว่า นายสิบ – นายซาว (ซาว เท่ากับ ยี่สิบ) – นายร้อย – นายพัน – เจ้าหมื่น – เจ้าแสน เป็นต้น
อีกกลุ่มหนึ่ง นับจากจำนวนที่นา ดังมีร่องรอยหลงเหลืออยู่ในกฎหมายลักษณะอาญาหลวง พ.ศ. 1974 ความว่า “อนึ่งผู้เกษตราธิบดีแลร้อยนา พันนา หมื่นนา แสนนา กำนันนา” สมัยโบราณ กลุ่มลาวหัวพันห้าทั้งหก และเขตการปกครองของภาคเหนือแต่โบราณก็เรียก “พันนา” ที่ยูนนานมีแคว้นชื่อ “สิบสองพันนา” (แต่ออกเสียงว่าสิบสองปันนา) ในแคว้นพะเยาก็แบ่งเขตการปกครองถึง “36 พันนา” ในที่สุดก็คือ “ล้านนา” นั่นเอง

โยนก

โยนก หมายถึง ดินแดนและ / หรือผู้คนในภาคเหนือสมัยโบราณ อาจใช้แทนคำว่าล้านนาได้ เช่น พงศาวดารโยนก ที่พระยาประชากิจกรจักร (แช่มบุนนาค) เรียบเรียงขึ้นนั้นหมายถึงเรื่องราวของบ้านเมืองและแว่นแคว้นทางล้านนา
เมื่อแรกเริ่มเดิมที่ชื่อ โยนก หมายถึงดินแดนและประชากรบริเวณที่ทุกวันนี้เรียกว่าที่ราบลุ่มจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดพะเยา และต่อเนื่องเข้าไปถึงบางส่วนของพม่าและลาว โดยมีลำน้ำแม่กกเชื่อมแม่น้ำโขงเป็นแกน
ก่อนได้ชื่อว่า โยนก ตำนานสิงหนวัติกุมา (หรือสิงหนวัติ) กล่าวว่าบริเวณนี้เป็นดินแดน “สุวรรณโคมคำ” แต่รกร้างไปแล้ว เมื่อสิงหนวัติกุมารนำไพร่บ้านพลเมืองจากนครไทยเทศมาถึง จึงสร้างเมืองใหม่ลง บริเวณนี้แล้วให้ชื่อ “นาคพันธุสิงหนวตินคร” ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแสน” มีคำว่า โยนก อยู่ด้วย
ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร อธิบายชื่อ ช้างแสน แปลว่า ช้างร้อง ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เชียงแสน และเรียกพลเมืองของโยนกนครว่า ชาวยวน ต่อมาใช้ โยนก เป็นชื่อแคว้น แคว้นโยนกโบราณ ประกอบด้วยเมืองเชียงราย เชียงของ และเชียงแสน ฯลฯ
จากหลักฐานตำนานและพงศาวดารจะเห็นว่าชื่อโยนก แต่ดั้งเดิมหมายถึงดินแดนและประชากรในเขตที่ราบลุ่มจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดพะเยาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาคเหนือเท่านั้น (แต่อาจต่อเนื่องเข้าไปในบางส่วนของพม่าและลาว)
ทั้งนี้ไม่รวมหรือไม่เกี่ยวกันกับบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงกับแม่น้ำวังในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง เพราะมีหลักฐานประเภทศิลาจารึกตำนานและพงศาวดารระบุอย่างแน่ชัดว่า เรียก “สมันครประเทศ” และ “พิงครัฐ” โดยมีเมืองสำคัญอยู่ที่ หริภุญชัย (ลำพูน) และ เขลางคนคร (ลำปาง)
ครั้นหลัง พ.ศ. 1800 พ่อขุนมังรายซึ่งเป็นใหญ่อยู่บริเวณที่ราบลุ่มเชียงราย – พะเยา หรือ โยนก ก็ยกกองทัพข้ามขุนเขาปราบปรามแล้วยึดหริภุญชัยได้สำเร็จ จึงทรงตั้งเมืองเชียงใหม่ขึ้นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงให้เป็นราชธานีของแว่นแคล้นที่เกิดใหม่ซึ่งมักเรียกกันภายหลังว่า ล้านนา
แต่โดยเหตุที่พ่อขุนมังรายและชาวโยนกมีชัยชนะได้เป็นใหญ่เหนือพวกอื่น บางครั้งจึงเรียกว่าชาวยวน หรือแคว้นโยนกรวมไปทั้งหมด เช่น พวก กรุงศรีอยุธยา เรียกชาวล้านนาว่า ยวน ดังวรรณคดี เรื่องยวนพ่าย แต่งสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา

ทุกวันนี้ชาวเชียงใหม่ยังเรียกตัวเองว่าไทยยวน

ดร.วิลเลียม คลิฟตัน ดอดด์ หรือที่รู้จักกันใน ชื่อ “หมอดอดด์” กล่าวไว้ในเรื่อง “ชนชาติไทย” (The Thai Race – แปลโดย หลวงนิแพทย์นิติสรรค์) ถึง คำว่า ยวน หาใช่ชื่อใหม่ไม่ แต่เป็นชื่อที่คนในถิ่นใกล้เคียงโดยรอบใช้เรียกคนไทยมาแต่ดึกดำบรรพ์แล้วและพวกพม่ายังคงเรียกดินแดนตะวันออกของแม่น้ำสาละวินว่า ยวน
เรื่องย่อ โยนก ยวน จิตร ภูมิศักดิ์ สงสัยว่าคำที่ พม่าเรียกชาวเชียงใหม่ว่า ยูน ซึ่งคนไทยมักเข้าใจว่า จะเพี้ยนมาจากคำว่า ไตยน หรือ ไทยวน นั้น แท้ จริงเป็นคำภาษาพม่า ยูน แปลว่าข้าหรือทาส ใน ภาษาสุภาพของพม่าจะเรียกตัวเองว่า ยูนโนก แปลว่า ทาสผู้ต่ำต้อย และเรียกผู้ที่พูดด้วยว่า ขิ่นพญา แปลว่า ท่านนาย (ความเป็นมาคำสยามฯ : ฉบับพิมพ์ครั้งแรก 2519: หน้า 500,573)

โยนก
ที่ราบลุ่มเชียงราย – พะเยา
 

ดินแดนที่เรียกว่าโยนกสมัยโบราณซึ่งเป็นถิ่นฐานของพวกยวน อยู่บริเวณที่ราบลุ่มเขตจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดพะเยาและที่ใกล้เคียงรอบ
ที่ราบลุ่มดังกล่าวมีเทือกเขาเรียกว่า ดอย ขนาบ ตามแนวเหนือ – ใต้ มีลำน้ำกิดจากดอยต่าง ๆ ไหล จากทิศตะวันตกไปลงแม่น้ำโขงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือทั้งสิ้น ลำน้ำสำคัญได้แก่ น้ำแม่กก น้ำแม่ลาว น้ำแม่อิง ทำให้เกิดที่ราบลุ่มสำคัญ ๆ อย่างน้อย 4 แห่งอันเป็นที่ตั้งบ้านเมืองของกลุ่มโยนกโบราณ (สมัยก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะตีได้แคว้นหริภุญชัยแล้วรวมที่ราบลุ่มเชียงใหม่เข้าเป็นดินแดนแคล้นล้านนา)
ที่ราบลุ่ม 4 แห่งตามรายงานการสำรวจและศึกษาของรองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม มี โดยย่อดังต่อไปนี้
1. ที่ราบลุ่มเชียงแสน
เป็นที่บริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในเขตเชียงราย เพราะมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน เช่น ลำน้ำ แม่จัน ลำน้ำแม่คำ ลำน้ำสาย ลำน้ำรวก นอกจากนั้นยังมีลำเหมืองที่คนขุดขึ้นใช้ในการระน้ำเข้านาอีกมากมาย มีทั้งขุดเก่าและขุดใหม่ที่ล้วนมีแนวจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกเช่นลำเหมืองแดงที่อำเภอแม่สายขุดชักน้ำผ่านไร่นาไปสมทบลำน้ำรวกเป็นต้น ลำน้ำทั้งหมดนี้ไหลลงแม่น้ำโขง

2. ที่ราบลุ่มน้ำแม่กก
บริเวณนี้มีน้ำแม่กกเป็นลำน้ำใหญ่สุด (ไม่นับแม่น้ำโขง) และสำคัญที่สุด
น้ำแม่กกมีกำเนิดมาจากเทือกเขาเขตรัฐฉานในพม่าและเทือกเขาเขตอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ไหลผ่านช่องเขาแคบ ๆ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่าน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปลงแม่น้ำโขงที่สบกกใต้เมืองเชียงแสนลงไปเล็กน้อย
เมืองโบราณที่พบในเขตที่ราบลุ่มน้ำแม่กกมีเมืองเชียงรายเป็นเมืองสำคัญและมีเมืองเล็กเมืองน้อยที่เรียกว่า เวียง อีกไม่น้อยกว่า 11 แห่ง

3. ที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่ลาว
เป็นที่ราบลุ่มในหุบเขาแคบ ๆ ระหว่างเทือกเขาดอยเวียงผาทางตะวันตก กับเทือกเขาดอยหลวงทางตะวันออก ในเขตอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง มีน้ำแม่ลาวที่เกิดจากเทือกเขาไหลจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ ผ่านอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ผ่านช่องเขาสูงไม่มีที่ราบในเขตอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย แล้วไหลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือลงสู่ที่ราบในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไหลไปรวมน้ำแม่กกลงสู่แม่น้ำโขง
เมืองโบราณที่พบในเขตที่ราบลุ่มน้ำแม่ลาวมีมากเช่นเวียงกาหลงที่ซากเตาเผาเครื่องเคลือบ เรียก “เตาเวียงกาหลง” เวียงป่าเป้าเวียงแม่สรวยเวียงไชย ฯลฯ

4. ที่ราบลุ่มน้ำแม่อิง
น้ำแม่อิง มีกำเนิดจากเทือกเขาเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ไหลลงทางทิศใต้ผ่านจังหวัดพะเยาแล้วไหลขึ้นไปทางเหนือลงแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย (มีรายละเอียดต่อไปข้างหน้า)

บริเวณต่อเนื่อง
ยังมีที่ราบลุ่มตามหุบเขาต่าง ๆ ใบบริเวณใกล้เคียงที่มีความสัมพันธ์หรือเคยเป็นส่วนหนึ่งของโยนกมาก่อน เช่นที่ราบลุ่มลำน้ำงาว ในเขตอำเภองาวจังหวัดลำปาง
ลำน้ำงาวมีกำเนิดจากลำน้ำเล็ก ๆหลาย ๆสาขา ที่ไหลลงมาจากเทือกเขาโดยรอบแล้วไหลลงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านหุบเขาไปสมทบลำน้ำแม่ยมแล้วไหลผ่านอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ลงไปยังเมืองแพร่ก่อนจะลงสู่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
ทั้งในเขตอำเภองาว จังหวัดลำปาง และอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ต่างก็มีซากเมืองโบราณอยู่เช่นกนแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเมืองในบริเวณที่ราบลุ่มเชียงราย – พะเยากับแพร่

ที่มา: เอกสารเผยแพร่. สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยา.โครงการส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวภาคเหนือ
(จ.พะเยา). พ.ศ.2550. หน้า 5-54
 
   บทความ / เกร็ดความรู้ อื่นๆที่นี่สนใจ / ดูทั้งหมด
 
    ผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พิพิธภัณฑ์กัลกัตต้า อ่าน 9103 ครั้ง
    นิราศ 9 เรื่อง ของสุนทรภู่ อ่าน 20647 ครั้ง
    สุนทรภู่ มหากวีของโลก (วันสุนทรภู่ 26 มิถุนายน 2552) อ่าน 9052 ครั้ง
    ๒๙ กรกฎาคม วันภาษาไทยแห่งชาติ อ่าน 11721 ครั้ง
    เทศกาลวันไหว้บะจ่าง อ่าน 10911 ครั้ง
    11พฤษภาคม " วันพืชมงคล " อ่าน 8220 ครั้ง
    วันวิสาขบูชา อ่าน 7998 ครั้ง
    วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์(วันจักรี) อ่าน 8483 ครั้ง
    การรณรงค์เล่นสงกรานต์ อ่าน 8678 ครั้ง
    กิจกรรมวันสงกรานต์ อ่าน 8517 ครั้ง
    งานสำคัญบุญสงกรานต์ อ่าน 8617 ครั้ง
    ประกาศสงกรานต์ ปี ๒๕๕๒ อ่าน 7975 ครั้ง
    ประเพณีสงกรานต์ อ่าน 8272 ครั้ง
    โรคพิษสุนัขบ้า อ่าน 9081 ครั้ง
    จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคไต อ่าน 12154 ครั้ง
    ของขวัญวันวาเลนไทน์ อ่าน 8894 ครั้ง
    วันวาเลนไทน์ อ่าน 7779 ครั้ง
    การจัดพิธีแต่งงานแบบไทยๆ อ่าน 11974 ครั้ง
    วันมาฆบูชา อ่าน 9089 ครั้ง
    วันตรุษจีน หรือ ปีใหม่จีน อ่าน 8377 ครั้ง
    วันครู16 มกราคม อ่าน 8828 ครั้ง
    วันเด็กแห่งชาติ (เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม) อ่าน 8725 ครั้ง
    วันปีใหม่ อ่าน 8233 ครั้ง
    วันคริสมาสต์ อ่าน 10182 ครั้ง
    ประเพณีตักบาตรวันเป็งปุ๊ด / ตักบาตรเที่ยงคืน อ่าน 10142 ครั้ง
    Chocolate ของหวานที่ไม่ธรรมดา อ่าน 8825 ครั้ง
    รู้มั้ย ทำไม ?? เกาลัดคั่วในเม็ดทราย อ่าน 10678 ครั้ง
    เปิดตำนานกินเจ , ถือศีล กินเจ อ่าน 9315 ครั้ง
    ตุงใจ อ่าน 8646 ครั้ง
    หลากหลายเรื่องเมืองล้านนา --- "ผีกะ" อ่าน 15256 ครั้ง
    ประเพณีการสืบชาตา อ่าน 11564 ครั้ง
    ประเพณีทานก๋วยสลาก อ่าน 14428 ครั้ง
    นวนิยายเรื่อง แม่สายสะอื้น - นิยายที่เรื่องแตกต่างจากรักของสาวเหนือ - หนุ่มกรุง อ่าน 12974 ครั้ง
    โศกนาฏกรรมรักอันใหญ่หลวงของเจ้าชายล้านนา - เจ้าน้อยศุขเกษม+มะเมียะ ความรักที่โศกสลด อ่าน 13416 ครั้ง
    นิทานล้านนา - ชาตาบ่ากอกแห้ง ( นิทานของชาวไทยวน) อ่าน 11574 ครั้ง
    นิทานล้านนา - ผีม้าบ้อง ( นิทานของชาวไทยวน) อ่าน 14940 ครั้ง
    นิทานล้านนา - วอกไคหิน อ่าน 9737 ครั้ง
    นิทานล้านนา - นางแมว ( นิทานของชาวไทใหญ่) อ่าน 10502 ครั้ง
    นิทานล้านนา - ไอ่หานหมี ( นิทานของชาวไทยวน) อ่าน 9757 ครั้ง
    นิทานล้านนา - เสี่ยวผีเสี่ยวคน ( นิทานของชาวไทเขิน) อ่าน 10219 ครั้ง
    นิทานล้านนา - เสี่ยวผีเสี่ยวฅน ( นิทานของชาวไทลื้อ) อ่าน 10092 ครั้ง
    นิทานล้านนา - สองสหาย ( นิทานของชาวไทยวน) อ่าน 9837 ครั้ง
    นิทานล้านนา - สองคนสองสหาย ( นิทานของชาวไทใหญ่) อ่าน 11353 ครั้ง
    นิทานล้านนา - ควายสามเขา ( นิทานของชาวไทเขิน) อ่าน 10133 ครั้ง
    นิทานล้านนา - เหล้า ( นิทานของชาวไทเขิน) อ่าน 9693 ครั้ง
    นิทานล้านนา - แมงสี่หูห้าตา อ่าน 11588 ครั้ง
    นิทานล้านนา - ช้างกับเสือ ( นิทานของชาวไทลื้อ) อ่าน 12776 ครั้ง
    วันมาฆบูชา อ่าน 8746 ครั้ง
    ภูเขาหรือเทือกเขาที่สำคัญของไทย อ่าน 33752 ครั้ง
    ไทลื้อมาจากไหน?? อ่าน 15198 ครั้ง
    เหตุใดถึงชื่อ "พระเจ้านั่งดิน" อันซีนไทยแลนด์ อ่าน 10628 ครั้ง
    พระบรมสารีริกธาตุ ตอน2 อ่าน 8865 ครั้ง
    พระบรมสารีริกธาตุ (ตอน1) อ่าน 14041 ครั้ง
    พระเชียงแสนสี่แผ่นดิน / พระนวล้านตื้อ อ่าน 18507 ครั้ง
    แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน9) อ่าน 9715 ครั้ง
    แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน8) อ่าน 9609 ครั้ง
    แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน7) อ่าน 9333 ครั้ง
    แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน6) อ่าน 8670 ครั้ง
    แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน5) อ่าน 9778 ครั้ง
    แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน4) อ่าน 13306 ครั้ง
    แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน3) อ่าน 9830 ครั้ง
    แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน2) อ่าน 10164 ครั้ง
    แอ่งอารยธรรมเมืองพะเยา (ตอน1) อ่าน 12842 ครั้ง
    “ถ้ำ: อาณาจักรแห่งความลี้ลับ” อ่าน 9887 ครั้ง
    นมัสการ พระธาตุประจำปีเกิด (12 ปีนักษัตร) อ่าน 12760 ครั้ง
    "รอยพระบาทในหลวง" หนึ่งเดียวในเมืองไทยที่ จ.เชียงราย" อ่าน 366312 ครั้ง
 
แสดงผลได้ดีที่ขนาดจอภาพ 1024 x 800 พิกเซล | ลงโฆษณากับเชียงรายโฟกัส | รับทำเว็บไซต์ราคาถูกสุดๆ | <<แผนผังเว็บไซต์>>
สงวนลิขสิทธิ์ 2010-2011 โดย ChiangRaiFocus.com .. อีเมล์ :
+++
ใช้เวลาโหลดหน้านี้ : 0.0046 วินาที. +++